30 รง.ย้ายฐานผลิตไป'เพื่อนบ้าน' ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
#1
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 14:59
โดยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา "กรุงเทพธุรกิจทีวีและเนชั่นทีวี" ได้ร่วมกันจัดเสวนาประเด็นร้อนเรื่อง “ฟื้นฟูนิคมฯ หลังน้ำลด รับมือน้ำท่วม” โดยเชิญตัวแทนจากภาคเอกชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ และตัวแทนหน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่ มาร่วมวงเสวนาแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งแผนฟื้นฟูโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมที่ประสบภัย มาตรการป้องกันเพื่อรับมือกับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยการเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ภาพรวมจากเวทีได้ข้อสรุปค่อนข้างชัดเจนว่า ผู้ประกอบการยังไม่มีความมั่นใจต่อแผนฟื้นฟูและป้องกันน้ำของรัฐบาล
แม้ภาครัฐจะพยายามเดินสาย สร้างความเข้าใจ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นการลงทุนในหลายรูปแบบ แต่ผู้ประกอบการเอกชนที่ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ส่วนใหญ่ยังคงมีความวิตกกังวล ต่อแผนป้องกันน้ำท่วมรอบใหม่ ที่ดูเหมือนยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร ประเด็นนี้เป็นเหตุผลหลัก ทำให้ผู้ประกอบการกว่า 30 ราย ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่กล่าวตรงกันว่า อยากเห็น "แอ็คชั่น แพลน" ของรัฐบาลในเรื่องแผนบริหารจัดการและป้องกันน้ำท่วม เพราะสิ่งที่เอกชนประสบอยู่ในขณะนี้ ไม่เพียงแผนงานป้องกันปัญหารอบใหม่ที่ไม่ชัดเจนเท่านั้น แต่ยังพบปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน ที่จะนำมาใช้ในการฟื้นฟูโรงงาน เมื่อบริษัทประกันภัยจ่ายเงินชดเชยให้อย่างล่าช้า และไม่ยอมจ่ายชดเชยให้เป็นก้อน ทำให้เอกชนต้องดิ้นรนแก้ปัญหาเอง ดังเช่นสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ล่าสุดได้ทุ่มงบกว่า 2.2 พันล้านบาท เร่งสร้างเขื่อนกั้นน้ำ หวังดึงนักลงทุนกลับ
นายภากร ศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ช่วงปลายปีที่ผ่านมายังไม่มีความมั่นใจกับนโยบายหรือแผนงานบริหารจัดการน้ำของภาครัฐบาล เนื่องจากแผนดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน เพราะไม่มีแผนที่เป็นรูปธรรม เช่น พื้นที่ในการกักเก็บน้ำ รวมถึงแผนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนต่างๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ต้องการให้รัฐบาลกำหนดแผนงานให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด หรือกำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุน ทั้งไทยและต่างชาติกลับมาลงทุนในพื้นที่นิคมฯ จ.พระนครศรีอยุธยา และนิคมฯ อื่นๆ ของประเทศ
“ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการต่างๆ ให้เร็วที่สุด เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบข้อมูลต่างๆ และจะต้องทำแอ็คชั่นแพลน เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชน และผู้ประกอบการรับรู้ว่าที่ผ่านมารัฐบาล ได้ลงมือทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อเรียกความมั่นใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนชาวต่างชาติ ให้กับมาลงทุนในประเทศไทยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากว่าการเมืองไทยนิ่งกว่านี้ไปอีก 3-5 ปี การลงทุนของประเทศจะเดินหน้ามากกว่านี้ และอาจก้าวสู่การเป็นฮับของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี” นายภากร กล่าว
ประกันชดเชยช้ากระทบการผลิต
นอกจากประเด็นความเชื่อมั่นเรื่องแผนฟื้นฟูแล้ว ในด้านแหล่งเงินทุนเพื่อการฟื้นฟูกิจการ ของผู้ประกอบการที่ประสบภัยก็มีปัญหาเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกร้องขอเคลมเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยต่างๆ ที่ล่าช้า เนื่องจากบริษัทประกันหลายแห่ง ไม่ยอมจ่ายชดเชยเงินเป็นก้อน แต่จ่ายให้เป็นจุดๆ ไป แต่การฟื้นฟูเครื่องจักรไม่สามารถแก้ไขเป็นจุดๆ ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งความล่าช้านี้ส่งผลเสียต่อการผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องตีสินค้ากลับมายังโรงงาน เพราะสินค้าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ผู้ประกอบการใน 5 นิคมฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กว่า 20 ราย หรือคิดเป็นไม่ถึง 1% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด 562 ราย ได้ย้ายไปยังนิคมอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออกของประเทศ เช่น นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เป็นต้น ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติบางส่วน ได้ย้ายฐานการผลิตกว่า 80% ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และยุโรปตะวันออก ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพียง 20% เท่านั้น โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถเปิดไลน์ผลิตได้เพียง 20-30% อย่างไรก็ดี คาดว่าจะสามารถกลับมาผลิตได้ 80% ช่วงเดือนเม.ย.นี้ และคาดว่าจะผลิตได้ 100 % หลังไตรมาส 3 ไปแล้ว
นายวีระ นันทเศรษฐ วิศวกรฝ่ายโรงงาน สำนักงานอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ภาครัฐได้มอบหมายให้จังหวัดจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อนำมาเสนอภาครัฐ และนำไปจัดทำเป็นแผนบริหารจัดการน้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ เส้นทางเดินของน้ำ และการระบายน้ำ ฯลฯ โดยอาศัยองค์ประกอบต่างๆ ทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เพื่อไม่ให้กระทบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
“อยากให้รัฐบาล จัดตั้งกระทรวงบริหารจัดการน้ำขึ้นมาโดยเฉพาะ กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในแต่ละจังหวัด ทั้งระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้มาบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” นายวีระ กล่าว
ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการในนิคมฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ย้ายและปิดกิจการไปแล้วกว่า 30 โรงงาน ประกอบด้วย โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 3 โรง, ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 14 โรง, ในนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 10 โรง, และนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 3 โรง ส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานไปแล้วกว่า 21,374 ราย จากเดิมที่มีแรงงาน 127,901 คน จากจำนวนโรงงานทั้งหมดใน 5 นิคมฯ ที่มีอยู่ 562 โรง
สำหรับโรงงานที่เริ่มกลับมาผลิตแล้วบางส่วน ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 4 โรง, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ 35 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 9 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 33 โรง และเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ 20 โรง และมีโรงงานที่สามารถเปิดไลน์การผลิตได้ 100% แล้วจำนวน 134 โรง แบ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 9 โรง, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ 1 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 39 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 12 โรง และเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ 73 โรง
นายขจรศักดิ์ มหาคุณวรรณ ที่ปรึกษาบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ และนักลงทุนต่างชาติ บริษัทได้เซ็นสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด จัดสร้างเขื่อนกั้นน้ำบริเวณรอบตัวนิคมฯ ความยาวกว่า 77 กิโลเมตร ระดับความสูง 6.05 เมตร จากระดับน้ำทะเล มูลค่าการก่อสร้างรวม 2,200 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นแนวคันกั้นน้ำในฤดูน้ำที่จะถึงนี้ในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. นี้ โดยเริ่มสร้างมาตั้งแต่สิ้นเดือนธ.ค 2554 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนส.ค. 2555
นายสมศักดิ์ สุดประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคานหาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะตัวแทนประชาชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนหวั่นไหวมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการหอพักบริเวณรอบนิคมฯ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างแรงงานในนิคมฯ ทำให้พนักงานบางส่วนต้องย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหางานในแหล่งใหม่
"การปกครองในรูปแบบท้องถิ่น ถือเป็นหัวใจในการปกครองขั้นพื้นฐาน เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่าประชาชนต่างช่วยเหลือกันในช่วงวิกฤติต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้จากประชาชนใน จ.สมุทรสาคร ที่ร่วมใจกันในการระบายน้ำเบื้องต้น" นายสมศักดิ์ กล่าว
http://www.suthichai...om/detail/22494
- Supa Wongmuang likes this
#2
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:06
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#3
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:09
If you try hard enough, you can be whatever you want to be.
#4
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:12
#5
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:13
จะไปไหนก็ไป 15 ล้านเสียงไม่ต้องการ
- คนสับปะหลี้, tu053, Supa Wongmuang and 1 other like this
#6
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:20
Edited by จอมโจรคิด, 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:21.
