1. 90% ครับ เดินผ่านใครถามได้เลยว่าทำงานกันกี่ ชม โดยเฉลี่ย
2. อันนี้ไม่ได้เพราะทุกคนทำงานเหมือนกัน ไม่ว่าบรรจุหรือไม่บรรจุ แต่ต่างกันที่ การได้เลื่อนขั้น ผลงาน สวัสดิการ
3.อันนี้ไม่พอใจก็เปลี่ยนได้ครับ พวกเขาทำโอไม่เกิน 48 ชมต่อสัปดาห์ ถึงเกินยังไงก็ได้หยุด อย่างน้อย 1 วันเต็มๆต่อสัปดาห์ เวลาพักเยอะกว่าโขอยู่แล้ว มันอยู่ที่ ความเป็น Specialist ด้วย ความรับผิดชอบ ความเสี่ยงต่างกันเยอะครับ ถ้างั้นไม่ลองถามผู้ที่เป็นหัวหน้าคนงานเค้าดูครับว่า เค้าทำงานหนักหรือเปล่าแต่ได้เงินเยอะกว่าลูกน้องกี่เท่า เพราะคุณวุฒิอย่างที่คุณบอกนั่นแหละ
4. เรียนจบมาแล้วก็ต้องหาที่ลงครับ อย่างที่บอกว่าเป็นวิชาชีพที่ขาดแขลน จึงอาจหางานง่ายกว่าคนอื่น ถ้างั้นก็ลองมาเรียนพยาบาลดูครับถ้าคิดว่าโชคดีกว่าคนอื่นๆ
5. ที่ไปทำเอกชนเพราะเหตุผลที่เค้ามาเรียกร้อง ไม่ใช่เพราะไปไม่ได้ หรือติดอะไร ทุกคนก็อยากทำเพื่อประชาชน อยากดูแลพ่อ แม่ ผู้ป่วยด้วยโอกาส ในทุกภูมิภาคของประเทศ เข้าเอกชนง่ายแสนง่ายเพราะถ้ามีใบวิชาชีพแล้ว รพ เอกชนรับอยู่แล้ว อีกอย่าง รพ เอกชนไม่ได้มีทั่วประเทศ ทุกจังหวัดหรือทุกอำเภอนะ หลายๆคนก็ต้องอยู่ในภูมิลำเนาหรือกระจายตาม รพ ต่างๆ ไม่งั้นจะเป็นจะตาย คุณคงนั่งรถมารักษาที่ รพ เอกชนในเมืองใหญ่ๆอย่างเดียวเหรอ ก็ไม่แน่หรอก ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ คงแห่ไปเอกชนหมด ถึงเวลานั้น คงมีเฮ
6. เงิน 20000 ถ้าเทียบกับ ป ตรี ที่ทำงาน บริษัท ถือว่าจิ๊บจ้อยมาก(แถมมีโบนัสอีก) และอย่างที่บอกลูกจ้างเหล่านั้นมาสมัครเพราะไม่ใช่สาขาโดยตรง ไม่ได้บังคับเช่นกัน และเขามาสมัครทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า เป็นลูกจ้างชั่วคราว ข้อมูลชัดเจนทุกอย่าง และงานของเขาหนักก็เป็นบางโอกาส วันหยุดรึก็มีปกติ เข้าใจครับว่าทุกอาชีพ เนื่อยและหนักพอๆกัน ทำไมคุณจ้างลูกจ้างชั่วคราว? เพราะคนไม่พอใช่ไหม แล้วลูจ้างคุณมีใบวิชาชีพไหม แล้วบอกเขาหรือไม่ว่าจะบรรจุ ข้าราชการบางหน่วยงาน ยังไม่จำเป็นเท่าพยาบาลเลย อย่างที่เปิดสอบกัน ตาม อบต หรืออะไรต่างๆ เพราะอย่างที่บอก พยาบาลยังเป็นอาชีพที่ขาดแคลนอยู่
7. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ทุกคนได้ท่องตั้งแต่เรียนปี 1 ถ้าเขาเห็นแก่ได้ คงไปเอกชนหมดแล้ว รวมถึงตอนนี้เมืองนอกต้องการพยาบาลไทยเยอะแยะ แต่ทุกคนก็อยากที่จะทำงานใกล้บ้านบ้าง ต้องการดูแลคนทั่วๆไปที่ไม่ได้ร่ำรวย หรือรับใช้ดูแลผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่นๆ เพียงแต่การตอบแทน เยียวยา มันก็ต้องสมเหตุสมผล อย่างน้อยสวัสดิการน่าจะดีกว่านี้ ไม่ใช่มีแค่ประกันสังคมอย่างเดียว และจะให้ดี ถ้าสามารถเพิ่มกำลังอัตราพยาบาลต่อคนไข้ ให้ได้สัก 1/8 ก็น่าจะดี เพราะจะมีเวลาว่างมากขึ้น ถึงรายได้ลด แต่มีความสบายใจยังดีกว่า
ถ้าทำงานสบายๆหยุดอาทิตย์ละ 2 วัน คงไม่เรียกร้องหรอกครับ
........................
1. มันคือการต่อรอง ก็เหมือนพวกที่ปิดถนน ปิดสนามบิน ทำอะไรเหล่านั้น พวกเขามีความรับผิดชอบพอ เพราะถ้าถึงวันนั้นจริง คงจะมีการทดแทนเวร สับเวรกันถี่ขึ้น ไม่ใช่จะหยุดทั้งหมด เพราะจะไม่เอาชีวิตผู้เป็นตัวประกันแน่ เพียงแต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่มีใครทิ้งคนไข้แน่
2. ในเรื่องการเลือกตั้ง น่าจะเป็นคำพูดของคนบางคน ไม่ใช่กับทั้งคณะ และอาจเป็นคำพูดที่ต้องการจะต่อรองเท่านั้น อันนี้ผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆคือ ไม่ใช่เกมการเมืองแน่นอน เพราะมีการเคลื่อนไหว และดูท่าที่หมาหลายปีแล้ว เรียกร้องไปทางสภาก็บ่อย บอกว่าจะพิจารณา แต่ก็เงียบ จึงมีการล่ารายชื่อกันมาเพื่อเรียกร้องอย่างที่เห็น เรื่องการเมืองเป็นการเบี่ยงประเด็นมากกว่า เพราะกลุ่มพยาบาลเหล่านี้มาจากทั่วสาระทิศ ทั้งประเทศ (โดยส่งตัวแทน รพ ละ 2-3 คน โดยให้เพื่อนเข้าเวรแทน ) ดังนั้นเรื่องการเมืองจะมีความเห็นแตกต่างกันแน่นอน ... และการเมืองเรื่องสกปรกครับ อย่าไปเกลือกกลั้วดีกว่า
- redfrog53, intra and ฉันรักเมืองไทย like this





Find content
ไม่ระบุ
