เงินบาทอ่อน.....ใครได้ประโยชน์...ไม่ทราบจริงๆ
#1
Posted 30 March 2012 - 08:01
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555
#2
Posted 30 March 2012 - 10:04
#3
Posted 30 March 2012 - 10:07
#4
Posted 30 March 2012 - 10:43
#5
Posted 30 March 2012 - 10:45
คงรู้นะใครได้ประโยชน์
"เสียงข้างมากเพียงหนึ่งวัน ใช้อ้างความชอบธรรม 4 ปี"
#6
Posted 30 March 2012 - 10:47
มันทำให้เดือดร้อนกันไปหมดจริงๆ
ทำค่าเงินบาทให้อ่อนลง เพื่อที่จะช่วยผู้ประกอบการให้มีรายได้มากขึ้น เพื่อที่จะเอามาจ่ายค่าแรง 300 บาท
แต่ข้อเสียของการทำค่าเงินบาท ที่ส่งผลกระทบกับคนทั่วไปเลยก็คือ มันก็จะทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น
น้ำมันเป็นต้นทุนของสินค้าทุกประเภท มันก็ทำให้ราคาข้าวของแพงขึ้นไปอีก
ผลสุดท้ายถึงแม้แรงงานจะได้ค่าแรง 300 บาท แต่พอหักกับอัตราเงินเฟ้อแล้ว
ผมว่า 300 บาทของรัฐบาลนี้ ไม่เท่า250 บาทของรัฐบาลที่แล้วแน่นอน
ปล. ถ้าบอกว่าเค้าจะทำให้ได้ ผมเชื่อว่าเค้าก็หาทุกวิธีนั่นแหละให้ค่าแรงมันถึง 300
แต่ไม่ดูผลเสีย ข้อเสีย หรืออะไรเลยว่ามันเสียอะไรไปบ้าง ไพร่!!!
- Animal Farm likes this
#7
Posted 30 March 2012 - 10:49
ผมบอกให้เลยก็ได้ครับ คนแรกที่ได้รับประโยนชน์เลยก็คือผมโดยตรงเลยครับ อยากให้อ่อนมานานแล้ว ถ้าได้สัก 40 ก็ยิ่งดี เชียร์ท่านรัฐมนตรีคลังเต็มที่ครับ ถ้าเป็นยุคท่านเติ้ง ผมก็จะเรียกท่านเนวินว่า "ช่วยคลัง" อย่าผวนนะครับ แต่นี่ไม่ใช่ช่วยคลังครับ เป็น รัฐมนตรีคลัง
#8
Posted 30 March 2012 - 10:51
#9
Posted 30 March 2012 - 10:55
รับจำนำไว้ แต่ดันไม่มีประเทศไหนโง่ มาซื้อต่อแพง ๆ ...
- Animal Farm likes this
#10
Posted 30 March 2012 - 11:26
#11
Posted 30 March 2012 - 11:26
แต่ความจริงไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ แค่ประกาศออกสื่อ "ถ้านโยบายล้มเหลว ผมพร้อมระเบิดสมองตัวเองกับยกสมบัติทั้งชีวิตผมชดเชยให้" แค่นี้ก็ไม่มีใครเถียงมันแล้วครับ
#12
Posted 30 March 2012 - 11:41
#13
Posted 30 March 2012 - 11:44
และโปรดจำไว้ด้วยว่าผมเป็นคนแรกที่พูดก่อนเสื้อแดง
เจอกับพวกมันมานานเริ่มจะรู้ทางพวกมันแล้ว
"ยุคมาร์คค่าแรงแค่ 200 ไม่พอแหลก
ยุคปู300 ได้ลืมตาอ้าปาก"
#14
Posted 30 March 2012 - 11:51
เหมือนทอง เวลาทองถูก คนก็แห่ซื้อ เวลาทองขึ้น ก็เอาไปขายเอากำไร
ถ้าในด้านน้ำมัน เงินไทยเท่าเดิม จะซื้อน้ำมันได้น้อยลง
ของนำเข้าทุกอย่าง ราคาเท่าเดิม แต่เราซื้อแพงขึ้น เพราะเงินเราอ่อน
ถ้าคิดว่าทำให้อ่อนแล้วดี ทำไปเลย 1 US$ = 100 บาท ต่างประเทศเขายิ่งชอบ
#15
Posted 30 March 2012 - 11:52
ลองคิดดูว่าต่างชาติหัวดำ มาไล่ซื้อหุ้นเป็นเงินบาทเก็บไว้
แล้วขายออกมาซื้อเงินดอลล์ แล้วพอประกาศนโยบายเงินบาทอ่อนค่า
เหมือนได้กำไร 2 เด้ง
ต้องดูว่าใครถือเงินดอลล์ไว้เยอะ
#16
Posted 30 March 2012 - 11:52
บาทอ่อน ไพร่ได้ประโยชน์ชัวร์
![]()
#17
Posted 30 March 2012 - 11:56
พอค่าแรงแพง ต้นทุนสูง ผู้ประกอบการต้องขายของราคาสูงขึ้น แต่...
ราคาที่สูงขึ้นนี้ เมื่อนำไปคิดเป็นเงิน ดอลล่าห์ อาจจะได้เท่าเดิม ทำให้ ต่างประเทศ ไม่รู้สึกว่าซื้อของจากไทยแพงขึ้น เพื่อให้การส่งออกไม่หยุดชะงัก
แต่คงลืมคิดไป ว่า ของนำเข้าทุกอย่าง รวมทั้งน้ำมัน จะแพงขึ้นตามไปด้วย
งานนี้ รากหญ้า โดนเต็มๆ คือ โดนหลอก (รายได้เพิ่มจริง แต่รายจ่ายเพิ่ม และประเทศก็เรือหาย-lost ship ด้วย)
Edited by beta, 30 March 2012 - 11:59.
- Animal Farm likes this
#18
Posted 30 March 2012 - 12:11
"ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมต้องการส่งสัญญาณอยากเห็นค่าเงินบาทอ่อนมากกว่านี้ ผมมีหน้าที่บริหารเศรษฐกิจของประเทศ ทุกฝ่ายต้องฟังผม ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องฟังผม เถียงให้น้อย ๆ หน่อยแล้วจะดีเอง ผมยืนยันว่าต้องการเห็นค่าเงินบาทอ่อน ใครจะมาฟาดปากผมก็ไม่แคร์ เพราะมันเป็นความต้องการของผม"
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555
สุดยอดนักบริหาร
#19
Posted 30 March 2012 - 12:12
#20
Posted 30 March 2012 - 14:10
และ้าออิงราคาขายปลีกในประเทศเป็นดอลลาร์ จะได้เพ้่มราคาขายปลีกเป็น
รูปเงินบาทไทย
#21
Posted 30 March 2012 - 21:47
#22
Posted 30 March 2012 - 22:04
เงินบาทอ่อนก็จะดีต่อพวกทำธุรกิจส่งออกสินค้า แต่จะไม่ดีต่อผู้นำเข้าสินค้า แต่ไม่เข้าใจคุณกิตติรัตน์ ประกาศออกสื่อแบบนี้ด้วยจุดประสงค์ใด
ทุกคนที่นำเงินดอลล่าร์เข้ามาแลกเงินบาทในประเทศได้ประโยชน์ทั้งนั้น...
โดยเฉพาะนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนต่างชาติ นักเก็งกำไร......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#23
Posted 30 March 2012 - 22:08
ไปๆมาๆหลายๆท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับคุณโต้ง เล่นเอาเฉาจริงๆ ที่พอจะเชิดชูได้ก็จบจุฬา และศศินท์
แต่....
ไม่เคยบริหารบ.ไหนให้ประสบความสำเร็จเลย คุณโต้งมักอยู่ในช่วงที่บริษัทล้มเหลวมากกว่าตั้งแต่บริหารบง.แล้ว
มันจะทำให้เราคิดก่อนพูดได้ดีขึ้น เมื่อเชื่อว่าคำพูดที่ออกไปเหล่านั้นคือคำที่เราจะได้ยินเองในอนาคต
และถ้าเราจะทำดีได้มากขึ้น เมื่อเชื่อว่าเราจะได้เจอสิ่งดีๆในอนาคต
แม้ว่าวันนี้เราจะยังไม่เห็นว่ามันดีอย่างไรแต่อย่างน้อยทำให้เราผ่านวันนี้ไปได้อย่างราบรื่น
#24
Posted 30 March 2012 - 22:10
แต่ทราบว่า คุณ ทักษิณ ชินวัตร เป็น เศรษฐีมหาเศรษฐี ได้ก็เพราะ ลดค่าเงินบาท
ในขณะที่ คนไทยหลายคนต้อง อิ๊บอ๋าย เปิดท้ายขายของ-ขายตัว
ก็เพื่อให้ คุณ ทักษิณ ชินวัตร ได้เป็น เศรษฐีมหาเศรษฐี
ตะนิ่นตาญี
- Animal Farm likes this
#25
Posted 30 March 2012 - 22:15
ส่งสารถึงรัฐมนตรีคลังกิตติรัตน์ให้สำเหนียกคำเตือนของ....
หนึ่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย...ดร.ประสาน ไตรรัตน์วรกุล
สามอดีตรัฐมนตรีว่าการคลังไทย...มรว.ปรีดียาธร ดิสกุล ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กรณ์ จาติกวณิช.....
รมว.กิตติรัตน์คิดว่าเขาฉลาดเฉลียว
มีความสามารถเหนือสามนักการเงิน นักการคลังรวมกัน.........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ปล.เมื่อวานนี้รมว.กิตติรัตน์'สติแตก'....
เมื่อรู้ว่าอดีตรัฐมนตรีคลัง หม่อมอุ๋ย กรณ์ ธีรชัยไปกินข้าวร้านเดียวกัน......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
Edited by ปุถุชน, 30 March 2012 - 22:19.
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#26
Posted 30 March 2012 - 22:23
พอจะสูสีกับไอ้แม้วมั้ยเนี่ย
#27
Posted 30 March 2012 - 22:26
ผมว่าเรื่องนี้ถ้าถามว่าใครได้ประโยชน์ คำตอบมันก็คือ SME นั่นแหละครับ แต่คำถามที่เขาถามตามกันมา
กับนโยบายนี้คือ
คุณมาพูดกับสาธารณทำไม เพราะมันอาจจะทำให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงิน
คุณจะสามารถกำหนดค่าเงินให้มันอ่อนได้ตามที่คุณต้องการได้จริงแค่ไหน
คุณจะช่วย SME แล้วคุณได้มองผลกระทบอื่นหรือไม่ว่ามันคุ้มกันหรือเปล่า
#28
Posted 30 March 2012 - 22:28
พรรคนี้ทำงานคล้ายกันเนอะ คล้ายๆกรณีบริหารจัดการน้ำของใครบางคนเลย "กรมชลต้องฟังผมเท่านั้น" แล้วเป็นไง น้ำท่วมครึ่งประเทศ ชาติแมวจริงๆ"ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมต้องการส่งสัญญาณอยากเห็นค่าเงินบาทอ่อนมากกว่านี้ ผมมีหน้าที่บริหารเศรษฐกิจของประเทศ ทุกฝ่ายต้องฟังผม ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องฟังผม เถียงให้น้อย ๆ หน่อยแล้วจะดีเอง ผมยืนยันว่าต้องการเห็นค่าเงินบาทอ่อน ใครจะมาฟาดปากผมก็ไม่แคร์ เพราะมันเป็นความต้องการของผม"
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555
เอ็งขอเป็น"ขี้ข้าโจร" ข้าเลือกเป็น"ข้าธุลีพระบาท" เอ็งขอเป็น"ไพร่" ข้าเลือกเป็น"พสกนิกร"
#29
Posted 30 March 2012 - 22:28
เพียงเพราะต้องการทำนโยบาย ค่าแรง 300 บาทให้ได้
มันทำให้เดือดร้อนกันไปหมดจริงๆ
ทำค่าเงินบาทให้อ่อนลง เพื่อที่จะช่วยผู้ประกอบการให้มีรายได้มากขึ้น เพื่อที่จะเอามาจ่ายค่าแรง 300 บาท
แต่ข้อเสียของการทำค่าเงินบาท ที่ส่งผลกระทบกับคนทั่วไปเลยก็คือ มันก็จะทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น
น้ำมันเป็นต้นทุนของสินค้าทุกประเภท มันก็ทำให้ราคาข้าวของแพงขึ้นไปอีก
ผลสุดท้ายถึงแม้แรงงานจะได้ค่าแรง 300 บาท แต่พอหักกับอัตราเงินเฟ้อแล้ว
ผมว่า 300 บาทของรัฐบาลนี้ ไม่เท่า250 บาทของรัฐบาลที่แล้วแน่นอน
ปล. ถ้าบอกว่าเค้าจะทำให้ได้ ผมเชื่อว่าเค้าก็หาทุกวิธีนั่นแหละให้ค่าแรงมันถึง 300
แต่ไม่ดูผลเสีย ข้อเสีย หรืออะไรเลยว่ามันเสียอะไรไปบ้าง ไพร่!!!
มองขาด จริงๆ ครับ ... ลืมเรื่องค่าเงินที่นักลงทุนจะถือเข้ามาเลย ...
จะลดค่าเงินเพราะ ให้นักลงทุนสบายใจกับค่าแรง 300 ...
ปล.ลิงแก้แห ชัดๆ ...
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#30
Posted 30 March 2012 - 22:32
ตามข่าวเห็นบอกว่าที่ให้เงินบาทอ่อนเพราะต้องการช่วยเหลือ SME ให้สามารถแข่งกับต่างประเทศได้
ผมว่าเรื่องนี้ถ้าถามว่าใครได้ประโยชน์ คำตอบมันก็คือ SME นั่นแหละครับ แต่คำถามที่เขาถามตามกันมา
กับนโยบายนี้คือ
คุณมาพูดกับสาธารณทำไม เพราะมันอาจจะทำให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงิน
คุณจะสามารถกำหนดค่าเงินให้มันอ่อนได้ตามที่คุณต้องการได้จริงแค่ไหน
คุณจะช่วย SME แล้วคุณได้มองผลกระทบอื่นหรือไม่ว่ามันคุ้มกันหรือเปล่า
SME ฝั่งใหนครับ บาทอ่อนซื้อวัตถุดิบมาแพงขึ้นหรือไม่ พลังงานแพงขึ้นไหม
แล้วตอนนี้เราต้องการค่าเงินบาทที่อ่อนจริงหรือ
แล้วที่ประกาศให้ชาวโลกรับรู้นี่เพื่อ??
เป็นรมต คลัง แต่ทำตัวเหมือนจิ๊กโก่เล่นหุ้น หุหุ
เอ็งขอเป็น"ขี้ข้าโจร" ข้าเลือกเป็น"ข้าธุลีพระบาท" เอ็งขอเป็น"ไพร่" ข้าเลือกเป็น"พสกนิกร"
#31
Posted 30 March 2012 - 22:43
#32
Posted 30 March 2012 - 22:48
SME ฝั่งใหนครับ บาทอ่อนซื้อวัตถุดิบมาแพงขึ้นหรือไม่ พลังงานแพงขึ้นไหม แล้วตอนนี้เราต้องการค่าเงินบาทที่อ่อนจริงหรือ แล้วที่ประกาศให้ชาวโลกรับรู้นี่เพื่อ?? เป็นรมต คลัง แต่ทำตัวเหมือนจิ๊กโก่เล่นหุ้น หุหุตามข่าวเห็นบอกว่าที่ให้เงินบาทอ่อนเพราะต้องการช่วยเหลือ SME ให้สามารถแข่งกับต่างประเทศได้ ผมว่าเรื่องนี้ถ้าถามว่าใครได้ประโยชน์ คำตอบมันก็คือ SME นั่นแหละครับ แต่คำถามที่เขาถามตามกันมา กับนโยบายนี้คือ คุณมาพูดกับสาธารณทำไม เพราะมันอาจจะทำให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงิน คุณจะสามารถกำหนดค่าเงินให้มันอ่อนได้ตามที่คุณต้องการได้จริงแค่ไหน คุณจะช่วย SME แล้วคุณได้มองผลกระทบอื่นหรือไม่ว่ามันคุ้มกันหรือเปล่า
ช่วงแรกที่ค่าเงินอ่อนลง SME และกลุ่มส่งออกได้กำไร เยอะชัวร์ครับ
แต่ก็ไม่นาน ทุกอย่างก็จะกลับมาหนักกว่าเดิมถ้าไม่ตั้งหลักดีๆ เพราะ น้ำมันจะแพงขึ้น อะไรๆ ก็จะแพงขึ้นตาม
- puggi likes this
#33
Posted 30 March 2012 - 22:59
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทางบลูสกายแชลแนลถึงกรณีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง เสนอให้ธปท.ทำค่าเงินบาทอ่อนลงเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกว่า รู้สึกแปลกใจที่รมว.คลังออกมาแสดงความเห็นแบบนี้ เพราะการบริหารจัดการเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนควรเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันภายในเพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อความผันผวนต่อตลาดฯ ข้อดีของค่าเงินอ่อนคือช่วยสนับสนุนการส่งออก แต่ข้อเสียคือ ในภาวะข้าวของราคาแพง ค่าเงินอ่อน ก็จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าการบริหารจัดการเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ควรจะเป็นเรื่องของธปท.ถ้ารัฐบาลจะมีนโยบายพิเศษ ก็ควรจะเป็นการพูดกันภายใน เพราะว่าถ้าพูดออกมาอย่างนี้แล้วถ้าเกิดคนในตลาดเขาเชื่อ เขาก็จะเก็งกำไรทันทีว่าเงินบาทจะอ่อนลง สุดท้ายแล้วจะเกิดความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เว้นเสียแต่ว่าเขาไม่เชื่อก็รอดตัวไป ไม่อย่างนั้นก็คงจะยุ่งวุ่นวายพอสมควรว่า รัฐบาลไทยบอกว่าค่าเงินบาทจะต้องไปอยู่ที่เท่านี้ ขณะนี้มันไม่อยู่ตรงนั้น มันก็คงจะเกิดเหตุการณ์ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนแน่นอน การโจมตีค่าเงินอะไรก็จะเกิดขึ้น.
Edited by Bookmarks, 30 March 2012 - 22:59.
#34
Posted 31 March 2012 - 01:30
เงินบาทอ่อนก็จะดีต่อพวกทำธุรกิจส่งออกสินค้า แต่จะไม่ดีต่อผู้นำเข้าสินค้า แต่ไม่เข้าใจคุณกิตติรัตน์ ประกาศออกสื่อแบบนี้ด้วยจุดประสงค์ใด
ทุกคนที่นำเงินดอลล่าร์เข้ามาแลกเงินบาทในประเทศได้ประโยชน์ทั้งนั้น...
โดยเฉพาะนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนต่างชาติ นักเก็งกำไร......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ธปท.จับตาเงินทุนต่างชาติ หลังเดือน ก.พ.ทะลักเข้าไทย 1,128 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่า ม.ค. ซึ่งอยู่ที่ 235 ล้านเหรียญสหรัฐ หวั่นสร้างความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ตีปี๊ป ศก.ฟื้นแล้ว สศช.แนะปล่อยค่าเงินตามกลไกตลาด ทุนสำรองฯ เพิ่ม 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หุ้นร่วง 7 จุด
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.พ.มีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าไทยสุทธิ 1,128 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าเดือนม.ค.ซึ่งไหลเข้าสุทธิ 235 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการไหลเข้าลงทุนทั้งในตลาดตราสารทุนและตราสารหนี้ จากการที่นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังจากมีความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซ รวมทั้งการอัดฉีดสภาพคล่องในอัตราดอกเบี้ยต่ำของธนาคารกลางยุโรปเข้าสู่ระบบ ทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีเงินทุนประมาณ 2,778 ล้านเหรียญสหรัฐ ไหลออกเพื่อไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ
“เงินไหลเข้าเดือน ก.พ. 1,128 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่โดยรวมแล้วเป็นเงินทุนเคลื่อนย้ายสมดุลมากกว่า เพราะมีนักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ แต่ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง เพราะการไหลเข้าออกเงินทุนไม่สมดุลกันทุกเดือน และในระยะสั้นทุกอย่างก็จะเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจและส่งออก นำเข้า จะกลับมาขยายตัวปกติ” นายเมธีระบุ
สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือน ม.ค. โดยเฉพาะการบริโภคเร่งตัวมาอยู่ที่ 6.6% จากเดือน ม.ค.อยู่ที่ 1.9% ทำให้ ธปท.มั่นใจว่าการบริโภคภาคเอกชนจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้จากไตรมาส 2 มาเป็นไตรมาสแรกปีนี้ และการลงทุนภาคเอกชนจะกลับมาขยายตัวได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้ไตรมาส 3 เป็นไตรมาส 2 โดยเดือนก.พ.ขยายตัว 8.8% สอดคล้องกับระดับความเชื่อมั่นภาคเอกชนในอีก 3 เดือนข้างหน้าที่เชื่อมั่นว่าภาวะธุรกิจจะปรับดีขึ้นจากปัจจุบัน โดยดัชนีอยู่ที่ 56.5
ธปท.รายงานทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 23 มี.ค.มี 179,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ 28,800 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมมีทุนสำรองฯ สุทธิ 207,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่สินเชื่อสุทธิที่ให้รัฐบาล 186,400 ล้านบาท สินเชื่อสภาพคล่องสุทธิ 4,080,800 ล้านบาท ฐานเงินอยู่ที่ 1,270,900 ล้านบาท
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การบริหารจัดการค่าเงินบาท ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนหรือแข็ง มีผลต่อการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนลงมาบ้าง คือ ต้องเร่งลงทุนในประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบราง และการนำเข้าเครื่องจักรอุปกรณ์มาใช้ ซึ่งไม่ได้มีการลงทุนนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์มานานมากตั้งแต่ปี 2540
http://www.thaipost....ws/310312/54804
ธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการ สคช.
เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเศรษฐกิจของชาติแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยและเตือนแล้ว
รมว.กิตติรัตน์ยังจะ'สติแตก'ต่อไปฤา......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users










