
ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ เพื่อนฝรั่งถามผมว่า“รู้สึกอย่างไรที่ประเทศไทยมีนายกฯหญิงคนแรกชื่อยิ่งลักษณ์” ผมอึ้งไปนิด เพราะมัวคิดหาคำตอบสั้นๆกระชับให้ตรงประเด็น……
เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก ที่จะอธิบายให้คนต่างชาติเข้าใจการเมืองไทยด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน ตรงต่อสภาพความเป็นจริงมากที่สุด ด้วยเวลา 5-10 นาที กระทั่งหนึ่งชั่วโมงจนถึงหนึ่งคอร์สวิชา(Course) แม้เจ้าเพื่อนชาวอเมริกันเชื้อสายยิวผู้นี้ เคยร่ำเรียนรัฐศาสตร์มาบ้างระดับปริญญาตรี แต่ภายหลังก็เปลี่ยนสายไปเรียนด้านการศึกษาจนจบปริญญาเอก
ในที่สุด ผมก็ตอบโดยการถามเขากลับไปประมาณว่า “แล้วลื้อล่ะ รู้สึกอย่างไร ถ้าได้ ซาร่าห์ เพ ลิน เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา”
ซาร่าห์ เพ ลิน (Sarah Palin) ชื่อนี้คงเคยผ่านหูผ่านตาคนไทยมาบ้างเมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว ตอนที่เธอได้รับการเสนอชื่อเป็นรองประธานาธิบดีของนายจอห์น แมคเคน (John McCain) วุฒิสมาชิกหลายสมัยจากมลรัฐอริโซนา (Arizona) ผู้ลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐกับนายบารัค โอบามา (Barack Obama)วุฒิสมาชิกสมัยแรกจากมลรัฐอิลลินอยส์ (Illinois) เมื่อปี ค.ศ. 2008
คณะทำงานหาเสียงของแมคเคนเลือกซาร่าห์ เพ ลิน ซึ่งขณะนั้นกำลังเป็นผู้ว่าการมลรัฐอลาสก้า (Alaska) ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ คือ
1) ต้องการผู้หญิง เพื่อดึงคะแนนกลุ่มสุภาพสตรี กลุ่มที่ยังเป็นจุดอ่อนของแมคเคน
2) เธอคนนี้ต้องมีบุคลิกและลีลา(Style)แบบคนเด่น/คนดัง(Celebrity)เพื่อคานกับลักษณะโอบามาที่ทีมงานแมคเคนมองว่า เป็นเพียงคนเด่น ดัง ที่พูดจาดี โน้มน้าวผู้ฟังเก่ง แต่ไม่มีประสบการณ์การเมืองมากนัก เมื่อเทียบกับจอห์น แมคเคน ที่เป็นวีรบุรุษสงครามและคร่ำหวอดเป็นวุฒิสมาชิกมากว่า 20 ปี
ซาร่าห์ เพลินได้รับการทาบทามจากสตีฟ ชมิดท์ (Steve Schmidt) นักยุทธศาสตร์(มือเก๋า) ทางการเมืองอันดับต้นๆของพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมหาเสียง(Campaign Manager) ของแมคเคนในปลายเดือนกรกฎาคม 2008 เพียงแค่ 3 เดือนเศษ ก่อนมีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ประสบการณ์การเมืองของเธอคือ6 ปีในตำแหน่งนายกเทศมนตรี Wasilla เมืองเล็กๆในรัฐ อลาสก้าทึ่มีประชากร 6พันกว่าคน และ18 เดือนตำแหน่งผู้ว่าการรัฐอลาสก้าที่มีประชากร 7แสนกว่าคน แค่ประสบการณ์ดังกล่าว ทำให้ชมิดท์ต้องจัดทีมงานจำนวนหนึ่ง เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำเรื่องต่างๆต่อซาร่าห์ เช่น พี่เลี้ยงเรื่องการสื่อสาร เพื่อเตรียมตอบคำถามนักข่าวสำนักต่างๆที่จ้องตระครุบเหยื่อโอชะแบบเธอ,พี่เลี้ยงเรื่องความรู้ทั่วไป ที่จำเป็นสำหรับงานการเมืองระดับประเทศและระดับสากล, และสำคัญที่สุดคือ พี่เลี้ยงเรื่องการต่างประเทศ อันเป็นเรื่องที่เธอมีความรู้แค่หางอึ่งแบบ งูๆปลาๆดังเช่น.
เธอไม่รู้ว่า เกาหลีเหนือ กับ เกาหลีใต้ นั้นเป็นคนละประเทศกัน
เธอเข้าใจว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร (The Queen Elizabeth II) นั้น เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร (Head of Government) ของประเทศอังกฤษ
เธอคิดว่า เวลาของประเทศรัสเซีย นั้นเป็นเวลาเดียว (Time Zone) กันกับที่รัฐอลาสก้า ฯลฯ
ช่วงแรกของการรณรงค์หาเสียง ซาร่าห์กระตือรือร้นทำการบ้านหนัก ร่วมมือทีมงานพี่เลี้ยงดี
อย่างไรก็ตาม บุคคลแรกที่เริ่มเห็นสัญญาณของความล่มจมในการเลือกซาร่าห์เข้าร่วมทีมกับจอห์น แมคเคน ก็คือนิโคล วอลเลซ (Nicolle Wallace) พี่เลี้ยงด้านการสื่อสารกับนักข่าว
นิโคลพบว่า ไม่ใช่แค่เรื่องการต่างประเทศเท่านั้น ที่ซาร่าห์ไร้เดียงสามาก ความเป็นจริงแล้ว เธอแทบไม่รู้อะไรเลย ที่นอกเหนือไปจากเรื่องของเมือง Wasilla และรัฐ Alaska “เธอไม่สามารถคิดอะไรที่ออกไปไกลเกินกว่าอลาสก้าได้”
นิโคลสรุป ปัญหาว่าที่รองประธานาธิบดีของจอห์น แมคเคนให้สตีฟ ชมิดท์ฟัง ระหว่างการติวเข้มสำหรับความพร้อมเพื่อตอบคำถามนักข่าว ในการเปิดตัวเธอเป็นทางการต่อสื่อมวลชนทุกแขนงโดยก่อนหน้านั้น เธอเข้าใจผิดมาตลอดว่า สื่อมวลชนทุกแขนงที่มาสัมภาษณ์ คือนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น2-3 ฉบับจากอลาสก้า
หลังจากได้คุยกับนิโคล... ชมิดท์ก็เริ่มรับรู้ได้ถึงหายนะที่กำลังมาเยือนด้วยตัวเอง เมื่อเขามีโอกาสทดสอบวิชาการเมือง 101 (ความรู้ทางการเมืองเบื้องต้นสำหรับบุคคลทั่วไป)กับ ซาร่าห์ เพลิน ชมิดท์ถามความเห็นเพลินเรื่องบทบาทของ FED (Federal Reserve System) หรือ ธนาคารกลางของสหรัฐกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญอยู่
คำตอบที่ได้รับ ทำให้ชมิดท์ถึงกับสำลักกาแฟที่กำลังจิบอยู่ เมื่อคุณเธอเข้าใจว่า FED หรือ “FED Government”(คำพูดของซาร่าห์)คือรัฐบาลประเทศอะไรสักประเทศหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอยู่ในโลกนี้
มาร์ค วอลเลซ (Mark Wallace) อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (UN) พี่เลี้ยงเรื่องการต่างประเทศคือ ข้อมูลเชิงประจักษ์(empirical evidence)ชิ้นสุดท้ายที่ สตีฟ ชมิดท์ ต้องไปยอมรับผิดและขอโทษจอห์น แมคเคนที่เขาตัดสินเลือกซาร่าห์ เพลินมาเป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี
“เธอเอาแต่ก้มหน้า ก้มตานั่งกดโทรศัพท์มือถือ ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เสร็จแล้วก็เดินไปที่หน้ากระจกแล้วบอกว่าตัวเองอ้วน น่าเกียจ”
อดีตทูต UN ของสหรัฐ บอกชมิดท์ถึงอาการสติแตก(Mental Disorder)ของซาร่าห์ระหว่างการติวเข้มเรื่อง International Relations 101 (ความรู้เบื้องต้นทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)
“แล้วลื้อล่ะ รู้สึกอย่างไร ถ้าได้ ซาร่าห์ เพลิน เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา” กลับมายังคำถามที่ผมถามเพื่อน ตอนแรก Dr.Charles J. Hacker ทำท่าโล่งใจ ตอบทันที ไม่ต้องใช้เวลาคิดว่า “How lucky we are that she did not win, otherwise it certainly would be national disaster because she is very very stupid.”
ครับ ฟังคำตอบแล้ว ผมได้แต่คิดในใจว่า เออ เอ็งมันโชคดี แต่ข้าสิ....................












