หลังจากเสธแดงถูกสังหาร และกดดันม็อบยุติการชุมนุม
วันรุ่งขึ้นมีแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี เนื้อหาใจความสำคัญคือ
รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานต่อไปโดยยกเลิกการยุบสภา
เนื่องจากทีแรกเสนอว่าจะยุบแล้วผู้ชุมนุมทำผิดเงื่่อนไข ไม่ยอม
ยุติการชุมนุมแต่โดยดี กลับสร้างความวุ่นแวะและเผาบ้านเผาเมือง
จนรัฐบาลจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ และกดดันให้ม็อบยุติการชุมนุม
ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่รัฐบาลจะต้องยุบสภาตามคำเรียกร้องของผู้ละเมิดกฏหมาย
ฉะนั้นรัฐบาลมีความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป
(สรุป พวกมรึงตายฟรี)
จุดเปลี่ยนที่ 2
กระทรวงการต่างประเทศ เชิญทูต รัสเซีย และ อเมริกา เข้าพบ
เจรจาเรื่องเงื่อนไขการส่งตัว วิคเตอร์ บูท สายลับชาวรัสเซียที่ถูกจับในเมืองไทย
รัฐบาลต้องการแลกเปลี่ยนผู้ร้ายข้ามแดน ขอความร่วมมือทั้งสองประเทศ
ขอให้ช่วยควบคุมตัว นช.ทักษิณ ที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ เพื่อกลับมาดำเนินคดีในไทย
หากใครจับตัวทักษิณได้ก่อน ผู้นั้นก็นำมาแลกกับวิคเตอร์บูทได้ทันที โดยจับเป็นก็ได้ หรือเอาศพมาก็ได้
ยิงปืนนัดเดียว ได้นกเป็นฝูง กดดันทักษิณในระดับระหว่างประเทศ มิให้เคลื่อนไหวโดยสะดวก
ทักษิณจะต้องรับมือกับสายลับระดับโลกทั้ง KGB ของรัสเซีย และ CIA ของอเมริกา ซึ่งมีเครื่องข่ายทั่วโลก
ประโยชน์ต่อมาคือ เราไม่ต้องเลือกข้าง ถ้าเราให้อเมริกา รัสเซียก็เคืองเรา , เราให้รัสเซีย อเมริกาก็เคืองเรา
ทำแบบนี้ ไม่มีใครเคืองเรา เพราะใครจับตัวทักษิณได้ก่อน ก็แลกตัววิคเตอร์บูทไป แฟร์ ๆ
อเมริกาต้องการวิคเตอร์บูทเพื่อรีดความลับ ส่วนรัสเซียไม่ต้องการเสียวิคเตอร์ให้อเมริกาไป
(งานนี้พวกเขาต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อจับตัวทักษิณให้ได้)
จุดเปลี่ยนที่ 3 ภารกิจที่ต้องทำให้เสร็จก่อนครบวาระ
รัฐบาลเร่งออกกฏหมายสำคัญ 2 ประเด็น
หนึ่ง ใช้เสียงข้างมากในสภา ออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับทักษิณ
เพื่อให้ทักษิณที่กำลังถูกกดดันจากสายลับ KGB และ สายลับ CIA ตามล่าตัว
รีบเดินทางกลับไทยหลังได้รับนิรโทษกรรม (นี่เป็นแผนล่อให้ทักษิณกลับ เพราะนิรโทษกรรมเฉพาะคดีที่ดินรัชดา)
ทันทีที่ทักษิณกลับไทย ต้องขึ้นศาลทันที เพราะจะถูกฟ้องในคดีทุจริตคอรัปชั่นอื่น ๆ ที่ค้างอยู่อีกเพียบ
งานนี้ศาลคัดค้านการประกันตัว เพราะจำเลยมีพฤติการณ์อันตราย หลบหนีคดีและปลุกระดมมวลชน จำคุกแบบไม่รอลงอาญา
ประเด็นที่ 2 อันนี้สำคัญที่สุด แก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนระบบการเลือกตั้งใหม่ให้ยุติธรรม ป้องกันควายแดงตั้งรัฐบาล
ด้วยการใช้การเลือกตั้งแบบ "one man one vote เขตเดียวทั่วประเทศ" ยกเลิกระบบแบ่งเขต แต่ใช้การเลือกพรรคโดยตรง
แบบ Party list เข้าคูหากาบัตรไปเลยว่าท่านจะเลือกพรรคใด(ไม่มีเลือกคน) คะแนนเสียงที่ได้จะนำไปรวมกันและหารเฉลี่ย
ออกมาเป็นสัดส่วน สส.ในสภาของแต่ละพรรค วิธีนี้จะทำให้ทุกคะแนนไม่สูญเปล่า และป้องกันการตั้งรัฐบาลควายแดง
วิธีเลือกตั้งระบบเดิม เอื้อให้พวกควายแดงได้เปรียบ เพราะภาคอีสาน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อย แต่เขตเยอะ ทำให้มี สส.เยอะ
เขตหนึ่ง ๆ ควายลงคะแนนให้ไม่กี่่หมื่นตัวก็ได้ สส.ควายแล้ว 1 คน ทำให้ภาคอื่น ๆ เสียเปรียบเป็นอย่างมาก เพราะ
ภาคอื่นเช่นภาคกลางบางเขต เลือกกันหลายแสนเหยียบล้าน กว่าจะได้ สส.1คน บางเขตที่ไม่ได้ก็เสียคะแนนไปฟรี ๆ
(ที่พวกควายมันเรียกร้องให้เลือกตั้งนักหนา เพราะมันรู้ว่ามันได้เปรียบ เลือกยังไงมันก็ชนะ ลองเปลี่ยนเป็นแบบนี้ดูสิแฟร์ ๆ กว่า)
การเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคพลังประชาชน กับพรรคประชาธิปัตย์ คะแนนรวมแทบจะเท่ากับเลย คือ 20 ล้านกว่า ๆ หน่อย ๆ
แต่ด้วยเขตการเลือกตั้งที่เอื้อให้พรรคควายได้เปรียบ ทำให้มี สส.เยอะกว่ากันมาก ช่างเป็นกติกาที่ไม่ยุติธรรมจริง ๆ เลือกยังไงก็แพ้ควาย
หลังจากแก้รัฐธรรมนูญแล้วก็บริหารบ้านเมืองให้ดีจนครบวาระแล้วก็เลือกตั้งกัน รับประกันว่า คะแนนเสียงประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย
รวมกันแล้วเหนือกว่าเพื่อควายแน่นอน อภิสิทธิ์นั่งลุ่นชิว ๆ ได้เป็นนายกสมัยที่สองแบเบอร์
ส่วนทักษิณก็ติดคุกเป็นร้อยปีจากคดีทุจริต หรือถ้าไม่กลับไทยก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุกจากสายลับKGB-CIA ไปตลอดจนกว่าจะหมดแรง....
Edited by จอมยุทธตะเกียบคู่, 23 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 09:14.

