เจตนารมณ์ส่วนตัว
- ไม่ใช้ถ้อยคำที่คำหยาบคาย
- ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่มีเหตุผล
#7
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:41
#8
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:51
โรงงานปิดตัว หรือออกไปจากนิคมฯ โรงไฟฟ้า SPP ที่ขายไอน้ำและไฟฟ้า ก็ขายได้น้อยลง
พ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาหากินอยู่ในนิคม ก็มีรายได้ลดลง
คนทำหอพัก อพาร์ตเม้นต์ ลูกค้าก็น้อยลง
ทุกอย่างลดลง ในขณะที่รายจ่ายเพิ่มมากขึ้น
อีกหนึ่งผลงาน ของรัฐบาล 'เอาอยู่'
#9
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:53
ใกล้หรือยัง ใกล้จราจลมากแค่ไหน เมื่อคนอดอยาก
ใกล้หรือยัง
- ใจหมาอำมหิต` likes this
#10
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:58
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#11
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:00
#12
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:02

POPULAR
ย้ายไปเลย อย่าอยู่เลย เพราะว่าคนที่ตายก็ไอ่พวก ที่เคยถือป้ายประท้วงไล่ รบ ที่แล้วลองดูสิ ตกงาน ชิบหายไม่มีเงินกิน ปล้นชิง วิ่งราว ดูสิว่ามันจะออกมาด่ากันอีกมะ
รบ เนี้ยดีนักดีหนา 7 เดือนที่ผ่านมาค่าแรงก็ไม่ขึ้นสักที อะไรก็ไม่ดี อ้างน้ำท่วม กรูก็ยังเห็น มรึงยังร่านไปชั้น 7 สี่ฤดูอยู่ เมื่อใหร่จะทำงานสักทีวะ ไม่อยากทำก็ออกไป
ส่วนอีกพวกแรงงานเสื้อแดงทั้งหลาย ก็ตายสะ อดอยากสะ ไม่มีจะกินสะ สะใจ ขอให้ชิบหายไปเรื่อยๆละกัน แกนนำแกมันรวยติดอันดับ งานไม่เคยทำออกจากสภาโจ๊ก มาเป็นหัวโจกนำประท้วงเป็นไงละ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 28 ล้านบาท ทั้งๆที่สมัยก่อนไม่มีแม้แต่ที่ดินจะฝังศพ ดีใจกันให้ถ้วนหน้านะ ศพที่นอนเรียงนะมันพี่น้องแกเสื้อแดง แต่พวกเนี้ยมันพร้อมจะข้ามเสมอเมื่อหมดประโยชน์ ขอให้ตายฟรีกันอีกเยอะๆ นะ
รักนะเด็กโง่ ... กะทิ
Edited by KaTi รักพระเจ้าอยู่หัว, 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:08.
#13
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:14
หลายๆคนยังโอเคมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด ยังไงก็ไม่อดตายแน่ หลายคนไม่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่ยังมีญาติพี่น้องที่ยังพอมีงานทำอยู่ ก็ยังพอถูไถหยิบยืนประทังความหิวไปได้
แต่ถ้าบังเอิญผัวเมียคู่หนึ่ง มีลูกหนึ่ง ไม่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ตกงานทั้งผัวทั้งเมีย ขาดส่งค่าบ้านมาตั้งน้ำท่วม เงินเก็บที่มีอยู่น้อยนิดก็หมดไปหลายวันแล้ว แต่ลูกยังต้องกินนมอยู่
สภาพแบบนี้ถ้าผมเป็นหัวหน้าครอบครัวนี้ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ผมจะต้องปล้นชิงเพื่อให้ได้มาหรืออาจจำเป็นต้องฆ่า เพื่อเอาไปต่อชีวิตลูกเมียผม
เคยคิดกันบ้างไหมว่า โดยข้อเท็จจริงเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าครอบครัวที่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้กี่สิบ กี่ร้อย กี่พันครอบครัว มันคือเราผลักไสเพื่อร่วมชาติให้กลายเป็นโจร กี่สิบ กี่ร้อย กี่พันคน ?
- Charlie, V.Junior for Vendetta, Apichai and 2 others like this
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#14
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:17
คุณ เช มองคล้ายๆผมผมมองข้ามช็อตไปแล้ว โรงงานมันจะย้ายฐานก็ย้ายไป แต่ปัญหาตอนนี้คแรงงานที่จะต้องว่างงานลง
หลายๆคนยังโอเคมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด ยังไงก็ไม่อดตายแน่ หลายคนไม่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่ยังมีญาติพี่น้องที่ยังพอมีงานทำอยู่ ก็ยังพอถูไถหยิบยืนประทังความหิวไปได้
แต่ถ้าบังเอิญผัวเมียคู่หนึ่ง มีลูกหนึ่ง ไม่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ตกงานทั้งผัวทั้งเมีย ขาดส่งค่าบ้านมาตั้งน้ำท่วม เงินเก็บที่มีอยู่น้อยนิดก็หมดไปหลายวันแล้ว แต่ลูกยังต้องกินนมอยู่
สภาพแบบนี้ถ้าผมเป็นหัวหน้าครอบครัวนี้ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ผมจะต้องปล้นชิงเพื่อให้ได้มาหรืออาจจำเป็นต้องฆ่า เพื่อเอาไปต่อชีวิตลูกเมียผม
เคยคิดกันบ้างไหมว่า โดยข้อเท็จจริงเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าครอบครัวที่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้กี่สิบ กี่ร้อย กี่พันครอบครัว มันคือเราผลักไสเพื่อร่วมชาติให้กลายเป็นโจร กี่สิบ กี่ร้อย กี่พันคน ?
![]()
![]()
ผมเคยอยู่ภูเก็ตช่วงซาร์ลง จนไฮซีวั่นปีนั้นไม่มีนักท่องเที่ยวเลย พนักงาน รร ถูกปลดจำนวนมากและเกิดโจรจำนวนมาก มากพอจนทางวิทยุประกาศเตือนการออกจากบ้านตอนกลางคืน มอเตอร์ไซค์ในหอผมถูกขโมย 2 คัน บริษัทที่ผมรู้จักถุกงัด.........
#15
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:17
พนักงานประจำ หากไม่ลาออก โดนส่งไปสาขา
ที่ต่างประเทศ .....ตัวผมก้อโดนเนรเทศมาที่ไต้หวัน
เรียบร้อยแล้ว..เพราะมันมัวแต่....เอาอยู่.......
- ต้นหอม, V.Junior for Vendetta, อาวุโสโอเค and 2 others like this
#16
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:36
Edited by saopao, 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:37.
#17
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:32
#18
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:39
ตกลงแรงงานขาดหรือไม่มีงานทำเห็นรายการสถานีปชชบอกแรงงานขาดแคลนเอาไงแน่ขาดหรือตกงานเสียงเรียกร้องให้ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ และต้องทำแอ็คชั่นแพลนเพื่อให้ข้อมูลกับประชาชน
โดยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา "กรุงเทพธุรกิจทีวีและเนชั่นทีวี" ได้ร่วมกันจัดเสวนาประเด็นร้อนเรื่อง “ฟื้นฟูนิคมฯ หลังน้ำลด รับมือน้ำท่วม” โดยเชิญตัวแทนจากภาคเอกชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ และตัวแทนหน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่ มาร่วมวงเสวนาแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งแผนฟื้นฟูโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมที่ประสบภัย มาตรการป้องกันเพื่อรับมือกับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยการเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ภาพรวมจากเวทีได้ข้อสรุปค่อนข้างชัดเจนว่า ผู้ประกอบการยังไม่มีความมั่นใจต่อแผนฟื้นฟูและป้องกันน้ำของรัฐบาล
แม้ภาครัฐจะพยายามเดินสาย สร้างความเข้าใจ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นการลงทุนในหลายรูปแบบ แต่ผู้ประกอบการเอกชนที่ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ส่วนใหญ่ยังคงมีความวิตกกังวล ต่อแผนป้องกันน้ำท่วมรอบใหม่ ที่ดูเหมือนยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร ประเด็นนี้เป็นเหตุผลหลัก ทำให้ผู้ประกอบการกว่า 30 ราย ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่กล่าวตรงกันว่า อยากเห็น "แอ็คชั่น แพลน" ของรัฐบาลในเรื่องแผนบริหารจัดการและป้องกันน้ำท่วม เพราะสิ่งที่เอกชนประสบอยู่ในขณะนี้ ไม่เพียงแผนงานป้องกันปัญหารอบใหม่ที่ไม่ชัดเจนเท่านั้น แต่ยังพบปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน ที่จะนำมาใช้ในการฟื้นฟูโรงงาน เมื่อบริษัทประกันภัยจ่ายเงินชดเชยให้อย่างล่าช้า และไม่ยอมจ่ายชดเชยให้เป็นก้อน ทำให้เอกชนต้องดิ้นรนแก้ปัญหาเอง ดังเช่นสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ล่าสุดได้ทุ่มงบกว่า 2.2 พันล้านบาท เร่งสร้างเขื่อนกั้นน้ำ หวังดึงนักลงทุนกลับ
นายภากร ศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ช่วงปลายปีที่ผ่านมายังไม่มีความมั่นใจกับนโยบายหรือแผนงานบริหารจัดการน้ำของภาครัฐบาล เนื่องจากแผนดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน เพราะไม่มีแผนที่เป็นรูปธรรม เช่น พื้นที่ในการกักเก็บน้ำ รวมถึงแผนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนต่างๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ต้องการให้รัฐบาลกำหนดแผนงานให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด หรือกำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุน ทั้งไทยและต่างชาติกลับมาลงทุนในพื้นที่นิคมฯ จ.พระนครศรีอยุธยา และนิคมฯ อื่นๆ ของประเทศ
“ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการต่างๆ ให้เร็วที่สุด เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบข้อมูลต่างๆ และจะต้องทำแอ็คชั่นแพลน เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชน และผู้ประกอบการรับรู้ว่าที่ผ่านมารัฐบาล ได้ลงมือทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อเรียกความมั่นใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนชาวต่างชาติ ให้กับมาลงทุนในประเทศไทยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากว่าการเมืองไทยนิ่งกว่านี้ไปอีก 3-5 ปี การลงทุนของประเทศจะเดินหน้ามากกว่านี้ และอาจก้าวสู่การเป็นฮับของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี” นายภากร กล่าว
ประกันชดเชยช้ากระทบการผลิต
นอกจากประเด็นความเชื่อมั่นเรื่องแผนฟื้นฟูแล้ว ในด้านแหล่งเงินทุนเพื่อการฟื้นฟูกิจการ ของผู้ประกอบการที่ประสบภัยก็มีปัญหาเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกร้องขอเคลมเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยต่างๆ ที่ล่าช้า เนื่องจากบริษัทประกันหลายแห่ง ไม่ยอมจ่ายชดเชยเงินเป็นก้อน แต่จ่ายให้เป็นจุดๆ ไป แต่การฟื้นฟูเครื่องจักรไม่สามารถแก้ไขเป็นจุดๆ ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งความล่าช้านี้ส่งผลเสียต่อการผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องตีสินค้ากลับมายังโรงงาน เพราะสินค้าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ผู้ประกอบการใน 5 นิคมฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กว่า 20 ราย หรือคิดเป็นไม่ถึง 1% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด 562 ราย ได้ย้ายไปยังนิคมอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออกของประเทศ เช่น นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เป็นต้น ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติบางส่วน ได้ย้ายฐานการผลิตกว่า 80% ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และยุโรปตะวันออก ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพียง 20% เท่านั้น โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถเปิดไลน์ผลิตได้เพียง 20-30% อย่างไรก็ดี คาดว่าจะสามารถกลับมาผลิตได้ 80% ช่วงเดือนเม.ย.นี้ และคาดว่าจะผลิตได้ 100 % หลังไตรมาส 3 ไปแล้ว
นายวีระ นันทเศรษฐ วิศวกรฝ่ายโรงงาน สำนักงานอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ภาครัฐได้มอบหมายให้จังหวัดจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อนำมาเสนอภาครัฐ และนำไปจัดทำเป็นแผนบริหารจัดการน้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ เส้นทางเดินของน้ำ และการระบายน้ำ ฯลฯ โดยอาศัยองค์ประกอบต่างๆ ทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เพื่อไม่ให้กระทบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
“อยากให้รัฐบาล จัดตั้งกระทรวงบริหารจัดการน้ำขึ้นมาโดยเฉพาะ กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในแต่ละจังหวัด ทั้งระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้มาบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” นายวีระ กล่าว
ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการในนิคมฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ย้ายและปิดกิจการไปแล้วกว่า 30 โรงงาน ประกอบด้วย โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 3 โรง, ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 14 โรง, ในนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 10 โรง, และนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 3 โรง ส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานไปแล้วกว่า 21,374 ราย จากเดิมที่มีแรงงาน 127,901 คน จากจำนวนโรงงานทั้งหมดใน 5 นิคมฯ ที่มีอยู่ 562 โรง
สำหรับโรงงานที่เริ่มกลับมาผลิตแล้วบางส่วน ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 4 โรง, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ 35 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 9 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 33 โรง และเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ 20 โรง และมีโรงงานที่สามารถเปิดไลน์การผลิตได้ 100% แล้วจำนวน 134 โรง แบ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 9 โรง, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ 1 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 39 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 12 โรง และเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ 73 โรง
นายขจรศักดิ์ มหาคุณวรรณ ที่ปรึกษาบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ และนักลงทุนต่างชาติ บริษัทได้เซ็นสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด จัดสร้างเขื่อนกั้นน้ำบริเวณรอบตัวนิคมฯ ความยาวกว่า 77 กิโลเมตร ระดับความสูง 6.05 เมตร จากระดับน้ำทะเล มูลค่าการก่อสร้างรวม 2,200 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นแนวคันกั้นน้ำในฤดูน้ำที่จะถึงนี้ในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. นี้ โดยเริ่มสร้างมาตั้งแต่สิ้นเดือนธ.ค 2554 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนส.ค. 2555
นายสมศักดิ์ สุดประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคานหาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะตัวแทนประชาชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนหวั่นไหวมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการหอพักบริเวณรอบนิคมฯ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างแรงงานในนิคมฯ ทำให้พนักงานบางส่วนต้องย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหางานในแหล่งใหม่
"การปกครองในรูปแบบท้องถิ่น ถือเป็นหัวใจในการปกครองขั้นพื้นฐาน เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่าประชาชนต่างช่วยเหลือกันในช่วงวิกฤติต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้จากประชาชนใน จ.สมุทรสาคร ที่ร่วมใจกันในการระบายน้ำเบื้องต้น" นายสมศักดิ
http://www.suthichai...om/detail/22494
#19
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:40
ดีออกได้ไปทำงานที่ไต้หวันไม่ต้องเสียค่านายหน้าบริษัทผม พนักงานชั่วคราว ปลด 2000 คน
พนักงานประจำ หากไม่ลาออก โดนส่งไปสาขา
ที่ต่างประเทศ .....ตัวผมก้อโดนเนรเทศมาที่ไต้หวัน
เรียบร้อยแล้ว..เพราะมันมัวแต่....เอาอยู่.......
#20
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:42
เสียงเรียกร้องให้ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ และต้องทำแอ็คชั่นแพลนเพื่อให้ข้อมูลกับประชาชน
โดยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา "กรุงเทพธุรกิจทีวีและเนชั่นทีวี" ได้ร่วมกันจัดเสวนาประเด็นร้อนเรื่อง “ฟื้นฟูนิคมฯ หลังน้ำลด รับมือน้ำท่วม” โดยเชิญตัวแทนจากภาคเอกชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ และตัวแทนหน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่ มาร่วมวงเสวนาแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งแผนฟื้นฟูโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมที่ประสบภัย มาตรการป้องกันเพื่อรับมือกับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยการเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ภาพรวมจากเวทีได้ข้อสรุปค่อนข้างชัดเจนว่า ผู้ประกอบการยังไม่มีความมั่นใจต่อแผนฟื้นฟูและป้องกันน้ำของรัฐบาล
แม้ภาครัฐจะพยายามเดินสาย สร้างความเข้าใจ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นการลงทุนในหลายรูปแบบ แต่ผู้ประกอบการเอกชนที่ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ส่วนใหญ่ยังคงมีความวิตกกังวล ต่อแผนป้องกันน้ำท่วมรอบใหม่ ที่ดูเหมือนยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร ประเด็นนี้เป็นเหตุผลหลัก ทำให้ผู้ประกอบการกว่า 30 ราย ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่กล่าวตรงกันว่า อยากเห็น "แอ็คชั่น แพลน" ของรัฐบาลในเรื่องแผนบริหารจัดการและป้องกันน้ำท่วม เพราะสิ่งที่เอกชนประสบอยู่ในขณะนี้ ไม่เพียงแผนงานป้องกันปัญหารอบใหม่ที่ไม่ชัดเจนเท่านั้น แต่ยังพบปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน ที่จะนำมาใช้ในการฟื้นฟูโรงงาน เมื่อบริษัทประกันภัยจ่ายเงินชดเชยให้อย่างล่าช้า และไม่ยอมจ่ายชดเชยให้เป็นก้อน ทำให้เอกชนต้องดิ้นรนแก้ปัญหาเอง ดังเช่นสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ล่าสุดได้ทุ่มงบกว่า 2.2 พันล้านบาท เร่งสร้างเขื่อนกั้นน้ำ หวังดึงนักลงทุนกลับ
นายภากร ศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ช่วงปลายปีที่ผ่านมายังไม่มีความมั่นใจกับนโยบายหรือแผนงานบริหารจัดการน้ำของภาครัฐบาล เนื่องจากแผนดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน เพราะไม่มีแผนที่เป็นรูปธรรม เช่น พื้นที่ในการกักเก็บน้ำ รวมถึงแผนการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนต่างๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ต้องการให้รัฐบาลกำหนดแผนงานให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด หรือกำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุน ทั้งไทยและต่างชาติกลับมาลงทุนในพื้นที่นิคมฯ จ.พระนครศรีอยุธยา และนิคมฯ อื่นๆ ของประเทศ
“ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการต่างๆ ให้เร็วที่สุด เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบข้อมูลต่างๆ และจะต้องทำแอ็คชั่นแพลน เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชน และผู้ประกอบการรับรู้ว่าที่ผ่านมารัฐบาล ได้ลงมือทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อเรียกความมั่นใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนชาวต่างชาติ ให้กับมาลงทุนในประเทศไทยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากว่าการเมืองไทยนิ่งกว่านี้ไปอีก 3-5 ปี การลงทุนของประเทศจะเดินหน้ามากกว่านี้ และอาจก้าวสู่การเป็นฮับของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี” นายภากร กล่าว
ประกันชดเชยช้ากระทบการผลิต
นอกจากประเด็นความเชื่อมั่นเรื่องแผนฟื้นฟูแล้ว ในด้านแหล่งเงินทุนเพื่อการฟื้นฟูกิจการ ของผู้ประกอบการที่ประสบภัยก็มีปัญหาเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกร้องขอเคลมเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยต่างๆ ที่ล่าช้า เนื่องจากบริษัทประกันหลายแห่ง ไม่ยอมจ่ายชดเชยเงินเป็นก้อน แต่จ่ายให้เป็นจุดๆ ไป แต่การฟื้นฟูเครื่องจักรไม่สามารถแก้ไขเป็นจุดๆ ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งความล่าช้านี้ส่งผลเสียต่อการผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องตีสินค้ากลับมายังโรงงาน เพราะสินค้าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ผู้ประกอบการใน 5 นิคมฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กว่า 20 ราย หรือคิดเป็นไม่ถึง 1% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด 562 ราย ได้ย้ายไปยังนิคมอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออกของประเทศ เช่น นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เป็นต้น ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติบางส่วน ได้ย้ายฐานการผลิตกว่า 80% ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และยุโรปตะวันออก ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพียง 20% เท่านั้น โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถเปิดไลน์ผลิตได้เพียง 20-30% อย่างไรก็ดี คาดว่าจะสามารถกลับมาผลิตได้ 80% ช่วงเดือนเม.ย.นี้ และคาดว่าจะผลิตได้ 100 % หลังไตรมาส 3 ไปแล้ว
นายวีระ นันทเศรษฐ วิศวกรฝ่ายโรงงาน สำนักงานอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ภาครัฐได้มอบหมายให้จังหวัดจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อนำมาเสนอภาครัฐ และนำไปจัดทำเป็นแผนบริหารจัดการน้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ เส้นทางเดินของน้ำ และการระบายน้ำ ฯลฯ โดยอาศัยองค์ประกอบต่างๆ ทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เพื่อไม่ให้กระทบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
“อยากให้รัฐบาล จัดตั้งกระทรวงบริหารจัดการน้ำขึ้นมาโดยเฉพาะ กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในแต่ละจังหวัด ทั้งระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้มาบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” นายวีระ กล่าว
ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการในนิคมฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ย้ายและปิดกิจการไปแล้วกว่า 30 โรงงาน ประกอบด้วย โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 3 โรง, ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 14 โรง, ในนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 10 โรง, และนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 3 โรง ส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานไปแล้วกว่า 21,374 ราย จากเดิมที่มีแรงงาน 127,901 คน จากจำนวนโรงงานทั้งหมดใน 5 นิคมฯ ที่มีอยู่ 562 โรง
สำหรับโรงงานที่เริ่มกลับมาผลิตแล้วบางส่วน ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 4 โรง, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ 35 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 9 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 33 โรง และเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ 20 โรง และมีโรงงานที่สามารถเปิดไลน์การผลิตได้ 100% แล้วจำนวน 134 โรง แบ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 9 โรง, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ 1 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) 39 โรง, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 12 โรง และเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ 73 โรง
นายขจรศักดิ์ มหาคุณวรรณ ที่ปรึกษาบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ และนักลงทุนต่างชาติ บริษัทได้เซ็นสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด จัดสร้างเขื่อนกั้นน้ำบริเวณรอบตัวนิคมฯ ความยาวกว่า 77 กิโลเมตร ระดับความสูง 6.05 เมตร จากระดับน้ำทะเล มูลค่าการก่อสร้างรวม 2,200 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นแนวคันกั้นน้ำในฤดูน้ำที่จะถึงนี้ในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. นี้ โดยเริ่มสร้างมาตั้งแต่สิ้นเดือนธ.ค 2554 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนส.ค. 2555
นายสมศักดิ์ สุดประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคานหาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะตัวแทนประชาชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนหวั่นไหวมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการหอพักบริเวณรอบนิคมฯ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างแรงงานในนิคมฯ ทำให้พนักงานบางส่วนต้องย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหางานในแหล่งใหม่
"การปกครองในรูปแบบท้องถิ่น ถือเป็นหัวใจในการปกครองขั้นพื้นฐาน เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่าประชาชนต่างช่วยเหลือกันในช่วงวิกฤติต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้จากประชาชนใน จ.สมุทรสาคร ที่ร่วมใจกันในการระบายน้ำเบื้องต้น" นายสมศักดิ์ กล่าว
http://www.suthichai...om/detail/22494
บริษัทผม พนักงานชั่วคราว ปลด 2000 คน
พนักงานประจำ หากไม่ลาออก โดนส่งไปสาขา
ที่ต่างประเทศ .....ตัวผมก้อโดนเนรเทศมาที่ไต้หวัน
เรียบร้อยแล้ว..เพราะมันมัวแต่....เอาอยู่.......
ใช่ไปเลย15ล้านเสียงไม่ต้องการแดงทั้งจังหวัด55555โรงงานอำมาตย์ ไม่เห็นใจพี่น้องประชาชน
จะไปไหนก็ไป 15 ล้านเสียงไม่ต้องการ
#23
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:47
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
#24
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:01
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
ผมมีที่ขำกว่าคุณนะ
โอยคิดแล้วขำประเทศเพื่อนบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ผู้นำเขามีความคิดกว่าผู้นำเราเยอะถึงเขาไม่มีแผนป้องกันน้ำท่วม
แต่เขาไม่เจตนาปล่อยน้ำฆ่าประชาชนของเขานี่ต้นปีนายกว.5เริ่ม
ปล่อยใส่ชาวอยุธยาแดงเทียมอีกแล้ว ขำว่ะ
Edited by Kepler-22b, 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:02.
- fairladyz likes this
#25
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:05
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
เอาเป็นว่าไปคิดมาดีๆ แล้วค่อยตอบว่า
เขาย้ายเพราะ
น้ำมันท่วมเป็นปกติหรือเพราะไม่มีแผนจัดการบริหารน้ำที่ดีพอ
หรือถ้าสมองจะเข้าใจภาษาได้ง่ายๆ คือ ไม่มีปัญญา
#26
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:06
ไร้สาระ ใครปล่อยน้ำฆ่าประชาชน ให้ถูกด่าเล่น คุณเป็นรัฐบาลคุณคงปันยาอ่อนมาก ที่ปล่อยน้ำเพื่อฆ่าประชาชนตัวเองให้ถูกด่า
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
ผมมีที่ขำกว่าคุณนะ
โอยคิดแล้วขำประเทศเพื่อนบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ผู้นำเขามีความคิดกว่าผู้นำเราเยอะถึงเขาไม่มีแผนป้องกันน้ำท่วม
แต่เขาไม่เจตนาปล่อยน้ำฆ่าประชาชนของเขานี่ต้นปีนายกว.5เริ่ม
ปล่อยใส่ชาวอยุธยาแดงเทียมอีกแล้ว ขำว่ะ
เรื่องคือ อะไร ไม่ไปถาม ลูกรักบรรหาร และทีมงานข้าราชการ ในกระทรวงเกษตร ที่วางเอาไว้ สมัย รัฐบาลอภิสิทธิ์ ละครับ
ทำเป็นเก่ง น้ำท่วมปี53 แผนจัดการน้ำอะไรไม่มีเลย แจก5000 แล้วด่านักข่าว3 จากนั้นเปิดตูดหนี มาแก้รัฐธรรมนูญ ตอนนั้นไม่ทำแผนจัดการน้ำละ แล้วมาด่าคนจะทำแผนจัดการน้ำ
ละอายจัง ..
