ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ที่ระดับ 75.5
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนก.พ. 2555 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 74.2 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากระดับ 75.5 ในเดือนม.ค.เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบพ.ร.ก. 2 ฉบับไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลและทำให้รัฐบาลสามารถดำเนินการตาม มาตรการเยียวยาละฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมได้ตามแผนที่ไว้วาง ซึ่งจะผลักดันให้เศรษฐกิจในปี 2555 สามารถขยายตัวได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นทุกรายการสูงที่สุดในรอบ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนต.ค. 2553 โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อยู่ที่ระดับ 54.8 จาก 53.2 ในเดือนม.ค. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต (ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า) ปรับตัวดีขึ้นเช่นเดียวกันจากระดับ 81.6 มาอยู่ที่ 83.1
สำหรับปัจจัยบวกที่ผลต่อความเชื่อมั่น ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเห็นชอบพ.ร.ก.ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2555 จะขยายตัวได้ถึง 5.5-6.5% และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 30.7 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ปัจจัยลบ ได้แก่ ระกับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยัง ทรงตัวอยู่ในระดับสูง คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงินขึ้นบัญชี ดำประเทศไทย และความวิตกกังวลของประชาชนจากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจคาดการณ์ว่าการบริโภคของภาค ประชาชนในปัจจุบันนั้นจะชะลอตัวลงจากปัจจุบันจนถึงกลางไตรมาส 2 ของปีนี้ เนื่องจากประชาชนยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิด ขึ้นจากปัญหาน้ำท่วม ตลอดจนค่าครองชีพยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง เห็นได้จากดัชนีภาวะค่าครองชีพในปัจจุบันปรับลดอยู่ที่ระดับ 55.36 ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ตั้งแต่เดือนก.ค. 2554 แสดงความประชาชนรู้สึกประสบกับภาวะค่าครองชีพสูงกว่าปกติ ขณะที่ดัชนีค่าครองชีพช่วง 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 75.5 ต่ำสุดในรอบ 19 เดือนตั้งแต่เดือนส.ค. 2553
ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่มีมาตรการขึ้นค่าแรง และขึ้นเงินเดือนโดยการดูแลสถานการณ์ราคาพลังงาน ค่าครองชีพไม่ให้สูงเกินไปจนประชาชนรับไม่ไหว ซึ่งจากนี้ถึงไตรมาส 2 มีความจำเป็นต้องดูแลราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด โดยศูนย์ฯ จะมีการปรับตัวเลขทางเศรษฐกิจอีกครั้งในวันที่ 13 มี.ค
http://www.posttoday...พ-ปรับตัวดีขึ้น
พยัคฆ์ติดปีก













