Jump to content


Photo
- - - - -

กะเทย แต๋ว ตุ๊ด เกย์ บวชเป็นพระ คุณคิดว่ายังไงในฐานะชาวพุทธ ??


  • Please log in to reply
45 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 ลูกชาวสวน

ลูกชาวสวน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 349 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:38

ตามหัวข้อเลยครับ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคิดว่า มันเหมาะสมหรือไม่ ?

ลองมา share idea กัน


ผมเชื่อว่ามุมมองส่วนใหญ่ของคนไทยน่าจะคิดเหมือนผมคือมันไม่เหมาะสม และมันล้ำเส้นเกินไป กับการที่กะเทยจะมาบวชเป็นพระ

แต่ถ้าลองมองในมุมกลับกัน ก้อจะพบว่า กะเทยก็คือผู้ชายไทย ที่มีเสรีภาพดำเนินชีวิตภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ


แต่... โดยส่วนตัวของผม ในฐานะที่เคยบวชเรียนมาแล้ว ถ้าผมเจอพระแต๋ว พระเกย์ พระแต่งหน้าใส่บิ๊กอายส์ ผมไม่สามารถทำใจไหว้ได้

แน่นอน ไม่ว่าคุณจะสวดมนต์เก่ง ท่องสรรพคาถา หรือมีความรู้ทางธรรมมากขนาดไหน ก็ตาม


ผมไม่ได้รังเกียจ กะเทย หรือ เกย์นะ แต่ผมเชื่อว่า " พระ " คือชนชั้นที่แม้แต่กษัตริย์ยังต้องกราบไหว้มาแต่ครั้งโบราณกาล

เหมือนพวกกะเทยเหล่านั้นจ้องจะทำลายศาสนาพุทธยังไงก็ไม่รู้

ผมยอมรับไม่ได้จริงๆ พับผ่าสิ !!!!!






" อันความคิดวิทยาดังอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย "

#2 จอมโจรคิด

จอมโจรคิด

    อธรรมผู้น่ารัก

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,299 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:45

แบบนี้ตอนพระคู่สวดถาม ปุริโสสิ ? ผู้ขอบวชตอบ "อามะ ภันเต" ไม่ผิดหรือครับ

เจตนารมณ์ส่วนตัว
- ไม่ใช้ถ้อยคำที่คำหยาบคาย
- ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่มีเหตุผล


#3 royalist

royalist

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 594 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:46

*
POPULAR

ส่วนตัวเห็นว่าไม่เหมาะสม แต่ในพระไตรปิฎก ก็มีบอกไว้ถ้าพบว่าบวชอยู่ให้สึก แต่ทำไม่ถึงปล่อยปละละเลยกัน จริงๆไม่น่าจะบวชให้อยู่แล้วด้วยครับ

http://guru.google.c...c5c536cbe956893

ประเภทที่บวชแล้วต้องให้สึก

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบัน คือ บัณเฑาะก์ (กะเทย) ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบันคือ อุภโตพยัญชนก (คนมี ๒ เพศ) ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้ว ต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอนุปสัมบัน คือ คนลักเพศ(คนปลอมบวช) ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบัน คือ ผู้ไปเข้ารีตเดียรถีย์ (ลัทธิที่เป็นมิจฉาทิฐิ) ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอนุปสัมบันคือ คนฆ่ามารดา ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้ว ต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบันคือ คนฆ่าบิดา ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้ว ต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบันคือ คนผู้ทำสังฆเภท ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้ว ต้องให้สึกเสีย.

(ที่มา : พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม 6 หน้า 338)
Royal Thai Army

#4 Bookmarks

Bookmarks

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 33,617 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:47

ตัวเหรรี้ยอย่างไอ้กี้ ยังบวชเป็นพระได้เลย

#5 ลูกชาวสวน

ลูกชาวสวน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 349 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:51

ผมว่าควรจะออก กฏหมายให้เป็นคดีอาญาเลยจะดูรุนแรงไปไหมครับ

ถ้าพบพระที่เป็นเกย์ หรือกะเทย นอกจากจะจับสึกแล้ว ก็ควรจะติดคุกด้วย อาจจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5000 บาท

ความผิดฐานมีเจตนาทำลายศาสนาในทางเสื่อม อะไรอย่างนี้อ่ะครับ

และที่สำคัญ พระอุปัชชา ที่เป็นคนบวชให้ก็ควรได้รับโทษเช่นเดียวกัน


........... มันจะแรงไปไม๊ครับ ????
" อันความคิดวิทยาดังอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย "

#6 winwin191

winwin191

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,520 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:53

ผมรับได้นะ ถ้าตอนบวชอยู่สำรวมไม่ออกอาการ ก็เหมือนทหาร เคยเจอพวกนี้เยอะโดนเฉพาะหน่วยแพทย์ แต่ส่วนใหญ่ก็รู้จักกาลเทศะ ยิ่งสมัยหนุ่มๆเรียน รด ครูฝึกหมู่ผมดันเป็น กระเทยอีก แรกๆรับไม่ได้เหมือนกัน แต่พอได้เรียนกับแก ทั้งความคิดทัศนคติ ความชำนาญในอาชีพ ทหารชายบางคนยังไม่ได้ครึ่งแกเลย
คนเก่งเป็นง่าย คนดีเป็นยาก

#7 ลูกชาวสวน

ลูกชาวสวน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 349 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:53

แบบนี้ตอนพระคู่สวดถาม ปุริโสสิ ? ผู้ขอบวชตอบ "อามะ ภันเต" ไม่ผิดหรือครับ


ผมต้องอยู่วัดก่อน 7 วันเพื่อท่องบทสวดขอบวช คิดถึงตอนนั้นแล้ว ก็ภูมิใจ ที่เราท่องบทสวด เป็น 10 หน้าได้ ^^

และได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่
" อันความคิดวิทยาดังอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย "

#8 Maratiraj_

Maratiraj_

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 826 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:56

เพราะ ว่าถ้าพวก บัณเฑาะก์ เหล่านี้บวชเป้นพระสงฆ์
จะต้องละทิ้งบุคลิคและนิสัยที่เป็นอัตลักษณ์ประจำเพศที่อยู่ในจิตใจของตนเองทุกอย่าง
และปฏิบัตตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

คุณคิดว่าพวกเพศบัณเฑาะก์ที่ต้องการแสดงอัตลักษณ์ของตนเองมากมายแบบนั้นจะทำได้หรอ

ขนาดผมเป้นผู้ชาย การจะบังคับละทิ้งความเป้นตัวของตัวเอง(อัตตา) ผมยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ

Edited by Maratiraj_, 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:59.


#9 royalist

royalist

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 594 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:57

น่าจะมีบทลงโทษอุปัชฌาย์จากเถระสมาคม ส่วนคนที่บวชให้จับสึก ลงโทษประมาณเล่นไพ่เล่นการพนันน่าจะพอดีนะครับ
Royal Thai Army

#10 ลูกชาวสวน

ลูกชาวสวน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 349 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:02

เห็นด้วยอย่างแรงครับ เพราะปัจจุบันแค่ อาบัติ ก็จับสึก แต่ ศาสนาเสียหายไม่รู้เท่าไร !!!!
" อันความคิดวิทยาดังอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย "

#11 Kaizer

Kaizer

    Warlord

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,317 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:10

นอกจากจะไม่เหมาะสม ในพระวินัยก็ห้ามไว้

แต่จะทำอะไรได้ นี่คือเมืองไทย

เมืองที่ผู้ก่อการร้ายได้เป็นสส. รัฐมนตรี ด่าเขาไว้แล้วไปกราบตีนเขา

เมืองที่ธรรมกายมันจะครองเมืองกันอยู่แล้ว

แค่พระตุ๊ด เณรแต๋วมันเรื่องจ้อย เรื่องคุณธรรมจริยธรรมที่มันฝ่อ ไร้ซึ่งความเกรงชั่ว กลัวบาป

เห็นแก่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าเล็กๆน้อยๆ แทนที่จะสนใจในผลประโยชน์ส่วนรวม

แต่พอถามออกทีวี

แม่งโลกสวย!! เชี่ยเอ๊ยเมืองไทย!!!

สละชีพเพื่อหลักธรรมคือคำขวัญ

 

ฆ่าคนเพื่อชิงอำนาจคือวิธีการ

 

ส่วนลิ่วล้อที่ส่งไปตายก็คือตัวหมากแห่งคุณธรรม


#12 Majestic

Majestic

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,509 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:13

ถ้าบวชเป็นพระผมเห็นว่าไม่เหมาะสม
แต่บางคนเค้าบวชเป็นเณร ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดมันไม่มีข้อห้ามมากเหมือนเป็นพระ
ตอนบวชเณรบางทีก็ไม่แสดงออกอะไร แต่พอบวชไปแล้วนี่สิ แต๋วออก

บางทีพ่อแม่อยากให้บวชให้สักครั้งก็ยังดี
หลุดจากตรงนี้ พ่อแม่ก็คงอยากจะปล่อยแล้ว

Edited by Majestic, 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:14.


#13 So Much

So Much

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 30 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:21

บัณเฑาะก์ ได้แก่บุคคล ๓ จำพวก คือ ๑.ชายผู้ประพฤตินอกรีตในทางเสพกาม (ผู้มีราคะกล้า) คือเป็นผู้ชายมีอวัยวะเพศเป็นชายโดยสมบูรณ์ แต่เสพกามกับผู้ชายด้วยกัน ทางเวจมรรค และทางปาก
บุคคลจำพวกนี้ มีจิตใจและการแต่งตัวเป็นผู้ชาย แต่กิริยาอ่อนช้อยคล้ายผู้หญิง ปัจจุบันมีศัพท์เรียกเป็นภาษาสแลงว่า "เกย์" เมื่อเสพกาม คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นชาย คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นหญิง
๒.ชายผู้ถูกตอน (จีนเรียกขันที) คือ ผู้ชายที่ถูกตัดอวัยวะเพศออกหมด ทั้งส่วนที่เป็นองคชาตและอัณฑะ บุคคลจำพวกนี้ขาดฮอร์โมนเพศชาย จึงไม่มีความรู้สึกทางเพศ แต่ความสำนึกและจิตใจรวมทั้งความแข็งแรงยังเหมือนผู้ชายโดยสมบูรณ์
และ ๓.กะเทย คือ คนหรือสัตว์ที่ไม่ปรากฏว่า เป็นชายหรือหญิง มีหลายอย่าง เช่น บางคนมีตัวบังคับ (ยีน) เป็นผู้ชาย บุคคลนั้นก็เป็นผู้ชาย แต่ผิดปกติที่อวัยวะเพศ ทำให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศของสตรี บางคนมีตัวบังคับ (ยีน) เป็นผู้หญิง บุคคลนั้นก็เป็นผู้หญิง แต่อวัยวะเพศบางส่วนมีขนาดใหญ่ จึงทำให้ดูคล้ายองคชาตของผู้ชาย

อ้างอิง http://www.tumsrivic...681744&Ntype=40

#14 blue

blue

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,979 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:23

"ผมว่าควรออกกฎหมายให้เป็นคดีอาญาเลยจะดูรุนแรงไปไหมครับ"

ผู้ที่จะต้องรับโทษทางอาญาคือผู้ที่ทำผิดกฎหมายทางอาญา เพราะฉะนั้นพระถ้า
ทำผิดกฎหมายอาญาก็ต้องรับโทษทางอาญาอยู่แล้ว แต่ถ้าพระทำผิดกฎระเบียบ
ของพระเอง มันอาจไม่ผิดกฎหมายอาญาก็ได้
ถ้าเราไปออกกฎหมายว่าถ้าพระทำผิดกฎระเบียบของพระแบบนี้ต้องรับโทษอาญา
คงทำไม่ได้ เพราะลักษณะของการทำผิดมันอาจไม่เข้ากับกฎหมายอาญา ประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งกฎหมายอาญานี่มันใช้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาเป็นพระ มันจึง
ไม่น่าเป็นไปได้ว่าเราจะไปเขียนกฎหมายอาญาเฉพาะพระเท่านั้น

#15 eAT

eAT

    ผมเป็นเสื้อแดงฮับ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,589 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:31

ไร้ประโยชน์ เปล่าประโยชน์ คุณรู้ไหม คนโกนหัวนุ่งเหลือง
ส่วนใหญ่ในเมืองไทยไม่ได้นับถือพุทธนะครับ ศีลยังถือไม่ครบ
แถมพวกมียศฐาบรรดาศักดิ์ ยังบอกว่าพระธรรม (ในพระไตรปิฎก)
ไม่ถูกเสียอีก บ้างก็บอกไม่ครบ มีบางอย่างที่เขาตรัสรู้เจอธรรมะ
เพิ่มเติมเอาเองอีก

ดังนั้นไม่แปลก ที่ไม่ปฏิบัติตามความถูกต้อง ใบ้หวย ปลุกเสก
ขับรถ กิเหล้า เมานารี ค้ายาบ้า ทำนายทายทัก สะสมเงินทอง
สะสมวัตถุ แก้กรรม ฯลฯ ไม่มีใครทำไรหรอก มหาเถรบางรูปยัง
เป็นเสียเองด้วยซ้ำ เขียนมาก เด๋วมีคนบอกว่า พระไม่ควรเล่น
อินเตอร์เน็ตอีก (ฮ่าๆๆๆ)

#16 mee-sua-man

mee-sua-man

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,218 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:32

พวกเบี่ยงเบนทางเพศ, ลักเพศ ส่วนใหญ่จะเก่งด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษเพื่่อชดเชยหรือสร้างข้อเด่นให้กับตน แต่ศาสนาพุุทธ เน้นธรรมวินัยเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผมยังแปลกใจที่มีพระเกย์,เณรตุ๊ด อยู่ในวัด

#17 ลูกชาวสวน

ลูกชาวสวน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 349 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:40

"ผมว่าควรออกกฎหมายให้เป็นคดีอาญาเลยจะดูรุนแรงไปไหมครับ"

ผู้ที่จะต้องรับโทษทางอาญาคือผู้ที่ทำผิดกฎหมายทางอาญา เพราะฉะนั้นพระถ้า
ทำผิดกฎหมายอาญาก็ต้องรับโทษทางอาญาอยู่แล้ว แต่ถ้าพระทำผิดกฎระเบียบ
ของพระเอง มันอาจไม่ผิดกฎหมายอาญาก็ได้
ถ้าเราไปออกกฎหมายว่าถ้าพระทำผิดกฎระเบียบของพระแบบนี้ต้องรับโทษอาญา
คงทำไม่ได้ เพราะลักษณะของการทำผิดมันอาจไม่เข้ากับกฎหมายอาญา ประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งกฎหมายอาญานี่มันใช้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาเป็นพระ มันจึง
ไม่น่าเป็นไปได้ว่าเราจะไปเขียนกฎหมายอาญาเฉพาะพระเท่านั้น


ประเทศไทยมีธงชาติไทย ที่แสดงสัญลักษญ์ถึงความเป็นไทย ประกอบไปด้วย สีแดงคือชาติ สีขาวคือศาสนา และสีน้ำเงินคือพระมหากษัตริย์

ในเมื่อ บุคคลใดก็ตามที่ กระทำความผิดต่อชาติ และ สถาบันพระมหากษัตริย์ กลับได้รับความผิด ไม่ว่าจะเป็นลบหลู่ดูหมิ่น หรือแม้แต่ทำลายธงชาติ หรือธนบัติ

ดังนั้น ถ้าเรามองที่หลักกฏหมายอาญา ความผิดอาญาเราจะมองที่ 2 ส่วน คือ 1. มองที่เจตนา และ 2. ความผิดตามที่ กม บัญญัติไว้

ซึ่งในแง่ของ ของเจตนา ผมเชื่อว่า วิญญูชนทั่วไปสามารถ เล็งเห็นผลได้ว่า การที่กระเทย หรือ บุคคลไร้เพศ ได้บวชเข้ามาเป็นสมณะเพศ ย่อมทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ศาสนาอยู่แล้ว

ซึ่งขัดต่อศีลธรรมอันดี หรือวิถีปฎิบัติต่างๆ ( norm ) ที่เคยมีมาจากบรรพบุรุษ

ดังนั้น ในส่วนของเจตนา จึงไม่มีปัญหา เหลือเพียงในส่วนของ ร่างกฏหมายเพื่อคุ้มครองศาสนาพุทธเท่านั้น

อีกประการหนึ่งกฎหมายอาญานี่มันใช้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาเป็นพระ มันจึง
ไม่น่าเป็นไปได้ว่าเราจะไปเขียนกฎหมายอาญาเฉพาะพระเท่านั้น



ความผิดทางอาญาแยกออกเป็นหลายส่วนครับ ขนาดเจ้าพนักงานทำผิด ยังรับโทษมากกว่าคนทั่วไปเลย และมีกำหนดตัวบทไว้ชัดเจนในภาคความผิดของเจ้าพนักงาน

และเช่นเดียวกัน กฏหมาย อาญา ม.112 ก็ได้ร่างไว้เพื่อคุ้มครองสถาบันกษัตริย์เท่านั้น ก็สามารถกระทำได้

แล้วทำไมการร่างกฏหมายเพื่อคุ้มครองศาสนาพุทธ อันเป็นศาสนาประจำชาติ จะกระทำไม่ได้ ?

ผมไม่รู้นะครับ แต่ในความเห็นส่วนตัวผมเชื่อว่าทำได้ และ วิญญูชนทั่วไปน่าจะเห็นดีเห็นงามด้วย

เพราะปัจจุบัน ศาสนาพุทธ เสื่อมไปมากพอแล้วครับ .....

Edited by ลูกชาวสวน, 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:43.

" อันความคิดวิทยาดังอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย "

#18 plunk

plunk

    สลิปงินเดือนอยู่ไหนอ่ะ ไอ้คางครูด?

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,862 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:40

ขนาดนักการเมืองที่ดูดี มันยังเลวได้เลยครับ
ทำได้ทันที ไม่ต้องกู้ พรรคไหนเห่าไว้ตอนหาเสียงวะ?และกระทู้ในตำนานของ คนขี้โกหก http://webboard.seri...้สลิปเงินเดือน/

#19 blue

blue

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,979 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:59

ลักษณะที่เป็นความผิด กับโทษมากโทษน้อยนี่มันต่างกันนะครับ

ม 112 กับกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไปนี่เหมือนกันนะครับแต่โทษต่างกัน

การทำความผิดต่อเจ้าพนักงานกับทำความผิดต่อบุคคลทั่วไป ลักษณะความผิด
เหมือนกันแต่โทษต่างกัน แต่ลักษณะความผิดของพระหลาย ๆ เรื่องมันไม่ใช่
ลักษณะความผิดอาญา ถ้าคนทั่วไปทำ เช่น พระนั่งคุยกับผู้หญิงสองต่อสองในที่
ลับตา ถ้าเป็นคนธรรมดานังคุยกันมันไม่ผิดกฎหมาย แต่พระทำผิดวินัย ถ้าเราจะ
ไปเอาโทษอาญากับพระที่คุยกับผู้หญิง ผมว่ามันผิดปกตินะครับ หรือกรณีพระ
เป็นตุ๊ตเป็นเกย์บอกผิดกฎหมาย แต่คนธรรมดาเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ไม่ผิดกฎหมาย มัน
ผิดปกติไหมครับ ถ้าเราอ้างว่าที่พระต้องผิดกฎหมายเพราะมันเป็นการทำลาย
ศาสนา มันก็ควรต้องย้อนกลับไปก่อนว่า ถ้าบุคคลเหล่านี้เข้ามาบวชแล้วเป็นการ
ทำลายศาสนา แล้วให้บวชได้อย่างไร มันต้องกลับไปตรงนี้ครับ แต่ถ้าตรงนี้บอก
บวชได้ไม่ถือว่าทำลายศาสนา แล้วเราจะไปออกกฎหมายว่าเขาทำลายศาสนาได้
หรือครับ

#20 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:58

พระเกย์ กะเทย ตุ๊ด แต๋ว น่าประนาม

พวกหาแดรกโดยอาศัยผ้าเหลืองบังหน้า น่าประนามยิ่งกว่า 1000000เท่า ครับ
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#21 Pok

Pok

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 137 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:19

ปัญหานี้ผมว่าแก้ง่ายมากครับ ยึดตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และประชาชนธรรมดาอย่างพวกเราช่วยตรวจสอบ

ทุกวันนี้ที่ปัญหาลามปลายผมว่าเพราะคนที่เสื่อมมาอาศัยศาสนาครับตัวอย่างไม่ขอยกนะครับกลัวจะยาวออกทะเล

ศาสนาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าดีแล้วเหมาะสมแล้ว แต่ที่เสื่อมคือตัวคนครับ

ถ้าถามผมทุกวันนี้ทำไหมมีพระตรงตามข้อห้ามของพระพุทธเจ้าเยอะ ผมตอบเพราะประชาชนนิ่งเฉยครับ ถ้าจะแก้ต้องแก้ไขที่ประชาชนก่อน :angry:

#22 Anubitz

Anubitz

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,506 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:23

ผมก็ไม่เห็นด้วยครับ

ส่วนเหตุผล ก็ตามที่หลายท่านได้กล่าวไปแล้ว

#23 pinkpanda

pinkpanda

    คุ้กกี้เกลียดควายแดงค่ะ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,600 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:40

สิ่งที่ทำให้ธรรมะเสื่อม (ปรกติธรรมะคือความจริงแท้แน่นอน ไม่เสื่อมด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว")

นั่นประกอบด้วย 4 ประการ

คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา

แค่นี้ล่ะค่ะ

พวกที่ จขกท เอ่ยมา ก็เป็นหนึ่งในสี่นั่นเอง

#24 PookLook

PookLook

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,769 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:47

Posted Image

ก็เสื่อมไงครับ :(

#25 ดูโอลิมปิก5ปีดีจุงเบย

ดูโอลิมปิก5ปีดีจุงเบย

    สมาชิกชั้นสูงกว่าสูงลิบลิ่ว

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,544 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:51

Posted Image

ก็เสื่อมไงครับ :(


เสื่อมจริงๆนั่นแหละ (ความคิดมึงนั่นแหละไอ้โปกที่เสื่อม)
เลือกใครก็ได้ ที่ไม่ใช่พรรคพวกแม้วPosted Image

#26 Bookmarks

Bookmarks

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 33,617 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:51

เจอแบบห้อยนางในดวงใจ เอาไว้ฝันเปียก ยิ่งเสื่อมใหญ่เลย

Posted Image

Posted Image

Edited by Bookmarks, 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:52.


