เชื่อโดยปราศจากการคิดเองเป็น มันจะตอบที่ผมถามไว้ # 29 ไม่ด้ายยยยยคร้าา



ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 10:41
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 10:43
Edited by จีรนุช, 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 10:43.
รำคาญสลิ่มเที่ยมที่เข้ามาปล่อยสารพิษเรียกร้องความรุนเเรงเสดงออกถึงความคลั่งสงครามกลางเมืองยุเเยงสร้างภาพชั่วๆ
เอียนวะ เห็นคนเเถวนี้ไอคิวต่ำกว่า 90 หรือไง
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 10:51
Edited by susu, 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 10:53.
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 12:36
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 12:47
Edited by O2Mini, 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 12:47.
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 13:36
สิทธิตามระบอบประชาติปไตยมีไว้สำหรับให้เสื้อแดงผู้เรียกร้องประชาติปไตยเท่านั้น
ผู้อื่นห้ามใช้มิเช่นนั้นจะโดนประชาติปไตยลงโทษ
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 13:41
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 13:57
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 14:00
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 14:10
ยังดีที่มีรีพลายนี้
ทวดเอง หนึ่งในล็อคอินขวัญใจไพร่แดงเขาละ
เขียนบทความมายาวๆ ใช้ความเท็จ ผสมผสานความจริง ไม่บอกให้เชื่อ แต่ให้คิดเองตามเป้าที่มันกำหนด
แล้วชักนำให้ควายที่คิดว่าตัวเองเป็นราชสีห์ หลงไหลได้ปลื้ม ว่าสิ่งที่ตัวเองเป็น
สิ่งที่ตัวเองเชื่อ นั้นถูกต้องแล้ว ลักษณะการเขียนผ่านการกลั่นกรองอย่างดี
เข้าลากดำนาเมื่อไหร่ ก็มองหาอีตาทวดเองนี่แหละ ก่อนใคร
แล้วชี้จุดโกหกให้คนอื่นๆเห็น ครับ...
แต่ที่ผมชมเชยอย่างหนึ่งที่หายากในไพร่แดงทั้งหลาย
พอเข้าไปชี้ว่า "เอ็งโกหก" พวกก็ยอมรับความผิด แบนตัวเองเจ็ดวัน เลยละ...
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 14:22
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 21:06
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 21:16
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 21:49
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 23:10
ตอบ 8 กันยายน พ.ศ. 2555 - 23:26
เมื่อก่อนก็ใช้ 18 แหละ เมื่อไม่นานนี้เอง เพิ่งรู้ว่ามีเขางอกเลยเข้าใจว่าเป็นมงกุฏ เลยเพิ่มซะงั้นแค่ดูชื่อก็รู้ครับว่าคุณหลอกเขาหรือเขาหลอกคุณ
19 มงกุฎ..555 แค่18 ก็เยอะแล้วอะครับ ของคุณ เพิ่มมาอีก 1
ขอโทษด้วยที่ไม่ได้อ่านกระทู้จนจบ..5555 แบบว่าขี้เกียจอะ
ตอบ 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 01:15
3.1.1 การจัดเรียงลำดับคำสั่งซื้อขายเมื่อสามารถส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามา ระบบการซื้อขายจะเก็บคำสั่งซื้อขายไว้ตั้งแต่เวลาที่ส่งคำสั่งซื้อขาย จนถึงสิ้นวันทำการ และจัดเรียงคำสั่งซื้อขายตามลำดับของราคาและเวลาที่ดีที่สุด (Price then Time Priority) โดยมีหลักการคือ
(1) คำสั่งซื้อที่มีราคาเสนอซื้อสูงที่สุดจะถูกจัดเรียงไว้ในลำดับที่หนึ่ง และถ้ามีราคาเสนอซื้อที่สูงกว่าถูกส่งเข้ามาใหม่ จะจัดเรียง ราคาเสนอซื้อที่สูงกว่าเป็นการเสนอซื้อในลำดับแรกก่อนและถ้ามีการเสนอซื้อในแต่ละราคามากกว่าหนึ่งรายการ ให้จัดเรียงตามเวลา โดยการเสนอซื้อที่ปรากฏในระบบการซื้อขายก่อนจะถูกจัดไว้เป็นการเสนอซื้อในลำดับก่อน
(2) คำสั่งขายที่มีราคาเสนอขายต่ำที่สุดจะถูกจัดเรียงไว้ในลำดับที่หนึ่ง และถ้ามีราคาเสนอขายที่ต่ำกว่าถูกส่งเข้ามาใหม่จะจัดเรียงราคาเสนอขายที่ต่ำกว่า เป็นการเสนอขายในลำดับแรกก่อนละถ้ามีการเสนอขายในแต่ละราคามากกว่าหนึ่งรายการให้จัดเรียงตามเวลา โดยการเสนอขายที่ปรากฏในระบบการซื้อขาย ก่อนจะถูกจัดไว้เป็นการเสนอขายในลำดับก่อน
3.1.2 การจับคู่การซื้อขาย (Matching)เมื่อคำสั่งซื้อขายผ่านเข้ามาในระบบซื้อขายแล้ว ระบบซื้อขายจะตรวจสอบว่าคำสั่งนั้นสามารถจับคู่กับคำสั่ง ด้านตรงข้ามได้ทันทีหรือไม่ ถ้าคำสั่งนั้นสามารถจับคู่ได้ทันที ระบบก็จะทำการจับคู่ให้ แต่ถ้าคำสั่งนั้น ไม่สามารถจับคู่ได้ ระบบจะจัดเรียงคำสั่ง ซื้อขายนั้นตามหลักการ Price then Time Priority ตามที่กล่าวข้างต้นเพื่อรอการจับคู่คำสั่งต่อไป
(1) การซื้อขายระหว่างสมาชิก (Two-firm Trade Report ) โดยเมื่อมีการตกลงซื้อขายกันแล้ว ให้สมาชิกผู้ขายและสมาชิกผู้ซื้อบันทึกรายการซื้อขายเข้ามาในระบบการซื้อขาย
(2) การซื้อขายโดยสมาชิกผู้ซื้อและผู้ขายเป็นรายเดียวกัน (One-firm Trade Report) โดยเมื่อสมาชิกสามารถจับคู่การซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้แล้ว ให้สมาชิกบันทึกรายการซื้อขายเข้ามาในระบบการซื้อขาย
Edited by mongdoodee, 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 01:18.
ตอบ 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 02:07
ตอบ 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 16:21
ตอบ 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 16:35
ตอบ 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 20:13
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ทักษิณ ชินวัตร และ ชินคอร์ป
สรุปย่อ | 9.03.06
เนื่องจากเอกสารนี้ยาวและรายละเอียดมาก อาจไม่สะดวกกับทุกคน อ่านย่อสรุปนี้แล้วสนใจรายละเอียดค่อยไปดูแต่ละบทก็ได้
การเสียภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปฯการจัดตั้งบริษัทนอกอาณาเขต (Offshore Company) แบบแอมเพิลริช ไม่ผิดกฎหมาย ทำกันทั่วไป
- ขายหุ้นในตลาดไม่มีภาษี
- ครอบครัวชินวัตรมีสิทธิ์พื้นฐานในฐานะบุคคลธรรมดาขายหุ้นชินคอร์ปฯที่ถืออยู่ 49% ในตลาดหุ้น ไม่มีภาษี
- หากครอบครัวชินวัตรในฐานะบุคคลธรรมดาขายหุ้นชินคอร์ปฯในตลาดหุ้นครั้งนี้ต้องภาษี แสดงว่าคนซื้อขายหุ้น 5 แสนคนในตลาดต้องเสียภาษีกันทุกคน (ไม่งั้นควรช่วยกันประท้วงพวกประท้วงให้เลิกประท้วงเรื่องนี้)
- หากยังคาใจ ก็ควรไปหาทางฟ้องศาลให้ตัดสิน อย่าตัดสินกันเอง หรืออ้างศาลถูกครอบงำ
- ขายแอมเพิลริชนอกประเทศก็ไม่มีภาษี ขายโอนตัวหุ้นที่ถืออยู่ให้ตัวเอง ไม่มีเงินได้เพิ่มที่ต้องเสียภาษี ทั้งสองกรณีได้เท่าสิทธิ์เดิม
- ที่เอาหุ้นชินคอร์ปฯเข้าแอมเพิลริช 11% ในปี 42 เพราะเตรียมเอาชินคอร์ปฯเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ (ตอนหลังเลิกแผน) หากขายนอกประเทศ ก็ไม่มีภาษี (แต่ตั้งใจโอนกลับเพื่อให้เงินอยู่ในประเทศ)
- ตัวดร.ทักษิณ ครอบครัว บริษัท และพนักงานกว่า12,000 คน เสียภาษีและค่าสัมปทานสูงมากรวมปีละหลายหมื่นล้านบาท ไม่ใช่พวกเลี่ยงภาษีไม่รักชาติแน่
ครอบครัวชินวัตรขายแค่หุ้นชินคอร์ปแค่ที่ตนเป็นเจ้าของ 49% ให้กองทุนเทมาเสกและพันธมิตร
- เมืองไทยก็มี Offshore เรียกว่า BIBF วาณิชธนกิจ คนต่างชาติมาตั้งในไทยได้ไม่เสียภาษีไทยเช่นกัน
- แอมเพิลริช มีหน้าที่เป็นผู้ถือหุ้นชินคอร์ป ไม่ใช่เพื่อฟอก (หุ้นมีทะเบียน) ไม่ใช่เพื่อเลี่ยงภาษี (ไม่มีภาษีอยู่แล้ว)
- บริษัท Offshore จำนวนมากเข้าตลาดหลักทรัพย์สากล เช่น แนสแดก เป็นเรื่องธรรมดา
- ชินคอร์ปและดร.ทักษิณก็รายงานตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 42 มีจดหมายหลักฐานชัดเจน
การออกกฎหมายให้ต่างชาติถือหุ้นบริษัทโทรคมนาคมไทยได้ไม่เกิน 50%
- ไม่ใช่ขายทั้งบริษัท 100% เพราะที่เหลือเป็นของผู้ถือหุ้นอื่น
- ไม่ใช่ขายสัมปทาน, ความถี่, เครือข่าย, หรือหุ้นของบริษัทสัมปทานผู้ให้บริการมือถือ ดาวเทียม ทีวี
- ชินคอร์ปถือหุ้นในเอไอเอส 43% ในชินแซทเทลไลท์ 41% ในไอทีวี 53% ดังนั้น ถือได้ว่าเทมาเสก (ผ่านการถือหุ้น49% ในชินคอร์ป) มีความเป็นเจ้าของ เอไอเอส 21% ชินแซทเทลไลท์ 20% ไอทีวี 26% ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ถือว่าปกติ
- บริษัทโทรคมนาคมในภูมิภาค มีผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติจำนวนมาก เช่น Singtel ถือหุ้น 100% ใน Optus บริษัทมือถือและดาวเทียมอันดับสองของออสเตรเลีย เป็นโลกาภิวัฒน์ ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ เพราะอยู่ภายใต้กฎหมายไทยและเครือข่ายติดอยู่ในประเทศ (ถอดออกไปไม่ได้) ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและนโยบายของกระทรวงไอซีที, กทช
- ต้องแยกเรื่อง “เงินลงทุนและผู้ถือหุ้น” ออกจาก “บริษัทและใบอนุญาต” เพราะโทรคมนาคมลงทุนสูง ต้องส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ต้องหลีกเลี่ยงลัทธิปกป้องหรือกีดกันการค้า
- ไทยมีพันธสัญญาต่อ WTO เปิดเสรีโทรคมนาคม ภายในปี 2549
- วงโคจรดาวเทียมได้รับสิทธิจากสหประชาชาติ (UN) และ ITU ต้องทำตามกฎนานาชาติ รัฐบาลไทยได้สิทธิ์แต่ไม่ใช่เจ้าของ การให้บริการต้องเป็นสากล เน้นธุรกิจ อิงการเมืองไม่ได้ หากไทยอ้างหรือเน้นความมั่นคงหรือชาตินิยม ชาติอื่นก็จะเกิดกีดกันบ้าง
- ยูคอม ดีแทค มือถือรายใหญ่อันดับสองของไทย ก็เป็นของบริษัทเทเลนอร์ ของรัฐบาลนอร์เวย์เกือบ 100% ไม่มีภาษีจากการขายหุ้นเช่นกัน มีการถือหุ้นทางอ้อมผ่านตัวแทน ทำไมไม่ประท้วง
- ขณะนี้นายสนธิทำโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง ASTV แพร่ภาพในไทยโดยใช้ดาวเทียมต่างชาติ (New Sky Network NSN ยิงสัญญาณภาพจากฮ่องกง) ผิดกฎหมายไทย ทั้งโทรคมนาคมและโทรทัศน์ อ้างเรื่องเสรีสื่อ แต่เป็นภัยต่อความมั่นคงในการร่วมมือกับต่างชาติเพื่อทำสื่อข้ามประเทศเข้ามาประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย
ประเด็นการใช้ตัวแทนถือหุ้นให้ต่างชาตินอมินี (Nominee) เกิดจากการเอาประเด็นกฎหมายสองฉบับมาปนกัน คือ
- ปี 2543 รัฐบาลประชาธิปัตย์ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว (ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 50%) แต่ปี 2544 วุฒิสภาได้แปรญัตติให้สัดส่วนเป็น 25% แทน
- ทำให้ ดีแทค ออเร้นจ์ ทีทีแอนด์ที มีปัญหา จึงร้องเรียนเสนอพรรคการเมืองทุกพรรคให้ปรับ มีการอภิปราย แปรญัตติ มาตลอด 4 ปี จึงผ่านสองสภาปี 2548 ให้สัดส่วนต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 50% ตามร่างแรกเมื่อปี 2542
- สอดคล้องพันธสัญญาต่อ WTO เปิดเสรีโทรคมนาคม ภายในปี 2549
- เวลาที่กฎหมายมีผลใช้ใกล้กับการขายหุ้นเป็นความบังเอิญ เพราะเรื่องนี้ทุกพรรคและทุกสภาทำมา 4 ปี ผ่านสภา 14 กันยายน 2548
- ไม่มีผลต่อชินคอร์ป เพราะไม่ใช่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการโทรคมนาคมโดยตรง และยังไม่มีผลต่อเอไอเอสหรือชินแซทเทลไลท์ตามใบอนุญาตเดิม จะมีผลเมื่อมีใบอนุญาตใหม่ในอนาคต
กรณีไทยคมกับ BOI, FTA, Exim Bank
- ตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ปี 2542 ที่มีการควบคุมธุรกิจบางประเภท รวมถึงสื่อสาร ซึ่งชินคอร์ปเป็นสัญชาติไทยและไม่ได้ทำธุรกิจควบคุมตาม พ.ร.บ. ธุรกิจต่างด้าว แต่ถือหุ้นในบริษัทที่ทำ (ถือหุ้นในเอไอเอส 43% ในชินแซทเทลไลท์ 41% ในไอทีวี 53% ในไทยแอร์เอเชีย 49%)
- ตาม กฎ กลต เรื่องการครอบงำกิจการ ต่างชาติซื้อหุ้นชินคอร์ปเกิน 25% ต้องทำ Tender Offer ซื้อหุ้นคนอื่นหมด 100% จึงมีการนำพันธมิตรมาร่วมซื้อและถือหุ้นหลายราย ทั้งบริษัทกุหลาบแก้ว และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นความเหมาะสมในทางธุรกิจ
- ครอบครัวชินวัตรขายหุ้นชินคอร์ป 49% ที่ตัวเองถือ ไม่ได้ขายทั้งบริษัทเพราะคนอื่นถือส่วนที่เหลือ หากมีปัญหานี้ ผู้ขายหุ้นชินคอร์ป คนอื่นเป็นผู้รับผิดชอบ และ ผู้ซื้อหุ้นชินคอร์ปต้องแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่ปัญหาของผู้ขาย คือครอบครัวชินวัตร
- บริษัทใหญ่ๆในตลาดหลักทรัพย์ มีคำว่า Nominee ดังๆจำนวนมาก หากวันนี้กรณีเทมาเสกทำไม่ได้ จะมีปัญหากฎหมายตามมาอีกมาก กระทบการลงทุนจากต่างชาติ เพราะเราให้สิทธิ์ต่างชาติซื้อหุ้นน้อยกว่าหลายประเทศ ที่เปิดกว้างให้ต่างชาติถือหุ้นมาก
- ยูคอม ดีแทค ก็มีการถือหุ้นทางอ้อมผ่านตัวแทนให้บริษัทเทเลนอร์ เช่นกัน ทำไมไม่ประท้วง
ไทยคม กับ BOIไทยคมกับ FTA:
- ปกติ BOI ส่งเสริมให้บริษัทไทยและต่างประเทศลงทุนในประเทศในโครงการต่างๆจำนวนมาก รวมถึง ไทยคม 3 (ปี 40) และ ไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) (ปี 46 มีผลปี 49) ยกเว้นภาษีรายได้จากต่างประเทศ 8 ปี เพื่อส่งเสริมการลงทุน การส่งออก การแข่งขันกับดาวเทียมต่างชาติ การสร้างรายได้ที่มาจากนอกประเทศอยู่แล้ว ไทยคม1-2 ไม่ได้
- การส่งเสริมนี้ไม่ได้มาก เพราะประโยชน์ภาษีได้ปีหลังๆ และ ไทยคมมีต้นทุนแฝงสูงกว่าดาวเทียมต่างชาติมาก
- สามสี่ปีแรก รายได้ส่วนใหญ่มาจากในประเทศ และต้นทุนและค่าเสื่อมสูงมาก ยังไม่กำไร ไม่มีภาษีอยู่แล้ว
- คู่แข่งฮ่องกงไม่เสียภาษีรายได้นอกฮ่องกง รายได้จากในฮ่องกงภาษี 17.5% (ไทย 30%) ไม่มีค่าสัมปทาน (ไทยคม 15-25% ของรายได้ ขณะที่ต่างชาติมาขายในไทยอาจไม่เสียค่าสัมปทานด้วย?), ไม่ต้องยกทรัพย์สินดาวเทียมให้รัฐ ทำธุรกิจง่าย ต้นทุนต่ำกว่า (ไทยคมต้องยกให้รัฐ), ฮ่องกงเป็นประเทศปลอดภาษีนำเข้าอุปกรณ์ ต้นทุนถูกกว่ามาก
- ไทยคมและไอพีสตาร์เป็นการฉีกแนวให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีของตนเอง มีน้อยรายมาก
- ที่กล่าวหาว่า มูลค่าเม็ดเงินที่ได้รับการยกเว้นภาษีนี้สูงถึง 16,459 ล้านบาท จริงๆแล้ว กฎหมายให้ยกเว้นภาษีไม่เกินเงินที่ลงทุน คือ 16,549 ล้านบาท เป็นขอบเขตสูงสุด ไม่ใช่ได้ลดภาษีในจำนวนนี้ หากจะให้ได้ พบว่าไอพีสตาร์ต้องมียอดขาย 8 ปี = 2.75 แสนล้านบาท (ปีที่มีกำไร = 4 ปี) ปัจจุบัน ชินแซทมีรายได้ไทยคมราว 4 พันล้านบาท/ปี ต้องโต 20 เท่าในไม่กี่ปีข้างหน้า โอกาสยากมาก
สรุปย่อ คำอธิบาย กรณีขายหุ้นชินคอร์ป 3 6 มีนาคม 2549ไทยคมกับ EXIM BANK:
- จนบัดนี้ ชินแซทยังไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใดๆเป็นกรณีพิเศษจาก FTA
- เช่น ในปี 2548 ยอดขายของชินแซทในออสเตรเลียมีน้อยกว่า 1 ล้านเหรียญ (40 ล้านบาท) จากยอดรวมกว่า 4,000 ล้านบาท (~1%) น้อยมาก ทั้งที่มี FTA ตั้งแต่ 46 เพราะไม่มีสิทธิพิเศษต่อชินแซท
- FTA ไทย-ออสเตรเลียเขียนว่า: ออสเตรเลียจะไม่จำกัดโควตาของปริมาณบริการดาวเทียมและมือถือ และจะไม่จำกัดการถือหุ้นของไทยในบริษัท Optus และ Vodafone แต่จะไม่ผูกมัดในการให้ถือหุ้นโดยคนไทยในบริษัท Telstra
- ข้อเท็จจริง: ปกติออสเตรเลียก็ไม่จำกัดโควตาดังกล่าวอยู่แล้ว, Optus และ Vodafone ก็เป็นของต่างชาติ 100% ไปเจรจาเอาเอง Telstra ก็บอกจะไม่ช่วย และใหญ่เกินกว่าที่บริษัทไทยจะไปซื้อหรือลงทุน (Telstra มีมูลค่าตลาดราว 2.8 ล้านล้านบาท เอไอเอสของไทยใหญ่สุดแล้ว ราวสามแสนล้านบาท เล็กกว่ามาก)
- ที่รายการนี้ปรากฎใน FTA โดยไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทย เพราะประเทศคู่เจรจาจะขึ้นรายการที่เปิดเสรีอยู่แล้วให้ดูเหมือนยอมให้เรามาก เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปิดรับการค้าและลงทุนโทรคมนาคมจากต่างชาติ 100% อยู่แล้ว
http://sanpaworn.vis...-corp-deal/285/
- ตั้งแต่ปี 41 รัฐบาลพม่าซื้อของและบริการไทยคม ใช้งบประมาณ แต่ใน ปี 46 รัฐบาล กัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนามร่วมลงนาม “ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แม่น้ำอิรวดี - เจ้าพระยา – แม่โขง” หรือ ACMECS (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy)
- ไทยให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3% แบบรัฐต่อรัฐ (G2G Soft Loan) ประเทศละ 100 ล้านเหรียญให้ซื้อสินค้าไทย 3 ประเทศ 300 ล้านเหรียญ (12,000 ล้านบาท)
- ปลายปี 47 เมื่อรัฐบาลพม่าซื้อไทยคมไอพีสตาร์ ก็ใช้สิทธิ์เลือกใช้เงินกู้นี้ชำระ ราว 9.5 ล้านเหรียญ (380 ล้านบาท) (แค่ 3% ของเงินกู้ 3 ประเทศ, ตั้งแต่ปี 37 ลาว เขมร ซื้อไทยคมไอพีสตาร์ ไม่เคยใช้เงินกู้ของไทยเพื่อชำระ)
- EXIM Bank มีภารกิจสนับสนุนผู้ส่งออกด้วยการให้เงินกู้แก่ผู้ซื้อที่มีเครดิต เช่นชินแซทซื้อดาวเทียมและบริการยิง ไทยคม 1, 2, 3, 4, 5 ก็มี EXIM Bank ของสหรัฐและฝรั่งเศส ให้เงินกู้รวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท
- กรณีพม่า ปี 38 รัฐบาลนายกบรรหารเคยให้เงินกู้ 120 ล้านเหรียญช่วยพม่าในการจ่ายเงินค่าก่อสร้างสนามบินมันดะเลให้บริษัทอิตัลไทย เป็นเรื่องปกติของการช่วยเหลือการเงินแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) และส่งเสริมผู้ขายหรือบริษัทในประเทศในการค้าขายต่างประเทศ
- พม่า ลาว เขมร ซื้อสินค้าญี่ปุ่น เกาหลี จีน รัฐบาลประเทศผู้ขายให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเป็นจำนวนมาก ของไทยยังน้อยมาก
ตอบ 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 23:44
เกือบหลงเชื่อว่า คนที่เขียนสิ่งเหล่านี้ ว่า เริ่มกลับมาฉลาดพี่น้องเกือบหลงเชื่อว่า.... อะไรไปบ้างหรือเปล่าครับ
![]()
![]()
![]()
ตอบ 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 23:49
Edited by ฟังทั้งสองฝ่าย, 9 กันยายน พ.ศ. 2555 - 23:54.
ตอบ 10 กันยายน พ.ศ. 2555 - 00:58
Edited by mongdoodee, 10 กันยายน พ.ศ. 2555 - 01:12.
ตอบ 10 กันยายน พ.ศ. 2555 - 03:16
╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Hello, I'm a Kyubey /人◕ ‿‿ ◕人\
╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Please Make a contract with me and become a Magical girl! /人◕ ‿‿ <人\
ข้าพเจ้าขอสนับสนุนท่านผู้นำที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ!!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!!
ตอบ 10 กันยายน พ.ศ. 2555 - 09:55
เกือบหลงเชื่อว่าเสื้อแดงฉลาด และไม่กินหญ้า!!!!!!!!!!พี่น้องเกือบหลงเชื่อว่า.... อะไรไปบ้างหรือเปล่าครับ
![]()
![]()
![]()
เอ็งขอเป็น"ขี้ข้าโจร" ข้าเลือกเป็น"ข้าธุลีพระบาท" เอ็งขอเป็น"ไพร่" ข้าเลือกเป็น"พสกนิกร"
ตอบ 10 กันยายน พ.ศ. 2555 - 15:18
ตอบ 10 กันยายน พ.ศ. 2555 - 16:21
พี่น้องเกือบหลงเชื่อว่า.... อะไรไปบ้างหรือเปล่าครับ
![]()
![]()
![]()
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน