แล้วจะไม่ให้ตั้งฉายาเสื้อแดงว่า ควาย ได้อย่างไร
#1
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:00
ซึ่งเขาจะมีสมุดให้จดบบันทึกครัวเรือนละเล่ม มีเจ๊คนหนึ่งเอาสมุดมาให้เจ้าหน้าที่ดู รายจ่ายของเจ๊แกเยอะมาก
เจ้าหน้าที่ก็เลยสงสัยว่ารายจ่ายเยะอขนาดนี้แล้วไปเอารายได้มาจากไหน ประกอบอาชีพอะไร
เจ๊แกเลยเปิดสมุดให้ดูหน้ารายได้ ที่มาคือ เงินกู้
เห็นแล้วเหนื่อยใจกับพวกชาวบ้านแถบภาคเหนือ ภาคอีสานจริงๆ ที่คิดว่าเงินกู้ คือรายได้
เลยไม่แปลกใจที่ยังคงสรรเสริญท่านเทพแม้วว่าเอาเงินมาให้หมู่บ้านละล้าน ชาบูกันไม่แล้วไม่เลิก
- ต้นหอม, ตามงคล and เกลียดเควี้ยแดง like this
#2
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:02
"คิดว่าเงินกู้คือรายได้"
น่าเศร้าจนไม่รู้จะเศร้ายังไง
โง่-จน-เจ็บ แล้วต้องเพิ่ม "เป็นหนี้" ด้วย
แล้วนักข่าวเขาสรุปข่าวนี้แบบที่ท่าน wikkie จับประเด็นได้มั้ยครับ
- สงสารสาวจันทร์, ตามงคล, David_GinoLa and 5 others like this
#3
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:05
เขาก็สรุปว่า อย่างนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ติวเข้มอ่านแล้วเจ็บครับ
"คิดว่าเงินกู้คือรายได้"
น่าเศร้าจนไม่รู้จะเศร้ายังไง
โง่-จน-เจ็บ แล้วต้องเพิ่ม "เป็นหนี้" ด้วย
แล้วนักข่าวเขาสรุปข่าวนี้แบบที่ท่าน wikkie จับประเด็นได้มั้ยครับ
#4
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:05
#5
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:09
เป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำมีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
#6
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:10
#7
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:12
ไอ้พวกเสื้อแดงมันเคยทำ ha อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองบ้าง นอกจากทำแต่เรื่องเห้ๆ เอาแต่บูชาพ่อแม้วของมันไปวันๆ
- voodoo likes this
#8
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:13
มันบอกอะไรหลายๆอย่างดีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าเงิน(ภาษี)ที่ตัวเองได้ เพราะไอ้แม้วมันให้ ทั้งๆที่ภาษีที่ว่านั้นตัวนักการเมืองต่างหากที่ควรจะรู้สึกว่า ตัวนักการเมืองเป็นหนี้ประชาชน
หรือจะเป็นไปในด้านของวินัยการเงินของตัวเอง ที่ไอ้แม้วมันเอานโยบายประชานิยมทุ่มลงไปให้ชาวบ้านได้บริโภคกันอย่างมือเติบ จนไม่มีวินัยการเงิน สุดท้ายก็เป็นหนี้หัวโต เสร็จไอ้แม้วอีก มันถึงไม่ไปไหนสักที อีกตัวที่ชอบแบบนี้ก็คงเป็นบริษัทด้านธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่...
- สงสารสาวจันทร์, คนกวาดขยะ, tumzzz and 3 others like this
#9
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:13
#10
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:16
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#11
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:16
เงินกู้ ที่ได้มา จะมาเพิ่ม cash flow
แต่ก็ต้องเปิดบัญชีดอกเบี้ยค้างจ่ายเพราะเป็นฝั่ง Account Payable ฝั่งเจ้าหนี้
เพื่อบันทึกดอกเบี้ยด้วย
ลักษณะบช.แบบรายรับรายจ่าย ไม่น่าจะสามารถบันทึกรายการพวกนี้ลงไปได้ครับ
รอท่านอื่นมาเปิดสมองเพิ่มอีกดีกว่า
#12
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:17
ก็มี 2 ขาแหละครับเป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำ
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
เงินกู้ มันเป็นรายได้ เมื่อครั้งกู้ตอนแรก เพราะมันเป็นรายรับ แต่หลังจากนั้น เราก็จะมี เจ้าหนี้ ซึ่งมันจะกลายเป็นหนี้สิน
ส่วนเงินที่ต้องจ่าย ต้น+ดอก มันก็จะเป็นรายจ่าย ทยอยหักลบออกไปจนหมด
ตอนรับ
เดบิต เงินกู้
เครดิต เจ้าหนี้เงินกู้ (บวก ดอกเบี้ยรายเดือน)
ตอนจ่ายรายเดือน
เครดิต เงินสด (เงินกู้ + ต้น)
เดบิต เจ้าหนี้เงินกู้
รึเปล่านะ น้าน นาน แล้ว ไม่ได้ใช้เลย ส่วนใหญ่ทำแต่บัญชีรายรับรายจ่ายง่ายๆ ไม่ซีเครียดกับความถูกต้องของหลักการ สำคัญคือ บัญขีมันตรงกับเงินในกระเป๋าจริงๆ แหละครับ
Edited by ดาร์ค สวอน, 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:20.
- wikkie likes this
ถ้าอยากได้ความเท่าเทียม
ก็ปีนป่ายขึ้นไปให้อยู่เทียบเท่ากับคนอื่นเค้า
อย่าได้กระชากฉุดให้คนอื่นเขาลงมาตกต่ำเท่ากับตน
#13
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:20
Cr. เงินกู้ (ระบุเจ้าหนี้)
กู้แล้วได้เงินสดมาใน มือลงฝั่ง Dr.
กู้มาแล้วเป็น หนี้สิน ลง Cr.
Edited by เพลิงสีนิล, 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:21.
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
#14
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:21
แล้วถามว่าเอามาทำไม แม่บอกว่ายังไม่รู้ เขาให้กู้ก็เลยกู้ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเอาเงินมาให้แล้วไม่เอา
เฮ้อ ต้องบอกว่าเหนื่อยเหมือนกันค่ะกว่าจะอธิบายให้แม่เข้าใจว่าเงินที่เขาให้มาไม่ได้ให้ฟรีๆ เขาเรียกว่าเงินกู้ กู้มาก็ต้องเอาไปจ่ายคืน
ซึ่งหลายๆคน หลายๆหมู่บ้านก็คงจะคิดกันแบบนี้ จึงได้ชาบูชาบู ว่าท่านเทพแม้วคือผู้ใจบุญที่มาช่วยเหลือชาวบ้าน
#16
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:28
เพราะถ้าเขาไม่เข้าใจ เวลามีพวกนักการเมืองเอาเรื่องเงินแบบนี้มาล่อก็โดนหลอกกันง่ายๆ ทั้งบัตรเครดิตชาวนา บัตเครดิตรพลังงาน ไม่ได้ให้ใช้ฟรีๆนะเออ
#17
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:29
แต่ถ้าคุณรู้ว่านายแม้วโกง..แล้วคุณช่วยคนโกง
ก็ ( ควาย ) มีแต่ควาย ๆๆๆ เท่านั้น.......
#18
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:32
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
เงินกู้ตามแม่บทการบัญชีถือเป็นหนี้สิน ไม่ใช่รายได้เนื่องจากเป็นภาระผูกผันที่เราจะต้องจ่ายเงินคืนในอนาคตครับ ซึ่งเงินกู้เราจะจัดประเภทตามระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้ครับว่าเร็วหรือสั้น กล่าวคือถ้ากู้แล้วจ่ายคืนภายใน 1 ปี ถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน ถ้าเกินกว่า 1 ปี จัดประเภทเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน ในการแสดงรายละเอียดในงบการเงินครับ ดังนั้นการที่ชาวบ้านลงบัญชีเป็นรายได้นั้นผิดครับ แต่ถ้าบอกว่าเป็นรายรับถูกแล้วครับ ขอบคุณครับ
..... วิชาการมากไปหรือเปล่าเรา.....555
ส่วนการลงบัญชีในครัวเรือนนั้น จะเป็นการลงบันทึกบัญชีแบบรายรับ - รายจ่าย ซึ่งเงินกู้ถือเป็นรายรับครับ ใช้ตามหลักเกณฑ์เงินสด (Cash Basis) กล่าวคือเป็นการบริหารเงินรับ - จ่าย เมื่อได้รับเงินก็ลงรายรับ จ่ายเงินก็ลงเป็นรายจ่าย ไม่ได้บันทึกตามหลักเกณฑ์บัญชีคู่แต่อย่างใดครับ ผมเข้าใจว่าการทำบัญชีครัวเรือนน่าจะเป็นเกณฑ์นี้นะครับ
- นายตัวเกร็ง, ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ and อิสระในกรอบ like this
#19
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:33
แต่ถ้าคิดตามปกติชาวบ้าน เงินกู้ไม่ใช่รายได้แน่ๆ อยู่แล้ว
เพราะกู้มา ก็เป็นหนี้ ชาวบ้านไม่น่าลงเป็นรายได้นะ
#20
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:38
เป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำ
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
ห้องเรามีสุภาพสตรีนักบัญชีอยู่นะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะคุณ bird นะครับ
ระหว่างรอคุณเบิร์ด เอาคุณสเนคอย่างผมไปก่อน
เท่าที่ผมรู้งูๆปลาๆ สมัยเรียนพาณิชย์จบก็คืนครูไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม(ด้วยท่าพับเพียบ
มันต้องใส่ช่อง DEBIT ครับ บัญชีจะมีช่อง DEBIT(เราเป็นหนี้เขา) CREDIT(เขาเป็นหนี้เรา)
ตอบแบบง่ายๆตามหลักชาวบ้านที่จะลงบัญชี
มันต้องมี 4 ช่องครับ รายรับ รายจ่าย เงินกู้ กับเงินให้กู้
ตัวเลขช่องเงินกู้จะลดลงเรื่อยๆเมื่อเราทะยอยจ่ายเงินคืน ตัวเลขช่องเงินให้กู้จะลดลงเรื่อยๆถ้าลูกหนี้คืนเรา
เวลามีเงินกู้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของเรา ถือเป็น"รายรับ"ครับ (มิใช่รายได้เน้อ...เรารับเงินมา แต่มิได้ earning-คือการทำมาหากินจนเกิดรายได้)
และเงินทะยอยคืนจะอยู่ในช่อง "รายจ่าย"
ดิทเพิ่ม
มีเพื่อนๆมาตอบแร้ววววว
งั้นคุณสเนคๆฟิชๆอย่างผม ขอบอกเพิ่มว่า..บัญชีครัวเรือนผม ผมทำช่องเดบิตเครดิตด้วยครับ เพื่อจะแยกเงินออกจากกันเป็นสัดส่วน
รายได้ผมจะลงช่องรายได้ อันไหนกู้มา(เช่นกู้บริษัท-ในนามของ "กรรมการยืมเงินบริษัท(ตัวเอง)") ผมจะลงช่อง DEBIT ใครยืมเงินผมไปตอนไหน(เช่นบริษัทกู้ผมเอง-ในนามของ "บริษัทยืมเงินกรรมการ") จะลงช่อง CREDIT
ลงบันทึกตามวันที่ จะได้ตรวจทานสะดวกครับว่า cash flow เราอยู่ดีมีสุขหรือไร
และเราจะไม่ทะเลาะกับคนรอบข้างด้วยว่าเขายืมเงินเราเมือ่ไหร่ ใช้คืนเมื่อไหร่ เรายืมเงินใครมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มีเงินใช้คืนหรือยัง
(เพราะการที่"กรรมการยืมเงินบริษัท" หรือ "บริษัทยืมเงินกรรมการ" มันต้องมีดอกเบี้ยเกิดขึ้นครับ ดอกเบี้ยก็ต้องคิดไปตามระยะเวลา)
และวันไหนว่างๆ ผมจะลงปากกาคนละสีไว้เลย
รายได้-สีดำ รายจ่าย-สีแดง เงินยืม-สีแดงเข้ม เงินให้ชาวบ้านยืม-สีน้ำเงิน
เวลาดูบัญชีส่วนตัวผมจะเห็นตามสีน่ะแหละครับ
Edited by ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่, 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:48.
- sth sweet, DarkSwan, KatsuraKotarou and 2 others like this
#21
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:41
อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง
เป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำ
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
ห้องเรามีสุภาพสตรีนักบัญชีอยู่นะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะคุณ bird นะครับ
ระหว่างรอคุณเบิร์ด เอาคุณสเนคอย่างผมไปก่อน
เท่าที่ผมรู้งูๆปลาๆ สมัยเรียนพาณิชย์จบก็คืนครูไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม(ด้วยท่าพับเพียบ)
มันต้องใส่ช่อง DEBIT ครับ บัญชีจะมีช่อง DEBIT(เราเป็นหนี้เขา) CREDIT(เขาเป็นหนี้เรา)
ตอบแบบง่ายๆตามหลักชาวบ้านที่จะลงบัญชี
มันต้องมี 4 ช่องครับ รายรับ รายจ่าย เงินกู้ กับเงินให้กู้
ตัวเลขช่องเงินกู้จะลดลงเรื่อยๆเมื่อเราทะยอยจ่ายเงินคืน ตัวเลขช่องเงินให้กู้จะลดลงเรื่อยๆถ้าลูกหนี้คืนเรา
เวลามีเงินกู้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของเรา ถือเป็น"รายรับ"ครับ
และเงินทะยอยคืนจะอยู่ในช่อง "รายจ่าย"
ขอบคุณที่มาให้ความรู้ค่ะ
#22
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:47
#23
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:49
เป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำ
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
ห้องเรามีสุภาพสตรีนักบัญชีอยู่นะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะคุณ bird นะครับ
ระหว่างรอคุณเบิร์ด เอาคุณสเนคอย่างผมไปก่อน
เท่าที่ผมรู้งูๆปลาๆ สมัยเรียนพาณิชย์จบก็คืนครูไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม(ด้วยท่าพับเพียบ)
มันต้องใส่ช่อง DEBIT ครับ บัญชีจะมีช่อง DEBIT(เราเป็นหนี้เขา) CREDIT(เขาเป็นหนี้เรา)
ตอบแบบง่ายๆตามหลักชาวบ้านที่จะลงบัญชี
มันต้องมี 4 ช่องครับ รายรับ รายจ่าย เงินกู้ กับเงินให้กู้
ตัวเลขช่องเงินกู้จะลดลงเรื่อยๆเมื่อเราทะยอยจ่ายเงินคืน ตัวเลขช่องเงินให้กู้จะลดลงเรื่อยๆถ้าลูกหนี้คืนเรา
เวลามีเงินกู้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของเรา ถือเป็น"รายรับ"ครับ (มิใช่รายได้เน้อ...เรารับเงินมา แต่มิได้ earning-คือการทำมาหากินจนเกิดรายได้)
และเงินทะยอยคืนจะอยู่ในช่อง "รายจ่าย"
ดิทเพิ่ม
มีเพื่อนๆมาตอบแร้ววววว
งั้นคุณสเนคๆฟิชๆอย่างผม ขอบอกเพิ่มว่า..บัญชีครัวเรือนผม ผมทำช่องเดบิตเครดิตด้วยครับ
เพื่อจะแยกเงินออกจากกันเป็นสัดส่วน รายได้ผมจะลงช่องรายได้ อันไหนกู้มา(เช่นกู้บริษัท-ในนามของ "กรรมการยืมเงินบริษัท"(ตัวเอง)" ผมจะลงช่อง DEBIT ใครยืมเงินผมไปตอนไหน จะลงช่อง CREDIT ตามวันที่
จะได้ตรวจทานสะดวกครับ
และวันไหนว่างๆ ผมจะลงปากกาคนละสีไว้เลย
รายได้-สีดำ รายจ่าย-สีแดง เงินยืม-สีแดงเข้ม เงินให้ชาวบ้านยืม-สีน้ำเงิน
เวลาดูบัญชีส่วนตัวผมจะเห็นตามสีน่ะแหละครับ
ของผมใช้วิธี สร้างไฟล์ Excel ไว้ในโน๊ตบุ๊คเลยครับ
ทำตารางเอง แบ่งเซลล์ รายรับ, เงินฝากธนาคาร, รายจ่ายประจำเดือน, รายจ่ายทั่วไป, เงินออม คนละสี เลย
สะดวกดีครับเพราะใช้สูตรคิดเลขได้ผลลัพท์เลย แบบว่าขี้เกียจกดเครื่องคิดเลขอ่ะ
ถ้าอยากได้ความเท่าเทียม
ก็ปีนป่ายขึ้นไปให้อยู่เทียบเท่ากับคนอื่นเค้า
อย่าได้กระชากฉุดให้คนอื่นเขาลงมาตกต่ำเท่ากับตน
#24
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:51
เป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำ
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
ห้องเรามีสุภาพสตรีนักบัญชีอยู่นะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะคุณ bird นะครับ
ระหว่างรอคุณเบิร์ด เอาคุณสเนคอย่างผมไปก่อน
เท่าที่ผมรู้งูๆปลาๆ สมัยเรียนพาณิชย์จบก็คืนครูไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม(ด้วยท่าพับเพียบ)
มันต้องใส่ช่อง DEBIT ครับ บัญชีจะมีช่อง DEBIT(เราเป็นหนี้เขา) CREDIT(เขาเป็นหนี้เรา)
ตอบแบบง่ายๆตามหลักชาวบ้านที่จะลงบัญชี
มันต้องมี 4 ช่องครับ รายรับ รายจ่าย เงินกู้ กับเงินให้กู้
ตัวเลขช่องเงินกู้จะลดลงเรื่อยๆเมื่อเราทะยอยจ่ายเงินคืน ตัวเลขช่องเงินให้กู้จะลดลงเรื่อยๆถ้าลูกหนี้คืนเรา
เวลามีเงินกู้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของเรา ถือเป็น"รายรับ"ครับ
และเงินทะยอยคืนจะอยู่ในช่อง "รายจ่าย"
คร่าวๆนะคะ
ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 (แบบสรุปๆเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้อง)
รายการในงบการเงินสามารถจำแนกได้เป็น 5 ประเภทคือ
1.สินทรัพย์...หมายถึง ทรัพยากรที่อยุ่ในความควบคุมของเจ้าของหรือกิจการ ทรัพยากรดังกล่าวเป็นผลของเหตุการณ์ในอดีตซึ่งคาดว่าจะได้รับผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ (Future economic benefit)จากทรัพยากรนั้นในอนาคต ซึ่งประโยชน์ดังกล่าว หมายถึง ศักยภาพของสินทรัพย์ในการก่อให้เกิดกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดแก่กิจการทั้งทางตรงและทางอ้อม
2.หนี้สิน....หมายถึง ภาระผูกพันในปัจจุบันของเจ้าของหรือกิจการ ภาระดังกล่าวเป็นผลของเหตุการณ์นอดีตซึ่งการชำระผูกพันนั้นคาดว่าจะส่งผลให้กิจการสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ (สูญเสียสิ่งที่เข้านิยามว่าเป็นทรัพย์สินไปเพื่อการชำระการผูกพันนั้นเอง)
ลักษณะสำคัญของหนี้สิน คือ ต้องเป็นภาระผูกพันใน"ปัจจุบัน" ของกิจการ ภาระผูกพัน หมายถึง หน้าที่หรือความรับผิดชอบที่ต้องปฎิบัติตามที่ตกลงกันไว้ ภาระผูกพันอาจมีผลบังคับตามกม.ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การชำระการผูกพันในปัจจุบันอาจเกิดได้หลายลักษณะ เช่น จ่ายคืนเป็นเงินสด การโอนสินทรัพย์ให้ การให้บริการ การเปลี่ยนภาระผูกพันเดิมเป็นภาระผูกพันใหม่ การแปลงหนี้ให้เป็นทุน เป็นต้น
เดี๋ยวดึกๆมาต่อที่เหลือให้นะคะ รีบออกไป มีนัดทานข้าวเย็นค่ะ ^ ^
#25
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 17:56
เป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำ
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
ห้องเรามีสุภาพสตรีนักบัญชีอยู่นะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะคุณ bird นะครับ
ระหว่างรอคุณเบิร์ด เอาคุณสเนคอย่างผมไปก่อน
เท่าที่ผมรู้งูๆปลาๆ สมัยเรียนพาณิชย์จบก็คืนครูไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม(ด้วยท่าพับเพียบ)
มันต้องใส่ช่อง DEBIT ครับ บัญชีจะมีช่อง DEBIT(เราเป็นหนี้เขา) CREDIT(เขาเป็นหนี้เรา)
ตอบแบบง่ายๆตามหลักชาวบ้านที่จะลงบัญชี
มันต้องมี 4 ช่องครับ รายรับ รายจ่าย เงินกู้ กับเงินให้กู้
ตัวเลขช่องเงินกู้จะลดลงเรื่อยๆเมื่อเราทะยอยจ่ายเงินคืน ตัวเลขช่องเงินให้กู้จะลดลงเรื่อยๆถ้าลูกหนี้คืนเรา
เวลามีเงินกู้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของเรา ถือเป็น"รายรับ"ครับ (มิใช่รายได้เน้อ...เรารับเงินมา แต่มิได้ earning-คือการทำมาหากินจนเกิดรายได้)
และเงินทะยอยคืนจะอยู่ในช่อง "รายจ่าย"
ดิทเพิ่ม
มีเพื่อนๆมาตอบแร้ววววว
งั้นคุณสเนคๆฟิชๆอย่างผม ขอบอกเพิ่มว่า..บัญชีครัวเรือนผม ผมทำช่องเดบิตเครดิตด้วยครับ เพื่อจะแยกเงินออกจากกันเป็นสัดส่วน
รายได้ผมจะลงช่องรายได้ อันไหนกู้มา(เช่นกู้บริษัท-ในนามของ "กรรมการยืมเงินบริษัท(ตัวเอง)") ผมจะลงช่อง DEBIT ใครยืมเงินผมไปตอนไหน(เช่นบริษัทกู้ผมเอง-ในนามของ "บริษัทยืมเงินกรรมการ") จะลงช่อง CREDIT
ลงบันทึกตามวันที่ จะได้ตรวจทานสะดวกครับว่า cash flow เราอยู่ดีมีสุขหรือไร
และเราจะไม่ทะเลาะกับคนรอบข้างด้วยว่าเขายืมเงินเราเมือ่ไหร่ ใช้คืนเมื่อไหร่ เรายืมเงินใครมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มีเงินใช้คืนหรือยัง
(เพราะการที่"กรรมการยืมเงินบริษัท" หรือ "บริษัทยืมเงินกรรมการ" มันต้องมีดอกเบี้ยเกิดขึ้นครับ ดอกเบี้ยก็ต้องคิดไปตามระยะเวลา)
และวันไหนว่างๆ ผมจะลงปากกาคนละสีไว้เลย
รายได้-สีดำ รายจ่าย-สีแดง เงินยืม-สีแดงเข้ม เงินให้ชาวบ้านยืม-สีน้ำเงิน
เวลาดูบัญชีส่วนตัวผมจะเห็นตามสีน่ะแหละครับ
ขอบคุณครับ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย
#26
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:00
รายได้ไงครับ มีการพักหนี้ ไม่หนี+ไม่จ่าย แถมมีให้กู้เพิ่มอีกอ่านแล้วเจ็บครับ
"คิดว่าเงินกู้คือรายได้"
น่าเศร้าจนไม่รู้จะเศร้ายังไง
โง่-จน-เจ็บ แล้วต้องเพิ่ม "เป็นหนี้" ด้วย
แล้วนักข่าวเขาสรุปข่าวนี้แบบที่ท่าน wikkie จับประเด็นได้มั้ยครับ
#27
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:05
เดี๋ยวดึกๆมาต่อที่เหลือให้นะคะ รีบออกไป มีนัดทานข้าวเย็นค่ะ ^ ^
ผมเข้าใจว่าปัจจุบันเราใช้พรบ.วิชาชีพการบัญชีฉบับ พ.ศ. 2547 แล้วนะครับ
พรบ.การบัญชี พ.ศ. 2543 : http://www.dbd.go.th...dex.php?id=1740
พรบ.การบัญชี พ.ศ. 2547 : http://www.thailandl...975425&Ntype=19
ส่วนรายละเอียดของคำนิยามของหนี้สินก็ถูกต้องครับ แต่ผมว่าจะทำให้สมาชิกผู้ที่ไม่ทราบเข้าใจผิดว่ามาจากพรบ.นะครับ เพราะในพรบ.ไม่ได้มีการระบุถึงความหมายของหนี้สินไว้แต่อย่างใด ซึ่งเป็นแม่บทการบัญชี ถึงมีคำนิยามของหนี้สินครับ อ้างอิงแม่บทการบัญชี : http://www.fap.or.th...ng/Framwork.pdf หน้าที่ 18 ข้อที่ 60-64
- sth sweet likes this
#28
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:16
#29
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:32
เป็นรายได้ครับ เพราะกู้แล้วไม่จ่ายวันก่อนได้ดูเก็บตกจากช่อง สาม มีเจ้าหน้าที่ลงไปพูดคุยกับชาวบ้านเรื่อง รายรับ รายจ่ายในครัวเรือน
ซึ่งเขาจะมีสมุดให้จดบบันทึกครัวเรือนละเล่ม มีเจ๊คนหนึ่งเอาสมุดมาให้เจ้าหน้าที่ดู รายจ่ายของเจ๊แกเยอะมาก
เจ้าหน้าที่ก็เลยสงสัยว่ารายจ่ายเยะอขนาดนี้แล้วไปเอารายได้มาจากไหน ประกอบอาชีพอะไร
เจ๊แกเลยเปิดสมุดให้ดูหน้ารายได้ ที่มาคือ เงินกู้
เห็นแล้วเหนื่อยใจกับพวกชาวบ้านแถบภาคเหนือ ภาคอีสานจริงๆ ที่คิดว่าเงินกู้ คือรายได้
เลยไม่แปลกใจที่ยังคงสรรเสริญท่านเทพแม้วว่าเอาเงินมาให้หมู่บ้านละล้าน ชาบูกันไม่แล้วไม่เลิก
- sth sweet, พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน, นายตัวเกร็ง and 2 others like this
#30
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:37
วันก่อนได้ดูเก็บตกจากช่อง สาม มีเจ้าหน้าที่ลงไปพูดคุยกับชาวบ้านเรื่อง รายรับ รายจ่ายในครัวเรือน
ซึ่งเขาจะมีสมุดให้จดบบันทึกครัวเรือนละเล่ม มีเจ๊คนหนึ่งเอาสมุดมาให้เจ้าหน้าที่ดู รายจ่ายของเจ๊แกเยอะมาก
เจ้าหน้าที่ก็เลยสงสัยว่ารายจ่ายเยะอขนาดนี้แล้วไปเอารายได้มาจากไหน ประกอบอาชีพอะไร
เจ๊แกเลยเปิดสมุดให้ดูหน้ารายได้ ที่มาคือ เงินกู้
เห็นแล้วเหนื่อยใจกับพวกชาวบ้านแถบภาคเหนือ ภาคอีสานจริงๆ ที่คิดว่าเงินกู้ คือรายได้
เลยไม่แปลกใจที่ยังคงสรรเสริญท่านเทพแม้วว่าเอาเงินมาให้หมู่บ้านละล้าน ชาบูกันไม่แล้วไม่เลิก
สมุดมันมีแค่ สองช่อง คือ รายได้ กับ รายจ่ายหรือเปล่าครับ
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
#31
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:38
จริงๆแล้วก็ไม่ได้คิดว่าชาวบ้านเขาจะต้องมีความรู้ถึงระดับคนเรียนบัญชีนะค่ะ แค่อยากให้เขาเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้นว่าเงินกู้คืออะไร
เพราะถ้าเขาไม่เข้าใจ เวลามีพวกนักการเมืองเอาเรื่องเงินแบบนี้มาล่อก็โดนหลอกกันง่ายๆ ทั้งบัตรเครดิตชาวนา บัตเครดิตรพลังงาน ไม่ได้ให้ใช้ฟรีๆนะเออ
บางคนเข้าใจว่า พวกโครงการเงินกู้ทั้งหลาย คือเงินที่ได้มาง่ายๆสบายๆ เพราะเดี๋ยวก็มีโครงการพักชำระหนี้ ยกหนี้ให้บ้าง ไม่ต้องไปคิดมาก แต่พอได้เงินมา เอาไปซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่บ้าง มือถือใหม่บ้าง รถกระบะบ้าง มาอวดกัน
พอถึงเวลาเค้ามายึดที่นา ที่ทำกิน ก็ออกมาเรียกร้อง โอดโอ้ย ร้องไห้ บ้าง หาว่าไม่เป็นธรรมบ้าง ที่พูดมาเป็นกับเฉพาะบางคนนะะครับ ไม่ใช่กับทุกคน
- สงสารสาวจันทร์ likes this
สิ่งที่ควรปฏิรูปที่สุดไม่ใช่การเมือง แต่เป็นนักการเมือง
" นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา "
#32
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:55
เป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำ
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
ห้องเรามีสุภาพสตรีนักบัญชีอยู่นะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะคุณ bird นะครับ
ระหว่างรอคุณเบิร์ด เอาคุณสเนคอย่างผมไปก่อน
เท่าที่ผมรู้งูๆปลาๆ สมัยเรียนพาณิชย์จบก็คืนครูไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม(ด้วยท่าพับเพียบ)
มันต้องใส่ช่อง DEBIT ครับ บัญชีจะมีช่อง DEBIT(เราเป็นหนี้เขา) CREDIT(เขาเป็นหนี้เรา)
ตอบแบบง่ายๆตามหลักชาวบ้านที่จะลงบัญชี
มันต้องมี 4 ช่องครับ รายรับ รายจ่าย เงินกู้ กับเงินให้กู้
ตัวเลขช่องเงินกู้จะลดลงเรื่อยๆเมื่อเราทะยอยจ่ายเงินคืน ตัวเลขช่องเงินให้กู้จะลดลงเรื่อยๆถ้าลูกหนี้คืนเรา
เวลามีเงินกู้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของเรา ถือเป็น"รายรับ"ครับ (มิใช่รายได้เน้อ...เรารับเงินมา แต่มิได้ earning-คือการทำมาหากินจนเกิดรายได้)
และเงินทะยอยคืนจะอยู่ในช่อง "รายจ่าย"
ดิทเพิ่ม
มีเพื่อนๆมาตอบแร้ววววว
งั้นคุณสเนคๆฟิชๆอย่างผม ขอบอกเพิ่มว่า..บัญชีครัวเรือนผม ผมทำช่องเดบิตเครดิตด้วยครับ เพื่อจะแยกเงินออกจากกันเป็นสัดส่วน
รายได้ผมจะลงช่องรายได้ อันไหนกู้มา(เช่นกู้บริษัท-ในนามของ "กรรมการยืมเงินบริษัท(ตัวเอง)") ผมจะลงช่อง DEBIT ใครยืมเงินผมไปตอนไหน(เช่นบริษัทกู้ผมเอง-ในนามของ "บริษัทยืมเงินกรรมการ") จะลงช่อง CREDIT
ลงบันทึกตามวันที่ จะได้ตรวจทานสะดวกครับว่า cash flow เราอยู่ดีมีสุขหรือไร
และเราจะไม่ทะเลาะกับคนรอบข้างด้วยว่าเขายืมเงินเราเมือ่ไหร่ ใช้คืนเมื่อไหร่ เรายืมเงินใครมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มีเงินใช้คืนหรือยัง
(เพราะการที่"กรรมการยืมเงินบริษัท" หรือ "บริษัทยืมเงินกรรมการ" มันต้องมีดอกเบี้ยเกิดขึ้นครับ ดอกเบี้ยก็ต้องคิดไปตามระยะเวลา)
และวันไหนว่างๆ ผมจะลงปากกาคนละสีไว้เลย
รายได้-สีดำ รายจ่าย-สีแดง เงินยืม-สีแดงเข้ม เงินให้ชาวบ้านยืม-สีน้ำเงิน
เวลาดูบัญชีส่วนตัวผมจะเห็นตามสีน่ะแหละครับ
ขอบคุณคุณผึ้งน้อยและเพื่อนๆ พี่ๆ ท่านอื่นๆ ที่ช่วยให้ความรู้เรื่องบัญชีครับ ได้ความรู้ดีทีเดียว
(ไลค์หมดอีกแล้วเลยขอโควทมา +1 ตรงนี้ละกัน แหะๆ)
ส่วนเรื่องจากหัวกระทู้ ผมโทษทักษิณเพียวๆ เลยที่ทำให้วินัยทางการเงินของชาวบ้านเสียกันทั้งระบบ
ตั้งแต่เรื่องกองทุนหมู่บ้าน ความจริงแง่ดีของมันก็มีคือให้ชาวบ้านเข้าถึงเงินได้ง่ายขึ้นแต่ผลเสียจาก
การบริหารจัดการที่ห่วยแตกกลับทำให้ชาวบ้านเข้าถึงเงินได้ง่ายเกินไปจนไม่เห็นคุณค่า เมื่อไม่เห็นคุณค่า
ก็จะเกิดอาการสุรุ่ยสุร่ายใช้จ่ายโดยไม่ยั้งคิด (เพราะไม่รู้สึกว่านั่น "เป็นเงินตัวเอง")
และอีกเรื่องที่ผมอยากจะด่าทักษิณมากๆ เลยคือ "การพักหนี้" เขาทำเพราะเขาเห็นใจชาวบ้านหรืออยาก
ได้คะแนนเสียงผมก็ไม่อาจทราบได้ (น่าจะเป็นอย่างหลัง) แต่การพักหนี้ซี้ซั่้วอย่างที่เขาทำมันทำให้
"เสียนิสัย" อย่างแรง จากเดิมที่ชาวบ้านเคยเป็นหนี้และในใจรู้สึกว่า "ต้องชดใช้" ก็กลายมาเป็น
"ไม่ต้องใช้เดี๋ยวก็ได้พักหนี้" ทำให้แทนที่ชาวบ้านจะแบ่งเงินรายได้ส่วนหนึ่งมาใช้หนี้เพื่อให้หมดหนี้
ก็จะกลายเป็นเอามาใช้หมดโดยไม่คิดถึงเรื่องจะใช้หนี้อีกแล้ว และไอ้นิสัยเสียๆ แบบนี้ก็มีแนวโน้ม
ที่จะทำให้ชาวบ้านก่อหนี้เพิ่มขึ้นด้วย
แต่จนถึงบัดนี้ ทักษิณก็คงยังไม่รู้ตัวมั้งครับว่าเขาทำอะไรกับคนในชาติ และคนในชาติ (บางส่วน)
ก็ยังคงหลับหูหลับตาชาบูทักษิณโดยที่ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกับตัวเอง หากชาวบ้านพวกนี้รู้จักคำว่า
"พอเพียง" ตามที่พ่อหลวงสอนเขาก็คงไม่ต้องเป็นหนี้ซ้ำซากจนต้องออกมาร้องขอให้รัฐบาลพักหนี้
เป็นระยะแบบนี้หรอกครับ
- สงสารสาวจันทร์, ต้นหอม, ทรงธรรม and 4 others like this
#33
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 18:59
วันก่อนได้ดูเก็บตกจากช่อง สาม มีเจ้าหน้าที่ลงไปพูดคุยกับชาวบ้านเรื่อง รายรับ รายจ่ายในครัวเรือน
ซึ่งเขาจะมีสมุดให้จดบบันทึกครัวเรือนละเล่ม มีเจ๊คนหนึ่งเอาสมุดมาให้เจ้าหน้าที่ดู รายจ่ายของเจ๊แกเยอะมาก
เจ้าหน้าที่ก็เลยสงสัยว่ารายจ่ายเยะอขนาดนี้แล้วไปเอารายได้มาจากไหน ประกอบอาชีพอะไร
เจ๊แกเลยเปิดสมุดให้ดูหน้ารายได้ ที่มาคือ เงินกู้
เห็นแล้วเหนื่อยใจกับพวกชาวบ้านแถบภาคเหนือ ภาคอีสานจริงๆ ที่คิดว่าเงินกู้ คือรายได้
เลยไม่แปลกใจที่ยังคงสรรเสริญท่านเทพแม้วว่าเอาเงินมาให้หมู่บ้านละล้าน ชาบูกันไม่แล้วไม่เลิก
สมุดมันมีแค่ สองช่อง คือ รายได้ กับ รายจ่ายหรือเปล่าครับ
กลัวว่าเดี๋ยวจะมีคนเอาไป ดราม่า เพราะถ้ามันมีแค่สองช่อง คือ รับกับจ่าย แค่นั้น ไม่แยกเป็น Cr Dr วิธีบันทึกก็ต่างกันออกไป
เช่น
ช่องรายรับ
เิงินสดจากการกู้กองทุน
ช่องรายจ่าย
จ่ายเงินสดชำระเงินกู้กองทุน งวดที่ 1
จ่ายเงินสดชำระเงินกู้กองทุน งวดที่ 2
.
.
.
.
จ่ายเงินสดชำระเงินกู้กองทุน งวดที่่......
ถ้าเขียนลงไว้ว่าเิงินกู้เฉยๆ มันทำให้เข้าใจผิดได้ ต้องใส่รายละเอียดด้วย
Edited by เพลิงสีนิล, 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 19:00.
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
#34
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 19:23
ลองมั่ว ๆ ดูนะครับ ถ้า กู้เค้ามา ก็จัดว่าเป็นหนี้สินครับ แบบไปยืมตังค์เค้ามาซื้ออ่าครับมีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
สรุป คือ ทรัพย์สินของเราทั้งหมด มาจาก ยืมตังค์เค้ามาซื้อ และ จากตังค์ของเราเองหรือจากทุนส่วนตัว
ถ้ารายได้ > รายจ่าย = กำไร ทำให้ตังค์ของเราหรือแยะขึ้น
ถ้ารายจ่าย > รายได้ = ขาดทุน ทำให้ตังค์ของเราน้อยลง เพราะมันกินทุนอ่าครับ
- สงสารสาวจันทร์ likes this
#35
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 19:36
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
เดบิต เงินสด
เครดิต หนี้สิน
#36
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 19:42
#37
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 19:43
เงินกู้ กรูกู้มา ยืมเค้ามา ไม่ใช่เงินกรู แล้วจะเรียกเป็นรายได้ของกรูได้อย่างไร
สลดจิต
#38
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 19:48
ก็เสื้อแดงเขาไม่คิดกันอย่างนี้ค่ะผมว่าไม่ต้องเรียนบัญชี ด้วยสามัญสำนึกก็น่าจะสำเหนียกได้ครับ
เงินกู้ กรูกู้มา ยืมเค้ามา ไม่ใช่เงินกรู แล้วจะเรียกเป็นรายได้ของกรูได้อย่างไร
สลดจิต
แต่เขาคิดว่า เงินกู้ ให้กรูกู้มาแล้ว เรื่องอะไรกรูจะคืน
#39
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 20:04
แต่แปลกใจอยู่อย่างหนึ่ง
ทำไมนักการเมือง
ชอบซุกรายรับรายจ่าย
พอถูกจับได้ เสร็จทุกราย
ตอนนี้พรรคไอ้หมอนั่นนำลิ่ว ล่าสุดก็โดนเรื่องซุก
ชั่วว่ะ
#40
ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:55
เดี๋ยวดึกๆมาต่อที่เหลือให้นะคะ รีบออกไป มีนัดทานข้าวเย็นค่ะ ^ ^
ผมเข้าใจว่าปัจจุบันเราใช้พรบ.วิชาชีพการบัญชีฉบับ พ.ศ. 2547 แล้วนะครับ
พรบ.การบัญชี พ.ศ. 2543 : http://www.dbd.go.th...dex.php?id=1740
พรบ.การบัญชี พ.ศ. 2547 : http://www.thailandl...975425&Ntype=19
ส่วนรายละเอียดของคำนิยามของหนี้สินก็ถูกต้องครับ แต่ผมว่าจะทำให้สมาชิกผู้ที่ไม่ทราบเข้าใจผิดว่ามาจากพรบ.นะครับ เพราะในพรบ.ไม่ได้มีการระบุถึงความหมายของหนี้สินไว้แต่อย่างใด ซึ่งเป็นแม่บทการบัญชี ถึงมีคำนิยามของหนี้สินครับ อ้างอิงแม่บทการบัญชี : http://www.fap.or.th...ng/Framwork.pdf หน้าที่ 18 ข้อที่ 60-64
ขอบคุณสำหรับการแก้ไขให้ชัดเจนและถูกต้องค่ะ
พลาดจริงๆเรา
พลาดมากๆที่ไม่อ้างถึง Conceptual Framework
- MZero likes this
#41
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:01
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
เงินกู้ตามแม่บทการบัญชีถือเป็นหนี้สิน ไม่ใช่รายได้เนื่องจากเป็นภาระผูกผันที่เราจะต้องจ่ายเงินคืนในอนาคตครับ ซึ่งเงินกู้เราจะจัดประเภทตามระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้ครับว่าเร็วหรือสั้น กล่าวคือถ้ากู้แล้วจ่ายคืนภายใน 1 ปี ถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน ถ้าเกินกว่า 1 ปี จัดประเภทเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน ในการแสดงรายละเอียดในงบการเงินครับ ดังนั้นการที่ชาวบ้านลงบัญชีเป็นรายได้นั้นผิดครับ แต่ถ้าบอกว่าเป็นรายรับถูกแล้วครับ ขอบคุณครับ
..... วิชาการมากไปหรือเปล่าเรา.....555
ส่วนการลงบัญชีในครัวเรือนนั้น จะเป็นการลงบันทึกบัญชีแบบรายรับ - รายจ่าย ซึ่งเงินกู้ถือเป็นรายรับครับ ใช้ตามหลักเกณฑ์เงินสด (Cash Basis) กล่าวคือเป็นการบริหารเงินรับ - จ่าย เมื่อได้รับเงินก็ลงรายรับ จ่ายเงินก็ลงเป็นรายจ่าย ไม่ได้บันทึกตามหลักเกณฑ์บัญชีคู่แต่อย่างใดครับ ผมเข้าใจว่าการทำบัญชีครัวเรือนน่าจะเป็นเกณฑ์นี้นะครับ
อันนี้เข้าใจว่า
Cash Basis หรือ Accrual Basis นั้น ประเด็นอยู่ที่การแบ่งการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายตามงวดเวลาที่ต่างกัน
แต่ Cash Basis ไม่ได้หมายถึงการให้นำเงินสดรับจากการกู้ยืมมาบันทึกเป็นรายได้นะคะ
น่าจะหมายความเพียงแค่ ไม่สนใจงวดเวลาของรายได้และรายได้ที่ได้รับ จะบันทึกโดยยึดตามเวลาที่ได้รับมาแล้วเท่านั้น
เช่น ถ้าเรารับ"รายได้เงินเดือน"ล่วงหน้ามาสามเดือนในเดือนธันวาคมของปีนั้นและรับเงินกู้มาหนึ่งล้าน
ในเกณฑ์เงินสด เราบันทึกเงินสดรับค่าเงินเดือนล่วงหน้าเป็นรายได้ทั้งจำนวน
แต่"เงินสดจากการกู้ยืม" เรายังคงต้องบันทึกเป็นเงินสดรับและตั้งรายการหนี้สินไว้อยู่ดี
สรุปว่า เกณฑ์เงินสด ไม่น่าจะหมายความถึงการบันทึกเงินรับทุกชนิดมาเป็นรายได้นะคะ
นั่นคือ ในเกณฑ์เงินสด และเกณฑ์คงค้าง มีการแยกบันทึก รายได้ และหนี้สิน ไว้เหมือนๆกัน
แต่ที่ไม่เหมือนคือ ในส่วนเฉพาะของเกณฑ์ "เวลา" ในการบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายเท่านั้นค่ะ
ฉะนั้นในกรณีการบันทึกเงินสดรับ "จากการกู้ยืม"
ต้องบันทึกเป็น หนี้สิน เหมือนกันทั้งสองเกณฑ์
บัญชีครัวเรือนที่บันทึก Cash basis จึงยังคงต้องบันทึก หนี้สิน แยกออกจาก รายได้ ด้วยเช่นกัน
การบันทึกหนี้สินเป็นรายได้อย่างที่เห็นนี้ จึงไม่น่าจะอธิบายได้ด้วยเรื่อง Cash Basisน่ะค่ะ
Edited by sth sweet, 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:51.
- ทรงธรรม likes this
#42
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:11
ถูกต้องค่ะ แต่บัญชีครัวเรือนก็ต้องสอนให้ชาวบ้านรู้จักทำรายละเอียดเจ้าหนี้ไว้ด้วยจะได้รู้ว่ายังมีหนี้ค้างอยู่เท่าไร ถ้าสอนให้ลงเป็นรายรับอย่างเดียว ก็กู้กันเพลิน หนี้ท่วมหัวพอดี
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
เงินกู้ตามแม่บทการบัญชีถือเป็นหนี้สิน ไม่ใช่รายได้เนื่องจากเป็นภาระผูกผันที่เราจะต้องจ่ายเงินคืนในอนาคตครับ ซึ่งเงินกู้เราจะจัดประเภทตามระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้ครับว่าเร็วหรือสั้น กล่าวคือถ้ากู้แล้วจ่ายคืนภายใน 1 ปี ถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน ถ้าเกินกว่า 1 ปี จัดประเภทเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน ในการแสดงรายละเอียดในงบการเงินครับ ดังนั้นการที่ชาวบ้านลงบัญชีเป็นรายได้นั้นผิดครับ แต่ถ้าบอกว่าเป็นรายรับถูกแล้วครับ ขอบคุณครับ
..... วิชาการมากไปหรือเปล่าเรา.....555
ส่วนการลงบัญชีในครัวเรือนนั้น จะเป็นการลงบันทึกบัญชีแบบรายรับ - รายจ่าย ซึ่งเงินกู้ถือเป็นรายรับครับ ใช้ตามหลักเกณฑ์เงินสด (Cash Basis) กล่าวคือเป็นการบริหารเงินรับ - จ่าย เมื่อได้รับเงินก็ลงรายรับ จ่ายเงินก็ลงเป็นรายจ่าย ไม่ได้บันทึกตามหลักเกณฑ์บัญชีคู่แต่อย่างใดครับ ผมเข้าใจว่าการทำบัญชีครัวเรือนน่าจะเป็นเกณฑ์นี้นะครับ
- sth sweet likes this
กราบหัวใจพี่น้องที่เสียสละออกมาทวงอำนาจคืนจากระบอบทักษิณ
#43
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:42
(ท่านที่เป็นนักบัญชีอยู่แล้ว ข้ามได้เลยนะคะ ไม่มีอะไรมากเกินกว่า ก.ไก่ เลย
แก้ไขให้ถููกต้องตามที่ท่าน MZero ชี้แนะนะคะ เรื่องนิยามของหนี้สินและรายได้ ตามแม่บทการบัญชี (ไม่ต้องเขียนให้ยาวแล้วเนาะ ตามไปอ่านกันเอาเองนะคะ)
เพื่อนๆจะเห็นได้ชัดเจนว่า
เงินสดรับที่เราได้มาจากการกู้ยืมไม่อาจถือเป็นรายได้ได้แน่ๆ (เพราะมันไม่เข้าตามนิยามเลย ถ้าว่ากันด้วยนิยามตามแม่บท)
ถ้าว่ากันง่ายๆตามความเข้าใจพื้นๆ
1.เงินสดรับจาก "รายได้"......ถ้าเรามี"ได้"แปลว่าเราเคย "ให้"อะไรไปแล้ว(เช่นให้แรงงาน เวลาทำงาน ได้เป็นรายได้เงินเดือน ให้สิ่งของ อาหารเป็นรายได้จากการขายสิ่งของนั้น) และ สิ่งที่จะถือว่า "ได้" จริงๆนั้น สิ่งนั้นต้องไม่มีภาระผูกพันใดๆอีก เป็นของของเราโดยแท้จริง ไม่ต้องเอาไปคืนใคร
2.เงินสดรับจาก "หนี้สินหรือเงินกู้ยืม"....เรา "ได้"มาก่อนที่เราจะ "ให้" อะไรไปเสียอีก แถม ไอ้ที่ได้วันนี้ มีภาระผูกพัน ไม่ได้เป็นของของเราโดยสมบูรณ์ ยังไงๆ ต้องเอาไปคืนเขาในวันหน้าแน่ๆ
(พวกที่คิดว่าเงินกู้เป็นรายได้ คงคิดว่า เงินสดนี้ได้มาแบบไม่ต้องคืน ไม่มีภาระผูกพัน กะว่าชักดาบได้แน่ๆมั้งคะ
ถ้าจะทำความเข้าใจโดยอาศัย สมการบัญชีพื้นฐาน ของการลงบัญชี double entry
สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน
ถ้ามองออกเป็นสองฝั่งจะเห็นว่า สินทรัพย์อยู่ฝั่งซ้าย มันถึงต้อง Dr.
ส่วนหนี้สิน และทุน อยู่ฝั่งขวา มันเลยต้อง Cr.
(อีดิทนิดนะคะ อธิบายไว้ไม่ค่อยดี)
ทุน หรือส่วนของเจ้าของนั้น เกิดจากการนำสินทรัพย์ของเจ้าของมาลงทุน
ทุนอาจเพิ่มหรืิอลดได้จากผลของการดำเนินงาน นั่นคือ กำไร หรือ ขาดทุน
กำไรหรือขาดทุนเกิดจาก รายได้ - ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่าย อยู่ ตรงข้ามกับรายได้
ดังนั้นสมการเต็มๆมันจึงเป็น
สินทรัพย์ = หนี้สิน + (รายได้ - ค่าใช้จ่าย)
ย้ายข้าง ค่าใช้จ่ายไปอยู่ฝั่งทรัพย์สินซะ ทุกตัวในสมการจะได้มีเครื่องหมายติดบวกเหมือนๆกัน
ดังนั้นจึงเท่ากับว่า สินทรพัย์และค่าใช้จ่ายเป็นตัวที่มี Nature ฝั่ง Dr เหมือนกัน
ในขณะที่ หนี้สิน และ รายได้นั้น เป็นตัวที่มี Nature ฝั่ง Cr.เหมือนกัน
หรือจะคิดง่ายๆด้วยวิธีนี้ว่า
เมื่อมีค่าใช้จ่าย-->ค่าใช้จ่ายมันต้อง Dr. เพราะเมื่อเราจ่าย เราจ่ายด้วยเงิน สินทรัพย์เราลด(เงินสดออก) หรือว่าจ่ายด้วยการไปยืมเขามา หนี้สินเพิ่ม
นั่นคือ Dr.ค่าใช้จ่าย
Cr.สินทรัพย์(ตัวที่เอาไปจ่าย)/หนี้สิน(ที่ยืมเขามาจ่ายคชจ.นั้น)
เมื่อมีรายได้--->มันต้อง Cr. เพราะเมือ่เราได้ สินทรัพย์เราเพิ่ม(เงินสดเข้า)
Dr.สินทรัพย์(ได้อย่างเดียวแหละ ไม่มีได้รายได้มาเป็นหนี้แหงๆ)
Cr.รายได้
ชัดๆว่า จากสมการ
หนี้สินกับรายได้ มันอยู่ข้างเดียวกันโดย nature นั่นคือเป็นฝั่ง Cr.
เหมือนที่ท่าน eAT เข้าใจนั่นแหละค่ะ
ไม่ได้เรียนบัญชี แต่เดาว่าอยู่ข้างรายได้ แต่ถ้าคิดตามปกติชาวบ้าน เงินกู้ไม่ใช่รายได้แน่ๆ อยู่แล้ว เพราะกู้มา ก็เป็นหนี้ ชาวบ้านไม่น่าลงเป็นรายได้นะ
เพราะงั้น
ถ้ามันเป็นตัว Nature ที่อยู่ฝั่งเดียวกัน
มันต้องเลือกค่ะ ว่าจะบันทึกเป็น รายได้ หรือ หนี้สิน เอาซักอย่างนึง
ส่ิงที่ได้ได้มาคือ "เงินสด"
แน่ๆ ต้อง Dr.เงินสด อีกขา เลือกเอา จะ Cr. รายได้ หรือ Cr.หนี้สิน
ตัดสินใจเอาตามนิยามในแม่บทฯ
แต่ถ้าคิดแบบชาวบ้านไม่ได้เรียนบัญชีไม่ได้รู้แม่บท
เงินสดที่ว่านี้ไม่ใช่รายได้ แน่ๆ
สรุปว่า อธิบายแบบนักบัญชี ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง มึนงง เซ็งไปกับ Dr.และ Cr.อีก
เล่าไว้สนุกๆสำหรับที่มาที่ไปว่าทำไมต้องทำแบบนี้
ถ้าจะทำแค่บัญชีครัวเรือนเอาตามนี้ดีกว่าค่ะ ไม่ต้องคิดมาก
เหมือนที่ท่านผึ้น้อยตุหรัดตุเหร่ว่าไว้เลยค่ะ
4 ช่องพื้นฐาน
รายรับ รายจ่าย เงินกู้ เงินให้กู้
ใครมีรายละเอียดพิสดาร ยิบย่อยส่วนตัวยังไงก็ไปดัดแปลงเอาเองกันตามอัธยาศัย
ท่านทำได้ถูกต้องตามหลักบัญชีพื้นฐานเป๊ะๆแล้ว
ห้องเรามีสุภาพสตรีนักบัญชีอยู่นะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะคุณ bird นะครับ ระหว่างรอคุณเบิร์ด เอาคุณสเนคอย่างผมไปก่อน เท่าที่ผมรู้งูๆปลาๆ สมัยเรียนพาณิชย์จบก็คืนครูไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม(ด้วยท่าพับเพียบ
เป็นรายจ่ายค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เรียนบัญชีทำมีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
) มันต้องใส่ช่อง DEBIT ครับ บัญชีจะมีช่อง DEBIT(เราเป็นหนี้เขา) CREDIT(เขาเป็นหนี้เรา) ตอบแบบง่ายๆตามหลักชาวบ้านที่จะลงบัญชี มันต้องมี 4 ช่องครับ รายรับ รายจ่าย เงินกู้ กับเงินให้กู้ ตัวเลขช่องเงินกู้จะลดลงเรื่อยๆเมื่อเราทะยอยจ่ายเงินคืน ตัวเลขช่องเงินให้กู้จะลดลงเรื่อยๆถ้าลูกหนี้คืนเรา เวลามีเงินกู้เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของเรา ถือเป็น"รายรับ"ครับ (มิใช่รายได้เน้อ...เรารับเงินมา แต่มิได้ earning-คือการทำมาหากินจนเกิดรายได้) และเงินทะยอยคืนจะอยู่ในช่อง "รายจ่าย" ดิทเพิ่ม มีเพื่อนๆมาตอบแร้ววววว งั้นคุณสเนคๆฟิชๆอย่างผม ขอบอกเพิ่มว่า..บัญชีครัวเรือนผม ผมทำช่องเดบิตเครดิตด้วยครับ เพื่อจะแยกเงินออกจากกันเป็นสัดส่วน รายได้ผมจะลงช่องรายได้ อันไหนกู้มา(เช่นกู้บริษัท-ในนามของ "กรรมการยืมเงินบริษัท(ตัวเอง)") ผมจะลงช่อง DEBIT ใครยืมเงินผมไปตอนไหน(เช่นบริษัทกู้ผมเอง-ในนามของ "บริษัทยืมเงินกรรมการ") จะลงช่อง CREDIT ลงบันทึกตามวันที่ จะได้ตรวจทานสะดวกครับว่า cash flow เราอยู่ดีมีสุขหรือไร และเราจะไม่ทะเลาะกับคนรอบข้างด้วยว่าเขายืมเงินเราเมือ่ไหร่ ใช้คืนเมื่อไหร่ เรายืมเงินใครมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มีเงินใช้คืนหรือยัง (เพราะการที่"กรรมการยืมเงินบริษัท" หรือ "บริษัทยืมเงินกรรมการ" มันต้องมีดอกเบี้ยเกิดขึ้นครับ ดอกเบี้ยก็ต้องคิดไปตามระยะเวลา) และวันไหนว่างๆ ผมจะลงปากกาคนละสีไว้เลย รายได้-สีดำ รายจ่าย-สีแดง เงินยืม-สีแดงเข้ม เงินให้ชาวบ้านยืม-สีน้ำเงิน เวลาดูบัญชีส่วนตัวผมจะเห็นตามสีน่ะแหละครับ
อันนี้เอามาฝากเพื่อนๆท่านอื่นที่นี่
ไปโหลดกันเอาดูนะคะ
Excel บ้านๆ พื้นฐานมากๆ
ปรับแต่งรายละเอียดตามการใช้งานส่วนตัวได้เลย
(คาดว่าบางท่านน่าจะมีแล้ว อันนี้ล่าสุดปี 55 ไม่รู้เค้าทำ ปี 56 ออกมาให้เราใช้กันรึยัง)
ของธปท. http://www.4shared.c...Saving2555.html
ของกสิกร https://www.k-weplan...emo_ExV2012.xls
(ขอบคุณhttp://piyapongpom.blogspot.com/2011/12/excel-2555.html ที่ให้เราไปแฮฟมาต่ออีกที)
กลับเข้ามาที่หัวข้อกระทู้
เราว่าเค้าไม่ได้ "ควาย"หรอก
ฉลาดล้ำลึกออก
เล็งผลเลิศตั้งแต่ตอนกู้แล้ว ว่า กะจะชักดาบ พักหนี้ ยกหนี้ ฯลฯ แน่ๆ
ถูกของเค้าแล้วนะ เงินสดรับจากหนี้สินเป็นรายได้นั่นเอง
อิพวกที่ต้องมันบันทึกเป็นหนี้ หาเงินไปจ่ายคืนเนี่ยแหละ โง่เจงๆ ชิส์
Edited by sth sweet, 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 08:31.
- สงสารสาวจันทร์ and ทรงธรรม like this
#44
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 00:56
ถ้าจำไม่ผิด เงินกู้ เป็นเจ้าหนี้การค้า เป็นรายรับประเภทหนึ่ง ใช่ไหมครับ ....
เกือบถูกค่ะ
เงินกู้/เจ้าหนี้การค้า ตามสมการบัญชี Nature อยู่ Cr. เหมือนกับ รายได้
นั่นคือ ตามหลัก double entry มันอยู่"ฝั่งเดียวกัน" ยังไง๊ ยังไง ก็มาบันทึกพร้อมๆกันไม่ได้ เลือกเอาซักอันน่ะค่ะ
ต้องพูดใหม่ว่า
เงินกู้ หรือ เจ้าหนี้การค้า
จัดเป็น "เงินสดรับ"ประเภทหนึ่ง
(เงินสดรับได้จากสองทาง หามาได้เอง อันนี้จัดเป็น "รายได้"
กับ กู้เขามา อันนี้จัดเป็น "หนี้สิน")
แต่ไม่ใช่เป็น "รายรับ"ประเภทหนึ่งค่ะ
- นักเรียนตลอดชีพ likes this
#45
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 01:31
อันนี้เอามาฝากเพื่อนๆท่านอื่นที่นี่
ไปโหลดกันเอาดูนะคะ
Excel บ้านๆ พื้นฐานมากๆ
ปรับแต่งรายละเอียดตามการใช้งานส่วนตัวได้เลย
(คาดว่าบางท่านน่าจะมีแล้ว อันนี้ล่าสุดปี 55 ไม่รู้เค้าทำ ปี 56 ออกมาให้เราใช้กันรึยัง)
ของธปท. http://www.4shared.c...Saving2555.html
ของกสิกร https://www.k-weplan...emo_ExV2012.xls
(ขอบคุณhttp://piyapongpom.blogspot.com/2011/12/excel-2555.html ที่ให้เราไปแฮฟมาต่ออีกที)
กลับเข้ามาที่หัวข้อกระทู้
เราว่าเค้าไม่ได้ "ควาย"หรอก
ฉลาดล้ำลึกออก
เล็งผลเลิศตั้งแต่ตอนกู้แล้ว ว่า กะจะชักดาบ พักหนี้ ยกหนี้ ฯลฯ แน่ๆ
ถูกของเค้าแล้วนะ เงินสดรับจากหนี้สินเป็นรายได้นั่นเอง
อิพวกที่ต้องมันบันทึกเป็นหนี้ หาเงินไปจ่ายคืนเนี่ยแหละ โง่เจงๆ ชิส์![]()
![]()
![]()
![]()
ขอบคุณคุณซัมติงสวีตมากๆ เลยครับสำหรับลิงค์ไฟล์เอ็กเซลล์
ตอนอ่านๆ กระทู้กำลังงได้ที่นึกในใจอยู่เลยว่าจะโพสขอตัวอย่างตารางซักหน่อยพอดี
- sth sweet likes this
#46
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 02:06
โดยเฉพาะงานบุญสุนทาน อีสานกับเหนือไม่แพ้กัน บ้านไหนจะจัดงานบวชงานแต่งต้องใหญ่กว่าคนอื่น.
บ้านไหนจะจัดงานบวชต้องไปยืมครับ ยืมเงินดอก~ ยืมเงินไม่พอต้องยืม(เช่า)ทองด้วยจะกี่เส้นกี่บาทก็ไม่ต้องกลัวคอนาคหัก.
เจ้าภาพก็ฉลาดเหลือหลาย ไหนๆงานบุญทั้งที แขกโต๊ะวีไอพีขอเหล้ายี่ห้อฝรั่งก็จัดให้ แขกบ้านข้างๆขอเหล้ายี่ห้อไทยครึ่งลังจัดหนัก.
โอย ๆ ๆ ตัวเองต้องมาลุ้นว่า.... ค่าซองจะเหลือเท่าไรว่ะ.
โอ...+++@!!!!ท่านเทพมาแล้วๆๆๆ ท่านสส.คนที่เราพึ่งเลือกนี่หว่า...มาช่วยค่าซอง... รอดไป
#47
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 03:40
มีคำถามครับ เวลาทำบัญชีเนี่ย เราจะจัดเงินกู้ไว้ตรงประเภทไหนอ่าครับ
สินทรัพย์ เท่ากับ หนี้สิน บวกด้วยทุนครับ
เราถือว่า เงินกู้ เป็นหนี้สิน อยู่ด้าน Cr ครับ
#48
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 08:48
---------------------------------------
#49
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:28
#50
ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 09:30
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











