Jump to content


mrxx

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 20 มิถุนายน 2555
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 22 มิถุนายน 2555 14:07
-----

#305967 "ม็อบขาวจั๊ว" ม๊อบเสื้อขาวพยาบาลกว่าสามพันบุกทำเนียบเป้นม็อบที่สวย-น่...

โดย mrxx on 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 16:57

ตอบข้อ
1. 90% ครับ เดินผ่านใครถามได้เลยว่าทำงานกันกี่ ชม โดยเฉลี่ย
2. อันนี้ไม่ได้เพราะทุกคนทำงานเหมือนกัน ไม่ว่าบรรจุหรือไม่บรรจุ แต่ต่างกันที่ การได้เลื่อนขั้น ผลงาน สวัสดิการ
3.อันนี้ไม่พอใจก็เปลี่ยนได้ครับ พวกเขาทำโอไม่เกิน 48 ชมต่อสัปดาห์ ถึงเกินยังไงก็ได้หยุด อย่างน้อย 1 วันเต็มๆต่อสัปดาห์ เวลาพักเยอะกว่าโขอยู่แล้ว มันอยู่ที่ ความเป็น Specialist ด้วย ความรับผิดชอบ ความเสี่ยงต่างกันเยอะครับ ถ้างั้นไม่ลองถามผู้ที่เป็นหัวหน้าคนงานเค้าดูครับว่า เค้าทำงานหนักหรือเปล่าแต่ได้เงินเยอะกว่าลูกน้องกี่เท่า เพราะคุณวุฒิอย่างที่คุณบอกนั่นแหละ
4. เรียนจบมาแล้วก็ต้องหาที่ลงครับ อย่างที่บอกว่าเป็นวิชาชีพที่ขาดแขลน จึงอาจหางานง่ายกว่าคนอื่น ถ้างั้นก็ลองมาเรียนพยาบาลดูครับถ้าคิดว่าโชคดีกว่าคนอื่นๆ
5. ที่ไปทำเอกชนเพราะเหตุผลที่เค้ามาเรียกร้อง ไม่ใช่เพราะไปไม่ได้ หรือติดอะไร ทุกคนก็อยากทำเพื่อประชาชน อยากดูแลพ่อ แม่ ผู้ป่วยด้วยโอกาส ในทุกภูมิภาคของประเทศ เข้าเอกชนง่ายแสนง่ายเพราะถ้ามีใบวิชาชีพแล้ว รพ เอกชนรับอยู่แล้ว อีกอย่าง รพ เอกชนไม่ได้มีทั่วประเทศ ทุกจังหวัดหรือทุกอำเภอนะ หลายๆคนก็ต้องอยู่ในภูมิลำเนาหรือกระจายตาม รพ ต่างๆ ไม่งั้นจะเป็นจะตาย คุณคงนั่งรถมารักษาที่ รพ เอกชนในเมืองใหญ่ๆอย่างเดียวเหรอ ก็ไม่แน่หรอก ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ คงแห่ไปเอกชนหมด ถึงเวลานั้น คงมีเฮ
6. เงิน 20000 ถ้าเทียบกับ ป ตรี ที่ทำงาน บริษัท ถือว่าจิ๊บจ้อยมาก(แถมมีโบนัสอีก) และอย่างที่บอกลูกจ้างเหล่านั้นมาสมัครเพราะไม่ใช่สาขาโดยตรง ไม่ได้บังคับเช่นกัน และเขามาสมัครทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า เป็นลูกจ้างชั่วคราว ข้อมูลชัดเจนทุกอย่าง และงานของเขาหนักก็เป็นบางโอกาส วันหยุดรึก็มีปกติ เข้าใจครับว่าทุกอาชีพ เนื่อยและหนักพอๆกัน ทำไมคุณจ้างลูกจ้างชั่วคราว? เพราะคนไม่พอใช่ไหม แล้วลูจ้างคุณมีใบวิชาชีพไหม แล้วบอกเขาหรือไม่ว่าจะบรรจุ ข้าราชการบางหน่วยงาน ยังไม่จำเป็นเท่าพยาบาลเลย อย่างที่เปิดสอบกัน ตาม อบต หรืออะไรต่างๆ เพราะอย่างที่บอก พยาบาลยังเป็นอาชีพที่ขาดแคลนอยู่
7. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ทุกคนได้ท่องตั้งแต่เรียนปี 1 ถ้าเขาเห็นแก่ได้ คงไปเอกชนหมดแล้ว รวมถึงตอนนี้เมืองนอกต้องการพยาบาลไทยเยอะแยะ แต่ทุกคนก็อยากที่จะทำงานใกล้บ้านบ้าง ต้องการดูแลคนทั่วๆไปที่ไม่ได้ร่ำรวย หรือรับใช้ดูแลผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่นๆ เพียงแต่การตอบแทน เยียวยา มันก็ต้องสมเหตุสมผล อย่างน้อยสวัสดิการน่าจะดีกว่านี้ ไม่ใช่มีแค่ประกันสังคมอย่างเดียว และจะให้ดี ถ้าสามารถเพิ่มกำลังอัตราพยาบาลต่อคนไข้ ให้ได้สัก 1/8 ก็น่าจะดี เพราะจะมีเวลาว่างมากขึ้น ถึงรายได้ลด แต่มีความสบายใจยังดีกว่า
ถ้าทำงานสบายๆหยุดอาทิตย์ละ 2 วัน คงไม่เรียกร้องหรอกครับ
........................
1. มันคือการต่อรอง ก็เหมือนพวกที่ปิดถนน ปิดสนามบิน ทำอะไรเหล่านั้น พวกเขามีความรับผิดชอบพอ เพราะถ้าถึงวันนั้นจริง คงจะมีการทดแทนเวร สับเวรกันถี่ขึ้น ไม่ใช่จะหยุดทั้งหมด เพราะจะไม่เอาชีวิตผู้เป็นตัวประกันแน่ เพียงแต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่มีใครทิ้งคนไข้แน่
2. ในเรื่องการเลือกตั้ง น่าจะเป็นคำพูดของคนบางคน ไม่ใช่กับทั้งคณะ และอาจเป็นคำพูดที่ต้องการจะต่อรองเท่านั้น อันนี้ผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆคือ ไม่ใช่เกมการเมืองแน่นอน เพราะมีการเคลื่อนไหว และดูท่าที่หมาหลายปีแล้ว เรียกร้องไปทางสภาก็บ่อย บอกว่าจะพิจารณา แต่ก็เงียบ จึงมีการล่ารายชื่อกันมาเพื่อเรียกร้องอย่างที่เห็น เรื่องการเมืองเป็นการเบี่ยงประเด็นมากกว่า เพราะกลุ่มพยาบาลเหล่านี้มาจากทั่วสาระทิศ ทั้งประเทศ (โดยส่งตัวแทน รพ ละ 2-3 คน โดยให้เพื่อนเข้าเวรแทน ) ดังนั้นเรื่องการเมืองจะมีความเห็นแตกต่างกันแน่นอน ... และการเมืองเรื่องสกปรกครับ อย่าไปเกลือกกลั้วดีกว่า


#305589 "ม็อบขาวจั๊ว" ม๊อบเสื้อขาวพยาบาลกว่าสามพันบุกทำเนียบเป้นม็อบที่สวย-น่...

โดย mrxx on 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 13:00

ถ้าประท้วงแล้วได้บรรจุ จะเป็นมาตรฐานให้ลูกจ้างหรือพนักงานราชการหน่วยงานอื่น

จะหยุดงานประท้วงด้วย คนป่วยคงต้องเลื่อนไปป่วยหลังจากพวกเห็นแก่ตัวกลุ่มนี้ประท้วงกระมัง

การบรรจุก็เป็นเครื่องมือกระตุ้นให้มีความกระตือรือล้น เอาใจใส่ต่อหน้าที่มากขึ้น

แล้วก็ขึ้นอยู่กับคุณวุฒิด้วย มันมีหลักสูตรหลายหลักสูตร ถ้าพวกเรียน2ปี แล้วมาประท้วงแล้วได้บรรจุ พวกที่เรียน4ปี หรือ6ปี จะเรียนเยอะกว่าไปทำอะไรล่ะ

ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการบรรจุก็ไปอย่าง นี่จะขอให้บรรจุเอาดื้อๆๆๆ

คุณคงเข้าใจผิดนะครับ พยาบาลที่มาเรียกร้องคือ พยาบาลวิชาชีพครับ ได้ใบวิชาชีพ แต่เป็นลูกจ้าง พยาบาลวิชาชีพคือ เรียนพยาบาล 4 ปี แล้วสอบใบวิชาชีพจากสถา ไม่ใช่ทุกคนนะครับที่ได้ใบนี้ ถ้าสอบไม่ผ่านก็เป็น พยาบาลได้แต่ไม่ใช่พยาบาลวิชาชีพ และใบนี้จะมีอายุ 5 ปี ต้องสอบใหม่หรือ ทำการฝึกอบรมณ์ตามที่สภากำหนดเพื่อให้ได้หน่วยกิจตามที่กำหนด ซึ่งไม่ใช่ได้แล้วได้เลย ส่วนพยาบาล 2 ปี เรียกว่าพยาบาลเทคนิค ไม่มีใบวิชาชีพ มีแต่ประกาศนีย์บัตร อันนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้บรรจุอยู่แล้ว...
คนเหล่านี้ไม่ได้เห็นแก่ตัวครับ คุณยังไม่รู้เบื้องหลังคนเหล่านี้ดี คุณทำงาน 1 วัน 8-12 ชั่วโมง(โอที) จ-ศ หรือ ส แต่คนเหล่านี้ทำงาน วันละ 18 ชั่วโมง พักผ่อนไม่ถึง 4 ชั่วโมง อย่างดีก็ 5 ชม. วันหยุดอย่าถามหา จะหยุดก็ต้องขอลา หรือแลกเวร ถ้าคนไข้เยอะก็อย่าหวัง และงานที่ต้องรับผิดชอบชีวิตพวกคุณด้วย คลุกคลีกับโรคภัยทุกชนิด บางที่คนไข้คุ้มครั่งทำร้ายก็มีบ่อย
................

ขออธิบายเพิ่มเติมนะครับว่าทำไมพยาบาลถึงออกมาเรียกร้อง เพราะเห็นหลายๆท่านบอกว่า เดี๋ยววิชาชีพอื่นๆก็ออกมาเรียกร้องกันอีก
- พยาบาลแตกต่างจากวิชาชีพอื่นๆ รวมถึงลูกจ้างอื่นๆ คือ ความเป็น specialist ซึ่งเรียนพยาบาลแล้วจะต้องต้องเข้าสายงานโดยระบบ(ยกเว้นไปทำงานอย่างอื่น) ไม่ได้เรียนจบสาขาทั่วๆไปแล้วไปสมัครที่หลังเหมือน ลูกจ้างสายงานอื่นๆ
- พยาบาลเป็นวิชาชีพขาดแคลน ปัจจุบันในโรงพยาบาลทั่วๆไปอัตราของพยาบาล 1 คนต่อคนไข้ 15 -20 คน (ในต่างประเทศให้อัตราที่ 1/3-1/4) เมื่อเทียบกับภาระหน้าที่ที่แบกครับ ต้องดูแลคลุกคลีกับคนไข้ทุกรูปแบบ
- การทำงานที่ต้องอาศัยความชำนาญ เชี่ยวชาญสูง ไม่ใช่ใครจะสมัครมาทำก็ได้ และมีชีวิตคนเป็นเดิมพัน
- เวลาทำงาน วันละ 3 เวร เวรเช้า 8.00-16.00 เวรบ่าย 16.00-24.00 เวรดึก 24.00-8.00 ซึ่งส่วนใหญ่แต่ละคนจะได้เข้าเวร 2 เวรต่อวัน นั้นหมายถึงทำงาน 16 ชั่วโมง และพักอีก 8 ชม. เวลาจะนอนจริงๆ ไม่ถึง 4-5 ชั่วโมงต่อวัน ไม่เป็นเวลาด้วย เพราะขึ้นเร็วลงช้า บางทีกว่าจะได้ลงเวรก็ปาเข้าไป 1-2 ชม.ก็มี(ไม่ได้โอทีนะ) และวันหยุดจริงๆ 2 วันต่อเดือน วันหยุดอื่นๆก็อาศัยแลกเวรกัน บางทีวันหยุดก็ถูกเรียกตัว เพราะยอดคนไข้มีมาก
- ความเสี่ยง เป็นอาชีพที่ต้องคลุกคลีกับเชื้อโรคตลอดเวลา แม้จะมีการป้องกัน แต่ก็ยังไม่ 100% เพราะส่วนใหญ่มีแค่สวมหน้ากันเชื้อโรค เท่านั้น คนทั่วๆไปไม่ได้เป็นอะไรไปโรงพยาบาลทีก็จะอ้วกแล้ว เผลอๆติดโรคมาด้วย และสิ่งอื่นๆที่ไม่คาดฝันตามมา เช่น คนไข้อาละวาด คุ้มคลั่ง ทำร้ายพยาบาลบาดเจ็บมาหลายรายแล้ว แม้กระทั้งคนร้ายบุกเข้ามาชิงทรัพย์หรือทำร้าย อย่างที่เคยเป็นข่าว เพราะเป็นสถานที่สาธารณะ ระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวม รวมถึงการเดินทางมาเข้าเวร หรือลงเวรตอนดึกๆ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด
- รายได้ สวัสดิการ พยาบาลวิชาชีพ จบใหม่หรือสมัครใหม่(ย้ายจากที่อื่น) ไม่เกิน 13000 ไม่มีค่าวิชาชีพ แล้วแต่ รพ.จะจ่าย รวมค่าเวร (ก็เหมือนโอที่แบบต้องทำ) ตกราวๆ 20000-30000 ซึ่งถ้าเทียบกับอะไรต่างๆที่กล่าวมาแล้ว ถือว่าน้อยแต่ยังพอรับได้ เมื่ออายุงานเพิ่มขึ้นเงินเดือนก็เพิ่มเหมือนอาชีพอื่นๆ แต่ที่แย่กว่าคือสวัสดิการ แทบไม่มีเลย มีแค่ประกันสังคม สิทธิการเบิกต่างๆไม่มี ตรวจร่างกายในโรงบาลที่ตัวทำงานอยู่ยังต้องเสียเงิน ประกันภัยต่างๆไม่มี ต้องทำเอง ทำงานเอกชนลูกจ้างรายวันยังสวัสดิการดีกว่า อันนี้เรื่องจริง
- ผลที่พยาบาลวิชาชีพที่เป็นลูกจ้างได้รับ คือ ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เพราะพักผ่อนน้อย ทำงานหนัก เสี่ยงกับเชื้อโรค ค่าความเสียตรงนี้ยังไม่มี ,ปัญหาทางครอบครัว ไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะเจอหน้าลูก เมีย สามี พ่อแม่ที่ป่วยก็ไม่มีโอกาสดูและ ได้ดูและแต่คนอื่น แต่ครอบครัวตัวเองไม่มีโอกาส อันนี้เรื่องจริงคนภายนอกอาจไม่รู้ หลายๆคน สามีมีเมียน้อย หรือแม้กระทั่งภรรยายเบื่อหน่ายเลิกราก็มี...
สิ่งเหล่านี้คงพอมองเห็นภาพบ้างนะครับว่า พยาบาลวิชาชีพที่เป็นลูกจ้าง กับวิชาชีพอื่นๆ รวมถึงลูกจ้างอื่นๆ แตกต่างและจำเป็นอย่างไร ไม่ใช่ใครๆก็จะออกมาเรียกร้องได้
.............และที่บอกว่าสอบมาเป็นสีบสนามกว่าจะได้ มันคนละอย่างกัน อันนั้นไม่ใช่แบบเฉพาะทาง คุณพยายามเลือกที่จะสอบ และข้าราชการเหล่านั้นความลำบากเทียบไม่ได้เลยครับกับอาชีพพยาบาล สบายกว่ากันโข
............ และถ้าบอกว่าทำไมอยากมาเป็น ไม่ไปทำอย่างอื่น ..ตอนนี้เพราะคนคิดอย่างนี้แหละครับ พยาบาลถึงขาดแคลน มันตลกมั๊ย ขาดแคลนแต่ไม่ส่งเสริม ...