สังคมไทยไม่ต้องไปบ้าบอคอแตกอะไรกับเหตุการณ์นี้หรอก
เพราะทั้งหมดมันมีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว ใครต้องทำอะไร
ใครต้องรับผิดชอบ ใครต้องสั่ง มีหมดแล้ว
ถ้าบังไม่อคติ ลองอ่านของลุงเปลวดูก็แล้วกัน
บทเรียน 'ทีวีพูล' จากแผ่นดินไหว12 เมษายน 2555 - 00:00
ยังหรอกครับ...ถึงจะเป็นปี ค.ศ.๒๐๑๒ ก็จริง แต่ยังไม่ถึง "วันสิ้นโลก" แน่นอน ดังนั้น "สึนามิ" จากแผ่นดินไหว ๘.๗ ริกเตอร์ แถบสุมาตราเมื่อวาน (๑๑ เม.ย.๕๕) นั่นเป็นแค่ "ระฆัง ๑" เตือนให้เตรียมตัวเท่านั้น และราวๆ ๑๗ พฤษภา เดือนหน้า อาจระฆัง ๒ ก็เป็นได้ ส่วนระฆัง ๓ ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าห้องสอบหมด...ซักกรกฎา-สิงหา เป็นไง?
ถอยหลังไป ๘ ปี เมื่อ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ในรัฐบาลทักษิณ แผ่นดินก็ไหวตรงบริเวณเดียวกับที่ไหวเมื่อวาน ต่างกันเพียงว่า
"ในยุคพี่ชาย" ไหวในแนวดิ่ง ลึกลงไปใต้ดิน แต่คราวนี้ "ในยุคน้องสาว" ไหวแนวราบตามรอยร้าวเปลือกโลก ผลที่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ "สึนามิ" จึงต่างกัน
ครั้งนั้น ผู้คนตายไปกว่า ๒ แสน บ้านเราก็หลายพันคน แต่ครั้งนี้ ตามข่าว...ยังไม่ปรากฏ ก็ถือว่าธรรมชาติยังปรานีมนุษย์ผู้อหังการ...ข้าส่งสัญญาณเตือนพวกเจ้าแล้วนะ อะไรทำนองนั้น!
แผ่นดินไหวทีไร มีแต่ "เกิดโทษมหันต์" ก็มีคราวนี้แหละที่ "เกิดคุณอนันต์" โดยเฉพาะที่บ้านเรา คือขณะที่แก๊งไฮยีนาประชาธิปไตยทักษิณ กำลังเย่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ ๒ ไปรับประทานอยู่ในรัฐสภากันเหย็งๆ ก็เกิดแผ่นดินไหว
บรรดาสมาชิกรัฐสภาเลยตกใจกันใหญ่ นึกว่าธรณีรัฐสภาแยกเพื่อสูบเอาพวก "หนักแผ่นดิน" ไปซะให้พ้นๆ แต่พอสดับตรับฟังชัดก็ทราบว่า ไหวทางเหนือเกาะสุมาตรา แถวๆ อาเจะห์โน่น ไม่ใช่ที่รัฐสภา
แต่ถึงห่าง ๕๐๐ กิโลฯ ๑,๐๐๐ กิโลฯ สำหรับคนตีนเดินมันก็ไกล แต่สำหรับคลื่นวิ่ง ชั่วโมง-ครึ่งชั่วโมงก็...ตูมมมม ถึงไทยแล้ว!
ที่คณะพรรครัฐบาลยิ่งลักษณ์กะการณ์กันว่า จะต้องเรียงคิวให้เสร็จวันนี้-วันพรุ่ง ปรากฏว่าแก้กางเกงค้างซะแล้ว เพราะสัญญาณ "สึนามิ" เป็นพระเอกขี่ยอดคลื่นมาช่วยนางเอกไว้ได้ชนิด......เหนือปาฏิหาริย์
เล่นเอาบรรดาแก๊งเสธ.หน้ากากเหลี่ยมเกาหัวแกรก เพราะไม่ได้คิดแผนสำรองไว้ จะไปฟ้องครูอังคณา หรือครูพจมานก็ไม่ทัน สมุนทักษิณก็เลยจำใจสั่ง "ปิดประชุม" กลางคัน
เลื่อนไปถกกันต่อ สัปดาห์หน้า ๑๘-๑๙ เมษาโน่น!
เหมือนน้ำคร่ำแตกแล้ว จะหัวหรือขาก็ไม่รู้โผล่แพลมๆ แล้ว แต่สุดท้าย...รัฐธรรมนูญเพื่อทักษิณก็คลอดไม่ได้ แบบนี้ต้องระวังทั้งแม่-ทั้งลูก "ตายทั้งกลม" เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน?!
ไม่ใช่พูดเล่นนะ ทั้ง นปช.เพื่อไทย เหมือนศูนย์รวมมือกฎหมายทุกระดับของประเทศไปรวมกันอยู่เพื่อทักษิณ ถ้าพินิจตามแนวกฎหมาย มันใช้ได้หรือที่จะออกกฎหมายลูก เพื่อไปฆ่า คือไปล้ม-ไปล้างกฎหมายแม่ระดับ "กฎหมายรัฐธรรมนูญ" ทั้งฉบับ
ในโลกนี้มีที่ไหนเขาทำกัน แต่ละคนที่เห็นหน้า จบจากฝรั่งเศสบ้าง จบจากเศษฝรั่งบ้าง แล้วมีมั้ยที่เขาสอนให้ออกกฎหมายลูกมาฆ่าแม่ได้!?
และอีกอย่าง มาตรา ๒๙๑ ทั้งตัวหนังสือ และทั้งเจตนารมณ์ ชัดเจนว่าเป็นทางปฏิบัติใช้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้เฉพาะเป็นบางมาตราเท่านั้น ไม่ใช่ให้แก้มาตราใด-มาตราหนึ่ง แล้วใช้ที่แก้นั้นเป็นอาวุธไปทำหน้าที่ไอ้ลูกทรพีไปฆ่าแม่ คือฆ่ารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
เพื่อไปยกร่างกันใหม่!?
ทำแบบนี้ได้ ต่อไปใครมีอำนาจ และอยากมีอำนาจด้วยเหิมเกริมขนาดไหน-แบบไหน ก็ใช้เสียงข้างมากออกกฎหมายทรพี ฉีกรัฐธรรมนูญเดิมทิ้ง แล้วเขียนเอาใหม่ สนองอำนาจตามที่อยากเป็น-อยากใหญ่กันได้ทุกรัฐบาล-ทุกสมัยจะเอากันอย่างนั้นหรือ?
ถ้าต้องการแบบนั้น ก็เขียนรัฐธรรมนูญให้มีมาตราเดียวก็พอ คือเขียนไว้ว่า ใครเป็นรัฐบาล สามารถเขียนรัฐธรรมนูญประจำรัฐบาลได้ตามใจชอบ
ที่ทำอยู่ตอนนี้ มันก็ลักษณะนี้อยู่แล้วมิใช่หรือ ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้ารัฐสภาเข็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ นี้เสร็จเมื่อไหร่ ที่ฝันหวานว่า เสร็จปุ๊บ...จะลงราชกิจจานุเบกษา ประกาศใช้ปั๊บนั้น จะถูกฝ่ายค้าน-ประชาธิปัตย์ หรือประชาชนเข้าชื่อ
ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแน่นอน!
ถ้ารัฐสภาออกกฎหมายแบบนี้ได้ และสังคมชาติยังยึดถือรัฐสภาแบบนี้เป็น ๑ ในสถาบันหลักชาติ พูดได้เลยว่า ต่อจากนั้นไปบ้านเมืองจะไม่มีอะไรเหลือ
ไม่ต้องรอสึนามิ หรือปรากฏการณ์เหนือคาดหมายในเดือนหน้า หรือกลางปี และปลายปีมากวาดหรอก ระบอบทักษิณ จากเผด็จการรัฐสภาวันนี้ที่เหิมเกริมสุดขีดนี่แหละ
กวาดแผ่นดินเรียบก่อน!?
เอาหละ...ก็มาคุยถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวานกันต่อ เป็นการคุยเพื่อให้ตระหนักสู่การแก้ไข ไม่ใช่ตำหนิใครหรอก คือในข้อเท็จจริง "สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐ" เขาประกาศให้รู้ ตั้งแต่เฉียดบ่ายสามโมงเย็นแล้ว
และตั้งแต่เช้าจนบ่ายวาน ผมก็นั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ดูนั่น-ดูนี่ และดูการอภิปรายในสภาฯ เป็นหลัก ไม่ปรากฏข่าวเตือนภัยจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หรือจากหน่วยข่าวรัฐบาลเลย
จนกระทั่งบ่าย ๔ โมงเห็นจะได้ มีคนรักใคร่นับถือกันนำผ้าขาวม้าและข้าวกล้องงอกมาให้ในวันปีใหม่ไทย ก็นั่งคุยกัน ตรงหน้าผม นอกจากผู้มาเยือนแล้ว ก็เป็นจอโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ที่ถ่ายทอดประชุมรัฐสภา คุยๆ กันอยู่ โทรศัพท์ของผู้มาเยือนดัง...เขารับ
ปรากฏว่า เพื่อนเขาโทร.จากภูเก็ตมาบอกว่า แผ่นดินไหวที่สุมาตรา จะเกิดสึนามิ ที่ภูเก็ตอพยพกันจ้าละหวั่น!
ผมก็เลยทราบตอนนั้น รีบเปลี่ยนไปช่องอื่น ก็พอดีเคเบิลช่อง "สำนักข่าวฉากกรงไก่" กำลังรายงานพอดี รายงานจบสั้นๆ ก็มีตัวหนังสือ "โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย" ขึ้นมาแทน ผมก็นึกว่า ต้องเป็นรายงานข่าวด่วนเรื่องแผ่นดินไหวแน่ๆ
แต่ไม่ใช่ ปรากฏช่วงนั้นพอดีตรงกับเวลาที่ ๓-๕-๗-๙-๑๑-ไทยพีบีเอส และยูบีซี จะถ่ายทอดสดเนื่องในพระราชพิธีในระบบทีวีพูล จนกระทั่ง ๖ โมงเย็นล่วงไปแล้ว เสร็จพระราชพิธีแล้ว โทรทัศน์แต่ละช่องจึงกลับสู่รายการปกติ และรายงานข่าวให้ประชาชนทราบ หลังจากไหวมาแล้วกว่า ๒ ชั่วโมง
เคราะห์ดีที่ไหวในแนวราบอย่างที่ว่า จึงไม่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิรุนแรงเหมือนอย่างปี ๒๕๔๗ ก็ไม่สร้างความสูญเสียใดๆ มากนัก ถ้าเกิดในแนวดิ่งอย่างปี ๔๗ น้ำจะยกตัวสูง เกิดคลื่นยักษ์ การที่ช่องสื่อสารถึงประชาชน เช่นโทรทัศน์ไม่ได้รายงาน "ข่าวด่วน" ให้ประชาชนทราบในทันที
ทิ้งช่วงนานกว่า ๒ ชั่วโมงเช่นนี้ ........อะไรจะเกิดขึ้น?
ผมว่าประเด็นนี้ "โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย" ควรทำด่วนใน ๒ กรณี คือ
๑.อธิบายถึงโครงสร้างทีวีพูลให้ประชาชนเข้าใจ
ไม่เช่นนั้นประชาชนจะหลงตำหนิ ด้วยเข้าใจว่ารัฐบาล หรือองค์กร หรือหน่วยงานใด-หน่วยงานหนึ่ง "บังคับ" ให้ถ่ายทอดสดพระราชพิธีชนิดเปลี่ยนแปลงใดๆ มิได้
และทั้งผู้บริหารก็คล้าย "หัวลูกเต๋า" ไม่สามารถใช้สติปัญญาใคร่ครวญถึงความหนัก-เบาของเหตุการณ์ เพื่อการแก้ไขเหตุเฉพาะหน้านั้นไปสู่จุดสมดุลที่ควรอย่างหนึ่ง-อย่างใดได้
๒.คณะผู้บริหารควรนำกรณีนี้เป็นบทเรียน และปรับแนวปฏิบัติในการทำทีวีพูลเสียใหม่ ไม่ใช่ "ถือตรง" อย่างครั้งนี้ ซึ่งทำให้เสี่ยงสูงมาก
ทีวีพูล หรือโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจนี้ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรีคนใด ดังนั้น อย่าไปพานตำหนิเขา เป็นการรวมตัวของโทรทัศน์แต่ละช่องเขา เพื่อด้านธุรกิจของเขาเอง
ตอนนี้ในพูลก็มี ๓-๕-๗-๙-๑๑-ไทยพีบีเอส ยูบีซี รวมกัน บริหารโดยมีคนระดับ ผอ.แต่ละช่องมาเป็นคณะกรรมการบริหาร เรียกว่าบอร์ด
ภารกิจคือ ร่วมมือกันถ่ายทอดสดทั้งในและนอกประเทศในรายการสำคัญๆ ระดับชาติ รายได้ก็แบ่งกัน อย่างพระราชพิธีสำคัญเช่นนี้ ทีวีพูลถ่ายทอดสด ซึ่งก็เหมาะสม เป็นสิ่งที่ควรทำ ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง
ขณะนี้นายฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นประธานบอร์ด กรรมการประกอบด้วย นายประวิทย์ มาลีนนท์ นายศรัณย์ วิรุตมวงศ์ นายจักรพันธุ์ ยมจินดา นายอัมพวัน เจริญกุล นายเทพชัย หย่อง และนายสมพันธ์ จารุมิลินท
สำหรับตัวประธานนั้น ผอ.ช่อง ๕ จะเป็นโดยตำแหน่ง ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อมาตั้งแต่เริ่มรวมเป็นทีวีพูล
ในความเห็นผม อย่างกรณีประจวบกันวานนี้ ซึ่งถูกต้อง จะต้องถ่ายทอดสดพระราชพิธีตามหมายกำหนดการที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อเหตุแผ่นดินไหวระดับ ๘.๙ ริกเตอร์ ด้วยหน้าที่ของสื่อ บอร์ดจะต้องประชุมทันทีว่า จะปรับสถานการณ์อย่างไรโดยไม่ให้เสียทางใด-ทางหนึ่ง
ซึ่งก็ง่ายมาก โทรทัศน์ตั้ง ๗ ช่องที่พูล ด้วยสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วน จะเว้นซัก ๑ ช่อง เอาช่อง ๑๑ ของกรมประชาฯ ก็ได้ ไม่ต้องพูล
แล้วให้รายงานข่าวด่วนถึงความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวให้ประชาชนทราบใกล้ชิด ก็ไม่มีอะไรเสียหาย ซ้ำจะเกิดประโยชน์สมบูรณ์ครบด้านด้วยซ้ำ
ในขณะเดียวกัน ก็ถือโอกาสอธิบายให้ประชาชนเข้าใจถึงการทำงานของ "โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ" และบอกให้ทราบถึงเหตุผลที่ "ช่องนี้" ตัดสินใจยกเว้นถ่ายทอดสดพระราชพิธี เพื่อมารายงานข่าวด่วนให้ประชาชนทราบ ทำแบบนี้ผมว่า "ทุกฝ่าย" จะไม่มีใครเสีย ด้วยความเข้าใจผิดจากประชาชนเลย
หรืออีกทางหนึ่ง ไม่ต้องเว้นช่องใดให้ไปรายงานข่าวด่วน แต่ให้ทุกช่องทำตัววิ่ง รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหวตลอดระยะ ซึ่งทางเทคนิคทำได้สบายมาก โดยไม่ต้องให้ตัววิ่งไปทับภาพที่ถ่ายทอดสด แบบนี้ไม่ถือว่า "ไม่บังควร" แน่
ไม่ยากที่จะแก้ไข เพราะเป็นการแก้ไขในสิ่งที่ถูก-ที่ควรด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เพียงแต่บอร์ดทีวีพูล "ใส่ใจ" ลงไปในเนื้องานซักนิด งานสร้างสรรค์สมบูรณ์พร้อมทุกด้าน ก็จะเกิดขึ้นได้
ถ้าไม่เป็นหัวลูกเต๋า จริงไหมครับ?
http://www.thaipost....ws/120412/55372ปล. อะไรที่มันอ่านแล้วเข้าตัวแสบๆ คันๆ ก็ข้ามๆ ไปก็ได้ เอาเฉพาะประเด็นทีวีพูลก็พอนะ