Jump to content


Photo
- - - - -

ถ้าใช้ตรรกะเดียวที่จะยอมให้คนได้เลือกตั้งโดยไม่สนคุณวุฒิ


  • Please log in to reply
11 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 Konigsburg

Konigsburg

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 61 posts

ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:52

มีกระทู้หนึ่งได้ตั้งไว้โดยแสนอให้คนที่จบปริญญาตรีเท่านั้นได้เลือกตั้ง เพื่อนสมาชิกก็ได้คัดค้านอย่างหนักมีท่านหนึ่งได้แสดงความเห็นอย่างน่าสนใจว่าหากมีการแบ่งคุณวุฒิว่าจะทำให้นักการเมืองเอาใจแต่ภาคอุตสาหกรรม โดยละเลยภาคเกษตรกรรมซึ่งมีคนจบปริญญาตรีน้อยกว่า ก่อให้เกิดผลเสียในระบบสังคมตามมา

ถ้าใช้ตรรกกะเดียวกันนี้ถ้าให้มีการแบ่งจำนวน สส.เท่ากันในแต่ละภาค เพราะถ้าภาคใดได้ สส.น้อย บางภาคได้สส.มาก ก็จะทำให้บางภาคผูกขาดการจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายเดียว และภาคที่ได้ สส.น้อยก็จะถูกละเลยไม่สนใจ ถ้าให้ทุกภาคมี สส.เท่ากัน ก็จะกระจายความเสมอภาค ยุติธรรมได้ เพราะทุกภาคก็จะมีผู้แทนที่มีโอกาสได้เข้าไปบริหารประเทศได้ มีความเห็นยังไงบ้างครับ?

Edited by Konigsburg, 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:57.


#2 ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

    หน้าตาดี มีอุดมการณ์

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 21,670 posts

ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 22:58

สส.เท่ากันทุกภาค แบบนี้ผมโอเคกว่าอีกครับ
อยากให้ทุกภาคมีสส.เท่ากันจริงๆ เพราะการที่มีภาคไหนมีจำนวนสส.สูงสุด ถึงเป็นสนามให้นักการเมืองเข้าไปซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่อิสานได้ครับ
gladiator 1.jpg

 

 

 

 

 

 


#3 blue

blue

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,979 posts

ตอบ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 - 23:47

ผมว่าบางทีเราลืม หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สส ที่เราเลือกเข้าไปนั้น เราเลือกเขา
เข้าไปทำไม ผมเข้าใจว่าทุกว้นนี้คนไทยส่วนใหญ่ มอง สส เป็นเหมือน อบต
หรือ อบจ มากกว่า

การมองที่ผิดเพี้ยนนี่ มันก่อให้เกิดปัญหาที่เราต้องมาถกกันว่าการเลือกตั้ง สส
ควรเป็นแบบใด และก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะ
ในรูปแบบ เขตเดียวเบอร์เดียว และ แบบแบ่งเขต ซึ่งสองรูปแบบนี้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
แต่ก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ผมว่ามันเป็นเรื่องน่าอนาถใจสำหรับประเทศไทยที่ต้องโทษ
ทุกคนทั้งนักการเมือง นักวิชาการ และประชาชนทั้งหมด ที่การเลือก สส ของประเทศ
มันกลายเป็นการเลือกคนเพื่อเข้าไปสร้างปัญหาให้ประเทศมากกว่า

การเลือก สส แบบแบ่งเขต หรือเขตเดียว หรือแบบที่ท่านเจ้าของกระทู้ตั้งมาแบบภาคละ
เท่า ๆ กัน เราต้องถามตัวเราเองว่ามันแก้ปัญหาได้จริงหรือ

ผมว่าถ้าเราจะแก้ปัญหาได้ เราก็ต้องมองปัญหาให้เห็นก่อนว่ามันคืออะไร ถ้าตามรูปแบบที่
ท่านเจ้าของกระทู้ตั้งมา ผมมองว่ามันเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องของการชิงอำนาจการบริหาร
ซึ่งมันก็จะไม่ต่างกันกับรูปแบบ การแบ่งเขต หรือรวมเขตนั่นแหละ และสุดท้ายก็แก้ปัญหา
ไม่ได้ แต่กลับจะสร้างปัญหาให้หนักหนาสาหัสขึ้นทุกที

ถ้าเราดูรัฐธรรมของประเทศ เราจะเห็นว่า อำนาจในการปกครองประเทศ
มีอยู่สามอำนาจ คือ

อำนาจบริหาร มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
อำนาจนิติบัญญัติ มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และการสรรหา
อำนาจตุลาการ มาโดยวิธีการที่กำหนดไว้

สามอำนาจนี้ถูกกำหนดมาให้คานอำนาจกัน เพื่อมิให้เกิดการบริหารที่มีการ
รวบอำนาจ ถูกตรวจสอบ ถูกลงโทษ เมื่อมีการกระทำผิดประพฤติมิชอบ

ถ้าเรามองอย่างนี้ เราน่าจะเห็นว่า ปัจจุบันปัญหาที่มันเป็นอยู่มันเกิดจากอะไร
เราพูดกันอยู่เสมอว่า สส เข้าไปยกมือในสภาเป็นเหมือนหุ่นยนต์ เพราะต้องทำ
ตามมติพรรค พรรคบอกให้ยกมือก็ยก พรรคบอกไม่ให้ยกมือก็ไม่ยก แต่เราไม่เคย
คิดกันเลยว่า นั่นมันคือการที่ฝ่ายบริหารเข้าไปแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่เคย
มองว่า สส ในสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เรามองแค่เป็นฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล เรา
ไม่เคยมอง สว ในสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เรามอง สว ว่าเป็น สว ไม่รู้ทำไมต้องมี
สส สว ในสภา ผมก็มองไม่ออกว่า เขารู้หรือเปล่าว่า เขาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ หรือเขา
มองตัวเขาว่าเป็น รัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน และที่เลวร้ายหนักก็คือ สว ก็มีฝ่าย รัฐบาล
และฝ่ายค้านเหมือนกัน

ถ้าท่านมองปัญหาเหมือนผม ท่านคิดว่าการจัดระบบเลือกตั้งแบบต่าง ๆ จะช่วยแก้ปัญหา
ที่รัฐบาลหรือฝ่ายบริหาร เข้าไปแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติให้ทำตามที่ตนเองต้องการได้
หรือไม่ เพราะถ้าแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ประเทศมันก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยหรอกครับ แต่มันเป็น
เผด็จการรัฐสภา เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้แหละครับ

อยากให้ท่านสมาชิกช่วยกัน วิเคราะห์ด้วยครับว่า รูปแบบการเลือกตั้งแบบที่ท่านเจ้าของ
กระทู้ตั้งมา จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้แค่ไหนเพียงใด

#4 MuuSang

MuuSang

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,604 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 01:02

ผมว่าบางทีเราลืม หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สส ที่เราเลือกเข้าไปนั้น เราเลือกเขา
เข้าไปทำไม ผมเข้าใจว่าทุกว้นนี้คนไทยส่วนใหญ่ มอง สส เป็นเหมือน อบต
หรือ อบจ มากกว่า

การมองที่ผิดเพี้ยนนี่ มันก่อให้เกิดปัญหาที่เราต้องมาถกกันว่าการเลือกตั้ง สส
ควรเป็นแบบใด และก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะ
ในรูปแบบ เขตเดียวเบอร์เดียว และ แบบแบ่งเขต ซึ่งสองรูปแบบนี้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
แต่ก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ผมว่ามันเป็นเรื่องน่าอนาถใจสำหรับประเทศไทยที่ต้องโทษ
ทุกคนทั้งนักการเมือง นักวิชาการ และประชาชนทั้งหมด ที่การเลือก สส ของประเทศ
มันกลายเป็นการเลือกคนเพื่อเข้าไปสร้างปัญหาให้ประเทศมากกว่า

การเลือก สส แบบแบ่งเขต หรือเขตเดียว หรือแบบที่ท่านเจ้าของกระทู้ตั้งมาแบบภาคละ
เท่า ๆ กัน เราต้องถามตัวเราเองว่ามันแก้ปัญหาได้จริงหรือ

ผมว่าถ้าเราจะแก้ปัญหาได้ เราก็ต้องมองปัญหาให้เห็นก่อนว่ามันคืออะไร ถ้าตามรูปแบบที่
ท่านเจ้าของกระทู้ตั้งมา ผมมองว่ามันเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องของการชิงอำนาจการบริหาร
ซึ่งมันก็จะไม่ต่างกันกับรูปแบบ การแบ่งเขต หรือรวมเขตนั่นแหละ และสุดท้ายก็แก้ปัญหา
ไม่ได้ แต่กลับจะสร้างปัญหาให้หนักหนาสาหัสขึ้นทุกที

ถ้าเราดูรัฐธรรมของประเทศ เราจะเห็นว่า อำนาจในการปกครองประเทศ
มีอยู่สามอำนาจ คือ

อำนาจบริหาร มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
อำนาจนิติบัญญัติ มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และการสรรหา
อำนาจตุลาการ มาโดยวิธีการที่กำหนดไว้

สามอำนาจนี้ถูกกำหนดมาให้คานอำนาจกัน เพื่อมิให้เกิดการบริหารที่มีการ
รวบอำนาจ ถูกตรวจสอบ ถูกลงโทษ เมื่อมีการกระทำผิดประพฤติมิชอบ

ถ้าเรามองอย่างนี้ เราน่าจะเห็นว่า ปัจจุบันปัญหาที่มันเป็นอยู่มันเกิดจากอะไร
เราพูดกันอยู่เสมอว่า สส เข้าไปยกมือในสภาเป็นเหมือนหุ่นยนต์ เพราะต้องทำ
ตามมติพรรค พรรคบอกให้ยกมือก็ยก พรรคบอกไม่ให้ยกมือก็ไม่ยก แต่เราไม่เคย
คิดกันเลยว่า นั่นมันคือการที่ฝ่ายบริหารเข้าไปแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่เคย
มองว่า สส ในสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เรามองแค่เป็นฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล เรา
ไม่เคยมอง สว ในสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เรามอง สว ว่าเป็น สว ไม่รู้ทำไมต้องมี
สส สว ในสภา ผมก็มองไม่ออกว่า เขารู้หรือเปล่าว่า เขาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ หรือเขา
มองตัวเขาว่าเป็น รัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน และที่เลวร้ายหนักก็คือ สว ก็มีฝ่าย รัฐบาล
และฝ่ายค้านเหมือนกัน

ถ้าท่านมองปัญหาเหมือนผม ท่านคิดว่าการจัดระบบเลือกตั้งแบบต่าง ๆ จะช่วยแก้ปัญหา
ที่รัฐบาลหรือฝ่ายบริหาร เข้าไปแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติให้ทำตามที่ตนเองต้องการได้
หรือไม่ เพราะถ้าแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ประเทศมันก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยหรอกครับ แต่มันเป็น
เผด็จการรัฐสภา เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้แหละครับ

อยากให้ท่านสมาชิกช่วยกัน วิเคราะห์ด้วยครับว่า รูปแบบการเลือกตั้งแบบที่ท่านเจ้าของ
กระทู้ตั้งมา จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้แค่ไหนเพียงใด


เพราะเหตุนี้แหละครับ เลยมำให้อำนาจที่สี่ ออกมาบ่อยๆ
แม้นใครรัก รักมั่ง ชัง ชังตอบ

#5 voodoo

voodoo

    ไม่เป็นกลาง

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,202 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 01:06

ที่จริง ถ้าเรียนจบแค่ม.๓ ก็น่าจะมีความรู้เรื่องพวกนี้แล้ว
แต่อาจเป็นเพราะคนไทยบางส่วนเรียนมาน้อยมาก
" สลิ่มที่ไม่กล้่าเปิดตัวต่อสาธารณชนเท่าไรนัก เนื่องจากไม่ได้ทำประกันอัคคีภัย "

#6 ทัชชี่

ทัชชี่

    ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,784 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 01:35

ผมกลับเห็นว่า น่าจะมีการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ผู้ที่จะลงชื่อสมัครเป็น สส. สว. หรือตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเป็นการกรองในระดับหนึ่งก่อนว่า มีความรู้ ความสามารถและมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้าไปทำหน้าที่จริงๆ หากสอบตกตรงนี้ ก็ถือว่าขาดคุณสมบัติ ลงสมัครไม่ได้

ซึ่งการสอบทุกครั้งจะต้องมีการบันทึกเทปไว้เป็นหลักฐานของผู้สมัครทุกคน เพื่อไว้ตรวจสอบในภายหลังได้ว่ามีการทุจริตหรือไม่

คะแนนที่ถือว่าสอบตกก็คือได้น้อยกว่าร้อยละ 85 ของคะแนนเต็ม (เทียบเท่า ป.โท.รัฐศาสตร์เลยครับ)

ประชาธิปไตยแบบแดง: 1. ไม่ใช่แดง เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ 2. เสียงส่วนใหญ่ คือเสียงถูกต้อง 3. กฎพวกพ้องต้องเหนือกฎหมาย 4. เบื้องสูงมีไว้เหยียบย่ำ 5. ใครทำก็ผิด แต่แดงต้องไม่ผิด 6. คิดร้ายต่อทักษิณย่อมชั่ว 7. มั่วบิดเบือนหลอกพวกเดียวกัน 8. ปั้นน้ำเป็นตัวแล้วแถ


#7 Uranus

Uranus

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 652 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 03:50

ผมกลับเห็นว่า น่าจะมีการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ผู้ที่จะลงชื่อสมัครเป็น สส. สว. หรือตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเป็นการกรองในระดับหนึ่งก่อนว่า มีความรู้ ความสามารถและมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้าไปทำหน้าที่จริงๆ หากสอบตกตรงนี้ ก็ถือว่าขาดคุณสมบัติ ลงสมัครไม่ได้

ซึ่งการสอบทุกครั้งจะต้องมีการบันทึกเทปไว้เป็นหลักฐานของผู้สมัครทุกคน เพื่อไว้ตรวจสอบในภายหลังได้ว่ามีการทุจริตหรือไม่

คะแนนที่ถือว่าสอบตกก็คือได้น้อยกว่าร้อยละ 85 ของคะแนนเต็ม (เทียบเท่า ป.โท.รัฐศาสตร์เลยครับ)


ผมว่า มันก็หาแนวทางโกงข้อสอบอยู่ดีล่ะครับ
พวกนี้ มานเลว ต้องแต่ชาติกำเนิดเลยครับ

#8 ต้นหอม

ต้นหอม

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,472 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 07:36

ลองใ้ห้คนที่เลือกเข้ามารับผิดชอบร่วมกับตัวแทนที่เป็นนักการเมืองสิ ไม่เกิน 8 ปี ประเทศสงบสุข เพราะปชช.จะทั้งเฟ้นหาคนดี ทั้งตรวจสอบการทำงานตลอด

มันจะทำให้เราคิดก่อนพูดได้ดีขึ้น เมื่อเชื่อว่าคำพูดที่ออกไปเหล่านั้นคือคำที่เราจะได้ยินเองในอนาคต

และถ้าเราจะทำดีได้มากขึ้น เมื่อเชื่อว่าเราจะได้เจอสิ่งดีๆในอนาคต

แม้ว่าวันนี้เราจะยังไม่เห็นว่ามันดีอย่างไรแต่อย่างน้อยทำให้เราผ่านวันนี้ไปได้อย่างราบรื่น


#9 อาวุโสโอเค

อาวุโสโอเค

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,790 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 07:49

เป้าหมายคือ ต้องการคนที่ดี มีจิตใจทำงานรับใช้ประชาชน

แต่ขณะที่ถกเถียงกันว่า วุฒิการศึกษา คือทางออกที่ดีที่สุด

สำหรับผมมันไม่ตอบโจทย์เท่ากับระบบปัจจุบัน กรณีศึกษา

ปทุมธานี ที่การเลือกตั้งพลิกโผ เล่นซะพ่อยกแม่ยก เพื่อไทย ร้องระงม

มันอาจจะไม่ทันใจหรอกครับ ค่อย ๆ ดูไป คำตอบมันจะคลี่คลายเอง

ให้เวลาประชาชนเรียนรู้สักนิด แล้วทุกอย่างจะดำเนินไปสู่อย่างที่ควรจะเป็น
การเมืองไม่ใช่เพื่อกลุ่มใด แต่เพื่อทุกคนในประเทศ

#10 idolation

idolation

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,996 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 08:08

ผมเคยคิดว่าทำไมกำหนดการศึกษาระดับปริญญาตรีจึงมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เพราะคนจบป.ตรีแต่เลว จบป.ตรีแต่ไม่มีความรู้ความเอาใจใส่ในการพัฒนาประเทศก็มี ในขณะที่ตาสีตาสาบางคนมีความรู้มากกว่า

แต่การเอาอายุมากำหนดก็แปลก เพราะคนอายุเกิน 18 ปีทุกคนใช่ว่าจะมีความรู้ความสามารถ ความเอาใจใส่ในการพัฒนาประเทศมากกว่าคนอายุต่ำกว่า 18 ปีเสมอไป

ส่วนการเอารายได้มากำหนดว่าเฉพาะคนที่เสียภาษีจึงจะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้น ผมว่าเข้าท่าที่สุด เพราะเค้าจ่ายเงินเค้าจึงมีสิทธิ์ออกเสียง ไม่ว่าเขาจะมีความรู้ความเอาใจใส่ในการพัฒนาประเทศหรือเปล่า

ส่วนนักโทษติดคุกผมไม่แน่ใจว่ามีสิทธิ์เลือกตั้งหรือเปล่า ส่วนตัวคิดว่าไม่ควร เพราะนักโทษทำผิดกฎหมายแล้วทำไมจึงมีสิทธิ์ไปมีส่วนร่วมในการกำหนดประเทศ เพราะสส.ออกกฎหมายมาแล้วคุณก็ดันละเมิด
รักในหลวง ห่วงลูกหลาน ร่วมกันต้าน ตระกูลชินวัตร

#11 annykun

annykun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,567 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 11:42

สส. เท่ากันทุกภาค ผมว่าดีครับ แต่ยากที่จะทำให้สำเร็จจริงๆครับ ถ้าทำจริงมีพรรคการเมืองที่เสียประโยชน์ อยู่มากครับ
รวมทั้งประชาชนทางเหนือและอีสาน ที่อาจไม่ยอมลดความได้เปรียบทางการเมืองลง เพราะพวกเขาถือว่าตนมีความเสียเปรียบ
ด้านเศรษฐกิจอยู่ การเมืองจึงเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาคิดว่าได้เปรียบกว่าภาคอื่นๆ

Edited by annykun, 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 11:43.

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม  คือ   ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

คุณธรรมที่พร้ำสอน  ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา   ส่วน  ประชาธิปไตยน่ะรึ  เอาเข้าจริงๆ  สำคัญอันใด?? 

 


#12 nanase

nanase

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 541 posts

ตอบ 24 เมษายน พ.ศ. 2555 - 12:05

สิทธิ์ในการเลือกตั้งเป็นของคนทุกคนครับ ที่ให้อายุ18หรือ20ผมว่าก็สอดคล้องกับตัวกฏหมายหลายๆอย่าง

ส่วนไอที่ไม่สมควรมีสิทธิืในการเลือกตั้งผมว่าสมควรเป็น ตำรวจ กับ ทหาร ครับ

ตำรวจ ทหาร สมควรเป็นกลางทางการเมือง หรืออยุ่เหนือจากการเมือง(ไม่ใช่เหนือกฏหมายนะ) เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายในการ ทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการเลือกตั้ง

ปล.กกต ผมก็ว่าไม่สมควรมีสิทธิเลือกตั้งเหมือนกัน




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน