------------------
สิ่งที่ควรยกย่องในเรื่องสกุลก็คือ ความไม่แตกแยกกันของตระกูลชินวัตร
สิ่งที่ควรเป็นอุทาหรณ์ในเรื่องสกุลก็คือ ความแตกแยกกันของตระกูลเวชชาชีวะ
---------------------------
แม้ในเวลาที่ผ่านมาคุณอภิสิทธิ์จะแสดงออกเหมือนจะแบ่งรับแบ่งสู้กับนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ แต่เวลาก็ได้พิสูจน์แล้ว่าสกุลเวชชาชีวะ คือภาพสะท้อนของความแตกแยก บนคราบผู้ดี ซึ่งมันน่าจะเป็นแฟชั่นของพวกผู้ดีไปแล้วที่นิยมความแตกแยก ความคิดแบบเสรีนิยมโดยปราศจากความคิดแบบตระกูลนิยม ซึ่งถือเป็นรากเหง้าหนึ่งของสังคมไทยมาอย่างช้านาน
-----------------------
วันนี้คำว่าปัจเจคชนกำลังมีอิทธิพลต่อสกุลผู้ดีและสกุลเก่าแก่ของไทย ซึ่งมันจะทำให้เกิดความแตกแยกและทำให้สังคมไม่สามารถคัดกรองสาระสำคัญทั้งด้านดีและร้ายได้ เพราะเมื่อสกุลมีค่าน้อยกว่าปัจเจคชน สกุลจะดีชัวก็ไม่รู้ คำว่าสกุลจึงไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กบ้านไหนเป็นเช่นใด การจะไปการันตีให้เด็กคนนั้นก็ยากยิ่งคงต้องใช้เวลาเท่านั้นเป็นตัวพิสูจน์เจตนาของเด็กเหล่านั้นในสกุลเดียวกัน
----------------
ผมเชื่อเลยว่าคนชั่วแต่สามัคคีกันก็ย่อมเป็นคนดีในสายตาคนทั่วไปได้
ผมเชื่อเลยว่าคนดีแต่แตกแยกกันก็ย่อมเป็นคนชั่วในสายตาคนทั่วไปได้
------------------------
และนี้แหละคือสังคมที่เรามองเห็นจากตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่อาจตอบด้วยมุมมองประชาธิไตยว่า ทุกคนมีสิทธิ์ แต่ในสายตาของความมั่นคงทางจิตใจแล้ว เวชชาชีวะ คือควมแตกแยกในครอบของผู้ดีก็เท่านั้น
Edited by chanbaan, 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:59.












