Dislike Yingluck For Concentration Citizen[/b][/color][/size]
พท.โต้ด่าคนจบรามโง่

http://www.posttoday...้ด่าคนจบรามโง่/
จ.ส.ต.ประสิทธิ์ โต้ด่าม.รามฯ แจงประธานตัดบทขณะพูด ทำหลายฝ่ายเข้าใจผิด วอนอย่าเอาการศึกษาวัดโง่ฉลาด ฟุ้งจบนิติฯ ม.สยาม 10 ปีที่แล้ว
จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลายคนเข้าใจผิดว่าได้อภิปรายด่ามหาวิทยาลัยรามคำเเหง ทั้งที่ความจริงเเล้วในการประท้วง นายวัชระ เพชรทอง สส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อต้องการบอกว่านายวัชระไม่น่าโง่ เพราะรามคำเเหงเป็นสถาบันที่ดี ผลิตนักการเมืองเเละผู้พิพากษาจำนวนมาก นายวัชระ จึงไม่น่าจบจากรามคำเเหง เเต่เมื่อพยายามอธิบายคำประท้วง ประธานในที่ประชุมได้ตัดบทไม่ให้พูด ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด
“รามคำแหงเป็นสถาบันชั้นนำที่มีเเต่คนเก่งเเละฉลาด ผลิตบุคลากรชั้นนำมาก ทั้งนักธุรกิจ ผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ รวมถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ดังนั้นผมจะไปว่ารามคำแหงโง่ทำไม ต้องการยกย่องมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ” สส.สุรินทร์ กล่าว
เมื่อถามว่า จ.ส.ต.ประสิทธิ์ เรียนจบจากสถาบันใด เเกนนำเสื้อเเดงผู้นี้ ตอบว่า ไม่ได้จบสูงเหมือนคนทั่วไป เเต่มาตรฐานส่วนตัวคิดว่าไม่ควรเอาการศึกษามาวัด เพราะบางคนจบปริญญาเอก หมอ ก็ยังโง่อยู่ เช่น หมอรายหนึ่งที่ฆ่าหั่นศพ ถูกพิพากษาจำคุก การศึกษาดีเเต่ก็ยังทำผิด บางคนฉลาดเเต่เเกมโกง ส่วนตนจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เมื่อประมาณ 10 ปีที่เเล้ว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม และอดีตคณะบดีคณะนิติศาตร์ เพื่อตรวจสอบประวัติการศึกษาของ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ นายเจษฎ์ กล่าวว่าขอตรวจสอบจากฝ่ายทะเบียน ศิษย์เก่านักศึกษาคณะนิติศาสตร์ก่อน ต่อมานายเจษฎ์ได้ให้ข้อมูลว่า คณะนิติศาสตร์เริ่มทำการเปิดเรียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2528 เเละพบว่าไม่มีชื่อ จ.ส.ต.ประสิทธิ์เป็นศิษย์เก่าของคณะนิติศาสตร์ ถ้าจบจริงต้องเอาใบปริญญาตรีมายืนยัน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบจาก จ.ส.ต.ประสิทธิ์อีกครั้ง โดยยืนยันเช่นเดิมว่า จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เมื่อประมาณ 10 ปีที่เเล้ว เเต่จำไม่ได้ว่าปีใด เนื่องจากนานมากเเล้ว ก่อนที่จะรีบตัดสายโทรศัพท์ผู้สื่อข่าวทิ้ง
นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า คำพูดของ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ที่ว่า “ไอ้นี่ จบจากรามคำแหง โง่จริงๆ” เข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าไม่ได้ว่าตนคนเดียว แต่หมายรวมถึงผู้ที่จบจากรามคำแหงโง่ ซึ่งคำพูดแบบนี้ทำให้ลูกพ่อขุนทั้งประเทศสะเทือนใจ มีโทรศัพท์จากศิษย์เก่ารามคำแหงหลายคนโทรมาและบอกว่าเรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้น รวมถึง สส.พรรคเพื่อไทย ศิษย์เก่ารามคำแหงเองที่มาบอกหลังการประชุมว่าให้ตบปากจ่าประสิทธิ์ แล้วจะเป็นคนจ่ายค่าปรับให้เอง
นายวัชระ ยังกล่าวถึง ประวัติการศึกษาของ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ว่า จะเร่งตรวจสอบข้อมูล สส.ของพรรคเพื่อไทยเพื่อหาข้อเท็จจริง แต่เท่าที่เคยพบบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ ม.สยาม ไม่เคยเห็นใครมีพฤติกรรมเหมือนจ่าประสิทธิ์มาก่อน
นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภาและศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) เปิดเผยว่า ไม่ควรนำสถาบันทางการศึกษามากล่าวอ้างเพื่อกล่าวโจมตีฝ่ายตรงข้ามในรัฐสภา โดยมองว่าสถาบันการศึกษาไม่ว่าจะเป็น จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ หรือรามคำแหงนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าตัวบุคคล ในกรณีนี้ถือว่าผู้พูดไม่รู้จักกาลเทศะและขาดวุฒิภาวะอย่างสิ้นเชิงที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง
“การพูดแบบนี้ถือว่าดูถูกคนในสถาบันรามคำแหงทั้งหมดและก่อให้เกิดแรงต้านของคนในสถาบันด้วย ที่สำคัญคือเป็นการดูถูกคนในพรรคเพื่อไทยเอง โดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีที่จบ ดร.จากรามคำแหงเช่นกัน” นายวันชัยกล่าว
นายวันชัย ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐสภาได้กลายเป็นเวทีให้คนสร้างความเด่นดังให้ตัวเอง โดยการใช้วาทกรรมตอบโต้ คำพูดรุนแรงและเสียดสี คนที่ต้องการโด่งดังด้วยวิธีการเช่นนี้ถือเป็นคนที่มีจิตใจผิดปกติ ทำให้รัฐสภากลายเป็นสภาโจรที่ป่าเถื่อนมากกว่าสภาของผู้ทรงคุณวุฒิ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์และศิษย์เก่านิติศาสตร์ มร. มองว่า โง่หรือไม่โง่เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับสถาบัน ดังนั้นการกระทำของ สส.ประสิทธิ์โง่หรือไม่ควรดูที่เวลาพูด ตัวแทนย่อมสะท้อนประชาชนในพื้นที่ ไม่อยากวิจารณ์มากนักเพราะไม่ให้ค่าของ สส.ประสิทธิ์นานแล้ว หากพรรคเพื่อไทยควรทบทวนว่าการให้สส.ผู้นี้ทำงานส่งผลให้ความนิยมในพรรคดีขึ้นหรือเลวลง
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนาและศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ มร.กล่าวว่า ที่มองว่า จ.ส.ต.ประสิทธิ์ พูดไม่เหมาะสมนั้น มองว่า จ.ส.ต.ประสิทธิ์ต้องการสื่อความหมายว่า คนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงไม่น่าโง่ โดยกล่าวโจมตีบุคคล แต่ไม่ได้สื่อว่าคนจบรามคำแหงโง่หรือต้องการดูถูกสถาบัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นคงจะร่วมประท้วงในที่ประชุมด้วย เพราะก็จบรามคำแหงมาเช่นกัน
ทั้งนี้เห็นว่าในระยะหลังมารยาทของ สส.ในที่ประชุมทำให้เกียรติของรัฐสภาตกต่ำลง โดยเฉพาะการพูดชื่อสัตว์ของทั้งสส.ประสิทธิ์และสส.วัชระ เพชรทอง รวมถึงพฤติกรรมการปรบมือในที่ประชุมซึ่งตามสากลแล้วกระทำได้เฉพาะการให้เกียรติหรือยกย่องเท่านั้น ไม่ใช่แสดงความชอบใจส่วนตน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศิษย์เก่ารามคำแหงที่สร้างชื่อเสียงในแวดวงการเมือง อาทิ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ, นายบรรหาร ศิลปอาชา, นายชัย ชิดชอบ, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, นายจตุพร พรหมพันธุ์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, พล.ต.คมสัน มานวกุล, นายปณิธาน วัฒนายากร, นายสมชาย แสวงการ, นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์, นายเทพไท เสนพงศ์, นายเจือ ราชสีห์, นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ, นายธนิตพล ไชยนันทน์, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, นายชวลิต สุจริตกุล, นายสราวุธ เบญจกุล, นายมงคล สุระสัจจะ, นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์, นายวิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์, นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร, นายเสรี สุวรรณภานนท์ ,นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, นายพานทองเเท้ ชินวัตร เป็นต้น