Jump to content


Photo
- - - - -

[กระทู้นี้แดงไม่กล้าเข้าอีกแล้ว]เพื่อไทยเก่งจังเลย!!! Toshiba ขายโรงงานในไทยให้ Western Digital พร้อมย้ายสายการผลิตไปฟิลิปปินส์


  • Please log in to reply
37 replies to this topic

#1 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 1 March 2012 - 01:24

หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ Toshiba ตัดสินใจย้ายสายการผลิตฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในไทยทั้งหมดไปที่ฟิลิปปินส์แทน พร้อมทั้งขายโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในไทยทั้งหมดให้กับ Western Digital โดยมีการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Toshiba เมื่อวานนี้และคาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นในปลายเดือนมีนาคม รายละเอียดในสัญญาคือ Western Digital จะต้องให้เครื่องมือและเทคโนโลยีในการผลิตฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5" (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการซื้อ Hitachi GST ที่มีมูลค่ารวม 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐของ Western Digital เมื่อปีที่แล้ว) กับ Toshiba

จากข่าวนี้และข่าวการเข้าซื้อกิจการ Hitachi GST ทำให้ตอนนี้ Western Digital กลายเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ในประเทศไทยในทันทีเทียบเคียงกับ Seagate

สิ่งที่น่าสนใจคือ Western Digital จะต้องแบกรับความเสี่ยงจากน้ำท่วมมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า เพราะโรงงานที่ Toshiba ขายให้ก็คือโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ติดกับโรงงานของ Western Digital ซึ่งโดนน้ำท่วมไปด้วยกันเมื่อปลายปีที่แล้วนั่นเอง

http://www.blognone....%B8%AA%E0%B9%8C



น่าแปลกว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีภัยพิบัติเยอะกว่าเรา ทำไมโตชิบ้าถึงเลือกย้ายไปที่นั่น?

Edited by David_GinoLa, 2 March 2012 - 11:50.

"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#2 ทัชชี่

ทัชชี่

    ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,784 posts

Posted 1 March 2012 - 01:45

กระท้ำซู้ครับ http://webboard.seri...ของนักลงทุนต่า/

ประชาธิปไตยแบบแดง: 1. ไม่ใช่แดง เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ 2. เสียงส่วนใหญ่ คือเสียงถูกต้อง 3. กฎพวกพ้องต้องเหนือกฎหมาย 4. เบื้องสูงมีไว้เหยียบย่ำ 5. ใครทำก็ผิด แต่แดงต้องไม่ผิด 6. คิดร้ายต่อทักษิณย่อมชั่ว 7. มั่วบิดเบือนหลอกพวกเดียวกัน 8. ปั้นน้ำเป็นตัวแล้วแถ


#3 ชอบกินถั่ว

ชอบกินถั่ว

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 34 posts

Posted 1 March 2012 - 01:47

เคยไปทำที่โรงงานนั้นมาตั้งสองปี สลับกะเช้า-ค่ำ เหนื่อยดี
แต่ขอบอกสาวโรงานแจ่มๆเพียบ อัตราส่วนผู้ชายต่อผู้หญิงอยู่ที่1/500
ทางเดินออกโรงงานแคบมาก เวลาเดินออกผมต้องทำตัวให้หลีบที่สุดไม่ให้ตัวไปโดนนมเมียชาวบ้าน

Edited by ชอบกินถั่ว, 1 March 2012 - 01:48.


#4 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 1 March 2012 - 01:55

กระท้ำซู้ครับ http://webboard.seri...B9%88%E0%B8%B2/


ขออภัยอย่างยิ่ง
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#5 nornoo

nornoo

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,578 posts

Posted 1 March 2012 - 03:39

ไม่เป็นไรครับ ซ้ำได้ เพื่ออ้ายโปก จะได้อ่านซ้ำ
ลูกหลานมันตกงาน
อ้ายโปก อยากตาย

#6 mOOgrOb'pm'

mOOgrOb'pm'

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 409 posts

Posted 1 March 2012 - 11:51

เพื่อไทย หาเงินเก่งไง

ซื้อขาย ต้องมี VAT มีหัก ณ ที่จ่าย ได้ภาษีบานเลย ....

มาร์คทำแบบนี้ไม่ได้หรอก ใครๆก็รู้ ....



:D ผ่าน QC ป่ะครับ

RED = Ready to use Enslaved Dumb

แดง = ทาสโง่ๆพร้อมใช้

youtube.com/watch?v=W5wOyorY3cM

youtube.com/watch?v=-DP5-tjgbck&list=PLC886308BCE409164


#7 เห็นไต๋หายไปไหน

เห็นไต๋หายไปไหน

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 105 posts

Posted 1 March 2012 - 11:59

ไหนขอดูคอมเม้นอีปูกลูกกับไอ้จัยดีแตกใวหน่อย

#8 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

Posted 1 March 2012 - 12:03

รอความเห็นคนโครตกลาง :D
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#9 Bomber_Man

Bomber_Man

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 623 posts

Posted 1 March 2012 - 12:23

นี่เเค่ 1 ข่าว ที่เเพลมออกมา
แต่ถ้าเรื่องจริง ให้ฟังจากเพื่อน หรือ คนที่เขาทำงานโรงงาน ในนิคมต่างๆซิ
มันมีพวก กลางๆ เล็กๆ ปิดตูดหนีไปที่อื่น แบบไม่เห็นฝุ่นอีกมากว่ะ
ผมมีนามแฝงเดิมว่า ศรีระวี งดเสวนากับควายแดงทุกตัวเพราะรังเกียจเสนียดสังคมอย่างพวกมันสำหรับพวกเลวไม่ลืมหูลืมตาอย่าได้พูดดีด้วย ด่าอย่างเดียว เพราะเราเป็นคนไม่ใช่ควายแดง.....เบื่อรัฐบาลปูโง่ กระจอกยังไม่พอ แถมยัง กาก มากๆ

#10 eAT

eAT

    ผมเป็นเสื้อแดงฮับ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,589 posts

Posted 1 March 2012 - 12:33

'เดิมพัน'รัฐบาลปูแดงดึงทุนญี่ปุ่น'อยู่ต่อ'
01 มีนาคม 2555 เวลา 07:53 น.
http://goo.gl/q4qII
โดย...จตุพล สันตะกิจ

การเยือนญี่ปุ่นของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ระหว่างวันที่ 6-9 มี.ค.นี้ ถือเป็นการเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน นับแต่การเข้ารับตำแหน่งนายกฯ หญิงคนแรกของไทย

และยังถือเป็นการเยือนประเทศนอกอาเซียนครั้งแรกของนายกฯ

เป้าหมายหลักเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนญี่ปุ่นหลังเกิดมหาอุทกภัย ปี 2554 และขอให้นักลงทุนญี่ปุ่น “ขยาย” การลงทุนในไทยต่อไป

เสมือนเป็นประเพณีทางการทูต ที่นายกฯ ไทยทุกคนต้องเดินทางเยือนญี่ปุ่น นั่นเพราะ “ทุนญี่ปุ่น” เป็นกลุ่มทุนนอกประเทศที่ใหญ่ที่สุดที่ลงทุนในไทย

ทว่าการเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้มี “ความต่าง”จากการเยือนในหลายครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นความต่างใน “บริบท” ภายใต้สถานการณ์เดียวกัน

นั่นคือการไปเยือนเพื่อเรียกความ “เชื่อมั่น” ของนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยจนก่อให้เกิดการจ้างงาน การผลิตและทำให้ระบบเศรษฐกิจของไทยเติบโตก้าวไกลจนบัดป่านนี้ให้กลับคืนมา

ย้อนหลังกลับไปนับแต่ปี 2548 ไทยเผชิญสถานการณ์วุ่นวายทางการเมือง การรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) และเปลี่ยนเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภายใต้สโลแกน “แดงทั้งแผ่นดิน” ตลอดปี 2550-2551

การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อปี 2551 ที่นำไปสู่การปิด “สนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง” ในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช การหยุดชะงักของการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ม.67 วรรคสอง

ตามมาด้วยเหตุการณ์ “เผาบ้านเผาเมือง” เดือน เม.ย. 2553 ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเหตุการณ์มหาอุทกภัยปลายปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 1.42 ล้านล้านบาทในขณะที่นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เช่น สายการผลิตโรงงานรถยนต์ฮอนด้าที่ยุติการผลิตสิ้นเชิงเพราะน้ำท่วม

เรียกได้ว่าความวุ่นวายตลอด 6 ปีเต็มทุกเหตุการณ์ล้วน “สั่นคลอน” ความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นให้ตกต่ำสุดขีด

เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นมีผลกระทบต่อการทำธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้

ล่าสุด บริษัท เอลพิดา เมมโมรี อิงค์ ยื่นขอล้มละลายต่อศาลโตเกียว เนื่องจากการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบน้ำท่วมในไทย ที่ทำให้สายการผลิตหยุดชะงัก และไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งอย่าง “ซัมซุง” ของเกาหลีใต้ได้

เช่นเดียวกับการตั้งคำถามของนักลงทุนต่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เมื่อครั้งเยือนสิงคโปร์ วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า การเมืองไทยมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงหรือไม่ เพราะไทยผ่านกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ

นโยบายเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทของรัฐบาล เป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุน “กังวลใจ” พร้อมกับการ “กระพือข่าว” ย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 และเหลือ 20% ในปี 2556 ไม่อาจชดเชยต้นทุนการผลิตของนักลงทุนได้ทั้งหมด

กรณี บริษัท มินิแบร์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ตัดสินใจย้ายฐานการลงทุนบางส่วนจากไทยไปกัมพูชาเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะค่าแรงของกัมพูชาต่ำเพียงวันละ 80 บาทเท่านั้น ขณะที่ของไทยกำลังเพิ่มเป็น 300 บาท

แม้ว่าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยจะเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ใช้เทคโนโลยีสูง และต้องการแรงงานไม่มาก เช่น ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แต่การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในระดับ “ซัพพลายเออร์” พวก Tier1, Tier2 และ Tier3 ต่างได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอย่าง “เลี่ยง” ไม่ได้

อีกทั้งอย่าลืมว่า นักลงทุนญี่ปุ่นบ่นเสมอมาว่า ไทยขาดแคลนแรงงานที่มี “ทักษะ”

ต้นทุนมนุษย์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการลงทุนของญี่ปุ่นในไทย ไม่แพ้อัธยาศัยที่ดี อดทน และขยันขันแข็ง

เมื่อมองไปยังประเทศอาเซียนอื่นๆ หลายประเทศเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจของนักลงทุนญี่ปุ่น เช่น อินโดนีเซียที่การเมืองมีเสถียรภาพ และประชากรระดับเกิน 200 ล้านคน เป็นตลาดที่ใหญ่ โดยเฉพาะฐานการผลิตยานยนต์ในอินโดนีเซียที่ขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องมาหลายปี และกำลังจะ “แซงหน้า” ไทยในอนาคตอันใกล้

กัมพูชาและเวียดนาม เป็นทางเลือกที่น่าลงทุนอีกแห่ง เนื่องจากมีการให้สิทธิประโยชน์การลงทุนและภาษีในระดับ “สูง”

ขณะที่พม่าเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ก้าวหน้าในระบอบประชาธิปไตย แหล่งทรัพยากรที่หลากหลายและความ “สดใหม่” และศูนย์กลาง “อ่าวเบงกอล” ล้วนหนุนส่งให้พม่าเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจ

ต้องยอมรับว่าวันนี้ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นแทบไม่กระเตื้อง นอกจากความเสี่ยง “การเมือง” ที่ยัง “คุกรุ่น” และพร้อม“ลุกเป็นไฟ” ได้ตลอด กฎระเบียบการลงทุนที่คลี่คลายบ้างแล้ว แต่มีความเสี่ยง “ภัยพิบัติธรรมชาติ” เข้ามาซ้ำเติม รวมทั้งค่าจ้างขั้นต่ำที่มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้

ไทยจึงไม่ใช่ “ถิ่นฐาน” ที่น่าลงทุนอันดับแรกๆ ของญี่ปุ่นอีกแล้ว

แม้มีคำยืนยันจากนักลงทุนญี่ปุ่น องค์กรระดับนำอย่าง “เจโทร” หรือองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น และหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (JCC) จะไม่ย้ายฐานการผลิตจากไทยแน่นอน

ทว่านั่นอาจเป็นเพียง “การรักษามารยาท” ตามแบบฉบับวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำมิตรและจิตใจ

“หากมีน้ำท่วมใหญ่อย่างนี้ขึ้นอีกรอบนักลงทุนเขาไม่อยู่แน่ เขากังวลเรื่องนี้มาก เพราะคราวที่แล้วเขาเสียหายหนัก” แหล่งข่าววงในรัฐบาล ระบุ

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ถ้อยแถลงการณ์ร่วมฯ ที่ยิ่งลักษณ์จะลงนามกับผู้นำญี่ปุ่น 6 หน้ากระดาษในแบบพิมพ์อักษรไทย และพิมพ์ภาษาอังกฤษ 7 หน้ากระดาษ ที่เล็ดลอดออกมา

จากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

ระบุหัวข้อว่า “ถ้อยแถลงร่วมญี่ปุ่น-ไทย ว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์บนพื้นฐานสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพที่ยาวนาน”

ถ้อยแถลงฯ ที่แสดงความเห็นอกเห็นใจระหว่างกัน คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในไทย การช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก

การ “เน้นย้ำ” ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในกรอบทวิภาคี ภูมิภาค และระหว่างประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การพัฒนา และความมั่นคง โดยเฉพาะการจัดการภัยพิบัติ

หมายความว่าไทยอาศัย “บุญเก่า” หรือมิตรภาพที่ยาวนานเป็น “สายใย” คล้องใจนักลงทุนญี่ปุ่นให้ขยายการลงทุนในไทยต่อไป หรือไม่ย้ายฐานการผลิตจากไทยไปไหน

การเข้าพบกับนักลงทุนญี่ปุ่นแบบ “ฟอรัม” และการเข้าพบของนักลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นแต่ละบริษัทแบบ “ตัวต่อตัว” 10-15 บริษัท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและร้องขอให้มีการขยายการลงทุนในไทยต่อเนื่อง ภายใต้คำมั่นของรัฐบาลที่จะให้การสนับสนุน “ทุกทาง”

แต่สิ่งที่สำคัญคือ ทำอย่างไรให้นักลงทุนญี่ปุ่นเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมอีก โครงการลงทุนป้องกันน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท ต้องมีการชี้แจงอย่าง “กระจ่างแจ้ง” และที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ต้องมีการปฏิบัติได้จริง

ขณะที่การทุ่มทุนการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แม้ไม่ทุ่มหมด “หน้าตัก” แต่ต้องทุ่มเทในระดับจูงใจ “สูงสุด” เท่าที่เคยมีมา

นอกเหนือจากความ “ภูมิใจ” ทางภูมิศาสตร์ของไทย ในการเป็นจุดศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน และการเปิดเสรีทางการค้ากับนานาประเทศที่ถือเป็น “แม่เหล็ก” การลงทุนที่สำคัญ

การเยือนญี่ปุ่นของ ยิ่งลักษณ์ในครั้งนี้มี “เดิมพันสูง” และมี “ความหมาย” อย่างยิ่ง

นี่อาจเป็นบทพิสูจน์ฝีมือยิ่งลักษณ์ว่าจะสร้างความ “ประทับใจ” ให้นักลงทุนญี่ปุ่นได้มากน้อยเพียงใดเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้พ้นน้ำหลาก

จนภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นต่างพากันผวา

ไม่เช่นนั้นพื้นที่ยืนทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลกจะ “แคบลง” อย่างแน่นอน


รับรองว่าสือไทยส่วนใหญ่
ไม่สนใจเรื่องนี้กันแล้ว
ประเทศชาติจะล่มจม ก็ไม่สนใจ
ขอให้มีท่อน้ำเลี้ยงก็พอ

#11 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 1 March 2012 - 12:53

'เดิมพัน'รัฐบาลปูแดงดึงทุนญี่ปุ่น'อยู่ต่อ'
01 มีนาคม 2555 เวลา 07:53 น.
http://goo.gl/q4qII
โดย...จตุพล สันตะกิจ

การเยือนญี่ปุ่นของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ระหว่างวันที่ 6-9 มี.ค.นี้ ถือเป็นการเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน นับแต่การเข้ารับตำแหน่งนายกฯ หญิงคนแรกของไทย

และยังถือเป็นการเยือนประเทศนอกอาเซียนครั้งแรกของนายกฯ

เป้าหมายหลักเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนญี่ปุ่นหลังเกิดมหาอุทกภัย ปี 2554 และขอให้นักลงทุนญี่ปุ่น “ขยาย” การลงทุนในไทยต่อไป

เสมือนเป็นประเพณีทางการทูต ที่นายกฯ ไทยทุกคนต้องเดินทางเยือนญี่ปุ่น นั่นเพราะ “ทุนญี่ปุ่น” เป็นกลุ่มทุนนอกประเทศที่ใหญ่ที่สุดที่ลงทุนในไทย

ทว่าการเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้มี “ความต่าง”จากการเยือนในหลายครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นความต่างใน “บริบท” ภายใต้สถานการณ์เดียวกัน

นั่นคือการไปเยือนเพื่อเรียกความ “เชื่อมั่น” ของนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยจนก่อให้เกิดการจ้างงาน การผลิตและทำให้ระบบเศรษฐกิจของไทยเติบโตก้าวไกลจนบัดป่านนี้ให้กลับคืนมา

ย้อนหลังกลับไปนับแต่ปี 2548 ไทยเผชิญสถานการณ์วุ่นวายทางการเมือง การรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) และเปลี่ยนเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภายใต้สโลแกน “แดงทั้งแผ่นดิน” ตลอดปี 2550-2551

การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อปี 2551 ที่นำไปสู่การปิด “สนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง” ในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช การหยุดชะงักของการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ม.67 วรรคสอง

ตามมาด้วยเหตุการณ์ “เผาบ้านเผาเมือง” เดือน เม.ย. 2553 ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเหตุการณ์มหาอุทกภัยปลายปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 1.42 ล้านล้านบาทในขณะที่นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เช่น สายการผลิตโรงงานรถยนต์ฮอนด้าที่ยุติการผลิตสิ้นเชิงเพราะน้ำท่วม

เรียกได้ว่าความวุ่นวายตลอด 6 ปีเต็มทุกเหตุการณ์ล้วน “สั่นคลอน” ความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นให้ตกต่ำสุดขีด

เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นมีผลกระทบต่อการทำธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้

ล่าสุด บริษัท เอลพิดา เมมโมรี อิงค์ ยื่นขอล้มละลายต่อศาลโตเกียว เนื่องจากการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบน้ำท่วมในไทย ที่ทำให้สายการผลิตหยุดชะงัก และไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งอย่าง “ซัมซุง” ของเกาหลีใต้ได้

เช่นเดียวกับการตั้งคำถามของนักลงทุนต่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เมื่อครั้งเยือนสิงคโปร์ วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า การเมืองไทยมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงหรือไม่ เพราะไทยผ่านกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ

นโยบายเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทของรัฐบาล เป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุน “กังวลใจ” พร้อมกับการ “กระพือข่าว” ย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 และเหลือ 20% ในปี 2556 ไม่อาจชดเชยต้นทุนการผลิตของนักลงทุนได้ทั้งหมด

กรณี บริษัท มินิแบร์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ตัดสินใจย้ายฐานการลงทุนบางส่วนจากไทยไปกัมพูชาเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะค่าแรงของกัมพูชาต่ำเพียงวันละ 80 บาทเท่านั้น ขณะที่ของไทยกำลังเพิ่มเป็น 300 บาท

แม้ว่าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยจะเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ใช้เทคโนโลยีสูง และต้องการแรงงานไม่มาก เช่น ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แต่การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในระดับ “ซัพพลายเออร์” พวก Tier1, Tier2 และ Tier3 ต่างได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอย่าง “เลี่ยง” ไม่ได้

อีกทั้งอย่าลืมว่า นักลงทุนญี่ปุ่นบ่นเสมอมาว่า ไทยขาดแคลนแรงงานที่มี “ทักษะ”

ต้นทุนมนุษย์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการลงทุนของญี่ปุ่นในไทย ไม่แพ้อัธยาศัยที่ดี อดทน และขยันขันแข็ง

เมื่อมองไปยังประเทศอาเซียนอื่นๆ หลายประเทศเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจของนักลงทุนญี่ปุ่น เช่น อินโดนีเซียที่การเมืองมีเสถียรภาพ และประชากรระดับเกิน 200 ล้านคน เป็นตลาดที่ใหญ่ โดยเฉพาะฐานการผลิตยานยนต์ในอินโดนีเซียที่ขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องมาหลายปี และกำลังจะ “แซงหน้า” ไทยในอนาคตอันใกล้

กัมพูชาและเวียดนาม เป็นทางเลือกที่น่าลงทุนอีกแห่ง เนื่องจากมีการให้สิทธิประโยชน์การลงทุนและภาษีในระดับ “สูง”

ขณะที่พม่าเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ก้าวหน้าในระบอบประชาธิปไตย แหล่งทรัพยากรที่หลากหลายและความ “สดใหม่” และศูนย์กลาง “อ่าวเบงกอล” ล้วนหนุนส่งให้พม่าเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจ

ต้องยอมรับว่าวันนี้ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นแทบไม่กระเตื้อง นอกจากความเสี่ยง “การเมือง” ที่ยัง “คุกรุ่น” และพร้อม“ลุกเป็นไฟ” ได้ตลอด กฎระเบียบการลงทุนที่คลี่คลายบ้างแล้ว แต่มีความเสี่ยง “ภัยพิบัติธรรมชาติ” เข้ามาซ้ำเติม รวมทั้งค่าจ้างขั้นต่ำที่มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้

ไทยจึงไม่ใช่ “ถิ่นฐาน” ที่น่าลงทุนอันดับแรกๆ ของญี่ปุ่นอีกแล้ว

แม้มีคำยืนยันจากนักลงทุนญี่ปุ่น องค์กรระดับนำอย่าง “เจโทร” หรือองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น และหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (JCC) จะไม่ย้ายฐานการผลิตจากไทยแน่นอน

ทว่านั่นอาจเป็นเพียง “การรักษามารยาท” ตามแบบฉบับวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำมิตรและจิตใจ

“หากมีน้ำท่วมใหญ่อย่างนี้ขึ้นอีกรอบนักลงทุนเขาไม่อยู่แน่ เขากังวลเรื่องนี้มาก เพราะคราวที่แล้วเขาเสียหายหนัก” แหล่งข่าววงในรัฐบาล ระบุ

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ถ้อยแถลงการณ์ร่วมฯ ที่ยิ่งลักษณ์จะลงนามกับผู้นำญี่ปุ่น 6 หน้ากระดาษในแบบพิมพ์อักษรไทย และพิมพ์ภาษาอังกฤษ 7 หน้ากระดาษ ที่เล็ดลอดออกมา

จากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

ระบุหัวข้อว่า “ถ้อยแถลงร่วมญี่ปุ่น-ไทย ว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์บนพื้นฐานสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพที่ยาวนาน”

ถ้อยแถลงฯ ที่แสดงความเห็นอกเห็นใจระหว่างกัน คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในไทย การช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก

การ “เน้นย้ำ” ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในกรอบทวิภาคี ภูมิภาค และระหว่างประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การพัฒนา และความมั่นคง โดยเฉพาะการจัดการภัยพิบัติ

หมายความว่าไทยอาศัย “บุญเก่า” หรือมิตรภาพที่ยาวนานเป็น “สายใย” คล้องใจนักลงทุนญี่ปุ่นให้ขยายการลงทุนในไทยต่อไป หรือไม่ย้ายฐานการผลิตจากไทยไปไหน

การเข้าพบกับนักลงทุนญี่ปุ่นแบบ “ฟอรัม” และการเข้าพบของนักลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นแต่ละบริษัทแบบ “ตัวต่อตัว” 10-15 บริษัท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและร้องขอให้มีการขยายการลงทุนในไทยต่อเนื่อง ภายใต้คำมั่นของรัฐบาลที่จะให้การสนับสนุน “ทุกทาง”

แต่สิ่งที่สำคัญคือ ทำอย่างไรให้นักลงทุนญี่ปุ่นเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมอีก โครงการลงทุนป้องกันน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท ต้องมีการชี้แจงอย่าง “กระจ่างแจ้ง” และที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ต้องมีการปฏิบัติได้จริง

ขณะที่การทุ่มทุนการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แม้ไม่ทุ่มหมด “หน้าตัก” แต่ต้องทุ่มเทในระดับจูงใจ “สูงสุด” เท่าที่เคยมีมา

นอกเหนือจากความ “ภูมิใจ” ทางภูมิศาสตร์ของไทย ในการเป็นจุดศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน และการเปิดเสรีทางการค้ากับนานาประเทศที่ถือเป็น “แม่เหล็ก” การลงทุนที่สำคัญ

การเยือนญี่ปุ่นของ ยิ่งลักษณ์ในครั้งนี้มี “เดิมพันสูง” และมี “ความหมาย” อย่างยิ่ง

นี่อาจเป็นบทพิสูจน์ฝีมือยิ่งลักษณ์ว่าจะสร้างความ “ประทับใจ” ให้นักลงทุนญี่ปุ่นได้มากน้อยเพียงใดเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้พ้นน้ำหลาก

จนภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นต่างพากันผวา

ไม่เช่นนั้นพื้นที่ยืนทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลกจะ “แคบลง” อย่างแน่นอน


รับรองว่าสือไทยส่วนใหญ่
ไม่สนใจเรื่องนี้กันแล้ว
ประเทศชาติจะล่มจม ก็ไม่สนใจ
ขอให้มีท่อน้ำเลี้ยงก็พอ


ตอนนี้ข่าววอเจตโดนชกหน้า สำคัญกว่าข่าวการแก้ปัญหาความเชื่อมั่นนักลงทุนคร้าบบบ :D
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#12 promotion

promotion

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,761 posts

Posted 1 March 2012 - 14:54

เอาอยู่อีกแล้วววว

#13 เชียร์คนดี

เชียร์คนดี

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 991 posts

Posted 1 March 2012 - 16:56

รอความเห็นคนโครตกลาง :D

กลาง กะปู๋เหลี่ยม เหรอครับพี่ ถามจริง ไม่ต้องตอบก็ได้.. :lol:

Edited by เชียร์คนดี, 1 March 2012 - 16:57.

"ทำดี(ผู้อื่น)เห็นผลช้า"


#14 MuuSang

MuuSang

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,604 posts

Posted 1 March 2012 - 17:06

เคยไปทำที่โรงงานนั้นมาตั้งสองปี สลับกะเช้า-ค่ำ เหนื่อยดี
แต่ขอบอกสาวโรงานแจ่มๆเพียบ อัตราส่วนผู้ชายต่อผู้หญิงอยู่ที่1/500
ทางเดินออกโรงงานแคบมาก เวลาเดินออกผมต้องทำตัวให้หลีบที่สุดไม่ให้ตัวไปโดนนมเมียชาวบ้าน


ใหญ่มากป่ะ



โรงงานอ่ะครับ ไม่ได้ถามเรื่อง นม
แม้นใครรัก รักมั่ง ชัง ชังตอบ

#15 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 1 March 2012 - 17:31

แบบนี้ นิติราษฎร์ จะออกมามั้ยครับ? :D
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#16 ชอบกินถั่ว

ชอบกินถั่ว

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 34 posts

Posted 1 March 2012 - 20:37


เคยไปทำที่โรงงานนั้นมาตั้งสองปี สลับกะเช้า-ค่ำ เหนื่อยดี
แต่ขอบอกสาวโรงานแจ่มๆเพียบ อัตราส่วนผู้ชายต่อผู้หญิงอยู่ที่1/500
ทางเดินออกโรงงานแคบมาก เวลาเดินออกผมต้องทำตัวให้หลีบที่สุดไม่ให้ตัวไปโดนนมเมียชาวบ้าน


ใหญ่มากป่ะ



โรงงานอ่ะครับ ไม่ได้ถามเรื่อง นม

ก็ถือว่าใหญ่อันดับต้นๆของนิคมนวนครนะ ย้อนไปสักเกือบสิบปีก่อนถ้าผู้ชายคนใหนเข้าโรงงานนี้ได้ หล่อขึ้นทันทีเลย
เขียนอัตรส่วนผิดไป เกิน0ไปตัว ของจริงประมาณ1/50 พนักงานประมาณ6-7000คน

#17 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 1 March 2012 - 20:38

น่าแปลกว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีภัยพิบัติเยอะกว่าเรา ทำไมโตชิบ้าถึงเลือกย้ายไปที่นั่น?
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#18 Kepler-22b

Kepler-22b

    น้องใหม่

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,103 posts

Posted 1 March 2012 - 22:03

น่าแปลกว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีภัยพิบัติเยอะกว่าเรา ทำไมโตชิบ้าถึงเลือกย้ายไปที่นั่น?



ภัยพิบัติจากผู้นำโง่เขาน้อยกว่าเราครับ :D
เสียงส่วนมากบริหารประเทศด้วยการมีเสียงที่เหลือตรวจสอบ ไม่ใช่มีเสียงเยอะแล้วไม่เห็นหัวใครและไม่สามารถใช้เสียงส่วนมากทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย จริยธรรมได้

#19 ด๋อยแทง

ด๋อยแทง

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,185 posts

Posted 1 March 2012 - 22:27

ตอบกระมู้นี้ไม่ได้ตังค์ฮ่ะ ตั้งเองแปะเอง จะได้เต็มๆมากกว่า

#20 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 2 March 2012 - 11:42


น่าแปลกว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีภัยพิบัติเยอะกว่าเรา ทำไมโตชิบ้าถึงเลือกย้ายไปที่นั่น?



ภัยพิบัติจากผู้นำโง่เขาน้อยกว่าเราครับ :D


จริงด้วย :lol:
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#21 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 2 March 2012 - 11:49

กระทู้ปลอดแดงอีกแล้วหรอเนี่ย :(
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#22 1sTzKiLLzCcN

1sTzKiLLzCcN

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 145 posts

Posted 2 March 2012 - 12:21

ปลอดแดงจริงๆ ด้วย " ฟิลิปปินส์ " แผ่นดินไหวบ่อย น้ำท่วม พายุ ทำไมถึงได้ย้ายไปล่ะ :D :D :D

#23 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 2 March 2012 - 14:50

ปลอดแดงจริงๆ ด้วย " ฟิลิปปินส์ " แผ่นดินไหวบ่อย น้ำท่วม พายุ ทำไมถึงได้ย้ายไปล่ะ :D :D :D


เพราะไม่มีนายกนกแก้วครับ :D
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#24 promotion

promotion

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,761 posts

Posted 2 March 2012 - 14:59

โตชิบ้า เลยนำสิ่งที่ดีออกจากชีวิต ไปซะแล้ว

#25 hentai

hentai

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,046 posts

Posted 2 March 2012 - 15:14

เฮ้อๆๆๆ พวกแมลงสาบ ... สมองมีก็คิดๆหน่อยนะครับ ... อย่าจับเรื่องมาผสมปนเป ขอให้หาได้อย่างเดียวว่า คุณปูแย่ตรงไหนเป็นเอามาเล่นได้หมด นับเป็นความสามารถพิเศษตั้งแต่สมัยในโรงหนัง...

ทำมากๆ จะหมดราคานะครับ....

ถามว่า Toshiba นี่เวลาไป ไปกันหมดเลยหรือปล่าว ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า... ถ้าเมืองไทยน้ำท่วมจัดการไม่ดี ทำไม ไม่ไปกันให้หมด หรือว่า คุณปูจัดการน้ำได้ดีเลยไม่ไปให้หมด???

ถามว่า WD ที่มาซื้อนี่กินแกลบแทนข้าว หรือ กินแมลงสาบแทนกับข้าวหรือปล่าวครับ เลยโง่จัด ซื้อโรงงานมารับน้ำท่วม... หรือว่า WD คิดว่า คุณปูจัดการน้ำได้ดีเลยซื้อโรงงานซะงั้น??


ผมว่ามันเป็นแค่การซื้อกิจการทำให้ ธุรกิจใหญ่ขึ้นก็เท่านั้น.... แมลงสาบ ตี ปี๊ปกันใหญ่เลย....
Toshiba มีโรงงานขน่ดใหญ่กว่า ที่ จีนกับ Philippines อยู่แล้ว น่าจะเห็นว่า การกู้โรงงานไม่น่าคุ้ม แล้ว เผอิญขายได้พอดีก็เท่านั้น....


เหอๆๆ ถ้ายังไง ช่วยไปกระซิบบอก WD ดีด้วยนะครับว่า เค้าโง่ไปแล้ว ใครๆ (ก็เห็นมีอยู่พวกเดียว) ก็รู้ัว่า ปูเอาไม่อยู่...

ไว้ WD ไปอีกราย ค่อยเล่นนะครับ ดูดีมีราคากว่าเยอะเลย ...

"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"

"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"

"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"


#26 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 2 March 2012 - 15:16

ถามว่า Toshiba นี่เวลาไป ไปกันหมดเลยหรือปล่าว ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า... ถ้าเมืองไทยน้ำท่วมจัดการไม่ดี ทำไม ไม่ไปกันให้หมด หรือว่า คุณปูจัดการน้ำได้ดีเลยไม่ไปให้หมด???

ถามว่า WD ที่มาซื้อนี่กินแกลบแทนข้าว หรือ กินแมลงสาบแทนกับข้าวหรือปล่าวครับ เลยโง่จัด ซื้อโรงงานมารับน้ำท่วม... หรือว่า WD คิดว่า คุณปูจัดการน้ำได้ดีเลยซื้อโรงงานซะงั้น??


ผมว่ามันเป็นแค่การซื้อกิจการทำให้ ธุรกิจใหญ่ขึ้นก็เท่านั้น.... แมลงสาบ ตี ปี๊ปกันใหญ่เลย....
Toshiba มีโรงงานขน่ดใหญ่กว่า ที่ จีนกับ Philippines อยู่แล้ว น่าจะเห็นว่า การกู้โรงงานไม่น่าคุ้ม แล้ว เผอิญขายได้พอดีก็เท่านั้น....


สมองการ์ตูนวิตรถารมันคิดไม่ได้เลยหรือว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีภัยพิบัติเยอะกว่าเรา ทำไมโตชิบ้าถึงเลือกย้ายไปที่นั่น? ถามว่า โตชิบ้า ที่มาย้ายไปฟิลิปปินส์นี่กินแกลบแทนข้าว หรือ กินขี้ทักษิณแทนกับข้าวหรือปล่าวครับ เลยโง่จัด ย้ายไปรับน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ หรือเพราะต่อให้เจอน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ ก็ยังดีกว่าเจอ นายกฯโง่

Edited by David_GinoLa, 2 March 2012 - 15:28.

"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#27 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 2 March 2012 - 15:18

Posted Image
เมื่อ: 24, ตุลาคม 2011, 08:30:06 PM

http://www.justusers...hp?topic=8537.0

Posted Image

http://www.jib.co.th...19/0/index.html




ไอ้พวกแมงสาปไม่วันทำอย่างนี้ได้หรอก ชาบูๆๆๆนายกฯหญิงของเรา อ้าว!!!!!!! กราบ!!!!!! :D

Edited by David_GinoLa, 2 March 2012 - 15:20.

"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#28 notcomeng

notcomeng

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,963 posts

Posted 2 March 2012 - 16:18


ถามว่า Toshiba นี่เวลาไป ไปกันหมดเลยหรือปล่าว ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า... ถ้าเมืองไทยน้ำท่วมจัดการไม่ดี ทำไม ไม่ไปกันให้หมด หรือว่า คุณปูจัดการน้ำได้ดีเลยไม่ไปให้หมด???

ถามว่า WD ที่มาซื้อนี่กินแกลบแทนข้าว หรือ กินแมลงสาบแทนกับข้าวหรือปล่าวครับ เลยโง่จัด ซื้อโรงงานมารับน้ำท่วม... หรือว่า WD คิดว่า คุณปูจัดการน้ำได้ดีเลยซื้อโรงงานซะงั้น??


ผมว่ามันเป็นแค่การซื้อกิจการทำให้ ธุรกิจใหญ่ขึ้นก็เท่านั้น.... แมลงสาบ ตี ปี๊ปกันใหญ่เลย....
Toshiba มีโรงงานขน่ดใหญ่กว่า ที่ จีนกับ Philippines อยู่แล้ว น่าจะเห็นว่า การกู้โรงงานไม่น่าคุ้ม แล้ว เผอิญขายได้พอดีก็เท่านั้น....


สมองการ์ตูนวิตรถารมันคิดไม่ได้เลยหรือว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีภัยพิบัติเยอะกว่าเรา ทำไมโตชิบ้าถึงเลือกย้ายไปที่นั่น? ถามว่า โตชิบ้า ที่มาย้ายไปฟิลิปปินส์นี่กินแกลบแทนข้าว หรือ กินขี้ทักษิณแทนกับข้าวหรือปล่าวครับ เลยโง่จัด ย้ายไปรับน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ หรือเพราะต่อให้เจอน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ ก็ยังดีกว่าเจอ นายกฯโง่

คนกลางเนี้ยเวลาเรื่องของแม่ปูเค้าจะมองแบบ โลกสวย ครับ แต่พอเรื่องของแมลงสาบ เค้าจะมองอย่าง โลกส่วนตัว(ของเขา) ครับ :lol: :lol: :lol:

#29 MuuSang

MuuSang

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,604 posts

Posted 3 March 2012 - 11:11



เคยไปทำที่โรงงานนั้นมาตั้งสองปี สลับกะเช้า-ค่ำ เหนื่อยดี
แต่ขอบอกสาวโรงานแจ่มๆเพียบ อัตราส่วนผู้ชายต่อผู้หญิงอยู่ที่1/500
ทางเดินออกโรงงานแคบมาก เวลาเดินออกผมต้องทำตัวให้หลีบที่สุดไม่ให้ตัวไปโดนนมเมียชาวบ้าน


ใหญ่มากป่ะ



โรงงานอ่ะครับ ไม่ได้ถามเรื่อง นม

ก็ถือว่าใหญ่อันดับต้นๆของนิคมนวนครนะ ย้อนไปสักเกือบสิบปีก่อนถ้าผู้ชายคนใหนเข้าโรงงานนี้ได้ หล่อขึ้นทันทีเลย
เขียนอัตรส่วนผิดไป เกิน0ไปตัว ของจริงประมาณ1/50 พนักงานประมาณ6-7000คน



อ๋อ ครับ



แล้วเรื่อง นม ล่ะ
แม้นใครรัก รักมั่ง ชัง ชังตอบ

#30 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

Posted 3 March 2012 - 12:32



ถามว่า Toshiba นี่เวลาไป ไปกันหมดเลยหรือปล่าว ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า... ถ้าเมืองไทยน้ำท่วมจัดการไม่ดี ทำไม ไม่ไปกันให้หมด หรือว่า คุณปูจัดการน้ำได้ดีเลยไม่ไปให้หมด???

ถามว่า WD ที่มาซื้อนี่กินแกลบแทนข้าว หรือ กินแมลงสาบแทนกับข้าวหรือปล่าวครับ เลยโง่จัด ซื้อโรงงานมารับน้ำท่วม... หรือว่า WD คิดว่า คุณปูจัดการน้ำได้ดีเลยซื้อโรงงานซะงั้น??


ผมว่ามันเป็นแค่การซื้อกิจการทำให้ ธุรกิจใหญ่ขึ้นก็เท่านั้น.... แมลงสาบ ตี ปี๊ปกันใหญ่เลย....
Toshiba มีโรงงานขน่ดใหญ่กว่า ที่ จีนกับ Philippines อยู่แล้ว น่าจะเห็นว่า การกู้โรงงานไม่น่าคุ้ม แล้ว เผอิญขายได้พอดีก็เท่านั้น....


สมองการ์ตูนวิตรถารมันคิดไม่ได้เลยหรือว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีภัยพิบัติเยอะกว่าเรา ทำไมโตชิบ้าถึงเลือกย้ายไปที่นั่น? ถามว่า โตชิบ้า ที่มาย้ายไปฟิลิปปินส์นี่กินแกลบแทนข้าว หรือ กินขี้ทักษิณแทนกับข้าวหรือปล่าวครับ เลยโง่จัด ย้ายไปรับน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ หรือเพราะต่อให้เจอน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ ก็ยังดีกว่าเจอ นายกฯโง่

คนกลางเนี้ยเวลาเรื่องของแม่ปูเค้าจะมองแบบ โลกสวย ครับ แต่พอเรื่องของแมลงสาบ เค้าจะมองอย่าง โลกส่วนตัว(ของเขา) ครับ :lol: :lol: :lol:


ถึงได้ว่า ถ้า WD มันมาซื้อโรงงานแล้วบอกว่าโง่ โตชิบ้ามันไม่โง่กว่าหรือ ย้่ายไปที่นั่นเจอหนักกว่าเราอีก :lol:
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#31 ชอบกินถั่ว

ชอบกินถั่ว

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 34 posts

Posted 3 March 2012 - 14:12

เคยไปทำที่โรงงานนั้นมาตั้งสองปี สลับกะเช้า-ค่ำ เหนื่อยดี แต่ขอบอกสาวโรงานแจ่มๆเพียบ อัตราส่วนผู้ชายต่อผู้หญิงอยู่ที่1/500 ทางเดินออกโรงงานแคบมาก เวลาเดินออกผมต้องทำตัวให้หลีบที่สุดไม่ให้ตัวไปโดนนมเมียชาวบ้าน

ใหญ่มากป่ะ โรงงานอ่ะครับ ไม่ได้ถามเรื่อง นม

ก็ถือว่าใหญ่อันดับต้นๆของนิคมนวนครนะ ย้อนไปสักเกือบสิบปีก่อนถ้าผู้ชายคนใหนเข้าโรงงานนี้ได้ หล่อขึ้นทันทีเลย เขียนอัตรส่วนผิดไป เกิน0ไปตัว ของจริงประมาณ1/50 พนักงานประมาณ6-7000คน

อ๋อ ครับ แล้วเรื่อง นม ล่ะ

คน6-7000คน มันก็มีทุกไซด์นะ ;) :P :)

ผมจะเล่าประวัติคร่าวๆของโรงงานนี้ให้ดู
แต่เดิมโรงงานผลิตHDแห่งนี้ก่อตั้งโดย Fujitsu อยู่มาได้20กว่าปีก็เกิควิกฤติเศรษฐกิจที่่อเมริกาเมื่อ3-4ปีก่อน ก็ขายให้ Toshiba ผมก็ถูก lay off โดยสมัครใจได้เงินมา4หมื่นกว่าบาท จากการทำงานสองปี จากนั้นก็ขายต่อให้ WD อย่างที่เห็น

#32 ตะกวด กากๆ

ตะกวด กากๆ

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 974 posts

Posted 3 March 2012 - 14:36

เพื่อไทย หาเงินเก่งไง

ซื้อขาย ต้องมี VAT มีหัก ณ ที่จ่าย ได้ภาษีบานเลย ....

มาร์คทำแบบนี้ไม่ได้หรอก ใครๆก็รู้ ....



:D ผ่าน QC ป่ะครับ

เออ ไอ้นี้เข้าใจคิดวุ้ย มุกนี้หน้าจะเป็นเหตุจริง ถ้าคิดตามกฏหมาย

#33 RiDKuN_user

RiDKuN_user

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,167 posts

Posted 3 March 2012 - 14:37

หึหึ อ่านไปอ่านมา ที่แท้ ก็กลัวนโยบาย 300 บาท
มันก็แค่พวกทุนอำมาตย์กดขี่แรงงาน ใช้งานคนไทยเยี่ยงทาส ให้แค่เศษเงิน
ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะได้อยู่ดีกินดี พี่น้องชาวเหนือและอิสานจะได้ลืมตาอ้าปาก
ต่างชาติหน้าไหนไม่พอใจที่คนไทยจะได้ค่าแรง 300 ก็ให้มันออกนอกประเทศไปซะให้หมด
เพราะที่นี่แผ่นดินไทย คนไทยเราอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องง้อต่างชาติ
ใครๆ ก็รู้
" ชีวิตผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ผมกลัวอย่างเดียว...กลัวจะถูกมองว่า 'ขายชาติ' " - The Last Tycoon

~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~

#34 ตะกวด กากๆ

ตะกวด กากๆ

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 974 posts

Posted 3 March 2012 - 14:43

กระทู้นี้อ่านและ งง มากอ่ะ งง โครตๆๆๆๆๆๆๆ :wub:
สรุปยัไงง รัฐบาลเป็นนายหน้าขายกิจการ ให้อีกบริษัท ก็เท่ากับว่ามี เจ้าของใหม่ใช่ไหม
แล้วคนจะตกงานได้ไงอ่ะ น้ำก็ลดแล้วนิ แผนป้องกันน้ำก็ดำเนินการอยู่ แล้วมันยังไงต่อ
อ่ะ งง อ่ะ การขายสินทรัพย์ในประเทศประเทศนั้นก็ต้องได้รับภาษีต่างๆไปด้วยแล้วมันยังไงต่อ
มันไม่ดีตรงไหน :wub: วิ้งๆๆๆ ฮ่าๆๆงง

#35 mOOgrOb'pm'

mOOgrOb'pm'

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 409 posts

Posted 3 March 2012 - 15:07


เพื่อไทย หาเงินเก่งไง

ซื้อขาย ต้องมี VAT มีหัก ณ ที่จ่าย ได้ภาษีบานเลย ....

มาร์คทำแบบนี้ไม่ได้หรอก ใครๆก็รู้ ....



:D ผ่าน QC ป่ะครับ

เออ ไอ้นี้เข้าใจคิดวุ้ย มุกนี้หน้าจะเป็นเหตุจริง ถ้าคิดตามกฏหมาย


555 ไอ้บ้าตูประชด

รู้จักความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือเปล่านี่ .... แทนที่จะพยายามสร้างงานให้คนไทยมีงานให้เืลือกเยอะๆโดยการรีบดึงให้กลุ่มที่จะหนี ไม่หนีไป แล้วเพิ่มโอกาศให้เจ้าใหม่เข้ามา แล้วการแข่งขันในการจ้างก็จะพลอยสูงขึ้นตามกลไก รายได้ที่ประชาชนชั้นกรรมกร/แรงงานฝีมือดี ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยรัฐไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมานั่งออกนโยบาย 300/15000 หลอกลวง เพราะรายได้จะขึ้นของมันเอง

นี่คิดแค่ขายได้ VAT ได้ภาษี โรงงานก็ไม่ได้ไปใหนแค่เปลี่ยนเจ้าของ ..... คิดตื้นๆ 555 เคยอ่านนิทานเรื่องห่านกับไข่ทองคำป่ะ 555



ห่านกับไข่ทองคำ


ชายคำหนึ่งได้กู้เงินเศรษฐีเพื่อนำไปซื้อห่านเอามาเลี้ยง ทุกวันเขาจะไปเก็บ ผักบุ้ง หอย ปู ปลาเล็กปลาน้อย ในท้ายทุ่งเพื่อเอามาขุนห่าน เมื่อห่านโตจนเต็มที่แล้วพวกมันก็ได้เวลาออกไข่ เขาเดินผ่านเล้าในเช้าวันหนึ่งสายตาก็พบกับไข่ฟองแรก เขาดีใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาจะถือกระจาดเข้าไปเก็บไข่ถึงแม้จะเก็บได้วันละไม่มากนัก เขาจึงต้องเก็บไข่ห่านรวมๆกันไว้ เมื่อได้มากพอแล้วก็นำไปขายให้กับร้านค้าในเมือง หรือไม่ก็คนในหมู่บ้าน มาซื้อไปขายต่อ วันหนึ่งเจ้าหนี้มาทวงเงินที่เขาไปยืมมาซื้อห่าน ฉันมาทวงเงินที่แกยืมมาพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญา เศรษฐีกล่าว ขอผัดผ่อนสักหน่อยนะครับท่านตอนนี้มันเพิ่งออกไขไม่ได้กี่ฟอง เศรษฐีได้ฟังดังนั้นจึงได้ที ก็ได้บวกดอกเบี้ยให้ฉันอีกหน่อยก็แล้วกัน ชายเลี้ยงห่านไม่มีทางเลือก จึงพยักหน้าตอบรับอย่างขมขื่น เมื่อเศรษฐีกลับไปแล้ว เขาจึงนั่งลงใกล้ๆกับเล้าห่าน แล้วพูดกับบรรดาห่านว่า เขาเฝ้าขยันอดทน ไม่เคยเบียดเบียนใคร แต่ทำไมเทพยาดาถึงไม่ให้โอกาสเขาเลย เช้าวันรุ่งขึ้น เขาเริ่มปฏิบัติ กิจวัตรเหมือนเดิม แบกกระจาดตรงไปยังเล้าห่าน ทันใดนั้นสายตาของเขาก็พบกับแสงสีทองส่องประกายระยิบระยับ เขาเพ่งมองจนรู้ว่ามันคือไข่ห่านทองคำนั่นเอง ชายเลี้ยงห่านนำไข่ทองคำไปขายที่ตลาดและนำเงินไปใช้หนี้เศรษฐีจนหมด แต่ละวันเขาขุนห่านด้วยอาหารชั้นดี และห่านก็ออกไข่ทองคำให้เขาวันละฟอง ชายเลี้ยงห่านกลายเป็นเศรษฐีขึ้นมาทันที แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าห่านตัวไหนที่ออกไข่เป็นทอง แต่การที่ห่านออกไข่ทีละฟองสองฟอง ทำเขารู้สึกรำคาญว่ารวยช้า วันหนึ่งเขาเกิดความคิดขึ้นว่าเขาควรจะได้ไข่ทองคำทั้งหมดในคราวเดียวกัน คิดดังนั้นชายเลี้ยงห่านก็ถือมีดขาววับจับห่านผ่าท้องเพื่อเอาไข่ทองคำ ทันที เมื่อเขาเชือดห่านจนหมดเล้า เขาก็ไม่พบไข่ทองคำเลยสักฟองเดียว



นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ผู้ละโมบโลภมากมักต้องสูญเสียลาภที่ควรได้


ของเรา ห่านไม่ตาย แต่หนีไป อินโด ฟิลิปปินส์ เขมร เวียดนาม ทิ้งขนเป็ดเอาไว้ให้ดูต่างหน้า(vat+ภาษีในการขาย) ยังมีหน้ามาชื่นชมว่าดีงาม 555
ตื้นมาก

Edited by mOOgrOb'pm', 3 March 2012 - 15:10.

RED = Ready to use Enslaved Dumb

แดง = ทาสโง่ๆพร้อมใช้

youtube.com/watch?v=W5wOyorY3cM

youtube.com/watch?v=-DP5-tjgbck&list=PLC886308BCE409164


#36 ZipPa

ZipPa

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,291 posts

Posted 3 March 2012 - 15:13

ก็บอกแล้วไงว่าปีนี้ไม่ท่วม ไม่ท่วม กู้มาแล้ว มีตังแล้ว

ทำไมยังไม่เชื่อกันอีก รึว่า ฝรั่งโง่ ฝรั่งไม่ใช่พ่อ อีกละซิ

#37 ตะกวด กากๆ

ตะกวด กากๆ

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 974 posts

Posted 3 March 2012 - 15:18

อ้า เข้าใจแล้วครับท่าน มันก็ดีนะครับที่ท่านว่า แต่ ฮ่าๆเราแต่อีกและ ของโทษนะครับ
คือผมเข้าใจว่า เค้ากำลังจะสร้างโครงสร้างอะไรบ่างอย่างใหม่อ่ะครับ แต่ยังไง ตอนนี้
ก็มีคนลงทุนเต็มอยู่ถึงแมน่จะเป็นธุระกิจเหมือนๆกันแต่มันก็ดีต่อการพัฒนาบุคลกร
ของเราให้มีฝีมือ และปรับค่าแรงตามที่รัฐบาลตั้งอะไว้ ถูกไหมครับ ผมว่ามันมีข้อดี
ตรงเราจะได้ความฉำนานในการผลิต ที่แน่นอนมากขึ่นจากปรับเปลี่ยนในครั้งนี้อ่ะครับ

#38 mOOgrOb'pm'

mOOgrOb'pm'

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 409 posts

Posted 3 March 2012 - 15:30

เราจะชำนาญขึ้นได้อย่างไรครับ ในเมื่อ ธุรกิจเดิม (ผลิต Hard Disk) เพียงแต่เปลี่ยนเจ้าของ มันเป็นข้อดีตรงใหนครับ

เพื่มขึ้น ลดลง ย่ำอยู่ที่เดิม .... ทำไมถึงคิดว่าการย่ำอยู่ที่เดิมเป็นข้อดีครับ ...

ง่ะ หายไปเลย ไม่มาตอบแล้วเหรอ :blink:

Edited by mOOgrOb'pm', 3 March 2012 - 16:23.

RED = Ready to use Enslaved Dumb

แดง = ทาสโง่ๆพร้อมใช้

youtube.com/watch?v=W5wOyorY3cM

youtube.com/watch?v=-DP5-tjgbck&list=PLC886308BCE409164





1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users