ผมยังไม่เคยพูดถึงผลประโยชน์เต็มๆที่ไทยเราจะได้รับ จากการที่ชาติไทยของเราดำเนินนโยบายเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ท่ามกลางสถาณะการณ์ความขัดแย้งของสองพี่เบิ้ม และการงัดข้อของประเทศเพื่อนบ้านกับจีนในความขัดแย้งเรื่องเขตเศรษฐกิจทะเลจีนใต้ ขอฟันธงตรงนี้ว่าภายใต้สภาวะแวดล้อมแบบนี้จะส่งให้ไทยขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ อันดับสอง หรืออันดับสามของโลกได้อย่างไม่ยากเย็น ถ้าหากว่าไทยดำเนินนโยบายท่ามกลางความขัดแย้งนี้อย่างถูกต้องและมีชั้นเชิง
อันดับแรกต้องไม่ลืมว่าในอีกสองปีกว่าๆข้างหน้านี้ ไทยและอีก 9 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หมายความว่าการเคลื่อนย้ายเงินทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างชาติสมาชิกมันจะไม่มีพรมแดนอีกต่อไป (แต่พรมแดนด้านอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนยังคงมีอยู่อย่างเต็มที่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง)
จะเกิดอะไรขึ้น หากว่าความขัดแย้งของจีนกับชาติสมาชิกอาเซียนเหนือพื้นที่พิพาทขึ้นไปสู่ระดับตึงเครียด แน่นอนจีนต้องบอยคอตสินค้าจากประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้ง รวมไปถึงการระงับการลงทุนของจีนในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้(ฟิลิปปินส์โดนชิมลางไปแล้ว ด้วยการที่จีนงดนำเข้ากล้วยหอมจากฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นสินค้าหลักระดับต้นๆที่โกยเงินจากจีนเข้าฟิลิปปินส์) และถ้ามองแนวโน้มที่ไม่มีทีท่าว่าจะรอมชอมกันได้ ก็แน่นอนว่าจะมีสินค้าอีกหลายรายการจากประเทศเพื่อนบ้านที่จะต้องถูกจีนขึ้นแบล็กลิสท์
และก็แน่นอนประเทศที่โดนงานจีนเข้าไปก็ต้องตอบโต้ด้วยการงดนำเข้าสินค้าจากจีนเช่นกัน แต่คนมันต้องกินต้องใช้ ประกอบกับอย่างที่ผมเคยบอก อีกไม่นานการเคลื่อนย้ายทุน-แรงงานในชาติสมาชิกอาเซียนมันจะเป็นแบบเสรี มองจากมุมมองของนักลงทุนในชาติที่มีปัญหากับจีน จะมีประเทศไหนที่น่าลงทุนมากที่สุดในอาเซียนที่น่าลงทุนมากไปกว่าไทยไม่มีอีกแล้ว และนั่นจะทำให้การลงทุนมากมายมหาศาลจากชาติสมาชิกอาเซียนที่มีปัญหากับจีน ก็ต้องย้ายฐานการลงทุนมาอยู่ที่ไทย(ที่เป็นกลางอย่างเคร่งครัดและไม่มีปัญหากับจีน) แล้วก็เอาสินค้าที่เคยขายได้ขายดีแต่โดนจีนสั่งห้ามนำเข้ามาใส่เสื้อไทย แล้วส่งไปขายจีนต่อ
พอจะเห็ภาพรางๆนะครับ กลับกันสินค้าจีนที่โดนประเทศเพื่อนบ้านห้ามนำเข้า(ของจำเป็นราคาถูกทั้งนั้น ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ ขาดของราคาถูกพวกนี้ ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศก็หมดศักภาพในการแข่งขัน ส้มก็หล่นเข้าไทยอีก) ทีนี้ก็ต้องใช้ลูปเดียวกัน เอามาใส่เสื้อไทยแล้วส่งไปขายประเทศเหล่านี้
ไทยกินรวบสองต่อเข้าฮอสครับงานนี้ ยังไม่นับผลพลอยได้อื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอัตราการว่างงานลดลง การขยายตัวของระบบโลจิสติคส์ ความเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคอื่นของโลก อย่างที่บอกครับ งานนี้ทำดีๆ จะพาให้ไทยขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอันดับสองอันดับสามของโลกได้สบายๆ ภายในไม่เกินสิบปี
แต่เมื่อไหร่ที่ไทยยอมให้กองทัพอเมริกันหรือรัฐบาลอเมริกันหรือหน่วยงานใดของอเมริกันก็แล้วแต่ เข้ามาใช้พื้นที่ของไทยเพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ชัดแจ้งแล้วไปสร้างความหวาดระแวงให้จีน เมื่อนั้นก็ฝันสลาย เตรียมตัวกลายเป็นสมรภูมิรบ สมรภูมิทดลองอาวุธของชาติมหาอำนาจได้เลย แบบอิรัก แบบอียิปต์ แบบซีเรีย แบบไม่ต้องสงสัย
ยังมีมิติอื่นๆอีก เดี๋ยวจะค่อยๆทะยอยนำมาลงครับ
- ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด
- → ดูประวัติผู้ใช้: Likes: Ironmaiden
Ironmaiden
เป็นสมาชิกตั้งแต่ 21 มีนาคม 2552ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 20 มิถุนายน 2555 19:58




Community Stats
- กลุ่มผู้ใช้ Members
- จำนวนกระทู้และความเห็น 71
- Profile Views 3,531
- Member Title น้องเก่า
- อายุ ไม่ระบุ
- วันเกิด ไม่ระบุ
-
Gender
ไม่ระบุ
71
Excellent
เครื่องมือสมาชิก
Friends
Ironmaiden hasn't added any friends yet.
#305195 ผลประโยชน์ที่ชาติไทยของเราจะได้รับเต็มๆจากการดำเนินนโยบายเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
โดย เช never die
on 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 06:20
#69327 ทำไมงดสื่อสามมิติบนกำแพงพระราชวัง ?!?
โดย PHOENiiX
on 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:24
ถ้าเรื่องนี้ดังขึ้นมา พวกมันก็มีประเด็นไปเล่นต่อ
ในลักษณะว่าประชาชนกำลังลำบาก แต่อำมาตย์ หรือ..
ยังอยากให้จัดงานใหญ่ เชื่อสิ เพราะเรื่องอะไรก็แล้วแต่
ที่ยังเป็นหนึ่งไม่เคยแตกแยก มันจะทำให้แตก ที่แยกออกมา
จะกลายเป็นพวกมันไม่มากก็น้อย พวกมันมีแต่ได้
แต่ความชั่วน่ะ ไม่เคยชนะ คอยดูจุดจบของตระกูลนี้
จะพินาศทั้งตระกูล จักไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ
ในลักษณะว่าประชาชนกำลังลำบาก แต่อำมาตย์ หรือ..
ยังอยากให้จัดงานใหญ่ เชื่อสิ เพราะเรื่องอะไรก็แล้วแต่
ที่ยังเป็นหนึ่งไม่เคยแตกแยก มันจะทำให้แตก ที่แยกออกมา
จะกลายเป็นพวกมันไม่มากก็น้อย พวกมันมีแต่ได้
แต่ความชั่วน่ะ ไม่เคยชนะ คอยดูจุดจบของตระกูลนี้
จะพินาศทั้งตระกูล จักไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ
- -3-, Ironmaiden, moopalo and 4 others like this
#64847 ตะนิ่นตาญี รักในหลวง
โดย ตะนิ่นตาญี
on 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:06
เมื่อครั้งที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จกลับพระนคร จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
หลังจากที่ได้เสด็จ ไปศึกษาต่ออีกครั้งหนึ่งนั้น ประชาชนหลั่งไหลไปรับเสด็จฯ อย่างเนืองแน่น
ทุกถนนหนทางที่ พระองค์ฯ เสด็จ ตั้งแต่ ดอนเมือง ไปจนถึง พระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรม หลวง วชิรญาณวงศ์ พระนามเดิม หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์
สมเด็จพระสังฆราชฯ ในขณะนั้น ก็ได้เข้าไปคอยรับเสด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระอุโบสถ (วัดพระแก้ว)
เมื่อ พระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จ เข้าไป ได้มี พระราชปฎิสัณฐาน กับ สมเด็จพระสังฆราชฯ
จะด้วยเหตุที่เจ้าพนักงานนั้น จะลืมปิดไมโครโฟน หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ
แต่มีเสียง สมเด็จพระสังฆราชฯ ออกอากาศทางวิทยุได้ยินกันทั้งเมืองว่า
“ราษฎร เขามาคอยเฝ้าฯ กันตามถนนหนทางมากมาย เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ไปคอยกันเขา
ไม่ให้เขาเข้าใกล้ได้แลเห็นพระองค์ เขาเสียใจ เขาเสียใจกันมาก ในเมืองไทยเรานี้
พระเจ้าแผ่นดิน กับ ราษฎร ไม่เป็นภัยต่อกันเลย ขอให้ทรงจำไว้ ราษฎร ไม่เป็นภัยต่อพระองค์เลย”
กาลเวลาได้ผ่านล่วงเลยมานานได้พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์แล้วว่า สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรม หลวง วชิรญาณวงศ์
ท่านพูดถูก พูดตรง และพูดจริง อีกทั้งยังไม่เคยปรากฏ ในยุคใด-สมัยใด เลยว่า...
ราษฎร ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิด พระเจ้าแผ่นดินของเขา ด้วยความรัก และความสัมพันธ์ อย่างแน่นแฟ้น
ปราศจากภัยโดยสิ้นเชิง อย่างในยุคนี้สมัยนี้...
มาถึงนาทีนี้แล้ว ใครจะจงรักภักดี ต่อ คนต่างด้าวท้าวต่างแดน จะมีอุดมการณ์ อุดมคติสีแดงๆ
หรือจะจงรักภักดี ต่อ เจ๊ก ต่อ แป๊ะ จนถึงขนาด หมิ่นในหลวง นั่นก็คือความอัปรีย์ของตัวเขาเอง
หากแต่สำหรับ ตะนิ่นตาญีแล้ว...
“สถาบันพระมหากษัตริย์ในเมืองไทยนั้น มิได้อยู่เพียงแต่ธรรมเนียม อย่างในประเทศอื่นบางประเทศเท่านั้น
แต่มีอยู่ด้วยความจำเป็นอย่างล้นพ้น สำหรับชีวิตจิตใจ และวิญญาณของคนไทยทั้งปวง”
ด้วยความจงรักภักดีที่มี ต่อพระองค์ท่าน ต่อสมเด็จพระนางเจ้าบรมราชินีนาถ ต่อพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์
ตะนิ่นตาญี ยินดีที่จะยอมตายเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หากจะมีใครสักคนที่ไม่เข้าใจในความรู้สึกนี้
และถามกันขึ้นมาว่า ทำไม? ตรงนี้ตอบได้เต็มปากเต็มคำไม่อาย ใครใคร ว่า ตะนิ่นตาญี รักในหลวง ครับ
ตะนิ่นตาญี
วันพฤหัสบดีที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เวลา ๑๙.๐๗ นาฬิกา
หลังจากที่ได้เสด็จ ไปศึกษาต่ออีกครั้งหนึ่งนั้น ประชาชนหลั่งไหลไปรับเสด็จฯ อย่างเนืองแน่น
ทุกถนนหนทางที่ พระองค์ฯ เสด็จ ตั้งแต่ ดอนเมือง ไปจนถึง พระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรม หลวง วชิรญาณวงศ์ พระนามเดิม หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์
สมเด็จพระสังฆราชฯ ในขณะนั้น ก็ได้เข้าไปคอยรับเสด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระอุโบสถ (วัดพระแก้ว)
เมื่อ พระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จ เข้าไป ได้มี พระราชปฎิสัณฐาน กับ สมเด็จพระสังฆราชฯ
จะด้วยเหตุที่เจ้าพนักงานนั้น จะลืมปิดไมโครโฟน หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ
แต่มีเสียง สมเด็จพระสังฆราชฯ ออกอากาศทางวิทยุได้ยินกันทั้งเมืองว่า
“ราษฎร เขามาคอยเฝ้าฯ กันตามถนนหนทางมากมาย เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ไปคอยกันเขา
ไม่ให้เขาเข้าใกล้ได้แลเห็นพระองค์ เขาเสียใจ เขาเสียใจกันมาก ในเมืองไทยเรานี้
พระเจ้าแผ่นดิน กับ ราษฎร ไม่เป็นภัยต่อกันเลย ขอให้ทรงจำไว้ ราษฎร ไม่เป็นภัยต่อพระองค์เลย”
กาลเวลาได้ผ่านล่วงเลยมานานได้พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์แล้วว่า สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรม หลวง วชิรญาณวงศ์
ท่านพูดถูก พูดตรง และพูดจริง อีกทั้งยังไม่เคยปรากฏ ในยุคใด-สมัยใด เลยว่า...
ราษฎร ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิด พระเจ้าแผ่นดินของเขา ด้วยความรัก และความสัมพันธ์ อย่างแน่นแฟ้น
ปราศจากภัยโดยสิ้นเชิง อย่างในยุคนี้สมัยนี้...
มาถึงนาทีนี้แล้ว ใครจะจงรักภักดี ต่อ คนต่างด้าวท้าวต่างแดน จะมีอุดมการณ์ อุดมคติสีแดงๆ
หรือจะจงรักภักดี ต่อ เจ๊ก ต่อ แป๊ะ จนถึงขนาด หมิ่นในหลวง นั่นก็คือความอัปรีย์ของตัวเขาเอง
หากแต่สำหรับ ตะนิ่นตาญีแล้ว...
“สถาบันพระมหากษัตริย์ในเมืองไทยนั้น มิได้อยู่เพียงแต่ธรรมเนียม อย่างในประเทศอื่นบางประเทศเท่านั้น
แต่มีอยู่ด้วยความจำเป็นอย่างล้นพ้น สำหรับชีวิตจิตใจ และวิญญาณของคนไทยทั้งปวง”
ด้วยความจงรักภักดีที่มี ต่อพระองค์ท่าน ต่อสมเด็จพระนางเจ้าบรมราชินีนาถ ต่อพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์
ตะนิ่นตาญี ยินดีที่จะยอมตายเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หากจะมีใครสักคนที่ไม่เข้าใจในความรู้สึกนี้
และถามกันขึ้นมาว่า ทำไม? ตรงนี้ตอบได้เต็มปากเต็มคำไม่อาย ใครใคร ว่า ตะนิ่นตาญี รักในหลวง ครับ
ตะนิ่นตาญี
วันพฤหัสบดีที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เวลา ๑๙.๐๗ นาฬิกา
- ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด
- → ดูประวัติผู้ใช้: Likes: Ironmaiden
- Privacy Policy
- กฎการใช้งานเว็บบอร์ด ·




Find content
