นายประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานสมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 13 สมาคม รวมกว่า 20,000 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แม่พิมพ์ ฯลฯ
เปิดเผยว่า
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 40% ทั่วประเทศ จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่ต่ำกว่า 10-20% จากทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 2.9 ล้านรายทั่วประเทศ หรือมากกว่า 300,000 รายที่อาจต้องปิดกิจการ ส่วนที่เหลือก็ต้องเร่งพัฒนาธุรกิจในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ามากขึ้น เพื่อทดแทนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น จึงมองว่านโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันของรัฐบาลเพื่อไทยนั้น เป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม มากกว่าที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย !
ปิดหนีค่าแรง
นายสมมาต ขุนเศษฐ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตรองเท้ารายใหญ่เปิดเผยว่า
"ผลกระทบที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นเพียงช่วงเริ่มต้น แต่จะรุนแรงขึ้นหลังเดือนเมษายนไปแล้ว และเมื่อถึงกำหนดขึ้นค่าแรงรอบ 2 ในวันที่ 1 มกราคม 2556 ก็จะยิ่งเห็นชัดว่านโยบายของรัฐบาลสร้างผลเสียอย่างไรบ้าง" นายสมมาตกล่าว
ผลกระทบต่อภาคเอสเอ็มอี ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพฯ ซึ่งมีการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 3.3 ล้านคน เมื่อมีการขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวัน จะทำให้เอสเอ็มอีมีค่าแรงงานเพิ่มขึ้น 39.5% และต้องแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.4%
ดัชนีมาม่า พุ่ง 24%
นายสุชัย รัตนเจียเจริญ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป "มาม่า" เปิดเผยว่า ยอดขายมาม่าในช่วง 2 เดือนแรกปี 2555 เพิ่มขึ้นถึง 24% และคาดว่าในไตรมาส 1 จะมียอดขายรวม 2,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 15% ซึ่งถือว่าสูงกว่าปกติ ขณะที่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดยรวมมีอัตราการเติบโต 10%
ทั้งนี้การเติบโตของมาม่า ถือเป็นดัชนีวัดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้คนหันมาบริโภคสินค้าในราคาประหยัดมากขึ้น และมาม่าเป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะยังคงจำหน่ายสินค้าในราคา 6 บาทเท่านั้น
Source: ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonlin...4-05&Itemid=417
Edited by MIRO, 2 เมษายน พ.ศ. 2555 - 12:48.










