Jump to content


IHIATHAKSIN

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2554
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 10 ธันวาคม 2554 12:27
-----

#76000 มันมาแล้ว " เราคืออากง " พ่วง ข้าหลวง UN

โดย เด็กปากดี on 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:26

วันนี้ ( 9 ธ.ค. 54 ) ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ราวินา แชมดาซานิ (Ravina Shamdasani) รักษาการโฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of the High Commissioner for Human Rights - OHCHR) ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากมองว่ากฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

การแถลงดังกล่าวมีเนื้อหาว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรทางการด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เป็นกังวลต่อการพิจารณาคดีและการลงโทษที่ร้ายแรงด้วยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันในประเทศไทย และผลกระทบที่สร้างความหวาดกลัวที่มีต่อเสรีภาพในการแสดงออกภายในประเทศ แชมดาซานิ ระบุว่า บทลงโทษที่ร้ายแรงที่เป็นอยู่ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและยังเกินกว่าเหตุ อีกทั้งเป็นการละเมิดหลักกฎหมายสากลที่ประเทศไทยมีพันธะผูกพันในทางระหว่างประเทศด้วย

"เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในขณะเดียวกันก็ควรมีการกำหนดแนวทางการดำเนินการให้แก่ตำรวจและอัยการ เพื่อยุติการจับกุมและดำเนินคดีบุคคลด้วยกฎหมายดังกล่าวที่มีความคลุมเครือ และนอกจากบทลงโทษที่ศาลตัดสินอย่างเกินกว่าเหตุแล้ว เรายังกังวลต่อการคุมขังผู้ต้องหาซึ่งมีระยะเวลานานต่อเนื่องในช่วงก่อนการไต่สวนคดีด้วย" ตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ กล่าว

Posted Image


( 9 ธ.ค.54 ) เวลา 13.00น. ที่บริเวณบาทวิถีหน้าศาลอาญา รัชดา ได้มีกลุ่มคนแต่งชุดดำจำนวนกว่า 112 คน นำโดยเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)และประชาชน ได้ชุมนุม พร้อมทั้งยืนไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรม ภายใต้ชื่อกิจกรรม “เราคืออากง” โดยมีจุดเริ่มต้นจากกรณีคดีของนายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) วัย 61ปี โดนพิพากษาจำคุก 20 ปี จากการที่ศาลเชื่อว่าได้เป็นผู้ส่ง ข้อความทางโทรศัพท์ที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า ‘คดีอากง SMS’ โดยการรณรงค์ยังมีเนื้อหารวมถึงผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือคดีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112

Posted Image


ด้าน นางสาวจิตรา คชเดช ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า “วันนี้ที่เรามาคือเราใช้ชื่อกิจกรรมว่า “เราคืออากง” เราต้องการมายืนโดยสงบเพื่อไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราเริ่มตั้งแต่เห็นว่ามีคนโดนมาตรา 112 (กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วไม่ว่าจะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการจับกุมจนถึงที่สุดแล้วนี่พวกเขาก็ไม่ได้รับการประกันตัว หรือแม้แต่คดีดังที่พวกเราได้ยินกันคือคดีอากงส่ง SMS นี่ถูกศาลลงโทษถึง 20 ปี จากเหตุการณ์เหล่านั้นพวกเราก็เลยคิดว่าควรมายืนไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรมเลยเลือกที่นี่เพราะถือว่าเป็นศูนย์กลางของหลายๆอย่าง”


ในส่วนของวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมนี้ จิตรา คชเดช กล่าวว่า“กิจกรรมเราในวันนี้คือการยืนไว้อาลัยยืนโดยสงบ 112 นาที ใส่ชุดดำแล้วก็ถือไฟฉายในมือ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าในสังคมที่มืดมิดนี่เราใช้ไฟฉายส่องให้เห็นแสงสว่าง หลังจากนั้นเราจะจบด้วยเพลง “แดนตาราง” เพื่อให้กับทุกๆคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมที่อยู่ในเรือนจำ โดยกิจกรรมนี้ได้นัดแนะกันผ่านทาง facebook”

“หลังจากจบกิจกรรมนี้คงมีหลายๆพื้นที่ๆจะทำแบบนี้ ซึงอาจจะมีการจัดเสวนาเกี่ยวกับคำพิพากษา เป้าหมายของกิจกรรมในวันนี้เพื่อต้องการให้สังคมได้ตื่นตัวแล้วได้หันมามองเรื่องกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น” จิตรา กล่าวทิ้งท้าย


Posted Image


สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย นักวิชาการ นักกิจกรรมทางสังคม สวมหน้ากาก ส่องไฟฉาย ร่วมยืนไว้อาลัย 112 นาทีต่อกระบวนการยุติธรรม หน้าศาลอาญา ย้ำว่า

“เราคืออากง”


นายพรชัย ยวนยี เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้อธิบายเหตุผลของการเข้าร่วมว่า “กรณี อากง มันเป็นเหตุการณ์ที่รับไม่ได้ ซึ่งตัวรูปคดีก็บ่งชี้แล้วว่าศาลไม่สามารถหาความจริงเป็นที่ยอมรับได้ ซึ่งกฎหมายนี่เป็นกฎหมายอาญา ซึ่งถ้าหากเราไม่สามารถหาความจริงได้ต้องปล่อยจำเลย แต่คดีอากงนี่ในด้านแรกคือการตัดสินมันไม่ชอบธรรม ส่วนด้านที่ 2 คือโทษที่ได้รับมันสูงเกินไป คือถ้ามองโทษเหมือนที่นักวิชาการกล่าวคือมันร้ายแรงเท่ากับคดีฆ่าคนตายด้วยซ้ำ ซึ่งทางนักศึกษารู้สึกว่ามันไม่ดีเลยสำหรับการตัดสินของศาล”

ทั้งนี้ เลขาธิการ สนนท.ได้เปิดผยว่าได้มีการคุยกันถึงแนวทางการแก้ปัญหาเรื่อง โดยได้มีการเรียกร้องต่อกลุ่มคนทั่วไปแล้วก็กับคนที่มีอำนาจ ว่า “หนึ่งเราต้องมีการปฏิรูปศาล หมายความว่าในด้านที่มาของศาลก็ไม่ได้มีการยึดโยงกับประชาชน ส่วนด้านความชอบธรรมคือ ศาลเลือกที่จะตัดสินโดยที่มองจำเลยว่าเป็นฝ่ายที่ผิดก่อนด้วยซ้ำ ส่วนที่ 2 ในด้านตัวกฎหมายอาญามาตรา 112 มันไม่มีขอบเขตจำกัด อีกทั้งโทษของ 112 มันแรงมาก ไม่มีกฎหมายที่ไหนที่โทษขั้นต่ำ 3 ปี ตนคิดว่าสมควรที่จะต้องยกเลิก โทษขั้นต่ำ 3 ปีคือถ้าทำน้อยกว่านั้นหมายความว่าก็ต้องติด 3 ปีใช่หรือไม่ แล้ว 3 ปีก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้านสุดท้ายเราต้องมีการแก้ไข คือ การแก้ไขหมายความว่าเราต้องมีการทำประชามติจากคนทั้งประเทศแล้วเลือกคณะกรรมการมาแก้ไขเหมือนการทำรัฐธรรมนูญ”



เลขาธิการ สนนท. ยังได้แสดงท่าทีประณามรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องต่อกรณีดังกล่าวด้วยว่า “อยากประณามในการทำงานของรัฐบาลว่าเมื่อประชาชนเลือกเข้าไปแล้ว แต่ไม่สามารถทำในสิ่งทีประชาชนเรียกร้องไปในการแก้ไขนี้ได้ กลับยิ่งเป็นการเพิ่มโทษขึ้นไปอีก จับคนที่แทบจะไม่ผิดด้วยซ้ำในด้านนี้ เราเลือกท่านไปเพื่อไปทำหน้าที่เพื่อเป็นปากเสียงให้กับประชาชน แต่รัฐบาลไม่สามารถทำได้เลย ท่านเห็นปัญหาของมาตรา 112 อยู่แล้ว ท่านเห็นอะไรทุกๆอย่างของมาตรานี้อยู่แล้ว และ สส.ที่ท่านเลือกไปก็ติดมาตรา 112 หลายคนด้วยซ้ำท่านก็ไม่ทำอะไรด้วยซ้ำ ซึ่งผมคิดว่าผลสุดท้ายก็ไปตกที่ตัวท่านเอง เมื่อท่านเป็นฝ่ายค้านกฎหมายนี้ก็จะไปเล่นงานท่านเหมือนเดิม อย่างที่เล่นงานพวกเราในปัจจุบัน จึงขอแสดงจุดยืนประณามรัฐบาลและเราควรปฏิรูปกฎหมายมาตรา 112 อย่างจริงจังโดยที่ทุกๆฝ่ายมีความเกี่ยวข้องกัน”


ดร.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้ให้เหตุผลในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า “จริงๆแล้วตนร่วมกิจกรรมรณรงค์คัดค้านมาตรา 112 มานานแล้ว กับอีกกรณีหนึ่งตนรู้สึกว่าตอนนี้มาตรา 112 ถูกเอาไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในลักษณะที่เข้มข้นจนไม่สามารถที่จะปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆได้ เราก็เห็นอย่างกรณี “อากง” ซึ่งยังมีความคลุมเครือในแง่ของการสืบสวนสอบสวน ในแง่ที่ว่าข้อความที่ส่งคือใคร จริงๆแกอาจไม่ได้ส่งด้วยซ้ำ อย่างนี้เป็นต้น ขณะเดียวกันโทษที่มันพวงมา มัน 20 ปี ซึ่งไม่ได้สัดส่วนกับความผิด


แม้กระทั้งกรณีของโจ กอร์ดอน ก็โดน 112 ตอนนี้กลายเป็นว่าด้วยการใช้กฎหมายในลักษณะนี้แล้วก็การตัดสิน คือมันไม่ใช่เฉพาะการใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่กระบวนการยุติธรรมในการตัดสินเองมันเดินตามไปอีก คลายๆกับตอบสนองในการเป็นเครื่องมือขงกฎหมายไปแล้ว ที่จริงศาลก็สามารถมีดุลยพินิจได้ใช่มั้ย ไม่ว่าจะอย่างไร แต่ก็เลือกที่จะเดินตามเกมส์นี้ เพราะฉะนั้นมันก็เลยกลายเป็นที่จับตาต่อสาธารณะมาขึ้น ตนคิดว่ามันน่าจะเป็นโอกาสที่ดี ตอนนี้รู้สึกว่าต่างประเทศอย่างเมื่อวานนี้( กรณีโจ กอร์ดอน ) ข่าว Top 5 ใน Google นี่ เพราะฉะนั้นกลายเป็นว่า 112 มันกลายเป็นสปอตไลท์แล้ว และผมก็คิดว่าในจังหวะอย่างนี่ล่ะมันน่าจะเป็นคลายๆกับโอกาสทางสังคมการเมืองที่ดีที่ คลายๆกับว่าการเคลื่อนไหวทางสังคมมันจะเป็นที่สนใจของผู้คนด้วย แม้ก่อนหน้านั้นถึงจะไม่มีอันนี้ก็ตั้งใจมาอยู่แล้วเพราะตนคิดว่ากรณีของ อากง ผมคิดว่ามันคลายๆกับความไม่เข้าท่าของกฎหมายฉบับนี้มันมีให้เห็นมากขึ้นแล้ว มันชัดขึ้น ก่อนหน้านั้นมันอาจจะไม่ได้รุนแรงขนาดนี้ ตอนนี้มันชัดขึ้นจึงจำเป็นที่ต้องออกมา” อนุสรณ์ อุณโณ กล่าว

เรื่องกระบวนการยุติธรรมและมาตรา 112 อนุสรณ์ อุณโณ ได้เสนอว่า “คงต้องปรับแก้ ในแง่หนึ่งก็ต้องยกเลิกที่มีอยู่ก่อน สองก็คือต้องเสนอกฎหมายใหม่ขึ้นมาว่าจะทำอย่างไร ว่าจะปกป้องสถาบัน ถ้ากฎหมายปกติ กฎหมายหมิ่นประมาทคนทั่วไปปกติมันเอาไม่อยู่ มันจะต้องพัฒนากฎหมายที่เป็นการเฉพาะขึ้นมาอย่างไร ซึ่งจะไม่เป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานที่อารยะประเทศเขาถือกันอยู่ เช่น สิทธิในการแสดงความเห็นอย่างเสรีแล้วก็บริสุทธิใจเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ถ้าเราทำไปในเส้นทางแบบนี้แสดงความคิดเห็นแบบนี้แล้วไปกระทบต่อสถาบันจะมีอย่างไรจะปกป้องกันอย่างไร ผมคิดว่าอาจจะต้องมีการเฉพาะ แต่ถ้าเกิดดฎหมายปกติมันมีอยู่พอแล้วมันก็อาจจะไม่จำเป็นก็ได้ ก็ต้องดูกัน”



Posted Image


หึหึหึ เริ่มแล้วซินะเปิดหน้าชก พวกมรึงจะเป็นข้าหลวง ข้าราษฎร์ อากง อาม่า มาจากไหน กรูไม่สน แต่ถ้ามาแนวนี้ ก็วัดกันซักตั้ง เพราะกรูคือ



" ROYAL LIST "



ทหารครับ ทหาร อยู่ไหม




ปล.อย่าคิดว่าผมยุให้ปฏิวัติอีกนะครับ แค่เรียกทหารเฉยๆ


#67453 ดูคนไปต้อนรับยิ่งลักษณ์เมื่อวานนี้ซิ อุ่นหนาฝาคั่งมาก อิ อิ

โดย saopao on 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:58

ปูคงพูดได้น่าสนใจมากๆ ครับ
เด็กนักเรียนข้างหลัง ถึงกับลงไปนั่งสุมหัวกันเลยทีเดียว


#67418 ดูคนไปต้อนรับยิ่งลักษณ์เมื่อวานนี้ซิ อุ่นหนาฝาคั่งมาก อิ อิ

โดย ไผ่ปล้องเดียว on 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:29

Posted Image


#66242 การพบกันของ2สตรีคนสำคัญของโลก

โดย เพลิงสีนิล on 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:33

ออง ซาน ซู จี วีรสตรีประชาธิปไตยพม่า ไปไหนใครก็ให้การสนใจ ต้อนรับ

เหมือนนายกทักษิณ นายกตลอดกาลของประชาชนเลย ทำอะไรคนก็ให้ความสนใจ :lol:


ตีความคำว่าประชาชนใหม่ดีไหม ครับ

ถ้าบอกว่าเป็นนายกของคนเสื้อแดงผมไม่เถียง

แต่บอกว่าของประชาชน ไว้ชาติหน้านะครับ

บอกไอ้แม้วเกิดใหม่ แล้ว รักชาติมากกว่านี้หน่อย


ประชาชน = คนทุกๆ คนในชาิติ

วันนี้มีคนรัก แต่ก็มีคนเกลียดไอ้บัดซบแม้วเหมือนกัน


#66263 การพบกันของ2สตรีคนสำคัญของโลก

โดย MIRO on 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:49

ออง ซาน ซู จี วีรสตรีประชาธิปไตยพม่า ไปไหนใครก็ให้การสนใจ ต้อนรับ

เหมือนนายกทักษิณ นายกตลอดกาลของประชาชนเลย ทำอะไรคนก็ให้ความสนใจ :lol:


:) .. ถามชาว เลย รึยัง ?


#66135 รักเชียงใหม่ 51 ทวงรบ.รักษาสัญญาแก้รธน.

โดย คนกินข้าว on 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 20:19

คนถาม.. "ลุงเคยได้อ่านรัฐธรรมนูญ ปี 2550 หรือยังครับ"
ลุง.. "ยังไม่เคยอ่านเลย"
คนถาม.. "แล้วลุงมาประท้วงเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำไมล่ะครับ"
ลุง.. "ก็เขาบอกว่าไม่ดี"
คนถาม.. "เขาคนไหนล่ะครับ"
ลุง.. "คนโน้นไง..เขาเป็นหัวหน้าพามา"
คนถาม.. "อ๋อ..เขาบอกว่าไม่ดียังไงครับลุง"
ลุง.. "มันเป็นกฎหมายที่พวกอำมาตย์รวมหัวกันกลั่นแกล้งทักษิณ เลยทำให้ทักษิณกลับมาช่วยพวกเราไม่ได้"
คนถาม.. "ลุงอยากให้ทักษิณช่วยเรื่องอะไรบ้างล่ะครับ"
ลุง.. "อยากให้ช่วยพักหนี้ ธกส. เพิ่มกองทุนหมู่บ้าน จะได้มีเงินใช้ จนกันจะแย่อยู่แล้ว จะไปกู้นอกระบบก็สู้ดอกเบี้ยไม่ไหว.."
คนถาม.. "ลุงมีหนี้อยู่เท่าไรล่ะตอนนี้"
ลุง.. "ธกส. สี่หมื่นกว่า กองทุนหมู่บ้านสองหมื่น"
คนถาม.. "ลุงกู้ ธกส.มาทำอะไรครับ"
ลุง.. "เจ้าหลานชายมันอยากได้รถเครื่อง เหมือนกับพวกเพื่อน ๆ มัน ก็เลยต้องซื้อให้"
คนถาม.. "กองทุนหมู่บ้านนี่ เขาให้กู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพไม่ใช่หรือลุง"
ลุง.. "ลุงก็เขียนไปตาม ๆ เขาว่าซื้อปุ๋ย ซื้อยาอะไรอย่างเงียะ"
คนถาม.. "แล้วลุงอยากให้ช่วยพักหนี้ยังไงครับ"
ลุง.. "ธกส. ก็ขอเว้นส่งสักสองปี ส่วนกองทุน ตอนนีี้เขาให้ส่งปีเดียวหมด ก็ขอขยายออกไปสักสามปี"
คนถาม.. "สามปีส่งที ดอกเบี้ยก็เยอะขึ้น ลุงจะส่งไหวหรือ"
ลุง.. "ไม่ไหวก็ต้องไหว ถ้าไม่ไหวก็ต้องขอให้ทักษิณเขาช่วย"
คนถาม.. "แล้วลุงไม่ขอให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ช่วยล่ะครับ"
ลุง.. "ก็เคยขอไป แต่เขาบอกว่าพวกอำมาตย์มันเอาเงินไปใช้หมด ต้องรอให้ทักษิณกลับมาหาเงินก่อน"
คนถาม.. "แล้วลุงว่าทักษิณจะหาเงินมาจากไหนครับ"
ลุง.. "ก็จากหวยบนดินไง ตอนนี้เจ้ามือหวยใต้ดิน มันรวยอยู่คนเดียวเลย พวกเราจนกันจะแย่"
คนถาม.. "แล้วถ้ามีหวยบนดิน พวกเราจะหายจนหรือครับ ในเมื่อพวกเราก็ยังต้องซื้อหวยอยู่เหมือนเดิม"
ลุง.. "มันก็ยังดีกว่าที่ปล่อยให้เจ้ามือมันรวยอยู่คนเดียว แถมเวลามีเลขเด็ดมันยังอั้นอีก บางครั้งคนถูกมาก ๆ มันก็เบี้ยว"
คนถาม.. "นอกจากพักหนี้ เพิ่มกองทุน มีหวยบนดิน ลุงต้องการอะไรอีกไหมครับ"
ลุง.. "ก็ขอให้ข้าวราคาดี ๆ ปุ๋ยถูก ๆ น้ำมันถูก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ได้เรียนฟรี เจ็บป่วยก็รักษาฟรี เศรษฐกิจดี ๆ ก็ขอแค่นี้แหละ"
คนถาม.. "ลุงครับ ผมถามจริง ๆ เถอะ มานี่ได้ตังค์ไหม"
ลุง.. "เขาก็มีให้บ้าง เป็นค่าเสียเวลา แต่ข้าว น้ำเขาแจกให้ เราไม่ต้องซื้อก็ดีกว่านั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้าน นี่ลุงก็เอาแหมาถักด้วย กว่าจะประท้วงกันเสร็จลุงก็ได้แหไปไว้ทอดหาปลา..."
คนถาม.. "เสร็จจากประท้วงแล้ว ลุงจะกลับบ้านยังไงครับ"
ลุง.. "หัวหน้าคนพามาเขาเป็นคนจัดการ.."
คนถาม.. "เออ ! ลุงครับ ผมมีหนังสือรัฐธรรมนูญ ปี 2550 อยู่ ผมจะให้ลุงไว้อ่าน เอาไหมครับ"
ลุง.. "โอ๊ย ! ไม่เอาหรอก เล่มหนายังงี้ ลุงไม่มีเวลาอ่านหรอก แล้วเดี๋ยวนี้หูตาก็ไม่ค่อยดี มองอะไรไม่ค่อยเห็นแล้ว อ่านฉลากยายังต้องวานให้หลานมันอ่านให้ฟังเลย.."
คนถาม.. "วันนี้ผมได้ความรู้จากลุงมากเลย ผมขอบคุณลุงมากนะครับ สวัสดีครับลุง"
ลุง.. "เออ ! สวัสดี ไม่เป็นไรพ่อหนุ่ม ลุงก็ไม่ค่อยได้คุยกับใครเหมือนกัน ฟังเขาพูดบนเวทีกับคอยปรบมือตามเขาอย่างเดียว"

ผมเดินจากลุงมา โดยได้ข้อคิดในใจว่า

"ถ้าพรรคการเมืองไหน ใช้วิธีการตลาด โดยสำรวจความต้องการของลูกค้า แล้วทดสอบความพึงพอใจของลูกค้า (เอาไหมค้า ดีไหมค้า ชอบไหมค้า) พอรู้ว่าลูกค้าต้องการและพึงพอใจสินค้าตัวไหนแล้ว ก็นำไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา มีการโฆษณาให้สินค้าดูเลิศเลอ ลูกค้ามักเชื่อโฆษณาอยู่แล้วก็ยิ่งทำให้สินค้านั้นขายดี ติดตลาด พอสินค้านั้นขาดตลาด ลูกค้าก็จะถามหา แต่สินค้าที่ตนพอใจเท่านั้น โดยที่ไม่เฉลียวใจว่า สินค้าที่ทุกคนบอกว่าดี และชอบนั้น เมื่อใช้ไปนาน ๆ แล้ว อาจมีผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้ได้ ดังเช่น บุหรี่แม้จะบอกข้อไม่ดีไว้ข้างซอง ลงภาพสยองไว้ด้านหน้า พวกขี้ยาก็ยังสูบ ถึงจะเพิ่มอีกร้อยรูป ก็ยังคงสูบกันต่อไป"
อ้าว ทำไมลงท้ายผมไปว่าสิงห์อมควันเขาล่ะเนี่ยะ
ขอโทษครับ ขอยืมมาเปรียบเทียบ อย่าโกรธกันนะ


#65503 'ปึ้ง'จ่อคืนพาสปอร์ต'แม้ว'ให้ของขวัญปีใหม่

โดย serithai11 on 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:26

ว่าแล้ว..ทำไม “ทักษิณ” กลับไทยไม่ได้ ไม่มี “พาสปอร์ต” นี่เอง!!!
งั้นก็รีบ ๆ คืน รีบมาติดคุกซะที


#65486 'ปึ้ง'จ่อคืนพาสปอร์ต'แม้ว'ให้ของขวัญปีใหม่

โดย Shariff on 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:17

ถาม แม้ว หรือยัง .. ผมว่า แม้ว มันไม่อยากได้หรอก .. :D :D :D :D (นอนที่โน้น ดีกว่า คุกเมืองไทย เยอะ)


ผมว่าแม้วไม่กลัวนอนคุกหรอก

แม้วกลัวนอนโลง


#66599 หวังว่าภาพนี้จะตัดต่อ ยิ่งลักษณ์เหยียบบนธงประเทศอะไร?

โดย i-am-thai on 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 01:39

แม้ไม่ใช่ธงชาติ ก็ไม่ควรเอาพรมสีน้ำเงินมาปู แบบนี้ครับ

ยิ่งต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ด้วยแล้ว ยิ่งไม่สมควรกระทำขึ้นไปอีก

ขอตำหนิ ในความไม่รู้จักกาละเทศะ หรือจะด้วยความหยาบช้าในจิตใจก็ตาม


#65207 ตะนิ่นตาญี รักในหลวง

โดย คนบาป on 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 01:57

ผมกับเพื่อนๆ กำลังทำโครงการชุมชนพอเพียง คงไปเริ่มเดือนมกราคมปีหน้า...

เอาไว้เป็นรูปเป็นร่างจะนำมาบอกกล่าวครับ หวังว่าจะขยายแนวทางชุมชนพอเพียงของคนรักในหลวงได้มากยิ่งขึ้น


#65129 ตะนิ่นตาญี รักในหลวง

โดย Ironmaiden on 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:59

ผมเองก็เช่นเดียวกับคุณตะนิ่นตาญีครับ นึกดูแล้วตัวผมเองก็น่าเสียดายเวลาที่ทำหล่นหายไปเกือบ 20 ปีที่มัวแต่หลงมัวเมากับวาทกรรมและชุดความคิด ของพวกคอมมิวนิสต์ที่ทำให้มองไม่เห็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่มีต่อแผ่นดินไทย, พระศาสนาและประชาชนชาวไทย กว่าตัวผมเองจะตระหนักถึงสิ่งนี้ได้ก็เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง (5 ปี) แต่อย่างไรก็ดีที่ชีวิตที่เหลืออยู่ของผมนี้ก็จะขออุทิศให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ป.ล. ถ้ามีโอกาสแล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไมผมถึงเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้? และทำไมผมถึงไม่ยอมเป็นเสื้อแดงครับ? ปีศาจเหล็กกล้า IRON MAIDEN

จะรอฟังนะคะ.....อยากฟังมากค่ะ


ขอเล่าแบบย่อๆนะครับ (ถ้าแบบจัดเต็มอาจเป็นรวมเรื่องสั้นได้เลยครับ :))

เมื่อสมัยเกือบ 20 ปีที่แล้วตอนผมอายุซัก 13 ปี (พ.ศ. 2535) ผมได้อยู่ร่วมเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" ซึ่งก่อนหน้านั้นผมเอง
ก็เรียกได้ว่าเป็นสาวกของ "มหาจำลอง" ได้เลยครับ ทำให้ผมสนใจค้นคว้าเรื่องของ "14 ต.ค. 2516", "6 ต.ค. 2519",
"วันเสียงปืนแตก 7 ส.ค. 2508" และบทเพลงของวง "คาราวาน" ตลอดจนวรรณเพื่อชีวิตต่างๆ (ทุกวันนี้ผมเองก็ยังคิดไม่ตก
เลยครับว่าจะทำอย่างไรดีกับหนังสือและเทปของ "วิสา คัญทัพ") ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่า "คนชายขอบ" และ "ประชาชนชั้นล่าง"
ถูกกดขี่ข่มเหงจาก "นายทุนขุนนาง" และผมเห็นว่าการเรียกร้องให้พวก "นายทุนขุนนาง" เห็นใจสงสารนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝัน
ดังนั้นจึงต้องติดอาวุธให้ "คนชายขอบ" และ "ประชาชนชั้นล่าง" ทั้งอาวุธที่เป็น "ความรู้" และ "อาวุธสงคราม" เพื่อใช้ต่อสู้
ครับ (คล้ายๆกับเหตุการณ์ใน พ.ศ. 2554 เลยนะครับ) เมื่อตัวผมมีความคิดอย่างนี้ก็เลยกลายเป็นพวกคอมมิวนิสต์/สังคมนิยม
แบบ Hardcore ทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติงานตั้งแต่บัดนั้นซึ่งผมเองได้ต่อต้านทั้งระบอบทุนนิยม, ระบบราชการตลอดจน
ถึงอำนาจรัฐทั้งหมดซึ่งผมมีความเห็นว่าอำนาจรัฐต้องมีน้อยที่สุดและมีหน้าที่แค่ไกล่เกลี่ยประชาชนไม่ให้ขัดแย้งกันเท่านั้น

ผมเองไม่เคยสนใจในพระราชกรณียกิจและโครงการพระราชดำริใดๆมาก่อนจนกระทั่งปี 2549 ที่ตัวผมเองถูกส่งไปทำงานใน
ที่ห่างไกลและมีเวลาว่างจนคิดเรื่องอะไรได้หลายเรื่องซึ่งทำให้ผมนำเรื่องของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาขบคิดว่า

ทำไมพระองค์ท่านถึงไม่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายตามฐานะของพระมหากษัตริย์?

ทำไมพระองค์ท่านต้องออกไปตามที่ห่างไกลและลำบากกว่าที่ๆผมอยู่มากนัก? (ตอนนั้นผมอยู่ประเทศบังคลาเทศครับ)

ทำไมพระองค์ท่านถึงได้ต้องทรงงานเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นมากมายอย่างนี้?

ซึ่งทำให้ผมได้ใช้เวลาทั้งหมดเพื่อค้นคว้าหาคำตอบและได้คำตอบกับตัวเองว่า

"พระองค์ทรงงานมิใช่แค่ในฐานะของพระมหากษัตริย์เท่านั้นแต่พระองค์ยังทรงงานด้วยความเมตตาและกรุณา
ต่อพวกเราทุกคน ความสุขของพระองค์ท่านมิได้อยู่ที่ความสุขในราชสมบัติหากแต่ความสุขของพวกเราชาวไทย
นั่นต่างหากคือความสุขที่พระองค์ท่านปรารถนา"

ซึ่งคำตอบนั้นทำให้ผมต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองทั้งหมดและรู้สึกดีใจมากที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาถึงแม้จะไม่เคย
ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์แต่ก็ไม่เคยที่จะคิดร้ายใดๆต่อพระองค์ท่านและราชวงค์จักรี และผมก็ได้
ค้นพบจากแหล่งข้อมูลอีกแหล่งที่อยู่ตรงข้ามกับแหล่งข้อมูลเดิม (คอมมิวนิสต์/สังคมนิยม) ว่าหากไม่มีสถาบันดำรง
อยู่ในห้วงเวลาที่ที่ผ่านมาประเทศไทยของเราคงไม่ต่างอะไรกับหลายๆประเทศที่ผู้คนเข่นฆ่ากันจนสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน

ผมเองจึงได้วางชุดความคิดเดิมลงและเริ่มศึกษาทุกอย่างใหม่หมดในวันที่เกือบจะสายเกินไป ผมได้พบว่าพวก "นายทุนขุนนาง"
ที่เคยเป็นคนละกลุ่มกันมา ในวันนี้พวกนายทุนกำลังแปลงร่างเป็นขุนนางผ่านการเลือกตั้งที่ฉ้อฉลและการล้างสมองด้วย
วิธีการเดิมๆที่ทุกคนลืมเลือนไปแล้ว ในสมัยก่อนนั้นคอมมิวนิสต์ใช้ความทุกข์ยากของคนเป็นตัวล่อลวงแต่ในวันนี้พวก
"นายทุนขุนนาง" กำลังใช้ความโลภเป็นตัวล่อลวงให้คนที่ที่สันดานละโมบเข้ามาเป็นเบี้ยในการยึดประเทศภายใต้กระบวน
การจัดตั้ง "เสื้อแดง-คอมมิวนิสต์ทุนสามานย์พันธุ์ผสม" เพื่อเป้าหมายในการเข้ามากดขี่ขูดรีดคนทั้งประเทศ ซึ่งเมื่อผมได้
รู้เช่นเห็นชาติของพวกเสื้อแดงว่าแท้จริงแล้วกำลังทำอะไรอยู่? และคิดจะทำอะไรต่อไป? และผมเองจึงไม่ยอมเข้าร่วมกับ
พวกเสื้อแดงและไม่ยอมให้พวกเสื่อแดงทำสิ่งนั้นเช่นกัน

ตอนนี้ผมรู้แล้วครับว่าสิ่งสุดท้ายที่จะรักษาประเทศไทยนี้ไว้ได้เฉกเช่นเมื่อ 40 ปีที่คอมมิวนิสต์/สังคมนิยมเกือบจะยึดประเทศไทย
ได้แล้วก็คือ "สถาบันพระมหากษัตริย์" ประเทศไทยของเราอยู่เป็นประเทศไทยได้มาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะความเสียสละของ
พระมหากษัตริย์ไทยทุกๆพระองค์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นผมจึงขอแสดงความกตัญญูโดยการประพฤติตนเป็นคนดีตาม
พระบรมราโชวาทและจะขอพิทักษ์รักษา "สถาบันพระมหากษัตริย์" ด้วยชีวิตและจิตวิญญาณครับ

ปีศาจเหล็กกล้า IRON MAIDEN


#65037 ตะนิ่นตาญี รักในหลวง

โดย Ironmaiden on 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:48

ผมเองก็เช่นเดียวกับคุณตะนิ่นตาญีครับ

นึกดูแล้วตัวผมเองก็น่าเสียดายเวลาที่ทำหล่นหายไปเกือบ 20 ปีที่มัวแต่หลงมัวเมากับวาทกรรมและชุดความคิด
ของพวกคอมมิวนิสต์ที่ทำให้มองไม่เห็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
ที่มีต่อแผ่นดินไทย, พระศาสนาและประชาชนชาวไทย กว่าตัวผมเองจะตระหนักถึงสิ่งนี้ได้ก็เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง
(5 ปี) แต่อย่างไรก็ดีที่ชีวิตที่เหลืออยู่ของผมนี้ก็จะขออุทิศให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ

ป.ล. ถ้ามีโอกาสแล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไมผมถึงเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้? และทำไมผมถึงไม่ยอมเป็นเสื้อแดงครับ?


ปีศาจเหล็กกล้า IRON MAIDEN


#64847 ตะนิ่นตาญี รักในหลวง

โดย ตะนิ่นตาญี on 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:06

เมื่อครั้งที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จกลับพระนคร จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หลังจากที่ได้เสด็จ ไปศึกษาต่ออีกครั้งหนึ่งนั้น ประชาชนหลั่งไหลไปรับเสด็จฯ อย่างเนืองแน่น

ทุกถนนหนทางที่ พระองค์ฯ เสด็จ ตั้งแต่ ดอนเมือง ไปจนถึง พระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรม หลวง วชิรญาณวงศ์ พระนามเดิม หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์

สมเด็จพระสังฆราชฯ ในขณะนั้น ก็ได้เข้าไปคอยรับเสด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระอุโบสถ (วัดพระแก้ว)

เมื่อ พระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จ เข้าไป ได้มี พระราชปฎิสัณฐาน กับ สมเด็จพระสังฆราช

จะด้วยเหตุที่เจ้าพนักงานนั้น จะลืมปิดไมโครโฟน หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ

แต่มีเสียง สมเด็จพระสังฆราชฯ ออกอากาศทางวิทยุได้ยินกันทั้งเมืองว่า

“ราษฎร เขามาคอยเฝ้าฯ กันตามถนนหนทางมากมาย เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ไปคอยกันเขา

ไม่ให้เขาเข้าใกล้ได้แลเห็นพระองค์ เขาเสียใจ เขาเสียใจกันมาก ในเมืองไทยเรานี้

พระเจ้าแผ่นดิน กับ ราษฎร ไม่เป็นภัยต่อกันเลย ขอให้ทรงจำไว้ ราษฎร ไม่เป็นภัยต่อพระองค์เลย”

กาลเวลาได้ผ่านล่วงเลยมานานได้พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์แล้วว่า สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรม หลวง วชิรญาณวงศ์

ท่านพูดถูก พูดตรง และพูดจริง อีกทั้งยังไม่เคยปรากฏ ในยุคใด-สมัยใด เลยว่า...

ราษฎร ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิด พระเจ้าแผ่นดินของเขา ด้วยความรัก และความสัมพันธ์ อย่างแน่นแฟ้น

ปราศจากภัยโดยสิ้นเชิง อย่างในยุคนี้สมัยนี้...

มาถึงนาทีนี้แล้ว ใครจะจงรักภักดี ต่อ คนต่างด้าวท้าวต่างแดน จะมีอุดมการณ์ อุดมคติสีแดงๆ

หรือจะจงรักภักดี ต่อ เจ๊ก ต่อ แป๊ะ จนถึงขนาด หมิ่นในหลวง นั่นก็คือความอัปรีย์ของตัวเขาเอง

หากแต่สำหรับ ตะนิ่นตาญีแล้ว...

“สถาบันพระมหากษัตริย์ในเมืองไทยนั้น มิได้อยู่เพียงแต่ธรรมเนียม อย่างในประเทศอื่นบางประเทศเท่านั้น

แต่มีอยู่ด้วยความจำเป็นอย่างล้นพ้น สำหรับชีวิตจิตใจ และวิญญาณของคนไทยทั้งปวง”

ด้วยความจงรักภักดีที่มี ต่อพระองค์ท่าน ต่อสมเด็จพระนางเจ้าบรมราชินีนาถ ต่อพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์

ตะนิ่นตาญี ยินดีที่จะยอมตายเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หากจะมีใครสักคนที่ไม่เข้าใจในความรู้สึกนี้

และถามกันขึ้นมาว่า ทำไม? ตรงนี้ตอบได้เต็มปากเต็มคำไม่อาย ใครใคร ว่า ตะนิ่นตาญี รักในหลวง ครับ

ตะนิ่นตาญี

วันพฤหัสบดีที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

เวลา ๑๙.๐๗ นาฬิกา

Attached Images

  • long live the king.jpg



#58563 5 ธันวามหาราช ‎"ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา" สรท.ขอน้อมลงนามถวายพระพร

โดย redfrog53 on 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 07:25

5 ธันวามหาราช ‎"ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา" สรท.ขอน้อมลงนามถวายพระพร

Posted Image



ขอพระองค์จงทรงพระพลานามัยแข็งแรง
********** ทรงเ็ป็นมิ่งขวัญปวงประชา **************
------------- ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน --------------
๙๙๙๙๙๙ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ๙๙๙๙๙๙


http://www.youtube.com/watch?v=H5aF_Fr9MaI




#64220 ใกล้วันพ่อเอาคลิปที่ผมชมไปแล้วน้ำตาไหลไม่รู้ตัวมาแบ่งปั่นคับ

โดย MIXIM55 on 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:41

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ คลิปนี้ในหลวงท่านชมแล้วยังทรงชมผู้ร้องเพลงว่าเก่งมาก ในหลวงทรงตรัสว่า "แอ๊ดคาราบาว เก่งมากที่นำชื่อเรามาใส่ในเนื้อเพลงได้"