#27 ต้นหอม

ต้นหอม

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,472 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:53

มันแล้วแต่คนนะ

แม้กระทั่งตัวเราเองนับถือพุทธแท้ๆ ยังไม่สามารถรักษาศีลห้าได้ครบตลอดเวลา
ในสังคมพระก็คงเหมือนกัน หลายรูปมีลักษณะที่คล้ายบัณเฑาะก์ แต่สามารถเข้าใจพระวินัยได้ดี ปฏิบัติตนได้ดีกว่าหลายๆรูปที่มียศตำแหน่ง

แต่ก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งของปัญหาคือสังคมนี่แหละค่ะ ยกตัวอย่างเด็กปิดเทอมก็ส่งบวชบางครั้งเกิดจากความเต็มใจ บางครั้งเกิดจากการบังคับ แล้วผลมันจะออกมาดีได้อย่างไร

มันจะทำให้เราคิดก่อนพูดได้ดีขึ้น เมื่อเชื่อว่าคำพูดที่ออกไปเหล่านั้นคือคำที่เราจะได้ยินเองในอนาคต

และถ้าเราจะทำดีได้มากขึ้น เมื่อเชื่อว่าเราจะได้เจอสิ่งดีๆในอนาคต

แม้ว่าวันนี้เราจะยังไม่เห็นว่ามันดีอย่างไรแต่อย่างน้อยทำให้เราผ่านวันนี้ไปได้อย่างราบรื่น


#28 blue

blue

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,979 posts

ตอบ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:59

กรณีอย่างนี้ผมแน่ใจว่ากฎระเบียบของสงฆ์เขาน่าจะห้ามอยู่นะ แต่ไม่เข้าใจว่า
ทำไมบวชได้ มันน่าจะเป็นความหย่อนยานของสงฆ์เองนั่นแหละ เพราะถ้าจะบอกว่า
ตอนบวชไม่รู้ว่าเขาผิดปกติ แต่มารู้ทีหลังก็ควรให้สึกไป มันไม่น่าจะยากเย็นอะไร
แต่เท่าที่เคยเห็นข่าว มันมักจะกลายเป็นคล้าย ๆ ตักเตือนกันว่าอย่าไปทำอะไรที่
มันไม่เหมาะสม
กรณีของสงฆ์นี่มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ที่เป็นข่าวมันก็มีอีกหลายเรื่อง
เมื่อสงฆ์เองปฏิบัติตัวไม่ให้เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน มันก็คงลำบากละครับ ผมไม่
แน่ใจว่าเดียวนี้เขาต้องเอาใจคนที่จะบวชพระหรือเปล่า เพราะเห็นข่าวว่ามีวัดหลายวัด
เป็นวัดร้างไม่มีพระจำพรรษาอยู่ คงจะระดมพระให้บวชเยอะ ๆ เพื่อไปอยู่วัดมังครับ
พอไปเน้นปริมาณ คุณภาพมันก็หย่อนยาน ศรัทธาของประชาชนมันก็เลยเสื่อมไปเรื่อย

#29 tonythebest

tonythebest

    สมาชิกขั้นสูง 178 เซนติเมตร

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,595 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 00:18

ส่วนตัวผม ผมไม่ถือนะครับ หากกระเทยจะบวชพระ เณร
ทอมจะบวชชี หรือเป็นภิกษุณี (ตามแต่ที่ไหนจะอนุญาต)
เหตุเพราะการถือบวช เป็นการดำรงค์ไว้ซึ่งศาสนาและความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
หากแต่การถือบวช คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองครับ
เราเรียกพระว่า เป็นเพศบรรพชิต (ผมม่รู้ความหมายนะครับ)
นั่นแสดงว่า การเป้นพระ คือการถือเพศใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงตนเองจากเดิม
หากคุณถือบวช และครองตนภายใต้ผ้าเหลือง ในสถานะอันควร
กริยาอันควร ความนึกคิดอันควร การแสดงออกอันควร
ผมไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีการปิดกั้น

เว้นแต่บางตน (ย้ำว่า บางตน) กลับไม่รู้สถานะตนเองว่าอยู่ภายใต้ผ้าเหลือง
แต่งหน้า ทาปาก แต่งตัว หรือใส่บิ๊กอายอย่างที่ว่ากัน
คนพวกนี้ ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่รู้จักความสำคัญของสถานะปัจจุบัน
ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ล่อแหลม และสมควรที่จะต้องลงโทษ (ทางวินัยสงฆ์)
ไม่ว่าจะว่ากล่าว ตักเตือน หรือแม้แต่จับสึกฃ
เพราะการแต่งองค์ทรงเครื่อง การสำเดงกริยาไม่สำรวม
เป็นเรื่องที่แม้จะถูกเพศ ก็ยังโดนห้าม

ผมมองเป้นเรื่องปัจเจกครับ
การเป็นกระเทย เป็นทอม ไม่ใช่เรื่องผิด
การที่กระเทย ทอม จะถือบวช ผมก็มองว่าไม่ใช่เรื่องผิด
แต่เมื่อใจอยากบวช หรือแม้แต่โดนบังคับบวช ก็ควรรู้สถานะตนเอง
ควรควบคุมกริยาให้ดี ถือว่าเป็นการให้ความเค้ารพและให้เกียรติศาสนา
หากจะมีหลุดกริยาตุ้งติ้งบ้าง ผมว่ายังพออภัย
หากถึงขั้นใส่บิ๊กอาย แต่งตัวแหวกแนวออกไป
ผมว่า อันนี้สมควรโดนกระทืบ

ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ

 

 

 

เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน

จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน


#30 KaTi รักพระเจ้าอยู่หัว

KaTi รักพระเจ้าอยู่หัว

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,030 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 00:39

จะดีจะชั่ว อยู่ตัวทำ

จะสูงจะต่ำ อยู่ที่ทำตัว


หากคุณอยู่ในสังคมใดแล้วปฎิบัติตามกฏข้อบังคับคุณก็เป็นที่ยอมรับในสังคม ในกรณีที่เพศที่ 3 บวชเรียนถามว่าผิดไหม ก็ต้องตอบว่าไม่ผิดแต่หากจะผิดคือการแสดงพฤติกรรมที่มันไม่งาม ไม่เหมาะสม ไม่คู่ควรกับสมณะที่ได้ดำรงอยู่ บางคนไม่ได้อยากบวชหาแต่ พ่อ แม่ ญาติโก โหติกา ขอให้บวชก็ทำให้ แต่ถามว่าทำด้วยใจที่มุ่งมั่นหรือไม่ อย่าโทษเรื่องเพศเลยโทษพฤติกรรมเสียดีกว่า



#31 ตะนิ่นตาญี

ตะนิ่นตาญี

    La vie en rose

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,174 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 06:41


"ผมว่าควรออกกฎหมายให้เป็นคดีอาญาเลยจะดูรุนแรงไปไหมครับ"

ผู้ที่จะต้องรับโทษทางอาญาคือผู้ที่ทำผิดกฎหมายทางอาญา เพราะฉะนั้นพระถ้า
ทำผิดกฎหมายอาญาก็ต้องรับโทษทางอาญาอยู่แล้ว แต่ถ้าพระทำผิดกฎระเบียบ
ของพระเอง มันอาจไม่ผิดกฎหมายอาญาก็ได้
ถ้าเราไปออกกฎหมายว่าถ้าพระทำผิดกฎระเบียบของพระแบบนี้ต้องรับโทษอาญา
คงทำไม่ได้ เพราะลักษณะของการทำผิดมันอาจไม่เข้ากับกฎหมายอาญา ประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งกฎหมายอาญานี่มันใช้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาเป็นพระ มันจึง
ไม่น่าเป็นไปได้ว่าเราจะไปเขียนกฎหมายอาญาเฉพาะพระเท่านั้น


ประเทศไทยมีธงชาติไทย ที่แสดงสัญลักษญ์ถึงความเป็นไทย ประกอบไปด้วย สีแดงคือชาติ สีขาวคือศาสนา และสีน้ำเงินคือพระมหากษัตริย์

ในเมื่อ บุคคลใดก็ตามที่ กระทำความผิดต่อชาติ และ สถาบันพระมหากษัตริย์ กลับได้รับความผิด ไม่ว่าจะเป็นลบหลู่ดูหมิ่น หรือแม้แต่ทำลายธงชาติ หรือธนบัติ

ดังนั้น ถ้าเรามองที่หลักกฏหมายอาญา ความผิดอาญาเราจะมองที่ 2 ส่วน คือ 1. มองที่เจตนา และ 2. ความผิดตามที่ กม บัญญัติไว้

ซึ่งในแง่ของ ของเจตนา ผมเชื่อว่า วิญญูชนทั่วไปสามารถ เล็งเห็นผลได้ว่า การที่กระเทย หรือ บุคคลไร้เพศ ได้บวชเข้ามาเป็นสมณะเพศ ย่อมทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ศาสนาอยู่แล้ว

ซึ่งขัดต่อศีลธรรมอันดี หรือวิถีปฎิบัติต่างๆ ( norm ) ที่เคยมีมาจากบรรพบุรุษ

ดังนั้น ในส่วนของเจตนา จึงไม่มีปัญหา เหลือเพียงในส่วนของ ร่างกฏหมายเพื่อคุ้มครองศาสนาพุทธเท่านั้น

อีกประการหนึ่งกฎหมายอาญานี่มันใช้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาเป็นพระ มันจึง
ไม่น่าเป็นไปได้ว่าเราจะไปเขียนกฎหมายอาญาเฉพาะพระเท่านั้น



ความผิดทางอาญาแยกออกเป็นหลายส่วนครับ ขนาดเจ้าพนักงานทำผิด ยังรับโทษมากกว่าคนทั่วไปเลย และมีกำหนดตัวบทไว้ชัดเจนในภาคความผิดของเจ้าพนักงาน

และเช่นเดียวกัน กฏหมาย อาญา ม.112 ก็ได้ร่างไว้เพื่อคุ้มครองสถาบันกษัตริย์เท่านั้น ก็สามารถกระทำได้

แล้วทำไมการร่างกฏหมายเพื่อคุ้มครอง ศาสนาพุทธ อันเป็นศาสนาประจำชาติ จะกระทำไม่ได้ ?

ผมไม่รู้นะครับ แต่ในความเห็นส่วนตัวผมเชื่อว่าทำได้ และ วิญญูชนทั่วไปน่าจะเห็นดีเห็นงามด้วย

เพราะปัจจุบัน ศาสนาพุทธ เสื่อมไปมากพอแล้วครับ .....


ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติหรือครับ?

สีขาว ของ ธงชาติไทย หมายถึง ศาสนาพุทธ ศาสนาเดียว หรือครับ?

ประมวลกฎหมายอาญา ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับศาสนา ตั้งแต่ มาตรา ๒๐๖ จนถึง มาตรา ๒๐๘ นั้น

ระบุเฉพาะ ศาสนาพุทธ ศาสนาเดียวหรือครับ?

หาก เจ้าของกระทู้ คุณ ลูกชาวสวน จะกรุณา ลองอ่าน พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ก่อนดีไหมครับ

ตะนิ่นตาญี

วันจันทร์ที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

เวลา ๖.๔๐ นาฬิกา
"จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา"

#32 Ballbk

Ballbk

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,783 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:01

ตัวเหิ้ย ที่คิดร้ายต่อในหลวง มันยังบวชได้เลยครับ
แถมได้ไปเที่ยวอินเดีย อีกต่างหาก เหิ้ยป่ะล่ะ

"ความดี กับ ความเลว

ความจริง กับ คำโกหก

ความถูกต้อง กับ การทำผิดกฎหมาย"

ถ้าเกิดเป็น คน ไม่ได้เกิดเป็น ควาย มันไม่ต้องให้ทายหรอก ว่าจะเลือกอย่างไหน

 


#33 sigree

sigree

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,883 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:09

Posted Image

ก็เสื่อมไงครับ :(

ปุก ผมมุสลิมนะ ไม่ใช่พุทธ

แต่ รายการวันที่วูดดี้ไปสัมภาษณ์ท่าน ว. ผมชม และมีชาวพุทธหลายคนชม

หัวกระทู้คือ
กะเทย แต๋ว ตุ๊ด เกย์ บวชเป็นพระ คุณคิดว่ายังไงในฐานะชาวพุทธ ??


คุณเอาภาพนี้มา ตอบชัดๆ คุณใช่ภาพท่าน ว. ทำไม?

#34 tonythebest

tonythebest

    สมาชิกขั้นสูง 178 เซนติเมตร

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,595 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:04

มันเป็นความเสื่อมในหัวจิตของเสื้อแดงชั้นต่ำอย่างโปกเท่านั้น
เหตุอาจเพราะท่าน ว มิได้ประกาศตัวสนับสนุนเสื้อแดงกระมังครับ
เพียงเหตุภาพการกอดเอาของพิธีกรกับพระ ก็เป็นเครื่องมือให้สัตว์ไร้ศาสนาอย่างโปกเอามาเล่นได้
ทั้งที่หากโปกไม่ต่ำช้จนเกินไป จนไม่สามารถเห็นวิถีของท่าน ว ผ่านทางสื่อ
โปกคงมองเหมือนเช่นภาพเกย์ 2 คนกอดกันอย่างนั้น

มันคือกมลสันดานครับ
กมลสันดานของไพร่แดงต่ำช้า ที่มักพยายามดึงสิ่งสูงลงมาเกลือกกลั้วกับสัตว์ระดับเดียวกะตนเอง
เพราะสัตว์ประเภทนั้น การสมสู่โดยไม่รู้หน้าที่ ไม่รู้ตำแหน่ง ไม่รู้วงศ์วานว่านเครือ
เป็นเรื่องปกติ จึงเกิดลูกที่ไม่ตั้งใจ และคิดเห็นแบบต่ำช้าสืบทอดต่อๆ กันไปเช่นนี้

ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ

 

 

 

เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน

จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน


#35 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:05

ขออภัยพี่โทนี่ครับ ถูกกระทู้แล้วครับ

Edited by David_GinoLa, 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:10.

"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#36 ริวมะคุง

ริวมะคุง

    ห้ามให้อาหารสัตว์

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,577 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:09

คนเสื้อแดงไม่เคยมองเหตุ ดูแต่ผลอย่างเดียว

ไม่รู้ว่าโปกเจตนาหรือปล่าวนะ แต่ถ้าเจตนาก็เข้าใจเลยว่าหมอนี่คงไม่มีศาสนาในหัวใจ
Posted Image

#37 Grimmy

Grimmy

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,178 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:10

เป็นตุ๊ดเป็นแต๋วก็เป็นไปไมมีใครว่า แต่เมื่อไปบวชห่มผ้าเหลืองควรจะสำรวม เก็บอาการนิดนึง

มันอยูที่จิตสำนึกคนบวชน่ะครับ

#38 ไอโอดีนแมน

ไอโอดีนแมน

    มันเป็นศาสตร์ของความฮา!

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,014 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:00

หลักศาสนา เค้าก็ห้ามไว้แล้วครับ

เพราะงั้น ถ้าเจอพวกนี้ ก็แค่"พวกตุ๊ด" ที่ห่มผ้าเหลืองเท่านั้นเอง ถือว่า"หลุดจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์"แล้วครับ

ไม่จำเป็นต้องกราบไหว้ครับ

:D :D :D
"If you tell the truth, you don’t have to remember anything."

#39 zeedzaad

zeedzaad

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,963 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:15

ศาสนาพุทธ ไม่เคยมีกฏหมายพุทธ

พระธรรมวินัย ใช้กำกับ มาตรการทางสังคมก็แค่ บอยคอร์ท

จะเอากฎหมายทางโลกไปเกี่ยวกับทางธรรมทำไม

โลกติเตียนก็เพียงพอแล้ว
“A fool's brain digests philosophy into folly, science into superstition, and art into pedantry. Hence University education. ”George Bernard Shaw

#40 คนสับปะหลี้

คนสับปะหลี้

    สูงสุดแดนสยาม

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,262 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:15

ส่วนตัวเห็นว่าไม่เหมาะสม แต่ในพระไตรปิฎก ก็มีบอกไว้ถ้าพบว่าบวชอยู่ให้สึก แต่ทำไม่ถึงปล่อยปละละเลยกัน จริงๆไม่น่าจะบวชให้อยู่แล้วด้วยครับ

http://guru.google.c...c5c536cbe956893

ประเภทที่บวชแล้วต้องให้สึก

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบัน คือ บัณเฑาะก์ (กะเทย) ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบันคือ อุภโตพยัญชนก (คนมี ๒ เพศ) ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้ว ต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอนุปสัมบัน คือ คนลักเพศ(คนปลอมบวช) ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบัน คือ ผู้ไปเข้ารีตเดียรถีย์ (ลัทธิที่เป็นมิจฉาทิฐิ) ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอนุปสัมบันคือ คนฆ่ามารดา ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้ว ต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบันคือ คนฆ่าบิดา ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้ว ต้องให้สึกเสีย.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนุปสัมบันคือ คนผู้ทำสังฆเภท ภิกษุไม่พึงให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้ว ต้องให้สึกเสีย.

(ที่มา : พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม 6 หน้า 338)


แต่มันก็ทำไม่ได้ เพราะว่าศาสนาพุทธมันมีหลายนิกาย ส่วนใหญ่มหานิกายเขาไม่ถือกัน ส่วนตัวผมก็ไม่เห็นด้วยครับที่จะให้บวช ปัจจุบันเลยเลือกไปวัด ส่วนใหญ่จะไปที่วัดนิกายเถรวาท สายวิปัสสนากรรมฐานครับ พวกวัดป่า หรือที่ท่านถือธุดงควัตร

"ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ" - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

"คนเราสามารถเปลี่ยนต้นไม้ประหลาด ให้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนคนผิดให้เป็นพระเจ้า เปลี่ยนสีขาวให้เป็นสีดำ เพียงเพราะความเชื่อของตัวเองเพียงเท่านั้น"


#41 someone

someone

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,281 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:38

อันนี้ความคิดส่วนตัวนะครับ

ผมว่า ตุ๊ด เกย์ ถ้าไปบวชแล้ว ระงับกริยาอาการ แล้วสำรวมเหมือนพระสงฆ์ที่อยู่ในศีลในธรรม ก็โอเคนะผมว่า

แต่ถ้าบวชเป็นพระแล้วยัง ตุ๊ดแตก ไม่ไหวอ่ะ อุบาทว์

#42 voodoo

voodoo

    ไม่เป็นกลาง

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,202 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:39

ผู้ครองเพศบรรพชิต ต้องตัดขาดจากเพศเดิมโดยสิ้นเชิง
ถ้าบวชแล้วยังคิดว่า เป็นชาย หญิง ตุ๊ด ทอม ก็ต้องลาเพศบรรพชิต
ผมพูดรวมถึงภิกษุณีด้วย เพราะตอนนี้เมืองไทยมีภิกษุณีแล้ว
ส่วนพวกแม่ชี ผมไม่ชอบเลยที่มีคนไปนับถือยังกับเป็นพระ
ผมเคยไปนั่งที่ม้านั่งข้างแม่ชี แล้วชีสะดุ้งลุกหนียังกะโดนไฟช็อท
" สลิ่มที่ไม่กล้่าเปิดตัวต่อสาธารณชนเท่าไรนัก เนื่องจากไม่ได้ทำประกันอัคคีภัย "

#43 P2iUSz

P2iUSz

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,372 posts

ตอบ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:57

แต่ผมคิดว่า ถ้าขณะอยู่ในเพศบรรพชิตแล้วปฏิบัติตนตามครรลอง ไม่ทำตัวอย่างที่เป็นข่าว เช่น แต่งหน้า ทาปาก โพสต์ท่าถ่ายรูปจนเกินเลย
ผมยอมรับได้นะ เพราะคนต่างจังหวัดมีความเชื่อเรื่องการบวชเพื่อแทนคุณพ่อแม่ ถ้าบวชแล้วประพฤติตนเหมาะสม ผมว่าไม่น่าเสียหาย
"หากคุณทำผิดพลาด คุณก็แค่ทำให้มันถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย"" สิ่งเดียวที่ทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่คนดีๆ นิ่งดูดาย " - Edmund Burke & Zen

#44 annykun

annykun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,567 posts

ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:50

ไอ้โปก จิตใจต่ำช้ามาก

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม  คือ   ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

คุณธรรมที่พร้ำสอน  ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา   ส่วน  ประชาธิปไตยน่ะรึ  เอาเข้าจริงๆ  สำคัญอันใด?? 

 


#45 blue

blue

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,979 posts

ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:05

กรณีของพระที่เป็นตุ๊ด เป็นเกย์ นี่ ผมว่าถ้าเรามองผิวเผินเราก็อาจคิดว่าถ้าเขาประพฤติ
อยู่ในกรอบก็น่าบวชได้ แต่ผมอยากให้มองอีกมุมหนึ่งครับ ว่า
1. เขาเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ นี่เขาไม่ได้แกล้งเป็น ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดจากความผิดปกติของฮอโมนเพศหรือเปล่า
2. เขาเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ นี่เขาชอบผู้ชายซึ่งเป็นเพศเดียวกัน ไม่ได้ชอบผู้หญิงซึ่งเป็นเพศตรงข้าม
3. เขาเข้าไปบวช ไม่ได้หมายถึงว่าเขาหมดกิเลส ขณะบวชก็ยังมีกิเลสเหมือนคนทั่วไป มีรัก โลภ โกรธ หลง
4. เขาเข้าไปบวช รวมกับพระซึ่งเป็นผู้ชายล้วน ๆ ความรู้สึกจะเหมือนกับให้พระที่เป็นชาย ไปอยู่รวมกับชีไหม
โอกาสที่มันจะเกิดปัญหาสร้างความเสื่อมเสียจะมีสูงไหม โดยไม่ต้องรอว่าเขาออกมาแสดงภาพต่อสังคมก่อน

#46 Nong

Nong

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,124 posts

ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:32

ความจริงพระพุทธเจ้าท่านทรงบัญญัติกฎไว้อยู่แล้ว ซึ่่งก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว
แต่เพราะความไม่ใส่ใจของคนรุ่นหลังนั่นเอง
ถ้าไม่คิดทำตามกฎ คิดแค่ เออไงก็ได้ อลุ่มอล่วย
เรื่่องวุ่น ๆ ก็ตามมาเป็นขบวนอย่างที่เรา ๆ เห็นกันอยู่
ทำให้ศาสนาต้องมัวหมอง




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน