"พี่กนก" สั่งสอน "น้องนภพัฒน์จักษ์" หลังนั่งเทียนเขียนข่าวอวย "จ.เจตน์"
#1
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 02:42
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2555 01:14 น.
"นภพัฒน์จักษ์" ดิ้นไม่หลุด หลังถูก "กนก" โต้กลับ กรณีเขียนบทความชื่นชม "จ.เจตน์" โดยไม่สอบถามความจริง แต่กลับเชื่อทวิตเตอร์ของคนเสื้อแดง ซ้ำถูก "กนกแฟนคลับ" ถล่มยับว่าเป็นอีแอบแดง นั่งเทียนเขียนข่าว จนนักข่าวรุ่นน้องต้องขอโทษรุ่นพี่ ผ่านหน้าเฟซบุ๊ก
จากบทความ "[ที่เห็นและเป็นอยู่] สื่อต้องรับฟังความเห็นของประชาชน" ของนายนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเนชั่น ที่ลงเผยแพร่ในเนชั่นสุดสัปดาห์ ซึ่งมีเนื้อหาในเชิงชื่นชม จ.เจตน์ ว่าทำถูกต้อง ที่ใช้วิธีการเข้าพูดคุยกับคนที่เห็นต่าง โดยไม่ใช้ความรุนแรง หลังจากนั้นนายนภพัฒน์จักษ์ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กลับจากผู้สนับสนุนนายกนกจำนวนมาก
จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 10 มี.ค. นายนภพัฒน์จักษ์ ได้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว "นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์" ชี้แจงไปยังหน้าเพจเฟซบุ๊กของนายกนก "Kanok Ratwongsakul Fan Page" ว่า เขียนไปด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ได้สอบถามเรื่องราวจากนายกนกก่อน และที่เลือกเอาเนื้อหาจากทวิตเตอร์คนเสื้อแดงมาเสนอ เพราะอยากให้ฟังความจากอีกด้าน
"สืบเนื่องจากบทความในเนชั่นสุดสัปดาห์ มีคนเขียนแสดงความเห็นสะท้อนกลับมา ผมขอน้อมรับและขอบคุณที่ตอบมาด้วยเหตุผลครับ
บทความที่ผมเขียนเขียน 1 วันหลังจากที่เกิดเหตุ ซึ่งเขียนด้วยความรวดเร็วพอสมควร ซึ่งผมก็ยอมรับว่ายังไม่ได้สอบถามเรื่องราวจากพี่กนก แต่ได้ถามจากทีมงานแล้ว และเข้าใจว่าเหตุการณ์ไม่ได้มีเรื่องที่น่ากังวล (การปะทะกัน, การโต้เถียงกันรุนแรง)
สาเหตุที่ผมเลือกนำเรื่องเล่าจากทวิตเตอร์ คนเสื้อแดงมาเสนอ เป็นเจตนาที่อยากให้ฟังความอีกด้าน เพราะช่วง 1 วันหลังเกิดเรื่อง อารมณ์ต่อเหตุการณ์นี้รุนแรงมาก รุนแรงกว่าความเป็นจริงไปเยอะพอสมควร
สุดท้ายผมอยากให้มองส่วนที่เป็นความเห็นของผมเป็นหลัก ส่วนเรื่องเล่าจากเหตุการณ์ผมจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการแชร์เนื้อหาจากหน้าเพจนี้ไปที่หน้าเพจของผม เพื่อให้เห็นมุมมองอีกด้านครับ
อีกหนึ่งจุดที่สำคัญ คือมีแฟนๆพี่กนกหลายคนไม่สบายใจกับบทความนี้ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมเขียนไว้ในบทความชัดเจนว่าชื่นชมท่าทีของพี่กนก และเคารพรุ่นพี่ด้วยใจจริงมาตลอด เจตนาในการเขียนบทความนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะเห็นว่าพี่กนกเป็นแบบอย่างที่ดี แต่ผมก็เลือกนำเสนอความคิดในแบบที่ผมมอง ด้วยความหวังว่าพี่กนกจะไม่เจอเหตุร้ายๆเกิดขึ้นกับตัวเอง
ถ้าทำให้คนบางส่วนไม่สบาย ผมขออภัยและพร้อมน้อมรับความเห็นครับ" นายนภพัฒน์จักษ์ ระบุ
หลังจากนั้นเวลาประมาณ 19.30 น. นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ก็ได้ตอบกลับนายนภพัฒน์จักษ์ ดังนี้
1.นภพัฒน์จักษ์แน่ใจหรือว่า เขียนบทความนี้ 1 วันหลังจากเกิดเหตุ? เหตุเกิดวันไหนน้องรู้มั๊ย? ไม่ได้ถามเรื่องราวจากผม แต่ไปถามกับทีมงาน! คนไหนครับ? เพราะคืนนั้นไม่มีใครรู้มาก่อน ทั้งทีมงานช่อง 9 หรือทีมงานเนชั่น ผมเป็นคนโทรแจ้งน้องทีมงานของทางเนชั่นคนเดียว มีคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในห้องกับผมคืนนั้น แล้วน้องคนนี้ก็ไม่ได้คุยอะไรกับนภพัฒน์จักษ์ จึงอยากรู้ว่า ไปถามจากทีมงานคนไหน?
2.บทความนี้ ดูเผินๆเหมือนแสดงความปรารถนาดีกับผม แต่การเลือกนำเสนอมุมมองจากทวิตเตอร์กลุ่มที่มานั้น ผมมองว่า เป็นการแสดงความปรารถนาดี ช่วยอธิบายให้กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นกลุ่มที่น้องนภพัฒน์จักษ์เข้าไปคลุกคลีอยู่หลายคน
3.อะไรทำให้นภพัฒน์จักษ์ เชื่อเนื้อหาจากทวิตเตอร์นั้นทั้งหมด? ความจริงผมไม่อยากพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก ถ้าเนื้อหาที่เห็นมันสอดคล้องตามข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่มันไม่ทั้งหมด "กลุ่มที่มาไม่ได้ทำเรื่อง แจ้งให้ อสมท.ทราบ" เป็นไปไม่ได้ ถ้าแจ้งประสานมาแล้ว ทาง อสมท.จะไม่แจ้งผม เพราะหลังจากเกิดเรื่อง ผมได้คุยกับผู้ใหญ่บางท่านของช่อง 9 ท่านน่ารักมาก ท่านลงมาขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น และบอกว่า ไม่มีใครรู้เรื่องมาก่อน อีกทั้งคนชื่อเจตน์ ก็ถามผมก่อนจะพูดคุยว่า "จะเรียกใครมาร่วมรับฟังไหม" เพราะเขาเห็นว่าตอนนั้น ก่อนที่น้องทีมงานจะมาอยู่ 1 คน ไม่มีใครอยู่กับผมเลย ก็เพราะคนกลุ่มนี้ มาโดยไม่ได้บอกใครในสถานีไง
4.เนื้อหาที่นภพัฒน์จักษ์เอามาจากทวิตเตอร์ บอกว่า เห็นคุณกนก งงๆ ตกใจ ก็รู้เลยว่า ไม่รู้ตัวมาก่อน คนชื่อเจตน์จึงเข้ามา "สวัสดีพร้อมแนะนำตัวอย่างสุภาพ ถึงเหตุผลที่มาในคืนนั้น!!! "ประโยคแรกที่คนชื่อเจตต์พูดกับผมคือ "ขอให้หยุด..เดี๋ยวก่อนๆ ขอพูดอะไรหน่อย..จะกลับมาหรือเปล่า? (ผมขอไปเปลี่ยนเสื้อ) จะหนีไปมั๊ย?" แค่คำว่าสวัสดียังไม่มีเลยนภพัฒน์จักษ์
5.ทั้งหมดที่มาในคืนนั้น ผมเห็นอยู่ 2 - 3 คน ที่ผมคิดว่าเขามีเหตุผล พูดคุยและรับฟังความเห็นจากผม ไม่ได้มาแบบตั้งป้อมจะให้ผมออกจากการทำรายการ 1 ใน 2-3 คนนั้น ยังขอจับมือกับผมในตอนท้าย ซึ่งผมประทับใจเค้าเป็นการส่วนตัว เสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อ และหนุ่มคนนั้นเป็นคนตรงไปตรงมา เขาใส่เสื้อสีแดง บอกกับผมตรงๆว่า เขาเป็นเสื้อแดง เขาต้องการช่วยพี่น้องของเขาที่ติดคุกด้วย ม.112 ทั้ง 2-3 คนนั้น ไม่รวมคนชื่อเจตต์
6.นภพัฒน์จักษ์รู้มั๊ย ที่เขามาในคืนนั้น ประเด็นหลักที่จะมาร้องเรียนผม คือเรื่องอะไร? น้องถึงไปเขียนบทความประมาณว่า เป็นเรื่องดีที่สื่อจะรับฟังความเห็นของประชาชน ผมรับฟังความเห็นของทุกๆคนเสมอ แต่คืนนั้นคนชื่อเจตน์เริ่มด้วย" จากกรณีที่ อ.วรเจตน์ถูกทำร้ายร่างกาย เราคิดว่าคุณคือสื่อที่เป็นตัวปัญหาของเรื่องนี้!! คุณกนกเป็นสื่อในกระแสหลักที่ทำรายการด้วยความเห็นส่วนตัว ทำให้สังคมแตกแยก"
สุดท้ายผมถึงบอกว่า กลุ่มคนที่มาไม่เคยดูรายการผม นภพัฒน์จักษ์ก็คงไม่ได้ดู ถ้าดูจะรู้ว่าตั้งแต่หลังเลือกตั้งเป็นต้นมา รายการผมมีแต่ข่าว จับยาบ้า ค้ายาไอซ์ แฉบ่อน พระมั่วสีกา จานบินต่างดาว มะนาวแพง ไฟไหม้ หมอกควัน ศาลาการเปรียญ***น ประเด็นเหล่านี้หรือที่ทำให้สังคมแตกแยก? ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้นะ จนกระทั่งนภพัฒน์จักษ์เขียนบทความ
ระหว่างการพูดคุยกัน ของ นายกนก และ นายนภพัฒน์จักษ์ ผ่านทางหน้าเฟซบุ๊ก ก็ได้มีคนเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก ในเชิงต่อว่านายนภพัฒน์จักษ์ เป็นเสื้อแดง และนั่งเทียนเขียนข่าว
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. นายนภพัฒน์จักษ์ ได้ยอมรับผิดที่อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งเดียว แต่ขอยืนยันว่ามีเจตนาบริสุทธิ์
"พี่กนกครับ ผมโดนด่าเยอะพอสมควร แต่ที่ไม่สบายใจที่สุดคือผมไม่อยากให้พี่เข้าใจเจตนาผมผิด เพราะผมเคารพและนับถือพี่กนกมาตลอด
ยอมรับว่าครั้งนี้ผมผิดพลาดไปที่อ้างอิงข้อมูลแหล่งเดียว อยากอธิบายในทุกเรื่องแต่ผมไม่อยากลงรายละเอียดมาก เพราะตรงนี้เป็นที่สาธารณะ และตอนนี้ก็มีคนคอยอยากสร้างสถานการณ์ คอยเสี้ยม ค่อนข้างมาก
ยังไงขออภัยพี่กนกมา ณ ที่นี้ ที่แม้ว่าผมจะยืนยันว่าส่วนของบทความผมเขียนด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ แต่ก็ได้สร้างความลำบากใจให้กับพี่ครับ ส่วนรายละเอียดที่เหลือ ผมขอโอกาสรบกวนเวลาไปคุยกับพี่เป็นการส่วนตัวนะครับ เพราะไม่อยากให้กลายเป็นภาพคนเนชั่นทะเลาะกัน จะได้ไปขออภัยด้วยตัวเองด้วย
เอมครับ"
แต่กระแสต่อว่านายนภพัฒน์จักษ์ ก็ยังคงไม่หยุด จนกระทั่งล่าสุดเวลา 23.30 น. นายนภพัฒน์จักษ์ ก็ได้พิมพ์ขอโทษนายกนก "ผมขอโทษพี่กนกครับ"
ที่มา : www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=376617472355958&id=130660513618323
******************************************************************************************************************************************************
ก่อนหน้านี้ นักข่าวหนุ่มรุ่นใหม่มีคนชื่นชมว่ามีอุดมการณ์ แต่โบราณบอกไว้ ดูคนต้องดูนานๆ
มาวันนี้---ลายออก
- สงสารสาวจันทร์, Bookmarks, moopalo and 5 others like this
#2
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 03:43
แต่ตอนนี้ เขาคลุกคลีและ อยู่ในกลุ่ม คนเสื้อแดง
เมื่อเกิดเรื่อง ว 5 เขาเป็นคนเดียว ที่ได้รับเลือกให้ขึ้นไปบน 4 ซีซั่น
โดยให้เหตุผลว่า พูดภาษาอังกฤษได้...
Tukta Pearce
- nai_waanjeab and a.mtvv like this
#3
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 03:47
พวกเธอว์จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน
www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=376617472355958&id=130660513618323
#4
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 03:49
Edited by ดาร์ค สวอน, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 03:51.
ถ้าอยากได้ความเท่าเทียม
ก็ปีนป่ายขึ้นไปให้อยู่เทียบเท่ากับคนอื่นเค้า
อย่าได้กระชากฉุดให้คนอื่นเขาลงมาตกต่ำเท่ากับตน
#5
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 03:51
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. นายนภพัฒน์จักษ์ ได้ยอมรับผิดที่อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งเดียว แต่ขอยืนยันว่ามีเจตนาบริสุทธิ์
"พี่กนกครับ ผมโดนด่าเยอะพอสมควร แต่ที่ไม่สบายใจที่สุดคือผมไม่อยากให้พี่เข้าใจเจตนาผมผิด เพราะผมเคารพและนับถือพี่กนกมาตลอด
ยอมรับว่าครั้งนี้ผมผิดพลาดไปที่อ้างอิงข้อมูลแหล่งเดียว อยากอธิบายในทุกเรื่องแต่ผมไม่อยากลงรายละเอียดมาก เพราะตรงนี้เป็นที่สาธารณะ และตอนนี้ก็มีคนคอยอยากสร้างสถานการณ์ คอยเสี้ยม ค่อนข้างมาก
ยังไงขออภัยพี่กนกมา ณ ที่นี้ ที่แม้ว่าผมจะยืนยันว่าส่วนของบทความผมเขียนด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ แต่ก็ได้สร้างความลำบากใจให้กับพี่ครับ ส่วนรายละเอียดที่เหลือ ผมขอโอกาสรบกวนเวลาไปคุยกับพี่เป็นการส่วนตัวนะครับ เพราะไม่อยากให้กลายเป็นภาพคนเนชั่นทะเลาะกัน จะได้ไปขออภัยด้วยตัวเองด้วย
เอมครับ"
"เจตนาบริสุทธิ์"
ข้ออ้างที่พวกหน้าด้านนิยมใช้
- พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน, ดราม่า, ugly-maew and 2 others like this
ถ้าอยากได้ความเท่าเทียม
ก็ปีนป่ายขึ้นไปให้อยู่เทียบเท่ากับคนอื่นเค้า
อย่าได้กระชากฉุดให้คนอื่นเขาลงมาตกต่ำเท่ากับตน
#6
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 03:58
#7
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 04:32

POPULAR
เราค่อนข้างแปลกใจในตัวคุณตั้งแต่ให้นายกอภิสิทธิ์ขอโทษพวกโจรเผาเมือง พวกก่อจลาจลทำร้ายผู้บริสุทธิ์แล้ว คุณเป็นนักข่าวอยู่ใกล้เหตุการณ์มากกว่าพวกเรา แต่คุณกลับไม่กล้าเสนอความจริง ทั้งที่คุณรู้ว่าในม็อบพวกนั้นมีอาวุธ มีกองกลังทราบฝ่ายปะปนอยู่ คุณไม่เห็นหรือว่าทหารก็ตายเพราะพวกนั้น
คุณไม่เห็นหรือว่ามีชาวสีลมต้องตายเพราะพวกนั้น คุณไม่เห็นหรือว่าพวกนั้นบุกโรงพยาบาลจุฬา แต่คุณกลับให้นายกอภิสิทธิ์ขอโทษพวกนั้นซึ่งทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง ทำผิดทำให้ประเทศชาติไม่สงบและไมั่นคง มันคือภัยความมั่นคงของชาติและของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็เหมือนกับถ้าโจรปล้นและเผาบ้านคุณ แล้วคุณกลับไปขอโทษโจร เพราะโจรที่มาเผาบ้านคุณเขาเป็นคนจนที่น่าสงสาร เป็นคนจนที่จนกว่าบ้านคุณเท่ากับคุณส่งเสริมให้คนทำผิดกฎหมายโดยอ้างความยากจนบังหน้า
ก็เหมือนคนร้ายขมขื่นผู้หญิง แล้วคนร้ายโดนประชาทัณฑ์ แล้วผู้หญิงที่โดนข่มชืนต้องไปขอโทษคนร้ายที่ขมขืนตัวเองเพราะคนร้ายนั้นโดนประชาทัณฑ์ ตรรกะของคุณกับพวกสื่อปัจจุบันมันสะท้อนถึงคุณภาพของความคิดในการแยกผิดถูกชั่วดี กรณีนี้ถ้านายกอภิสิทธิ์ต้องขอโทษ ไม่ใช่ขอโทษผู้ชุมนุม แต่ต้องขอโทษประชาชนที่รักษาความสงบได้เชื่องช้าเกินไป ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
ต้องขอโทษชาวสีลมที่โดนระเบิดจากพวกแดง ต้องขอโทษผู้ทำกินสุจริตทีโดนเผา ไม่ใช้ขอโทษคนเสือ้แดง เพราะรัฐทำตามหน้าที่ที่จะรักษาความสงบของส่วนรวมของประเทศ และแดงคือผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้ประชาชนผู้ทำกินผู้บริสุทธิืเดือดร้อน ถ้าคุณคิดว่าตรรกะของคุณถูกต้อง ก็ลองให้บ้านคุณโดนวางเพลิง และหากเมือ่คนนั้นโดนตำรวจจับเข้าคุก คุณก็ไปขอโทษเขาที่ทำให้เขาโดนจับเข้าคุกสิ
นายกอภิสิทธิ์ไม่ขอโทษผู้ก่อจลาจลก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่นายกอภิสิทธิ์ต้องขอโทษประชาชนโดยทั่วไปที่ปล่อยพวกนั้นเหิมเกริมจนบ้านเสืองเสียหายย่อยยับ คนผิดต้องรับโทษ ไม่นั้นบ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้ เหมือนตอนนี้ที่กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย แดงคิดจะข่มขู่ใครก้ได้ ทำร้ายร่างกายใครก็ได้ แต่คนอื่นห้ามตอบโต้
กรณีคุณกนกก็เช่นกัน นอกจาคุณจะไม่ปกป้องคนในอาชีพเดียวกันแล้วคุณยังเป็นกระบอกสียงให้เขามาคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชนดีๆอีก คุณยังไม่ทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดี ที่ต้องมีการเสาะข้อมูล 2 ด้าน กลับนั่งเขียนเอาตามใจพวกพ้องตนเอง คุณละอายแก่ใจหรือไม่
ปัจจุบันสภาพการคุกคามสื่อเห็นได้ชัด และสื่อก็กลัว และขายตัวเห็นได้ชัด ยกเว้นคุณกนก เป็นสื่อมืออาชีพที่ยังเป็นความหวังของสังคมไทย เพราะคุณกนกไม่เคยขายวิญญาณ ยังเป็นสื่อที่เต็มเปี่ยมด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรมที่รักห่วงใยบ้านเมือง
เรื่องบางเรื่องก็ไม่ใช่เกมการเมืองเสมอไป แต่เป็นเรื่องดีชั่วถูกผิดตามหลักคุณธรรม ธรรมดาๆที่ชาวบ้านยังเข้าใจได้ แต่น่าแปลกที่สื่อย่างพวกคุณหลายคนกลับไม่สามารถเข้าใจหรือแยกแยะได้ กลับเหมารวมทุกอย่างป็นเรื่องการเมืองชนิดแยกชั่วดีไม่ออก สื่อต้องเสนอข่าว 2 ด้านเพื่อความเป็นกลาง แต่ไม่ได้หมายความว่าความเป็นกลาง ต้องเป็นแค่กระบอกเสียง หรือเครื่องเทปเคลื่อนที่โดยไม่ต้องเสาะหาข้อเท็จจริง
คุณนภพัฒน์จักร คุณยังห่างไกลจากคำว่ามืออาชีพมากนัก เพราะคุณไม่ห่วงแหนเสรีภาพของสื่อ คุณกลับเห้นดีเห็นงามกับการคุกคามสื่อ คุณไม่เสาะหาข้อมูล แต่กลับนั่งเทียนเขียนข่าว ทำให้ความจริงไม่ปรากฎ
ขอเคียงข้าง คนดี
อย่างนี้ เรียกว่า "จัดเต็มๆ"
- สงสารสาวจันทร์, missing_u, Bookmarks and 24 others like this
#9
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:52
Edited by busaba, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 05:52.
#10
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:02
ผู้สื่อข่าวเนชั่นแชนเนล ที่แจ้งเกิดเต็มตัวในเหตุการณ์วิกฤตราชประสงค์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 เน้นการเสนอข่าวที่เข้มข้นด้วยคุณภาพ สร้างจริยธรรมใหม่ในวงการสื่อสารมวลชนไทย
ในช่วงมัธยมปลาย นภพัฒน์จักษ์ได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตและเรียนหนังสือที่สหรัฐอเมริกา จึงทำให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากสังคมไทย โดยเฉพาะทักษะการคิดเชิงเหตุผล การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานหนักและรู้จักรับผิดชอบชีวิต ทั้งหมดนับเป็นประสบการณ์สำคัญที่นภพัฒน์จักษ์จะนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบไทย ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอาชีพนักข่าวมีผลงานที่โดดเด่นเหนือธรรมดา
วิธีคิดที่เปิดกว้างซึ่งผสมผสานทั้งตะวันตกและตะวันออก ทำให้นภพัฒนจักษ์รักษาจุดยืนที่เป็นกลางในฐานะสื่อมวลชนได้อย่างคงเส้นคงวา รู้จักแยกแยะเหตุผลและอารมณ์ได้อย่างมีวิจารณญาณ ขณะที่เข้าถึงความละเอียดอ่อนในหัวใจคนไทยที่กำลังสับสน รู้จักใช้อารมณ์ขันและความบันเทิงในปลอบประโลมจิตใจ จึงทำให้สามารถตีแผ่ความจริงได้โดยไม่สร้างความโกรธเกลียดให้กับทั้งเหลือและแดงที่กำลังอ่อนไหว
ติดตามความเคลื่อนไหวของเขาได้ทาง Twitter ที่ @noppatjak หรือบล็อกส่วนตัวของเขาที่ noppatjak.com
บทถอดเทป นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์
RT @Noppatjak :”เวลาทำอะไรขอให้คิดถึง 2 สิ่ง คือทำสิ่งที่ไม่ฝืนใจ และทำประโยชน์ให้กับสังคม”
หากคุณเป็นคอเทคโนโลยี โดยเฉพาะผู้ใช้ social media อย่างทวิตเตอร์ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จัก @noppatjak หรือ “เอม” นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ ผู้สื่อข่าวหนุ่มจากเครือเนชั่นที่เกาะติดภาคสนาม ด้วยลีลาเอาจริงเอาจัง กล้าคิด และกล้าทำ ทำให้ปัจจุบันเขามียอดผู้ที่ติดตามหรือ Followers เกินสามหมื่นคนเมื่อต้นปี 2554 นั่นหมายความว่าเมื่อเขาพูด จะมีคนอย่างน้อยสามหมื่นคนกำลังฟังเขาอยู่ อะไรที่ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งบนโลกออนไลน์
“ตอนนี้ผมก็มีหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวที่สถานีเนชั่นแชนเนลเป็นหลัก และเป็นคอลัมนิสต์ให้กับนิตยสาร aday และเนชั่นสุดสัปดาห์”เอม กล่าวถึงหน้าที่ที่ทำให้เขากลายเป็น “บุคคลสาธารณะ” คำนี้ดูจะเหมาะสมกับเขามากกว่า “เซเลบริตี้” สิ่งที่น่ารู้ไปกว่านั้นว่าก่อนที่เขาจะมาถึงจุดนี้ ในวันที่เขายังเป็นเพียงนายนภพัฒน์จักษ์ เด็กหนุ่มจากนครสวรรค์ เขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายจนมาถึง “จุดเปลี่ยน” 2 จุดที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ในสมัยมัธยมปลาย “ตอนนั้นเริ่มทำกิจกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียนได้ทำกิจกรรมมากขึ้น ทำให้เราเริ่มสัมผัสกับการเมือง ส่วนจุดเปลี่ยนที่สองก็คือการได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา”
จากเด็กหนุ่มที่เติบโตจากตัวเมือง พ่อแม่ค่อนข้างตามใจ เอมข้ามละติจูดมาใช้ชีวิตในเมืองชนบทมายังสหรัฐอเมริกา “มันเป็นโลกใหม่ ชีวิตความเป็นอยู่ที่เราเจอสังคมแบบใหม่ มันทำให้วิธีคิดและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก สมัยก่อนเราเป็นคนเจ้าอารมณ์ ตอนอยู่บ้านมีแต่คนตามใจ แต่พอไปอยู่ที่นั่นเราต้องพิสูจน์ตัวไม่มีใครง้อ เราต้องแสดงออกมาว่าเราต้องการอะไร ช่วยเหลือตัวเอง สิ่งที่เราค้นพบก็คือเมื่อเราอยากได้อะไร เราจะต้องทำอะไรหรือแลกเปลี่ยนอะไรเพื่อให้ได้สิ่งนั้น โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆเสมอไป”
เมื่อเขากลับมาเขาได้ “แว่นสองแบบ” การมองโลกแบบความเป็นจริงแบบตะวันตก และการเป็นมิตรนอบน้อมแบบตะวันออก เอมบอกว่านี่คือข้อได้เปรียบของเขา “สิ่งที่เราได้เปรียบก็คือการเลือกวางตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ สถานการณ์แบบไหนควรกล้าแสดงออก สถานการณ์แบบไหนควรวางตัวเฉย” ชีวิตไม่ได้มีสูตรสำเร็จในหลายๆครั้งการปรุงแต่งชีวิตให้เหมาะสมกับแต่ละวันเป็นทักษะที่ควรจะมีในการดำรงชีวิต
“ผมเลือกเรียนที่ธรรมศาสตร์ เพราะมันมีกิจกรรมอะไรให้เราทำมากมาย เป็นช่วงที่เราได้ต่อยอดจากสิ่งที่เราได้รับจากอเมริกา ได้มีโอกาสทำค่ายอาสา กิจกรรมพัฒนาสังคม ทำละครคณะ และได้ไปฝึกงาน มันเหมือนว่าเติมเต็มตัวตนของเรา ให้เราได้ใช้ศักยภาพของเราเต็มที่ มันคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้และทำให้เราเป็นเราจนทุกวันนี้” สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าคนเราควรจะรู้จักศักยภาพและขีดความสามารถของตัวเอง และจะต้องมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
สิ่งที่เขาค้นพบก็คือ เขาชอบการเมืองและอยากจะทำอะไรเพื่อสังคม เพียงแต่ว่าเขาจะเปลี่ยนความอยาก ให้กลายเป็นความสามารถได้อย่างไร? “ตอนแรกมันเป็นแค่ความทะยานอยาก เราพยายามคิดว่าเราจะทำอย่างไรที่จะจัดสรรสิ่งต่าง ๆได้ดี การวางแผน การบริหารคนอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุด การเรียนคณะบริหารทำให้เราสามารถพัฒนาทักษะในด้านนี้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น” เอมยกตัวอย่าง “เช่นการเมืองในประเทศไทย เราเห็นว่าหลายๆ คนมีอุดมการณ์ที่ดี ทั้งเหลืองและแดง เพียงแต่การนำเสนอมันออกมา ไม่มีทิศทาง เราจะทำอย่างไรให้แต่ละกลุ่มสามารถนำเสนอข้อดีของตัวเองออกมาและสามารถประสานผลประโยชน์ให้ส่วนรวมได้รับมากที่สุดได้”
เมื่อพูดถึงทางออกของสังคมจากประสบการณ์ที่เขาไปสัมผัสม็อบการเมืองมาทั้งสองสี เขาเสนอทางออกว่า “เวลาทำอะไรขอให้คิดถึง2สิ่งคือทำสิ่งที่ไม่ฝืนใจ และทำประโยชน์ให้กับสังคม” เขาขยายความ “บางทีเราคิดว่าเราทำดีแต่บางทีมันเดือดร้อนคนอื่น เราเลยแสดงออกมาในแง่ลบ การไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน บางครั้งเวลาเรายึดถือสิ่งใดมากๆมันเหมือนคนมีความรักมันทำให้ตาบอด ทำให้เราละเลยความจริงข้ออื่นไปว่ามีใครได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เรารักและยึดถือหรือเปล่า เราต้องทบทวนตัวเองเสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ถูกหรือไม่” เราอาจอธิบายเรื่องนี้ในทางพุทธศาสนาอธิบายสิ่งเหล่านี้ว่า คือการลด “อัตตา” และการลด “ตัวกู-ของกู”
“การที่เราจะมองอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร เราต้องมองว่ารากฐานในวันนี้เป็นอย่างไร ประเทศเราตอนนี้ค่อนข้างเปราะบางมากๆ เรื่องการเมืองอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งแต่สิ่งที่สำคัญก็คือ สิ่งที่เป็นองค์ประกอบสร้างที่จะเป็นคนไทยมากกว่า เช่น เรายังติดนิสัยรักสบาย หรือความเชื่อต่างๆที่หายไป เช่น “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์” ทำให้เวลาเรามองไปในอนาคตค่อนข้างจะน่าเป็นห่วง”นี่ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย นภพัฒน์จักษ์กำลังสะท้อนในสิ่ง “ที่เห็นและเป็นอยู่” เหมือนชื่อคอลัมน์ของเขาในเนชั่นสุดสัปดาห์
เขายังแสดงความห่วงใยต่อไปว่า“สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดก็คือเรายังมีการแก่งแย่งแข่งขันภายใน แต่เราลืมมองไปว่าเราต้องมีการแข่งกับภายนอกด้วยในอนาคต จีน เกาหลีใต้ กำลังเติบโต เราจะรับมือและต่อรองผลประโยชน์ได้อย่างไร” แต่ทุกอย่างก็ยังคงมีความหวัง “ผมว่าคนรุ่นผมได้รับผลกระทบเยอะ แผลจากทั้งการเมือง วิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้คนรุ่นเราจะเกิดความระมัดระวัง เรียนรู้จากแผลและทำอย่างไรไม่ให้แผลนั้นเกิดซ้ำๆ นี่คือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้”
เขากล่าวทิ้งท้าย “บางทีอาจถึงเวลาที่เราต้องปรับเปลี่ยนพฤฒิกรรม และเรียนรู้ที่จะไม่ละเลยอะไรเล็กๆน้อยๆ”
บรรยากาศ บอลกระชับมิตร กัมพูชา-ไทย โดยนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ เนชั่นทีวี (go6tv)
สัมภาษณ์รากหญ้าเสื้อแดง ความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
http://www.youtube.com/watch?v=ZXSAf18GCA4&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=819mNcmHxVI&feature=player_embedded
#11
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:03
บรรยากาศข้างสนาม ฟุตบอลไทย-กัมพูชา วันเสาร์24กันยายน2554 สัมภาษณ์ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ - สม ไชยา สื่อมวลชนกัมพูชา นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ เนชั่นทีวี
#12
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:04
http://blog.noppatja...allikaboon.html
ถึงคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์
ก่อนอื่น บอกอย่างหนึ่งว่า ผมไม่ได้อยากจะดราม่าอะไรกับใครนะครับ ยิ่งช่วงนี้ยังต้องทำข่าวน้ำท่วม ก็มีประเด็นเยอะแยะจนอยากจะเลี่ยงประเด็นดราม่าสารพัดสารเพ
แต่ต้องเขียนเพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นสาธารณะ เพราะคุณมัลลิกาเป็นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเก่าพรรคแก่ พรรคใหญ่ของประเทศไทย ในฐานะรองโฆษกพรรคการสะท้อนอะไรออกมาย่อมสะท้อนท่าทีของพรรค และของสังคมไทยไม่มากก็น้อย
คือตั้งแต่มีข่าวคราวข้อเสนอของคุณมัลลิกา เรื่องให้ปิดเฟซบุค-ยูทูบ ผมก็ตามอ่านอยู่ห่างๆ ยังไม่เคยได้ไปตามทำข่าว ไม่เคยสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง (สาเหตุหลักเพราะผมตามข่าวน้ำท่วมอยู่เป็นหลัก) ก็เลยยังไม่ได้พูดถึงเท่าไหร่ ที่เคยรายงานผ่านทวิตเตอร์ไปก็มีไม่กี่ครั้ง เป็นทวีตที่ผมตั้งใจชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างทางแนวความคิดของคนในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตอนนั้นกระแสคนเริ่มวิจารณ์ตัวพรรคประชาธิปัตย์หนาหูขึ้น ว่าเป็นพรรคโบราณที่จะให้มีการปิด เฟซบุค-ยูทูบ ผมเลยทวีตไปให้เห็นว่าน่าจะเป็นความเห็นของคุณมัลลิกาคนเดียว เพราะอย่างความเห็นของคุณแทนคุณก็เป็นคนละแนวทางกัน
https://twitter.com/#!/noppatjak/status/140378417861361665
ต่อมาคุณมัลลิกาก็ชี้แจงว่าไม่ได้จะให้ปิดเฟซบุค-ยูทูบ แต่เป็นแค่คำขู่ และการปิดเฟซบุค-ยูทูบ จะเป็นเงื่อนไขสุดท้าย ผมก็รีทวีตให้คนที่ตามผมอยู่ได้อ่านกัน เพราะผมก็ยึดหลักว่าควรให้คนที่ตามผมอยู่ได้อ่านครบถ้วนรอบด้านของมุมข่าวที่นำเสนอ ขอย้ำว่า "ผมก็รีทวีตของคุณมัลลิกาให้ทุกคนได้อ่านกัน"
หลังจากนั้น ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งก็ยังตำหนิทั้งตัวคุณมัลลิกาและพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ตามสิทธิในการแสดงความเห็นของแต่ละคน พร้อมเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าจุดยืนเรื่องนี้ของตัวพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร?
จะว่าผมขยันไม่เข้าเรื่องก็ได้ แต่พอมีข้อสงสัยผมก็อยากให้มันชัดเจน อยากรายงานให้คนที่ติดตามได้ทราบถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ไปถามคนในพรรคประชาธิปัตย์สองคน(เบื้องต้นทั้งสองคนขอว่าอย่าเพิ่งเปิดเผยช่ื่อ แต่ถ้าคุณมัลลิกาจำเป็นต้องทราบ ผมก็พร้อมจะผิดมารยาทกับสองคนนั้นและเปิดเผยชื่อ เพราะผมต้องรักษาความน่าเชื่อถือของผมไว้) ได้ความว่า "ทางพรรคคงยังไม่มีการแถลงอะไรออกมาชัดเจนกรณีปิดเฟซบุค-ยูทูบ แต่ได้ยินมาว่ามีความเคลื่อนไหวในพรรค ว่าเป็นห่วงคุณมัลลิกา ว่าเวลาสื่อสารอะไร ก็ให้ชัดเจน" ผมก็เลยรายงานทางทวิตเตอร์สองอันตามนี้
ซึ่งถ้าจริงไม่จริงอย่างไร ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์คิดเห็นเรื่องนี้แบบไหน ผมก็พร้อมรายงานหมด คือถ้าคนในประชาธิปัตย์สนับสนุนให้ปิดยูทูบ-เฟซบุคหรือไม่ แล้วจะมีการแถลงหรืออกมาพูดอย่างเป็นทางการเพื่อความชัดเจนผมก็พร้อมรายงาน ถ้าอันไหนที่ไม่ตรงกับที่ผมรายงานไปก่อน ผมก็พร้อมขออภัยและแก้ไข ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาผมก็ฟังจากแหล่งข่าวของผมแล้วก็รายงาน คือผมก็มีหน้าที่รายงานข่าวทุกด้าน ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะเคลื่อนไหวอย่างไร
หลังจากนั้น
คุณมัลลิกาก็ทวีตมาหาผม ว่า "ที่หลังมีอะไรมาถามพี่ก่อนทวิตนะน้อง" ซึ่งความจริง เจตนาของผมคือรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ไปถามความเห็นคนอื่น ไม่ได้อยากจะรายงานอะไรเกี่ยวกับความเห็นของตัวรองโฆษก เพราะผมตามอ่านมาตลอดอยู่แล้ว นี่คือสาเหตุที่ผมไม่ได้ถามคุณมัลลิกาก่อน เพราะมองว่ามันไม่จำเป็น
หลังจากนั้น
ผมก็ทวีตไปหาคุณมัลลิกา
แล้วคุณมัลลิกาก็ Direct Message มาหาผมในแนวทางต่อว่าผมในหลายประเด็น ซึ่งเอาหละ ผมมองว่าตามมารยาท อะไรที่ส่งมาทาง Direct Message ก็ไม่ควรมาเปิดเผยในที่แจ้ง (ยกเว้นคุณมัลลิกาพร้อมจะเปิดเผย ก็เปิดเผยได้เลย ทุกข้อความที่ผมส่งไป ผมพร้อมให้เปิดเผย)
แต่ผมอยากจะบอกว่า ผมทำหน้าที่นักข่าวของผม มีอะไรผมก็รายงานไป รายงานในเรื่องที่ส่งผลต่อสาธารณะ ต่อประเทศชาติ
คุณมัลลิกาเป็นรองโฆษกพรรคการเมือง ก็ทำหน้าที่ไป พรรคประชาธิปัตย์มีความคิดความเห็นอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของคุณมัลลิกา
เราคนละบทบาทกัน ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป
ถ้าผมรายงานอะไรที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง คุณมัลลิกาสามารถชี้แจงได้ผ่านช่องทางสาธารณะ ไม่ต้องมา Direct Message หาผม แล้วการที่ผมรายงานอะไรแล้วมีชื่อของคุณมัลลิกาเกี่ยวข้อง ก็เพราะคุณมัลลิกาเป็นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงอะไรเป็นการส่วนตัว ส่วนเรื่องที่มากล่าวหาว่าผมนั่งเทียน ผมก็ย้ำไปแล้ว ว่าข้อความไหน จุดไหนที่คุณมัลลิกามองว่าผมนั่งเทียน ผมพร้อมชี้แจงทั้งหมด อะไรที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงก็พร้อมแก้ไขให้หมด ขอแค่ให้ทางฝั่งประชาธิปัตย์ชัดเจนในการสื่อสาร เพราะผมไม่ได้ไม่เสียอะไรกับทางพรรคอยู่แล้ว ผมพร้อมรายงานความเคลื่อนไหวตามหน้าที่ แบบที่ไม่ต้อง Direct Message อะไรมาให้ผม เพราะการรายงานต่อเนื่องในเรื่องที่ผมเคยรายงานถึงไว้ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว
ที่ต้องเขียนจดหมายนี้ ผมไม่ได้มีเจตนาว่าร้ายพรรคประชาธิปัตย์ใดใดทั้งสิ้นนะครับ
แค่อยากสะท้อนไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ถึงบทบาทในการสื่อสารของรองโฆษกของพรรคด้วยความหวังดี เพราะในความคิดของผม ถ้าคุณมัลลิกายังดำเนินแนวทางนี้ในการสื่อสารกับประชาชน ทั้งที่เป็นฐานเสียงประชาธิปัตย์ และคนที่ไม่ได้ชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ และทั้งกับผู้สื่อข่าว ผ่านทางโลกออนไลน์ในลักษณะเช่นนี้อยู่
ก็รังแต่จะทำให้พรรคดูแย่ลงครับ
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์
ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี
หมายเหตุ: จดหมายนี้ผมพูดถึงเรื่องท่าที่ของคุณมัลลิกาต่อสื่อมวลชนเท่านั้นนะครับ ไม่ได้พูดถึงการต่อสู้เวบหมิ่นของคุณมัลลิกา คือเรื่องนั้นก็มีความเห็นอยู่ แต่ขอมาแสดงความเห็นในภายภาคหน้า คราวนี้ขอเรื่องท่าทีต่อนักข่าวก่อนครับ
- ดราม่า likes this
#13
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:13
#14
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:23

POPULAR
ผมเริ่มเคลียร์แล้ว....
คุณมัลลิกาก็ทวีตมาหาผม ว่า "ที่หลังมีอะไรมาถามพี่ก่อนทวิตนะน้อง"
เมื่อมาประกอบกับคุณกนกติงผ่าน FB
นภพัฒน์จักษ์แน่ใจหรือว่า เขียนบทความนี้ 1 วันหลังจากเกิดเหตุ? เหตุเกิดวันไหนน้องรู้มั๊ย? ไม่ได้ถามเรื่องราวจากผม แต่ไปถามกับทีมงาน! คนไหนครับ? เพราะคืนนั้นไม่มีใครรู้มาก่อน ทั้งทีมงานช่อง 9 หรือทีมงานเนชั่น
ส่อให้เห็น "พฤติกรรมซ้ำ" ของสื่อมวลชนหนุ่มคนนี้ว่า... ไม่ตรวจสอบข้อมูลแต่ลงเรื่องราวก่อนเลยตามที่ตนเข้าใจ
แบบนี้ถ้าไม่ใช่ "สื่อสะเพร่า" ก็ต้องเป็น "สื่อที่อยากเกิดจนตัวสั่น" ละมังครับ
Edited by little bee, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:24.
- สงสารสาวจันทร์, wewe, Bookmarks and 9 others like this
#15
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:35
การายงานข่าวก็โอเคมาก
ตอนนี้ยอมรับเลย คนแบบนี้ไปไกลๆ ทำตัวทุเรศกว่าเสื้อแดงที่เห่าหอนในเวปนี้อีก
อย่างน้อยพวกไอ่โปก ไอ่ปาปา ไอ่ใจดี ไอ่ม้อบอะไรนั่นยังมีศักดิ์ศรีกว่า
ตะก่อนชอบจอมขวัญมาก ตอนนี้เห็นหน้าเปปิดหนีไปช่องอื่นเลย
เดี๋ยวนี้กับนายคนนนี้ก็คงทำแบบเดียวกัน
ปล. สมัยเสื้อแดงเผาเมือง ในใจคิด คนไทยคงไม่เลือกมันกลับมา
ตอนมันชนะเลือกตั้งผิดหวังกับคนไทยมาก คนเผาบ้านเผาเมืองทำระยัมขนาดนั้นเลือกเข้ามาอีกได้ไง
เดี๋ยวนี้บ้านเมืองเป็นอะไรกันไปหมดไม่รู้
คนส่วนใหญ่เพิกเฉยกับความชั่ว แล้วคนที่สนใจการเมืองกลายเป็นควายในสายตาของพวกเขา
ชอบพูดคนไทยทะเลาะกันเอง คนไทยต้องสามัคคีกันสิ พูดได้แค่นี้
ทั้งๆปากท้องเขามันติดอยู่กับการเมืองทั้งนั้น
ได้แต่ปลง เหนื่อยๆเบื่อๆไงไม่รู้
คนเราคิดต่างได้ แต่อย่าคิดชั่ว
ไม่ว่าจะมุมนี้หรือมุมไหน ถ้ามันเป็นเรื่องงี่เง่าไม่ขอเสียเวลามองว่ะ
#17
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 07:39

POPULAR
ผมเข้าใจมาตลอดว่าเขาชอบประชาธิปัตย์เพราะ add FB เขาไว้
เหตุผลที่ผมคิดว่านภพัฒน์จักษ์ชอบ ปชป เช่น
นภพัฒน์จักษ์เข้าเป็น fan page ของนักการเมืองฝั่ง ปชป เยอะ
ความคิดเห็นที่ทวีต
เคยเห็นกลุ่ม ปชป (อภิสิทธิ์) ไปเยี่ยมบ้านนภพัฒน์จักษ์ ช่วงน้ำท่วมที่นครสวรรค์
เพียงแต่เขาพยายามทำตัวเป็นกลาง ไม่แสดงออกว่าเข้าข้างใคร
งานนี้ นภพัฒน์จักษ์น่าจะพลาด พยายามทำตัวกลาง แต่ดันไม่ทำการบ้านดีๆก่อน
สำหรับคุณกนก ถ้าน้องเขาเข้ามาเคลียร์ แล้วพอรับได้ก็น่าจะอภัยเขานะ
- ต้นหอม, Bookmarks, RiDKuN_user and 8 others like this
#18
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:00
#19
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:33
ความเห็นผม ผมยังไม่อยากผลักนภพัฒน์จักษ์ไปเป็นเสื้อแดงนะ
ผมเข้าใจมาตลอดว่าเขาชอบประชาธิปัตย์เพราะ add FB เขาไว้
เหตุผลที่ผมคิดว่านภพัฒน์จักษ์ชอบ ปชป เช่น
นภพัฒน์จักษ์เข้าเป็น fan page ของนักการเมืองฝั่ง ปชป เยอะ
ความคิดเห็นที่ทวีต
เคยเห็นกลุ่ม ปชป (อภิสิทธิ์) ไปเยี่ยมบ้านนภพัฒน์จักษ์ ช่วงน้ำท่วมที่นครสวรรค์
เพียงแต่เขาพยายามทำตัวเป็นกลาง ไม่แสดงออกว่าเข้าข้างใคร
งานนี้ นภพัฒน์จักษ์น่าจะพลาด พยายามทำตัวกลาง แต่ดันไม่ทำการบ้านดีๆก่อน
สำหรับคุณกนก ถ้าน้องเขาเข้ามาเคลียร์ แล้วพอรับได้ก็น่าจะอภัยเขานะ
ขออนุญาตถามก่อนตอบนะครับ
ใช่คุณกรณ์รึเปล่าครับ.... อรั๊ย เขิน
ถ้าใช่ จะบอกว่าเป็นแฟนบอยของคุณกรณ์นะครับ
ถ้าไม่ใช่ ก็ลืมที่ผมเขียนไปซะเถอะครับ(หน้าแดงซ่าน ปฏิเสธตัวเอง...กรี๊ดอีกรอบ..อรั๊ย....)
ล้อเล่นนนนนนน
จะบอกว่าจากข้อความที่ท่านกบแดงให้รายละเอียดไว้ ผมว่าสื่อหนุ่มรายนี้คงเป็นปชป.มาก่อนแต่..."เสียความรู้สึกกับปชป.ด้วยเหตุผลอันไม่แจ้งชัด"
เหมือนแฟนปชป.หลายคนในบล็อกโอเคน่ะครับ ที่"คาดหวังสูง" หรือ"คาดหวังว่าตนเองจะมีความสำคัญต่อพรรคมากกว่านี้" แล้วไมได้เป็น ก็เลยเริ่ม"เหวี่ยง"
เดาจากมุมมองจิตวิทยาล้วนๆ ซึ่งผมอาจมองผิดก็ได้นะครับ
#20
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:42
อย่างที่เขียนมาอย่าเรียกว่าบทความข่าวเลย ควรเรียกว่าโฆษณาแฝงสร้างภาพมากกว่า ริจะเป็นสื่อแต่ทำบทความด้วยความฉาบฉวยอย่างนี้ก็คงหลอกได้แต่พวกไร้สมองและไม่มีความคิดเป็นของตนเองเท่านั้น
#21
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:50
#22
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 09:17
ผมมองนักข่าวรุ่นใหม่ว่ากำลังหาจุดยืนของตัว จุดยืนตรงกลาง
ไม่ง่ายนะ พลาดผิดขออภัยผมรับได้ แต่พลาดบ่อยๆ คงไม่ไหว
- ใจหมาอำมหิต` likes this
#23
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 09:33
ผมคิดอีกอย่างนะ
ผมมองนักข่าวรุ่นใหม่ว่ากำลังหาจุดยืนของตัว จุดยืนตรงกลาง
ไม่ง่ายนะ พลาดผิดขออภัยผมรับได้ แต่พลาดบ่อยๆ คงไม่ไหว
ล่าสุดผมเพิ่งอ่านเจอในเว็บพันดริฟท์ครับ นภพัดจักอีกแล้วครับท่าน
http://www.pantip.co...U11790426.html#173 เถียงกันเรื่องไอแพด ได้เป็นกระทู้แนะนำด้วย
คห.173 เขายกข่าวนี้มา ประมาณว่าฝ่ายค้านมันก็เอาด้วย จะด่าอะไรรัฐบาล
ก็เจอคห.อื่นโต้ว่า
ความคิดเห็นที่ 180
ข่าวก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ 173 พูดมานี่คะ
สำนักข่าวหลายๆ แห่งก็ไม่ได้รายงานเหมือน 173 ว่ามา
รบกวน 173 ลงที่มาอ้างอิงด้วยค่ะว่ามาจากไหน
จากคุณ ## ส้มเช้งเองจ้า###
ก็มีคนแย้งว่าข่าวมาจากนภพัดจักนะ เชื่อถือได้รึเปล่าล่ะ
ความคิดเห็นที่ 214
เท่าที่อ่านจาก # คห.173 แล้วรวมๆน่าจะมาจากการเรียบเรียงข้อมูลใน link ที่ผมเอามาลงไว้นะคับ ซึ่งเป็น link ของนักข่าวเนชั่น "นพจักร อัตตนนท์" ลงใน tweeter แล้วเอามารวมไว้ใน google plus อีกที (แต่ ข้อ 5 ใน คห.173 ไม่มีใน link นะคับ) ข้อมูลเนื้อข่าวมาจากการโทรศัพท์ไปสัมภาษณ์ "นาย เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร"
*** ไม่แน่ใจว่า ข้อมูลของ "นพจักร อัตตนนท์" จะถือว่าเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้รึป่าว สำหรับ คุณส้มเช้งเองจ้า ***
จากคุณ : monkydlufy
แปลว่านายนภพัดจักคนนี้..............................................อืมม์........................
- ตามงคล, overtherainbow, ดราม่า and 1 other like this
#24
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:13
ผมคิดอีกอย่างนะ
ผมมองนักข่าวรุ่นใหม่ว่ากำลังหาจุดยืนของตัว จุดยืนตรงกลาง
ไม่ง่ายนะ พลาดผิดขออภัยผมรับได้ แต่พลาดบ่อยๆ คงไม่ไหว
ล่าสุดผมเพิ่งอ่านเจอในเว็บพันดริฟท์ครับ นภพัดจักอีกแล้วครับท่าน
http://www.pantip.co...U11790426.html#173 เถียงกันเรื่องไอแพด ได้เป็นกระทู้แนะนำด้วย
คห.173 เขายกข่าวนี้มา ประมาณว่าฝ่ายค้านมันก็เอาด้วย จะด่าอะไรรัฐบาล![]()
ก็เจอคห.อื่นโต้ว่า
ความคิดเห็นที่ 180
ข่าวก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ 173 พูดมานี่คะ
สำนักข่าวหลายๆ แห่งก็ไม่ได้รายงานเหมือน 173 ว่ามา
รบกวน 173 ลงที่มาอ้างอิงด้วยค่ะว่ามาจากไหน
จากคุณ ## ส้มเช้งเองจ้า###
ก็มีคนแย้งว่าข่าวมาจากนภพัดจักนะ เชื่อถือได้รึเปล่าล่ะ
ความคิดเห็นที่ 214
เท่าที่อ่านจาก # คห.173 แล้วรวมๆน่าจะมาจากการเรียบเรียงข้อมูลใน link ที่ผมเอามาลงไว้นะคับ ซึ่งเป็น link ของนักข่าวเนชั่น "นพจักร อัตตนนท์" ลงใน tweeter แล้วเอามารวมไว้ใน google plus อีกที (แต่ ข้อ 5 ใน คห.173 ไม่มีใน link นะคับ) ข้อมูลเนื้อข่าวมาจากการโทรศัพท์ไปสัมภาษณ์ "นาย เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร"
*** ไม่แน่ใจว่า ข้อมูลของ "นพจักร อัตตนนท์" จะถือว่าเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้รึป่าว สำหรับ คุณส้มเช้งเองจ้า ***
จากคุณ : monkydlufy
แปลว่านายนภพัดจักคนนี้..............................................อืมม์........................
ผมเองเคยอ่านมาแล้ว... ก็เอะใจตรงข้อ 5 นี้แหละ
Edited by ตามงคล, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:14.
#25
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:36
เขียนลงใน Column ในหนังสือขายทั่วประเทศ แต่เวลาขอโทษลง Facebook
กะเอา 2 เด้งนี่นา เพราะคนเกลียดรัฐบาลอยู่ใน Cyber เยอะ ส่วนเสื้อแดงก็ปลื้มได้ครองหน้าสื่อระดับประเทศ
รู้สึกว่าคุณ นภพัฒน์จักษ์ ไม่กลางตั้งแต่ตามไปทำข่าวบอลเขมรแล้ว
เพราะตอนนั้นรู้สึกแต่ว่า น้ำก็ท่วมนะ ทำไมไปเตะบอล และ ทำข่าวซะกลบข่าวน้ำท่วมไปเลย
แดงหรือปล่าวไม่แน่ใจ แต่ผมกลับว่าคุณ นภพัฒน์จักษ์ มี Hidden Agenda
ตอนนี้ ไม่แดงคงออกมาทำข่าวระดับ Free TV ไม่ได้
อยู่ที่ Nation ก็คงไม่เจ๋ง เท่าได้มา free TV หรอกครับ
การเป็นผู้สื่อข่าวระดับชาติ ที่ผมยกให้ก็ต้อง อ สมเกียรติ , คุณ สุทธิชัย คุณ กนก , กิตติ นะ
และไม่ใช่ว่าเพราะพวกเค้าแดงหรือไม่แดงด้วย แต่ผมรู้สึกได้ถึงจิดวิญญาณ Jounalist ที่อยู่ในตัวพวกเค้า
บางครั้งสื้อถูกกระแสพัดจนโอนเอนไปมาได้ เพราะอยู่กลางกระแส
แต่เหมือนความเป็นมืออาชีพมันทำให้พวกเค้ามั่นคง มี Ground ให้ยึดและไม่ลอยไปในกระแส
และผมชื่ชมคุณกนก ทั้งวิธีรับมือคนคิดต่าง (จ.เจตน์)
และวิธีรับมือพวก แอ๊บคิดเหมือนอย่าง นภพัฒน์จักษ์
#26
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:47
ส่วนเรื่องการเขียนบทความ...ข้อมูลต้องแม่นยำแค่ไหนอย่างไร คุณกนกคงสอนได้
#27
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:50
แต่เขียนข่าวมาแล้วไม่ถูกต้อง แล้วบอกว่าไม่ได้ถามจากแหล่งข่าวตรง ทั้งที่ทำได้
ผมถือว่าขาดความเป็นมืออาชีพมาก
จะด้วยคุณอยากเห็นเสื้อแดงทำตัวดี
ทำให้เห็นข้อมูลจากเสื้อแดงเกี่ยวกับเจตน์ ตรงกับจริตคุณจนทำให้เชื่อว่าจริง หรือไม่นั่น
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน
เป็นนักข่าว ถ้าจะด่าหรือจะชมใคร ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เที่ยงตรง
ไม่งั้นก็จะโดนด่าซะเอง
~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~
#29
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:57
แต่ขาดจรรยาบรรณ ก็ไม่อาจจะขึ้นชื่อว่าเป็นนักข่าวได้
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#30
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:00
ทำไมไม่เป็นมืออาชีพเลย
โคตรกาก
It's us against the world
#31
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:14
คนเป็นสื่อ พาพวกไปด่าอีกสื่อหนึ่ง แค่นี้ก็น่ารังเกียจเต็มทนแล้ว ยังเสล่อ มีคนไปเข้าข้างไ้ด้อีก ทั้งๆ ที่เป็นคนมีการศึกษา และมีหน้าที่ทำสื่อด้วย ข้อมูลต้องมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว แต่ยังนั่งเทียนเขียนข่าวได้
#32
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:32
ตำตอบโต้ของกนก ผ่านทางโซเขียลมีเดียแบบนี้ เห็นได้ชัดว่า 2 คนนี้ ไม่คบกัน
ดังนั้น ยากที่จะเชื่อว่า นายนี่ เคารพรุ่นพี่จากใจจริง เพียงแค่ฉวยโอกาสตอนรุ่นพี่โดนเล่นงาน เอามาเขียนต่างหาก
อารมณ์เดียวกับสรยวยจอมฉวยโอกาส แล้วพยายามปั้นแต่งคำพูดให้ตัวเองดูดี ดูเป็นคนมีหลักการเป็นกลาง
แต่ขอโทษที ไอ้พวกแดงน่ะ พยายามหลอกคนอื่นว่าเป็นกลางเท่าไหร่ๆ สุดท้ายหางโผล่ทุกที
#33
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:36
ตอนนั้นลุงแคนออกมาต่อว่าผม หาว่าไปด่าสื่อ ตอนนี้หางพวกมันโผ่ลแล้ว
ดูนาทีที่7.14เป็นต้นไป
ไอ้ทฤษฎีนี้อ้างรักสถาบัน แต่ผมว่าเอาสถาบันบังหน้าหาชื่อเสียงใส่ตัวมากกว่า
Edited by ดราม่า, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:39.
#34
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:56
เหตุการณ์นี้ คุณกนกทำตัวได้สมเป็นผู้ใหญ่ และวางตัวได้ดี
- ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ likes this
#35
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:05
ผมคิดอีกอย่างนะ
ผมมองนักข่าวรุ่นใหม่ว่ากำลังหาจุดยืนของตัว จุดยืนตรงกลาง
ไม่ง่ายนะ พลาดผิดขออภัยผมรับได้ แต่พลาดบ่อยๆ คงไม่ไหว
ล่าสุดผมเพิ่งอ่านเจอในเว็บพันดริฟท์ครับ นภพัดจักอีกแล้วครับท่าน
http://www.pantip.co...U11790426.html#173 เถียงกันเรื่องไอแพด ได้เป็นกระทู้แนะนำด้วย
คห.173 เขายกข่าวนี้มา ประมาณว่าฝ่ายค้านมันก็เอาด้วย จะด่าอะไรรัฐบาล![]()
ก็เจอคห.อื่นโต้ว่า
ความคิดเห็นที่ 180
ข่าวก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ 173 พูดมานี่คะ
สำนักข่าวหลายๆ แห่งก็ไม่ได้รายงานเหมือน 173 ว่ามา
รบกวน 173 ลงที่มาอ้างอิงด้วยค่ะว่ามาจากไหน
จากคุณ ## ส้มเช้งเองจ้า###
ก็มีคนแย้งว่าข่าวมาจากนภพัดจักนะ เชื่อถือได้รึเปล่าล่ะ
ความคิดเห็นที่ 214
เท่าที่อ่านจาก # คห.173 แล้วรวมๆน่าจะมาจากการเรียบเรียงข้อมูลใน link ที่ผมเอามาลงไว้นะคับ ซึ่งเป็น link ของนักข่าวเนชั่น "นพจักร อัตตนนท์" ลงใน tweeter แล้วเอามารวมไว้ใน google plus อีกที (แต่ ข้อ 5 ใน คห.173 ไม่มีใน link นะคับ) ข้อมูลเนื้อข่าวมาจากการโทรศัพท์ไปสัมภาษณ์ "นาย เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร"
*** ไม่แน่ใจว่า ข้อมูลของ "นพจักร อัตตนนท์" จะถือว่าเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้รึป่าว สำหรับ คุณส้มเช้งเองจ้า ***
จากคุณ : monkydlufy
แปลว่านายนภพัดจักคนนี้..............................................อืมม์........................
ผมเองเคยอ่านมาแล้ว... ก็เอะใจตรงข้อ 5 นี้แหละ
นิสัยไม่เคยเปลี่ยน โทรสอบถามเรื่องแจก Iphone จาก ส.ส. รัฐบาลแล้วออกมาแก้ตัวให้ แต่ไม่เคยคิด สอบถามสื่ออื่นๆเลยว่าเขาไปเอาข่าวมาจากไหน...สันดานเดิมไม่เคยเปลี่ยน
ไอ้หมอนี้เคยออกมาให้ข่าวว่ามีคลิปตำรวจมะเขือเทศ แต่ขอไม่เผยแพร่??? มันอ้างมาตลอดว่าต้องเป็นสื่อที่ให้ข่าวประชาชนแล้วประชาชนจะตัดสินใจเอง แต่เก็บคลิปอันนี้ไว้กับตัว คนๆนี้ตลกแดกมานานแล้ว http://blog.noppatja...og-post_28.html
- ตามงคล likes this
#36
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:17
1. เขาเรียกลูปหลังแล้วตบหัวกนกนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์
Kanok Ratwongsakul Fan Page
สืบเนื่องจากบทความในเนชั่นสุดสัปดาห์ มีคนเขียนแสดงความเห็นสะท้อนกลับมา ผมขอน้อมรับและขอบคุณที่ตอบมาด้วยเหตุผลครับ
บทความที่ผมเขียนเขียน1วันหลังจากที่เกิดเหตุ ซึ่งเขียนด้วยความรวดเร็วพอสมควร ซึ่งผมก็ยอมรับว่ายังไม่ได้สอบถามเรื่องราวจากพี่กนก แต่ได้ถามจากทีมงานแล้ว และเข้าใจว่าเหตุการณ์ไม่ได้มีเรื่องที่น่ากังวล (การปะทะกัน, การโต้เถียงกันรุนแรง)
สาเหตุที่ผมเลือกนำเรื่องเล่าจากทวิตเตอร์ คนเสื้อแดงมาเสนอ เป็นเจตนาที่อยากให้ฟังความอีกด้าน เพราะช่วง1วันหลังเกิดเรื่อง อารมณ์ต่อเหตุการณ์นี้รุนแรงมาก รุนแรงกว่าความเป็นจริงไปเยอะพอสมควร
สุดท้ายผมอยากให้มองส่วนที่เป็นความเห็นของผมเป็นหลัก ส่วนเรื่องเล่าจากเหตุการณ์ผมจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการแชร์เนื้อหาอีกด้านไปที่หน้าเพจของผม เพื่อให้เห็นมุมมองอีกด้านครับ
อีกหนึ่งจุดที่สำคัญ คือมีแฟนๆพี่กนกหลายคนไม่สบายใจกับบทความนี้ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมเขียนไว้ในบทความชัดเจนว่าชื่นชมท่าทีของพี่กนก และเคารพรุ่นพี่ด้วยใจจริงมาตลอด เจตนาในการเขียนบทความนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะเห็นว่าพี่กนกเป็นแบบอย่างที่ดี แต่ผมก็เลือกนำเสนอความคิดในแบบที่ผมมอง ด้วยความหวังว่าพี่กนกจะไม่เจอเหตุร้ายๆเกิดขึ้นกับตัวเอง
และเข้าใจดีว่าคนเป็นห่วงพี่กนกเยอะ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ความเป็นห่วงและความรักก็แสดงออกได้ในหลายๆแบบ ซึ่งวิธีของผมอาจจะไม่ตรงกับหลายๆคน แต่ผมยืนยันว่ารักและเคารพพี่กนกครับ
ถ้าทำให้คนบางส่วนไม่สบายใจ ผมขออภัยและพร้อมน้อมรับความเห็นครับ
2. เป็นวิธีแสดงความรักที่แปลกๆ แต่อย่ามารักกูเด็ดขาด
3. เป็นห่วงจนกระทืบซ้ำ
4. โครตหน้าด้านเลย ข้อมูลผิดๆยังมีหน้ามาเขียนซะตัวเองดูดี อย่างนี้เรียกอย่างหนา
Edited by ดราม่า, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:19.
- ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ likes this
#37
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:48
#38
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:50
#39
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:51

ผมได้รับการสอบถามจากเพื่อนๆ ในแวดวงสื่อมวลชนจากสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทยว่าเครือเนชั่นต้องการจะให้องค์กรวิชาชีพสื่อออกมาเคลื่อนไหวว่าเป็นการ "คุกคาม" สื่อหรือไม่ เพราะดูสภาพแล้วหลายคนบอกว่าเป็นการคุกคามข่มขู่สื่อในอีกรูปหนึ่ง
คำตอบของผม คือ ขอเวลาสอบถามเหตุการณ์และข้อเท็จจริงทั้งหมดจากคุณกนกกับโปรดิวเซอร์รายการข่าวข้นคนข่าวก่อน เพราะหากดูจากวีดิโอคลิปทั้งสองชิ้นแล้วยังไม่ควรรีบด่วนไปตัดสินว่าคุณกนกถูก "คุกคาม"
วีดิโอคลิปชิ้นที่ 1 เห็นภาพคุณ จ.เจตน์เดินรี่เข้าไปหาคุณกนก เพื่อบอกว่าจะมาขอพบ แล้วคุณกนกยืนพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ ตามประสาพิธีกรอารมณ์ดีว่ารอเดี๋ยวๆ ผมไม่ได้ไปไหน ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อนแล้วจะลงมาพบ
วีดิโอคลิปชิ้นที่ 2 เห็นภาพคุณจ.เจตน์กับคุณกนกนั่งคุยกันด้วยถ้อยคำที่พอจะถือได้ว่าเป็นการคุยกันอย่างผู้มีอารยะ แม้จะมีบางคำพูดนำเสียงของคุณจ.เจตน์มีนัย "ปราม" คุณกนกว่าเป็นปัญหามา 4-5 ปีแล้ว
หลังจากผมได้คุยกับคุณกนกและโปรดิวเซอร์ได้ทราบเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด ความเห็นของผม คือ หากคุณกนกขาด "ความอดทน" หรือ "อดทนต่ำ" ทั้งๆ ที่เกิดความรู้สึก "ตกใจ" พอสมควร เมื่อเห็นกลุ่มคนประมาณ 20 คนวิ่งกรูเข้ามาพื้นที่เฉพาะพนักงาน อสมท หรือผู้ได้รับบัตรอนุญาตจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
หากคุณกนกเป็นพิธีกรที่มีระดับ "ความอดทนต่ำ" และเป็นคนที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ยอมฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากคุณจ.เจตน์และกลุ่มบุคคลร่วม 20 คน ดังเช่นที่มักมีการกล่าวหาคุณกนกอยู่เนืองๆ ตามสื่อของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็นสื่อที่สร้างปัญหา เหตุการณ์ในคืนนั้นค่อนข้างมีความเสี่ยงจะบานปลายกลายเป็นอารมณ์การ "คุกคามสื่อ" ได้เช่นกัน ล่อแหลมต่อการถูกตอกลิ่มขยายความให้กลายเป็นประเด็นใหญ่เกินจริงได้
ข้อสรุปของผมในฐานะผู้บริหารต้นสังกัดของคุณกนก เมื่อได้รับทราบเหตุการณ์ทั้งหมดที่ไม่ได้เห็นในวีดิโอคลิป 2 ชิ้น ที่มีความยาวชิ้นละเพียงไม่กี่นาที เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้ถูกขยายประเด็นไปเกินจริง "เติมเชื้อไฟความขัดแย้งให้บานปลาย"
บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้งฯ ควรจะทำหนังสือรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 2 มีนาคมให้ ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ประธานคณะกรรมการ อสมท และคุณจักรพันธุ์ ยมจินดา รองประธานและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการ อสมท ทราบ "ข้อเท็จจริง" ทั้งหมด และขอความกรุณาเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณ อสมท ให้มากขึ้น
โดยผมได้ทำจดหมายไปแล้วเมื่อวันที่ 9 มีนาคม และสำเนาเรียนให้นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ทราบเหตุการณ์เช่นเดียวกัน เพื่อจะได้ตอบคำถามได้ว่าสมาคมในฐานะองค์กรวิชาชีพไม่ได้นิ่งนอนใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
รวมทั้งยืนยันในจดหมายถึงผู้บริหาร อสมท ว่า เครือเนชั่นได้ทำงานและทำธุรกิจร่วมกับ อสมท มาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี ขอยืนยันถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่เคร่งครัดในกรอบจรรยาบรรณวิชาชีพ และพร้อมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและความคิดเห็นจากผู้ชมทุกคน เพียงแต่หากต้องการจะมาพบผู้ดำเนินการ ก็ขอให้นัดหมายอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
นอกจากนี้ ผมขอขอบคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ คุณพรชัย ปิยะเกศิน ที่ได้โทรศัพท์มา "ขอโทษ" ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ อสมท ไม่เข้มงวดเพียงพอ ปล่อยให้บุคคลภายนอกเข้ามาในอาคารปฏิบัติการนอกเวลาราชการและคุณพรชัยยังได้ไปพบกับคุณกนกในช่วงก่อนออกรายการเมื่อวันก่อนเพื่อ "ขอโทษ" ในความไม่เรียบร้อยที่เกิดขึ้นภายในอาคาร อสมท เช่นเดียวกัน
ผมรู้สึกยินดีเมื่อได้ทราบในภายหลังจากเฟซบุ๊คของคนเสื้อแดงบางคนที่มาพบคุณกนกในคืนนั้น พวกเขาบอกว่า "ลีลาคุณกนกที่เราเห็นในจอ กลับไม่เห็นนอกจอเลย คุณกนก น่ารัก สุภาพและอธิบายบางเหตุผล และเน้นให้เราสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่คุณกนกมีมาโดยตลอด....สำหรับฝ่ายเสื้อแดงหลายคน เข้าใจคุณกนกมากกว่าเดิม สองฝ่ายต่างจบคำสนทนาด้วยการจับไม้จับมือ คุณกนกกล่าวขอบคุณในความห่วงใย รับหนังสือด้วยรอยยิ้ม สุภาพ อบอุ่น"
"นี่คือ จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการได้เริ่มคุย เริ่มหันหน้าเข้าหากัน ปิดห้องคุยทุกเรื่อง ดีกว่าไม่พอใจกันอย่างไม่รู้เหตุผลใดๆ จนนำไปสู่การทำร้ายกัน ดังนั้น จึงขอสรุปว่าจากเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ใช่การ "บุกไปข่มขู่" อย่างที่ใส่ความ แต่เปิดห้องคุยกันอย่างเปิดใจ น่ารัก อบอุ่น จากนี้ไป เราอาจได้คุยกันบ่อยขึ้น ช่วยกันนำเสนอ ท้วงติงและคุยขยายวงกันให้มากขึ้น"
คนข่าวของเนชั่นทุกคนได้รับการปลูกฝัง วิธีการทำงานมาโดยตลอดว่าจะต้องวางตัวอ่อนน้อม ถ่อมตน พร้อมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเรายืนยันการทำหน้าที่สื่อมวลชนวิชาชีพที่ไม่ใช่สื่อเลือกข้างอย่างแน่นอน ยามใดสังคมตกอยู่ในภาวะแตกแยกแบ่งฝ่าย พวกเราคนเนชั่นจะต้องยิ่งเพิ่มขีดขั้นยกระดับ "ความอดทน" ทั้งต่อการยั่วยุจากแต่ละฝ่ายและคำวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาเสียๆ หายๆ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหน
http://www.bangkokbi...40919/news.html
ยังคงเป็นปริศนาต่อไปว่า จ เจต และเหล่าเสื้อแดง รวม20คน เข้าไปในพื้นที่เฉพาะพนักงานที่ต้องติดบัตรได้อย่างไร....
#40
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:57
ชอบ 2 ความเห็นนี้ 1 จากประชาชน อีก 1 จากสื่อ
ผมได้รับการสอบถามจากเพื่อนๆ ในแวดวงสื่อมวลชนจากสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทยว่าเครือเนชั่นต้องการจะให้องค์กรวิชาชีพสื่อออกมาเคลื่อนไหวว่าเป็นการ "คุกคาม" สื่อหรือไม่ เพราะดูสภาพแล้วหลายคนบอกว่าเป็นการคุกคามข่มขู่สื่อในอีกรูปหนึ่ง
คำตอบของผม คือ ขอเวลาสอบถามเหตุการณ์และข้อเท็จจริงทั้งหมดจากคุณกนกกับโปรดิวเซอร์รายการข่าวข้นคนข่าวก่อน เพราะหากดูจากวีดิโอคลิปทั้งสองชิ้นแล้วยังไม่ควรรีบด่วนไปตัดสินว่าคุณกนกถูก "คุกคาม"
วีดิโอคลิปชิ้นที่ 1 เห็นภาพคุณ จ.เจตน์เดินรี่เข้าไปหาคุณกนก เพื่อบอกว่าจะมาขอพบ แล้วคุณกนกยืนพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ ตามประสาพิธีกรอารมณ์ดีว่ารอเดี๋ยวๆ ผมไม่ได้ไปไหน ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อนแล้วจะลงมาพบ
วีดิโอคลิปชิ้นที่ 2 เห็นภาพคุณจ.เจตน์กับคุณกนกนั่งคุยกันด้วยถ้อยคำที่พอจะถือได้ว่าเป็นการคุยกันอย่างผู้มีอารยะ แม้จะมีบางคำพูดนำเสียงของคุณจ.เจตน์มีนัย "ปราม" คุณกนกว่าเป็นปัญหามา 4-5 ปีแล้ว
หลังจากผมได้คุยกับคุณกนกและโปรดิวเซอร์ได้ทราบเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด ความเห็นของผม คือ หากคุณกนกขาด "ความอดทน" หรือ "อดทนต่ำ" ทั้งๆ ที่เกิดความรู้สึก "ตกใจ" พอสมควร เมื่อเห็นกลุ่มคนประมาณ 20 คนวิ่งกรูเข้ามาพื้นที่เฉพาะพนักงาน อสมท หรือผู้ได้รับบัตรอนุญาตจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
หากคุณกนกเป็นพิธีกรที่มีระดับ "ความอดทนต่ำ" และเป็นคนที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ยอมฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากคุณจ.เจตน์และกลุ่มบุคคลร่วม 20 คน ดังเช่นที่มักมีการกล่าวหาคุณกนกอยู่เนืองๆ ตามสื่อของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็นสื่อที่สร้างปัญหา เหตุการณ์ในคืนนั้นค่อนข้างมีความเสี่ยงจะบานปลายกลายเป็นอารมณ์การ "คุกคามสื่อ" ได้เช่นกัน ล่อแหลมต่อการถูกตอกลิ่มขยายความให้กลายเป็นประเด็นใหญ่เกินจริงได้
ข้อสรุปของผมในฐานะผู้บริหารต้นสังกัดของคุณกนก เมื่อได้รับทราบเหตุการณ์ทั้งหมดที่ไม่ได้เห็นในวีดิโอคลิป 2 ชิ้น ที่มีความยาวชิ้นละเพียงไม่กี่นาที เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้ถูกขยายประเด็นไปเกินจริง "เติมเชื้อไฟความขัดแย้งให้บานปลาย"
บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้งฯ ควรจะทำหนังสือรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 2 มีนาคมให้ ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ประธานคณะกรรมการ อสมท และคุณจักรพันธุ์ ยมจินดา รองประธานและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการ อสมท ทราบ "ข้อเท็จจริง" ทั้งหมด และขอความกรุณาเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณ อสมท ให้มากขึ้น
โดยผมได้ทำจดหมายไปแล้วเมื่อวันที่ 9 มีนาคม และสำเนาเรียนให้นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ทราบเหตุการณ์เช่นเดียวกัน เพื่อจะได้ตอบคำถามได้ว่าสมาคมในฐานะองค์กรวิชาชีพไม่ได้นิ่งนอนใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
รวมทั้งยืนยันในจดหมายถึงผู้บริหาร อสมท ว่า เครือเนชั่นได้ทำงานและทำธุรกิจร่วมกับ อสมท มาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี ขอยืนยันถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่เคร่งครัดในกรอบจรรยาบรรณวิชาชีพ และพร้อมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและความคิดเห็นจากผู้ชมทุกคน เพียงแต่หากต้องการจะมาพบผู้ดำเนินการ ก็ขอให้นัดหมายอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
นอกจากนี้ ผมขอขอบคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ คุณพรชัย ปิยะเกศิน ที่ได้โทรศัพท์มา "ขอโทษ" ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ อสมท ไม่เข้มงวดเพียงพอ ปล่อยให้บุคคลภายนอกเข้ามาในอาคารปฏิบัติการนอกเวลาราชการและคุณพรชัยยังได้ไปพบกับคุณกนกในช่วงก่อนออกรายการเมื่อวันก่อนเพื่อ "ขอโทษ" ในความไม่เรียบร้อยที่เกิดขึ้นภายในอาคาร อสมท เช่นเดียวกัน
ผมรู้สึกยินดีเมื่อได้ทราบในภายหลังจากเฟซบุ๊คของคนเสื้อแดงบางคนที่มาพบคุณกนกในคืนนั้น พวกเขาบอกว่า "ลีลาคุณกนกที่เราเห็นในจอ กลับไม่เห็นนอกจอเลย คุณกนก น่ารัก สุภาพและอธิบายบางเหตุผล และเน้นให้เราสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่คุณกนกมีมาโดยตลอด....สำหรับฝ่ายเสื้อแดงหลายคน เข้าใจคุณกนกมากกว่าเดิม สองฝ่ายต่างจบคำสนทนาด้วยการจับไม้จับมือ คุณกนกกล่าวขอบคุณในความห่วงใย รับหนังสือด้วยรอยยิ้ม สุภาพ อบอุ่น"
"นี่คือ จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการได้เริ่มคุย เริ่มหันหน้าเข้าหากัน ปิดห้องคุยทุกเรื่อง ดีกว่าไม่พอใจกันอย่างไม่รู้เหตุผลใดๆ จนนำไปสู่การทำร้ายกัน ดังนั้น จึงขอสรุปว่าจากเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ใช่การ "บุกไปข่มขู่" อย่างที่ใส่ความ แต่เปิดห้องคุยกันอย่างเปิดใจ น่ารัก อบอุ่น จากนี้ไป เราอาจได้คุยกันบ่อยขึ้น ช่วยกันนำเสนอ ท้วงติงและคุยขยายวงกันให้มากขึ้น"
คนข่าวของเนชั่นทุกคนได้รับการปลูกฝัง วิธีการทำงานมาโดยตลอดว่าจะต้องวางตัวอ่อนน้อม ถ่อมตน พร้อมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเรายืนยันการทำหน้าที่สื่อมวลชนวิชาชีพที่ไม่ใช่สื่อเลือกข้างอย่างแน่นอน ยามใดสังคมตกอยู่ในภาวะแตกแยกแบ่งฝ่าย พวกเราคนเนชั่นจะต้องยิ่งเพิ่มขีดขั้นยกระดับ "ความอดทน" ทั้งต่อการยั่วยุจากแต่ละฝ่ายและคำวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาเสียๆ หายๆ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหน
http://www.bangkokbi...40919/news.html
ยังคงเป็นปริศนาต่อไปว่า จ เจต และเหล่าเสื้อแดง รวม20คน เข้าไปในพื้นที่เฉพาะพนักงานที่ต้องติดบัตรได้อย่างไร....
Voice TV สื่อแดง แบบเนียนๆ
#41
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:58
อยากตามไปดูว่า 11 คนที่ Like ให้นภพัฒน์จักษ์ คือใคร อยากรู้จริงๆ
- David_GinoLa likes this
#42
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:01
อยากตามไปดูว่า 11 คนที่ Like ให้นภพัฒน์จักษ์ คือใคร อยากรู้จริงๆ
หายไปไหน 9 คน?
#43
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:47
เราค่อนข้างแปลกใจในตัว คุณตั้งแต่ให้นายกอภิสิทธิ์ขอโทษพวกโจรเผาเมือง พวกก่อจลาจลทำร้ายผู้บริสุทธิ์แล้ว คุณเป็นนักข่าวอยู่ใกล้เหตุการณ์มากกว่าพวกเรา แต่คุณกลับไม่กล้าเสนอความจริง ทั้งที่คุณรู้ว่าในม็อบพวกนั้นมีอาวุธ มีกองกลังทราบฝ่ายปะปนอยู่ คุณไม่เห็นหรือว่าทหารก็ตายเพราะพวกนั้น
คุณ ไม่เห็นหรือว่ามีชาวสีลมต้องตายเพราะพวกนั้น คุณไม่เห็นหรือว่าพวกนั้นบุกโรงพยาบาลจุฬา แต่คุณกลับให้นายกอภิสิทธิ์ขอโทษพวกนั้นซึ่งทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง ทำผิดทำให้ประเทศชาติไม่สงบและไม่มั่นคง มันคือภัยความมั่นคงของชาติและของสถาบันพระมหากษัตริย์....
ก็เหมือนกับถ้าโจรปล้นและเผาบ้านคุณ แล้วคุณกลับไปขอโทษโจร เพราะโจรที่มาเผาบ้านคุณเขาเป็นคนจนที่น่าสงสาร เป็นคนจนที่จนกว่าบ้านคุณเท่ากับคุณส่งเสริมให้คนทำผิดกฎหมายโดยอ้างความยาก จนบังหน้า
จาก คคห.7 ของ redfrog 53 ข้างบน
ขอให้อ่านด้วยใช้วิจารณญาณ
สติปัญญาและวุฒิภาระมากกว่าสามบรรทัด
อ่านง่ายแต่ย่อยยาก........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ขอเพิ่มเติมว่าอ้างอิง....
Edited by ปุถุชน, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:18.
- Moon likes this
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#44
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:51
คนเราคิดต่างได้ แต่อย่าคิดชั่ว
ไม่ว่าจะมุมนี้หรือมุมไหน ถ้ามันเป็นเรื่องงี่เง่าไม่ขอเสียเวลามองว่ะ
#45
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:00
เพียงแต่ไม่แดงแจ๋เท่านั้น
ไม่แปลกใจที่เขียนออกมาแนวนี้
แค่สงสัยที่กล้าปีนเกลียวกับรุ่นพี่อย่างคุณกนก
#46
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:51
คุณ นภพัฒน์จักร พวกเราเป็นประชาชนคนธรรมดา พวกเรายังรู้จักแยกแยะดีชั่ว รู้จักว่าสื่อมืออาชีพเป็นเช่นไร และสื่อที่ดีไม่เพียงแสดงข้อมูลทั้งสองด้านเท่านั้น ยังต้องยืนข้างความถูกต้อง เพื่อชาติและประชาชน แต่คุณไม่ต่างจากสื่อยุคนี้ที่มักง่ายเข้าว่า และยืนข้างความปลอดภัยและหากินง่ายเท่านั้นเอง
เราค่อนข้างแปลกใจในตัว คุณตั้งแต่ให้นายกอภิสิทธิ์ขอโทษพวกโจรเผาเมือง พวกก่อจลาจลทำร้ายผู้บริสุทธิ์แล้ว คุณเป็นนักข่าวอยู่ใกล้เหตุการณ์มากกว่าพวกเรา แต่คุณกลับไม่กล้าเสนอความจริง ทั้งที่คุณรู้ว่าในม็อบพวกนั้นมีอาวุธ มีกองกลังทราบฝ่ายปะปนอยู่ คุณไม่เห็นหรือว่าทหารก็ตายเพราะพวกนั้น
คุณ ไม่เห็นหรือว่ามีชาวสีลมต้องตายเพราะพวกนั้น คุณไม่เห็นหรือว่าพวกนั้นบุกโรงพยาบาลจุฬา แต่คุณกลับให้นายกอภิสิทธิ์ขอโทษพวกนั้นซึ่งทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง ทำผิดทำให้ประเทศชาติไม่สงบและไม่มั่นคง มันคือภัยความมั่นคงของชาติและของสถาบันพระมหากษัตริย์....
ก็เหมือนกับถ้าโจรปล้นและเผาบ้านคุณ แล้วคุณกลับไปขอโทษโจร เพราะโจรที่มาเผาบ้านคุณเขาเป็นคนจนที่น่าสงสาร เป็นคนจนที่จนกว่าบ้านคุณเท่ากับคุณส่งเสริมให้คนทำผิดกฎหมายโดยอ้างความยาก จนบังหน้า
ขอให้อ่านด้วยใช้วิจารณญาณ
สติปัญญาและวุฒิภาระมากกว่าสามบรรทัด
อ่านง่ายแต่ย่อยยาก........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
นานๆจะเห็นลุงปุเขียนอะไรยาวๆซักที สั้นๆว่าคมแล้ว ยาวๆนี่กลับแทงไปถึงไอ้หน้าเห..ที่เคยเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนไอ้นบพะจักได้เลย
ถ้าศิษย์มันเชี่ย ครูอาจารย์ก็ไม่อาจปฎิเสธความรับผิดชอบครับ
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#47
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:08
ความเห็นผม ผมยังไม่อยากผลักนภพัฒน์จักษ์ไปเป็นเสื้อแดงนะ
ผมเข้าใจมาตลอดว่าเขาชอบประชาธิปัตย์เพราะ add FB เขาไว้
เหตุผลที่ผมคิดว่านภพัฒน์จักษ์ชอบ ปชป เช่น
นภพัฒน์จักษ์เข้าเป็น fan page ของนักการเมืองฝั่ง ปชป เยอะ
ความคิดเห็นที่ทวีต
เคยเห็นกลุ่ม ปชป (อภิสิทธิ์) ไปเยี่ยมบ้านนภพัฒน์จักษ์ ช่วงน้ำท่วมที่นครสวรรค์
เพียงแต่เขาพยายามทำตัวเป็นกลาง ไม่แสดงออกว่าเข้าข้างใคร
งานนี้ นภพัฒน์จักษ์น่าจะพลาด พยายามทำตัวกลาง แต่ดันไม่ทำการบ้านดีๆก่อน
สำหรับคุณกนก ถ้าน้องเขาเข้ามาเคลียร์ แล้วพอรับได้ก็น่าจะอภัยเขานะ
ถ้านภทำครั้งเดียวผมพร้อมให้อภัย แต่เขาเป็นของเขาอย่างนี้มานานแล้วและไม่เคยปรับปรุงตัว
พฤติกรรม ฟังแดงข้างเดียว ของนภกลางอย่างนี้ไม่เรียกว่าเอียงแล้วเรียกอะไร?
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์
92 ศพ
2,000 ผู้บาดเจ็บ
162 คดีภายใต้การควบคุมของดีเอสไอ
31 ผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงศีรษะ
0 คำขอโทษจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ด้วยตำแหน่งหน้าที่ที่มีอภิสิทธิ์ในการได้พูดคุยกับนายกฯอภิสิทธิ์หลายต่อหลายครั้ง ได้สัมภาษณ์ ได้สอบถามในหลายๆ ประเด็น หนึ่งในสิ่งที่ผมได้ถามด้วยความอยากรู้ คือเรื่องของ “คำขอโทษ” จากปากของนายกฯอภิสิทธิ์ หลังจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมในเดือนพฤษภาคม
ทุกครั้งก่อนได้สัมภาษณ์พูดคุยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ทีมงานจะยืนยันว่า ผมสามารถถามคำถามอะไรก็ได้กับคุณอภิสิทธิ์ ซึ่งด้วยลีลาฟุตเวิร์กระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เศรษฐกิจ การเมือง และปรัชญาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ถามเรื่องไหนไป นายกอภิสิทธิ์ก็ตอบได้หมด เรื่องจริงจะเป็นอย่างไร มีดีมีร้าย แต่นายกอภิสิทธิ์ชี้แจงได้หมด
ยกเว้นอยู่คำถามเดียว ที่ไม่สามารถออกอากาศได้
“หลังการสลายการชุมนุม มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เรื่องความรับผิดชอบย่อมเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ปกครองประเทศแล้วมีผู้เสียชีวิตด้วยประเด็นทางการเมือง นายกอภิสิทธิ์ต้องการจะขออภัยฝั่งผู้ชุมนุมบ้างหรือไม่?”
ผมได้ถามนายกรัฐมนตรีเรื่องนี้อยู่สองครั้ง เฝ้ารอคำตอบด้วยใจระทึกและความคาดหวัง ใจระทึกว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร และคาดหวังว่าเราอาจจะได้ยินคำขอโทษจากผู้นำประเทศที่ตัดสินใจผิดพลาดจากเหตุทางการเมืองสักครั้ง
แต่สุดท้ายก็ไม่
ไม่ได้ยิน “คำขอโทษ”
ฅไม่ได้รับรู้ถึง “ความสำนึกผิด”
ที่ได้ยินกลับมาคือ
“คำถามนี้ไม่สามารถออกอากาศได้”
ถามว่าทำไม?
“เพราะถ้าเราขอโทษ เท่ากับว่าฝ่ายเรายอมรับว่าเป็นฝ่ายผิด”
นี่คือคำตอบเดียวที่ได้รับจากนายกอภิสิทธิ์ กับความรู้สึกลึกๆจากใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความคาดหวัง
ความคาดหวังจากนายกรัฐมนตรีที่เคยพูดว่า “ผมขอเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ”
ความคาดหวังจากนักการเมืองที่เคยพูดว่า “จะหนึ่งคนหรือแสนคนเราก็ต้องรับฟัง”
ความคาดหวังที่จะได้ยินคำว่า "ขอโทษ" เพื่อให้รับรู้ว่าท่านนายก เข้าใจถึงความผิดพลาด ในการตัดสินใจของตัวเอง
ความคาดหวังจากมาตรฐานของคนทั่วไป ...
ที่ไม่ได้ต้องการจะล้มล้างรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ ...
ที่ไม่ได้คาดหวังว่าท่านจะต้องยุบสภาหรือลาออก ...
เพียงแต่คาดหวัง “คำขอโทษ”
“คำขอโทษ” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดหวัง จากคนที่เราใส่ใจ ให้ความสำคัญ
.... และยังพร้อมที่จะรับฟัง
.............................
หมายเหตุ: บทความนี้เขียนเมื่อช่วงเดือนตุลาคมปี 2553 หลังจากผมได้รับเชิญให้ไปถามคำถามนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่านรายการทางเวบไซท์ของนายกรัฐมนตรี
- นอกจากพฤติกรรมคาดคั้นให้อภิสิทธิ์ขอโทษ(แต่คงลืมให้สมชาย-สมัครขอโทษ) ทั้งๆที่ตัวเองก็เข้าไปรู้ไปเห็นพฤติกรรมความรุนแรงของเสื้อแดง รู้ว่ามีชายชุดดำ รู้ว่าใครจ่ายเงินให้มีม๊อบ จนนำไปสู่ความตายจำนวนมากของคน
ความตายครั้งแรงเกิดกับทหารที่สี่แยกคอกวัว เป็นหลักฐานชัดเจนว่าเสื้อแดงมีอาวุธและพร้อมใช้ความรุนแรง ในฐานะนายกถ้าจัดการกับความรุนแรงของผู้ก่อการร้ายไม่ได้ รัฐจะเหลือความเชื่อมันอะไร?
- ข้างบนก็มีคนมาโพสแล้ว พอมีข่าวรัฐบาลแดงจะซื้อ ipad iphone แจกส.ส. นภกลาง มันก็เสรอโทรไปถาม ส.ส.รัฐบาลแล้วเอามาป่าวประกาศแก้ตัวให้รัฐบาลเสร็จสรรพ โดยไม่คิดจะตรวจสอบกับ ส.ส.ฝ่ายค้านที่นำเรื่องนี้มาพูดหรือตรวจสอบกับสื่อว่าเอาเรื่องนี้มาจากไหน? อย่างนี้ไม่เรียก "ฟังแดงข้างเดียว" แล้วเรียกอะไรดี
Edited by ดราม่า, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:13.
#48
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:16
คุณ นภพัฒน์จักร พวกเราเป็นประชาชนคนธรรมดา พวกเรายังรู้จักแยกแยะดีชั่ว รู้จักว่าสื่อมืออาชีพเป็นเช่นไร และสื่อที่ดีไม่เพียงแสดงข้อมูลทั้งสองด้านเท่านั้น ยังต้องยืนข้างความถูกต้อง เพื่อชาติและประชาชน แต่คุณไม่ต่างจากสื่อยุคนี้ที่มักง่ายเข้าว่า และยืนข้างความปลอดภัยและหากินง่ายเท่านั้นเอง
เราค่อนข้างแปลกใจในตัว คุณตั้งแต่ให้นายกอภิสิทธิ์ขอโทษพวกโจรเผาเมือง พวกก่อจลาจลทำร้ายผู้บริสุทธิ์แล้ว คุณเป็นนักข่าวอยู่ใกล้เหตุการณ์มากกว่าพวกเรา แต่คุณกลับไม่กล้าเสนอความจริง ทั้งที่คุณรู้ว่าในม็อบพวกนั้นมีอาวุธ มีกองกลังทราบฝ่ายปะปนอยู่ คุณไม่เห็นหรือว่าทหารก็ตายเพราะพวกนั้น
คุณ ไม่เห็นหรือว่ามีชาวสีลมต้องตายเพราะพวกนั้น คุณไม่เห็นหรือว่าพวกนั้นบุกโรงพยาบาลจุฬา แต่คุณกลับให้นายกอภิสิทธิ์ขอโทษพวกนั้นซึ่งทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง ทำผิดทำให้ประเทศชาติไม่สงบและไม่มั่นคง มันคือภัยความมั่นคงของชาติและของสถาบันพระมหากษัตริย์....
ก็เหมือนกับถ้าโจรปล้นและเผาบ้านคุณ แล้วคุณกลับไปขอโทษโจร เพราะโจรที่มาเผาบ้านคุณเขาเป็นคนจนที่น่าสงสาร เป็นคนจนที่จนกว่าบ้านคุณเท่ากับคุณส่งเสริมให้คนทำผิดกฎหมายโดยอ้างความยาก จนบังหน้า
ขอให้อ่านด้วยใช้วิจารณญาณ
สติปัญญาและวุฒิภาระมากกว่าสามบรรทัด
อ่านง่ายแต่ย่อยยาก........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
นานๆจะเห็นลุงปุเขียนอะไรยาวๆซักที สั้นๆว่าคมแล้ว ยาวๆนี่กลับแทงไปถึงไอ้หน้าเห..ที่เคยเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนไอ้นบพะจักได้เลย
ถ้าศิษย์มันเชี่ย ครูอาจารย์ก็ไม่อาจปฎิเสธความรับผิดชอบครับ
จาก คคห.7 ของ redfrog 53 ข้างบนครับ.....ฮิ ฮิ
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#49
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 18:44
เพราะลักษณะการพูด (เขียน) จะรูปแบบคล้ายกับทรายเจริญปุระในบางมุม (ตรงที่ชอบให้ความเห็นใจผู้ชุมนุม
และมองว่ารัฐบาลที่แล้วคือยักษ์มารที่ตั้งใจมาฆ่าผู้ชุมนุม) และป็นพวกเอาดีแต่ตัวเอาชั่วเข้าคนอื่นมากๆ
ผมอ่านที่เขาขอโทษคุณกนกแล้วผมไม่รู้สึกว่าเขากำลัง "ขอโทษ" คุณกนกเลย แต่กลบรู้สึกเหมือนเขา
จะบอกว่า "ผมไม่ผิดนะเพราะผมบริสุทธิ์ใจฉะนั้นห้ามมาด่าผม" มากกว่า แล้วไอ้ที่ชอบพิมพ์ว่า
"รักและเคารพพี่กนกมาก" ผมว่าย้ำหลายครั้งแล้วมันดูไม่จริงใจ (อาจเพราะผมเคยเจอรุ่นน้องคนนึง
ที่ต่อหน้าพูดกับผมแบบนี้แต่ลับหลังมีคนมาเล่าให้ฟังว่ามันไปด่าผมซะเละ)
สำหรับผม เขาคงเป็นได้แค่นักข่าวเกรดรองๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ ละครับถ้าเขาไม่เปลี่ยนระบบความคิด
ในการทำงานใหม่ มักง่ายขนาดนี้เป็นนักข่าวที่ดีไม่ได้แน่ (แต่ dnn voice tv อาจต้องการคนอย่างเขาก็ได้
ท่าทางจะเสี้ยมเก่งดีแท้นัก)
Edited by 4l0n3, 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 18:44.
- ดราม่า likes this
#50
ตอบ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:33
ก็เหมือนกับถ้าโจรปล้นและเผาบ้านคุณ แล้วคุณกลับไปขอโทษโจร เพราะโจรที่มาเผาบ้านคุณเขาเป็นคนจนที่น่าสงสาร เป็นคนจนที่จนกว่าบ้านคุณเท่ากับคุณส่งเสริมให้คนทำผิดกฎหมายโดยอ้างความยากจนบังหน้า
ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดูเรียลิตี้ปล่อยเกาะ SURVIVOR ซีซั่นล่าสุดแบบผ่านๆ เพราะดันมีคนโทรมาปรึกษาเรื่องงานตอนนั้นพอดี เลยจับประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงใน EP ที่ผมดูไม่ได้ชัดเจนนัก
ทั้งที่เป็นประเด็นถกเถียงที่เข้มข้นมาก ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในการ"ประชุมสภาเผ่า"(เพื่อโหวตสมาชิกออกจากเกาะ)มาก่อนเลย
คือมีสมาชิกเผ่าชายล้วนคนหนึ่งชื่อบิล เป็นคนหนุ่มผิวสี หน้าตาดีมาก เป็นตลกเดี่ยวไมค์ที่ตกงาน
แต่ด้วยเหตุที่เขาเป็นคนพยายามตลก เสียงดัง นิสัยไม่น่ารัก เขาจึงเป็นเป้าหมายที่สมาชิกในเผ่าอีก 7-8 คนที่เหลืออยากไล่ออกมาก
ปรากฏว่าเขาแก้ต่างตัวเองว่าเขาเป็นเป้าเพราะ"เขาเป็นคนจนและคนผิวสี" ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นในเผ่า และคนในเผ่าไม่เข้าใจเขา
เขาเลยโดนเกย์สาวในเผ่าอัดกลับไปว่า "อย่ามาอ้างว่าจน ไปหางานจริงๆทำซะไป๊ รำคาญ!"
เขาก็พยายามอธิบายว่าเขาจะไปหางานจริงทำทำไมล่ะ ในเมื่อเขาอยากเป็นตลกง่ะ และเริ่มอรรถาธิบายว่าเขาเกิดมากับความยากจนอดอยากอย่างไร ทำให้เขาแตกต่างจากเกย์สาวที่มาจากครอบครัวร่ำรวย(อำมาตย์ว่างั้นเถอะ)
พิธีกรเลยถามเกย์สาวคนนั้นว่าที่บ้านมีพื้นเพยังไง รู้จักคนผิวสีมั่งไหม เกย์สาวตอบว่าครอบครัวเขาอยู่ในเมืองที่มีประชากร 3000 คน(เมืองเล็กๆชนบท) และคนผิวสีคือแม่บ้าน
บิลก็เลยรีบพูดขึ้นมาว่า "เห็นไหมล่ะ คุณถึงไม่เข้าใจคนจนปากกัดตีนถีบอย่างผม"
ปรากฏว่าคุณลุงสมาชิกอีกคนในกลุ่มที่เงียบมาตลอดก็อดไม่ไหว บอกพิธีกรว่า
"เมื่อไหร่ประเด็นเรื่องความจนหรือความเป็นผิวสีมันจะหมดไปเสียที เลิกพูดกันได้แล้ว
ผมว่าคนเรามันต้องตัดสินกันที่คุณเป็นคนดีหรือไม่ดี คุณทำอะไรในชีวิตตัวเองและทำอะไรกับใคร ไม่ใช่คุณผิวสีอะไร ยากจนปากกัดตีนถีบแค่ไหน มันไม่ใช่ข้ออ้าง!"
แกหมายถึงไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาทำตัวงี่เง่า แล้วพอคนด่าก็ดึงมุก"ฉันเป็นคนจน ฉันเป็นคนผิวสีมาใช้"น่ะครับ
ผมจึงว่าสังคมไทยวันนี้ป่วยด้วยอาการวิจารณญาณบกพร่องนะครับ
หากเพียงเพราะเราเป็นคนจน ปากกัดตีนถีบ แล้วไปทำร้ายใครก็ได้ สังคมและสื่อจะเห็นใจเพราะคุณเป็นคนจน ผมว่านั่นคือวิจารณญาณบกพร่อง
ยิ่งถ้าคุณเป็นพุทธศาสนิกชนด้วยแล้ว ยิ่งถือว่าวิถีความคิดผิดจากพุทธะอย่างมาก
เพราะวิถีพุทธะจะไม่ตัดสินคนที่ภายนอก แต่ตัดสินคนที่การกระทำ
ดังนั้นจะคุณนภพัดจัก คุณทราย เจริญปุระ ที่เห็นใจกับทุกการกระทำของเสื้อแดงแม้จะผิดก็ตามเพียงเพราะเขาจน
แสดงว่าคุณเป็นพุทธศาสนิกชนที่บกพร่อง
หรือหนักกว่านั้นคือพวกคุณมี hidden agenda คืออยากเป็น hero ในสายตามวลชนเสื้อแดง เลยพยายามทำตัวเป็นกระบอกเสียงให้กับการกระทำที่ผิด
ถ้าเป็นแบบนี้ คุณไม่ใช่พุทธบกพร่อง แต่ความเป็นมนุษย์บกพร่องแล้วครับ
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน












