เค้าบอกว่าคนไทยสืบเชื้อสายมาจากมาเลเซียอ่ะครับพี่น้อง
#1
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 09:13
เพื่อน(อนาคตแฟน)ผมส่งมาให้ดู
ส่วนนึงของข่าวเค้าเล่าว่าคนไทยสืบเชื้อสายมาจากมาเลเซียอ่ะครับ
ไอ้ผมก็อ่านไม่ออก ใครรู้ช่วยแปลทีครับ
~
[阿Jib Gor:“泰裔地位与土著同等”!!!
大马华裔算什么???]
我们一起大大力share出去!!!
马来西亚人民,请你们挣大你们的眼晴,看清清楚楚!!!
阿Jib Gor天天喊的“1 Malaysia”口号,现在已经撤底“破产”!!!
我们大马华裔和印裔,曾经都是建国的功臣,
到现在,我们手上所拿的IC,都还是非土著!
而泰裔,就是“真正的土著”!!!
泰裔地位与土著是同等!!!
请大家帮忙share出去,让更多人民知道国阵种族主义的真相!!!
我们一起在来届大选一起否决国阵!!!
阿Jib Gor已经正式宣布,国阵政府已经正式确认泰裔为大马土著!!!
他也讲:国内泰裔与土著享有同等地位,同时享有土著在全部领域的同等权力,他说,政府一直都将泰裔视为国内的一份子,他们对国家以及政府的忠诚是被肯定的。
他也说,自国父东姑阿都拉曼出任首相后,就已经承认泰裔是我国国民,这也证明泰裔可以享有所有公民应有的权益,包括可申请大学贷学金等,所以泰裔也享有援助金的福利。
阿Jib Gor在吉兰丹做show,是为了拉少数泰裔票罢了,目的是在冲击伊斯兰党。从宣布到落实还要一段很长的时间的。
泰裔的朋友被骗了 !!!
我们,是土生土长的马来西亚人民!!!
很可悲,我国的国阵政府从未公平对待过我们!!!
独立了54年,我们华裔还是被国阵列为“非土著”!!!
这个乌龟宁可承认泰裔都不肯承认红登记的公公婆婆。。。
我们华人交的税是全国税收的90%,却什么地位都没有。。。
这是重要信息,share出去! 我们要让更多人知道真相! 面子书专页:
#4
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:02
แต่ข่าวในจีนมั่วๆก็มี เช่นอเมริกาหนุนการทำรัฐประหารในไทยเพราะแม้วสนิทกับจีนมากไป (เอาเข้าจริง อเมริกาตอนนั้นไม่กล้าประนามหรือกดดันเรามาก แค่ตัดความช่วยเหลือทางทหารเพราะกฎหมายมันตราเอาไว้ เพราะกลัวเราไปเลือกข้างจีน) แถมคนจีนบางคนยังนึกว่าเราเคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกด้วยซ้ำ (ทั้งๆที่ข้อเท็จจริง มีไทยและญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคม หรือมีต่างชาติเข้าไปตั้งเขตปกครองตนเอง)
- Eyey likes this
"Hoot": When I go home people'll ask me, "Hey Hoot, why do you do it man? What, you some kinda war junkie?" You know what I'll say? I won't say a goddamn word. Why? They won't understand. They won't understand why we do it. They won't understand that it's about the men next to you, and that's it. That's all it is.
Quote from Black Hawk Down
#5
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:09
#6
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:13
[Thai status and indigenous same level”!!!
What are the Malaysian people of Chinese descent? ? ?]
A our share exits greatly vigorously!!!
The Malaysian people, please make your eyes to be greatly clear, looks clearly!!!
阿三角帆唛哥 shouted daily “1 Malaysia” slogan, removed bottom now “bankruptcy”!!!
Our Malaysia people of Chinese descent and India, once were the founding of the nation people who has rendered meritorious service,
To the present, the integrated circuit that in our hands takes, is not indigenous!
But Thai, is “true indigenous”!!!
The Thai status and indigenous is the same level!!!
Asked everybody to help the share to exit, makes many people to know the National Front racism the truth!!!
We overrule National Front at an election together!!!
阿三角帆唛哥 formally announced that the National Front government confirmed Thai officially for Malaysia indigenous!!!
He also said:Domestic Thai and indigenous enjoys the equal status, simultaneously enjoys indigenous in the complete domain same level authority, he said that the government regards as a domestic individual contribution Thai, they as well as government to the loyalty of national were affirmed.
He also said that after father Tunku Abdul Rahman becomes the prime minister, acknowledged that Thai is our country national, this also showed that Thai may enjoy all citizen proper rights, including may apply for the university tuition loan, therefore Thai also enjoys the subvention welfare.
阿三角帆唛哥 is on display in Kelantan, to pull some Thai ticket, the goal is attacking Al Gama'a al Islamiyya.From announcing also takes period of very long time to implementation.
Thai friend was deceived!!!
We, are the locally born Malaysian people!!!
Very pitiful, our country's National Front government fairly has never treated us!!!
Independent 54 years, our people of Chinese descent were listed as by National Front “not indigenous”!!!
Edited by Yasuhiro, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:17.
"Hoot": When I go home people'll ask me, "Hey Hoot, why do you do it man? What, you some kinda war junkie?" You know what I'll say? I won't say a goddamn word. Why? They won't understand. They won't understand why we do it. They won't understand that it's about the men next to you, and that's it. That's all it is.
Quote from Black Hawk Down
#7
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:14
เพราะส่วนหนึ่งแห่งความเป็นปึกแผ่นอยุทธยาคือการรวมกับ นครศรีธรรมราช(ศรีธรรมโศกราช) และเมื่อพูดถึงใต้กับมลายูโยงกันอย่างใกล้ชิดและที่มาทางศานาวัฒนธรรมใกล้กัน เลยไปจากนั้นก็พบมนุษย์ชวาอีก
แต่ตอนบนผมไม่แน่ใจ
#8
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:16
อินโด มาเล ไทย ฟิลิปปินส์
เรื่องชาติพันธ์เขาไม่เอามาพูดกันแล้วครับในยุคนี้
เผ่าพันธุ์ผสมกันจนไม่รู้กี่เสี้ยวกันแล้ว
ทั้งไทย จีน มลายู ขอม ลาว มอญ ญวน รามัน ยุโรป
- แมวกระป๋อง, Anubitz and solarsp19 like this
#9
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:21
แต่ คนมาเลย์ แบบ อากงของเรา ก็น่าจะอพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ อีกทีหนึ่ง
ดังนั้น จึงพอสรุปเอาเองว่า คนไทยสืบเชื้อสายมาจากมาเลย์..แต่คนมาเลย์สืบเชื้อสายมาจากจีน..
สรุปสุดท้าย คือ คนไทย สืบเชื้อสายมาจากจีน...ตามตำราเดิม..อิอิ
#10
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:24
ได้ไปดู มิวเซียม สยาม ที่มุม "เรื่องเล่าจากหลุมศพ" เค้าบอกว่า "ณ ที่ตรงนี้" มีคนอยู่มา 3,000-4,000 ปี แล้ว ไม่ได้อพยบมาจากไหน มีหลักฐานเยอะแยะเลย
Edited by GermanManiac, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:24.
#11
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:25
ท่าจะใช่ พวกนับถือเขมรเป็นพ่อ อนาถสุดๆน่าจะสืบเชื้อสายจากเขมรมากกว่าครับ
ไม่เชื่อดูมันกราบพ่อมันดิ
อ้ายโปก อยากตาย
#12
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:38
ซึ่งหาความถูกต้องอันใดมิได้..........เท่าที่อ่านๆดู ก็เน้นอวยชาติพันธุ์ของตัวเอง......แต่อย่างว่า มันก็ขึ้นอยู่กับชาติใดเขียนขึ้นมา
แต่ผมยอมรับว่า......คนมาเล และประเทศมาเล......สร้างและพัฒนาชาติได้เร็วมาก.....จนน่าจะเดินนำเราไปแล้วอย่างน้อย 1-2 ก้าว
ทั้งๆที่คนในชาติของเขา ......ก็ยังมีปัญหาเรื่องชนชั้น และชาติพันธุ์อยู่ไม่น้อยกว่าเรา .....ทั้งแขก ทั้งจีน.....พุทธ อิสลาม
แต่สุดท้ายคนในประเทศเขา ถึงจะมีปัญหากันสักเพียงใด สุดท้ายจะคิดแค่เพียงว่า.........ประเทศชาติต้องมาก่อน...เสมอ
- Eyey likes this
#13
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:45
อย่างนี้ไม่บอกด้วยละ ว่ามนุษย์เกือบทุกคนบนโลกใบนี้ ณ ตอนนี้
มี DNA ของพวกเผ่ากินคนด้วย
โหดร้ายมาก!!!!!
#14
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 11:00
จะพิสูจน์อย่างไรเราก็เผ่าพันธ์เดียวกัน มีแต่ฝรั่งนั่นแหละที่มาแบ่งแยกพวกเรา
เขียนประวัติศาสตร์ให้เพื่อให้เราต้องตีกันเอง หากพวกเราชาวอาเซี่ยน
สมัครสมานสามัคคีชาติใหนก็ตีเราไม่ได้ พิสูจน์มาแล้วตั้งแต่อดีตกาล
จีน มองโกล พยายามรุกรานภูมิภาคนี้กี่ครั้ง? ก็ต้องกลับไปทุกครั้ง
พม่ารบจีน เวียดนามรบมองโกล คิดหรือว่าถ้าแค่เผ่าเดียวจะรับมือได้
พวกเรามีการเรียกเกณฑ์ไพร่พลทั่วภูมิภาคเพื่อสู้กันมาแล้ว
จนจีนต้องใช้วิธีใหม่คือไม่รบแต่เป็นการเจริญสัมพันธ์ไม่ตรีแทน
การที่เราต้องมาเถียงกันทะเลาะกันเพราะพวกตะวันตกทั้งนั้น
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#15
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 11:15
จากการตรวจวัดอายุของโลหะที่ขุดพบที่อารยธรรมบ้านเชียง ล้วนมีอายุเก่าแก่กว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียง และอารยธรรมลุ่มน้ำไทกริ้ส-ยูเฟรติ้ส ห้าร้อยปีถึงหนึ่งพันปีเป็นอย่างน้อย (เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยรับไม่ค่อยได้ แต่จำนนด้วยหลักฐาน เพราะมันหมายถึงต้องรื้อตำราเรียนประวัติศาสตร์ทั่วโลก แล้วมาบัญญัติกันใหม่)
หมายความว่าอาณาจักรฉินรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่นได้เมื่อสี่พันปีที่แล้ว ก็สืบเนื่องจากได้วิทยาการด้านโลหะไปจากบ้านเชียง เพราะไม่พบว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียงในยุคสำริดจะมีเหล็กใว้ใช้ แต่ก่อนหน้านั้นบ้านเชียงผลิตได้ทั้งสำริดและเหล็กแล้ว
ถ้าเปรียบความก้าวหน้าเทียบกับสมัยปัจจุบัน ก็เหมือนกับเราส่งยานอวกาศไปสำรวจแกแล็กซี่อันใกลโพ้นได้ก่อนใครด้วยเทคโนโลยีเคลื่อนย้ายมวลสารที่จะทำให้เดินทางได้เร็วกว่าแสงได้แบบไม่มีขีดจำกัด ในขณะที่ประเทศอื่นๆทั่วไปยังใช้กระสวยอวกาศไปได้แค่ดวงจันทร์ ประมาณนั้น
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#16
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 11:45
จะแบ่งเขาแบ่งเราทำไม ว่าคนโน้นมาจากนั่นจากนี่ ยกเว้นไอ้เจ๊กนิติราษฏร์โคตรเง่าศักราชของมันมาจากจีน
มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่าน แต่กลับสังสอนลูกสอนหลานไห้เนรคุณ จำพวกนี้ต้องจัดกลุ่มให้มากกว่า
#17
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:12
"ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ" - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
"คนเราสามารถเปลี่ยนต้นไม้ประหลาด ให้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนคนผิดให้เป็นพระเจ้า เปลี่ยนสีขาวให้เป็นสีดำ เพียงเพราะความเชื่อของตัวเองเพียงเท่านั้น"
#18
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:18
จริงๆเราใกล้กว่าที่เราคิด
สถาปัตยกรรมปัตตานี : คู่แฝดเรือนไทย เรือนตรังกานู
สถาปัตยกรรมปัตตานี :หินแห่งความตาย....ศิลปะร่วมไทย และ มลายู
สถาปัตยกรรมปัตตานี : หลังคาทรงบัว - Waqaf Roof
Edited by sigree, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:21.
#19
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:27
Edited by ดราม่า, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:28.
#20
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:42
#21
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:43
#22
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:56
บรรพบุรุษของเราคือลิงครับ ลิงแต้ๆ
ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วไม่ใช้นะ
เขาไม่เรียกมนุษย์โบราณว่าลิง
แต่ต้องบอกว่าลิงแยกสายพันธุ์จากมนุษย์เมืองราวๆ 5แสน -1 ล้านปีก่อน
ถ้าให้ถูกต้องบอกเป็นญาติกัน...ไอ้ตู่ยืนยันเรื่องนี้ได้ไปดูหน้ามันดิ
Edited by ดราม่า, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:57.
#23
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:23
แท้จริงเป็นอย่างไรผมไม่ทราบ ทราบแต่แถวบ้านเรา (ไทย ลาว พม่า เขมร มาเลย์) ชอบเอาเรื่องชนชาติมาเล่นตอนหาเสียงเรื่อยเลย
แล้วประชาคมอาเซียนมันจะสำเร็จดังฝันมั้ยนั่น
#24
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:24
บรรพบุรุษของเราคือลิงครับ ลิงแต้ๆ
ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วไม่ใช้นะ
เขาไม่เรียกมนุษย์โบราณว่าลิง
แต่ต้องบอกว่าลิงแยกสายพันธุ์จากมนุษย์เมืองราวๆ 5แสน -1 ล้านปีก่อน
ถ้าให้ถูกต้องบอกเป็นญาติกัน...ไอ้ตู่ยืนยันเรื่องนี้ได้ไปดูหน้ามันดิ
ยังมีช่อง ฮาได้อีกนะท่าน
#25
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:33
เท่าที่ถามๆคนที่เอาข่าวนี้มาให้ผมดูเค้าว่าเป็นแคมเปนหาเสียงของพรรคๆนึงในรัฐ Kedah นะครับ
แท้จริงเป็นอย่างไรผมไม่ทราบ ทราบแต่แถวบ้านเรา (ไทย ลาว พม่า เขมร มาเลย์) ชอบเอาเรื่องชนชาติมาเล่นตอนหาเสียงเรื่อยเลย
แล้วประชาคมอาเซียนมันจะสำเร็จดังฝันมั้ยนั่น
เคยอ่านเจอที่ไหนจำไม่ได้แล้ว ว่าด้วยธรรมนูญของอาเซียน จะต้องไม่มีการแบ่งแยก กีดกัน ด้วยเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ อะไรประมาณนี้ครับ คล้ายๆธรรมนูญของสหภาพยุโรป
หมายความว่าอีกไม่เกินสามปีข้างหน้า จะไม่มีพรรคการเมืองใดในประเทศสมาชิกใดของอาเซียนที่จะเอาเรื่องเชื้อชาติมาเล่นได้อีก
ธรรมนูญมี แต่การบังคับใช้ต่างหากครับที่น่าสนใจ แต่คงไม่พัฒนาไปเป็นสงครามกลางเมืองในอาเซียนแน่นอน อย่างมากก็แยกตัวออกไปอยู่โดดเดี่ยว
Edited by เช neverdie, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:36.
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#27
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:48
ขอข้อมูลอ้างอิงหน่อยได้ไหมคะ จะเอาไปเถียงกะไอ้เขมรบางตัวที่มันหาว่าคนไทยก๊อบมวยเขมรถ้าจะว่ากันตามหลักฐานที่จับต้องได้ทางประวัติศาสตร์ ก็ต้องบอกว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียง และอารยธรรมลุ่มน้ำไทกริ้ส-ยูเฟรติ้ส ล้วนได้รับการถ่ายทอดศิลปวิทยาการไปจากบ้านเชียงของไทยทั้งสิ้น
จากการตรวจวัดอายุของโลหะที่ขุดพบที่อารยธรรมบ้านเชียง ล้วนมีอายุเก่าแก่กว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียง และอารยธรรมลุ่มน้ำไทกริ้ส-ยูเฟรติ้ส ห้าร้อยปีถึงหนึ่งพันปีเป็นอย่างน้อย (เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยรับไม่ค่อยได้ แต่จำนนด้วยหลักฐาน เพราะมันหมายถึงต้องรื้อตำราเรียนประวัติศาสตร์ทั่วโลก แล้วมาบัญญัติกันใหม่)
หมายความว่าอาณาจักรฉินรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่นได้เมื่อสี่พันปีที่แล้ว ก็สืบเนื่องจากได้วิทยาการด้านโลหะไปจากบ้านเชียง เพราะไม่พบว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียงในยุคสำริดจะมีเหล็กใว้ใช้ แต่ก่อนหน้านั้นบ้านเชียงผลิตได้ทั้งสำริดและเหล็กแล้ว
ถ้าเปรียบความก้าวหน้าเทียบกับสมัยปัจจุบัน ก็เหมือนกับเราส่งยานอวกาศไปสำรวจแกแล็กซี่อันใกลโพ้นได้ก่อนใครด้วยเทคโนโลยีเคลื่อนย้ายมวลสารที่จะทำให้เดินทางได้เร็วกว่าแสงได้แบบไม่มีขีดจำกัด ในขณะที่ประเทศอื่นๆทั่วไปยังใช้กระสวยอวกาศไปได้แค่ดวงจันทร์ ประมาณนั้น
#28
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:50
ไพรเมท บ่แม่นลิงเด้อค่ะ ถึงจะคล้ายๆ แต่ก็ไม่ถึงกับใช่ซะทีเดียว เป็นเหตุผลว่าทำไมปัจจุบันจึงยังมีลิงอยู่ ไม่ได้วิวัฒนาการเป็นคนหมดบรรพบุรุษของเราคือลิงครับ ลิงแต้ๆ
#29
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:58
ขอข้อมูลอ้างอิงหน่อยได้ไหมคะ จะเอาไปเถียงกะไอ้เขมรบางตัวที่มันหาว่าคนไทยก๊อบมวยเขมร
ถ้าจะว่ากันตามหลักฐานที่จับต้องได้ทางประวัติศาสตร์ ก็ต้องบอกว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียง และอารยธรรมลุ่มน้ำไทกริ้ส-ยูเฟรติ้ส ล้วนได้รับการถ่ายทอดศิลปวิทยาการไปจากบ้านเชียงของไทยทั้งสิ้น
จากการตรวจวัดอายุของโลหะที่ขุดพบที่อารยธรรมบ้านเชียง ล้วนมีอายุเก่าแก่กว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียง และอารยธรรมลุ่มน้ำไทกริ้ส-ยูเฟรติ้ส ห้าร้อยปีถึงหนึ่งพันปีเป็นอย่างน้อย (เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยรับไม่ค่อยได้ แต่จำนนด้วยหลักฐาน เพราะมันหมายถึงต้องรื้อตำราเรียนประวัติศาสตร์ทั่วโลก แล้วมาบัญญัติกันใหม่)
หมายความว่าอาณาจักรฉินรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่นได้เมื่อสี่พันปีที่แล้ว ก็สืบเนื่องจากได้วิทยาการด้านโลหะไปจากบ้านเชียง เพราะไม่พบว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียงในยุคสำริดจะมีเหล็กใว้ใช้ แต่ก่อนหน้านั้นบ้านเชียงผลิตได้ทั้งสำริดและเหล็กแล้ว
ถ้าเปรียบความก้าวหน้าเทียบกับสมัยปัจจุบัน ก็เหมือนกับเราส่งยานอวกาศไปสำรวจแกแล็กซี่อันใกลโพ้นได้ก่อนใครด้วยเทคโนโลยีเคลื่อนย้ายมวลสารที่จะทำให้เดินทางได้เร็วกว่าแสงได้แบบไม่มีขีดจำกัด ในขณะที่ประเทศอื่นๆทั่วไปยังใช้กระสวยอวกาศไปได้แค่ดวงจันทร์ ประมาณนั้น
(2) แหล่งอารยธรรมบ้านเชียง
บ้านเชียงเป็นชื่อหมู่บ้าน ในตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ประมาณ 5 ล้านตารางเมตร ล้อมรอบ
ด้วยทุ่งนา และมีบึงน้ำขังตลอดปีอยู่ทางทิศเหนือชื่อ บึงนาคำ
ชาวบ้านเชียงสืบเชื้อสายมาจากคนเมืองพวน แขวงเชียงขวาง ประเทศลาว อพยพมาอยู่ที่บ้านเชียงประมาณสองร้อยกว่าปี
มาแล้ว
ความหมายของคำว่าวัฒนธรรมบ้านเชียง
เนื่องจากมีการขุดค้นพบศิลปะวัตถุที่มีลักษณะไม่เหมือนที่ใดที่ขุดค้นพบมาแล้วในโลก พึ่งจะขุดค้นพบที่บ้านเชียงนี้เป็นครั้งแรกจึงเรียกชื่อผลงานโบราณวัตถุลักษณะอย่างนี้ว่า “วัฒนธรรมบ้านเชียง” ซึ่งเป็นอารยธรรมยุคโลหะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นแหล่งอารยธรรมของมนุษย์ที่มีความเจริญสูงสุดแห่งหนึ่งในโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์
ผลการขุดค้นที่เนินบ้านเชียง ทำให้ทราบว่า
1.มนุษย์อาศัยอยู่ที่นี่ ตั้งแต่สมัยหินใหม่ ประมาณกว่า 6,000 ปีมาแล้ว วิวัฒนาการตนเองเรื่อยมาจนเข้าสู่ยุคหินใหม่ตอนปลาย
(จากการขุดค้นชั้นดินที่ 5)
2.ในยุคหินใหม่ตอนปลาย มนุษย์มีความเจริญมากขึ้น มาอยู่ร่วมกันมากขึ้น รู้จักใช้สีเขียนประดับภาชนะดินเผา แต่ส่วน
ใหญ่ยังใช้เครื่องมือหิน และลักษณะเครื่องปั้นดินเผายังเป็นแบบเดิม (จากการขุดค้นชั้นดินที่ 4)
3.พวกที่อาศัยที่นี้มีความเจริญขึ้น บางส่วนแยกไปตั้งหลักแหล่งในบริเวณใกล้เคียง คือ บริเวณบ้านอ้อมแก้ว บ้านดงเย็น
บ้านทุ่งฝน บ้านยา บ้านธาตุ บ้านหนองสระปน มีอาชีพทำนา พบภาชนะใส่ข้าวมีเมล็ดข้าวตกค้างอยู่ มีหลักฐานว่ามนุษย์ในยุคนี้
เจริญขึ้น รู้จักใช้โลหะทำเครื่องมือ อาวุธและเครื่องประดับ โลหะที่นำมาใช้เป็นโลหะผสมสำริด ลักษณะเครื่องปั้นดินเผาเป็นชนิดก้น
กลม มีลวดลายหลายแบบ รู้จักหล่อโลหะโดยแม่พิมพ์ทำจากหินทรายก่อนประเทศอื่นใดในเอเชีย คือระยะ 5,600 ปีเศษมาแล้ว
(จากการขุดค้นชั้นดินที่ 3)
4.พวกนี้อยู่ที่นี่จนถึงยุคโลหะตอนปลาย (จากการขุดค้นชั้นดินที่ 2) รู้จักทำเครื่องมือด้วยเหล็ก มีลูกปัดแก้วสีเขียวสวยงาม
มาก และพบเศษใยไหมอายุประมาณ 4,000 ปี แสดงว่ามีความรู้ในการทอผ้าไหมแล้ว
5.ยุคโลหะตอนปลาย คนพวกนี้ได้อพยพมาจากบ้านเชียง บ้านเชียงรกร้างมาราว 200 ปี พวกลาวพวนได้อพยพมาจากเมือง
ลาว มาตั้งถิ่นฐานที่นี่เจริญขึ้นเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ในปัจจุบัน
ที่มา http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/so02/so20_1.htm
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C
- คนทุกที่ likes this
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#30
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:02
เคยดูสารคดี มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้สืบเชื้อสายของคนที่อพยพจากแอฟริกาเมื่อแสนปีก่อน จากกลุ่มคนเล็กๆแค่ร้อยกว่าคน
ผมอึ้งกับเรื่องนี้มากเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าขำๆ ปรากฏว่าเรามี Adam กับ Eve จริงๆครับ !! เราทุกคนบนโลกมี DNA ของบรรพบุรุษหญิงและชายสองคนร่วมกัน แต่ที่น่าแปลกคือ ทั้งสองคนนั้นไม่ได้เกิดยุคเดียวกัน อ่านแล้วก็งงเหมือนกัน ใครเรี่ยนทาง biology อธิบายให้ได้มั้ยครับ
http://en.wikipedia....tochondrial_Eve
http://en.wikipedia....hromosomal_Adam
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#31
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:25
ขอข้อมูลอ้างอิงหน่อยได้ไหมคะ จะเอาไปเถียงกะไอ้เขมรบางตัวที่มันหาว่าคนไทยก๊อบมวยเขมร
ถ้าจะว่ากันตามหลักฐานที่จับต้องได้ทางประวัติศาสตร์ ก็ต้องบอกว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียง และอารยธรรมลุ่มน้ำไทกริ้ส-ยูเฟรติ้ส ล้วนได้รับการถ่ายทอดศิลปวิทยาการไปจากบ้านเชียงของไทยทั้งสิ้น
จากการตรวจวัดอายุของโลหะที่ขุดพบที่อารยธรรมบ้านเชียง ล้วนมีอายุเก่าแก่กว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียง และอารยธรรมลุ่มน้ำไทกริ้ส-ยูเฟรติ้ส ห้าร้อยปีถึงหนึ่งพันปีเป็นอย่างน้อย (เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยรับไม่ค่อยได้ แต่จำนนด้วยหลักฐาน เพราะมันหมายถึงต้องรื้อตำราเรียนประวัติศาสตร์ทั่วโลก แล้วมาบัญญัติกันใหม่)
หมายความว่าอาณาจักรฉินรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่นได้เมื่อสี่พันปีที่แล้ว ก็สืบเนื่องจากได้วิทยาการด้านโลหะไปจากบ้านเชียง เพราะไม่พบว่าอารยธรรมลุ่มน้ำฮวงโห-แยงซีเกียงในยุคสำริดจะมีเหล็กใว้ใช้ แต่ก่อนหน้านั้นบ้านเชียงผลิตได้ทั้งสำริดและเหล็กแล้ว
ถ้าเปรียบความก้าวหน้าเทียบกับสมัยปัจจุบัน ก็เหมือนกับเราส่งยานอวกาศไปสำรวจแกแล็กซี่อันใกลโพ้นได้ก่อนใครด้วยเทคโนโลยีเคลื่อนย้ายมวลสารที่จะทำให้เดินทางได้เร็วกว่าแสงได้แบบไม่มีขีดจำกัด ในขณะที่ประเทศอื่นๆทั่วไปยังใช้กระสวยอวกาศไปได้แค่ดวงจันทร์ ประมาณนั้น
(2) แหล่งอารยธรรมบ้านเชียง
บ้านเชียงเป็นชื่อหมู่บ้าน ในตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ประมาณ 5 ล้านตารางเมตร ล้อมรอบ
ด้วยทุ่งนา และมีบึงน้ำขังตลอดปีอยู่ทางทิศเหนือชื่อ บึงนาคำ
ชาวบ้านเชียงสืบเชื้อสายมาจากคนเมืองพวน แขวงเชียงขวาง ประเทศลาว อพยพมาอยู่ที่บ้านเชียงประมาณสองร้อยกว่าปี
มาแล้ว
ความหมายของคำว่าวัฒนธรรมบ้านเชียง
เนื่องจากมีการขุดค้นพบศิลปะวัตถุที่มีลักษณะไม่เหมือนที่ใดที่ขุดค้นพบมาแล้วในโลก พึ่งจะขุดค้นพบที่บ้านเชียงนี้เป็นครั้งแรกจึงเรียกชื่อผลงานโบราณวัตถุลักษณะอย่างนี้ว่า “วัฒนธรรมบ้านเชียง” ซึ่งเป็นอารยธรรมยุคโลหะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นแหล่งอารยธรรมของมนุษย์ที่มีความเจริญสูงสุดแห่งหนึ่งในโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์
ผลการขุดค้นที่เนินบ้านเชียง ทำให้ทราบว่า
1.มนุษย์อาศัยอยู่ที่นี่ ตั้งแต่สมัยหินใหม่ ประมาณกว่า 6,000 ปีมาแล้ว วิวัฒนาการตนเองเรื่อยมาจนเข้าสู่ยุคหินใหม่ตอนปลาย
(จากการขุดค้นชั้นดินที่ 5)
2.ในยุคหินใหม่ตอนปลาย มนุษย์มีความเจริญมากขึ้น มาอยู่ร่วมกันมากขึ้น รู้จักใช้สีเขียนประดับภาชนะดินเผา แต่ส่วน
ใหญ่ยังใช้เครื่องมือหิน และลักษณะเครื่องปั้นดินเผายังเป็นแบบเดิม (จากการขุดค้นชั้นดินที่ 4)
3.พวกที่อาศัยที่นี้มีความเจริญขึ้น บางส่วนแยกไปตั้งหลักแหล่งในบริเวณใกล้เคียง คือ บริเวณบ้านอ้อมแก้ว บ้านดงเย็น
บ้านทุ่งฝน บ้านยา บ้านธาตุ บ้านหนองสระปน มีอาชีพทำนา พบภาชนะใส่ข้าวมีเมล็ดข้าวตกค้างอยู่ มีหลักฐานว่ามนุษย์ในยุคนี้
เจริญขึ้น รู้จักใช้โลหะทำเครื่องมือ อาวุธและเครื่องประดับ โลหะที่นำมาใช้เป็นโลหะผสมสำริด ลักษณะเครื่องปั้นดินเผาเป็นชนิดก้น
กลม มีลวดลายหลายแบบ รู้จักหล่อโลหะโดยแม่พิมพ์ทำจากหินทรายก่อนประเทศอื่นใดในเอเชีย คือระยะ 5,600 ปีเศษมาแล้ว
(จากการขุดค้นชั้นดินที่ 3)
4.พวกนี้อยู่ที่นี่จนถึงยุคโลหะตอนปลาย (จากการขุดค้นชั้นดินที่ 2) รู้จักทำเครื่องมือด้วยเหล็ก มีลูกปัดแก้วสีเขียวสวยงาม
มาก และพบเศษใยไหมอายุประมาณ 4,000 ปี แสดงว่ามีความรู้ในการทอผ้าไหมแล้ว
5.ยุคโลหะตอนปลาย คนพวกนี้ได้อพยพมาจากบ้านเชียง บ้านเชียงรกร้างมาราว 200 ปี พวกลาวพวนได้อพยพมาจากเมือง
ลาว มาตั้งถิ่นฐานที่นี่เจริญขึ้นเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ในปัจจุบัน
ที่มา http://dnfe5.nfe.go....so02/so20_1.htm
http://th.wikipedia....%B8%A3%E0%B9%8C
ผมลองอ่านในวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ ดูเหมือนจะไม่เก่าขนาดเป็นที่แรกของโลกนะครับ
The first datings of the artifacts using the thermoluminescence technique resulted in a range from 4420 BCE to 3400 BC, which would have made the site the earliest Bronze Age culture in the world. However, with the 1974/75 excavation, sufficient material became available for radiocarbon dating, which resulted in more recent dates—the earliest grave was about 2100 BC, the latest about 200 AD. Bronze making began circa 2000 BC, as evidenced by crucibles and bronze fragments. Bronze objects include bracelets, rings, anklets, wires and rods, spearheads, axes and adzes, hooks, blades, and little bells.
http://en.wikipedia....wiki/Ban_Chiang
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#32
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:29
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#33
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:31
population ครับ ไม่ใช่ individual
เคยดูสารคดี มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้สืบเชื้อสายของคนที่อพยพจากแอฟริกาเมื่อแสนปีก่อน จากกลุ่มคนเล็กๆแค่ร้อยกว่าคน
ผมอึ้งกับเรื่องนี้มากเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าขำๆ ปรากฏว่าเรามี Adam กับ Eve จริงๆครับ !! เราทุกคนบนโลกมี DNA ของบรรพบุรุษหญิงและชายสองคนร่วมกัน แต่ที่น่าแปลกคือ ทั้งสองคนนั้นไม่ได้เกิดยุคเดียวกัน อ่านแล้วก็งงเหมือนกัน ใครเรี่ยนทาง biology อธิบายให้ได้มั้ยครับ
http://en.wikipedia....tochondrial_Eve
http://en.wikipedia....hromosomal_Adam
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#34
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:32
population ครับ ไม่ใช่ individual
เคยดูสารคดี มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้สืบเชื้อสายของคนที่อพยพจากแอฟริกาเมื่อแสนปีก่อน จากกลุ่มคนเล็กๆแค่ร้อยกว่าคน
ผมอึ้งกับเรื่องนี้มากเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าขำๆ ปรากฏว่าเรามี Adam กับ Eve จริงๆครับ !! เราทุกคนบนโลกมี DNA ของบรรพบุรุษหญิงและชายสองคนร่วมกัน แต่ที่น่าแปลกคือ ทั้งสองคนนั้นไม่ได้เกิดยุคเดียวกัน อ่านแล้วก็งงเหมือนกัน ใครเรี่ยนทาง biology อธิบายให้ได้มั้ยครับ
http://en.wikipedia....tochondrial_Eve
http://en.wikipedia....hromosomal_Adam
individual ครับ
In the field of human genetics, Mitochondrial Eve refers to the matrilineal most recent common ancestor (MRCA) of modern humans. In other words, she was the woman from whom all living humans today descend, on their mother's side, and through the mothers of those mothers and so on, back until all lines converge on one person.
In human genetics, Y-chromosomal Adam (Y-MRCA) is the most recent common ancestor (MRCA) from whom all living people are descended patrilineally (tracing back only along the paternal lines of their family tree).
Edited by Gop, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:40.
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#35
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:41
งั้นแสดงว่าคุณไม่มีความรู้ด้านพันธุศาสตร์ประชากรสินะครับ
population ครับ ไม่ใช่ individual
เคยดูสารคดี มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้สืบเชื้อสายของคนที่อพยพจากแอฟริกาเมื่อแสนปีก่อน จากกลุ่มคนเล็กๆแค่ร้อยกว่าคน
ผมอึ้งกับเรื่องนี้มากเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าขำๆ ปรากฏว่าเรามี Adam กับ Eve จริงๆครับ !! เราทุกคนบนโลกมี DNA ของบรรพบุรุษหญิงและชายสองคนร่วมกัน แต่ที่น่าแปลกคือ ทั้งสองคนนั้นไม่ได้เกิดยุคเดียวกัน อ่านแล้วก็งงเหมือนกัน ใครเรี่ยนทาง biology อธิบายให้ได้มั้ยครับ
http://en.wikipedia....tochondrial_Eve
http://en.wikipedia....hromosomal_Adam
individual ครับ ลองอ่านดู
One of the misconceptions of mitochondrial Eve is that since all women alive today descended in a direct unbroken female line from her that she was the only woman alive at the time. Nuclear DNA studies indicate that the size of the ancient human population never dropped below tens of thousands. Other women alive at Eve's time have descendants alive today, but sometime in the past, each of their lines of descent included at least one male, thereby breaking the mitochondrial DNA lines of descent. By contrast, Eve's lines of descent to each person alive today includes precisely one purely matrilineal line
Edited by Solidus, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:45.
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#36
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:51
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#37
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:54
งั้นแสดงว่าคุณไม่มีความรู้ด้านพันธุศาสตร์ประชากรสินะครับ
One of the misconceptions of mitochondrial Eve is that since all women alive today descended in a direct unbroken female line from her that she was the only woman alive at the time. Nuclear DNA studies indicate that the size of the ancient human population never dropped below tens of thousands. Other women alive at Eve's time have descendants alive today, but sometime in the past, each of their lines of descent included at least one male, thereby breaking the mitochondrial DNA lines of descent. By contrast, Eve's lines of descent to each person alive today includes precisely one purely matrilineal line
ผมเข้าใจอะไรผิดครับ ที่คุณขีดเส้นใต้ไม่ได้บอกอะไรว่าผมผิดเลยนะครับ ที่เค้าบอกว่าเข้าใจผิดคือ มันไม่ได้หมายความว่ามีเพียงแค่ Eve แค่คนเดียวในสมัยนั้น แต่ทุกคนมี DNA ทางแม่ของคนคนเดียวร่วมกัน ในเว็บก็มีแผนผังแสดงอยู่ ว่ามีการสืบทอดกันได้เรื่อยๆ แต่ของคนอื่นค่อยๆหายไป จนตอนนี้เหลือแต่ของคนคนเดียว
ถ้าผมจะสื่อผิด ก็แค่มันไม่ได้เหมือนกับทางคริสต์เป๊ะๆ คือมีแค่คนสองคน แต่ที่คล้ายกันก็คือ ทุกคนที่มีชีวิต ณ ตอนนี้ล้วนสืบเชื้อสายมาจากคนคนเดียวกัน
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#38
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 16:58
#39
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:04
ทางชีววิทยาไม่เคยมีประชากรเหลือแค่ 2 คน ครับ แต่เป็นกลุ่มประชากรที่มี gene pool เดียวกันครับ ผมถึงได้ถามเรื่อง mitochondrial DNA มีอัตรากลายพันธุ์เท่าไหร่ ถ้าคุณหาคำตอบคุณก็น่าคิดได้ว่า ด้วยวิธีการหา mitochondrial DNA จะไม่สามารถระบุถึงระดับ individual ถ้าจะพูดให้ถูกประชากรมนุษย์เจอ genetic drift จนความหลากหลายทางพันธุกรรมเหลือแค่ของประชากรกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียวเท่านั้น
งั้นแสดงว่าคุณไม่มีความรู้ด้านพันธุศาสตร์ประชากรสินะครับ
One of the misconceptions of mitochondrial Eve is that since all women alive today descended in a direct unbroken female line from her that she was the only woman alive at the time. Nuclear DNA studies indicate that the size of the ancient human population never dropped below tens of thousands. Other women alive at Eve's time have descendants alive today, but sometime in the past, each of their lines of descent included at least one male, thereby breaking the mitochondrial DNA lines of descent. By contrast, Eve's lines of descent to each person alive today includes precisely one purely matrilineal line
ผมเข้าใจอะไรผิดครับ ที่คุณขีดเส้นใต้ไม่ได้บอกอะไรว่าผมผิดเลยนะครับ ที่เค้าบอกว่าเข้าใจผิดคือ มันไม่ได้หมายความว่ามีเพียงแค่ Eve แค่คนเดียวในสมัยนั้น แต่ทุกคนมี DNA ทางแม่ของคนคนเดียวร่วมกัน ในเว็บก็มีแผนผังแสดงอยู่ ว่ามีการสืบทอดกันได้เรื่อยๆ แต่ของคนอื่นค่อยๆหายไป จนตอนนี้เหลือแต่ของคนคนเดียว
ถ้าผมจะสื่อผิด ก็แค่มันไม่ได้เหมือนกับทางคริสต์เป๊ะๆ คือมีแค่คนสองคน แต่ที่คล้ายกันก็คือ ทุกคนที่มีชีวิต ณ ตอนนี้ล้วนสืบเชื้อสายมาจากคนคนเดียวกัน
- Eyey likes this
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#40
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:07
ถ้าคุณ Gop ยืนยันว่าเป็น individual งั้นผมขอถามว่า mitochondrial DNA มีอัตรากลายพันธุ์เท่าไหร่
ผมบอกแล้วนะว่าผมไม่ได้เป็น expert ทางนี้ แต่ในบทความนั้นมันหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ DNA ตัวนี้สืบทอดมาทางแม่เท่านั้น และทุกคนมี DNA ตัวนี้เหมือนๆกัน ถ้ามีการกลายพันธ์ ก็น่าจะมีประชากรที่ไม่มี DNA ตัวนี้กระจายเป็นกลุ่มใหญ่สิครับ ในนั้นก็อธิบายประมาณว่า สมัยก่อนประชากรยังไม่เยอะมาก โอกาสเกิดแบบในรูปนี้จึงเป็นไปได้ไงครับ
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#41
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:15
ทางชีววิทยาไม่เคยมีประชากรเหลือแค่ 2 คน ครับ แต่เป็นกลุ่มประชากรที่มี gene pool เดียวกันครับ ผมถึงได้ถามเรื่อง mitochondrial DNA มีอัตรากลายพันธุ์เท่าไหร่ ถ้าคุณหาคำตอบคุณก็น่าคิดได้ว่า ด้วยวิธีการหา mitochondrial DNA จะไม่สามารถระบุถึงระดับ individual ถ้าจะพูดให้ถูกประชากรมนุษย์เจอ genetic drift จนความหลากหลายทางพันธุกรรมเหลือแค่ของประชากรกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียวเท่านั้น
ความรู้พวกนี้ ผมก็รู้เท่าตอนม.ปลายเท่านั้นแหละครับ คุณลองอธิบายหน่อยได้มั้ยครับ ว่าอัตราการกลายพันธ์เป็นเท่าไหร่ และมันจะส่งผลอย่างไร เอาแบบละเอียดเลยก้ได้นะครับ เพราะผมถามเพื่อนเอาก็ได้ แต่เท่าที่ผมรู้ ถ้าเรานับว่ามนุษย์คือ Homo sapien sapien นั้น DNA ของทุกคนโดยประมาณถ้าจำไม่ผิด น่าจะมากถึง 99% นั้นไม่ต่างกัน ผมว่ามันก็เป็นไปได้นี่ครับ ที่ทุกคนจะมี DNA ตัวนี้ที่สืบทอดมาจากทางแม่ร่วมกัน ซึ่งก็แปลว่าเราทุกคนในโลกมีญาติทางแม่ร่วมกันไม่ใช่หรือครับ
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#42
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:34
mitochondrial DNA สืบทอดทางเฉพาะทางแม่ ส่วน Y chromosome ก็สืบทอดเฉพาะทางพ่อ ถ้าหากเหลือประชากร 2 คนจริง ทำไมถึงให้ผลช่วงเวลาต่างกันทางชีววิทยาไม่เคยมีประชากรเหลือแค่ 2 คน ครับ แต่เป็นกลุ่มประชากรที่มี gene pool เดียวกันครับ ผมถึงได้ถามเรื่อง mitochondrial DNA มีอัตรากลายพันธุ์เท่าไหร่ ถ้าคุณหาคำตอบคุณก็น่าคิดได้ว่า ด้วยวิธีการหา mitochondrial DNA จะไม่สามารถระบุถึงระดับ individual ถ้าจะพูดให้ถูกประชากรมนุษย์เจอ genetic drift จนความหลากหลายทางพันธุกรรมเหลือแค่ของประชากรกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียวเท่านั้น
ความรู้พวกนี้ ผมก็รู้เท่าตอนม.ปลายเท่านั้นแหละครับ คุณลองอธิบายหน่อยได้มั้ยครับ ว่าอัตราการกลายพันธ์เป็นเท่าไหร่ และมันจะส่งผลอย่างไร เอาแบบละเอียดเลยก้ได้นะครับ เพราะผมถามเพื่อนเอาก็ได้ แต่เท่าที่ผมรู้ ถ้าเรานับว่ามนุษย์คือ Homo sapien sapien นั้น DNA ของทุกคนโดยประมาณถ้าจำไม่ผิด น่าจะมากถึง 99% นั้นไม่ต่างกัน ผมว่ามันก็เป็นไปได้นี่ครับ ที่ทุกคนจะมี DNA ตัวนี้ที่สืบทอดมาจากทางแม่ร่วมกัน ซึ่งก็แปลว่าเราทุกคนในโลกมีญาติทางแม่ร่วมกันไม่ใช่หรือครับ
Mitochondrial DNA มาจาก mitochondria ส่วน Y chromosome มาจาก nuclear DNA เวลาจะพูดต้องเข้าใจความแตกต่างก่อนนะครับ
อัตรากลายพันธุ์ Mitochondrial DNA แตกต่างไปแล้วแต่ตำแหน่งครับ ถ้าเอาประมาณก็ 2.7×10−5 ต่อตำแหน่งเบสต่อรุ่น(20 ปี) เท่ากับว่าไม่สามารถหาความแตกต่างระหว่างรุ่นแม่กับรุ่นยายได้แล้ว ผมถึงได้บอกให้นับเป็นระดับ population ไงครับ เนื่องจากไม่สามารถระบุลงไปในระดับ individual ได้
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#43
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:38
แล้วโฮโมอีเร็คตัสนี่แหละที่พัฒนาต่อๆมาเป็นโฮโมเซเปียนส์อีกที เพราะงั้นการที่มนุษย์แชร์ DNA กันก็ไม่แปลก เพราะร่วมบรรพบุรุษเดียวกันแต่แรก
แต่แยกสายพันธุ์ออกไปเป็นสายพันธุ์ย่อยๆทีหลัง
ส่วนเรื่องของมนุษย์ในสุวรรณภูมินั้น แม้แต่แถวภาคใต้เองก็มีหลายสายพันธ์มากครับ สังเกตุจากเค้าโครงหน้าตาก็ได้ ถ้าเป็นพวกสายมาเลย์ ก็น่าจะเป็นพวกที่ขึ้นมาจากแถบอินโดนีเซีย มีพวกนิกรอยด์ เซมัง ซาไก มีพวกขอมที่น่าจะลงไปสมัยที่อาณาจักรตามพรลิงก์เชื่อมโยงอยู่กับอาณาจักรละโว้ มีพวกไทยที่ลงไปจากเมืองเพชร หลังจากอาณาจักรศรีวิชัยล่ม มีพวกอินเดียที่มาจากพวกพราหมณ์จากอินเดียที่ตั้งอาณาจักร พวกจีนนั้นน่าจะเข้าไปทีหลัง ช่วงที่ฝรั้่งเข้ามาทำเหมืองแร่ แล้วก็นำแรงงานชาวจีนเข้ามา เรียกว่าหลากหลายพอๆกับแถวลุ่มเจ้าพระยาภาคกลาง แต่แถวภาคกลางตอนหลังมีพวกจีนแต้จิ๋วมากระจุกตัวอยู่เยอะ เพราะพวกจีนถนัดอยู่ในเมืองทำการค้า มีกลุ่มคนอยู่ในชั้นกลางเยอะ เลยดูเหมือนคนไทยส่วนใหญ่เป็นคนจีน แต่จริงๆแล้วรวมๆกันแล้วคนเชื้อสายจีนในประเทศไทยน่าจะมีแค่ประมาณ 15-20 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
#44
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:42
ลองดูช่วงเวลารึยังล่ะครับ เพราะอัตรากลายพันธุืที่ใช้เวลาหลายรุ่นกว่าจะกลายพันธุ์สักตำแหน่งถึงได้ระบุได้แค่ 152,000 - 234,000 BP ไม่สามารถระบุเจาะจงได้แน่ชัด ในเวลาเป็นหมื่นปีนะมีกี่รุ่นเข้าไปแล้วครับ
ถ้าคุณ Gop ยืนยันว่าเป็น individual งั้นผมขอถามว่า mitochondrial DNA มีอัตรากลายพันธุ์เท่าไหร่
ผมบอกแล้วนะว่าผมไม่ได้เป็น expert ทางนี้ แต่ในบทความนั้นมันหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ DNA ตัวนี้สืบทอดมาทางแม่เท่านั้น และทุกคนมี DNA ตัวนี้เหมือนๆกัน ถ้ามีการกลายพันธ์ ก็น่าจะมีประชากรที่ไม่มี DNA ตัวนี้กระจายเป็นกลุ่มใหญ่สิครับ ในนั้นก็อธิบายประมาณว่า สมัยก่อนประชากรยังไม่เยอะมาก โอกาสเกิดแบบในรูปนี้จึงเป็นไปได้ไงครับ
คุณลองแทนแต่ละสีเป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรกลุ่มหนึ่งที่มีการแลกเปลี่ยนยีนกันระหว่างกลุ่มประชากร แล้วให้มีเหตุการณ์ genetic drift หรือ selection ทำให้ยีนประชากรกลุ่มสีอื่นหายไปเรื่อย ๆ จนเหลือยีนของประชากรแค่กลุ่มเดียว
แล้วถ้าดูจากช่วงเวลา 2 แสนกว่าปีนะ มีใครยืนยันได้บ้างว่า eve เป็น Homo sapiens sapiens
แถมศัพท์ให้หน่อย ลองทำความเข้าใจเรื่อง effective population size ดูนะครับ
Edited by Solidus, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 17:45.