#27
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:09
ประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
เอาเป็นว่าไปคิดมาดีๆ แล้วค่อยตอบว่า
เขาย้ายเพราะ
น้ำมันท่วมเป็นปกติหรือเพราะไม่มีแผนจัดการบริหารน้ำที่ดีพอ
หรือถ้าสมองจะเข้าใจภาษาได้ง่ายๆ คือ ไม่มีปัญญา
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
#28
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:18
ไร้สาระ ใครปล่อยน้ำฆ่าประชาชน ให้ถูกด่าเล่น คุณเป็นรัฐบาลคุณคงปันยาอ่อนมาก ที่ปล่อยน้ำเพื่อฆ่าประชาชนตัวเองให้ถูกด่า
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
ผมมีที่ขำกว่าคุณนะ
โอยคิดแล้วขำประเทศเพื่อนบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ผู้นำเขามีความคิดกว่าผู้นำเราเยอะถึงเขาไม่มีแผนป้องกันน้ำท่วม
แต่เขาไม่เจตนาปล่อยน้ำฆ่าประชาชนของเขานี่ต้นปีนายกว.5เริ่ม
ปล่อยใส่ชาวอยุธยาแดงเทียมอีกแล้ว ขำว่ะ
เรื่องคือ อะไร ไม่ไปถาม ลูกรักบรรหาร และทีมงานข้าราชการ ในกระทรวงเกษตร ที่วางเอาไว้ สมัย รัฐบาลอภิสิทธิ์ ละครับ
ทำเป็นเก่ง น้ำท่วมปี53 แผนจัดการน้ำอะไรไม่มีเลย แจก5000 แล้วด่านักข่าว3 จากนั้นเปิดตูดหนี มาแก้รัฐธรรมนูญ ตอนนั้นไม่ทำแผนจัดการน้ำละ แล้วมาด่าคนจะทำแผนจัดการน้ำ
ละอายจัง ..
สรุปอีโง่กลวง
ไม่ต้องรับผิดชอบ
จัดการเชี่ยไร
ใช่เปล่า
แต่เห็นวันก่อน
จัดงานเลี้ยง
ขอบคุณประเทศไทยที่น้ำท่วม
หลังจากนั้น
น้ำก็ท่วม 4SS
ชั้น 7
#29
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:20
ไม่ต้องไปนั่งหางานในนิคม
มีแต่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
ไม่เคยนึกถึงความเดือดร้อนของคนอื่นหรอก
#30
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:38
ไร้สาระ ใครปล่อยน้ำฆ่าประชาชน ให้ถูกด่าเล่น คุณเป็นรัฐบาลคุณคงปันยาอ่อนมาก ที่ปล่อยน้ำเพื่อฆ่าประชาชนตัวเองให้ถูกด่า
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
ผมมีที่ขำกว่าคุณนะ
โอยคิดแล้วขำประเทศเพื่อนบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ผู้นำเขามีความคิดกว่าผู้นำเราเยอะถึงเขาไม่มีแผนป้องกันน้ำท่วม
แต่เขาไม่เจตนาปล่อยน้ำฆ่าประชาชนของเขานี่ต้นปีนายกว.5เริ่ม
ปล่อยใส่ชาวอยุธยาแดงเทียมอีกแล้ว ขำว่ะ
เรื่องคือ อะไร ไม่ไปถาม ลูกรักบรรหาร และทีมงานข้าราชการ ในกระทรวงเกษตร ที่วางเอาไว้ สมัย รัฐบาลอภิสิทธิ์ ละครับ
ทำเป็นเก่ง น้ำท่วมปี53 แผนจัดการน้ำอะไรไม่มีเลย แจก5000 แล้วด่านักข่าว3 จากนั้นเปิดตูดหนี มาแก้รัฐธรรมนูญ ตอนนั้นไม่ทำแผนจัดการน้ำละ แล้วมาด่าคนจะทำแผนจัดการน้ำ
ละอายจัง ..
น่านสิเพราะคุณคิดว่าปัญญาอ่อนคิดไม่ถึงแบบนี้ไง
พรรคเพ้อไทยมันเลยเอาจุดอ่อนแบบนี้มาใช้ควายๆ นึกไม่ถึงหรอก
ไม่กล้านึกว่าใครจะกล้าทำ
ถามทำไมเปลืองน้ำลายบรรหารบ้านน้ำไม่ท่วมรู้กันกับปูเป็นอย่างดี
บ้านปูก็ไม่ท่วมเขาท่วมกันทั่วกรุงกะจะฆ่าประชาชนรอบกรุงให้หมด
เลือกตั้งเป็นรัฐบาลเข้ามามีอำนาจอยู่ในมือแล้วแต่เผอิญสวรรค์ไม่เข้าข้าง
ปล่อยน้ำฆ่าคนไม่เข้าเป้าได้แค่ 816 ศพ
โอ้ยแผ่นเสียงตกร่อง ติดหล่ม ปี53เหรอ นี่ปี 55 น้ำท่วมต้นปีเคยมีที่ไหนหามาดูหน่อยสิ
ละอายเถอะ
#31
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:43
... อุตสาหกรรมต้องย้ายฐานการผลิต ก็เพราะ มาร์ก หนีไปเที่ยว มัลดีฟ ไม่อยู่ช่วยน้ำท่วม
... บราๆาๆาาๆาา เพราะ มาร์ก หนีไปเที่ยว มัลดีฟ...
.... แดง กำลังขอ QC ..
- อานุง อัน รามา, kaidum and คนสับปะหลี้ like this
#32
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:51
ประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
เอาเป็นว่าไปคิดมาดีๆ แล้วค่อยตอบว่า
เขาย้ายเพราะ
น้ำมันท่วมเป็นปกติหรือเพราะไม่มีแผนจัดการบริหารน้ำที่ดีพอ
หรือถ้าสมองจะเข้าใจภาษาได้ง่ายๆ คือ ไม่มีปัญญา
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
สมองชาวบ้าน
นักธุรกิจที่ไหนเขาอยากได้เงินประกันค่าน้ำท่วมแทนธุรกิจเติบโต
เขาทำธุรกิจเขาอยากให้ธุรกิจเขาเจริญเติบโต ลงทุนปีนึงหวังเงินประกัน
หมื่นล้านคงมีแต่คนตายเพื่อประชาธิปไตย(ลมๆแล้งๆ)ที่คิดแบบนี้
เขาอยากได้การรับประกันจากรัฐบาลว่าน้ำไม่ท่วมไม่ใช่รับประกันว่าท่วมแล้ว
ได้เงินค่าประกันหมื่นล้านลงทุนปีนี้ปลายปีรับประกันต้นปีหน้าลงทุนใหม่ฉิบหายกันพอดี
เป็นปกติหมายถึงเพื่อนบ้านครับไม่งั้นเขาจะย้ายไปอยู่เหรอ
เขาเห็นว่าผู้นำเพื่อนบ้านปกติด้วย
ส่วนของเราผิดปกติก็คือการบริหารจัดการจริงๆ น้ำท่วมเป็นสิบนิคมแล้ว
ยังเอาอยู่ อยู่เลย แถมยังมีพวกข่าวลวงรายวันจากศปภ.อีกตรงนี้มันบริหารเทพตรงไหนเหรอตายไป816
โอยใส่ร้ายป้ายสีถนัดจริงๆ กลบขี้ตัวเองไม่มิดจะเอาขี้มาป้ายคนอื่นอีก
หาดใหญ่ไปเอามาจากไหนตกทีไรท่วมทั้งเมืองไอ้ที่ไม่ท่วมล่ะไม่มองหรือฟังเขาเล่ามา
#33
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:18
สามแสนล้านจะเอาไปทำอะไรบ้าง ? กางโครงการมาให้ดูที
#34
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:32
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
กูจะบอกมึ-งให้เอาบุญ กูรู้มาจากผู้ช่วยผูจัดการ บ. ทำอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ แห่งหนึ่ง
พวกพี่ยุ่น มันเริ่มมอง เวียดนาม หรือจีน พร้อมแผน ย้ายฐานการผลิต ซึ่งก็เป็นที่เเน่นอนว่า
เขาจะทำ โรงงานไว้หลายๆที่ เพื่อเเชร์ความเสี่ยง เพราะเขาไม่มั่นใจรัฐบาลไทย ภายใต้การนำ ของอีโง่ยิ่งเละ
พี่ยุ่นระดับสูง มองเวียดนามจริง มองอินโดฯ หรือเเม้กระทั่ง พม่า
เนื่องจาก รัฐบาลของคนพวกนั้น ให้ความมั่นใจได้มากกว่าไทย
การที่เขาจะสั่งของจาก ไทยอีก มันเป็นเรื่อง น่าตกใจเพราะเขาให้ ข้อกำหนดมา 3 ข้อ คือ
1. บริษัทคู่ค้าไม่สั่งพาร์ทจาก รง. ไทยอีก เพราะ ทำความเสียหายให้เขามาก เนื่องจาก น้ำท่วม
ทำให้เขาไปสั่งจากที่อื่น ซึ่งของเเบบนี้ มันจะ มี PO มาก่อน เเละ Order ซึ่ง มันไม่เหมือน
การไปสั่งส้มตำนะ ใครได้ Order ไป มักจะได้ทำยาวๆไปเลย เเล้วเเต่ Model
บ. หรือ รง. ทางไทย ก็อดเเดกไปแล้วด้วยประการฉะนี้
2. บริษัทคู่ค้าจะสั่งพาร์ทจากไทยจากเขต . หรือ รง.ที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมเท่านั้น
3. บริษัทคู่ค้าจะสั่งพาร์ทจากไทยในเขตที่น้ำท่วมก็ได้ เเต่ต้องมีเเผนการและเงื่อนไขในการ ฯลฯ
ท่านผู้ช่วยผูจัดการ บอกว่า ทุกวันนี้ จาก Order เป็น พันๆ ตอนนี้มีเเค่ 50 กว่าตัว
รง. ที่โรจนะ ปิดไป 2 ส่วน รง. ที่นวฯ ยังกะเมืองร้าง เปิดทำการก็ไม่มาก ไม่เต็ม capacity
ถึงอยากจะเต็ม capacity ก็เครื่องจักรขึ้นสนิม เเล้วจะทำเหี้-ยไรได้
ต่อให้ไปทำ กำแพงกั้นน้ำ ตามนิคมต่างๆ ก็ไม่ได้รับความเชื่อมั่น เพราะถ้าน้ำท่วมขึ้นมา
นิคมอาจจะถูกป้องกันให้น้ำไม่ท่วม แต่อย่าลืมว่า เเรงงานล่ะ เเรงงานจะนั่งรถมาทำงานกันยังไง
รถที่ขนส่งพนักกงานมา รง. จะมาอีท่าไหน หรือ จะเอาเรือ มาทำงาน
กูว่า ชิบหายเเล้วล่ะ นักลงทุน เขาไม่มั่นใจ รัฐบาลอีร่าน 4 ซีซั่นเเล้ว
ที่มึ-ง มาเถียงๆ เนี่ย หัดไปหาความรู้จากวงในบ้างนะ
เเล้ว รง. ในนิคมต่างๆ มันปิดตัวเอง ย้ายฐานไปแล้ว เรียบร้อย
ถ้ากูพูดแล้วมันไม่จริง กูนี่แหละ คงจะไม่เจริญเอง เพราะ สัจจะไม่มี
แต่กูพูดเเต่สิ่งที่จริงเท่านั้นว่ะ
มึ. ง ก็เชิญ แถไปเลย ไอ้พวกควายยยยยยยยยยยยยยยยยย
Edited by Bomber_Man, 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:41.
- Charlie, V.Junior for Vendetta, ศรอรชุน and 4 others like this
#35
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:45
มรรึงเคยเห็น 3 แสนล้าน แดรกกันในรัฐบาลกันเองหรือเปล่า มั่นใจยังไง 3 แสนล้านจะแก้น้ำท่วมได้ อีปูกล้าเอาบริษัทมันลงขันมั้ย ถ้าแก้น้ำท่วมไม่ได้ ขายบริษัทมัน ขายบ้านจันทร์ส่องหมา ให้ทรัพย์สินทั้งหมดของมัน ตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อชดเชยเงินที่กู้มา เอามั้ยล่ะประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
เอาเป็นว่าไปคิดมาดีๆ แล้วค่อยตอบว่า
เขาย้ายเพราะ
น้ำมันท่วมเป็นปกติหรือเพราะไม่มีแผนจัดการบริหารน้ำที่ดีพอ
หรือถ้าสมองจะเข้าใจภาษาได้ง่ายๆ คือ ไม่มีปัญญา
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
- Bomber_Man likes this
#36
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:51
......
ประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
แล้วไอ้ที่สั่งกักน้ำในเขื่อนจนต้องเร่งระบาย แล้วต้องมาจ่ายชดเชยล่ะ ขนาดรู้ว่าพายุเข้ามาไม่รู้กี่ลูก เพราะกลัวเก็บข้าวไม่ทัน
สุดท้ายข้าวก็ไม่ได้เกี่ยว บ้านช่องshipหายอย่างที่เห็น แค่นั้นไม่พอ เจือกเอาบิ๊กแบ๊กมากักน้ำให้ชาวบ้านอ่วมอีก
ถามจริง ๆ เหอะ ช่วงน้ำท่วมหนีไปดูไบหรือเปล่าเนี่ยะ เลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย
#37
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:51
http://www.matichon....pid=03&catid=01
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคสนับสนุนการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้าย เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้วไม่ได้เป็นการทิ้งทวนหรือสร้างความเสียหายอย่างที่วิจารณ์กัน แต่เป็นการยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก
“การวิพากษ์วิจารณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องที่เกินกว่าความคาดหมาย เพราะว่าเขาต้องการขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้ว”
**********************************************************************
#38
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:54
บิ้กแบ๊ก เป็นแนวคิด ดอกเตอร์ พิจิตร รัตตกุล ดูนามสกุลก็รู้!!
......
ประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
แล้วไอ้ที่สั่งกักน้ำในเขื่อนจนต้องเร่งระบาย แล้วต้องมาจ่ายชดเชยล่ะ ขนาดรู้ว่าพายุเข้ามาไม่รู้กี่ลูก เพราะกลัวเก็บข้าวไม่ทัน
สุดท้ายข้าวก็ไม่ได้เกี่ยว บ้านช่องshipหายอย่างที่เห็น แค่นั้นไม่พอ เจือกเอาบิ๊กแบ๊กมากักน้ำให้ชาวบ้านอ่วมอีก
ถามจริง ๆ เหอะ ช่วงน้ำท่วมหนีไปดูไบหรือเปล่าเนี่ยะ เลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย
#39
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:59
บิ้กแบ๊ก เป็นแนวคิด ดอกเตอร์ พิจิตร รัตตกุล ดูนามสกุลก็รู้!!
......
ประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
แล้วไอ้ที่สั่งกักน้ำในเขื่อนจนต้องเร่งระบาย แล้วต้องมาจ่ายชดเชยล่ะ ขนาดรู้ว่าพายุเข้ามาไม่รู้กี่ลูก เพราะกลัวเก็บข้าวไม่ทัน
สุดท้ายข้าวก็ไม่ได้เกี่ยว บ้านช่องshipหายอย่างที่เห็น แค่นั้นไม่พอ เจือกเอาบิ๊กแบ๊กมากักน้ำให้ชาวบ้านอ่วมอีก
ถามจริง ๆ เหอะ ช่วงน้ำท่วมหนีไปดูไบหรือเปล่าเนี่ยะ เลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย
#40
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 20:00
คนดีจริงไม่โกงที่วัด ไม่ยุแยงให้คนแตกแยก ไม่หลอกคนอื่นให้มารับเคราะห์ตายแทน
#41
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 20:06
#42
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 20:09
ประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
เอาเป็นว่าไปคิดมาดีๆ แล้วค่อยตอบว่า
เขาย้ายเพราะ
น้ำมันท่วมเป็นปกติหรือเพราะไม่มีแผนจัดการบริหารน้ำที่ดีพอ
หรือถ้าสมองจะเข้าใจภาษาได้ง่ายๆ คือ ไม่มีปัญญา
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
ไงครับไอ้*** เข้ามาเห่าทุกกระทู้เลยนะ
พิมพ์ขอโทษผู้ว่า กทม.รึยังวะ ยังไม่ต้องเสือกไปไกลถึงหาดใหญ่
#43
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 20:15
ถกครมมาร์ค.นัดสุดท้ายอัปยศอนุมัติงบนาทีละ100ล้าน
http://www.matichon....pid=03&catid=01
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคสนับสนุนการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้าย เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้วไม่ได้เป็นการทิ้งทวนหรือสร้างความเสียหายอย่างที่วิจารณ์กัน แต่เป็นการยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก
“การวิพากษ์วิจารณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องที่เกินกว่าความคาดหมาย เพราะว่าเขาต้องการขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้ว”
**********************************************************************
ไม่ได้จับผิดอะไรนะ แต่เวลาอ้างข่าวนะขอให้อ้างให้มันถูกต้องด้วยนะครับ จะแถก็แถให้เนียนๆหน่อย ข้อความที่ Quote มานั้นเอามาจากไหน หรือว่าคิดเอาเอง หรือว่าใครๆก็รู้ ^^
"ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ" - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
"คนเราสามารถเปลี่ยนต้นไม้ประหลาด ให้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนคนผิดให้เป็นพระเจ้า เปลี่ยนสีขาวให้เป็นสีดำ เพียงเพราะความเชื่อของตัวเองเพียงเท่านั้น"
#44
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 20:28
บิ้กแบ๊ก เป็นแนวคิด ดอกเตอร์ พิจิตร รัตตกุล ดูนามสกุลก็รู้!!
......
ประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
แล้วไอ้ที่สั่งกักน้ำในเขื่อนจนต้องเร่งระบาย แล้วต้องมาจ่ายชดเชยล่ะ ขนาดรู้ว่าพายุเข้ามาไม่รู้กี่ลูก เพราะกลัวเก็บข้าวไม่ทัน
สุดท้ายข้าวก็ไม่ได้เกี่ยว บ้านช่องshipหายอย่างที่เห็น แค่นั้นไม่พอ เจือกเอาบิ๊กแบ๊กมากักน้ำให้ชาวบ้านอ่วมอีก
ถามจริง ๆ เหอะ ช่วงน้ำท่วมหนีไปดูไบหรือเปล่าเนี่ยะ เลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ผมหมายถึงกักน้ำ ที่ฟ้องศาลกันไม่ให้กั้นบิ๊กแบ๊กที่บางบัวทอง และรังสิต
ชาวบ้านเขาฟ้องศปภ. ก็คือ รัฐบาลครับ แนวคิดบิ๊กแบ๊กเขาใช้เวลากันน้ำก่อนท่วม
เพราะจะไม่ต้องใช้แรงงานคนมาก และทำได้รวดเร็ว ไม่ใช่ตั้งไว้กักน้ำไม่ให้ออก
#45
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 20:52
ถกครมมาร์ค.นัดสุดท้ายอัปยศอนุมัติงบนาทีละ100ล้าน
http://www.matichon....pid=03&catid=01
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคสนับสนุนการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้าย เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้วไม่ได้เป็นการทิ้งทวนหรือสร้างความเสียหายอย่างที่วิจารณ์กัน แต่เป็นการยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก
“การวิพากษ์วิจารณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องที่เกินกว่าความคาดหมาย เพราะว่าเขาต้องการขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้ว”
**********************************************************************
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่า เร่งอนุมัติเงินแสนล้านบาท ซึ่งจริงๆ แล้วการอนุมัติโครงการหรืองบประมาณไม่ได้มากขนาดนั้น ตนไม่ทราบว่ามีการบวกตัวเลขกันอย่างไร เพราะบางเรื่องไม่ได้เป็นการอนุมัติเงินใหม่ เป็นเพียงการมาดำเนินการตามแผนที่ได้อนุมัติไปแล้ว ส่วนเงินที่อนุมัติไปยอดใหญ่ๆ เช่น ค่าตอบแทนของบุคลากรทางการแพทย์กว่า 4,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการจัดการเลือกตั้งกว่า 3,000 ล้านบาท รวมถึงค่าชดเชยความเสียหายจากภัยพิบัติ ปัญหาชายแดน ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นจำนวนเงินหลักพันล้านเท่านั้น
นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อว่า สาเหตุที่ต้องอนุมัติเงินในหลายโครงการ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ห้าม ครม.หลังการยุบสภา อนุมัติงานหรือโครงการใด ๆ ที่มีผลผูกพัน ครม.ชุดต่อไป ซึ่งบทบัญญัตินี้ยังไม่เคยมีใครตีความ นั่นหมายความว่า จะทำงานอะไรก็ตาม ถ้าไปเกี่ยวกับ ครม.ชุดต่อไป อนุมติไม่ได้ แต่งานของประเทศ ของกระทรวง ต้องเดินต่อในการแก้ไขปัญหา หากมีการยุบสภา บางโครงการต้องไปขออนุญาตจาก กกต. ก็จะทำให้ยุ่งยากมากขึ้น
http://www.mcot.net/...age/204948.html
http://www.thaidrago...=48:2&Itemid=87คลังเตรียมชงข้อมูลเงินในกระเป๋าให้รัฐบาลใหม่ แจงมีทรัพย์ให้ถลุงในงบปี 2555 สูงกว่า 4 ล้านล้านบาท
แหล่งข่าวกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงได้เตรียมข้อมูลรายได้ภาครัฐที่รัฐบาลใหม่สามารถใช้จ่ายตามนโยบายหาเสียงไว้ในปีงบประมาณ 2555 ไว้แล้ว
โดยมีวงเงินทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านล้านบาท ซึ่งมาจาก 1.รายได้ภาษีและรายได้อื่นๆ ที่จะเก็บได้ 2.18 ล้านล้านบาท มากกว่าที่คาดไว้เดิม 1.9 ล้านล้านบาท เนื่องจากตัวเลขการเก็บรายได้ 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 รายได้ก็สูงกว่าเป้าแล้ว 15-16% จึงคาดว่าทั้งปีจะมีรายได้ทั้งสิ้น 182-1.83 ล้านบาท สูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ 1.65 ล้านล้านบาท ทำให้คาดการณ์ในปีงบประมาณ 2555 จะเก็บได้สูงกว่าเป้าเดิมไม่ต่ำกว่า 15%
2.เงินกู้จากต่างประเทศซึ่งปัจจุบันมียอดหนี้สาธารณะอยู่ที่ 4.24 ล้านล้านบาท หรือ 41.03% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ยังต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ตั้งไว้ 60% ของจีดีพี ทำให้รัฐบาลใหม่สามารถกู้เงินได้อีก 1.8 ล้านล้านบาท และ
3. เงินคงคลังที่ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท คาดว่าสิ้นปีเงินคงคลังยังอยู่ในระดับสูง เพราะการเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2554 เกินเป้าจำนวนมาก
“รัฐบาลมีเงินใช้จ่ายทำนโยบายต่างๆ กว่า 4 ล้านล้านบาท ซึ่งขึ้นกับรัฐบาลใหม่ว่าจะเข้ามาทำงบประมาณปี 2555 ใหม่อย่างไร จะเพิ่มโครงการมากน้อยขนาดไหน โดยกรอบงบประมาณ 2555 เดิมตั้งไว้ 2.25 ล้านล้านบาท เป็นงบแบบขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท แต่เชื่อว่าคงมีการรื้อทำใหม่หมด เพราะรายได้เพิ่มขึ้น” แหล่งข่าวระบุ
เงินในอากาศหาไว้ให้ใช้แล้วเจีอกไม่มีปัญญาบริหาร อีโง่ ก่อนมารค์มาเป็นเงินคงคลังเหลือ 5 หมื่นล้าน บ เอง
เปิดกะลามาดูแสงสว่างโลกภายนอกบ้างฟายอดีต รมว.คลัง ยอมรับ รัฐบาลชุดก่อนคงคลังเหลือ 5 หมื่นล้าน จริง ตามที่ “รัฐบาลมาร์ค” แฉกลางสภา ระบุ ช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.51 เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า และไม่ได้กู้เงิน จึงต้องแคะเงินคลังหลวง 1.7 แสนล้าน เพื่อมาใช้จ่าย ยันเป็นการใช้ตามปกติ ไม่ใช่การผลาญเงิน แต่เป็นการบริหารแบบทักษิโณมิกส์
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวแสดงการยอมรับกรณีที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ระบุว่า ช่วงที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีได้มีการนำเงินคงคลังไปใช้จำนวนมาก และเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบัน เพราะมีเงินคงคลังเหลือเพียง 5 หมื่นล้านบาท โดยเปิดเผยรายละเอียดว่า ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2551 ช่วงที่ตนเองเป็นรัฐบาล ได้มีการใช้เงินคงคลังไปจำนวน 1.68 แสนล้านบาท ทำให้เงินคงคลังที่มีอยู่สิ้นเดือน ก.ย.2551 จำนวน 2.29 แสนล้านบาท เหลือสิ้นเดือนธ.ค. 2551 แค่ 5.28 หมื่นล้านบาท
นายสุชาติ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องใช้เงินไปเป็นจำนวนมาก เพราะในช่วงนั้น การเก็บรายได้น้อยกว่ารายจ่าย และรัฐบาลไม่ได้กู้เงิน ทำให้ต้องใช้เงินคงคลังจำนวนมาก
“ผมไม่ได้ผลาญเงินตามที่รัฐบาลกล่าวหา รัฐบาลใช้เงินคงคลังไป 1.7 หมื่นล้านบาทจริง แต่เป็นการใช้ตามปกติ ไม่ได้เป็นเรื่องของน้ำลดตอผุด เป็นการใช้เงินตามนโยบายรัฐบาล แต่บอกไม่ได้ว่าไปใช้ในเรื่องอะไร”
นายสุชาติ ยังได้ชี้แจงว่า ในช่วงดังกล่าวรัฐบาลเก็บรายได้จำนวน 2.75 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าร่วม 5.5 หมื่นล้านบาท แต่มีรายจ่ายถึง 4.04 แสนล้านบาท มากกว่าปกติ เพราะต้องการเร่งเบิกจ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ขาดดุลงบประมาณ 1.29 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ รัฐบาลชุดก่อนยังขาดดุลนอกงบประมาณอีก 7.91 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดดุลมากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 3 หมื่นล้านบาท ส่งผลทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดในช่วงดังกล่าวถึง 2.08 แสนล้านบาท รัฐบาลกู้เงินมาชดเชยจำนวน 4 หมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดอีก 1.68 แสนล้านบาท จึงต้องไปใช้เงินคงคลัง
นายสุชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า การเหลือเงินคงคลังแค่ 5.28 หมื่นล้านบาท ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาสภาพคล่องกับรัฐบาลในตอนนั้น พร้อมยอมรับว่า ช่วงที่ตนเองดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง ได้ปรึกษากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการบริหารการเงินการคลังเพียงคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากบริหารเศรษฐกิจแบบทักษิโณมิกส์
Edited by nnnn43, 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:39.
#46
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:09
มันอ่านข่าว ตอนสื่อข่าวสัด มติชินมันใส่ร้าย แต่ตอนเค้ามาแก้ข่าว มันไม่อ่าน
ถกครมมาร์ค.นัดสุดท้ายอัปยศอนุมัติงบนาทีละ100ล้าน
http://www.matichon....pid=03&catid=01
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคสนับสนุนการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้าย เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้วไม่ได้เป็นการทิ้งทวนหรือสร้างความเสียหายอย่างที่วิจารณ์กัน แต่เป็นการยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก
“การวิพากษ์วิจารณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องที่เกินกว่าความคาดหมาย เพราะว่าเขาต้องการขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้ว”
**********************************************************************
ไม่ได้จับผิดอะไรนะ แต่เวลาอ้างข่าวนะขอให้อ้างให้มันถูกต้องด้วยนะครับ จะแถก็แถให้เนียนๆหน่อย ข้อความที่ Quote มานั้นเอามาจากไหน หรือว่าคิดเอาเอง หรือว่าใครๆก็รู้ ^^
- fairladyz likes this
#47
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:21
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
โลกไม่ได้มีประเทศไทยเป็นแกนกลางนะโว้ยครับ
คนฉลาดๆเขาเห็นความกลวงของรัดบานก็เผ่นไปหมดแล้ว
ประเทศอื่นยังมีเยอะแยะไม่รู้หรือไง ออกมาจากกะลาได้แล้ว
#48
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:24
ถกครมมาร์ค.นัดสุดท้ายอัปยศอนุมัติงบนาทีละ100ล้าน http://www.matichon....pid=03&catid=01 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคสนับสนุนการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้าย เพราะเมื่อพิจารณาดูแล้วไม่ได้เป็นการทิ้งทวนหรือสร้างความเสียหายอย่างที่วิจารณ์กัน แต่เป็นการยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก “การวิพากษ์วิจารณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องที่เกินกว่าความคาดหมาย เพราะว่าเขาต้องการขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้ว” **********************************************************************
ก็ถูกแล้วนี่รัฐบาลมาร์คทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน
แต่ปูว.54ซีซั่นทำงานเพิ่มปัญหาให้ประชาชน
#49
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:30
......
ประเทศเพื่อนบ้านเรา มีแผนจัดการน้ำไหมครับเพ่ ลงทุน3แสนล้านเหมือนประเทศไทยไหมครับเพ่
น้ำท่วมปกติ กับผีคุณละครับเพ่ พายุเข้าติดต่อกันกี่ลูก
เอาแค่หาดใหญ่ ตกทีไรท่วมทั้งเมืองทุกที ไม่ทราบพรรคใหนบริหารครับเพ่ แผนจัดการน้ำคงดีมากเลยนะครับเพ่
แล้วคุณเคยดูข่าวหรือว่าดูช่องอื่นนอกจาก DNN บ้างหรือเปล่าถึงมาถามแบบนี้ ประเทศเพื่อนบ้านเราตอนนี้แค่ระบบโทรคมนาคมเค้าใช้ 4G กันบ้างแล้ว บ้านเรา 3G เพิ่งจะมา แค่นี้ก็น่าจะคิดได้นะ ไม่งั้นเอกชนเค้าไม่หนีไปหรอก ลองสมมุติว่าเป็นตัวผมเองบ้างผมก็จะย้ายเหมือนกัน เพราะเวลาผ่านมาหลายเดือนแล้วยังไม่มีแผนงานชัดเจน แถมยังสนใจเรื่องแก้กฏหมายอะไรไม่รู้อีก นอกเหนือจากนี้นโยบายเรื่องแจกแทบเล็ตยังไม่มี Roadmap ให้ดูว่าจะพัฒนากันไปอย่างไร คนในวงการศึกษาอย่างผมยังปวดหัวเลย อย่างน้อยก็น่าจะบอกกันบ้างว่ากระทรวงจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อแจกแทบเล็ตแล้วจะมีสื่อมีอะไรไหม โรงเรียนต้องเตรียมตัวกันอย่างไร ต้องปรับเปลี่ยนหลักสูตรหรือไม่ แค่นี้มันยังตอบไม่ได้เลย
เห้อ...ประเทศไทย
"ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ" - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
"คนเราสามารถเปลี่ยนต้นไม้ประหลาด ให้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนคนผิดให้เป็นพระเจ้า เปลี่ยนสีขาวให้เป็นสีดำ เพียงเพราะความเชื่อของตัวเองเพียงเท่านั้น"
#50
ตอบ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 21:37
ข่าวปัญญาอ่อน หาสาระไม่เจอ
30รง. ย้ายไปเพื่อนบ้าน ไม่มั่นใจแผนสู้น้ำ
ประเทศเพื่อบ้านเรามี ลาว เขมร พม่า เวียดนาม
ถามหน่อย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีแผนป้องกันน้ำท่วมไหม ? ยิ่งไปเวียดนามยิ่งโดนหนัก เพราะเจอพายุมากกว่าไทย เขมรจะมีแผนน้ำท่วมอะไร ลาวมีไหม เจอมาก็ท่วมเหมือนกัน
จะย้ายไปมาเลย์ ไปดูค่าแรงก่อน จะัย้ายไปฟิลิปปิน ก็เป็นพื้นที่อุทกภัยเต็มๆ
ถ้าจะย้ายไปมีประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย แล้วอินโดมีแผนสู้น้ำ ที่ไทยจะลงทุนมหาศาลทำไหม ก็ไม่มีอยู่ดี
เห็นข่าวแล้วขำ
เออ กุก็อยากอ่านข่าวดี ๆ เหมือนกันว่ะไอ้น้อง
ประเภทโรงงานหนีน้ำท่วมจากเพื่อนบ้านมาตั้งในไทย เพราะมั่นใจการรับมือน้ำท่วมของอีนกแก้ว
ช่วยหามาให้กุอ่านหน่อยซิ
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











