Jump to content


Photo
- - - - -

เตือนหายนะ'จำนำข้าว'ภาคเกษตรพัง-เสี่ยงขาดทุนหนัก


  • Please log in to reply
20 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 bluetoffee

bluetoffee

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 633 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 07:53

วันที่ 16 เมษายน 2555 14:36
เตือนหายนะ'จำนำข้าว'ภาคเกษตรพัง-เสี่ยงขาดทุนหนัก

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์



Posted Image


168Share
TOOLS ข่าวที่เกี่ยวข้อง คอลัมน์อื่นๆ นักวิชาการ วิพากษ์นโยบายจำนำข้าว เตือนกำลังจะสร้าง "ความหายนะ" โดยแลกกับผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น
อ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ ให้สัมภาษณ์พิเศษ"กรุงเทพธุรกิจ"วิพากษ์นโยบายจำนำข้าวหลังติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเตือนว่านโยบายดังกล่าวกำลังจะสร้าง "ความหายนะ" โดยแลกกับผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น
เขากล่าวว่า นโยบายรับจำนำข้าวกำลัง จะสร้างความหายนะให้แก่โครงสร้างภาคเกษตรของไทย และสร้างภาระให้แก่งบประมาณจำนวนมหาศาลเนื่องจากรัฐต้องนำเงินไปใช้ในการ จำนำ “นโยบายรับจำนำ หากราคาจำนำใกล้เคียงกับราคาตลาด จะช่วยเกษตรกรได้ แต่หากราคาจำนำสูงกว่าราคาตลาดมาก จะทำให้รัฐกลายเป็นผู้ซื้อรายเดียวในตลาด ซึ่งขณะนี้ใช้เงินไปแล้วกว่าแสนล้านบาท ซึ่งไม่รวมถึงค่าโกดัง ค่าเสื่อม ขณะที่เราใช้เงินรับจำนำเกวียนละ 15,000 บาท แต่เราส่งออกเกวียนละ 750 บาท ดังนั้นเราไม่เห็นภาพการขยายตัวของการส่งออก”
เขากล่าวว่า รัฐบาลอ้างว่าจะเก็บสต็อกเอาไว้ระบายออกในช่วงที่ราคาสูง โดยหวังว่าเมื่อรัฐบาลซื้อข้าวเก็บในสต็อกมากๆ แล้ว ข้าวในตลาดจะหายไปและจะทำให้ราคาสูง แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือราคาข้าวในตลาดโลกไม่ปรับขึ้นตามที่คาดไว้ แต่ปรับขึ้นระดับหนึ่ง หากรัฐบาลจะระบายก็จะขาดทุน
“ราคาข้าวที่เพิ่มขึ้นขณะนี้ ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ อย่างเวียดนาม ขณะที่ไทยยังเก็บสต็อกไว้ เพราะราคาจำนำสูงเกิน ระบายออกไม่ได้ นโยบายจำนำของไทยจึงเป็นการอุดหนุนราคาผู้ส่งออกข้าวรายอื่น ขณะที่ประเทศอื่นได้ประโยชน์จากราคาข้าวที่เพิ่มขึ้น”
เขากล่าวว่า ปีนี้ การส่งออกข้าว 5% เราสูญเสียตลาดไปแล้ว ที่ไทยยังส่งออกได้ขณะนี้คือข้าวนึ่ง ซึ่งเรากำลังเจอกับคู่แข่งใหม่คืออินเดีย
อัดคนในรัฐบาลไม่เข้าตลาดโลก
เขากล่าวว่า รัฐบาลหวังว่าราคาข้าวจะสูงกว่าราคาจำนำ แต่ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งคนในรัฐบาลเข้าใจตลาดข้าวของโลกน้อยเกินไป เพราะความเป็นจริงแล้วผลผลิตข้าวในตลาดโลกออกทุก 3 เดือน เนื่องจากข้าวมีช่วงเก็บเกี่ยวสั้น เมื่อราคาข้าวเริ่มปรับขึ้น หลายๆ ประเทศก็เริ่มผลิตขึ้นมาส่งออก ทำให้เวลานี้มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด
อย่างกรณีล่าสุด บราซิล กำลังเร่งขยายพื้นที่ผลิต แม้แต่ในเอเชียเองก็กำลังเร่งผลิตเช่นฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ดังนั้นความหวังว่าราคาจะเพิ่มขึ้นโดยคิดว่าผลผลิตไม่เพียงพอนั้น "ไม่เป็นความจริง" การค้าข้าวของโลกปี 2554 มีประมาณ 35 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3 ล้านตันจากปี 2553 ขณะที่การผลิตมีจำนวน 453 ล้านตันข้าวสาร และการบริโภค 448 ตันข้าวสาร หากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่เพิ่มกำลังการผลิต ข้าวในตลาดก็จะราคาตกลง
“กรณีเดียวที่จะทำให้ข้าวราคาสูงกว่าราคาจำนำของรัฐบาลคือเกิดภัยแล้งรุนแรงทั่วโลกเท่านั้น”
หากราคาไม่ปรับขึ้นมากกว่าราคาจำนำ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ รัฐบาลจำเป็นต้องระบายสต็อกออกในราคาที่ต่ำเพราะไม่สามารถเก็บสต็อกได้ ซึ่งถึงเวลานั้นจะขาดทุนมหาศาลจากนโยบายนี้
บิดเบือนโครงสร้างภาคเกษตร
นอกจากนี้ เขาบอกว่าเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเกษตรของไทย ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นระยะยาวและมองไม่เห็นระยะสั้น นั่นคือ นโยบายจำนำราคาสูง จำให้เกิดการบิดเบือนโครงสร้างการปลูกพืชในประเทศ เพราะเกษตรกรจะหันไปปลูกข้าวเนื่องจากได้ราคาดีกว่า
“นอกจากจะทำให้สต็อกข้าวยิ่งเพิ่มขึ้นแล้ว การหันไปปลูกข้าวเพิ่มขึ้น ก็เท่ากับว่าดึงปัจจัยการผลิตที่ใช้ปลูกพืชอื่นไปปลูกข้าว”
เขากล่าวว่า การบิดเบือนโครงสร้างเกษตรจากนโยบายรัฐบาลนี้เอง ทำให้พืชผลอื่นเริ่มหายไปจากท้องตลาดหรือให้ผลผลิตออกมาน้อย ขณะนี้คนไทยเริ่มซื้อผักผลไม้อื่นๆ ราคาแพงขึ้น และมีแนวโน้มที่แพงขึ้นเรื่อยๆ “ในระยะสั้น เป็นความสำเร็จของรัฐบาล แต่ระยะยาว จะกระทบราคาอาหารจะแพงขึ้น”
บีบรายเล็กออกจากระบบ
เขากล่าวว่า จากการลงพื้นที่หลายแห่งในพื้นที่ภาคกลาง พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ของเกษตรกร และที่จะส่งผลกระทบมากยิ่งขึ้นก็คือ นโยบายรับจำนำเอื้อประโยชน์กับเกษตรกรรายใหญ่เท่านั้น และต่อไปจะเห็นว่าเกษตรกรที่เหลืออยู่เป็นเกษตรกรรายใหญ่หรือเป็นนักลงทุน ที่เข้าไปลงทุนจากนโยบายรับจำนำ เพราะได้ผลตอบแทนสูง เนื่องจากต้นทุนอยู่ที่ 4,500 บาทต่อเกวียน ขณะที่ขายได้ 15,000 บาท ทั้งนี้ เกษตรกรรายเล็กเข้าถึงนโยบายจำนำไม่ได้ เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการขนส่ง ดังนั้น จึงเห็นว่ามีคนเดินใบประทวน หรือคนกลางรับซื้อจากเกษตรรายย่อยเพื่อมาส่งโรงสีที่เข้าโครงการจำนำ
“ขณะนี้เราเห็นว่าเกษตรกรรายย่อยถูกไล่ที่มากขึ้นเรื่อยๆ ต้องขายที่ดินให้รายใหญ่เข้ามาทำนาหรือขอเช่าที่ดิน เมื่อมีรายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้ค่าเช่านาสูงขึ้น ตอนนี้เราเห็นชัดแถวสุพรรณบุรี มี 'คนเดินนา' เป็นอาชีพรับจ้างการดูแลทำนาขนาดใหญ่”
กลไกตลาดพังพินาศ
เขายังกล่าวถึงกลไกตลาดข้าวในประเทศที่ใช้เวลาพัฒนามานานจะพังลง โดยเฉพาะธุรกิจโรงสีและตลาดกลางทางเกษตรที่เคยมีบทบาทสำคัญในการค้าข้าวของ ไทย ตลาดกลางค้าข้าวขนาดใหญ่ในพื้นที่ปลูกข้าวภาคกลางได้สูญหายไปพร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของนโยบายอุดหนุนราคาของรัฐบาลตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากชาวนานำข้าวไปขายให้รัฐบาลจนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตลาดกลาง
“ตลาดกลางหลายแห่งหมดสภาพไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตลาดข้าวกำนันทรง ที่นครสวรรค์ หรือกรณีตลาดสหกรณ์ศรีประจันต์ ที่เคยเป็นตลาดข้าวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ขณะนี้กลายสภาพไปเป็นตลาดนัดขายของ”
นอกจากการสูญหายของตลาดกลางทางการเกษตรแล้ว ธุรกิจโรงสีก็จะสูญหายไปด้วย ยกเว้นโรงสีขนาดใหญ่ที่เข้าร่วมนโยบายจำนำของรัฐบาลเท่านั้น “หากกลไกตลาดไม่ดี ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับคนบางกลุ่ม หากดูไม่ดี การทุจริตคอร์รัปชันก็จะตามมา ใครจะรับผิดชอบ”
เตือนบัตรเครดิต-พักหนี้สร้างปัญหา
เขายังกล่าวถึงนโยบายบัตรเครดิตเกษตรกรและนโยบายพักชำระหนี้ว่า เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวนโยบายด้านเกษตรไทย นโยบายบัตรเครดิตมีส่วนดีทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง แต่ปัญหาก็คือทำให้เกษตรกรพึ่งพาพันธุ์ข้าวและปุ๋ยเคมีมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงอย่างมากเรื่องมาตรฐานของพันธุ์ข้าวและคุณภาพปุ๋ยเคมีที่เข้าร่วม โครงการ ขณะนี้เกษตรกรไทยมีปัญหามากเรื่องคุณภาพพันธุ์ข้าว หากเป็นสมัยก่อน เกษตรกรจะเลือกสายพันธุ์เอง คัดสายพันธุ์จากแปลงเพาะปลูก แต่เมื่อมีนโยบายจำนำ เกษตรกรก็ไม่สนใจพัฒนาคุณภาพ มุ่งแต่ปลูกเพื่อขายในราคาจำนำและใช้ปุ๋ยเคมีมากยิ่งขึ้นเพื่อเร่งผลผลิต “นโยบายบัตรเครดิตและพักหนี้ ทำให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบจำนำมากยิ่งขึ้น จะส่งผลกระทบทั้งระบบ”
เชื่อรัฐไม่มีปัญญาขายข้าว
ผลกระทบสุดท้ายต่อระบบค้าข้าวของไทยคือผู้ส่งออก ซึ่งซื้อข้าวแข่งกับภาครัฐไม่ได้ เนื่องจากราคาจำนำสูงกว่าตลาดโลก ดังนั้นจะเห็นว่าแนวโน้มการส่งออกของไทยจะลดลง เนื่องจากรัฐบาลใช้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เข้ามามีบทบาทแทน เขาเห็นว่า อคส.ไม่มีศักยภาพจำหน่ายข้าวในตลาดโลก และความสามารถมีไม่มากพอ อีกทั้งการระบายข้าวจากสต็อกรัฐจะล่าช้ามาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการระบายข้าวจากสต็อกรัฐที่นับวันเพิ่มขึ้นตามฤดูเพาะปลูก เขาย้ำอีกว่า หากนโยบายนี้ล้มเหลว ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศยากจนยิ่งขึ้น เพราะรัฐจะนำเงินไปจำนำแต่ละปีจำนวนมหาศาล หากประเมินจากปีนี้กว่าแสนล้านบาท และหากใช้นโยบายนี้ 4 ปี ก็จะเป็นเงินกว่า 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินมหาศาล “หากผลผลิตข้าวโลกสูงเพิ่มขึ้น เราจะเจ็บหนัก”

#2 bluetoffee

bluetoffee

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 633 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 07:54

ผมว่ารัฐบาลคงไม่สนใจคำเตือนเหล่านี้ เพราะเงินที่ขาดทุนคือเงินรัฐ ไม่ใช่เงินในกระเป๋าใคร

#3 วิท

วิท

    ขาแพง

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,333 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 07:56

ไม่ใช่เงินไอ้แม้ว มีรึที่มันจะสนใจ

#4 ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

    หน้าตาดี มีอุดมการณ์

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 21,670 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 08:14

ได้อ่านเนื้อข่าว ได้อ่านคห.ท่านบลูท้อฟฟี่กับท่านวิชญ์ ว่าไอ้เหลี่ยมและพรรคพวกไม่ได้สนใจว่าประเทศจะขาดทุน สิ่งสำคัญจะล้มหายตายจากไป มันไม่สนใจ
เพราะไม่ใช่เงินมัน เป็นเงินประเทศ
ผมก็คิดถึงสถานการณ์หนึ่งขึ้นมาที่ตรงกันมาก

เหมือนผู้ชายหื่นๆคนหนึ่งที่ใช้เวลา 30 วันช่วงจีบกัน หลอกผู้หญิงไปฟันโดยไม่ใส่ถุง
มันไม่สนใจหรอกว่าหลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นจะติดโรคมั้ย จะท้องมั้ย พ่อแม่เค้าจะเสียใจแค่ไหน
หลังจากเค้าเสียตัวให้มันแล้วเค้าจะไปเจอผู้ชายดีๆคนใหม่ที่ไหนได้ ชีวิตเค้าจากนี้ไปจะเป็นยังไงหลังโดนมันย่ำยี


ผมรู้สึกว่าประเทศชาติเราขณะนี้เหมือนโดนไอ้เหลี่ยมและพรรคเพื่อไทยหลอกฟันโดยไม่ใส่ถุงอยู่ครับ
gladiator 1.jpg

 

 

 

 

 

 


#5 ant

ant

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,081 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 10:53

สงสารประเทศไทยครับ
ตราบที่สูอยู่-กิน..แผ่นดินไทย ตราบโคตรเหง้าสูใช้แผ่นดินนี้ตราบศพสูฝังใต้..ไทยปฐพี สูไม่มีสิทธิ์ยํ่ายี.." พระเจ้าแผ่นดิน "

#6 yuth8866

yuth8866

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 468 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 16:26

ผมว่ารัฐบาลคงไม่สนใจคำเตือนเหล่านี้ เพราะเงินที่ขาดทุนคือเงินรัฐ ไม่ใช่เงินในกระเป๋าใคร

เกษตรกร รวมถึงโรงสีส่วนใหญ่ ก็ไม่สนใจคำเตือนเหล่านี้ด้วยครับ เพราะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์
พวกเขาจะเริ่มเดือดร้อน ก็ต่อเมื่อรัฐบาลไม่มีเงินมาอุดหนุนให้แหละครับ
ท้ายสุดหากมีการเลือกตั้ง ก็จะกลับมาวังวนเดิมๆ
คือ รากญ้าพาเข้าวิน

#7 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 16:29

ตระกูลนี้มากับความชิ บ ห า ย

เชื่อผมเต๊อะ

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#8 Baboonga

Baboonga

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 579 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 16:37

ข้าวเปลือก-860x629.png

http://thaipublica.o...pledge-of-rice/

#9 phoosana

phoosana

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,687 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 16:49

ท่าน Yuth8866 เชียร์นโยบายจำนำไม่ใช่หรือครับ ตอนนี้ส่งออกข้าวลดวูบเลย ราว 40%
ข้าวที่ส่งออกไม่ได้ปลายทางของมันจะไปอยู่ที่ไหน อิอิ
We love fender.

#10 Baboonga

Baboonga

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 579 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:08

ท่าน Yuth8866 เชียร์นโยบายจำนำไม่ใช่หรือครับ ตอนนี้ส่งออกข้าวลดวูบเลย ราว 40%
ข้าวที่ส่งออกไม่ได้ปลายทางของมันจะไปอยู่ที่ไหน อิอิ


ปล่อยเน่าเหมือนหอมแดงไงครับ

#11 Et tu Brute?

Et tu Brute?

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,529 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:00

ซื้อหอมแดงมาเน่าเล่นยังทำมาแล้ว
ทำความฉิบหายได้ดีมากๆ -_-

It's us against the world


#12 คนดื่มเบียร์

คนดื่มเบียร์

    พอจะทนแดงได้หน่อยๆ

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,721 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:04

ไม่กล้าตอบ เพราะครอบครัวเมียทั้งตระกูล ทำโรงสีอยู่ :P

ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "


#13 yuth8866

yuth8866

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 468 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:11

ท่าน Yuth8866 เชียร์นโยบายจำนำไม่ใช่หรือครับ ตอนนี้ส่งออกข้าวลดวูบเลย ราว 40%
ข้าวที่ส่งออกไม่ได้ปลายทางของมันจะไปอยู่ที่ไหน อิอิ


ที่ผมเชียร์การจำนำ เป็นมุมมองของชาวนาครับ
ถ้า ปชป. อยากจะได้คะแนนตรงนี้ ต้องปรับปรุงยุทธวิธีให้มีกึ๋นมากกว่าที่เคยใช้ครับ
เรื่องการแทรกแซง สินค้าเกษตร จะเป็นจำนำ หรือประกัน ต่างมีข้อดี ข้อเสีย
แต่กุญแจหลัก น่าจะเป็นราคาที่ใช้แทรกแซงที่มันสูงเกิน ที่เราๆ ท่านๆ ต้องหากรรมวิธีควบคุม ไม่ให้นักการเมืองใช้เป็นเครื่องมือ
กลับกันถ้า ปชป. ประกันรายได้ที่ 15000 บาท/ตัน ราคาตลาดปัจจุบันประมาณ 10500 บาท
ขาดทุนตันละ 4500 บาท ข้าวเปลือกขึ้นทะเบียน 30 ล้านตัน ก็ขาดทุนทันที 135000 ล้านเช่นกัน

แต่ที่สำคัญ คนที่มีบทบาทในการเลือกรัฐบาลเป็น ชาวนา เขาเลือกชอยส์ที่เขาได้ประโยชน์สูงสุด
ไม่ได้สนใจเศรษฐศาสตร์มหาภาคแบบพวกท่านนี่ครับ นั่นแหละปัญหา


ข้าวที่เหลือบานตะโก้ในโกดัง ท้ายสุดก็จะประมูลถูกๆ ให้กับผู้ส่งออกเพื่อจำหน่ายไปต่างประเทศ
ถ้ามีการประมูลแจกจ่ายแบบทั่วถึง ผู้ส่งออกก็จะเงียบอีกเช่นกัน

คนในห่วงโซ่ เข้าแฮปปี้กันหมด ทั้งชาวนา โรงสี ข้าราชการ นักการเมือง ยันผู้ส่งออก

#14 คนดื่มเบียร์

คนดื่มเบียร์

    พอจะทนแดงได้หน่อยๆ

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,721 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:14


ท่าน Yuth8866 เชียร์นโยบายจำนำไม่ใช่หรือครับ ตอนนี้ส่งออกข้าวลดวูบเลย ราว 40%
ข้าวที่ส่งออกไม่ได้ปลายทางของมันจะไปอยู่ที่ไหน อิอิ


ที่ผมเชียร์การจำนำ เป็นมุมมองของชาวนาครับ
ถ้า ปชป. อยากจะได้คะแนนตรงนี้ ต้องปรับปรุงยุทธวิธีให้มีกึ๋นมากกว่าที่เคยใช้ครับ
เรื่องการแทรกแซง สินค้าเกษตร จะเป็นจำนำ หรือประกัน ต่างมีข้อดี ข้อเสีย
แต่กุญแจหลัก น่าจะเป็นราคาที่ใช้แทรกแซงที่มันสูงเกิน ที่เราๆ ท่านๆ ต้องหากรรมวิธีควบคุม ไม่ให้นักการเมืองใช้เป็นเครื่องมือ
กลับกันถ้า ปชป. ประกันรายได้ที่ 15000 บาท/ตัน ราคาตลาดปัจจุบันประมาณ 10500 บาท
ขาดทุนตันละ 4500 บาท ข้าวเปลือกขึ้นทะเบียน 30 ล้านตัน ก็ขาดทุนทันที 135000 ล้านเช่นกัน

แต่ที่สำคัญ คนที่มีบทบาทในการเลือกรัฐบาลเป็น ชาวนา เขาเลือกชอยส์ที่เขาได้ประโยชน์สูงสุด
ไม่ได้สนใจเศรษฐศาสตร์มหาภาคแบบพวกท่านนี่ครับ นั่นแหละปัญหา


ข้าวที่เหลือบานตะโก้ในโกดัง ท้ายสุดก็จะประมูลถูกๆ ให้กับผู้ส่งออกเพื่อจำหน่ายไปต่างประเทศ
ถ้ามีการประมูลแจกจ่ายแบบทั่วถึง ผู้ส่งออกก็จะเงียบอีกเช่นกัน

คนในห่วงโซ่ เข้าแฮปปี้กันหมด ทั้งชาวนา โรงสี ข้าราชการ นักการเมือง ยันผู้ส่งออก

ขอแย้งครับ คนในห่วงแฮ๊บปี้หมด ยกเว้นชาวนาครับ

ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "


#15 คนดื่มเบียร์

คนดื่มเบียร์

    พอจะทนแดงได้หน่อยๆ

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,721 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:16

ตอนนี้ค่าเซอร์เวย์ ขอกระสอบละ ร้อยแล้วน่ะครับแถวบ้านผม :P

ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "


#16 yuth8866

yuth8866

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 468 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:21



ท่าน Yuth8866 เชียร์นโยบายจำนำไม่ใช่หรือครับ ตอนนี้ส่งออกข้าวลดวูบเลย ราว 40%
ข้าวที่ส่งออกไม่ได้ปลายทางของมันจะไปอยู่ที่ไหน อิอิ


ที่ผมเชียร์การจำนำ เป็นมุมมองของชาวนาครับ
ถ้า ปชป. อยากจะได้คะแนนตรงนี้ ต้องปรับปรุงยุทธวิธีให้มีกึ๋นมากกว่าที่เคยใช้ครับ
เรื่องการแทรกแซง สินค้าเกษตร จะเป็นจำนำ หรือประกัน ต่างมีข้อดี ข้อเสีย
แต่กุญแจหลัก น่าจะเป็นราคาที่ใช้แทรกแซงที่มันสูงเกิน ที่เราๆ ท่านๆ ต้องหากรรมวิธีควบคุม ไม่ให้นักการเมืองใช้เป็นเครื่องมือ
กลับกันถ้า ปชป. ประกันรายได้ที่ 15000 บาท/ตัน ราคาตลาดปัจจุบันประมาณ 10500 บาท
ขาดทุนตันละ 4500 บาท ข้าวเปลือกขึ้นทะเบียน 30 ล้านตัน ก็ขาดทุนทันที 135000 ล้านเช่นกัน

แต่ที่สำคัญ คนที่มีบทบาทในการเลือกรัฐบาลเป็น ชาวนา เขาเลือกชอยส์ที่เขาได้ประโยชน์สูงสุด
ไม่ได้สนใจเศรษฐศาสตร์มหาภาคแบบพวกท่านนี่ครับ นั่นแหละปัญหา


ข้าวที่เหลือบานตะโก้ในโกดัง ท้ายสุดก็จะประมูลถูกๆ ให้กับผู้ส่งออกเพื่อจำหน่ายไปต่างประเทศ
ถ้ามีการประมูลแจกจ่ายแบบทั่วถึง ผู้ส่งออกก็จะเงียบอีกเช่นกัน

คนในห่วงโซ่ เข้าแฮปปี้กันหมด ทั้งชาวนา โรงสี ข้าราชการ นักการเมือง ยันผู้ส่งออก

ขอแย้งครับ คนในห่วงแฮ๊บปี้หมด ยกเว้นชาวนาครับ

ทีคุยมา (ผมอยู่ ตจว นะครับ) ชาวนาชอบ ข้าวเปลือกราคา 15000 บาททุกคนนะครับ
พวกที่เข้าโครงการไม่ได้ ส่วนใหญ่เกิดจากขึ้นทะเบียนไม่ได้ แถวบ้านผมเค้าจะฝากญาติจำนำให้

#17 yuth8866

yuth8866

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 468 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:25

ตอนนี้ค่าเซอร์เวย์ ขอกระสอบละ ร้อยแล้วน่ะครับแถวบ้านผม :P

เซอร์เวย์ ก็แฮ๊ปปี้ด้วยอีกคน เย้

#18 แมวกระป๋อง

แมวกระป๋อง

    ประชาแมวธรรมดา

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,793 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:49

ขนาดภาษียังเอาไปแจกผู้ก่อการร้าย

จะขาดทุนแค่ไหนไม่ใช่เงินมัน

เงินเราทั้งนั้นมันไม่เดือดร้อนหรอกครับ
เพราะผมคือประชาชนของในหลวง

#19 orogaros

orogaros

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,204 posts

ตอบ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 - 21:54


ท่าน Yuth8866 เชียร์นโยบายจำนำไม่ใช่หรือครับ ตอนนี้ส่งออกข้าวลดวูบเลย ราว 40%
ข้าวที่ส่งออกไม่ได้ปลายทางของมันจะไปอยู่ที่ไหน อิอิ


ปล่อยเน่าเหมือนหอมแดงไงครับ


นึกว่าหายได้แบบลำไยเสียอีก :D :D

#20 voodoo

voodoo

    ไม่เป็นกลาง

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,202 posts

ตอบ 19 เมษายน พ.ศ. 2555 - 02:35

จำได้ไหม ข่าว ข้าวเน่าคาโกดัง
" สลิ่มที่ไม่กล้่าเปิดตัวต่อสาธารณชนเท่าไรนัก เนื่องจากไม่ได้ทำประกันอัคคีภัย "

#21 sudthorn

sudthorn

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 967 posts

ตอบ 19 เมษายน พ.ศ. 2555 - 03:38

ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ “ท้าจับตาจำนำข้าวไตรมาสแรก รู้กัน!! มาถูกทางหรือไม่”

เขียนโดย สาธินีย์ วิสุทธาธรรมวันพุธที่ 01 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 01:59 น.
SHARE STORE:0diggsdigg


“ราคาข้าวไทยแพงสุดโต่ง ไม่เพียงส่งออกไม่ได้

กลับไปกางร่มให้คู่แข่ง ปลูกข้าวเพิ่มมาขายแข่งกับเรา”

ครบรอบ 4 เดือนเต็มที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินหน้านโยบายจำนำข้าว ผ่านฝน ผ่านหนาว ผ่านน้ำท่วม จนสต๊อกข้าวเข้าโครงการได้กว่า 6 ล้านตัน พร้อมกันนี้เตรียมเดินเครื่อง เริ่มโครงการจำนำข้าวนาปรัง ฤดูกาลผลิตใหม่ ในเดือนมีนาคม

ศูนย์ข่าวสารนโยบายสาธารณะ สัมภาษณ์ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ ในฐานะนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮ่วยชวนค้าข้าว จำกัด ถึงทิศทางนโยบายข้าวไทยภายใต้โครงการรับจำนำข้าว หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ประกาศตลาดข้าวปีนี้ จะไม่เน้นการส่งออกข้าวในเชิงปริมาณ แต่จะเน้นการเพิ่มมูลค่า

4 เดือนกับการส่งออกข้าวไทย ภายใต้โครงการรับจำนำข้าว ?

ผมคิว่า การส่งออกข้าวได้รับผลกระทบโดยตรง จากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล…

ดูจากตัวเลขการส่งออกตั้งแต่เริ่มโครงการรับจำนำข้าวเมื่อเดือนตุลาคม 2554 ยอดส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเดือนธันวาคมปี 2553 ส่งออกไปประมาณ 1 ล้านตัน แต่ธันวาคมปี 2554 ส่งออกได้ประมาณ 4.5 แสนตัน และหากเปรียบเทียบเดือนมกราคมปี 2555 ตัวเลขยังไม่ถึง 3 แสนตันด้วยซ้ำ เทียบกับมกราคม 2554 ตัวเลขส่งออกเกือบ 1 ล้านตัน

ดังนั้นจึงสามารถประเมินง่ายๆ ว่า หมดเดือนมกราคม 2555 ตัวเลขการส่งออกข้าวลดหายไปเกือบๆ 60%

“เป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่า การส่งออกได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จากการยกระดับราคาของโครงการรับจำนำข้าว”


แน่นอนว่า...ไม่มีใครคัดค้านนโยบาย หรือแนวคิดช่วยเหลือเกษตรกร แต่จะต้องเป็นวิธีที่ทำให้ผลกระทบต่างๆ เกิดขึ้นน้อยที่สุด เพราะการส่งออกข้าวไม่ได้ หมายความว่า ข้าวยังตกค้างอยู่ในประเทศ และยิ่งนานวันข้าวที่อยู่ในสต็อก โดยเฉพาะสต็อกของรัฐบาลจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปะทะกับข้าวนาปรังที่กำลังจะออกมาในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ และคาดว่าจะมีปริมาณมาก เนื่องจากมีน้ำท่าบริบูรณ์ และมีราคาที่จูงใจให้เกษตรกรปลูกมากขึ้น จะเพิ่มปริมาณข้าวในสต็อกให้มากขึ้นอีก

ขณะที่การส่งออกข้าวไทยอาจจะลดลงจาก 10 ล้านตัน เหลือแค่ 6-6.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่หายไปมาก

ตลาดข้าวไทย กับการยกระดับราคาข้าวส่งออก?

ราคาข้าวในตลาดโลกเหมือนจะดูดี แต่เมื่อทุกประเทศเล็งเห็นว่า ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ มีข้าวในสต็อกอยู่มาก และขายข้าวราคาสูง ทำให้ตลาดโลกขึ้นราคาลำบาก เพราะทุกประเทศรู้ว่า รัฐบาลไทยต้องปล่อยข้าวในสต็อกไม่วันใดวันหนึ่ง เนื่องจากข้าวเป็นสินค้าที่เสื่อมสภาพได้ง่าย ปีเดียวก็เริ่มเสื่อมแล้ว

ดังนั้น หากมองในระยะยาวภาระของภาครัฐจะมากขึ้นเรื่อยๆ

“ยิ่งราคาข้าวไทยแพงขึ้นสุดโต่ง ราคาต่างประเทศก็รับไม่ได้ ไม่เพียงทำให้เราส่งออกไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเป็นการส่งเสริมให้ประเทศคู่แข่งเราปลูกข้าวเพิ่มมากขึ้น เพื่อมาขายแข่งกับเรา เหมือนไปกางร่มให้เขา เขาก็จะปลูกมาแข่งกับเรามากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีในระยะยาวอย่างแน่นอน”

การส่งออกข้าวไทย จากที่เคยเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด 30 ปี ก็อาจจะเสียตำแหน่งไปได้ เพราะประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ก็มีการพัฒนาอย่างมาก โดยเฉพาะการเพาะพันธุ์ข้าว เรียกได้ว่า ตอนนี้เวียดนามหายใจรดต้นคอไทยแล้ว มองแล้วทั้งเหนื่อยและลำบากใจ

ทั้งนี้ ผมได้พยายามเสนอกับภาครัฐว่า ควรต้องมีวิธีการอื่นที่ช่วยให้ระบายข้าวไปต่างประเทศได้ ไม่อย่างนั้นไทยจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไปเรื่อยๆ และรัฐบาลจะมีภาระในการเก็บรักษาข้าวมากขึ้น อีกทั้งต้องนำเงินมาช่วยในโครงการรับจำนำปีละหลายแสนล้านบาท

แต่ที่ผ่านมา (หยุดถอนหายใจ) ....ข้อเสนอก็ยังไม่ได้ความสนใจจากรัฐบาล

คิดอย่างไรที่ ก.พาณิชย์มั่นใจ ว่าจะ สามารถยกระดับราคาข้าวส่งออกได้เกิน 700 เหรียญสหรัฐ?

การจะดึงราคาส่งออกให้ขึ้นไปได้ถึง 700-800 เหรียญสหรัฐนั้น เป็นไปได้ยาก (เน้นเสียง)

นอกจากจะเกิดวิกฤตการณ์เช่น วิกฤติอาหาร หรือน้ำมัน เพราะการเพิ่มหรือลดราคาข้าวในตลาดโลก ต้องมีปัจจัยกำลังซื้อ และกำลังผลิตของทั่วโลกมาเกี่ยวข้อง ซึ่งในปีนี้ผลผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากจาก 450 ล้านตันทั่วโลก เป็น 460 ล้านตัน ในขณะที่การบริโภคเพิ่มขึ้นไม่มาก ทำให้ในปี 2555 กำลังผลิตจะมากกว่ากำลังซื้อ

ปัจจัยต่อมาที่มีผลต่อการเพิ่มหรือลดราคาข้าว คือ ราคาพืชไร่อื่นๆ เช่น ข้าวสาลี ที่ปีนี้ราคาไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากมีผลผลิตเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก อยู่ที่ 230-240 เหรียญ จากระยะปกติราคาข้าวจะเป็น 2 เท่าของราคาข้าวสาลี อยู่ที่ 450-460 เหรียญ อันเป็นราคาที่ประเทศคู่แข่งไทย เช่น อินเดีย เวียดนาม และปากีสถานขายอยู่ในขณะนี้

มีเพียงไทยที่ขึ้นไป 520 เหรียญ และมีโอกาสทะยานขึ้นไปถึง 700 เหรียญในราคารับจำนำ

ผมว่าความคิด ความเชื่อที่ว่าราคาข้าวเคยขึ้นไปได้ถึง 1,000 กว่าเหรียญ แต่ตอนนี้ลดลงมากนั้น ต้องพิจารณาด้วยว่าช่วงที่ราคาขึ้น เช่น ปี 2008 นั้นมีวิกฤตการณ์อาหาร และราคาน้ำมันขึ้นด้วย เพราะหลายประเทศมีการกักตุนสินค้า แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น

และความคิดที่ว่า ไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ สามารถกำหนดราคาได้ ก็ล้วนเป็นความคิดที่ไม่จริง และไม่ควรนำมาใช้ เพราะมีหลายประเทศที่ส่งออก และปลูกข้าวรับประทานเอง จะกำหนดราคาเอง หรือขายแพงมากไมได้ ทุกอย่างต้องมีความสมดุล

แล้วความเชื่อที่ว่า ภาวะน้ำท่วม คือ ผลกระทบหลักให้การส่งออกลดฮวบ?

(อืม...) ภาวะน้ำท่วม อาจส่งผลให้ข้าวบางส่วนเสียหาย แต่ในภาคอีสานที่มีผลผลิตต่อไร่ดีขึ้นมาก กลับไม่มีใครพูดถึง

ซึ่งข้าวส่วนนี้ เมื่อรวมกับข้าวนาปรังที่คาดว่าจะได้ปริมาณมากจากเดิม ข้าวเปลือก 8 ล้านตัน ปีนี้อาจจะขึ้นไปได้ถึง 11-12 ล้านตัน เพราะมีน้ำบริบูรณ์ ส่วนพื้นที่ถูกน้ำท่วมก็ได้ปุ๋ยธรรมชาติ ประกอบกับราคารับจำนำข้าวที่ค่อนข้างสูง อาจทำให้เกษตรกรปลูกเพิ่มมากขึ้น ทั้งหมดนี้ก็จะมาชดเชยในส่วนของข้าวนาปีที่เสียหายไปได้

โดยภาพรวมผลผลิตที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม อาจไม่ขาดหายไปเท่าไหร่ และไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่ทำให้การส่งออกน้อยลง เพราะข้าวในสต็อกก็ยังมีอยู่

“ผมมองว่า ในระยะยาวการจะสร้างกลยุทธ์ หรือนโยบาย ควรจะต้องอิงกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่อิง หรือคาดคะเนว่า ประเทศอื่นจะเสียหาย แล้วเราจะได้ดิบได้ดี เพราะมันเป็นอะไรที่ไม่ยั่งยืน และไม่มีความแน่นอน เราจะต้องทำให้ต้นทุนเราถูกลง ให้สามารถขายแข่งกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน"

ทุกวันนี้หลายประเทศเร่งการปลูกข้าวมากขึ้น ทั้งพม่า และกัมพูชา ก็เพิ่มผลผลิตขึ้นจากเดิมเคยปลูก 6-7 ล้านตัน ก็เพิ่มไป 9-10 ล้านตัน และมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นอีก เป็นที่น่าจับตาว่า ในอนาคต หากมีการพัฒนา หรือมีประเทศผู้ซื้อเข้าไปลงทุนมากๆ จะกลายเป็นคู่แข่งของไทยอีกราย

แล้วควรทำอย่างไรถึงจะยกระดับราคาข้าว กับคุณภาพข้าวไทยได้?

สิ่งที่ผมอยากเห็น คือ การช่วยเหลือเกษตรกรโดยไม่ทำให้กลไกตลาดเสีย เพราะตามพฤติกรรมการบริโภคของคน ลูกค้าที่หายไปจะดึงกลับมาได้ยาก อาจทำให้ไทยต้องสูญเสียตลาดนี้ไปอย่างถาวรก็ได้

ทั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่า ราคาข้าวไทยสูงกว่าประเทศอื่นเสมอ ดังนั้น สิ่งที่ควรทำ คือการพัฒนาคุณภาพข้าวให้ดีขึ้นหนีคู่แข่ง

ทุกวันนี้คู่แข่งเราพัฒนาไปได้มาก โดยเฉพาะข้าวขาวใกล้เคียงแทบไม่แตกต่างกับข้าวไทย ในขณะที่ราคายังแตกต่างกัน 80-90 เหรียญ เช่นเดียวกับข้าวหอม ที่กัมพูชา เริ่มหันมาปลูกมากขึ้นและมีคุณภาพใกล้เคียงกับไทยมาก

ที่สำคัญขายถูกกว่าไทย ตันหนึ่งกว่า 200 เหรียญ ซึ่งประเทศเหล่านี้กำลังมาแย่งตลาดเราไปเรื่อยๆ เหมือนที่ไทยเริ่มสูญเสียตลาดฮ่องกง จากเดิมนำเข้าข้าวไทย 90% เหลือ 60% จากการที่ราคาข้าวไทยสูงโด่งจนผู้บริโภครับไม่ไหว เหตุการณ์เหล่านี้ค่อยๆ เกิดขึ้นจนเริ่มน่าเป็นห่วง

สำหรับเรื่องคุณภาพ (เสียงอ่อน) ผมไม่ค่อยเห็นว่า มีการพัฒนาอย่างจริงๆ จังๆ

หากเราดูงบประมาณการวิจัยเพื่อพัฒนา (Research and Developmnet : R&D) ในไทยมีน้อยมาก และน้อยกว่าเวียดนามที่มีมากกว่าเรา 10 เท่า ในการใช้งบประมาณเพื่อการวิจัยศึกษาคุณภาพและพันธุ์ข้าว งบประมาณของเราส่วนใหญ่มุ่งเน้นเรื่องราคาเป็นหลัก ไม่ว่าจะรับจำนำ หรือประกันรายได้ โดยที่ปีหนึ่งๆ ต้องเสียงบประมาณในส่วนนี้ไปเป็นแสนๆ ล้านบาท

“คุณภาพ เป็นสิ่งที่ผมพยายามนำเสนอมาโดยตลอด เพราะคุณภาพข้าวไทยในขณะนี้ไม่ใช่ดีขึ้น แต่กำลังแย่ลง ข้าวหอมไทยวันนี้ไม่หอมเลย ไม่เหมือนในอดีต เพราะพันธุ์ข้าวเริ่มกลายพันธุ์ สืบเนื่องจากการใช้ปุ๋ยเคมีโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเกษตรกร เป็นการทำลายดินทาง และทำให้กลิ่นอโรม่าในข้าวหายไป"

สินค้าพรีเมี่ยมที่เราเคยเหนือกว่าประเทศอื่นก็หายไป ในขณะที่ประเทศอื่นพัฒนาขึ้น เรากลับกินบุญเก่า เรื่องนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง

คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ส่งออกข้าวปี 2555 อย่างไรบ้าง?


สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยปี 2555 ภายใต้นโยบายจำนำข้าว ดูแล้วค่อนข้างเหนื่อย เพราะปริมาณจะหายไปเกือบ 40% จากปีที่แล้วที่เราเคยส่งออก 10.5 ล้านตัน ปีนี้อาจเหลือ 6.5 เพราะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการกลับมาส่งออกข้าวของประเทศอินเดีย และเป็นการกลับมาพร้อมข้าวจำนวนมหาศาล บวกกับราคาที่ต่างกับไทยเกือบๆ 100 เหรียญ

“ตามราคารับจำนำข้าวของรัฐบาลประกาศไว้ 15,000 บาท ทำให้ไทยต้องขายข้าวอย่างต่ำ 750 เหรียญ โดยที่ตอนนี้ 530 เหรียญ ยังขายไม่ออก หากดูจากสภาวะเช่นนี้ เชื่อได้ว่า การส่งออกในปีนี้ก็คงจะหลุดเป้าไปเยอะมาก คิดไม่ออกเลยว่าจะเหลือเท่าไหร่ จากเดือนแรกที่ออกมา 3 แสนตันก็ใจหายมาก เพราะปกติช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ที่เพิ่งมีข้าวรอบใหม่ จะเป็นเดือนที่ขายข้าวได้ราคาดีที่สุด และในช่วงเดือนมีนาคม ข้าวรอบใหม่ของเวียดนามก็จะออกสู่ตลาดอีก"

ดูสถานการณ์แล้ว 6 เดือนแรกการส่งออกไทยท่าทางจะเดี้ยง (เน้นเสียง)

ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องดึงราคาให้สูงถึง 700 เหรียญ ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร เพราะปัจจัยที่จะกำหนดราคาข้าวก็เป็นไปตามกำลังซื้อ กำลังผลิต และราคาพืชผลอื่นๆ เป็นไปตามกลไกตลาด สำหรับส่วนต่าง หากภาครัฐจะช่วยเหลือเกษตรกร ก็ควรช่วยเรื่องการชดเชย หรือวิธีอื่นที่มีมากมาย

…หากช่วยแต่เรื่องราคา ก็จะส่งผลให้ทุกอย่างถูกบิดเบือนไปหมด แม้จะตั้งราคาสูงได้ ก็คงขายไม่ได้

จากนี้ ตัวเลขการส่งออกอีกประมาณ 3 เดือน หรือไตรมาสแรกก็น่าจะพอมองเห็นภาพชัดๆ และเป็นตัวพิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่นี้ เดินไปอย่างถูกทางหรือไม่ และหากยังดื้อดึงที่จะทำต่อไป ก็คงต้องตัวใครตัวมันแล้ว…

http://www.thairefor...1-19-00-02.html
คนพูดเท็จ ไม่ทำชั่ว นั้นไม่มี




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน