ท่านนายกยิ่งลักษณ์เอาอีกแล้ว คนป่วยฉุกเฉินเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้รักษาฟรีหมด ท่านนายกยิ่งลักษณ์จะขยันทำงานไปถึงไหนกันครับ พักผ่อนบ้างเถอะครับ
#1
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:48
ขอขอบคุณท่านนายกยิ่งลักษณ์มากนะครับที่อุทิศตนตั้งใจทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างพวกเรา
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ทางหลังไมค์ครับ
อย่าโทษใครเลยครับ ผมเองก็มีส่วนผิดอยู่ด้วยเหมือนกัน
ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนจะร่วมกันฟันฝ่าปัญหานี้ไปได้ด้วยกัน
#2
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:50
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ทางหลังไมค์ครับ
อย่าโทษใครเลยครับ ผมเองก็มีส่วนผิดอยู่ด้วยเหมือนกัน
ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนจะร่วมกันฟันฝ่าปัญหานี้ไปได้ด้วยกัน
#3
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:54
สงสัยผมจะเมา ตกลงว่านางโพยทำงานยังไง งงวุ๊ย
Edited by Frankie, 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:57.
#4
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:56
ต่อไปนี้ ถ้่าพวกเราเจ็บป่วยฉุกเฉิน พวกเราสามารถเข้ารักษาตัวได้ทุกโรงพยาบาลแล้วนะครับ
ขอขอบคุณท่านนายกยิ่งลักษณ์มากนะครับที่อุทิศตนตั้งใจทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างพวกเรา
พวกเราไพร่ๆรกหญ้าๆเสื้อแดงเราฉุกเฉินยังได้ เข้าโรงพยาบาล
สงสารท่านคนสวยฉุกเฉิน เข้าโรงแรมตั้งใจไปอุทิศตัวทำงานหนักๆ
#5
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:56

POPULAR
ถ้าไม่งั้นนายกก็หลอกลวงประชาชนอีกแล้วนะซี๊ เพราะคุณใจดี20 บอกแล้วได้ทุก รพ.
- พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน, moopalo, NightMare and 8 others like this
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
#6
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:56
C.S.I=Can't Stand Idiots
#7
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:58

POPULAR
ไม่พอกับค่ามะนาวลูกละเก้าบาทหรอก
กรูแนะนำมรึงหารายได้เสริม รับทุบตึก
มรึงไม่ต้องหาอุปกรณ์อะไรเลย
เอาหน้าหนาๆของมรึงล้วนๆฟาดใส่กำแพง แป้บเดี๋ยวตึกพัง เชื่อกรู
คนเราคิดต่างได้ แต่อย่าคิดชั่ว
ไม่ว่าจะมุมนี้หรือมุมไหน ถ้ามันเป็นเรื่องงี่เง่าไม่ขอเสียเวลามองว่ะ
#8
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:00
มาปูเสื่อรอดูพวกแต๋วแตกครับ 555
แตกแถวๆแยกราชประสงค์อะดิ ปูเสื่ออะ
ระดับคนสวย ก็4ซีอะ ทีวีก็ไม่ยอมให้ดู๊ดู
#9
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:02
ผมเป็นอำมาต์ยครับ
Edited by pipopipo, 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:02.
- เกลียดเควี้ยแดง likes this
#11
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:05
งั้นผมป่วยจะเข้าโรงพยาบาลกรุงเทพ ถ้าเสียตังก์คุณใจดี20 ต้องรับผิดชอบ
ถ้าไม่งั้นนายกก็หลอกลวงประชาชนอีกแล้วนะซี๊ เพราะคุณใจดี20 บอกแล้วได้ทุก รพ.
เอาเร๊ยยย คุณเพลิงสีนิล คุณใจดี คงรู้สึกดีใจ ใครซักคนลองเข้ารพ.กท เนี่ย 20 บาท เนี่ย
แต่ว่าจะเป็นใจดีนะ ลองก่อนจะได้พูดได้เต็มปากเต็มคอ
#13
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:09
สมมุติตัวผมเองปวดท้องกระทันหันกลางดึกจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลถือเป็นเจ็บป่วยฉุกเฉินไหมครับ
แล้วผมจะสามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินอย่างงั้นหรือครับ สามารถนำสิทธิตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาใช้ได้เลยหรือครับ
หรือการเจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นเฉพาะการประสบอุบัติเหตุเท่านั้น ซึ่งโดยปกติมูลนิธิกู้ภัยก็จะนำเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที แต่ทั้งนี้เท่าที่ทราบก็ขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพผู้ป่วยเบื้องต้นว่าหนักไหม มีความสามารถในการจ่ายชำระค่ารักษาไหม ถ้าไม่หนักก็จะไปโรงพยาบาลรัฐแม้จะไกลกว่า หรือบางครั้งประเมินแล้วคนเจ็บอาจไม่สามารถจ่ายได้ก็จะเลี่ยงไม่เข้าโรงพยาบาลเอกชนแม้จะใกล้กว่าก็ตาม
น่าจะขยายความในรายละเอียดมากกว่านี้นะครับ เพราะถ้าเป็นจริงไม่ว่ากรณีใดก็ตามก็ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่
แต่ถ้าขาดรายละเอียดที่เพียงพอก็เป็นการพูดเพื่อเอาหน้าไปวันๆมากกว่านะครับ
- wewe, TIK Tik tik, moopalo and 3 others like this
#14
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:12
การจัดเชิงนโยบายเรื่องการ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุนประกันสุขภาพภาครัฐ โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมประชุม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กอง ทุนประกันสุขภาพภาครัฐ ประกอบด้วย กองทุนสวัสดิการข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม
นายวิทยา เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ติดตาม 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1. ความพร้อมการบูรณาการ ดูแลร่วมผู้ป่วยฉุกเฉิน ภายใต้มาตรฐานเดียวกันของ 3 กองทุน โดยไม่มีการถามสิทธิ และไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า 2. มาตรการควบคุมราคายา และการบริโภคยาระยะยาว 3. มาตรการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ส่วนความคืบหน้าของการเตรียมความพร้อมให้บริการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินของ 3 กองทุนนั้น นายกรัฐมนตรีได้ให้ 3 หน่วย งานจัดเตรียมแผนปฏิบัติการแก้ไขระเบียบกองทุน เพื่อให้เกิดเอกภาพคล่องตัว ไม่ส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลที่ให้บริการ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้บริหาร โรงพยาบาลภาครัฐ ทั้งในและนอกสังกัด และรวมทั้ง รพ.เอกชนทั่วประเทศแล้ว
"ให้บริการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินตามระบบปกติของทั้ง 3 กองทุน และจะดูแลจนกว่าผู้ป่วยจะอาการทุเลาและกลับบ้านได้ หรือส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในระบบ โดยไม่ต้องมีระยะเวลาสิ้นสุด 72 ชั่วโมงเหมือนที่ผ่านมา ซึ่ง สปสช.จะเป็นศูนย์กลางติดตามการเบิกจ่ายค่าบริการ พร้อมทั้งจัดเตรียมสายด่วน 1330 ไว้ให้บริการข้อมูลแก่ประชาชน" นายวิทยากล่าว
เร่งทำมาตรการคุมราคายา
ส่วนมาตรการควบคุมราคายาและ การบริโภคยาระยะยาวนั้น ที่ประชุมมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับ 3 กองทุน จัดทำมาตรการเพื่อควบคุมราคายา และการบริโภคยา เช่น การรวมซื้อยาที่ส่วนกลาง หรือการต่อรองราคายา และส่งเสริมการสั่งยาโดยการใช้ชื่อสามัญทางยา เป็นต้น
ส่วนนโยบายการสร้างเสริม สุขภาพ ป้องกันโรค ได้ให้ 3 กองทุนสุขภาพ และสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. บูรณาการ ร่วมกันเสนอประเด็นลดพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ และลดการเจ็บป่วย ซึ่งจะมีผลในการลดความจำเป็นในการเข้าสู่บริการบำบัดรักษาใน 5 เรื่องสำคัญในเบื้องต้นให้เกิดประสิทธิภาพ ได้แก่ 1. การพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 2. พัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนในระดับตำบล เพิ่มพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กเยาวชน ลดพฤติกรรมเสี่ยงการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ใช้สารเสพติด
3. พัฒนาระบบการให้บริการเพื่อช่วยเลิกสูบบุหรี่ 4. พัฒนาระบบการให้บริการเพื่อช่วยเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 5. การดูแลผู้ป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิต เผชิญความตายอย่างสงบ ปราศจากความเจ็บปวด
ดีเดย์ 1 เม.ย.เริ่มให้บริการ
นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการพัฒนาระบบบริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมถึงกรณีประสบอุบัติเหตุ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ทั้ง รพ.รัฐและเอกชน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และให้การรักษาจนพ้นภาวะที่จำเป็น ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ โดยมีข้อตกลงทั้ง 3 ระบบจะใช้มาตรฐานเดียวกัน หากผู้ป่วยไปใช้บริการนอกระบบที่ตนเองมีสิทธิอยู่ ก็ให้คิดค่ารักษาในอัตรา 10,500 บาทต่อระดับความรุนแรงของโรค (RW) และคิดค่ารักษากรณีรักษาพยาบาลทั่วไป เช่น การทำแผล จากอุบัติเหตุ ก็ให้คิดตามอัตราที่กรมบัญชีกลางกำหนดไว้
ตั้งค่าหัวบริการ 10,500 บาท
ในส่วนของประกันสังคมที่ ต้องมาดำเนินการต่อ จะมีการเสนอแก้ไขประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และอัตราการบริการกรณีอุบัติเหตุการ เจ็บป่วยฉุกเฉิน และประสบอันตราย โดยกำหนดให้กรณีผู้ป่วยระบบอื่นมาใช้บริการใน รพ.เครือข่ายระบบประกันสังคม ก็ให้คิดค่ารักษาพยาบาลในอัตรา 10,500 บาทต่อระดับความรุนแรงของโรค (DRG) และคิดค่ารักษาพยาบาลทั่วไปก็ให้คิดตามอัตราที่กรมบัญชีกลางกำหนด ส่วนผู้ป่วยที่มีสิทธิอยู่ในระบบประกันสังคมเครือข่ายประกันสังคม (ผู้ประกันตน) และเข้ารับการรักษาใน รพ.เครือข่ายประกันสังคม ก็ยังคงคิดค่ารักษาพยาบาลในอัตรา 15,000 บาทต่อ RW
"จะมีการเสนอเข้าคณะกรรมการ การแพทย์ในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้น จะเสนอเข้าบอร์ดประกันสังคม ในวันที่ 3 เม.ย.นี้ เพื่อพิจารณาต่อไป พร้อมกันนี้ จะมอบให้ สปส.เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจถึงระบบการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุก เฉินในระบบใหม่ว่ามีโรคใดบ้างที่เข้าข่าย เช่น โรคไส้ติ่งอักเสบ เส้นเลือดสมองแตก หัวใจวายเฉียบพลัน" นพ.สุรเดชกล่าว
เขาบอกอีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคณะกรรมการประกันสังคมจะประชุมในวันที่ 3 เม.ย. ซึ่งหลังจากนโยบายเริ่มบังคับใช้ไปแล้วในวันที่ 1 เม.ย. แต่จะมีการตั้งงบประมาณย้อนหลัง เพื่อรับระบบใหม่ในช่วง 6 เดือนแรก (เม.ย.-ก.ย. 2555) คาดว่าจะใช้งบเพิ่มขึ้นอีก 120 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการร่วมกันพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลโรคร้ายให้เป็น มาตรฐานเดียวกัน โดยตั้งเป้าจะนำร่องโรคไต และเอดส์ ด้วยเช่นกัน
http://www.suthichai...om/detail/24853
#15
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:16
ไพร่ๆรกหญ้าๆเสื้อแดงเรารู้สึกเสียวแทนท่านจริงๆ
#16
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:21
ต่อไปนี้ ถ้่าพวกเราเจ็บป่วยฉุกเฉิน พวกเราสามารถเข้ารักษาตัวได้ทุกโรงพยาบาลแล้วนะครับ
ขอขอบคุณท่านนายกยิ่งลักษณ์มากนะครับที่อุทิศตนตั้งใจทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างพวกเรา
ตอแหลเหมือนแมร่เอ็งเลยนะ ถอดพันธุกรรมแหลมาเหมือนกันเด๊ะ ความฝันบนห้องสูทชั้นเจ็ดโฟร์ซีซั่น
กับความเป็นจริงที่สัมผัสได้ มันต่างกันเยอะนะ ข้ากินข้าวว่ะ ไม่ได้แดรกหญ้าแพรก
และถ้าหากจะสมอ้างอย่างเต็มภาคภูมิ กรุณาหาที่มาที่ไปของข่าว กรณีตัวอย่างที่สามารถทำให้ประชาชนมองเห็นเป็นรูปธรรม
มานำเสนอด้วย
ไม่ใช่นอนฝันละเมอเพ้อพก ชักว่ า ว อยู่บนเสื่ออย่างคนจิตวิปริต
Edited by kaidum, 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:22.
- sendou tiger and Thai4u like this
#17
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:23
#18
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:25
โรงพยาบาลจะเลือกปฏิบัติแบบ ประกันสังคมไหม
เจตนารมณ์ส่วนตัว
- ไม่ใช้ถ้อยคำที่คำหยาบคาย
- ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่มีเหตุผล
#19
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:28
#20
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:30
#21
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:36
ตอนนี้บัตรทองก็นอนฟรีทั่วไทย ฉุกเฉินก็ฟรีมาตลอดล่ะ
ปฏิบัติมานานแล้ว รัฐเพิ่งประกาศเฮ้อ! อย่าขี้โม้มากมาย
ลองเข้า รพ.เอกชน สิ!! เขาไม่เข็นเตียงเอ็งทิ้งคูข้างถนน
ก้อบุญแล้ว 15000.- เขารัยไปก้อไม่คุ้ม หง้าววววแต้ๆๆ
- TIK Tik tik, moopalo, phoebus and 4 others like this
#22
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:41
5555555รพ.ของรัฐ เขาทำแบบนี้กันมานานแล้ว
ตอนนี้บัตรทองก็นอนฟรีทั่วไทย ฉุกเฉินก็ฟรีมาตลอดล่ะ
ปฏิบัติมานานแล้ว รัฐเพิ่งประกาศเฮ้อ! อย่าขี้โม้มากมาย
ลองเข้า รพ.เอกชน สิ!! เขาไม่เข็นเตียงเอ็งทิ้งคูข้างถนน
ก้อบุญแล้ว 15000.- เขารัยไปก้อไม่คุ้ม หง้าววววแต้ๆๆ
เอ็งขอเป็น"ขี้ข้าโจร" ข้าเลือกเป็น"ข้าธุลีพระบาท" เอ็งขอเป็น"ไพร่" ข้าเลือกเป็น"พสกนิกร"
#23
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:58
โง่แล้วขยัน ต้องเอาไปทำปุ๋ย สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม สลิปปลอม
- moopalo and เกลียดเควี้ยแดง like this
#24
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:15
มันจะทำให้เราคิดก่อนพูดได้ดีขึ้น เมื่อเชื่อว่าคำพูดที่ออกไปเหล่านั้นคือคำที่เราจะได้ยินเองในอนาคต
และถ้าเราจะทำดีได้มากขึ้น เมื่อเชื่อว่าเราจะได้เจอสิ่งดีๆในอนาคต
แม้ว่าวันนี้เราจะยังไม่เห็นว่ามันดีอย่างไรแต่อย่างน้อยทำให้เราผ่านวันนี้ไปได้อย่างราบรื่น
#25
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:21
#26
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:24
เถ้าแก่มรึงเเม่งโคตรเอาเปรียบเลย
ทั้งคุมงาน ทั้งเคลียแบบ ให้มาได้ 15,000 *** งกจริงอะไรจริง
กรูคุมงาน เซอร์เวย์ อย่างเดียวยังเกือบ 30,000 แค่ปวส.นะเนี่ย
ถ้าอยากเป็นลูกน้องกรูติดต่อมา กรูให้ 15,000 ทำอย่างเดียวคุ้มนะมรึง
ปล.รู้จักป่ะเซอร์เวย์หน่ะ
- moopalo, phoebus and เกลียดเควี้ยแดง like this
ยามกูจนมรึ-งย่ำยี ยามกูมีมรึ-งอิจฉา
#27
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:28
Edited by plunk, 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:30.
#28
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:40
ถ้าคุณใจดี เกิดฉุกเฉิน ไส้ติ่งอักเสบ ขึ้นมา อย่าเผลอไปเข้าโรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาล
พระราม 9 และอีกหลาย ๆ ดรงพยาบาลที่ไม่อยู่ในเครือข่ายประกันสังคมนะครับ เพราะอาจ
ไส้ติ่งแตกตายก่อนได้รับการผ่าตัด
- SACRIFICE, asawinee and เกลียดเควี้ยแดง like this
#29
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:41
นั่งเทียนได้ทุกเรื่องจริงๆ
#30
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:42
นำญาติผู้ใหญ่ ไปรักษา เสียค่ายานะ 15000.-
ไม่พอหรอก ขนาด รพ. รัฐ นะ
ยาเฉพาะทาง ต้องจ่ายเองนะ ขีโม้20
ห้องพิเศษ ก้อต้องจ่ายเพิ่มนะ อาหารเสริม ก้อต้องจ่ายอีกนะ
ขี้โม้แต้15000 ตายตั้งแต่เขาบอกแอดมิด แล้ว
แอดมิด คืออะไร jaidee2012 รู้จัดป่าว???
- เกลียดเควี้ยแดง and Thai4u like this
#31
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:58
ต่อไปนี้ ถ้่าพวกเราเจ็บป่วยฉุกเฉิน พวกเราสามารถเข้ารักษาตัวได้ทุกโรงพยาบาลแล้วนะครับ
ขอขอบคุณท่านนายกยิ่งลักษณ์มากนะครับที่อุทิศตนตั้งใจทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างพวกเรา
ไม่ทราบว่าใจดี มีบัตรทองรักษาทุกโรคใช้ด้วยหรือครับ...ถึงได้รู้ว่ารักษาฟรีอ่ะ
สอบถามครับ ไม่เคยใช้บัตรทองเลย ใช้แต่ประกันสังคมอ่ะ
[color=#000080;]เมื่อมั่งมี...มากมาย...มิตรหมายมอง[/color][color=#800000;] เมื่อหม่นหมอง...มิตรมอง...เหมือนหมูหมา[/color][color=#800080;]เมื่อไม่มี...หมดมิตร...มุ่งมองมา[/color][color=#ff0000;]เมื่อมอดม้วย...แม้หมูหมา...ไม่มามอง[/color]
#33
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:12
โพสมั่ว ๆ โดยขาดหลักฐานอ้างอิง
ผมขอเรียกร้องให้ทำงานคุ้มค่าตัวหมื่นห้า โดยการตั้งกระทู้ให้สมน้ำสมเนื้อด้วยครับ
- moopalo and เกลียดเควี้ยแดง like this
#34
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:18
#35
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:19
#37
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:26
#38
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:27
#39
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:27
มาปูเสื่อรอดูพวกแต๋วแตกครับ 555
ปูเสื่อรอ นโยบาย โฟโฟ้ช็อปเหมือนกันครับ
#40
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:35
เพราะอยากรักษาฟรี ใช้ภาษีบ้างในส่วนที่เสียไป
แต่ไม่เสียเงิน เวลาปวดมาก ๆ มันไม่ให้กินยาพาราแทนบูเฟ้นเหรอ
เพราะต้นทุนต่างกัน
#41
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:37
ต่อไปนี้ ถ้่าพวกเราเจ็บป่วยฉุกเฉิน พวกเราสามารถเข้ารักษาตัวได้ทุกโรงพยาบาลแล้วนะครับ
ขอขอบคุณท่านนายกยิ่งลักษณ์มากนะครับที่อุทิศตนตั้งใจทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างพวกเรา
ไม่ทราบว่าใจดี มีบัตรทองรักษาทุกโรคใช้ด้วยหรือครับ...ถึงได้รู้ว่ารักษาฟรีอ่ะ
สอบถามครับ ไม่เคยใช้บัตรทองเลย ใช้แต่ประกันสังคมอ่ะ
ใจดีไม่มีประกันสังคมมั้งคะ
เพราะเมื่อกระทู้ประวัติศาสตร์เงินเดือน 15000 มีคนเรียกร้องขอดู
ยังไม่มีให้ดูเลยค่ะ สงสัยใช้บัตร 30 บาท
ถ้าจะว่าประกันชีวิตเงินเดือน 9000 ในช่วงนั้น น่าจะไม่พอจ่ายค่าเบี้ยค่ะ
#42
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:40
แต่พอถามรายได้ 15000.-/เดือน เขาก้อให้กินพาราฯ แล้วเย็บด้วยเข็มเย็บกระสอบ
จากนั้น ก้อแล้วจะให้แกย้ายไปอยู่ที่ไหน ก้อไป ฮาาาาาาาาาาาา
#43
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:41
เนื่องจากเป็นไข้สูงไม่ทราบสาเหตุและไม่ทราบว่าไวรัสตัวไหน
ไข้ขึ้นตอนตี 3 พาไปหาหมอ 8 เช้า
ใช้สิทธิเด็ก ไม่เกิน 12 ปีในเขต โรงพยาบาลรัฐบาล
แต่เรากลัวลูกสาวไปติดเชื่อตัวอื่นเพิ่มจากห้องรวม
ด้วยความกระเด๊ะ เลยขอย้ายไปห้องพิเศษ
โดนไป 9600 บาทถ้วนตัวปลิวเลย
- redfrog53 likes this
#44
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:44
ลูกสาว Admid 8 วัน
เนื่องจากเป็นไข้สูงไม่ทราบสาเหตุและไม่ทราบว่าไวรัสตัวไหน
ไข้ขึ้นตอนตี 3 พาไปหาหมอ 8 เช้า
ใช้สิทธิเด็ก ไม่เกิน 12 ปีในเขต โรงพยาบาลรัฐบาล
แต่เรากลัวลูกสาวไปติดเชื่อตัวอื่นเพิ่มจากห้องรวม
ด้วยความกระเด๊ะ เลยขอย้ายไปห้องพิเศษ
โดนไป 9600 บาทถ้วนตัวปลิวเลย
แบบนี้ jaidee20 ยอมตาย นั้นเกือบเดือน ที่เหลือกินแกลบกับหญ้าประทังชีพ
#46
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:10
#47
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:28
http://daily.bangkok...om/detail/48119ยิ่งลักษณ์ ไฟเขียว 3 กองทุนสุขภาพใช้บริการเดียวรักษา อุบัติเหตุ-เจ็บป่วยฉุกเฉิน ได้ทุกโรงพยาบาล เคาะค่ารักษาหัวละ 10,500บาท ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ สั่งทุกกองทุนทบทวนงบประมาณ หวั่นงบค่ารักษาบานปลายคุมไม่ดีอีก 8 ปี พุ่งกว่า 7 แสนล้านบาท ขณะที่ สปสช.รับประสานโรงพยาบาลทุกสังกัด พร้อมตั้งศูนย์ดูแลการเบิกจ่ายทั้ง 3 กองทุน
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการประชุมเชิงนโยบาย เรื่อง การลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุนประกันสุขภาพรัฐ ครั้งที่ 3 ที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับกรมบัญชีกลาง สำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวานนี้ (2 มี.ค.) ว่า ที่ประชุมมีบทสรุปเรื่องการเสริมสร้างสุขภาพป้องกันโรค ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และโรคทุกโรคครอบคลุมทั้งหมด ยกเว้น 4 ประเด็น คือ 1.การเข้ารักษาเพื่อความสวยงาม 2.การรักษามีบุตรยาก หรือผสมเทียม 3.การตรวจวินิจฉัยรักษา เกินความจำเป็นหรืออยู่ระหว่างทดลอง และ 4.การรักษาที่ไม่เป็นไปตามแพทย์ระบุ
ส่วนผู้ป่วยนอก สามารถรักษากับสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ก่อน หากโรงพยาบาลใดไม่สามารถรักษาได้ให้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ที่มีศักยภาพรักษาเพิ่มได้ ส่วนโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น โรคเอดส์ ไตวาย เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จะถูกจัดไว้ในระบบทั้งหมด และครอบคลุมยาราคาแพงด้วย โดยผู้ป่วยทุกคนที่ต้องใช้ยาราคาแพง ไม่ว่าโรคใดจะได้รับยาอย่างเท่าเทียมกันทุกคน
ความสำคัญเพื่อให้เข้ามาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ก็มีสิทธิเท่าเทียมกันในการรักษาพยาบาลทั้งหมด เป้าหมายคือ เมื่อป่วยฉุกเฉินรับบริการได้ทุกโรงพยาบาลไม่ว่าของรัฐหรือเอกชน แต่หากไม่ใช่กรณีฉุกเฉินให้รักษาในโรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อน โดยไม่ต้องสำรองเงินล่วงหน้า มีระบบเบิกจ่ายกลางเพื่อความสะดวกแก่สถานพยาบาลต่างๆ นายภักดีหาญส์ กล่าว
สำหรับกรณีการบริการผู้ป่วยในของแต่ละกองทุนที่มีความแตกต่างในการจ่ายยานั้น ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้กำหนดอัตราชดเชยกรณีข้าราชการ รับบริการเป็นผู้ป่วยใน ที่ทั้ง 3 กองทุน ได้แก่ ประกันสังคม ประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสวัสดิการข้าราชการ เห็นพ้องคือ 10,500 บาท ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการรักษาอัตรานี้เท่ากัน ซึ่งในที่ประชุมนายกฯ ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนเพิ่มเติม และของบประมาณทั้งหมดเข้ามาอีกครั้งหนึ่งในที่ประชุมวันที่ 13 มี.ค. นี้ เพราะนโยบายนี้จะมีผลในวันที่ 1 เม.ย. นี้
สปส.จ่ายดีอาร์จีละ1.5 หมื่นบาท
นายแพทย์สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า การให้บริการรักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉิน เช่น โรคหัวใจ โรคสมอง กำหนดให้เป็นระบบเดียวกันคือ หากประชาชน ผู้ประกันตน และข้าราชการเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนได้ โดยโรงพยาบาลไม่ต้องถามผู้ป่วยว่าอยู่ระบบการรักษาใด และรักษาจนสิ้นสุดการรักษา โดยปัจจุบันผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษากรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ได้เฉพาะโรงพยาบาลนอกบัตรได้ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องแจ้งโรงพยาบาลตามบัตรรับช่วงรักษาต่อ แต่ระบบใหม่ทั้ง 3 กองทุนผู้ประกันตนจะได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลนั้นๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยโรงพยาบาลนั้นจะเรียกเก็บค่ารักษาจากหน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยที่มีสิทธิรักษาพยาบาล และยึดค่ารักษาตามระดับความรุนแรงของโรค (ดีอาร์จี) เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ส่วนผู้ประกันตน ที่ไปเข้ารับการรักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินที่โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนนอกเครือข่ายประกันสังคม สปส.จะร่วมกับอีก 2 กองทุนจ่ายค่ารักษาดีอาร์จีละ 1.5 หมื่นบาทเช่นเดียวกับโรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคม คาดเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้ โดยวันที่ 13 มี.ค. นี้ จะประชุมหาข้อสรุปงบดำเนินการ
นายกฯห่วงอีก 8 ปีงบรักษาพุ่ง 7 แสนล้าน
นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือถึงแนวทางพัฒนาระบบบริการสุขภาพ เรื่องการรักษาพยาบาลโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งขณะนี้ทั้ง 3 ระบบมีมาตรฐานให้บริการแตกต่างกัน จึงต้องการพัฒนาระบบรักษาพยาบาลโรคเรื้อรังให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยจากการหารือเบื้องต้นพบว่า ปัจจุบันการรักษาพยาบาลโรคเรื้อรังที่มีมาตรฐานใกล้เคียง คือ โรคเอดส์และโรคไต ดังนั้นระยะแรกจึงมีแนวคิดจะพัฒนามาตรฐานการรักษาพยาบาลโรคเรื้อรังของทั้ง 3 ระบบเป็นมาตรฐานเดียวกันก่อน เพื่อนำร่อง โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินการภายในปีนี้ แต่ต้องหารือในรายละเอียดอีกครั้ง
ในที่ประชุมนายกฯ ยังมีข้อห่วงใยเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ที่เป็นภาระงบประมาณประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันค่ารักษาพยาบาลที่รัฐต้องจ่ายทุกระบบอยู่ที่กว่า 4.2 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ซึ่งหากไม่ปรับรูปแบบรักษาพยาบาลและควบคุมค่าใช้จ่าย เช่น ค่ายาง จะทำให้ปี 2563 หรือในอีก 8 ปีข้างหน้า ภาระงบค่ารักษาพยาบาลจะสูงกว่า 7 แสนล้านบาท คิดเป็น 5.5% ของ จีดีพี
ค่ารักษาฉุกเฉินหัวละ 10,500 บาท
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นายกฯห่วงใย 3 กองทุนสุขภาพ โดยได้ข้อยุติเรื่องการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ต่อไปประชาชนทั้ง 3 กองทุน จะได้รับการดูแลเท่ากัน หากป่วยฉุกเฉิน สามารถใช้สิทธิที่โรงพยาบาลใดก็ได้ ไม่ว่ารัฐหรือเอกชน สำหรับค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย หรือ RW ของผู้ป่วยในของโรงพยาบาลทุกระบบอยู่ที่ 10,500 บาท แต่ก่อนบังคับใช้ต้องศึกษารายละเอียดและผลกระทบให้รอบคอบ โดยการดำเนินการอาจแก้ไขประกาศ หรือกฎระเบียบต่อไป และในอนาคตจะขอความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลทหารและโรงพยาบาลตำรวจด้วย
นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรณีนี้เป็นแค่การจัดระบบบริหารการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ เพราะเป็นสิ่งที่แต่ละกองทุนกำหนดสิทธิประโยชน์ให้ประชาชนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาการเข้ารับบริการกรณีฉุกเฉินอาจต้องส่งไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้และสะดวกที่สุดก่อน แต่โรงพยาบาลดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นเครือข่ายหรือคู่สัญญาของกองทุนนั้นๆ จึงมีปัญหาเบิกจ่ายและใช้สิทธิ์รักษาพยาบาล ผู้ป่วยบางรายต้องจ่ายเงินเอง ซึ่งบางกรณีค่ารักษาสูงมากจนเกิดปัญหา ทำให้มีการร้องเรียน โดย สปสช.ได้รับมอบหมายให้ดูในเรื่องการเบิกจ่าย โดยจะตั้งศูนย์ข้อมูลการเบิกจ่ายผู้ป่วยฉุกเฉินดูแลการเบิกจ่ายทั้ง 3 กองทุน
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนหารือกับโรงพยาบาลต่างๆ รวมถึงเอกชน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขรับจะประสานเรื่องนี้ และทำรายละเอียดตัวเลขการเบิกจ่าย เสนอนายกฯ วันที่ 13 มี.ค. นี้อีกครั้ง เลขาธิการ สปสช. กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ของผู้ป่วยในนั้น คิดค่าใช้จ่ายขึ้นกับความหนักเบาของโรค เช่น กรณีผ่าตัดไส้ติ่ง เป็นโรคง่ายๆ นอนโรงพยาบาลไม่นาน ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ หรือ RW เท่ากับ 1 เงินที่เบิกได้ต่อครั้ง คือ 10,500 บาท แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยผ่าตัดโรคหัวใจค่า RW เท่ากับ 10 โรงพยาบาลจะเบิกได้ 10 เท่า หรือกว่าแสนบาท ข้อดีของการใช้ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ทุกกองทุนคือ ไม่ว่าใช้สิทธิใด โรงพยาบาลจะเบิกค่าใช้จ่ายได้เท่ากันหมด และเปิดโอกาสให้ข้าราชการใช้สิทธิในโรงพยาบาลเอกชนได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่า โรงพยาบาลเอกชนจะเข้าร่วมและยอมรับค่า RW ได้หรือไม่
Edited by nnnn43, 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:32.
#48
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 18:08
เวชธานี ยังออกจากประกันสังคม และบัตร 30 บาท ใครอย่าเผลอเข้าไปเชียว อีปูหลอกไอ้ใจควายแดง อีกแล้วโรงพยาบาลเอกชนนี่ น่าจะเฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายประกันสังคมเท่านั้นนะคุณใจดี
ถ้าคุณใจดี เกิดฉุกเฉิน ไส้ติ่งอักเสบ ขึ้นมา อย่าเผลอไปเข้าโรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาล
พระราม 9 และอีกหลาย ๆ ดรงพยาบาลที่ไม่อยู่ในเครือข่ายประกันสังคมนะครับ เพราะอาจ
ไส้ติ่งแตกตายก่อนได้รับการผ่าตัด
#49
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 18:22
#50
ตอบ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 18:28
หัวข้อกระทู้ยาวเป็นกิโลเนื้อหา"ไม่มีห่าน"อะไรเลย ตามสไตล์ขมิบตรูดแมน
![]()
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










