"คิดอย่างนี้ก็ไม่รู้จะมีรัฐบาลไว้ทำไม"
ก็คงรู้ว่า เขากำลังด่า ไม่ใช่ชมรัฐบาล แน่ๆ...
ธงฟ้ายก"ธงขาว"
ทวี มีเงิน
ก่อนที่ "รองนายกฯกิตติรัตน์" ร่วมคณะนายกฯ ไปโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นได้พูดถึงผลสำรวจที่ระบุว่าความสุขของคนไทยลดลงเพราะค่าครองชีพสูงขึ้นว่า รัฐบาลไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าได้เหมือนในอดีตเพราะไทยอยู่ในโลกระบบเศรษฐกิจเปิด หากไม่แก้ไขเรื่องการตรึงราคาสินค้าบางรายการที่เคยทำไว้อย่างผิดธรรมชาติ สุดท้ายก็เสียหายรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อไทยก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน
หากแปลไทยเป็นไทย หมายความว่า ต่อไปนี้รัฐบาลจะไม่เข้าไปคุมราคาสินค้า จะปล่อยให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริง ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี
ฟังดูเผินๆ ชักเคลิ้ม แต่ความคิดแบบนี้เหมาะกับประเทศที่มีกลไกตลาดแบบเสรีจริงๆ อย่างยุโรป หรืออเมริกา ไม่ใช่ประเทศที่มีกลไกตลาดบิดเบี้ยวอย่างบ้านเรา
ระบบเศรษฐกิจเราเสรีแค่เปลือกนอก แต่เนื้อในผูกขาดโดยกลุ่มทุนกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ไม่กี่ราย ที่มีอิทธิพลครอบงำธุรกิจและการเมือง อาจจะเห็นร้านสะดวกซื้อผุดเป็นดอกเห็ดทั่วประเทศ แต่เกือบจะผูกขาดโดยยักษ์ใหญ่รายเดียว
ราคาเนื้อหมู เนื้อไก่แพงอย่างไม่มีเหตุผลเพราะผูกขาดโดยฟาร์มขนาดใหญ่ไม่กี่ราย แถมมีพ่อค้าคนกลาง "หักหัวคิว" จึงแพงหูฉี่ น้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของระบบเศรษฐกิจก็ถูกผูกขาดโดยยักษ์ใหญ่ไทยและเทศ 5-6 รายเท่านั้น
ยังมีอีกหลายธุรกิจที่อยู่ในอุ้งมือบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่กี่รายทำให้กลไกตลาดถูกบิดเบือน และไม่เป็นธรรม เมื่อผูกขาดก็เกิดการ "ฮั้ว" กันเกิดขึ้น
ในระบบเศรษฐกิจเปรียบเหมือนเก้าอี้ 3 ขา ต้องมีผู้ผลิต ผู้ค้าและผู้บริโภค แต่ในความเป็นจริงผู้ผลิตกับผู้ค้ามักจะเป็นรายเดียวกัน หรือเป็นพวกเดียวกัน จึงรวมหัวกันเอาเปรียบ ผู้บริโภคได้ง่ายๆ
รัฐไม่เคยเปิดช่องให้ผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามาแข่ง ถึงเข้าได้ก็จะโดนกลุ่มเก่าซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับการเมืองปิดกั้น ฟัง "กิตติรัตน์" พูดอย่างนี้ก็เลยสงสัยว่าเข้าใจความเป็นจริงของเศรษฐกิจแบบไทยๆ หรือไม่ หรือแกล้งไม่เข้าใจเพราะไม่อยากเข้าไปยุ่ง อย่าลืมคนเขาเลือกรัฐบาลเข้ามาเพื่อให้มาดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเขา แต่คนในรัฐบาลที่ต้องมีหน้าที่โดยตรงกลับคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ โยนภาระให้กลไกตลาดทำงานโดยไม่เข้าแทรกแซง
คิดอย่างนี้ก็ไม่รู้จะมีรัฐบาลไว้ทำไม
http://www.khaosod.c...9PQ===















