ฝาแฝดมือชก"วรเจตน์"โผล่มอบตัวอ้างแค้นหนุนแก้ม.112
#1
Posted 1 March 2012 - 12:34
พล.ต.ท.วินัย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่องวันที่ 29 ก.พ. เวลา 15.39 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน เข้าไปทำร้ายร่างกายนายวรเจตน์ ภายในลานจอดรถคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะขี่รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน มธง 684 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่า คนร้ายทั้ง 2 คือ นายสุพจน์และนายสุพัฒน์ สองพี่น้องฝาแฝด ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังไปติดตามตัวที่บ้านพักแต่ไม่พบ กระทั่งเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 มี.ค. ผู้ต้องหาได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวที่ สน.ชนะสงคราม
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยมาเฝ้าสังเกตการณ์ที่มหาวิทยาลัยอยู่หลายวันแล้ว แต่ไม่พบตัวอาจารย์วรเจตน์ กระทั่งวันเกิดเหตุพบอาจารย์อยู่ที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย ทั้งสองจึงปรี่เข้าไปรุมชกต่อยทันที ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ที่เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จนก่อเหตุดังกล่าว แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีสี ไม่แดง ไม่เหลือง ไม่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มใด เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถามถึงเรื่องดังกล่าวกับผู้ต้องหาทั้งสองคน นายสุพจน์ ให้การว่า ประกอบอาชีพขายน้ำหอมและเสื้อผ้าที่ จ.ปทุมธานี ส่วนนายสุพัฒน์ ฝาแฝดคนน้องตอบสั้นๆว่า "อยากเตะนักข่าว" นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่านายสุพัฒน์ เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายที่ สน.ดอนเมือง สน.สายไหม และสภ.ธัญบุรี
ภาพจากทวิตเตอร์ @LyNGinG
http://breakingnews....653&lang=T&cat=
#2
Posted 1 March 2012 - 12:38
#3
Posted 1 March 2012 - 12:39
#5
Posted 1 March 2012 - 12:42
เห็นพันทิปตั้งกระทู้แหละ ลองไปดูกันเอาเองก็แ้ล้วกัน http://www.pantip.co...NE11775297.html
พวกนิติราษฎร์ต้องเจอคนแบบคู่แฝดนี้แหละครับ ถึงจะกระตุ้นให้รู้จักสำนึกถึงความละเอียดอ่อนและเหมาะสมของการอยากไปแตะต้องสถาบันได้
#6
Posted 1 March 2012 - 12:45
- ศรอรชุน likes this
#7
Posted 1 March 2012 - 12:45
ถึงได้ไม่ใช้ แห๋มอยากให้ลองปืนติดกล้องจัง
ห่างๆ สัก 500 เมตร ยิงแล้วเผ่น จับมือใครดมไม่ได้
#10
Posted 1 March 2012 - 12:49
แถมเป็นคนชอบเล่นปืนด้วย http://www.gun.in.th...p?topic=71068.0 ดีน่ะอาจารย์ แค่โดนชก ครั้งหน้า อาจจะไม่โดนชกก็ได้
หมัดเอาใช้กับลิ้วล้อ
ส่วนอาวุธหนักไว้เล่นตัวพ่อมั๊ง
#11
Posted 1 March 2012 - 12:51
ถ้าโดนปรับ 500 บาท
สงสัยมีคนต่อคิวไปต่อยอีกหลายคนแน่เลย
ไม่ครับ ไม่ได้โดนปรับ 500 โดน 295 แทน ครับ
#12
Posted 1 March 2012 - 12:52
แถมเป็นคนชอบเล่นปืนด้วย http://www.gun.in.th...p?topic=71068.0 ดีน่ะอาจารย์ แค่โดนชก ครั้งหน้า อาจจะไม่โดนชกก็ได้
หมัดเอาใช้กับลิ้วล้อ
ส่วนอาวุธหนักไว้เล่นตัวพ่อมั๊ง
ที่ผมเอามาลงอยากจะบอกว่า คนในเวปนั้น เขาจะบอกว่า พี่สองคน ไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แถมยังให้คนในเวปนั้นไปแสดงความเห็นในพันทิป กลัวพันทิปจะไหลตามน้ำ
#13
Posted 1 March 2012 - 12:54
แถมเป็นคนชอบเล่นปืนด้วย http://www.gun.in.th...p?topic=71068.0 ดีน่ะอาจารย์ แค่โดนชก ครั้งหน้า อาจจะไม่โดนชกก็ได้
หมัดเอาใช้กับลิ้วล้อ
ส่วนอาวุธหนักไว้เล่นตัวพ่อมั๊ง
ถูกต้องนะคร๊าบบบบบบบ
#14
Posted 1 March 2012 - 12:56
เห็นพันทิปตั้งกระทู้แหละ ลองไปดูกันเอาเองก็แ้ล้วกัน http://www.pantip.co...NE11775297.html
ที่งี้พวกเสื้อแดงแปลงร่างเป็นผู้รักความสงบทันที แบบไม่กระดากด้วยนะ
ย้ำนะว่าเสื้อแดงนามสกุลรักทักษิณทุกตัว
- antiseptic, superduke, phoebus and 1 other like this
#15
Posted 1 March 2012 - 12:57
ดีน่ะ เจอแค่โดนชก
#17
Posted 1 March 2012 - 13:01
แถมเป็นคนชอบเล่นปืนด้วย http://www.gun.in.th...p?topic=71068.0 ดีน่ะอาจารย์ แค่โดนชก ครั้งหน้า อาจจะไม่โดนชกก็ได้
น่าจะดีใจ ที่โดนชก
#18
Posted 1 March 2012 - 13:03
อย่าไปทำร้ายร่างกายนางเลยคะ แค่ถ่มน้ำลายใส่หน้านางก็พอ
ไม่คุ้มอะ ถ่มน้ำลายกับต่อย จ่ายเงินเท่ากัน
#20
Posted 1 March 2012 - 13:04
#21
Posted 1 March 2012 - 13:07
#22
Posted 1 March 2012 - 13:07
แถมเป็นคนชอบเล่นปืนด้วย http://www.gun.in.th...p?topic=71068.0 ดีน่ะอาจารย์ แค่โดนชก ครั้งหน้า อาจจะไม่โดนชกก็ได้
เมื่อนึกถึงพฤติกรรมเรียกแขกของวรเจตน์แล้ว
น่าจะขอบคุณที่สองคนนั้นเขาแค่ต่อย
ทั้งที่ศักยภาพของสองคนนั้น ส่งแกไปอีกภพหนึ่งได้เลย
#24
Posted 1 March 2012 - 13:12
นิติราดต้องเตรียมยาหม่องไว้ทาเยอะๆหน่อย
#25
Posted 1 March 2012 - 13:13

เป็นเห็บเกาะไข่ระบบรัฐประหาร
#26
Posted 1 March 2012 - 13:15
มีคนนำแล้ว ต่อไปอาจมีตามมาอีกครับ
นิติราดต้องเตรียมยาหม่องไว้ทาเยอะๆหน่อย![]()
![]()
![]()
ถ้าปรับ 500 สงสัยคิวยาวแน่ครับ
#27
Posted 1 March 2012 - 13:23
#28
Posted 1 March 2012 - 13:25
มีคนนำแล้ว ต่อไปอาจมีตามมาอีกครับ
นิติราดต้องเตรียมยาหม่องไว้ทาเยอะๆหน่อย![]()
![]()
![]()
ถ้าปรับ 500 สงสัยคิวยาวแน่ครับ![]()
![]()
ถ้าเป็นแบบนั้นคงต้องแจกบัตรคิวกันแล้วสิ
แต่ถ้าได้ทำเพื่อชาติจ่ายหนึ่งหมื่นแลกกับหนึ่งก้านคอก็คุ้มนะครับ
#29
Posted 1 March 2012 - 13:28
ในสังคมแบบผมนี่แบบนี้ถือว่าปราณีกันมาก ยังไม่เอาจริง
#31
Posted 1 March 2012 - 13:32
มันใช่รึพล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยมาเฝ้าสังเกตการณ์ที่มหาวิทยาลัยอยู่หลายวันแล้ว แต่ไม่พบตัวอาจารย์วรเจตน์ กระทั่งวันเกิดเหตุพบอาจารย์อยู่ที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย ทั้งสองจึงปรี่เข้าไปรุมชกต่อยทันที ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ที่เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จนก่อเหตุดังกล่าว แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีสี ไม่แดง ไม่เหลือง ไม่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มใด เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีต่อไป
มาตรา ๒๙๖ ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิดนั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๘๙ ผู้ใด
(๑) ฆ่าบุพการี
(๒) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้
กระทำการตามหน้าที่
(๓) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือ
เพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว
(๔) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(๕) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
(๖) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิด
อย่างอื่น หรือ
(๗) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำ
ความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้
กระทำไว้
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#32
Posted 1 March 2012 - 13:37
ปรับ 500 มันมาจากมาตรา 381 ผู้ใดกระทำการทารุณต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ500 ก็ไม่เกิน 6 พันมาตรา 296 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิด นั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 289 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
แสดงว่า ปกติเขาปรับกัน 500 ก็ถูกต้องแล้วนิ
(ล้อเล่นนะ จริง ๆ มันคือ มาตรา 372 ผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณหรือสาธารณสถาน หรือกระทำโดยประการอื่นใดให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณหรือสาธารณสถาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท)
Edited by Solidus, 1 March 2012 - 13:38.
- -3-, David_GinoLa, asawinee and 1 other like this
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#33
Posted 1 March 2012 - 13:42
ตีนทั้งนั้นขอบอก เขาเล่ามาใครๆก็รู้
คนเราคิดต่างได้ แต่อย่าคิดชั่ว
ไม่ว่าจะมุมนี้หรือมุมไหน ถ้ามันเป็นเรื่องงี่เง่าไม่ขอเสียเวลามองว่ะ
#34
Posted 1 March 2012 - 13:46
ซะงั้นอ่ะ เอา 296+289 อนุมาตรา 4 เฉยมันใช่รึ
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยมาเฝ้าสังเกตการณ์ที่มหาวิทยาลัยอยู่หลายวันแล้ว แต่ไม่พบตัวอาจารย์วรเจตน์ กระทั่งวันเกิดเหตุพบอาจารย์อยู่ที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย ทั้งสองจึงปรี่เข้าไปรุมชกต่อยทันที ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ที่เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จนก่อเหตุดังกล่าว แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีสี ไม่แดง ไม่เหลือง ไม่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มใด เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีต่อไป
มาตรา ๒๙๖ ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิดนั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๘๙ ผู้ใด
(๑) ฆ่าบุพการี
(๒) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้
กระทำการตามหน้าที่
(๓) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือ
เพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว
(๔) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(๕) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
(๖) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิด
อย่างอื่น หรือ
(๗) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำ
ความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้
กระทำไว้
#35
Posted 1 March 2012 - 13:48
ก็ดูโทษปรับกับจำคุกที่ตำรวจบอกมันก็ตรงอยู่มาตราเดียวซะงั้นอ่ะ เอา 296+289 อนุมาตรา 4 เฉย
มันใช่รึ
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยมาเฝ้าสังเกตการณ์ที่มหาวิทยาลัยอยู่หลายวันแล้ว แต่ไม่พบตัวอาจารย์วรเจตน์ กระทั่งวันเกิดเหตุพบอาจารย์อยู่ที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย ทั้งสองจึงปรี่เข้าไปรุมชกต่อยทันที ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ที่เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จนก่อเหตุดังกล่าว แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีสี ไม่แดง ไม่เหลือง ไม่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มใด เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีต่อไป
มาตรา ๒๙๖ ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิดนั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๘๙ ผู้ใด
(๑) ฆ่าบุพการี
(๒) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้
กระทำการตามหน้าที่
(๓) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือ
เพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว
(๔) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(๕) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
(๖) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิด
อย่างอื่น หรือ
(๗) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำ
ความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้
กระทำไว้
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#36
Posted 1 March 2012 - 13:50
#37
Posted 1 March 2012 - 13:55
---------------------------------------
#38
Posted 1 March 2012 - 14:00
ตำรวจหัว..ละ ยัดข้อหาชัดๆดูจากโทษที่แถลงข่าวไปก็ดูโทษปรับกับจำคุกที่ตำรวจบอกมันก็ตรงอยู่มาตราเดียว
ซะงั้นอ่ะ เอา 296+289 อนุมาตรา 4 เฉย
มันใช่รึ
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยมาเฝ้าสังเกตการณ์ที่มหาวิทยาลัยอยู่หลายวันแล้ว แต่ไม่พบตัวอาจารย์วรเจตน์ กระทั่งวันเกิดเหตุพบอาจารย์อยู่ที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย ทั้งสองจึงปรี่เข้าไปรุมชกต่อยทันที ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ที่เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จนก่อเหตุดังกล่าว แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีสี ไม่แดง ไม่เหลือง ไม่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มใด เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีต่อไป
มาตรา ๒๙๖ ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิดนั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๘๙ ผู้ใด
(๑) ฆ่าบุพการี
(๒) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้
กระทำการตามหน้าที่
(๓) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือ
เพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว
(๔) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(๕) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
(๖) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิด
อย่างอื่น หรือ
(๗) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำ
ความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้
กระทำไว้
- คนสับปะหลี้ likes this
#39
Posted 1 March 2012 - 14:02
#40
Posted 1 March 2012 - 14:04
#41
Posted 1 March 2012 - 14:05
-ทำไมต้องมามอบตัวเอง
-ทำไมต้องสารภาพว่าไม่พอใจที่ อ.วรเจตน์เสนอแก้ ม.112
อืม........น่าสงสัย เหมือนกรณีอากงไหมเนี่ย ทำให้คนอยากแก้ม.112มีความชอบมากขึ้นไหม
- ssa, David_GinoLa, Yasuhiro and 2 others like this
#42
Posted 1 March 2012 - 14:16
เพราะเมื่อวานได้ให้ความเห็นไปด้วยความสงสัยว่าเป็นการจัดฉากหรือเปล่า
ที่ไหนได้ คนที่ต่อยทั้งสองคน ......เป็นคนจริงนิหว่า
#43
Posted 1 March 2012 - 14:22
ลูกหลานที่รัก จงจำปฏิปทานี้ไว้ “ถ้ามีความจำเป็นเราต้องเสียสละเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปวงชนชาวไทย แม้แต่ชีวิตก็ต้องยอม”
#44
Posted 1 March 2012 - 14:36
อย่างนี้ต่อไปพวกมันระวังตัวแย่เลย จัดหนักคงลำบาก
#45
Posted 1 March 2012 - 14:39

ไอ้นี่อีกคนครับ พี่ๆฮีโร่
![]()
- David_GinoLa and Enzo like this
#46
Posted 1 March 2012 - 14:42
ตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๐/๒๕๓๖ จำเลยใช้มือจับแขนขวาของผู้เสียหายกระชากไพล่ไปทางด้านหลัง เป็นเหตุให้เส้นเอ็นที่หัวไหล่ขวาของผู้เสียหายอักเสบเล็กน้อย ไม่มีบาดแผลหรือช้ำบวมภายนอก ใช้เวลารักษาประมาณ ๑๕ วัน ถือว่าไม่เป็นอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๕ ที่ฟ้องแต่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑ ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดที่พิจารณาได้ความตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๘/๒๕๓๖ จำเลยจะใช้อาวุธปืนจะยิงผู้เสียหาย ผู้เสียหายกระโดดจากบ้านล้มลงมีบาดแผล ถือเป็นผลสืบเนื่องจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๐๘/๓๕๓๖ จำเลยเพียงแต่ใช้มือทำร้ายผู้เสียหาย และบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับเพียงแต่ช้ำบวมที่หัวคิ้วขวาเท่านั้น ไม่มีโลหิตออก ทั้งการที่แพทย์ลงความเห็นว่าบาดแผลจะหายภายใน ๑๐ วัน นั้น ก็เป็นแต่การคาดคะเน บาดแผลดังกล่าวอาจจะหายเวลาไม่ถึง ๑๐ วันก็ได้ พิเคราะห์ถึงการกระทำของจำเลยและบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับประกอบด้วย แสดงว่าจำเลยคงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๙๒/๒๕๓๙ ในทางนำสืบโจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยาน แต่คำเบิกความของผู้เสียหายกับจำเลยยันกันอยู่ จึงต้องอาศัยพยานแวดล้อมมาฟังประกอบคำเบิกความของผู้เสียหาย ผู้เสียหายมีบาดแผลที่ใบหน้าบริเวณโหนกแก้วขวา บวมช้ำ เขียวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓ เซนติเมตร มีรอยถลอกเป็นทาง ๑ เซนติเมตร ที่บริเวณเขียวช้ำตามร่างกาย ไม่พบบาดแผลบาดเจ็บที่ใบหน้า จากของแข็งไม่มีคม ใช้เวลารักษาประมาณ ๑๐ วัน หาย ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน ลักษณะของการกระทำและบาดแผลดังกล่าว ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
แม้โจทก์จะฟ้องว่า จำเลยชิงทรัพย์ผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ การจะลงโทษจำเลยในฐานะความผิดที่ได้ความจากทางพิจารณา จะต้องดูว่าคดีไม่ขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา ๙๕ ด้วย เมื่อความผิดที่ได้ความจากทางพิจารณามีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน จึงมีอายุความหนึ่งปี ตามมาตรา ๙๕ (๕) นับแต่วันกระทำความผิด จำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๓๓ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๖ กรกกาคม ๒๑๕๓๕ เป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปีแล้ว คดีจึงขาดอายุความ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๘๕ วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๓/๒๕๐๙ การใช้เท้าเงื้อจะถีบ ไม่เป็นอันตรายต่อจิตใจ เพราะอันตรายต่อจิตใจนั้นต้องมีผลจากการทำร้ายความรู้สึกว่าถูกเหยียดหยาม เจ็บใจ แค้นใจ เหล่านี้เป็นอารมย์ หาใช่เป็นอันตรายต่อจิตใจไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๙๕/๒๕๐๙ จำเลยเอาก้อนอิฐขว้างปาผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลบ ก้อนอิฐไม่ถูกตัวผู้เสียหาย แต่ตัวผู้เสียหายเซไป มือจึงฟาดถูกข้างเรือ ทำให้ปลายมือบวม ยาว ๔ เซนติเมตร กว้าง ๒ เซนติเมตร และเจ็บบริเวณศีรษะ ถือได้ว่าอันตรายแก่กายนี้ เนื่องจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา ๒๙๕ (ดูคำพิพากษาฎีกา ๖๕๘/๒๕๓๖)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๖๙/๒๕๑๐ การทำให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามมาตรา ๒๙๕ ต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์การกระทำของจำเลยและบาดแผลของผู้เสียหายประกอบกัน
จำเลยใช้มือชกต่อย และใช้เท้าเตะ ผู้เสียหายมีบาดแผล ที่หน้าผากข้างขวาถลอก โหนกแก้วขวาบวมเล็กน้อย รักษาประมาณ ๕ วันหาย ไม่เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา ๒๙๕ แต่มีความผิดตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๘๙/๒๕๑๑ จำเลยใช้กำลังทำร้ายภริยาของตน แม้จะมีแผล ๖ แห่ง ก็เป็นเพียงรอยช้ำ ไม่ปรากฏว่าใหญ่ขนาดไหน และอาจรักษาหายได้ภายใน ๕ วัน เท่านั้น ไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๙๕ แต่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๕/๒๕๑๓ จำเลยใช้กำลังทำร้ายกัน จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ทำร้ายจำเลยที่ ๕ มีบาดแผลเป็นรอยช้ำบวม ๓ แห่ง และทำให้ฟันโยกด้วย แม้จะไม่ปรากฏว่ามีโลหิตไหล แต่ก็ต้องรักษาตัวถึง ๑๐ วัน พฤติการณ์แห่งการกระทำประกอบกับลักษณะบาดแผล ถือได้ว่ากระทำให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๓๗/๒๕๑๕ จำเลยเตะผู้เสียหายทั้งรองเท้า มีบาดแผล รอยช้ำบวมที่หน้าผาก เบ้าตา ช้ำบวมเขียว ตาขวามีรอยช้ำเลือด ริมฝีปากล่างแตก รอยช้ำบวมที่ปลายคาง หัวเข่าบวมเล็กน้อย มีรอยถลอกเลือดออกซิบ บาดแผลทั้งหมดควรจะหายภายใน ๗ วัน เช่นนี้ถือว่าเกิดอันตรายแก่กายแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖/๒๕๑๙ จำเลยตบปากโจทก์ ๒ ครั้ง ต่อหน้าคนประมาณ ๖๐ คน ไม่มีบาดแผล เป็นแต่ริมฝีปากบวมใช้เวลารักษา ๓ วัน บาดแผลดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่จิตใจของโจทก์ เหตุที่ให้เกิดอันตรายแก่จิตใจ ต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของจำเลยประกอบบาดแผลของโจทก์ผู้ถูกทำร้าย มิได้ขึ้นกับความรู้สึกของโจทก์ว่าเป็นการหยามน้ำใจต่อหน้าคนทั้งปวง หรือเป็นการทำร้ายจิตใจให้เกิดความหวดระแวงอยู่ตลอดเวลา การกระทำไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๙๕ แต่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๙/๒๕๒๐ บาดแผลถูกฟันด้วยมีดดาบ ๒ แผล กว้าง ๑ เซนติเมตร ยาว ๒ เซนติเมตร ลึกหนังถลอกไม่ถึงเป็นอันตรายแก่กาย ตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๖๗/๒๕๒๗ การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายนั้น จะต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ความรุนแรงแห่งการกระทำของจำเลย ประกอบบาดแผลที่ผู้ถูกทำร้ายได้รับ
จำเลยเป็นหญิงใช้เล็บข่วนดั้งจมูกผู้เสียหาย เป็นรอยเล็บข่วน ยาวประมาณ ๑ เซนติเมตร มีโลหิตไหล ยังถือไม่ได้ว่าเป็นอันตรายแก่กาย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๔๒/๒๕๒๗ จำเลยเพียงแต่ใช้มือทำร้ายผู้เสียหาย มีบาดแผลบวม ๒ แห่ง ไม่มีโลหิตออก แม้แพทย์ลงความเห็นว่า จะหายเป็นปกติภายใน ๑๐ วัน ก็เป็นเพียงคาดคะเน เพราะอาจจะหายก่อน ๑๐ วันก็ได้ จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา ๓๙๑ เท่านั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๐/๒๕๓๐ จำเลยใช้ไม้ไผ่ผ่าซีก ขว้างผู้เสียหาย โดยไม่ปรากฏว่าเป็นไม้ไผ่ขนาดไหน และจำเลยใช้มือตบผู้เสียหายเท่านั้น มีบาดแผลเป็นรอยถลอก ไม่มีโลหิตไหล ส่วนรอยบวม ถ้ากดจึงเจ็บ อาจหายเป็นปกติได้เร็วกว่า ๕ วัน เป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงขนาดเกิดอันตรายแก่กาย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๔๑/๒๕๓๐ การที่จำเลยเข้าไปดึงสร้อยคอทองคำผู้เสียหายขาดแล้ว ผู้เสียหายเซไปถูกรถ ทำให้ผู้เสียหายมีบาดแผลโดยเจ็บที่บริเวณหน้าอก แต่โลหิตไม่ไหล เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๓๗/๒๕๓๑ จำเลยเอามีดวางบนคอผู้เสียหาย แล้วเกิดแย่งมีดกัน ทำให้บริเวณต้นคอด้านซ้ายของผู้เสียหายมีรอยถูกกระแทกด้วยของแข็งเป็นปื้นสีแดง และมีรอยถลอกเป็นเส้นยาว ๓ นิ้วฟุต ยังถือไม่ได้ว่าเป็นบาดแผลถึงกับเป็นเหตุให้รับอันตรายแก่กาย จำเลยผิดตามมาตรา ๓๙๑
ลองดูตัวอย่าง
ส่วนที่ตำรวจตั้งข้อหา ทำไมเป็น 296 น่าจะเป็นมาตรา 295
มาตรา ๒๙๕ ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขึ้นศาลลักษณะแบบนี้ นายวรเจตน์ต้องมีผลตรวจโรงพยาบาลแบบว่าเจ็บเยอะหน่อยนะ อิอิ
Edited by phoosana, 1 March 2012 - 14:48.
#48
Posted 1 March 2012 - 14:53
พี่น้องเสื้อแดงครับ อาจารย์เจต ขวัญใจไอดอลของเราถูกลอบทำร้าย เราน่าจะไปเอาคืนพี่น้องแฝดคู่นี้ซักที ไปบุกเผาให้ถึงบ้านมันเลย แค่นี้เด็กๆ กับพี่หารเราก็ลุยมาแล้ว ไปกันให้พร้อมเพรียงนะครับ...ดีไม่ดี ตายห่านขึ้นมา อาจมั่วกับเขาได้ เจ็ดล้านด้วย ...555++ดีน่ะ เจอแค่โดนชก
Edited by ศรอรชุน, 1 March 2012 - 15:06.
"ควาย" ในความหมายของผม คือ คนที่มีความคิด เล่นเน็ตเป็น แต่แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด ไม่ได้
มิได้หมายถึง ชาวรากหญ้า ที่เป็นเหยื่อในสงครามทางความคิดครั้งนี้
"คนชั่ว" จะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา... อยากให้ถึงวรรคท้ายของคำทำนาย ไวๆ ว่ะ...
#49
Posted 1 March 2012 - 15:03
ไม่ทันแล้วมั้งครับ ดันมีคลิปพูดได้อย่างปกติ
ตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๐/๒๕๓๖ จำเลยใช้มือจับแขนขวาของผู้เสียหายกระชากไพล่ไปทางด้านหลัง เป็นเหตุให้เส้นเอ็นที่หัวไหล่ขวาของผู้เสียหายอักเสบเล็กน้อย ไม่มีบาดแผลหรือช้ำบวมภายนอก ใช้เวลารักษาประมาณ ๑๕ วัน ถือว่าไม่เป็นอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๕ ที่ฟ้องแต่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑ ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดที่พิจารณาได้ความตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๘/๒๕๓๖ จำเลยจะใช้อาวุธปืนจะยิงผู้เสียหาย ผู้เสียหายกระโดดจากบ้านล้มลงมีบาดแผล ถือเป็นผลสืบเนื่องจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๐๘/๓๕๓๖ จำเลยเพียงแต่ใช้มือทำร้ายผู้เสียหาย และบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับเพียงแต่ช้ำบวมที่หัวคิ้วขวาเท่านั้น ไม่มีโลหิตออก ทั้งการที่แพทย์ลงความเห็นว่าบาดแผลจะหายภายใน ๑๐ วัน นั้น ก็เป็นแต่การคาดคะเน บาดแผลดังกล่าวอาจจะหายเวลาไม่ถึง ๑๐ วันก็ได้ พิเคราะห์ถึงการกระทำของจำเลยและบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับประกอบด้วย แสดงว่าจำเลยคงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๙๒/๒๕๓๙ ในทางนำสืบโจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยาน แต่คำเบิกความของผู้เสียหายกับจำเลยยันกันอยู่ จึงต้องอาศัยพยานแวดล้อมมาฟังประกอบคำเบิกความของผู้เสียหาย ผู้เสียหายมีบาดแผลที่ใบหน้าบริเวณโหนกแก้วขวา บวมช้ำ เขียวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓ เซนติเมตร มีรอยถลอกเป็นทาง ๑ เซนติเมตร ที่บริเวณเขียวช้ำตามร่างกาย ไม่พบบาดแผลบาดเจ็บที่ใบหน้า จากของแข็งไม่มีคม ใช้เวลารักษาประมาณ ๑๐ วัน หาย ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน ลักษณะของการกระทำและบาดแผลดังกล่าว ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
แม้โจทก์จะฟ้องว่า จำเลยชิงทรัพย์ผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ การจะลงโทษจำเลยในฐานะความผิดที่ได้ความจากทางพิจารณา จะต้องดูว่าคดีไม่ขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา ๙๕ ด้วย เมื่อความผิดที่ได้ความจากทางพิจารณามีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน จึงมีอายุความหนึ่งปี ตามมาตรา ๙๕ (๕) นับแต่วันกระทำความผิด จำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๓๓ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๖ กรกกาคม ๒๑๕๓๕ เป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปีแล้ว คดีจึงขาดอายุความ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๘๕ วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๓/๒๕๐๙ การใช้เท้าเงื้อจะถีบ ไม่เป็นอันตรายต่อจิตใจ เพราะอันตรายต่อจิตใจนั้นต้องมีผลจากการทำร้ายความรู้สึกว่าถูกเหยียดหยาม เจ็บใจ แค้นใจ เหล่านี้เป็นอารมย์ หาใช่เป็นอันตรายต่อจิตใจไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๙๕/๒๕๐๙ จำเลยเอาก้อนอิฐขว้างปาผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลบ ก้อนอิฐไม่ถูกตัวผู้เสียหาย แต่ตัวผู้เสียหายเซไป มือจึงฟาดถูกข้างเรือ ทำให้ปลายมือบวม ยาว ๔ เซนติเมตร กว้าง ๒ เซนติเมตร และเจ็บบริเวณศีรษะ ถือได้ว่าอันตรายแก่กายนี้ เนื่องจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา ๒๙๕ (ดูคำพิพากษาฎีกา ๖๕๘/๒๕๓๖)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๖๙/๒๕๑๐ การทำให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามมาตรา ๒๙๕ ต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์การกระทำของจำเลยและบาดแผลของผู้เสียหายประกอบกัน
จำเลยใช้มือชกต่อย และใช้เท้าเตะ ผู้เสียหายมีบาดแผล ที่หน้าผากข้างขวาถลอก โหนกแก้วขวาบวมเล็กน้อย รักษาประมาณ ๕ วันหาย ไม่เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา ๒๙๕ แต่มีความผิดตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๘๙/๒๕๑๑ จำเลยใช้กำลังทำร้ายภริยาของตน แม้จะมีแผล ๖ แห่ง ก็เป็นเพียงรอยช้ำ ไม่ปรากฏว่าใหญ่ขนาดไหน และอาจรักษาหายได้ภายใน ๕ วัน เท่านั้น ไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๙๕ แต่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๕/๒๕๑๓ จำเลยใช้กำลังทำร้ายกัน จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ทำร้ายจำเลยที่ ๕ มีบาดแผลเป็นรอยช้ำบวม ๓ แห่ง และทำให้ฟันโยกด้วย แม้จะไม่ปรากฏว่ามีโลหิตไหล แต่ก็ต้องรักษาตัวถึง ๑๐ วัน พฤติการณ์แห่งการกระทำประกอบกับลักษณะบาดแผล ถือได้ว่ากระทำให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๓๗/๒๕๑๕ จำเลยเตะผู้เสียหายทั้งรองเท้า มีบาดแผล รอยช้ำบวมที่หน้าผาก เบ้าตา ช้ำบวมเขียว ตาขวามีรอยช้ำเลือด ริมฝีปากล่างแตก รอยช้ำบวมที่ปลายคาง หัวเข่าบวมเล็กน้อย มีรอยถลอกเลือดออกซิบ บาดแผลทั้งหมดควรจะหายภายใน ๗ วัน เช่นนี้ถือว่าเกิดอันตรายแก่กายแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖/๒๕๑๙ จำเลยตบปากโจทก์ ๒ ครั้ง ต่อหน้าคนประมาณ ๖๐ คน ไม่มีบาดแผล เป็นแต่ริมฝีปากบวมใช้เวลารักษา ๓ วัน บาดแผลดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่จิตใจของโจทก์ เหตุที่ให้เกิดอันตรายแก่จิตใจ ต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของจำเลยประกอบบาดแผลของโจทก์ผู้ถูกทำร้าย มิได้ขึ้นกับความรู้สึกของโจทก์ว่าเป็นการหยามน้ำใจต่อหน้าคนทั้งปวง หรือเป็นการทำร้ายจิตใจให้เกิดความหวดระแวงอยู่ตลอดเวลา การกระทำไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๙๕ แต่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๙/๒๕๒๐ บาดแผลถูกฟันด้วยมีดดาบ ๒ แผล กว้าง ๑ เซนติเมตร ยาว ๒ เซนติเมตร ลึกหนังถลอกไม่ถึงเป็นอันตรายแก่กาย ตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๖๗/๒๕๒๗ การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายนั้น จะต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ความรุนแรงแห่งการกระทำของจำเลย ประกอบบาดแผลที่ผู้ถูกทำร้ายได้รับ
จำเลยเป็นหญิงใช้เล็บข่วนดั้งจมูกผู้เสียหาย เป็นรอยเล็บข่วน ยาวประมาณ ๑ เซนติเมตร มีโลหิตไหล ยังถือไม่ได้ว่าเป็นอันตรายแก่กาย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๔๒/๒๕๒๗ จำเลยเพียงแต่ใช้มือทำร้ายผู้เสียหาย มีบาดแผลบวม ๒ แห่ง ไม่มีโลหิตออก แม้แพทย์ลงความเห็นว่า จะหายเป็นปกติภายใน ๑๐ วัน ก็เป็นเพียงคาดคะเน เพราะอาจจะหายก่อน ๑๐ วันก็ได้ จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา ๓๙๑ เท่านั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๐/๒๕๓๐ จำเลยใช้ไม้ไผ่ผ่าซีก ขว้างผู้เสียหาย โดยไม่ปรากฏว่าเป็นไม้ไผ่ขนาดไหน และจำเลยใช้มือตบผู้เสียหายเท่านั้น มีบาดแผลเป็นรอยถลอก ไม่มีโลหิตไหล ส่วนรอยบวม ถ้ากดจึงเจ็บ อาจหายเป็นปกติได้เร็วกว่า ๕ วัน เป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงขนาดเกิดอันตรายแก่กาย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๔๑/๒๕๓๐ การที่จำเลยเข้าไปดึงสร้อยคอทองคำผู้เสียหายขาดแล้ว ผู้เสียหายเซไปถูกรถ ทำให้ผู้เสียหายมีบาดแผลโดยเจ็บที่บริเวณหน้าอก แต่โลหิตไม่ไหล เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามมาตรา ๓๙๑
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๓๗/๒๕๓๑ จำเลยเอามีดวางบนคอผู้เสียหาย แล้วเกิดแย่งมีดกัน ทำให้บริเวณต้นคอด้านซ้ายของผู้เสียหายมีรอยถูกกระแทกด้วยของแข็งเป็นปื้นสีแดง และมีรอยถลอกเป็นเส้นยาว ๓ นิ้วฟุต ยังถือไม่ได้ว่าเป็นบาดแผลถึงกับเป็นเหตุให้รับอันตรายแก่กาย จำเลยผิดตามมาตรา ๓๙๑
ลองดูตัวอย่าง
ส่วนที่ตำรวจตั้งข้อหา ทำไมเป็น 296 น่าจะเป็นมาตรา 295
มาตรา ๒๙๕ ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขึ้นศาลลักษณะแบบนี้ นายวรเจตน์ต้องมีผลตรวจโรงพยาบาลแบบว่าเจ็บเยอะหน่อยนะ อิอิ
แต่ตำรวจนี่มีพฤติกรรมน่าสงสัยจริง ๆ แหละครับ ขนาด 295 ยังมีสิทธิหลุดสูง แล้วดันไปตั้ง 296 อีก
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#50
Posted 1 March 2012 - 15:18
เห็นพันทิปตั้งกระทู้แหละ ลองไปดูกันเอาเองก็แ้ล้วกัน http://www.pantip.co...NE11775297.html
radenat
ในคหที่ 65 คนๆนี้เขาบอกว่า เวปเราแอ็บเหลือง 555
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users