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#45
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:02
มนุษย์แต่ละคนมีอัลลีลได้ 2 อัลลีลต่อหนึ่งยีน ถ้ามนุษย์เริ่มแรกมีแค่ 2 คน เท่ากับว่าจะมีอัลลีลแตกต่างกันแค่ 4 อีลลีลต่อยีนเท่านั้น แต่ที่พบในปัจจุบันกลับมีมากกว่านั้น ยังไม่นับกรณีที่รุ่นถัดมามีโอกาสสูญเสียอัลลีลไปครึ่งหนึ่ง เท่ากับว่าหากมนุษย์เริ่มต้นเพียงแค่ 2 คน ก็ไม่สามารถบรรจุอัลลีลทุกอัลลีลที่มีในมนุษย์ปัจจุบันทั้งหมดเข้าไปใน 2 คนนั้นได้ ต้องใช้จำนวนประชากรที่มากกว่า 2 คนขึ้นไป แถมบางอัลลีลถ้าย้อนกลับไปต้นกำเนิดดันไปใช้ร่วมกับพวกเอปชนิดอื่นซะได้
- Eyey likes this
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#46
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:10
ถ้าประชากรมนุษย์เริ่มแรกมีแค่ 2 คน อยากทราบวิธีที่บรรจุ 200 alleles ที่ตำแหน่ง locus เดียวกันลงไปทั้งหมดในคน 2 คนHLA Polymorphism
MHC molecule มีความหลายหลายมากในแต่ละ species โดยกลไกของ Gene polymorphism นั่นคือการมีรูปแบบของยีนหลายชนิด (multiple alleles) บนยีนตำแหน่ง (locus) หนึ่งๆ โดยแต่ละ allele จะมี DNA sequence ที่ต่างกัน ซึ่งก็จะแสดงออกมาเป็นโมเลกุลที่มีลักษณะต่างกัน ความแตกต่างของ amino acid ระหว่าง allele อาจมีได้มากถึง 20 ตัว เป็นที่น่าสังเกตว่าความแตกต่างนี้ จะเกาะกลุ่มกันในบริเวณ peptide-binding region ซึ่งเป็น functional site ของ HLA molecule เป็นส่วนใหญ่ จำนวน alleles ในแต่ละ locus มีจำนวนแตกต่างกัน บาง locus มีจำนวน allele มากกว่า 200 alleles วิธีตรวจสอบ allele ที่ต่างกันของ HLA molecule นั้น สามารถตรวจได้โดยใช้ Antibody ซึ่งอาจได้มาจากหญิงที่เคยตั้งครรภ์แล้วหลายๆ ครั้ง ซึ่งจะมี Antibody ต่อ HLA ของบุตร หรือใช้ monoclonal antibody ต่อ HLA molecule แต่ละชนิด นอกจากนี้ ยังอาจตรวจได้โดยวิธี mixed lymphocyte reaction สำหรับ HLA class II molecule แต่ในปัจจุบันนี้ สามารถตรวจความแตกต่างในระดับ DNA แทน
ระบบการเรียกชื่อ HLA ในอดีต ประกอบด้วย "ชื่อ locus" ตามด้วย "หมายเลข" ได้แก่ HLA-A1, HLA-A2 , HLA-DR1 เป็นต้น โดยตัวเลขจะบ่งถึงลำดับการค้นพบ HLA ชนิดนั้นๆ ส่วนใหญ่เป็นการค้นพบโดยใช้ Antibody (Serological defined) ข้อจำกัดของวิธีนี้คือ Antibody มีความจำเพาะจำกัด และไม่สามารถแยก HLA ทุก allele ได้ เมื่อการตรวจสอบทาง DNA ซึ่งเป็นการตรวจ HLA gene เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ระบบการเรียกชื่อของ HLA จึงเปลี่ยนเป็น "ชื่อ locus" ตามด้วย "เครื่องหมายดอกจัน" และ "ตัวเลข"โดยที่ตัวเลข 2 ตัวแรก มักจะตรงกับตัวเลขเดิม จากการตรวจทาง Serology ยกตัวอย่างเช่น HLA-A*0101 หรือ HLA-A*0102 เป็น alleles ที่จะถูกบ่งชี้ว่าเป็น HLA-A1 molecule ด้วยวิธีทาง serology ส่วนตัวเลขหลักที่ 3 และ 4 บ่งถึงลำดับที่ allele นั้นถูกค้นพบ ในบางกรณี จะมีตัวเลขลำดับที่ 5 เพื่อใช้บ่งถึงการเปลี่ยนแปลงของ nucleotide ที่ไม่ทำให้ amino acid เปลี่ยนแปลง (silent change) เช่น DQA1* 05011 และ DQA1 *05012 ที่มีลักษณะโครงสร้างโปรตีน เหมือนกันทุกประการ แต่มีความแตกต่างกันที่ระดับ nucleotide 1 ตำแหน่ง (ดูตัวอย่างรายชื่อของ HLA alleles ในตารางที่ 1) จากการศึกษาการแสดงออกของ allele ต่างๆ ในประชากร ทำให้พบลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของ HLA gene นั่นคือ allele บางตัวของ locus หนึ่ง มีแนวโน้มที่จะพบร่วมกับ allele บางตัว ของอีก locus หนึ่ง มากกว่าที่ควรจะเป็น โดยลักษณะนี้มีชื่อเรียกว่า "linkage disequilibrium"
Edited by Solidus, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:10.
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#47
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 18:53
เค้าสันนิษฐานว่าโฮโมอีเร็คตัส บรรพบุรุษของมนุษย์ที่แยกจากลิง กลุ่มแรกเกิดขึ้นที่แอฟฟริกา แล้วก็เดินทางออกจากแอฟริกาเมื่อหลายล้านปีก่อนเป็นสองระลอกนี่ครับ
แล้วโฮโมอีเร็คตัสนี่แหละที่พัฒนาต่อๆมาเป็นโฮโมเซเปียนส์อีกที เพราะงั้นการที่มนุษย์แชร์ DNA กันก็ไม่แปลก เพราะร่วมบรรพบุรุษเดียวกันแต่แรก
แต่แยกสายพันธุ์ออกไปเป็นสายพันธุ์ย่อยๆทีหลัง
ส่วนเรื่องของมนุษย์ในสุวรรณภูมินั้น แม้แต่แถวภาคใต้เองก็มีหลายสายพันธ์มากครับ สังเกตุจากเค้าโครงหน้าตาก็ได้ ถ้าเป็นพวกสายมาเลย์ ก็น่าจะเป็นพวกที่ขึ้นมาจากแถบอินโดนีเซีย มีพวกนิกรอยด์ เซมัง ซาไก มีพวกขอมที่น่าจะลงไปสมัยที่อาณาจักรตามพรลิงก์เชื่อมโยงอยู่กับอาณาจักรละโว้ มีพวกไทยที่ลงไปจากเมืองเพชร หลังจากอาณาจักรศรีวิชัยล่ม มีพวกอินเดียที่มาจากพวกพราหมณ์จากอินเดียที่ตั้งอาณาจักร พวกจีนนั้นน่าจะเข้าไปทีหลัง ช่วงที่ฝรั้่งเข้ามาทำเหมืองแร่ แล้วก็นำแรงงานชาวจีนเข้ามา เรียกว่าหลากหลายพอๆกับแถวลุ่มเจ้าพระยาภาคกลาง แต่แถวภาคกลางตอนหลังมีพวกจีนแต้จิ๋วมากระจุกตัวอยู่เยอะ เพราะพวกจีนถนัดอยู่ในเมืองทำการค้า มีกลุ่มคนอยู่ในชั้นกลางเยอะ เลยดูเหมือนคนไทยส่วนใหญ่เป็นคนจีน แต่จริงๆแล้วรวมๆกันแล้วคนเชื้อสายจีนในประเทศไทยน่าจะมีแค่ประมาณ 15-20 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
อันที่จริงพวกจีนเข้ามาอยู่ในมาลายูตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงแล้วครับพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นจีนเชื้อเจ้าหรือค่อนข้างมีสกุลรุนชาติ เข้ามาอยู่ในมาลายูโดยการติดตามราชนิกูลจีนที่ฮ่องเต้จีนพระราชทานมาให้แต่งกับเจ้าในมาลายู โดยถือเอาว่าเป็นการขยายอิทธิพลและเส้นทางการค้า และก็ยังสืบสายสกุลมาจนถึงปัจจุบัน พวกนี้ค่อนข้างถือตัว และอนุรักษ์ขนบประเพณีจีนใว้อย่างเข้มแข็ง ต่างจากจีนแบบเสื่อผืนหมอนใบที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นในไทย พวกนี้วัฒนธรรมจะไม่ค่อยเข้มแข็งและถูกกลืนเป็นคนไทยไปอย่างง่ายดาย
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#48
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:06
ถ้าเอาตั้งแต่ประชากรมนุษย์อพยพกระจายออกจากแอฟริกานี่มันต้องผ่านสุวรรณภูมิก่อนที่จะลงไปมลายูแล้วข้ามไปออสเตรเลีย
เค้าสันนิษฐานว่าโฮโมอีเร็คตัส บรรพบุรุษของมนุษย์ที่แยกจากลิง กลุ่มแรกเกิดขึ้นที่แอฟฟริกา แล้วก็เดินทางออกจากแอฟริกาเมื่อหลายล้านปีก่อนเป็นสองระลอกนี่ครับ
แล้วโฮโมอีเร็คตัสนี่แหละที่พัฒนาต่อๆมาเป็นโฮโมเซเปียนส์อีกที เพราะงั้นการที่มนุษย์แชร์ DNA กันก็ไม่แปลก เพราะร่วมบรรพบุรุษเดียวกันแต่แรก
แต่แยกสายพันธุ์ออกไปเป็นสายพันธุ์ย่อยๆทีหลัง
ส่วนเรื่องของมนุษย์ในสุวรรณภูมินั้น แม้แต่แถวภาคใต้เองก็มีหลายสายพันธ์มากครับ สังเกตุจากเค้าโครงหน้าตาก็ได้ ถ้าเป็นพวกสายมาเลย์ ก็น่าจะเป็นพวกที่ขึ้นมาจากแถบอินโดนีเซีย มีพวกนิกรอยด์ เซมัง ซาไก มีพวกขอมที่น่าจะลงไปสมัยที่อาณาจักรตามพรลิงก์เชื่อมโยงอยู่กับอาณาจักรละโว้ มีพวกไทยที่ลงไปจากเมืองเพชร หลังจากอาณาจักรศรีวิชัยล่ม มีพวกอินเดียที่มาจากพวกพราหมณ์จากอินเดียที่ตั้งอาณาจักร พวกจีนนั้นน่าจะเข้าไปทีหลัง ช่วงที่ฝรั้่งเข้ามาทำเหมืองแร่ แล้วก็นำแรงงานชาวจีนเข้ามา เรียกว่าหลากหลายพอๆกับแถวลุ่มเจ้าพระยาภาคกลาง แต่แถวภาคกลางตอนหลังมีพวกจีนแต้จิ๋วมากระจุกตัวอยู่เยอะ เพราะพวกจีนถนัดอยู่ในเมืองทำการค้า มีกลุ่มคนอยู่ในชั้นกลางเยอะ เลยดูเหมือนคนไทยส่วนใหญ่เป็นคนจีน แต่จริงๆแล้วรวมๆกันแล้วคนเชื้อสายจีนในประเทศไทยน่าจะมีแค่ประมาณ 15-20 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
อันที่จริงพวกจีนเข้ามาอยู่ในมาลายูตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงแล้วครับพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นจีนเชื้อเจ้าหรือค่อนข้างมีสกุลรุนชาติ เข้ามาอยู่ในมาลายูโดยการติดตามราชนิกูลจีนที่ฮ่องเต้จีนพระราชทานมาให้แต่งกับเจ้าในมาลายู โดยถือเอาว่าเป็นการขยายอิทธิพลและเส้นทางการค้า และก็ยังสืบสายสกุลมาจนถึงปัจจุบัน พวกนี้ค่อนข้างถือตัว และอนุรักษ์ขนบประเพณีจีนใว้อย่างเข้มแข็ง ต่างจากจีนแบบเสื่อผืนหมอนใบที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นในไทย พวกนี้วัฒนธรรมจะไม่ค่อยเข้มแข็งและถูกกลืนเป็นคนไทยไปอย่างง่ายดาย
- zakai likes this
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#49
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:19
จากหลากหลายสายพันธุ์ รวมไปถึงไดโนเสาร์ จะเหมาะไว้สำหรับการทำสงคราม
แต่มนุษย์โลกตอนที่ถูกมนุษย์ต่างดาวรุกรานเข้าใจความหมายผิดไปว่า
มนุษย์โลกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทดสอบด้านจริยธรรม
สุดท้ายโลกก็ถูกทำลายเพราะพบว่าการทดลองครั้งนี้ล้มเหลว
ปล. มาจากหนังเรื่องหนึ่ง อิอิ
Edited by phoosana, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:23.
#50
ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 19:31
มนุษย์ต่างดาวเล่นแบบนี้มากกว่ามนุษย์โลกเป็นสัตว์ทดลองสายพันธ์หนึ่งของมนุษย์ต่างดาวเพื่อทดสอบว่าสายพันธฺุ์ไหน
จากหลากหลายสายพันธุ์ รวมไปถึงไดโนเสาร์ จะเหมาะไว้สำหรับการทำสงคราม
แต่มนุษย์โลกตอนที่ถูกมนุษย์ต่างดาวรุกรานเข้าใจความหมายผิดไปว่า
มนุษย์โลกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทดสอบด้านจริยธรรม
สุดท้ายโลกก็ถูกทำลายเพราะพบว่าการทดลองครั้งนี้ล้มเหลว
ปล. มาจากหนังเรื่องหนึ่ง อิอิ
http://www.youtube.com/watch?v=yrvqyrnnIjQ
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน













