คิดอย่างไรกับการปฏิวัติที่ เขาลือ
#1
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:24
#2
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:28
เตรียมใจและกายให้พร้อมก่อนล่วงหน้าได้เลยครับ
#3
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:29

POPULAR
หามือดีบินไปดูไบ ถูกกว่าเยอะ
- My Will, MuuSang, พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน and 18 others like this
#5
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:34
แต่ถ้าประชาชนอย่างเราๆออกมาขับไล่ คอยจับผิด เอาผิดทางกฎหมาย เดี๋ยวพวกมันก็อยู่ไม่ได้ครับ
ถ้าปฏิวัติอีก ประเทศจะต้องล้าหลังออกไปอีกอย่างน้อย 5-10ปี กว่าจะฟื้นมาได้ พม่าคงแซงหน้าเราไป
เอ็งขอเป็น"ขี้ข้าโจร" ข้าเลือกเป็น"ข้าธุลีพระบาท" เอ็งขอเป็น"ไพร่" ข้าเลือกเป็น"พสกนิกร"
#6
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:36

POPULAR
เพราะ.บางคน บางกลุ่มกำลังหาทางลง แบบโยนความผิดให้คนอื่นอยู่
ให้ทุกอย่างจบเพราะคนเริ่มต้น...เจอทางตันแบบไปไม่เป็นเองจะดีกว่า
ให้ทุกคนที่หลงคารม หลงชื่นชมแบบไร้เหตุ ไร้ผล..ได้รับบทเรียนด้วยตัวเอง
ให้ได้รู้ว่า...คนเลว...และ คนดี แตกต่างกันอย่างไร
ประเทศอาจจะบอบช้ำบ้าง..แต่..ก็สามารถกอบกู้ขึ้นใหม่...ไม่เกินความสามารถ
ของคนไทยทุกคน
ดีกว่าปล่อยให้..ตัวเหลือบ เห็บ หมัด..มันเกาะกิน สูบเลือดสูบเนื้อ..
เป็นเนื้อร้าย ที่คอยทำลายประเทศอยู่แบบนี้..
#7
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:42
#8
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:52
จะแก้ต้องหาทางบังคับการใช้กฎหมายให้ได้มากกว่าที่จะไปแก้ข้อกฎหมาย
ปฎิวัติไม่ใช่ทางออก เป็นแค่การทำให้เกิดปัญหาและเพิ่มเงื่อนไขปัญหาให้มันซับซ้อนขึ้นไปอีก
Edited by Charlie, 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:52.
คนดีจริงไม่โกงที่วัด ไม่ยุแยงให้คนแตกแยก ไม่หลอกคนอื่นให้มารับเคราะห์ตายแทน
#9
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:59
#11
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:15
อยู่ข้างไหน เจ็บตายฟรี โดนคดีอีกต่างหาก ที่สำคัญ ไอ้คนที่สั่งให้ทำนั่นแหละ สั่งตั้ง กรรมการสอบเองเลย....
แค่นี้ เค้าก็เข็ดขี้เข็ดเยี่ยวกันแล้ว ....
เกมหฤโหดทำกองทัพระส่ำ
ที่ผ่านมาข้อมูลเหล่านี้เรียกขานเป็นภาษาของหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือ ทหารว่า "ก.2" คือเป็นข้อมูลหรือเรื่องที่ต้องหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นจริงอย่างที่ได้รับข่าวสารมาหรือไม่ว่า ทหารตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 และ 19 พฤษภาคม 2553
มาถึงวันนี้ระดับข้อมูลข่าวสารนั้นได้ยกระดับจาก "ก.2" เป็น "ก.1" เรียบร้อยแล้ว นั่นก็หมายความว่า ข่าวสารที่ได้รับมานั้นเป็นความจริง 100%
หมายความว่าทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกร โดยผู้ที่กระทำความผิดจะได้รับโทษสูงสุด
ถามว่าใครคือผู้ที่อยู่ในข่ายความผิดนี้ ?
1.เจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิต
2.หัวหน้าหน่วยที่อยู่ในบริเวณนั้น
3.ผู้บังคับหน่วยที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณนั้น แล้วก็ไล่ขึ้นไปจนถึงระดับสูง ทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น รวมทั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้น และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น
เพียงแต่ฝ่ายการเมืองนั้นมีโอกาสจะหลุดรอดจากข้อกล่าวหาเพราะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 เรื่องการใช้อาวุธ
มีการอนุญาตให้ใช้อาวุธป้องกันตนเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากจะใช้ก็ให้ยิงขึ้นฟ้า หรือยิงในทิศทางที่ปลอดภัย ให้ใช้ได้ตามกรอบของกฎหมาย และควรแก่เหตุ
การกำหนดวิธียิงนั้น ให้ยิงเมื่อปรากฏภัยคุกคาม หรือมีกลุ่มติดอาวุธ หรือมีกลุ่มที่มีท่าทีคุกคามต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์
สำหรับเป้าหมายก็มีการกำหนดเช่นกัน คือให้ใช้ในระยะ 30-50 เมตร เพื่อควบคุมวิถีกระสุนและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และหากจำเป็นต้องยิงก็ให้เลือกยิงระดับเข่าลงมา แต่ห้ามยิงผู้หญิงและเด็ก
สำคัญที่สุดคือการใช้อาวุธต้องไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามเท่านั้น
ทว่าเมื่อดูผลการสอบสวนทั้งของอัยการและตำรวจแล้วกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ผู้เสียชีวิตไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีคุกคาม ถูกยิงจากด้านหลัง ด้านข้าง ศีรษะ และถูกยิงในพื้นที่ปิดล้อมอย่างเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ทหาร!
ดังนั้นจึงไม่มีหนทางอื่นใดเลยที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ทหารหลุดพ้นจากข้อหาอันร้ายแรงนั้นได้
ถึงตรงนี้การเมืองคงจะไม่พลาดโอกาสที่จะรุกฆาต ด้วยการเร่งเร้าให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไปลงนามในสัตยาบันกับศาลโลก เพื่อเปิดทางให้คนเสื้อแดงนำคดีนี้ขึ้นฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
คำถามจึงเอ็ดอึงอยู่ในกองทัพว่า "พี่ครับจะทำอย่างไรดี"
ถามอย่างนี้คงไม่ต้องบอกว่า ระส่ำกันแค่ไหน เพราะในแง่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัตินั้นมั่นใจว่าทำตามกรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้การร้ายก็มุ่งทำลายสถาบัน เมื่อมีคำสั่งก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ปฏิบัติ
แต่เมื่อทำแล้วกลับมาถูกดำเนินคดี กลายเป็นฆาตกรเข่นฆ่าประชาชนสำหรับพวกเขาแล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหน
http://www.komchadlu...องทัพระส่ำ.html
"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"
"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"
"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"
#12
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:16
ทำแล้วไม่ได้อะไรนอกจากเป็นแพะให้ "ใครที่เรารู้ๆ อยู่" ใช้เป็นข้ออ้างเวลาทำอะไรไม่สำเร็จ
อยากให้พวกท่านเหล่านั้นบริหารให้เต็มที่ แล้วมาดูว่าจะทำอะไรได้สักเท่าไร เชื่อว่าถ้าหน่วยงานด้านการตรวจสอบไม่อ่อนแอ
เขาคงไม่สามารถทำอะไรได้ง่ายๆ เนื่องจากพวกนี้ เอามันสส์ เข้าว่า ไม่ค่อยสนข้อกฎหมายทำให้เป็นช่องโหว่ในการดำเนินงาน
“The power of the people is stronger than the people in power”
― ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี
#13
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:36
......เดี๋ยวก็โดนไล่ลงเอง เพราะพวกสาวกอาจทนการบริหารแบบนี้ไม่ไหว ก็จะกระชากลงมากันเองนั่นแหล่ะ...
ถ้าปฎิวัติ ..................เขาจะได้โอกาส นับ 1 ใหม่ทันที
Edited by ลมเย็น, 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 20:38.
....เพราะฉะนั้น...รีบไปซะ ก่อนที่พวกมรึงจะไม่กลับมาเหยียบอีก
#14
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:12
รอให้มันพังด้วยมือ ตัวเอง ให้ควาย มันคิดเองให้ได้
ส่วนอำมาตย์อย่างผม ก็รอสะใจ อย่างเดียว
#15
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:16
#16
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:18
Edited by RiDKuN_user, 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:18.
~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~
#17
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:41
และถ้าให้ดี ต้องขุดพวกไพร่แดงให้มันไปอยู่ในหลุมกันให้หมด บ้านเมืองเจริญขึ้นแน่นอน
#18
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 19:43
#20
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:13
ปฏิวัติ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะ ทหาร เข้าใจแล้วว่า อยู่ข้างไหนแล้วเป็นอย่างไร .. อยู่ข้างไหนดูแลดี เจ็บตาย มีเยียวยา ได้ใจไปเต็มๆ
อยู่ข้างไหน เจ็บตายฟรี โดนคดีอีกต่างหาก ที่สำคัญ ไอ้คนที่สั่งให้ทำนั่นแหละ สั่งตั้ง กรรมการสอบเองเลย....
แค่นี้ เค้าก็เข็ดขี้เข็ดเยี่ยวกันแล้ว ....
เกมหฤโหดทำกองทัพระส่ำ
ที่ผ่านมาข้อมูลเหล่านี้เรียกขานเป็นภาษาของหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือ ทหารว่า "ก.2" คือเป็นข้อมูลหรือเรื่องที่ต้องหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นจริงอย่างที่ได้รับข่าวสารมาหรือไม่ว่า ทหารตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 และ 19 พฤษภาคม 2553
มาถึงวันนี้ระดับข้อมูลข่าวสารนั้นได้ยกระดับจาก "ก.2" เป็น "ก.1" เรียบร้อยแล้ว นั่นก็หมายความว่า ข่าวสารที่ได้รับมานั้นเป็นความจริง 100%
หมายความว่าทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกร โดยผู้ที่กระทำความผิดจะได้รับโทษสูงสุด
ถามว่าใครคือผู้ที่อยู่ในข่ายความผิดนี้ ?
1.เจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิต
2.หัวหน้าหน่วยที่อยู่ในบริเวณนั้น
3.ผู้บังคับหน่วยที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณนั้น แล้วก็ไล่ขึ้นไปจนถึงระดับสูง ทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น รวมทั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้น และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น
เพียงแต่ฝ่ายการเมืองนั้นมีโอกาสจะหลุดรอดจากข้อกล่าวหาเพราะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 เรื่องการใช้อาวุธ
มีการอนุญาตให้ใช้อาวุธป้องกันตนเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากจะใช้ก็ให้ยิงขึ้นฟ้า หรือยิงในทิศทางที่ปลอดภัย ให้ใช้ได้ตามกรอบของกฎหมาย และควรแก่เหตุ
การกำหนดวิธียิงนั้น ให้ยิงเมื่อปรากฏภัยคุกคาม หรือมีกลุ่มติดอาวุธ หรือมีกลุ่มที่มีท่าทีคุกคามต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์
สำหรับเป้าหมายก็มีการกำหนดเช่นกัน คือให้ใช้ในระยะ 30-50 เมตร เพื่อควบคุมวิถีกระสุนและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และหากจำเป็นต้องยิงก็ให้เลือกยิงระดับเข่าลงมา แต่ห้ามยิงผู้หญิงและเด็ก
สำคัญที่สุดคือการใช้อาวุธต้องไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามเท่านั้น
ทว่าเมื่อดูผลการสอบสวนทั้งของอัยการและตำรวจแล้วกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ผู้เสียชีวิตไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีคุกคาม ถูกยิงจากด้านหลัง ด้านข้าง ศีรษะ และถูกยิงในพื้นที่ปิดล้อมอย่างเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ทหาร!
ดังนั้นจึงไม่มีหนทางอื่นใดเลยที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ทหารหลุดพ้นจากข้อหาอันร้ายแรงนั้นได้
ถึงตรงนี้การเมืองคงจะไม่พลาดโอกาสที่จะรุกฆาต ด้วยการเร่งเร้าให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไปลงนามในสัตยาบันกับศาลโลก เพื่อเปิดทางให้คนเสื้อแดงนำคดีนี้ขึ้นฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
คำถามจึงเอ็ดอึงอยู่ในกองทัพว่า "พี่ครับจะทำอย่างไรดี"
ถามอย่างนี้คงไม่ต้องบอกว่า ระส่ำกันแค่ไหน เพราะในแง่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัตินั้นมั่นใจว่าทำตามกรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้การร้ายก็มุ่งทำลายสถาบัน เมื่อมีคำสั่งก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ปฏิบัติ
แต่เมื่อทำแล้วกลับมาถูกดำเนินคดี กลายเป็นฆาตกรเข่นฆ่าประชาชนสำหรับพวกเขาแล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหน
http://www.komchadlu...8%E0%B8%B3.html
ม่ายยยยยยยยยยยยเอา
เค้าจะเอาน้ำมันลิตรละ 100 คร้า เพราะเค้าคิดว่ามันไม่แพง แล้วเค้าก็เอาอยู่
#22
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:19
ข่าวใหญ่แต่วันนี้ดูเงียบๆกมธ.ปรองดองเห็นชอบข้อเสนอสถาบันพระปกเกล้าให้นิรโทษคดีการเมืองและเห็นชอบทางเลือกที่3ให้คดีคตส.เป็นโมฆะทั้งหมด?
เหมือนบวรศักดิ์ ชง
พท.ในกรรมาธิการ ตบ
ทำแบบนี้ คือ หนึ่งในเงื่อนไข
บวรศักดิ์ไว้ใจไม่ได้
#23
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:21
ปฏิวัติ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะ ทหาร เข้าใจแล้วว่า อยู่ข้างไหนแล้วเป็นอย่างไร .. อยู่ข้างไหนดูแลดี เจ็บตาย มีเยียวยา ได้ใจไปเต็มๆ
อยู่ข้างไหน เจ็บตายฟรี โดนคดีอีกต่างหาก ที่สำคัญ ไอ้คนที่สั่งให้ทำนั่นแหละ สั่งตั้ง กรรมการสอบเองเลย....
แค่นี้ เค้าก็เข็ดขี้เข็ดเยี่ยวกันแล้ว ....
เกมหฤโหดทำกองทัพระส่ำ
ที่ผ่านมาข้อมูลเหล่านี้เรียกขานเป็นภาษาของหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือ ทหารว่า "ก.2" คือเป็นข้อมูลหรือเรื่องที่ต้องหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นจริงอย่างที่ได้รับข่าวสารมาหรือไม่ว่า ทหารตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 และ 19 พฤษภาคม 2553
มาถึงวันนี้ระดับข้อมูลข่าวสารนั้นได้ยกระดับจาก "ก.2" เป็น "ก.1" เรียบร้อยแล้ว นั่นก็หมายความว่า ข่าวสารที่ได้รับมานั้นเป็นความจริง 100%
หมายความว่าทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกร โดยผู้ที่กระทำความผิดจะได้รับโทษสูงสุด
ถามว่าใครคือผู้ที่อยู่ในข่ายความผิดนี้ ?
1.เจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิต
2.หัวหน้าหน่วยที่อยู่ในบริเวณนั้น
3.ผู้บังคับหน่วยที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณนั้น แล้วก็ไล่ขึ้นไปจนถึงระดับสูง ทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น รวมทั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้น และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น
เพียงแต่ฝ่ายการเมืองนั้นมีโอกาสจะหลุดรอดจากข้อกล่าวหาเพราะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 เรื่องการใช้อาวุธ
มีการอนุญาตให้ใช้อาวุธป้องกันตนเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากจะใช้ก็ให้ยิงขึ้นฟ้า หรือยิงในทิศทางที่ปลอดภัย ให้ใช้ได้ตามกรอบของกฎหมาย และควรแก่เหตุ
การกำหนดวิธียิงนั้น ให้ยิงเมื่อปรากฏภัยคุกคาม หรือมีกลุ่มติดอาวุธ หรือมีกลุ่มที่มีท่าทีคุกคามต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์
สำหรับเป้าหมายก็มีการกำหนดเช่นกัน คือให้ใช้ในระยะ 30-50 เมตร เพื่อควบคุมวิถีกระสุนและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และหากจำเป็นต้องยิงก็ให้เลือกยิงระดับเข่าลงมา แต่ห้ามยิงผู้หญิงและเด็ก
สำคัญที่สุดคือการใช้อาวุธต้องไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามเท่านั้น
ทว่าเมื่อดูผลการสอบสวนทั้งของอัยการและตำรวจแล้วกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ผู้เสียชีวิตไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีคุกคาม ถูกยิงจากด้านหลัง ด้านข้าง ศีรษะ และถูกยิงในพื้นที่ปิดล้อมอย่างเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ทหาร!
ดังนั้นจึงไม่มีหนทางอื่นใดเลยที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ทหารหลุดพ้นจากข้อหาอันร้ายแรงนั้นได้
ถึงตรงนี้การเมืองคงจะไม่พลาดโอกาสที่จะรุกฆาต ด้วยการเร่งเร้าให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไปลงนามในสัตยาบันกับศาลโลก เพื่อเปิดทางให้คนเสื้อแดงนำคดีนี้ขึ้นฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
คำถามจึงเอ็ดอึงอยู่ในกองทัพว่า "พี่ครับจะทำอย่างไรดี"
ถามอย่างนี้คงไม่ต้องบอกว่า ระส่ำกันแค่ไหน เพราะในแง่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัตินั้นมั่นใจว่าทำตามกรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้การร้ายก็มุ่งทำลายสถาบัน เมื่อมีคำสั่งก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ปฏิบัติ
แต่เมื่อทำแล้วกลับมาถูกดำเนินคดี กลายเป็นฆาตกรเข่นฆ่าประชาชนสำหรับพวกเขาแล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหน
http://www.komchadlu...8%E0%B8%B3.html
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#24
ตอบ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:28
อย่างคราวก่อนก็เริ่มส่งเวียนกันช่วงเดือนสิงหาคมครับ
ลองทายกันดูครับว่าหนังสือเวียนในตอนนี้ได้ถูกส่งออกไปหรือยังเอ่ย คุณเฮนไตผู้ที่มั่นใจว่าไม่เกิดแน่ๆลองทายดูไหมครับ
Edited by wisary, 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:35.
#25
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:20
หนึ่งในนั้นคือ รัฐบาลเข้มแข็งเกินไป
เพราะถ้ารัฐบาลเข้มแข็งเกิน ประชาชนจะไม่มีโอกาสเงยหน้าอ้าปาก คือถูกกดขี่อยู่ตลอดเวลา เช่น รัฐบาลตักขี้ที่มีพวกเป็นสส.ทั้งสภา ซื้อสว.ทั้งหมด ซื้อหน่วยงานข้าราชการ ซื้อองค์กรอิสระ อันไหนที่ซื้อไม่ได้ก็กำจัดซะ เป็นต้น
แต่กรณีรัฐบาลปูผมว่าไม่เข้มแข็งขนาดนั้นนะ ป้าปูว์รับน้ำแกยืนเฉยๆ ก็จะล้มแล้ว อีกไม่นานก็แห้งตายด้วยฝีมือนโยบายของตัวเอง
ไฉนเลยที่ทหารต้องเอารถถังออกมาวิ่งเพื่อจะทำสงครามกับป้าบ้าเซ็กส์คนนึง
ผมว่าทหารไม่โง่..
#26
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:25
คำนวนซ้ายขวาดูแล้วงัยงัยก็ไม่คุ้ม ทหารไม่โง่หรอก ปล่อยให้อดหายห่านไปเองดีกว่าสบายกว่าเยอะ
#27
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:28
#28
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:29
การปฏิวัติจะเกิดขึ้นได้ต้องมีปัจจัยหลายอย่างรวมกัน
หนึ่งในนั้นคือ รัฐบาลเข้มแข็งเกินไป
เพราะถ้ารัฐบาลเข้มแข็งเกิน ประชาชนจะไม่มีโอกาสเงยหน้าอ้าปาก คือถูกกดขี่อยู่ตลอดเวลา เช่น รัฐบาลตักขี้ที่มีพวกเป็นสส.ทั้งสภา ซื้อสว.ทั้งหมด ซื้อหน่วยงานข้าราชการ ซื้อองค์กรอิสระ อันไหนที่ซื้อไม่ได้ก็กำจัดซะ เป็นต้น
แต่กรณีรัฐบาลปูผมว่าไม่เข้มแข็งขนาดนั้นนะ ป้าปูว์รับน้ำแกยืนเฉยๆ ก็จะล้มแล้ว อีกไม่นานก็แห้งตายด้วยฝีมือนโยบายของตัวเอง
ไฉนเลยที่ทหารต้องเอารถถังออกมาวิ่งเพื่อจะทำสงครามกับป้าบ้าเซ็กส์คนนึง
ผมว่าทหารไม่โง่..![]()
![]()
ป้าปูว์รับน้ำแกยืนเฉยๆ
+ป้าบ้าเซ็กส์คนนึง
- idolation likes this
#29
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:50
แต่ละชาติต่างคิดถึงประโยชน์ชาติตนเท่านั้น
ไม่สนใจหรอกว่าคู่คบคู่ค้าจะปกครองด้วยระบอบอะไร
หากตนได้ผลประโยชน์ก็ยอมรับได้ทั้งนั้น
อเมริกันคบซาอุฯทั้งที่ซาอุฯไม่เคยมีการเลือกตั้ง
อเมริกันลงทุนในไทยสูงสุดสมัยสฤษดิ์ ธนะรัชต์
บาห์เรนปราบปรามประชาชน ฝรั่งไม่ว่าอะไร
แต่รวมหัวกันกินโต๊ะกัดดาฟีแทน
ถ้าจะทำก็ลงมือเถอะครับ
แต่ทำให้จบนะครับ อย่าให้เหมือนคราวที่แล้ว
- ด๋อยแทง likes this
#30
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 08:59
ไม่คิดว่าจะได้ผลครับ ... ถ้าขับไล่โดยประชาชนอย่างเราๆผลคือไม่เป็นประชาธิปไตย 15 ล้านเสียงจะอุ้มมันกลับมา จริงๆผมว่าประชาชนอย่างเราๆจะกระเจิงก่อนไล่เพราะกลุ่มเสื้อแดงใหญ่กว่าเยอะไม่อยากให้ทหารออกมาปฏิวัติครับ เพราะไม่ได้หมายความว่าคนไทย 15ล้านเสียงนั่นจะยอมรับ
แต่ถ้าประชาชนอย่างเราๆออกมาขับไล่ คอยจับผิด เอาผิดทางกฎหมาย เดี๋ยวพวกมันก็อยู่ไม่ได้ครับ
ถ้าปฏิวัติอีก ประเทศจะต้องล้าหลังออกไปอีกอย่างน้อย 5-10ปี กว่าจะฟื้นมาได้ พม่าคงแซงหน้าเราไป
เอาผิดทางกฏหมาย ก็ไม่ได้ผลอย่างที่เห็นกันอยู่ เผลอๆ มันจะเล่นกกหมายอยู่หมัดเอาด้วยในเร็ววันนี้
#31
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:03
ผมว่าปฎิวัติต้นทุนมันสูงไปไม่คุ้ม หามือดีบินไปดูไบ ถูกกว่าเยอะ
เห็นด้วยครับ แต่ผมว่าไม่ต้องไปไกลถึงดูไบหรอก ลำบากมาก...
ส่งมือดีไปฝั่งตัวล่วงหน้า ที่ลาวกับเขมร สองที่นี้ก็พอแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยยังไม่ดี ชายแดนอยู่ติดกัน เข้าออกสะดวก ขุมข่ายงานลับก็มี รอจังหวะเหมาะ ก็ "เปรี้ยง" ปิดบัญชี จะได้จบๆซะที
ปราบโจร ให้จัดการหัวหน้าโจร
ทำศึกสงคราม ให้จัดการแม่ทัพ
ฆ่าทศกัณฑ์ ให้จัดการที่หัวใจ...
สำหรับการปฏิวัติ ขอให้เป็นหนทางสุดท้ายจริงๆเถอะ ตอนนี้รอให้ นโยบาย ฆ่าควาย ไปเรื่อยๆก็พอ...
- HWD and ไอโอดีนแมน like this
"ควาย" ในความหมายของผม คือ คนที่มีความคิด เล่นเน็ตเป็น แต่แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด ไม่ได้
มิได้หมายถึง ชาวรากหญ้า ที่เป็นเหยื่อในสงครามทางความคิดครั้งนี้
"คนชั่ว" จะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา... อยากให้ถึงวรรคท้ายของคำทำนาย ไวๆ ว่ะ...
#32
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:23
ถ้าทำขึ้นมาได้ไม่คุ้มเสียนอกเสียจากว่าล้างบางจริงๆ ถ้าทำรัฐปรหารแบบที่ผ่านๆมา
มันก็อยู่ในวงจรเดิม รัฐประหาร > นิรโทษกรรม > เลือกตั้ง > ได้หน้าเดิม > loop
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#33
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:23
สร้างศัตรูร่วมกัน จะได้เกาะกลุ่มกันใว้
ปกปิดเรื่องเน่าของแกนนำ
#34
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:26
ผมมองว่า มันจะไม่มีวันจบ
กี่ครั้งมาแล้ว ที่การปฏิวัติ รัฐประหาร มีผลสืบเนื่องมาย้อนหลัง
มันเป็นการแก้ปัญหาที่ก่อปัญหาเพิ่มเสียมากกว่า
อย่างที่หลายท่านว่า
เราคงทำได้แต่เพียงรอให้พวกมันแห้งตายไป
นั่งดูพวกมัน เผาตัวเองไปเรื่อยๆ
ผมไม่เชื่อว่า “เพื่อแม้ว” จะเป็นดั่งนกฟินิกส์
ที่เมื่อเผาตัวเองไป จะกลับฟื้นคืนมาได้
คนแบบนั้น ไม่ได้งามขนาดจะกลับคืนมาทำอะไรชั่วๆ ได้อีก
เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
#35
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:12
.ปฏิวัติ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะ ทหาร เข้าใจแล้วว่า อยู่ข้างไหนแล้วเป็นอย่างไร .. อยู่ข้างไหนดูแลดี เจ็บตาย มีเยียวยา ได้ใจไปเต็มๆ
อยู่ข้างไหน เจ็บตายฟรี โดนคดีอีกต่างหาก ที่สำคัญ ไอ้คนที่สั่งให้ทำนั่นแหละ สั่งตั้ง กรรมการสอบเองเลย....
แค่นี้ เค้าก็เข็ดขี้เข็ดเยี่ยวกันแล้ว ....
เกมหฤโหดทำกองทัพระส่ำ
ที่ผ่านมาข้อมูลเหล่านี้เรียกขานเป็นภาษาของหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือ ทหารว่า "ก.2" คือเป็นข้อมูลหรือเรื่องที่ต้องหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นจริงอย่างที่ได้รับข่าวสารมาหรือไม่ว่า ทหารตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 และ 19 พฤษภาคม 2553
มาถึงวันนี้ระดับข้อมูลข่าวสารนั้นได้ยกระดับจาก "ก.2" เป็น "ก.1" เรียบร้อยแล้ว นั่นก็หมายความว่า ข่าวสารที่ได้รับมานั้นเป็นความจริง 100%
หมายความว่าทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกร โดยผู้ที่กระทำความผิดจะได้รับโทษสูงสุด
ถามว่าใครคือผู้ที่อยู่ในข่ายความผิดนี้ ?
1.เจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิต
2.หัวหน้าหน่วยที่อยู่ในบริเวณนั้น
3.ผู้บังคับหน่วยที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณนั้น แล้วก็ไล่ขึ้นไปจนถึงระดับสูง ทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น รวมทั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้น และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น
เพียงแต่ฝ่ายการเมืองนั้นมีโอกาสจะหลุดรอดจากข้อกล่าวหาเพราะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 เรื่องการใช้อาวุธ
มีการอนุญาตให้ใช้อาวุธป้องกันตนเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากจะใช้ก็ให้ยิงขึ้นฟ้า หรือยิงในทิศทางที่ปลอดภัย ให้ใช้ได้ตามกรอบของกฎหมาย และควรแก่เหตุ
การกำหนดวิธียิงนั้น ให้ยิงเมื่อปรากฏภัยคุกคาม หรือมีกลุ่มติดอาวุธ หรือมีกลุ่มที่มีท่าทีคุกคามต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์
สำหรับเป้าหมายก็มีการกำหนดเช่นกัน คือให้ใช้ในระยะ 30-50 เมตร เพื่อควบคุมวิถีกระสุนและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และหากจำเป็นต้องยิงก็ให้เลือกยิงระดับเข่าลงมา แต่ห้ามยิงผู้หญิงและเด็ก
สำคัญที่สุดคือการใช้อาวุธต้องไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามเท่านั้น
ทว่าเมื่อดูผลการสอบสวนทั้งของอัยการและตำรวจแล้วกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ผู้เสียชีวิตไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีคุกคาม ถูกยิงจากด้านหลัง ด้านข้าง ศีรษะ และถูกยิงในพื้นที่ปิดล้อมอย่างเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ทหาร!
ดังนั้นจึงไม่มีหนทางอื่นใดเลยที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ทหารหลุดพ้นจากข้อหาอันร้ายแรงนั้นได้
ถึงตรงนี้การเมืองคงจะไม่พลาดโอกาสที่จะรุกฆาต ด้วยการเร่งเร้าให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไปลงนามในสัตยาบันกับศาลโลก เพื่อเปิดทางให้คนเสื้อแดงนำคดีนี้ขึ้นฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
คำถามจึงเอ็ดอึงอยู่ในกองทัพว่า "พี่ครับจะทำอย่างไรดี"
ถามอย่างนี้คงไม่ต้องบอกว่า ระส่ำกันแค่ไหน เพราะในแง่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัตินั้นมั่นใจว่าทำตามกรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้การร้ายก็มุ่งทำลายสถาบัน เมื่อมีคำสั่งก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ปฏิบัติ
แต่เมื่อทำแล้วกลับมาถูกดำเนินคดี กลายเป็นฆาตกรเข่นฆ่าประชาชนสำหรับพวกเขาแล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหน
http://www.komchadlu...8%E0%B8%B3.html
.
.
.
ไม่เชื่อครับ - อย่ามาเสี้ยมเลย
#36
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 13:59
อะไรที่เค้าอ้างเราอย่าทำ น้ำท่วมคราวที่แล้ว อ้างว่ามีคนกักน้ำ ตอนนี้ น้ำแห้ง จะไปโทษใคร ปีนี้แห้ง กลัวไม่มีน้ำปีหน้าเก็บน้ำน้ำท่วม มันจะวนตายไปเอง
ปล่อยให้คนไทยตื่นเองดีกว่าครับ ตะโกนเข้าไปว่า ของถูกๆๆๆ ไม่ต้องแก้ปัญหาอะไรแบบนี้แหละ แล้วก็ใช้วิชาสะกดจิตควายๆทั้งหลาย ผมก็อยากรู้ว่า จะสะกดจิตไปได้อีกไกลแค่ไหน
#37
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:02
8 ปี ผม รอ ได้
แต่ควายแดงนี่สิจะรอได้หรื้อปล่าว
#38
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 14:14
ปฏิวัติ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะ ทหาร เข้าใจแล้วว่า อยู่ข้างไหนแล้วเป็นอย่างไร .. อยู่ข้างไหนดูแลดี เจ็บตาย มีเยียวยา ได้ใจไปเต็มๆ
อยู่ข้างไหน เจ็บตายฟรี โดนคดีอีกต่างหาก ที่สำคัญ ไอ้คนที่สั่งให้ทำนั่นแหละ สั่งตั้ง กรรมการสอบเองเลย....
แค่นี้ เค้าก็เข็ดขี้เข็ดเยี่ยวกันแล้ว ....
เกมหฤโหดทำกองทัพระส่ำ
ที่ผ่านมาข้อมูลเหล่านี้เรียกขานเป็นภาษาของหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือ ทหารว่า "ก.2" คือเป็นข้อมูลหรือเรื่องที่ต้องหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นจริงอย่างที่ได้รับข่าวสารมาหรือไม่ว่า ทหารตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 และ 19 พฤษภาคม 2553
มาถึงวันนี้ระดับข้อมูลข่าวสารนั้นได้ยกระดับจาก "ก.2" เป็น "ก.1" เรียบร้อยแล้ว นั่นก็หมายความว่า ข่าวสารที่ได้รับมานั้นเป็นความจริง 100%
หมายความว่าทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกร โดยผู้ที่กระทำความผิดจะได้รับโทษสูงสุด
ถามว่าใครคือผู้ที่อยู่ในข่ายความผิดนี้ ?
1.เจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิต
2.หัวหน้าหน่วยที่อยู่ในบริเวณนั้น
3.ผู้บังคับหน่วยที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณนั้น แล้วก็ไล่ขึ้นไปจนถึงระดับสูง ทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น รวมทั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้น และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น
เพียงแต่ฝ่ายการเมืองนั้นมีโอกาสจะหลุดรอดจากข้อกล่าวหาเพราะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 เรื่องการใช้อาวุธ
มีการอนุญาตให้ใช้อาวุธป้องกันตนเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากจะใช้ก็ให้ยิงขึ้นฟ้า หรือยิงในทิศทางที่ปลอดภัย ให้ใช้ได้ตามกรอบของกฎหมาย และควรแก่เหตุ
การกำหนดวิธียิงนั้น ให้ยิงเมื่อปรากฏภัยคุกคาม หรือมีกลุ่มติดอาวุธ หรือมีกลุ่มที่มีท่าทีคุกคามต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์
สำหรับเป้าหมายก็มีการกำหนดเช่นกัน คือให้ใช้ในระยะ 30-50 เมตร เพื่อควบคุมวิถีกระสุนและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และหากจำเป็นต้องยิงก็ให้เลือกยิงระดับเข่าลงมา แต่ห้ามยิงผู้หญิงและเด็ก
สำคัญที่สุดคือการใช้อาวุธต้องไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามเท่านั้น
ทว่าเมื่อดูผลการสอบสวนทั้งของอัยการและตำรวจแล้วกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ผู้เสียชีวิตไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีคุกคาม ถูกยิงจากด้านหลัง ด้านข้าง ศีรษะ และถูกยิงในพื้นที่ปิดล้อมอย่างเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ทหาร!
ดังนั้นจึงไม่มีหนทางอื่นใดเลยที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ทหารหลุดพ้นจากข้อหาอันร้ายแรงนั้นได้
ถึงตรงนี้การเมืองคงจะไม่พลาดโอกาสที่จะรุกฆาต ด้วยการเร่งเร้าให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไปลงนามในสัตยาบันกับศาลโลก เพื่อเปิดทางให้คนเสื้อแดงนำคดีนี้ขึ้นฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
คำถามจึงเอ็ดอึงอยู่ในกองทัพว่า "พี่ครับจะทำอย่างไรดี"
ถามอย่างนี้คงไม่ต้องบอกว่า ระส่ำกันแค่ไหน เพราะในแง่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัตินั้นมั่นใจว่าทำตามกรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้การร้ายก็มุ่งทำลายสถาบัน เมื่อมีคำสั่งก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ปฏิบัติ
แต่เมื่อทำแล้วกลับมาถูกดำเนินคดี กลายเป็นฆาตกรเข่นฆ่าประชาชนสำหรับพวกเขาแล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหน
http://www.komchadlu...8%E0%B8%B3.html
พูดมาเป็นปีละ ไม่เห็นจับม๊ากได้เลย พูดกี่ครั้งๆก็จะไม่พูดถึงเจ้าหน้าที่ ที่เสียชีวิต ไอ้พวก ดีแต่พูด รับแต่ชอบไม่รู้จักรับผิด แล้วเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต นี่เค้าโดนใครยิง?
#39
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:18
คงต้องการมากสินะ หาทางลง(และขึ้นใหม่)มานานแล้ว
---
#40
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:20
ระยะนี้ นับได้ว่า หลายแดงฉลาดขึ้น เก่งขึ้น และหน้าหนาขึ้น
ด้วยนอกเหนือจากการพยายามพูดแต่การสูญเสียของฝั่งตนเองแล้ว
ยังพยายามยุให้แตกได้อีกด้วย
ยุคนี้ สมัยนี้ ไม่ใช่ยุคโบร่ำโบราณ ที่จะแค่ปล่อยข่าวทหารฆ่าประชาชน แล้วใครจะเชื่อ
เราต้องยอมรับว่า ภาพ “ทหารฆ่าประชาชน” กับ “เจ้าหน้าที่ยิงผู้ก่อการร้าย”
มันไม่ต่างกันมาก หากจะมองในแง่การกระทำ
แต่หากจะมองในแง่การบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่
ในโอกาสที่มีประกาศเตือนมาอย่างถูกต้อง และกระบวนการก่อนการสังหาร
มีกระบวนการที่ผ่านการควบคุมมาอย่างดี
คนไทย ทหารไทย หรือแม้แต่ศาลโลก คงไม่เชื่อคนโกหกพกลมง่ายอีกต่อไป
หลักฐานมีมากมาย เอาแค่ยูทูปก็มีภาพมากมายที่จะแสดงให้เห็นถึง
ภาวะของการเป็นผู้ก่อการร้ายของแดงที่เหลืออยู่ ว่าพร้อมจะสู้รบปรบมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยกำลังอาวุธ
มันอยู่ที่ คนจำนวนนึง ที่ยังเลือกจะเชื่อ หรือเลือกจะแพร่ภาพแค่ด้านเดียวออกไป
เพื่อทำให้คนฝั่งตนเชื่อตามที่อยากจะให้เชื่อต่างหาก
อย่าได้หวังว่า คนในนี้จะเคลิ้มตามได้ง่าย ไม่ได้กินหญ้าครับ
หลายเหตุการณ์ บางท่านอยู่ไกล้พอด้วยซ้ำ
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
#41
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:20
เช็คกำลังพวกเดียวกันเอง
#42
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:46
ปฏิวัติ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะ ทหาร เข้าใจแล้วว่า อยู่ข้างไหนแล้วเป็นอย่างไร .. อยู่ข้างไหนดูแลดี เจ็บตาย มีเยียวยา ได้ใจไปเต็มๆ
อยู่ข้างไหน เจ็บตายฟรี โดนคดีอีกต่างหาก ที่สำคัญ ไอ้คนที่สั่งให้ทำนั่นแหละ สั่งตั้ง กรรมการสอบเองเลย....
แค่นี้ เค้าก็เข็ดขี้เข็ดเยี่ยวกันแล้ว ....
เกมหฤโหดทำกองทัพระส่ำ
ที่ผ่านมาข้อมูลเหล่านี้เรียกขานเป็นภาษาของหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือ ทหารว่า "ก.2" คือเป็นข้อมูลหรือเรื่องที่ต้องหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นจริงอย่างที่ได้รับข่าวสารมาหรือไม่ว่า ทหารตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 และ 19 พฤษภาคม 2553
มาถึงวันนี้ระดับข้อมูลข่าวสารนั้นได้ยกระดับจาก "ก.2" เป็น "ก.1" เรียบร้อยแล้ว นั่นก็หมายความว่า ข่าวสารที่ได้รับมานั้นเป็นความจริง 100%
หมายความว่าทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกร โดยผู้ที่กระทำความผิดจะได้รับโทษสูงสุด
ถามว่าใครคือผู้ที่อยู่ในข่ายความผิดนี้ ?
1.เจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิต
2.หัวหน้าหน่วยที่อยู่ในบริเวณนั้น
3.ผู้บังคับหน่วยที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณนั้น แล้วก็ไล่ขึ้นไปจนถึงระดับสูง ทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น รวมทั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้น และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น
เพียงแต่ฝ่ายการเมืองนั้นมีโอกาสจะหลุดรอดจากข้อกล่าวหาเพราะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 เรื่องการใช้อาวุธ
มีการอนุญาตให้ใช้อาวุธป้องกันตนเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ หากจะใช้ก็ให้ยิงขึ้นฟ้า หรือยิงในทิศทางที่ปลอดภัย ให้ใช้ได้ตามกรอบของกฎหมาย และควรแก่เหตุ
การกำหนดวิธียิงนั้น ให้ยิงเมื่อปรากฏภัยคุกคาม หรือมีกลุ่มติดอาวุธ หรือมีกลุ่มที่มีท่าทีคุกคามต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์
สำหรับเป้าหมายก็มีการกำหนดเช่นกัน คือให้ใช้ในระยะ 30-50 เมตร เพื่อควบคุมวิถีกระสุนและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และหากจำเป็นต้องยิงก็ให้เลือกยิงระดับเข่าลงมา แต่ห้ามยิงผู้หญิงและเด็ก
สำคัญที่สุดคือการใช้อาวุธต้องไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามเท่านั้น
ทว่าเมื่อดูผลการสอบสวนทั้งของอัยการและตำรวจแล้วกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ผู้เสียชีวิตไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีคุกคาม ถูกยิงจากด้านหลัง ด้านข้าง ศีรษะ และถูกยิงในพื้นที่ปิดล้อมอย่างเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ทหาร!
ดังนั้นจึงไม่มีหนทางอื่นใดเลยที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ทหารหลุดพ้นจากข้อหาอันร้ายแรงนั้นได้
ถึงตรงนี้การเมืองคงจะไม่พลาดโอกาสที่จะรุกฆาต ด้วยการเร่งเร้าให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไปลงนามในสัตยาบันกับศาลโลก เพื่อเปิดทางให้คนเสื้อแดงนำคดีนี้ขึ้นฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
คำถามจึงเอ็ดอึงอยู่ในกองทัพว่า "พี่ครับจะทำอย่างไรดี"
ถามอย่างนี้คงไม่ต้องบอกว่า ระส่ำกันแค่ไหน เพราะในแง่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัตินั้นมั่นใจว่าทำตามกรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้การร้ายก็มุ่งทำลายสถาบัน เมื่อมีคำสั่งก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ปฏิบัติ
แต่เมื่อทำแล้วกลับมาถูกดำเนินคดี กลายเป็นฆาตกรเข่นฆ่าประชาชนสำหรับพวกเขาแล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหน
http://www.komchadlu...8%E0%B8%B3.html
เห็นไต เอาเรื่องตลอกมาเล่าให้ฟังอีกละ
ทหารเค้าไม่คิดตื้นอย่างคนเสื้อแดงหรอกครับ
การจะปฏิวัติต้องมีหลายปัจจัย...
ถ้าจะทหารจะปฏิวัติเค้าไม่กลัวหรอกครับ มีกฎหมายนิรโทษพร้อมไว้แล้ว
แล้วถ้าจะทหารจะทำก็เพื่อปกป้องประเทศชาติ ประชาชน และพระมหากษัตริย์ครับ
เอ็งขอเป็น"ขี้ข้าโจร" ข้าเลือกเป็น"ข้าธุลีพระบาท" เอ็งขอเป็น"ไพร่" ข้าเลือกเป็น"พสกนิกร"
#43
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:50
คิดว่าอำมาตย์จะตายหรอ อำมาตย์ไม่ตายหรอก ฉันเชื่อว่า 15.74 ล้านเสียงนะมีคนรวยสักกี่คน สุดท้ายมากก่า 80% เป้นคนหาเช้ากินค้ำ ถ้ายังไม่คิดจะบริหารประเทศให้ดีกว่านี้ ถ้ายังไม่ดูแลเรื่องปากท้องคนเหล่านี้ ไม่นานหรอก
ทหารที่มันไม่อยากออกมาปฏิวัตินะ เพราะว่ารู้ออกมารังแต่เสื้อแดงจะเข้มแข็ง ถ้าแดงจะพังคงพังด้วยตัวเอง คิดว่าไม่น่าจะนานกว่านี้ หากสินค้าราคายังขึ้นรายวัน ไม่น่าจะนานแล้วละ
- orogaros likes this
#44
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 15:53
พวกแกนนำเสื้อแดงว่างงาน เขาอยากให้ปฏิวัติอยู่นะครับ
เมื่อวานนี้ (20 มี.ค.) วิทยุแท๊กซี่ตรงวิภาวดี ซ.3 ก็เรียกฝูงควายมาชุมนุมกันโดยใช้มุก "แจกเสื้อฟรี" ... แต่ ... ต้องเสียค่าสมัครสมาชิกก่อน เสื้อมี 40 ตัว คนมาเกือบ 80 แจกหมดแล้วหมดเลย
คนไหนได้เสื้อก็โอเคไป ... คนไหนอดเสื้อก็เสียเงินฟรีเพื่อให้เหล่าแกนนำและผู้จัดรายการใช้ตั้งวงสุรากันต่อไป
#45
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:05
ให้เค้าเป็นไปเถอะครับ เราก็ได้แค่คอยดูอยู่ห่างๆ...
ออกไปให้พวกบ้านป่าเมืองเถื่อนมันไล่ตีกบาลเอา...
ชีวิตเราคุ้มแล้วหรือครับที่จะต้องเอาไปแลกกับพวกคนแบบนั้น...
ตอนนี้ก็ได้แต่เก็บหอมรอมริบ ไม่สุรุ่ยสุร่าย รู้จักคำว่าพอเเพียงตามที่พ่อบอก จะดีกว่า...
คงจะต้องรอให้พวกมันเห็นธาตุแท้กันเอง ให้มันยอมรับในความเลวของมันจะดีกว่า...
เมื่อไหร่ที่พวกนั้นไม่มีจะแดร_ก เมื่อไหร่ มันก็จะรู้แล้วว่าพวกที่มัน ชาบู ชาบู ก็ช่วยอะไรไม่ได้...
เพราะว่าตัวเล็กๆ แบบพวกหางแถว มันจะทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้...
[color=#000080;]เมื่อมั่งมี...มากมาย...มิตรหมายมอง[/color][color=#800000;] เมื่อหม่นหมอง...มิตรมอง...เหมือนหมูหมา[/color][color=#800080;]เมื่อไม่มี...หมดมิตร...มุ่งมองมา[/color][color=#ff0000;]เมื่อมอดม้วย...แม้หมูหมา...ไม่มามอง[/color]
#46
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:22
#47
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:25
#48
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:38
#49
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 16:58
- แสนยานุภาพ likes this
#50
ตอบ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 18:02
ผมเฉย ๆ นะ ถ้าเสียงส่วนใหญ่จะล้มหายหรือตายไปบ้างเพราะการบริหารของรัฐบาล ( หรือเราจะซาดิสม์หว่า )
ในเมื่อเลือกรัฐบาลในฝันของตัวเองเข้ามาได้ ก็ควรให้โอกาสเค้าทำงานให้เต็มที่ก่อน
ปีที่แล้ว Chip หายไปกับน้ำตั้งเท่าไหร่ ปีนี้ดูแววจะเข้าอีหรอบเดิมอีก
ถ้าไม่โดนกับตัวเองจัง ๆ เมื่อไหร่จะหายแอ๊บแบ๊วกันซะทีก็ไม่รู้
เผา 2 ปีติด ๆ กันแล้วยังอุตส่าห์เลือกเข้ามาอีก ก็แสดงว่าเสียงส่วนใหญ่ชอบการบริหารของนักโทษหนีคดี
มากกว่าหล่อดีแต่พูด ( ถึงจะดีแต่พูด ก็เผาไม่เก่งแบบนักโทษหนีคดีหรอก )
ตอนที่รู้ผลการเลือกตั้ง โคตรอนาจประเทศไทยเลย เพลียกับเสียงส่วนใหญ่จริง ๆ
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










