Jump to content


Photo
- - - - -

ถ้าไม่ไปเสียภาษีจะมีหน้าไปพูดกับใครเขาว่า หมู่เฮาเป็นคนไทย (แม้วก็เสียภาษี)


  • Please log in to reply
14 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:42

*
POPULAR

ไอ้แม้วมันอายแม้วบ้างมั๊ย




สำหรับนักวิชาการด้านกฎหมายภาษีแล้ว การที่กรมสรรพากรไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกากรณีที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำ พิพากษาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553 ให้นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชนะคดีที่ยื่นฟ้องกรมสรรพากรซึ่งเรียกเก็บภาษีโอนหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น จำกัดหรือชินคอร์ป มูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมา กรมสรรพากรมักตามไล่ล่าภาษีจากชาวบ้านแบบไม่ลดละไม่ว่าจำนวนเงินจะมากน้อยขนาดไหนก็ต้องสู้กันถึงศาลฎีกา


คดีที่ถูกหยิบยกมาเป็นตัวอย่าง เป็นชาวบ้านที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่กรมสรรพากรเห็นว่า ขาดไปเพียง 235 บาทจึงเรียกเก็บ

ชาวบ้านไม่ยอมยื่นฟ้องกรมสรรพากรต่อศาลภาษีอาการกลาง
ปรากฏว่า กรมสรรพากรแพ้ แต่ไม่ยอมยุติคดี ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยไม่สนใจว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าใช้จ่ายในศาลและของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมายมหาศาลเพียงใด

แม้ชนะคดีก็ได้เงินเข้าคลังมาเพียงไม่กี่ร้อยบาท ขณะที่คดีภาษีโอนหุ้นชินคอร์ปที่มีการประเมินภาษีสูงเกือบ 12,000 ล้านบาท แต่กรมสรรพากรกลับไม่ยอมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาให้วินิจฉัยข้อกฎหมายเป็น บรรทัดฐานทั้งๆที่ไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน


http://www.oknation....t.php?id=744671


Edited by ดราม่า, 29 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:44.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#2 Animal Farm

Animal Farm

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,132 posts

ตอบ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:48

ประเทศไทยยุครัฐบาลไพร่ คุกตารางมีไว้ขังคนจนฉันท์ใด ภาษีก็มีไว้รีดเก็บจากคนจนฉันท์นั้น
Thugsin ชื่อภาษาอังกฤษแบบเท่ๆของทักษิณ Thug = อันธพาล ผู้ก่อการร้าย Sin = บาปกรรม สิ่งเลวร้าย

#3 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 22:52

เห็นมีฟายแดงมาแถสดๆ ว่าก็ทักษิณขายในตลาดนี่ไม่ต้องเสียภาษีหรอก ของโอ๊ด เอม เป็นโมฆะไปแล้ว.....ลองอ่านบทความนี้ดูครับ

โดย ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์
มีผู้ตั้งข้องสังเกตว่า การที่กรมสรรพากรจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาในคดีใดหรือไม่ ไม่ควรยึดปัจจัยเรื่องจำนวนเงินภาษีเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่า ต้องการให้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายเป็นบรรทัดฐานสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปของกรมสรรพากรด้วยหรือไม่
ถ้าอาศัยหลักการดังกล่าว คดีการเลี่ยงภาษีการโอนหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)เกือบ 12,000 ล้านบาท ระหว่างบริษัท แอมเพิลริช อินเวสท์เมนท์ จำกัด กับนายพาทนทองแท้(โอ๊ค) และ น.ส.พิณทองทา (เอม)ชินวัตร ก็อยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว เพราะเป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและมีข้อถกเถียงในข้อกฎหมาย
แม้แต่คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ 46,000 ล้านบาทในคดีร่ำรวยผิดปกติซึ่งกรมสรรพากรใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกานั้น ก็ยังระบุว่า การใช้ประมวลรัษฎากรในการเก็บภาษีจากนายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา เป็นคนละประเด็นกับคดีร่ำรวยผิดปกติโดยมีหลักกฎหมายในการพิจารณาที่แตกต่างกัน
ในการต่อสู้คดีร่ำรวยผิดปกติของพ.ต.ท.ทักษิณ สองพี่น้องตระกูลชินวัตร ได้ยกประเด็นกรณีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีการโอนหุ้นจากตนเองว่า ขัดแย้งกับกรณีที่ระบุว่า บุคคลทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นแทนหรือ “นอมินี”ของพ.ต.ท.ทักษิณ
ทั้งนี้ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร เคยให้สัมภาษณ์ว่า
“เรื่องคดี ยอมรับว่า เอมก็งงมาก… เพราะว่า เรื่อง หุ้นตัวเดียวกัน คือ บอกว่า เป็นของพ่อ โอ๊คกับเอมเป็นนอมินี ก็ยึดทรัพย์ไป 4.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ทางกรมสรรพากรก็บอกว่า โอ๊คกับเอมเป็นเจ้าของทรัพย์(หุ้น) ขายแล้วได้กำไร ก็มาขอเก็บภาษีอีก 12,000ล้านบาท เอมก็งงอยู่ว่า หุ้นเดียวทำไมมีสองกรณี ก็งงค่ะ ชื่อบัญชี(เงินฝาก)เป็นของเอม ก็ไม่ได้คืนสักบาท ถูกยึดหมด ตอนนี้ยังไม่รู้เอาเงินจากไหนมาเสียภาษี”
ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้หยิบยกขึ้นมาต่อสู้ในศาลฎีกาฯเช่นกันโดยระบุว่า คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)ดำเนินการ 2 มาตรฐาน นอกจากให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากจากนายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทาแล้ว กลับกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงถือหุ้นบริษัทชินคอร์ป ในจำนวนเดียวกันอีก
อย่างไรก็ตามศาลฎีกาฯวินิจฉัยว่า การให้เรียกเก็บภาษีอากรจากนายพานทองแท้และน.ส.พิณทองทาที่ซื้อหุ้นบริษัท ชินคอร์ป จากบริษัทแอมเพิลริช เป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดให้ผู้มีเงินได้พึงประเมินมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
นอกจากนี้ มาตรา 61 แห่งประมวลรัษฎากร ก็บัญญัติหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ว่า บุคคลใดมีชื่อในหนังสือสำคัญใดๆ แสดงว่า
(1) เป็นเจ้าของทรัพย์สิน อันจะระบุไว้ในหนังสือสำคัญ และทรัพย์สินก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน หรือ
(2) เป็นผู้ได้รับเงินได้พึงประเมิน โดยหนังสือสำคัญเช่นว่านั้น
เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีทั้งหมด จากผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญนั้นก็ได้
การดำเนินการทางภาษีอากรกับผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 (นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา)จึงเป็นการดำเนินการตามหลักการแห่งประมวลรัษฎากร
ส่วนการกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณร่ำรวยผิดปกติในคดีนี้ เป็นการดำเนินการกับเจ้าของที่แท้จริงในหุ้นบริษัทชินคอร์ป ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับความรับผิดทางภาษีอากร โดยมีหลักกฎหมายในการพิจารณาที่แตกต่างกัน
ข้อต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณและผู้คัดค้านที่ 1(คุณหญิงพจมาน ชินวัตร) ถึงที่ 3 จึงฟังไม่ขึ้น
จากคำพิพากษาดังกล่าวเห็นชัดว่า เป็นการรับรองว่า การที่กรมสรรพากรประเมินภาษีการโอนหุ้นจากสองพี่น้องตระกูลชินวัตรตามประมวลรัษฎากรเป็นการชอบแล้ว
แต่ทำไมกรมสรรพากรกลับอ้างคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีนี้เป็นเหตุที่จะไม่อุทธรณ์คดีภาษีโอนหุ้นต่อศาลฎีกา
นอกจากนั้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 ก็มีบทบัญญัติชัดเจนว่า มุ่งเก็บภาษีจากผู้มีเงินได้(ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกิจการ)ซึ่งกรณีนี้ เป็นเงินได้ตามมาตาม 40(4)(ช)ซึ่งระบุว่า เป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหุ้น ทั้งนี้เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน
เมื่อดูข้อเท็จจริงประกอบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 28/2538 ที่กำหนดให้พนักงานลูกจ้าง กรรมการ ที่ปรึกษาได้รับผลประโยชน์ส่วนต่างจากราคาหุ้นที่บริษัทหรือนิติบุคคลโอนให้ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินแล้ว เห็นชัดสองพี่น้องตระกูลชินวัตรได้ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นชินคอร์ปกว่า 15,000 ล้านบาท
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งตัดสินคดีเกี่ยวกับภาษีมานานกว่า 20 ปี อธิบายว่า เหตุที่กฎหมายภาษีมุ่งเก็บภาษีจากผู้มีเงินได้ในขณะทำกิจการหรือกิจกรรมนั้น เพราะในขณะที่ทำกิจกรรมนั้น กรมสรรพากรไม่มีทางรู้ได้ว่า ใครเป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง จึงต้องดูว่า ในหนังสือสำคัญบุคคลใดมีชื่อปรากฎอยู่
แต่ถ้าต้องเก็บภาษีจากเจ้าของที่แท้จริงเท่านั้น เกิดสู้คดีอยู่ เวลาผ่านไปหลายปี ก็มาอ้างว่า อีกบุคคลหนึ่งเป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง กรมสรรพากรต้องไปเริ่มประเมินภาษีใหม่ จะทำให้กรมสรรพากรไม่มีอำนาจในการประเมินเนื่องจากเลยระยะเวลาที่จะตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา มาตรา 155 ระบุ ว่า การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นโมฆะ แต่จะยกเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการ แสดงเจตนาลวงนั้นมิได้
จากบทบัญญัติดังกล่าวหมายความว่า นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทาจะหยิบยกข้ออ้างเรื่องการเป็น”ผู้ถือหุ้นแทน”มาเป็นข้อต่อสู้เพื่อไม่ต้องเสียภาษีไม่ได้เพราะถือว่า กรมสรรพากรเก็บภาษีเงินได้จากบุคคลทั้งสองเป็นการทำโดยสุจริตเพราะไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริงในขณะที่ประเมิน
นอกจากนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 824 ระบุว่า ตัวแทนคนใดทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ท่านว่าตัวแทนคนนั้นต้องรับผิดตามสัญญานั้นตามลำพังตนเอง แม้ทั้งชื่อของตัวการจะได้เปิดเผยแล้ว เว้นแต่ข้อความแห่งสัญญาจะแย้งกันกับความรับผิดของตัวแทน
จากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าว ยิ่งทำให้เห็นว่า การไม่อุทธรณ์คดีการเลี่ยงภาษีการโอนหุ้นต่อศาลฎีกาเพื่อให้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้ เข้าข่ายการใช้ดุลพินิจไม่ชอบและเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ครอบครัวชินวัตรหรือไม่
น่าจะมีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ให้ไต่สวนเพื่อให้เกิดความกระจ่าง
นอกจากนั้นยังมีคำถามว่า เมื่อไม่สามารถเก็บภาษีจากสองพี่น้องตระกูลชินวัตรแล้ว กรมสรรพากรจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อมิให้รัฐสูญเสียผลประโยชน์มหาศาล
การที่กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้และน.ส.พิณทองทานั้น ใช้หลักการตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 28/2538 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2538 ซึ่งพนักงาน ลูกจ้าง กรรมการ ที่ปรึกษาได้รับผลประโยชน์ส่วนต่างจากราคาหุ้นที่บริษัทหรือนิติบุคคลโอนให้ มาคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39
เท่ากับนายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา มีเงินได้พึงประเมินจากส่วนต่างราคาหุ้นกว่า 15,000ล้านบาท
เพียงแต่ว่า เมื่อบุคคลทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นหรือตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ดังนั้น ผู้ได้รับผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นที่แท้จริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ
ผู้ที่ต้องเสียภาษีที่แท้จริงก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ?
แต่ทำไมกรมสรรพากรยังคงนิ่งเงียบหรือจะปล่อยให้เวลาล่วงเลยเกิน 5 ปี จนไม่มีอำนาจในการจัดเก็บภาษีจาก พ.ต.ท.ทักษิณได้อีก
เหมือนกับที่เคยปล่อยให้เกิดขึ้นมาแล้วกรณีการหลีกเลี่ยงภาษีโอนหุ้นชินคอร์ปมูลค่า 738 ล้านบาทระหว่างคนรับใช้ของคุณหญิงพจมาน กับนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จนทำให้รัฐสูญเสียภาษีไปถึง 546 ล้านบาทโดยไม่มีใครในกรมสรรพากรแสดงความรับผิดชอบ นอกจากตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้น


"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#4 voodoo

voodoo

    ไม่เป็นกลาง

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,202 posts

ตอบ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 02:59

รายได้ไม่ถึง ไม่ต้องเสีย
พวกเงินเดือน15000 ต้องเสียแน่ๆ
" สลิ่มที่ไม่กล้่าเปิดตัวต่อสาธารณชนเท่าไรนัก เนื่องจากไม่ได้ทำประกันอัคคีภัย "

#5 marrykate

marrykate

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,381 posts

ตอบ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 07:21

ไอ้แม้วมันอายแม้วบ้างมั๊ย





สำหรับนักวิชาการด้านกฎหมายภาษีแล้ว การที่กรมสรรพากรไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกากรณีที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำ พิพากษาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553 ให้นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชนะคดีที่ยื่นฟ้องกรมสรรพากรซึ่งเรียกเก็บภาษีโอนหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น จำกัดหรือชินคอร์ป มูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมา กรมสรรพากรมักตามไล่ล่าภาษีจากชาวบ้านแบบไม่ลดละไม่ว่าจำนวนเงินจะมากน้อยขนาดไหนก็ต้องสู้กันถึงศาลฎีกา


คดีที่ถูกหยิบยกมาเป็นตัวอย่าง เป็นชาวบ้านที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่กรมสรรพากรเห็นว่า ขาดไปเพียง 235 บาทจึงเรียกเก็บ

ชาวบ้านไม่ยอมยื่นฟ้องกรมสรรพากรต่อศาลภาษีอาการกลาง
ปรากฏว่า กรมสรรพากรแพ้ แต่ไม่ยอมยุติคดี ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยไม่สนใจว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าใช้จ่ายในศาลและของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมายมหาศาลเพียงใด

แม้ชนะคดีก็ได้เงินเข้าคลังมาเพียงไม่กี่ร้อยบาท ขณะที่คดีภาษีโอนหุ้นชินคอร์ปที่มีการประเมินภาษีสูงเกือบ 12,000 ล้านบาท แต่กรมสรรพากรกลับไม่ยอมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาให้วินิจฉัยข้อกฎหมายเป็น บรรทัดฐานทั้งๆที่ไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน

http://www.oknation....t.php?id=744671


เศรษฐีหุ้นหมื่นล้านไม่ต้องเสียภาษี ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำต้องโดนรีดแล้วรีดอีก แค่ไม่กี่ร้อยบาท สุดท้ายภาษีพวกนี้ไปไหน ... ไปจ่ายให้ฐานเสียงเศรษฐีหมื่นล้านคนนั้นซื้อเสียงล่วงหน้าเป็นส่วนใหญ่(โดยไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเอง) จำเริญดีแท้ ไทยแลนด์ :(
อย่าให้ความ "โง่" ของตัวเอง กลายเป็นความผิดของคนอื่น เข้าใจมั๊ยค๊าาาาาาาาา

#6 Mike Saimai

Mike Saimai

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,004 posts

ตอบ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 07:31

คนธรรมดาทั่วไป หาเช้ากินค่ำเสียภาษีให้นักการเมืองเอาไปใช่เล่น ส่วนคนที่มีตังค์เป็นหมื่นล้านไม่ยอมเสียภาษี เฮ้อ เเม้ว อายบ้างไม๊เนี่ย หรือว่ามันหน้าด้านเเล้ว
*เราอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะเรามีฐานะความจนที่มั่นคง***ไม่โกรธ ไม่เกลียด แต่จำได้ทุกรายละเอียดที่ทำ*****อดึตช่างมัน ปัจจุบันช่างเเม่ง***

#7 hunsa

hunsa

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 6 posts

ตอบ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 10:20

1.ความเชื่อ เป็นสิ่งที่ยอมรับยึดถือเฉพาะตนเอง อาจมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล อาจขยายลาม ไปถึงผู้อื่น หากมีกรอบความคิดและค่านิยมที่ใกล้เคียงกัน การหักล้างความเชื่อในทันทีกระทำได้ยาก ต้องพยายามทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลเหตุผลที่ถูกต้อง ให้เกิดการยอมรับอย่างเคารพและหวังดีต่อกัน
2.การ กล่าวอ้างโจมตีบุคคลอื่น โดยพยายามเชื่อมโยงและอ้างอิงหลักฐานอันเป็นเท็จนอกจากจะมีความผิดทางกฎหมาย แล้ว ผู้ที่กระทำย่อมรู้ถึงเจตนาของตนเองและกลุ่มพวกพ้องที่กระทำว่ามีเจตนา
๑.จงทำความดีเพื่อในหลวง ท่านจะได้มีความสุขว่าคนไทยลูกพ่อหลวงเป็นคนดี
๒.ขอให้ประชาชนทุกคนจงทำความดี นอกจากทำเพื่อตัวเองแล้วก็ทำเพื่อแผ่นดินบ้านเกิดเมือง
นอน เพื่อพ่อของแผ่นดินด้วย
๓.ไม่มีประเทศไหนที่มีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เทียบเท่าประเทศไทยเราแล้ว
๔.ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เพื่อเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย
๕.จงร่วมกันปลูกป่าเพื่อถวายในหลวง ที่จะมีพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔
๖.นอกจากการปลูกป่าแล้ว ขอให้คนไทยทุกคนทำแต่ความดีคิดดีทำดีเพื่อพ่อหลวง
ท่านจะได้รู้สึกดี
๗.พระองค์จะมีความสุขมากหากคนไทยทุกคนเป็นคนดี ถึงคนไทยทุกคนอาจจะไม่ได้เป็นคน
ดีทุกคน แต่เราทุกคนจงช่วยกันสนับสนุนให้คนดีได้ปกครองคนไม่ดี อย่าให้คนไม่ดีได้มีอำนาจ
๘.เราคนไทยทุกคนจงร่วมใจสามัคคีเพื่อในหลวงของเรา พ่อของแผ่นดินไทย ประเทศไทยจะ
ได้มีความร่มเย็นเป็นสุขตราบนานเท่านาน
๙.ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๑๐.ในหลวงพ่อของแผ่นดินทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายในการทำให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุข

#8 ZipPa

ZipPa

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,291 posts

ตอบ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:18

ลูกสอง เมียสาม

ท่านเรยไม่ต้องเสียภาษี
ได้ลดหย่อน จากภาษีน้ำมันเครื่องเจ็ท

#9 lionidas

lionidas

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,612 posts

ตอบ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 17:56

รักชาติ อยากเสียภาษีนะครับ..แต่ไม่อยากเสียให้ รัฐบาล นี้ .....เลยหาทางเลี่ยงแบบถูกกฏหมาย.....จบปะ
พี่เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ ถ้าเราไม่พูดแบบนี้เราจะได้เสียงเหรอ ...

#10 ant

ant

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,081 posts

ตอบ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 21:51

เสียไปแล้วเรียบร้อย จะเอาไปต้มยำทำแกงอะไรก็เชิญ
ตราบที่สูอยู่-กิน..แผ่นดินไทย ตราบโคตรเหง้าสูใช้แผ่นดินนี้ตราบศพสูฝังใต้..ไทยปฐพี สูไม่มีสิทธิ์ยํ่ายี.." พระเจ้าแผ่นดิน "

#11 Bookmarks

Bookmarks

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 33,617 posts

ตอบ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 23:34

ถ้าอ้างประชาธิปไตยแบบควายแดง ทำไมผมต้องโดนบังคับให้เสียภาษีด้วย :lol:
แบบเสียภาษีเสรีน่ะ อยากใ้ห้ก็ให้ ไม่อยากให้ก็ไม่ต้องให้ แบบที่ควายแดงมันชอบอ้างว่า
มันต้องการเสรีในการด่าสถาบัน ผมก็อยากจะมีเสรีในการจ่ายภาษีเหมือนกัน

#12 คลำปม

คลำปม

    สลิ่มเต็มขั้นจ้า

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,657 posts

ตอบ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 01:10

ส่วนตัวผมว่าโอ๊ค เอม ไม่ต้องเสียภาษีนะครับ

เพราะถ้าโอ๊ค เอม เป็นเจ้าของหุ้นตัวจริงศาลท่านก็พิพากษายึดทรัพย์ไม่ได้
หุ้นนั้นเป็นของแม้วถือผ่านลูกครับ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากวันรับตำแหน่งนายกฯจึงถูกยึด

ผมว่าศาลท่านตัดสินชอบแล้ว

ส่วนที่จะให้สรรพากรไปฟ้องเก็บภาษีโอ๊ค เอม อีกผมว่าฟ้องไปก็แพ้
(สมัยคุณกรณ์เป็น รมต.คลัง ก็แพ้มาแล้ว จน พธม.เอาเรื่องนี้มาด่า ปชป.)

ผมว่าบางเรื่องมันจบแล้วก็ต้องจบครับ

วิธีการยุติระบอบทักษิณ

ก็แค่เพียงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ "ฉลาด"


#13 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 01:48

ส่วนตัวผมว่าโอ๊ค เอม ไม่ต้องเสียภาษีนะครับ

เพราะถ้าโอ๊ค เอม เป็นเจ้าของหุ้นตัวจริงศาลท่านก็พิพากษายึดทรัพย์ไม่ได้
หุ้นนั้นเป็นของแม้วถือผ่านลูกครับ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากวันรับตำแหน่งนายกฯจึงถูกยึด

ผมว่าศาลท่านตัดสินชอบแล้ว

ส่วนที่จะให้สรรพากรไปฟ้องเก็บภาษีโอ๊ค เอม อีกผมว่าฟ้องไปก็แพ้
(สมัยคุณกรณ์เป็น รมต.คลัง ก็แพ้มาแล้ว จน พธม.เอาเรื่องนี้มาด่า ปชป.)

ผมว่าบางเรื่องมันจบแล้วก็ต้องจบครับ


ลองไปอ่านความเห็นที่ 3 ด้านบนก่อนครับ ประเด็นไม่ใช้เก็บภาษีลูกเหลี่ยมอีก แต่มันมีประเด็นให้ไปเก็บกับทักษิณได้...เหมือนๆกับที่สรรพากรสู้ยันศาลฎีกากับเงินภาษี 235บาทนั่นแหละครับ

Edited by ดราม่า, 31 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 01:49.

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#14 คลำปม

คลำปม

    สลิ่มเต็มขั้นจ้า

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,657 posts

ตอบ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 11:47

ผมอ่านผ่าน คห.3ไป

เห็นด้วยครับกับประโยคนี้

ดังนั้น ผู้ได้รับผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นที่แท้จริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ
ผู้ที่ต้องเสียภาษีที่แท้จริงก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ?

วิธีการยุติระบอบทักษิณ

ก็แค่เพียงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ "ฉลาด"


#15 แมวกระป๋อง

แมวกระป๋อง

    ประชาแมวธรรมดา

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,793 posts

ตอบ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 12:02

ภาษีของท่าน ช่วยบริบาลพวกเผาเมือง

ถึงปีนี้ไม่เต็มใจ แต่ผมก็ไม่เคยเลี่ยงภาษี
เพราะผมคือประชาชนของในหลวง




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน