ส่วนใหญ่จะออกมาใน"มุมลบ" (สำหรับ"ผม"นะ)
จึงอยากรู้ว่า สำหรับคนที่เคยไป (หรือไม่เคยไปแต่มีเพื่อน/ญาติไป) คำสอนที่วัด (?) ธรรมกายนี้ใช้เป็นยังไงบ้าง? รวมไปถึงหลักปฎิบัติต่างๆด้วย?
ใครมีข้อมูล เอามาแชร์กันหน่อยครับ





ปล. สงสัยกระทู้นี้จะปลอดแดงอีกแหงๆ...
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 20:05
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 20:15
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 20:54
เราตระกูลชินจัง ขอยก ฐานะ เสื้อแดง จาก ไพร่ เป็น ควายแดง ณ.บัดนี้
ถึงแม้ พ่อแม่ เองจะให้ฐานะความเป็น คน มาแต่กำเนิดก็ตาม
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 21:08
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 21:11
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 21:14
สนใจสักชิ้นไหมครับ
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 22:14
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 23:13
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 23:19
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 23:20
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 23:21
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 23:36
"ถึงเวลาแล้วที่ใครมีอาวุธชนิดไหนก็ต้องจับขึ้นมาใช้รบกับมัน”
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 23:38
ใช้ไปสักพัก จะบอกว่า ขอฟรีให้วัดเถอะนะโยม โยมจะได้ขึ้นสวรรค์เคยเข้าไปเมื่อสามสี่ปีก่อน แต่เข้าไปในฐานะเซลส์เพื่อขายระบบเสียงให้กับวัด วัดธรรมกายเป็นแหล่งขุมทองของเซลส์หน้าใหม่และหน้าเก่า เซลส์หน้าใหม่ที่คิดว่าตัวเองเก๋าแล้ว เก่งแล้ว พากันมุ่งหน้าเข้าหาวัดจานบินกัน (ผมเป็นหนึ่งในนั้น) โดยคิดว่าวัดนี้ร่ำรวยมหาศาลและซื้อขายกับพระคงจะง่าย ความคิดแรกถูกครับ แต่ความคิดที่สอง ผิดโดยสิ้นเชิง พระที่รับหน้าที่ติดต่อกับการจัดซื้อจัดจ้าง พวกนี้เขี้ยวลากดินทั้ง หน้ายิ้มๆแบบนี้ ที่ผมเจอมานะครับ " โยมมม ระบบของโยมดีมากเลยยย ขอหลวงพี่ทดลองใช้ก่อนนะโยม ซักหกเดือน ....ผ่างงง ! ถ้ามันใช้งานได้ดี เรามาคุยกันอีกที " ลำโพงตัวนั้นตัวเดียวแสนกว่าบาทครับเพื่อนๆ ผมคิดในใจ ฝันไปเหอะครับหลวงพี่ แล้วผมก็ไม่เหยียบเข้าไปอีกเลย
ตอบ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 23:49
ลูกพี่ผมนี่ตัวเขี้ยวเลย กลับมาเล่าให้ฟัง แกนั่งด่าพระไม่กลัวบาปเลยครับใช้ไปสักพัก จะบอกว่า ขอฟรีให้วัดเถอะนะโยม โยมจะได้ขึ้นสวรรค์
เคยเข้าไปเมื่อสามสี่ปีก่อน แต่เข้าไปในฐานะเซลส์เพื่อขายระบบเสียงให้กับวัด วัดธรรมกายเป็นแหล่งขุมทองของเซลส์หน้าใหม่และหน้าเก่า เซลส์หน้าใหม่ที่คิดว่าตัวเองเก๋าแล้ว เก่งแล้ว พากันมุ่งหน้าเข้าหาวัดจานบินกัน (ผมเป็นหนึ่งในนั้น) โดยคิดว่าวัดนี้ร่ำรวยมหาศาลและซื้อขายกับพระคงจะง่าย ความคิดแรกถูกครับ แต่ความคิดที่สอง ผิดโดยสิ้นเชิง พระที่รับหน้าที่ติดต่อกับการจัดซื้อจัดจ้าง พวกนี้เขี้ยวลากดินทั้ง หน้ายิ้มๆแบบนี้ ที่ผมเจอมานะครับ " โยมมม ระบบของโยมดีมากเลยยย ขอหลวงพี่ทดลองใช้ก่อนนะโยม ซักหกเดือน ....ผ่างงง ! ถ้ามันใช้งานได้ดี เรามาคุยกันอีกที " ลำโพงตัวนั้นตัวเดียวแสนกว่าบาทครับเพื่อนๆ ผมคิดในใจ ฝันไปเหอะครับหลวงพี่ แล้วผมก็ไม่เหยียบเข้าไปอีกเลย![]()
![]()
"ถึงเวลาแล้วที่ใครมีอาวุธชนิดไหนก็ต้องจับขึ้นมาใช้รบกับมัน”
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 00:05
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 00:17
Edited by อู๋ ฮานามิ, 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 00:17.
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 00:23
เคยสงสัยว่าทำไมคนที่มีความรู้บางคนถึงศรัทธามาก พูดไงก็ไม่ฟัง แต่พอได้ศึกษาเรื่องฌาน คำสอนครูบาอาจาารย์ที่เคารพ ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น แล้วก็หมดความสงสัย
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 00:50
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 00:53
“ ...คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา ,
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ “
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 01:00
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 01:18
คำตอบอาจเหมือนดาบสองคม หลังไมค์ดีกว่ามังคะ
หล่อกว่าผมก็มีแต่ ณเดช คูกิมิยะ เท่านั้นล่ะครับ[color=#ff0000;]รณรงค์งดตอบโต้ พูดคุย กับคนหน้าด้านไร้ยางอาย...[/color]
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 03:55
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 04:28
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นครับ
แล้วถ้าเกิดบังเอิญผมมีโอกาสได้ไป แล้วดันไปอาละวาดในวัด
อย่างนี้จะ"บาป"ไหมครับ???
![]()
![]()
![]()
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 07:41
สมัยพุทธกาลก็มีคนได้ฌานเยอะแยะ แม่แต่พระสิทธัตถะเองก็ยังได้ก่อนตรัสรู้ซะอีกลัทธิเพ่งลูกแก้วนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย เป็นเพียงกสิณแสงสว่าง(อาโลกสิณ) แบบหนึ่ง.
ที่คนคลั่งวัดนี้แบบงมงายเพราะรูปแบบโฆษณาชวนเชื่อ มีการพูดซำ้และย้ำๆเรื่องการบริจาคคล้ายการสะกดจิต
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 09:53
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 09:55
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 10:41
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 10:53
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 10:55
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 11:39
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 13:03
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 13:16
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:00
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:59
เคยสงสัยว่าทำไมคนที่มีความรู้บางคนถึงศรัทธามาก พูดไงก็ไม่ฟัง แต่พอได้ศึกษาเรื่องฌาน คำสอนครูบาอาจาารย์ที่เคารพ ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น แล้วก็หมดความสงสัย
ขอคำอธิบายเพิ่มเติมด้วยครับ อยากรู้เหมือนกันในประเด็นนี้
เห็นหลายตนที่มีความรู้ มีฐานะ แต่กลับงมงายกับการทำบุญในวัดๆนี้มาก
อยากทราบบที่มาที่ไป รวมถึงขบวนการที่ทำให้คนเหล่านั้นสามารถคล้อยตามได้ด้วยนะครับ
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:08
“ ...คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา ,
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ “
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:20
เคยสงสัยว่าทำไมคนที่มีความรู้บางคนถึงศรัทธามาก พูดไงก็ไม่ฟัง แต่พอได้ศึกษาเรื่องฌาน คำสอนครูบาอาจาารย์ที่เคารพ ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น แล้วก็หมดความสงสัย
ขอคำอธิบายเพิ่มเติมด้วยครับ อยากรู้เหมือนกันในประเด็นนี้
เห็นหลายตนที่มีความรู้ มีฐานะ แต่กลับงมงายกับการทำบุญในวัดๆนี้มาก
อยากทราบบที่มาที่ไป รวมถึงขบวนการที่ทำให้คนเหล่านั้นสามารถคล้อยตามได้ด้วยนะครับ
ในฐานะที่ผมเคยศึกษาเรื่องวิชชาธรรมกาย ผมขอกล่าวถึงสั้นๆ โดยไม่เกี่ยวกับวัดธรรมกายว่า
วิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดนั้นเป็นสิ่งที่ดี เชื่อกันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ค้นพบวิชานี้และได้ตรัสรู้ รู้แจ้งในสรรพสิ่ง
หลวงพ่อสดเองก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอค้นพบหนทางแห่งการรู้แจ้งที่องค์พระพุทธเจ้าได้เคยพบ มิเช่นนั้นท่านจะไม่ยอมออกจากสมาธิ
ในที่สุดท่านก็ได้ค้นพบ วิชชานี้สอนให้เรามองเข้าไปที่ต้นธาตุต้นธรรมของตัวเอง โดยสมมุติใจกลางตัวเองข้างในเป็นลูกแก้วใสสว่าง
แล้วให้เราหยุดจิตที่กลางลูกแก้วนั้น แล้วมองเล็กเข้าไปกลางลูกแก้วนั้นอีกเป็นลูกแก้วหลายๆดวงซ้อนกันลงไป เรียกว่า หยุดในหยุด
หลังจากนั้นก็แล้วแต่ว่าใครจะต่อยอดวิชชาได้มากแค่ไหน บางท่านก็รู้ถึงบารมีภายในตัวและนำออกมาใช้ได้ บางท่านก็พิศดารกายทิพย์ได้
ตามแต่ความแกร่งกล้าของฌานสมาบัติ ถ้าถามถึงประโยชน์ของวิชชานี้ต่อคนทั่วๆไปที่ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงจังมากนัก
ก็คือการฝึกสมาธิ ฝึกจิตให้มีสตินั่นเอง
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:21
ลัทธิเพ่งลูกแก้วนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย เป็นเพียงกสิณแสงสว่าง(อาโลกสิณ) แบบหนึ่ง.
ที่คนคลั่งวัดนี้แบบงมงายเพราะรูปแบบโฆษณาชวนเชื่อ มีการพูดซำ้และย้ำๆเรื่องการบริจาคคล้ายการสะกดจิต
เคยสงสัยว่าทำไมคนที่มีความรู้บางคนถึงศรัทธามาก พูดไงก็ไม่ฟัง แต่พอได้ศึกษาเรื่องฌาน คำสอนครูบาอาจาารย์ที่เคารพ ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น แล้วก็หมดความสงสัย
ขอคำอธิบายเพิ่มเติมด้วยครับ อยากรู้เหมือนกันในประเด็นนี้
เห็นหลายตนที่มีความรู้ มีฐานะ แต่กลับงมงายกับการทำบุญในวัดๆนี้มาก
อยากทราบบที่มาที่ไป รวมถึงขบวนการที่ทำให้คนเหล่านั้นสามารถคล้อยตามได้ด้วยนะครับ
ในฐานะที่ผมเคยศึกษาเรื่องวิชชาธรรมกาย ผมขอกล่าวถึงสั้นๆ โดยไม่เกี่ยวกับวัดธรรมกายว่า
วิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดนั้นเป็นสิ่งที่ดี เชื่อกันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ค้นพบวิชานี้และได้ตรัสรู้ รู้แจ้งในสรรพสิ่ง
หลวงพ่อสดเองก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอค้นพบหนทางแห่งการรู้แจ้งที่องค์พระพุทธเจ้าได้เคยพบ มิเช่นนั้นท่านจะไม่ยอมออกจากสมาธิ
ในที่สุดท่านก็ได้ค้นพบ วิชชานี้สอนให้เรามองเข้าไปที่ต้นธาตุต้นธรรมของตัวเอง โดยสมมุติใจกลางตัวเองข้างในเป็นลูกแก้วใสสว่าง
แล้วให้เราหยุดจิตที่กลางลูกแก้วนั้น แล้วมองเล็กเข้าไปกลางลูกแก้วนั้นอีกเป็นลูกแก้วหลายๆดวงซ้อนกันลงไป เรียกว่า หยุดในหยุด
หลังจากนั้นก็แล้วแต่ว่าใครจะต่อยอดวิชชาได้มากแค่ไหน บางท่านก็รู้ถึงบารมีภายในตัวและนำออกมาใช้ได้ บางท่านก็พิศดารกายทิพย์ได้
ตามแต่ความแกร่งกล้าของฌานสมาบัติ ถ้าถามถึงประโยชน์ของวิชชานี้ต่อคนทั่วๆไปที่ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงจังมากนัก
ก็คือการฝึกสมาธิ ฝึกจิตให้มีสตินั่นเอง
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:33
ลัทธิเพ่งลูกแก้วนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย เป็นเพียงกสิณแสงสว่าง(อาโลกสิณ) แบบหนึ่ง.
ที่คนคลั่งวัดนี้แบบงมงายเพราะรูปแบบโฆษณาชวนเชื่อ มีการพูดซำ้และย้ำๆเรื่องการบริจาคคล้ายการสะกดจิต
กสิณแสง จะใช้แสงที่ผ่านรูฝาพนัง จะเห็นเป็นลำแสง แล้วบริกรรมภาวนา ครับ การเพ่งสมาธิ ของธรรมกายอีกอย่าง
ในขณะที่เกิดสมาธิ บ้างช่วงจะเป็นช่วงที่สติอ่อน ครับ ธรรมกายใช้ประโยชน์จากการโน้มจิต ไป โดยการพูด เหมือนการสะกดจิต ที่เขาให้ดูนาฬิกา
จนคุณรู้ตัวอีกที่อยู่ไหนไม่รู้ นั้นล่ะ เขาให้เราจ้องเพื่อให้เกิดสมาธิ ถ้าสติคุณอ่อนก็เรียบร้อย พาไปดูนั้นดูนี้ พอหลงก็ง่ายแล้วครับ คนที่ฝึกสมาธิมามากยังหลงติดในนิมิตได้เลย(ไปดูเทวดา นรก สวรรค์) แล้วมือใหม่จะเหลือหรือ นี้แหละครับวิธีการ
เคยสงสัยว่าทำไมคนที่มีความรู้บางคนถึงศรัทธามาก พูดไงก็ไม่ฟัง แต่พอได้ศึกษาเรื่องฌาน คำสอนครูบาอาจาารย์ที่เคารพ ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น แล้วก็หมดความสงสัย
ขอคำอธิบายเพิ่มเติมด้วยครับ อยากรู้เหมือนกันในประเด็นนี้
เห็นหลายตนที่มีความรู้ มีฐานะ แต่กลับงมงายกับการทำบุญในวัดๆนี้มาก
อยากทราบบที่มาที่ไป รวมถึงขบวนการที่ทำให้คนเหล่านั้นสามารถคล้อยตามได้ด้วยนะครับ
ในฐานะที่ผมเคยศึกษาเรื่องวิชชาธรรมกาย ผมขอกล่าวถึงสั้นๆ โดยไม่เกี่ยวกับวัดธรรมกายว่า
วิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดนั้นเป็นสิ่งที่ดี เชื่อกันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ค้นพบวิชานี้และได้ตรัสรู้ รู้แจ้งในสรรพสิ่ง
หลวงพ่อสดเองก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอค้นพบหนทางแห่งการรู้แจ้งที่องค์พระพุทธเจ้าได้เคยพบ มิเช่นนั้นท่านจะไม่ยอมออกจากสมาธิ
ในที่สุดท่านก็ได้ค้นพบ วิชชานี้สอนให้เรามองเข้าไปที่ต้นธาตุต้นธรรมของตัวเอง โดยสมมุติใจกลางตัวเองข้างในเป็นลูกแก้วใสสว่าง
แล้วให้เราหยุดจิตที่กลางลูกแก้วนั้น แล้วมองเล็กเข้าไปกลางลูกแก้วนั้นอีกเป็นลูกแก้วหลายๆดวงซ้อนกันลงไป เรียกว่า หยุดในหยุด
หลังจากนั้นก็แล้วแต่ว่าใครจะต่อยอดวิชชาได้มากแค่ไหน บางท่านก็รู้ถึงบารมีภายในตัวและนำออกมาใช้ได้ บางท่านก็พิศดารกายทิพย์ได้
ตามแต่ความแกร่งกล้าของฌานสมาบัติ ถ้าถามถึงประโยชน์ของวิชชานี้ต่อคนทั่วๆไปที่ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงจังมากนัก
ก็คือการฝึกสมาธิ ฝึกจิตให้มีสตินั่นเอง
ถ้าไปดูจริงแล้ว หลวงพ่อสดไม่ได้บรรลุธรรมด้วยธรรมกายนะครับ ท่านก็ติด อยู่ในสังขารละเอียด ที่ปรุงขึ้น อาจารย์ของหลวงพ่อจรัญ (เจ้าคุณธรรมโชดกมั้งไม่แน่ใจ)ท่านเป็นคนแก้ให้ ครับ
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:12
ลัทธิเพ่งลูกแก้วนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย เป็นเพียงกสิณแสงสว่าง(อาโลกสิณ) แบบหนึ่ง.
ที่คนคลั่งวัดนี้แบบงมงายเพราะรูปแบบโฆษณาชวนเชื่อ มีการพูดซำ้และย้ำๆเรื่องการบริจาคคล้ายการสะกดจิต
กสิณแสง จะใช้แสงที่ผ่านรูฝาพนัง จะเห็นเป็นลำแสง แล้วบริกรรมภาวนา ครับ การเพ่งสมาธิ ของธรรมกายอีกอย่าง
ในขณะที่เกิดสมาธิ บ้างช่วงจะเป็นช่วงที่สติอ่อน ครับ ธรรมกายใช้ประโยชน์จากการโน้มจิต ไป โดยการพูด เหมือนการสะกดจิต ที่เขาให้ดูนาฬิกา
จนคุณรู้ตัวอีกที่อยู่ไหนไม่รู้ นั้นล่ะ เขาให้เราจ้องเพื่อให้เกิดสมาธิ ถ้าสติคุณอ่อนก็เรียบร้อย พาไปดูนั้นดูนี้ พอหลงก็ง่ายแล้วครับ คนที่ฝึกสมาธิมามากยังหลงติดในนิมิตได้เลย(ไปดูเทวดา นรก สวรรค์) แล้วมือใหม่จะเหลือหรือ นี้แหละครับวิธีการ
เคยสงสัยว่าทำไมคนที่มีความรู้บางคนถึงศรัทธามาก พูดไงก็ไม่ฟัง แต่พอได้ศึกษาเรื่องฌาน คำสอนครูบาอาจาารย์ที่เคารพ ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น แล้วก็หมดความสงสัย
ขอคำอธิบายเพิ่มเติมด้วยครับ อยากรู้เหมือนกันในประเด็นนี้
เห็นหลายตนที่มีความรู้ มีฐานะ แต่กลับงมงายกับการทำบุญในวัดๆนี้มาก
อยากทราบบที่มาที่ไป รวมถึงขบวนการที่ทำให้คนเหล่านั้นสามารถคล้อยตามได้ด้วยนะครับ
ในฐานะที่ผมเคยศึกษาเรื่องวิชชาธรรมกาย ผมขอกล่าวถึงสั้นๆ โดยไม่เกี่ยวกับวัดธรรมกายว่า
วิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดนั้นเป็นสิ่งที่ดี เชื่อกันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ค้นพบวิชานี้และได้ตรัสรู้ รู้แจ้งในสรรพสิ่ง
หลวงพ่อสดเองก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอค้นพบหนทางแห่งการรู้แจ้งที่องค์พระพุทธเจ้าได้เคยพบ มิเช่นนั้นท่านจะไม่ยอมออกจากสมาธิ
ในที่สุดท่านก็ได้ค้นพบ วิชชานี้สอนให้เรามองเข้าไปที่ต้นธาตุต้นธรรมของตัวเอง โดยสมมุติใจกลางตัวเองข้างในเป็นลูกแก้วใสสว่าง
แล้วให้เราหยุดจิตที่กลางลูกแก้วนั้น แล้วมองเล็กเข้าไปกลางลูกแก้วนั้นอีกเป็นลูกแก้วหลายๆดวงซ้อนกันลงไป เรียกว่า หยุดในหยุด
หลังจากนั้นก็แล้วแต่ว่าใครจะต่อยอดวิชชาได้มากแค่ไหน บางท่านก็รู้ถึงบารมีภายในตัวและนำออกมาใช้ได้ บางท่านก็พิศดารกายทิพย์ได้
ตามแต่ความแกร่งกล้าของฌานสมาบัติ ถ้าถามถึงประโยชน์ของวิชชานี้ต่อคนทั่วๆไปที่ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงจังมากนัก
ก็คือการฝึกสมาธิ ฝึกจิตให้มีสตินั่นเอง
ถ้าไปดูจริงแล้ว หลวงพ่อสดไม่ได้บรรลุธรรมด้วยธรรมกายนะครับ ท่านก็ติด อยู่ในสังขารละเอียด ที่ปรุงขึ้น อาจารย์ของหลวงพ่อจรัญ (เจ้าคุณธรรมโชดกมั้งไม่แน่ใจ)ท่านเป็นคนแก้ให้ ครับ
แล้วถ้าอย่างนี้เกิดบังเอิญผมมีโอกาสได้ไป จะโดนเค้าอาศัยจังหวะช่วงที่ผมจิตอ่อน เล่นงานให่้ผมติดงอมแงมได้เลยปะครับ? คืออยากไปลองดีบ้างอะครับ ^^ พอมีวิธีป้องกันไหม???
Edited by ter162525, 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:16.
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:25
ขอคำอธิบายเพิ่มเติมด้วยครับ อยากรู้เหมือนกันในประเด็นนี้
เห็นหลายตนที่มีความรู้ มีฐานะ แต่กลับงมงายกับการทำบุญในวัดๆนี้มาก
อยากทราบบที่มาที่ไป รวมถึงขบวนการที่ทำให้คนเหล่านั้นสามารถคล้อยตามได้ด้วยนะครับ
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:29
ขอคำอธิบายเพิ่มเติมด้วยครับ อยากรู้เหมือนกันในประเด็นนี้
เห็นหลายตนที่มีความรู้ มีฐานะ แต่กลับงมงายกับการทำบุญในวัดๆนี้มาก
อยากทราบบที่มาที่ไป รวมถึงขบวนการที่ทำให้คนเหล่านั้นสามารถคล้อยตามได้ด้วยนะครับ
เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
หลายคนที่มีความรู้ มีฐานะ มันก็ไม่ได้แปลว่าเขาเหล่าีนั้นเป็นคนดี เพราะฐานะและความรู้นั้นบ่งบอกความดีไม่ได้
คนมีฐานะดีบางคน รวยมาได้เพราะใช้ความรู้ความสามารถที่มี โกงบ้าน โกงเมือง โกงคนอื่น มาก็มี
เมื่อถึงวันที่ร่ำรวย เหลือกิน เหลือใช้ และเข้าสู่วัยใกล้ฝั่ง ก็อาจคิดถึงบาปกรรมที่เคยกระทำ
และ เมื่อมี ศาสดาแห่งอวกาศ มาบอกว่า บุญ นั้นสามารถซื้อได้ด้วยเงินตรา ไปสวรรค์ได้ด้วยเงินตรา
คนรวยเหล่านั้น ก็เหมือนแมลงเม่า ที่วิ่งหาแสงสว่างในที่มืดให้กับจิตใจของตน
นี่ละมั้ง ที่เป็นจุดอ่อนไหวของคนมั่งมีเหล่านั้น ให้คล้ายตาม และ เชื่อว่า ลัทธินี้เป็นเหมือนแสงไฟนำทาง
ด้วยความเชื่อว่า เงิน สามารถซื้อได้แม้แต่ทางขึ้นไปสวรรค์
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:08
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:12
Edited by sigree, 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:34.
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:27
ถ้าพูดด้านงานสถาปัตยกรรมเท่านั้น
ที่นี้เคยได้รางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นจาก สมาคมสถาปนิกสยาม
แต่ไม่ใช่ตัวเจดีย์นะ ตัวโบสถ์
เรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อ ส่วนที่เหลือไม่ขอวิจาร์ณครับ เกินจากที่ผมจะเข้าไปได้
ตอบ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:51
ถ้าพูดด้านงานสถาปัตยกรรมเท่านั้น
ที่นี้เคยได้รางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นจาก สมาคมสถาปนิกสยาม
แต่ไม่ใช่ตัวเจดีย์นะ ตัวโบสถ์
เรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อ ส่วนที่เหลือไม่ขอวิจาร์ณครับ เกินจากที่ผมจะเข้าไปได้
นั้นแหละครับทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีแต่พุทธจะมีเรื่องสมาธิ ซึ่งศาสนา อื่นไม่มี ไม่แปลกหรอครับ แต่ถ้าอยากรับรู้และเข้าถึง ผมแนะนำให้
พระเจ้าของคุณsigree คือพระอัลเลาะห์ ใช่ไหมครับ ลองดูก็ได้ เพราะหลวงพ่อจรัญท่านสอนทุกศาสนา ได้ ไม่จำเป็นต้องนับถือพุทธ
หายใจเข้า อัล หายใจออกเลาะห์ ก็ ได้ หรือ หายใจเข้าพูด พระอัลเลาะห์ หายใจออก ผู้เป็นเจ้าก็ได้ กำหนดเรื่อย เดี๋ยวเราก็มาเจอกัน อิอิอิ
ถ้านามพระผู้เป็นเจ้าของศาสนาอิสลามไม่ให้เอ่ยง่ายๆ ผมก็ขอโทษด้วยครับ
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน