- desert, nai_waanjeab and Lowealpine like this
- ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด
- → ดูประวัติผู้ใช้: Likes: Lowealpine
Lowealpine
เป็นสมาชิกตั้งแต่ 11 สิงหาคม 2554ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 14 พฤศจิกายน 2555 10:40




Community Stats
- กลุ่มผู้ใช้ Members
- จำนวนกระทู้และความเห็น 1
- Profile Views 2,386
- Member Title น้องใหม่
- อายุ ไม่ระบุ
- วันเกิด ไม่ระบุ
-
Gender
ไม่ระบุ
0
Neutral
เครื่องมือสมาชิก
Friends
Lowealpine hasn't added any friends yet.
#464396 เอาคลิปสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันว่ากรณีน้องเกด ไม่มีทางที่ถูกยิงจากรางรถไ...
โดย Bookmarks
on 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 22:32
ดีเอสไอ พูดระล่ำระรัก ไปไม่ถูกเลย เห็นแล้วอนาถ เลวขนาดจะใ่ส่ร้ายทหาร เพือเอาใจแม้ว กรมเหรรี้ยๆ เลือกข้างความชั่ว
#456774 บิลลี่ โอแกน โพสต์แบบนี้..ไม่แรง...แต่...ตรง
โดย pinkpanda
on 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 12:33
ทุกวันนี้ซื้อข้าวกินแต่ละมื้อ น้ำตาตก 100 บาทวันนึงนึงกินไม่พอ
แต่นางยกร้องเพลง ♪♪♪ สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม ♪♪♪....
ฟังแล้วหดหู่เหมือนกัน
ดำเนินรอยตามพระพุทธองค์สิครับ กินมื้อเดียว ...
ตอนนี้ซื้อมื้อเดียวแบ่งกิน 3 มื้อ ที่เหลืออาศัยชาวบ้าน
(เอามาแจม ๆ กันกิน) ปลูกกถิน จิ้มน้ำพริกเป็นอาหารหลัก
ให้เหลือมื้อเดียวไม่ไหวหรอกครับ กิเลสยังหนา
เค้ากินสองมื้ออะ หลังเที่ยงไม่กินแล้ว อนุมาณว่าถือศีล 8
ลองดูค่ะ 2 3 วันแรก ทรมาน ต่อไปเราจะทนได้ แล้วจะรู้ว่าแค่สองมื้อ ก็พออยู่ได้เหมือนกัน
ขจัดกิเลสทีละนิดๆ
- หนูอ้อย, wat, Lowealpine and 1 other like this
#363559 ช่วยไปกดลบคลิปยูทูปนี้หน่อยครับ มีคนลาวมาดูหมิ่นผู้นำไทย
โดย แสนยานุภาพ
on 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 18:25
#337425 เหตุที่ประชาธิปไตย"สีแดง" ไม่เบ่งบานในใจของคนทั้งประเทศ
โดย อิไซกูนิ
on 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:01
เหตุที่ประชาธิปไตย"สีแดง" ไม่เบ่งบานในใจของคนทั้งประเทศ

บทความพิเศษ นงนุช สิงหเดชะ มติชนสุดสัปดาห์ 13 กรกฎาคม 2555
http://www.matichon....=MatichonOnline
อย่างที่เราๆ ท่านๆ สังเกตเห็นนั่นล่ะว่า นับแต่ก่อตั้งประเทศไทยมานี้ ยังไม่เคยเห็นการเมืองทำให้คนในชาติแตกแยกกันในระดับลึกมากเท่ายุคนี้ ภาษาเทคโนโลยีร่วมสมัยเขาเรียกว่าแตกแยกกันละเอียดร้าวลึกระดับ "นาโน" ตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงองค์กร บริษัท ครอบครัว พี่น้อง สามีภรรยา ไม่เว้นแม้แต่ในวงการกวี ศิลปิน
ล่าสุดนี้เกิดวิวาทะของคนกวี สุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง (ที่ได้ชื่อว่าเป็นซ้ายเก่า) และ วิสา คัญทัพ (อดีตซ้ายฝ่ายเสื้อแดง) ทั้งนี้ หงา คาราวาน เขียนกลอนเนื่องในโอกาสวันสุนทรภู่ว่า
"ขอเรียนศาลแห่งสีที่เคารพ สีต้องใช้ไม่ครบกระบวนสี/มีกลุ่มคนผูกขาดในชาตินี้ ยึดสีแดงไปย่ำยีเป็นของตน/ทำให้สีแดงแย่มีแต่ยุ่ง จะแต่งปรุงงานศิลป์ก็สับสน/ ศิลปินเดือดร้อนเกินจะทน เพราะสีแดงถูกปล้นขโมยไป/เอาสีแดงคืนมาให้ข้าเถิด ก่อนจะเกิดสงครามห้ามไม่ได้/ทุกวันนี้พวกข้าไม่กล้าใช้ เพราะว่าใจไม่มีให้สีแดง..."
ทำให้ วิสา คัญทัพ เขียนตอบโต้ ในทำนองว่า หงา คาราวาน (และยังพาดพิงเลยไปถึง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) มองไม่เห็นประชาชน มองไม่เห็นว่าสีแดงคือเลือดของประชาชน จึงไม่มีใจให้สีแดง
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล จากธรรมศาสตร์ ก็ร่วมแจมด้วย โดยโพสต์ข้อความตั้งข้อสงสัยว่าทำไมอดีตฝ่ายซ้ายจึงหันมาเชียร์เจ้า "ทำไม อดีตฝ่ายซ้าย อย่างพี่จี๊ด (จิระนันท์ พิตรปรีชา) พี่ "คมทวน" (คันธนู) และอีกหลายต่อหลายคน จึงหันมา เชียร์เจ้า เป็นปริศนา ที่ผมเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน"
นี่คือส่วนหนึ่งจากข้อความของนายสมศักดิ์
เราจะสังเกตเห็นความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและนักวิชาการ-กวีที่สนับสนุนฝ่ายสีแดง นั่นก็คือพวกเขามัก "สรุปเหมา" ว่า ใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง เป็นพวกเชียร์เจ้า พวกนิยมอำมาตย์ พวกไม่เชื่อในประชาชน ไม่เชื่อในเสรีภาพและประชาธิปไตย
นี่เป็นข้อสรุปที่ผิด และหากยังไม่พยายามเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง พวกเขาก็จะยังคงคร่ำครวญและฟาดงวงฟาดงากับคนที่ไม่เห็นด้วยต่อไป และเชื่อแน่ได้ว่ายากนักที่พวกเขาจะสามารถโน้มน้าวให้คนอีกจำนวนมากอย่างน้อยก็ครึ่งประเทศ หันมาสนับสนุนหรือเห็นพ้องกับประชาธิปไตยในแบบของพวกเขา ที่หลายคนเรียกว่า "ประชาธิปไตยสีแดง"
สังเกตกันอีกหรือไม่ว่า คนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยแบบคนเสื้อแดง จำนวนมากล้วนเป็นผู้มีสติปัญญา มีการศึกษาสูง หลายคนเป็นนักต่อสู้กับเผด็จการ หลายคนทำงานให้กับชาวบ้าน ชาวรากหญ้า หรือในรายที่เป็นกวี ก็เป็นกวีชื่อดัง เป็นศิลปินแห่งชาติ
ถามว่าคนเหล่านี้ไม่รู้จักประชาธิปไตย ไม่รักเสรีภาพและประชาธิปไตยหรือ
คนระดับ จิระนันท์ พิตรปรีชา ภรรยาขอ งเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ฝ่ายซ้ายเก่า เรียนจบจากอเมริกานี่ ไม่รักเสรีภาพและไม่รู้จักประชาธิปไตยเท่ากับชาวไร่ชาวนาในภาคเหนือและอีสานหรือ
หงา คาราวาน เป็นศิลปิน กวี อันเป็นอาชีพที่ได้ชื่อว่าที่รักและหวงแหนเสรีภาพมากที่สุดนี่ ไม่รักเสรีภาพ ไม่รักประชาธิปไตยกระนั้นหรือ
หรือหากดูจากผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจะเห็นว่า "คนชั้นกลาง" ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย เห็นได้ชัดจากพื้นที่กรุงเทพฯ หรือในกรณีต่างจังหวัด จะเห็นว่าในเขตอำเภอเมือง พรรคเพื่อไทยไม่ได้รับความนิยม
กรุงเทพฯ และในเขตเมือง อนุมานได้ว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของผู้มีการศึกษาสูง ฐานะทางเศรษฐกิจสูง เป็นผู้อยู่ด่านหน้าของประเทศในการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก เป็นผู้อยู่ด่านหน้าของความทันสมัย มีจำนวนผู้เรียนจบจากประเทศตะวันตกโดยเฉลี่ยสูงกว่าพื้นที่อื่น คำถามมีอยู่ว่า แล้วคนเหล่านี้ไม่รู้จักและไม่รักประชาธิปไตยอย่างนั้นหรือ
คนชั้นกลางหรือคนกรุงเทพฯ หรือแม้แต่คนในเขตเมืองใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นผู้รักและหวงแหนสิทธิเสรีภาพของตนมากที่สุด ถ้ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเสรีภาพของพวกเขา พวกเขาจะเป็นกลุ่มแรกที่ออกมาส่งเสียงโวยวายโดยไม่สนใจว่าคนที่ปกครองเขาอยู่นั้นเป็นอำมาตย์หรือนายทุน
แต่ทำไมตลอดมานับแต่หลังปี 2534 จนถึงก่อนยุคของทักษิณ พวกเขาไม่เคยรู้สึกว่าขาดแคลนเสรีภาพและประชาธิปไตย ดังนั้น อย่างน้อยก็แสดงว่าบ้านเมืองภายใต้ "อำมาตย์" (ตามจินตนาการของฝ่ายทักษิณ) มีเสรีภาพและประชาธิปไตยมากพอสมควร ขณะที่พวกเขาทนไม่ได้ในยุคทักษิณ (อย่าอ้างเหตุผลผิดๆ อีกล่ะว่าคนชั้นกลางได้รับประโยชน์จากอำมาตย์)
ในด้านเศรษฐกิจหรือความเจริญทางวัตถุ ที่จะใช้เป็นตัวชี้วัดว่า "อำมาตย์" ถ่วงความเจริญและประชาธิปไตยของประเทศจริงหรือไม่นั้น
ก็อย่าลืมว่า นับตั้งแต่ราว พ.ศ.2530 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตร้อนแรง ขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นหนึ่งในดาวเด่นของภูมิภาคเอเชีย ตลาดหุ้นของไทยขึ้นไปสูงสุดที่ 1,700 จุด เมื่อปี 2537 (นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ) จนบัดนี้ยังไม่มีรัฐบาลไหนลบสถิติได้ แม้แต่ยุคทักษิณ
ขณะที่รัฐบาลที่ก่อวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2540 คือรัฐบาลที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีรองนายกรัฐมนตรีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร หลังจากมีการลอยตัวค่าเงินบาท
และมีการเล่าลือกันให้แซดว่านักการเมืองในรัฐบาลบางคนในขณะนั้น รู้ข้อมูลวงในล่วงหน้าว่าจะมีการลดค่าเงินบาท จึงฉวยโอกาสฟันกำไรค่าเงินอื้ออยู่รายเดียว
ขณะที่บริษัทอื่นขาดทุนค่าเงินจนเลือดไหลแทบล้มประดาตาย
กลับมาที่ประเด็นของประชาธิปไตย แท้จริงแล้วส่วนใหญ่คนที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายเสื้อแดง ไม่ได้เกี่ยวกับว่าพวกเขาเชียร์เจ้าหรือฝักใฝ่อำมาตย์ แต่พวกเขาพิจารณาเนื้อแท้ว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่นั้นเป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่เปลือก ซึ่งพวกเขาเห็นว่าประชาธิปไตยยุคทักษิณเป็นแค่เปลือก
หรือหากจะมีอำมาตย์อยู่จริง คนชั้นกลางหรือคนที่ไม่เลือกพรรคของคุณทักษิณ เขาก็เห็นว่าเอาเข้าจริงบ้านเมืองยุคอำมาตย์ยังมีคุณธรรมมากกว่า สงบสุขมากกว่า เพราะอย่างน้อยอำมาตย์ก็ไม่มีการปลุกระดมสร้างภาพลวงตาคนให้เกลียดชังแตกแยกกันทางชนชั้น
ผิดกับยุคนี้ที่ฝ่ายที่อ้างว่ารักประชาธิปไตย แต่ชอบปลุกระดมบ่มเพาะให้คนเกลียดชังกันทางชนชั้นจนแทบจะฆ่ากันวันนี้วันพรุ่งก็ยังได้
อีกทั้งพฤติกรรมที่ทำตัวก้าวร้าวข่มขู่คุกคาม ข่มเหงคนอื่นที่เห็นต่าง ใช้กฎม็อบเหนือกฎหมาย แต่ยังดันคิดว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยนั้น ยิ่งทำให้คนจำนวนมากเบื่อหน่ายเอือมระอาถึงขั้นโกรธ และข้องใจว่าจริงๆแล้วฝ่ายสีแดงเข้าใจประชาธิปไตยครบถ้วนและถ่องแท้หรือไม่
บรรพบุรุษของไทยได้สร้างสิ่งที่ดีไว้ นั่นคือทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันได้ ไม่ขัดแย้งเกลียดชังกันทางชนชั้น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์หรือศาสนา แต่อีกไม่นานจากนี้ไปเราคงเหมือนประเทศด้อยพัฒนาอีกหลายประเทศเช่นรวันดาที่ต้องฆ่ากันเพราะขัดแย้งกันเรื่องชนชั้น เชื้อชาติเพราะประชาธิปไตยแต่เปลือกนี่ล่ะ
นี่คือเหตุผลหลักที่คนอีกจำนวนมาก ไม่อาจจะยอมรับและเห็นด้วยกับประชาธิปไตย "สีแดง" ถ้าคนเสื้อแดงยังหาเหตุผลที่แท้จริงไม่เจอว่าทำไมคนอีกมากไม่ยอมรับ ก็ยากนักที่ประชาธิปไตยสีแดงจะเบ่งบานในใจคนทั้งประเทศ

บทความพิเศษ นงนุช สิงหเดชะ มติชนสุดสัปดาห์ 13 กรกฎาคม 2555
http://www.matichon....=MatichonOnline
อย่างที่เราๆ ท่านๆ สังเกตเห็นนั่นล่ะว่า นับแต่ก่อตั้งประเทศไทยมานี้ ยังไม่เคยเห็นการเมืองทำให้คนในชาติแตกแยกกันในระดับลึกมากเท่ายุคนี้ ภาษาเทคโนโลยีร่วมสมัยเขาเรียกว่าแตกแยกกันละเอียดร้าวลึกระดับ "นาโน" ตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงองค์กร บริษัท ครอบครัว พี่น้อง สามีภรรยา ไม่เว้นแม้แต่ในวงการกวี ศิลปิน
ล่าสุดนี้เกิดวิวาทะของคนกวี สุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง (ที่ได้ชื่อว่าเป็นซ้ายเก่า) และ วิสา คัญทัพ (อดีตซ้ายฝ่ายเสื้อแดง) ทั้งนี้ หงา คาราวาน เขียนกลอนเนื่องในโอกาสวันสุนทรภู่ว่า
"ขอเรียนศาลแห่งสีที่เคารพ สีต้องใช้ไม่ครบกระบวนสี/มีกลุ่มคนผูกขาดในชาตินี้ ยึดสีแดงไปย่ำยีเป็นของตน/ทำให้สีแดงแย่มีแต่ยุ่ง จะแต่งปรุงงานศิลป์ก็สับสน/ ศิลปินเดือดร้อนเกินจะทน เพราะสีแดงถูกปล้นขโมยไป/เอาสีแดงคืนมาให้ข้าเถิด ก่อนจะเกิดสงครามห้ามไม่ได้/ทุกวันนี้พวกข้าไม่กล้าใช้ เพราะว่าใจไม่มีให้สีแดง..."
ทำให้ วิสา คัญทัพ เขียนตอบโต้ ในทำนองว่า หงา คาราวาน (และยังพาดพิงเลยไปถึง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) มองไม่เห็นประชาชน มองไม่เห็นว่าสีแดงคือเลือดของประชาชน จึงไม่มีใจให้สีแดง
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล จากธรรมศาสตร์ ก็ร่วมแจมด้วย โดยโพสต์ข้อความตั้งข้อสงสัยว่าทำไมอดีตฝ่ายซ้ายจึงหันมาเชียร์เจ้า "ทำไม อดีตฝ่ายซ้าย อย่างพี่จี๊ด (จิระนันท์ พิตรปรีชา) พี่ "คมทวน" (คันธนู) และอีกหลายต่อหลายคน จึงหันมา เชียร์เจ้า เป็นปริศนา ที่ผมเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน"
นี่คือส่วนหนึ่งจากข้อความของนายสมศักดิ์
เราจะสังเกตเห็นความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและนักวิชาการ-กวีที่สนับสนุนฝ่ายสีแดง นั่นก็คือพวกเขามัก "สรุปเหมา" ว่า ใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง เป็นพวกเชียร์เจ้า พวกนิยมอำมาตย์ พวกไม่เชื่อในประชาชน ไม่เชื่อในเสรีภาพและประชาธิปไตย
นี่เป็นข้อสรุปที่ผิด และหากยังไม่พยายามเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง พวกเขาก็จะยังคงคร่ำครวญและฟาดงวงฟาดงากับคนที่ไม่เห็นด้วยต่อไป และเชื่อแน่ได้ว่ายากนักที่พวกเขาจะสามารถโน้มน้าวให้คนอีกจำนวนมากอย่างน้อยก็ครึ่งประเทศ หันมาสนับสนุนหรือเห็นพ้องกับประชาธิปไตยในแบบของพวกเขา ที่หลายคนเรียกว่า "ประชาธิปไตยสีแดง"
สังเกตกันอีกหรือไม่ว่า คนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยแบบคนเสื้อแดง จำนวนมากล้วนเป็นผู้มีสติปัญญา มีการศึกษาสูง หลายคนเป็นนักต่อสู้กับเผด็จการ หลายคนทำงานให้กับชาวบ้าน ชาวรากหญ้า หรือในรายที่เป็นกวี ก็เป็นกวีชื่อดัง เป็นศิลปินแห่งชาติ
ถามว่าคนเหล่านี้ไม่รู้จักประชาธิปไตย ไม่รักเสรีภาพและประชาธิปไตยหรือ
คนระดับ จิระนันท์ พิตรปรีชา ภรรยาขอ งเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ฝ่ายซ้ายเก่า เรียนจบจากอเมริกานี่ ไม่รักเสรีภาพและไม่รู้จักประชาธิปไตยเท่ากับชาวไร่ชาวนาในภาคเหนือและอีสานหรือ
หงา คาราวาน เป็นศิลปิน กวี อันเป็นอาชีพที่ได้ชื่อว่าที่รักและหวงแหนเสรีภาพมากที่สุดนี่ ไม่รักเสรีภาพ ไม่รักประชาธิปไตยกระนั้นหรือ
หรือหากดูจากผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจะเห็นว่า "คนชั้นกลาง" ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย เห็นได้ชัดจากพื้นที่กรุงเทพฯ หรือในกรณีต่างจังหวัด จะเห็นว่าในเขตอำเภอเมือง พรรคเพื่อไทยไม่ได้รับความนิยม
กรุงเทพฯ และในเขตเมือง อนุมานได้ว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของผู้มีการศึกษาสูง ฐานะทางเศรษฐกิจสูง เป็นผู้อยู่ด่านหน้าของประเทศในการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก เป็นผู้อยู่ด่านหน้าของความทันสมัย มีจำนวนผู้เรียนจบจากประเทศตะวันตกโดยเฉลี่ยสูงกว่าพื้นที่อื่น คำถามมีอยู่ว่า แล้วคนเหล่านี้ไม่รู้จักและไม่รักประชาธิปไตยอย่างนั้นหรือ
คนชั้นกลางหรือคนกรุงเทพฯ หรือแม้แต่คนในเขตเมืองใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นผู้รักและหวงแหนสิทธิเสรีภาพของตนมากที่สุด ถ้ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเสรีภาพของพวกเขา พวกเขาจะเป็นกลุ่มแรกที่ออกมาส่งเสียงโวยวายโดยไม่สนใจว่าคนที่ปกครองเขาอยู่นั้นเป็นอำมาตย์หรือนายทุน
แต่ทำไมตลอดมานับแต่หลังปี 2534 จนถึงก่อนยุคของทักษิณ พวกเขาไม่เคยรู้สึกว่าขาดแคลนเสรีภาพและประชาธิปไตย ดังนั้น อย่างน้อยก็แสดงว่าบ้านเมืองภายใต้ "อำมาตย์" (ตามจินตนาการของฝ่ายทักษิณ) มีเสรีภาพและประชาธิปไตยมากพอสมควร ขณะที่พวกเขาทนไม่ได้ในยุคทักษิณ (อย่าอ้างเหตุผลผิดๆ อีกล่ะว่าคนชั้นกลางได้รับประโยชน์จากอำมาตย์)
ในด้านเศรษฐกิจหรือความเจริญทางวัตถุ ที่จะใช้เป็นตัวชี้วัดว่า "อำมาตย์" ถ่วงความเจริญและประชาธิปไตยของประเทศจริงหรือไม่นั้น
ก็อย่าลืมว่า นับตั้งแต่ราว พ.ศ.2530 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตร้อนแรง ขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นหนึ่งในดาวเด่นของภูมิภาคเอเชีย ตลาดหุ้นของไทยขึ้นไปสูงสุดที่ 1,700 จุด เมื่อปี 2537 (นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ) จนบัดนี้ยังไม่มีรัฐบาลไหนลบสถิติได้ แม้แต่ยุคทักษิณ
ขณะที่รัฐบาลที่ก่อวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2540 คือรัฐบาลที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีรองนายกรัฐมนตรีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร หลังจากมีการลอยตัวค่าเงินบาท
และมีการเล่าลือกันให้แซดว่านักการเมืองในรัฐบาลบางคนในขณะนั้น รู้ข้อมูลวงในล่วงหน้าว่าจะมีการลดค่าเงินบาท จึงฉวยโอกาสฟันกำไรค่าเงินอื้ออยู่รายเดียว
ขณะที่บริษัทอื่นขาดทุนค่าเงินจนเลือดไหลแทบล้มประดาตาย
กลับมาที่ประเด็นของประชาธิปไตย แท้จริงแล้วส่วนใหญ่คนที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายเสื้อแดง ไม่ได้เกี่ยวกับว่าพวกเขาเชียร์เจ้าหรือฝักใฝ่อำมาตย์ แต่พวกเขาพิจารณาเนื้อแท้ว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่นั้นเป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่เปลือก ซึ่งพวกเขาเห็นว่าประชาธิปไตยยุคทักษิณเป็นแค่เปลือก
หรือหากจะมีอำมาตย์อยู่จริง คนชั้นกลางหรือคนที่ไม่เลือกพรรคของคุณทักษิณ เขาก็เห็นว่าเอาเข้าจริงบ้านเมืองยุคอำมาตย์ยังมีคุณธรรมมากกว่า สงบสุขมากกว่า เพราะอย่างน้อยอำมาตย์ก็ไม่มีการปลุกระดมสร้างภาพลวงตาคนให้เกลียดชังแตกแยกกันทางชนชั้น
ผิดกับยุคนี้ที่ฝ่ายที่อ้างว่ารักประชาธิปไตย แต่ชอบปลุกระดมบ่มเพาะให้คนเกลียดชังกันทางชนชั้นจนแทบจะฆ่ากันวันนี้วันพรุ่งก็ยังได้
อีกทั้งพฤติกรรมที่ทำตัวก้าวร้าวข่มขู่คุกคาม ข่มเหงคนอื่นที่เห็นต่าง ใช้กฎม็อบเหนือกฎหมาย แต่ยังดันคิดว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยนั้น ยิ่งทำให้คนจำนวนมากเบื่อหน่ายเอือมระอาถึงขั้นโกรธ และข้องใจว่าจริงๆแล้วฝ่ายสีแดงเข้าใจประชาธิปไตยครบถ้วนและถ่องแท้หรือไม่
บรรพบุรุษของไทยได้สร้างสิ่งที่ดีไว้ นั่นคือทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันได้ ไม่ขัดแย้งเกลียดชังกันทางชนชั้น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์หรือศาสนา แต่อีกไม่นานจากนี้ไปเราคงเหมือนประเทศด้อยพัฒนาอีกหลายประเทศเช่นรวันดาที่ต้องฆ่ากันเพราะขัดแย้งกันเรื่องชนชั้น เชื้อชาติเพราะประชาธิปไตยแต่เปลือกนี่ล่ะ
นี่คือเหตุผลหลักที่คนอีกจำนวนมาก ไม่อาจจะยอมรับและเห็นด้วยกับประชาธิปไตย "สีแดง" ถ้าคนเสื้อแดงยังหาเหตุผลที่แท้จริงไม่เจอว่าทำไมคนอีกมากไม่ยอมรับ ก็ยากนักที่ประชาธิปไตยสีแดงจะเบ่งบานในใจคนทั้งประเทศ
- ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด
- → ดูประวัติผู้ใช้: Likes: Lowealpine
- Privacy Policy
- กฎการใช้งานเว็บบอร์ด ·




Find content