Jump to content


Excel

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 22 เมษายน 2553
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 30 พฤษภาคม 2557 09:04
-----

Topics I've Started

จวกมิตซูโอะทำเสีย ชาติพระ พระพยอมสวดยับ

30 มิถุนายน พ.ศ. 2556 - 20:08

ไม่พูดความจริงแต่แรก แฟนหนังสือโวยแหลก เคยเขียนสั่งสอนเอาไว้ ไม่มีเมีย-ชีวตมีความสุข แต่จู่ๆดันแต่งงานฟ้าผ่า

 

ตำหนิ - พระราชธรรมนิเทศ หรือพระ พยอม กัลยาโณ ตำหนิอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะที่ไม่เปิดเผยความจริงตั้งแต่แรกว่าสึกไปแต่ง งาน ขณะที่"มิตซูโอะ"แถลงผ่านคลิปยูทูบระบุ"สีกาแอน"ภรรยาเป็นคู่บุญบารมี ตามข่าว
 

ลูกศิษย์อดีตพระมิตซูโอะ ตั้งข้อกังขาหลังจาก 'สีกาแอน-สุทธิรัตน์ มุตตามระไฮโซสาวใหญ่ เข้ามาปรนนิบัติดูแลก็ทำให้อดีตพระดังมีอุปนิสัยเปลี่ยนไปกลายเป็นคนฉุน เฉียวง่าย ผิดจากแต่ก่อนที่เป็นคนสงบนิ่ง เผยในอดีตเคยเขียนหนังสือธรรมะสอนให้พุทธศาสนิกชนเห็นข้อดีของการอยู่คน เดียว มีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ทั้งยังชี้ว่าการไม่มีภรรยาเป็นลาภอันประเสริฐ การไม่มีคู่ทำให้ชีวิตเป็นอิสระ แต่ผลสุดท้ายตัวเองกลับสึกไปแต่งเมีย ด้าน 'พระพยอม' พระนักเทศน์ชื่อดังจวกยับทำอย่างนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชายชาติพระ

 

p0101300656p1.jpg


จาก กรณีนางสุทธิรัตน์ มุตตามระ หรือ "แอน" ไฮโซสาวใหญ่ อายุ 52 ปี อดีตผู้บริหารธุรกิจเสริมความงามคิว เมดิคอล เซ็นเตอร์ โพสต์เฟซบุ๊กโชว์ภาพถ่ายรูปคู่สุดสวีตหวานขณะท่องเที่ยวต่างประเทศกับพระ อาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก อายุ 62 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ซึ่งเพิ่งลาสิกขาอย่างเงียบๆ และบินกลับบ้านเกิดที่ประเทศญี่ปุ่นหลังจากอยู่ในเพศบรรพชิตมาเกือบ 38 ปี โดยนางสุทธิรัตน์อ้างว่าเหตุที่ต้องโพสต์โชว์ภาพความสนิทสนม นั่งกอดนั่งซบกับอดีตพระมิตซูโอะ เพราะมีผู้ไม่หวังดีกล่าวหาตนว่าวางยา รวมทั้งวางแผนแบล็กเมล์พระชื่อดังจนเสื่อมเสียชื่อเสียง



ต่อ มา เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. อดีตพระมิตซูโอะเผยแพร่ภาพขณะควงคู่กับนางสุทธิรัตน์ไปจดทะเบียนสมรสกันที่ เขตชิซึกูอิชิ จังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมให้สัมภาษณ์สั้นๆ ผ่านคลิปวิดีโอเปิดใจว่า เหตุที่ตัดสินใจสึกมาใช้ชีวิตคู่กับไฮโซสาวใหญ่ เพราะฝ่ายหญิงเป็นเนื้อคู่มาแต่ชาติก่อน เป็นคู่บารมีกัน หลังจากนี้จะไปยื่นเรื่องจดทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว อีกครั้ง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า นางสุทธิรัตน์เคยเปลี่ยนชื่อมา 3 ครั้งและหย่ากับสามีมาแล้ว 2 คน ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เตรียมตรวจสอบบัญชีการเงินของวัดสุนันทวนารามที่พระมิตซูโอะเคยเป็นเจ้า อาวาส ตามที่เสนอข่าวมาตามลำดับ



ความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสวนแก้ว หมู่ 1 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นร้อนการคบหากันระหว่างอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะกับนาง สุทธิรัตน์ว่า อาตมาไม่เชื่อคำที่ลูกศิษย์และอดีตพระมิตซูโอะระบุมาตั้งแต่แรกแล้วที่ออกมา ให้เหตุผลของการลาสิกขาว่าเนื่องมาจากอาการป่วย เพราะคิดถึงบ้านเกิดที่ประเทศญี่ปุ่น เลยต้องสึก และได้วิจารณ์ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องมี 2 เรื่องที่เป็นสาเหตุให้สึก คือ เงินผลประโยชน์และเรื่องผู้หญิง ที่ทำอย่างนี้ถือว่าท่านไม่ใช่ลูกผู้ชายชาติพระ



"ถ้าสึกไป แล้วไปถ่ายรูปกับสีกาอย่างนี้ ถ้าเป็นอาตมาจะพูดอย่างลูกผู้ชายชาติพระเลยว่าอาตมาเสี้ยนกับบุพเพสันนิวาส เจอคู่เก่าที่เป็นพรหมลิขิต ทนไม่ไหวเเล้วขอสึก ถ้าพูดอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็จบเเล้ว ไม่ต้องมีคนมาตั้งข้อสงสัยแล้วว่าสึกเพราะถูกมูลนิธิบีบคั้นเรื่องผล ประโยชน์หรือไม่ ถ้าท่านพูดความจริงตั้งแต่แรกจะไม่มีจิ๊กซอว์ หรือจินตนาการที่เกิดขึ้นกับคนในสังคม แต่นี่สึกปุ๊บก็แต่งงานเลยทำให้เกิดคำถามว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ หรือมีข้อสัญญาตกลงก่อนที่จะสึกหรือไม่" พระพยอม กล่าว



พระ พยอมระบุว่า เชื่อว่าอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะรักศาสนาแน่ แต่อาจเข้าคำโบราณที่ว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิด เพราะอาจให้โอกาสผู้หญิงคนนี้ชิดมากไปจึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ แต่ว่าส่วนดีของท่านคือเมื่อรู้ว่าอยู่ไม่ได้เเล้วก็สึก ดีกว่าพวกอีแอบทั้งหลายที่ใช้ผ้าเหลืองใฝ่ต่ำ ทำเรื่องเลวร้ายและไม่ยอมสึก พวกนั้นเลวกว่าอดีตพระมิตซูโอะเยอะ



"เสียดายว่าท่านไม่พูด ความจริงตั้งแต่แรก ตอนแรกทำไมไม่บอก ทำเป็นอำพราง กลัวเสียฟอร์มใช่หรือไม่ ถ้าบอกว่าสึกเพราะผู้หญิง ลูกผู้ชายชาติพระกลัวเสียหายอะไร คนเขาไม่ได้สึกไปมีเมียองค์เดียวบนโลกนี้สักหน่อย สึกไปมีเมียเป็นร้อยๆ คนก็มี เสียดายว่าท่านพูดสอนสั่งกับการกระทำไม่ตรงกัน อาตมาเป็นแฟนรายการทีวีท่าน สิ่งที่ชอบใจเมื่อท่านพูดออกทีวีที่ว่าท่านเจอสุขทางใน สุขภายใน แต่สงสัยว่าสุขภายในทำไมต้องวิ่งหาสุขภายนอกอีก แล้วทำไมต้องวิ่งหาตอนแก่ด้วย แสดงว่าสุขภายในที่ท่านสอนนั้นหาไม่เจอ มาเจอสุขที่อ้างว่าเป็นบุพเพสันนิวาส หรือพรหมลิขิต ทำให้คำพูดคำสอนกับพฤติกรรมไม่ตรงกัน พระพุทธเจ้าเคยพูดไว้ว่าถ้าสอนอย่างไร ให้ทำอย่างนั้น แต่นี่สอนอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่งทั้งที่ถ้าเป็นพุทธแท้จริงยังมาใช้คำว่า พรหมลิขิตถือว่าใช้ไม่ได้ ต้องใช้คำว่ากรรมลิขิต หรือกิเลสลิขิต ส่วนท่านอ้างเรื่องเจ็บป่วยถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะว่าเป็น พระบวชมานานขนาดนี้แล้วกลัวตายอะไร" พระพยอม กล่าว



เจ้า อาวาสวัดสวนแก้วกล่าวต่อว่า ส่วนดีของอดีตพระมิตซูโอะก็มี โดยบวชแล้วท่านทำประโยชน์ สงเคราะห์ และเผยแพร่ เรื่องเคร่งครัดก็พอสมควร แต่ก็อย่างว่าจะไปตรงกับคำว่ากุปปะธัมโม อะกุปปะธัมโม หมายถึงธรรมที่นึกว่าหลุดแล้ว แต่เกิดกำเริบ นึกว่าคุมกิเลสอยู่เเล้ว แต่กลับกำเริบ แสดงว่าวูบ สอนแทบเป็นแทบตายแต่ดันวูบ เรียกว่าวูบตอนแก่ โดยเฉพาะเรื่องความเร็วทำให้คนสงสัย ท่านพูดได้ว่าท่านมีความรักหลังสึก แต่ถ้าถามว่ามีการพูดตกลงกันก่อนหน้านั้นมีไหม อย่างชายหญิง 2 คน เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน เมื่อเรียนจบเเล้วแต่งงานกันเลย จะถามว่าปิ๊งกันวันที่เรียนจบอย่างนั้นหรือแล้วแต่งงานกัน ถ้าท่านพูดมาตั้งแต่แรกก็จบ จะไม่มีข้อครหา หรือข้อนินทาอะไร แต่ออกมาพูดตอนนี้ช่วยลบล้างได้นิดหน่อย หรือกำลังไปหาทางออกอยู่ ถ้าบริสุทธิ์ใจน่าจะบอกตั้งแต่แรก น่าจะบอกความจริง อุตสาห์สั่งสมบุญมาตั้งนาน อย่างนี้เรียกว่าเรือล่มเมื่อจอด



ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ผ่านมา อดีตพระมิตซูโอะเขียนหนังสือธรรมะ ชี้แนะข้อดีของการอยู่คนเดียวอยู่หลายครั้ง อาทิ ข้อความในหนังสือสุขกายสุขใจ ระบุว่า "พระพุทธเจ้าก็เปรียบการประพฤติพรหมจรรย์ว่า ต้องไม่มีจิตผูกพัน ปลีกวิเวกไปแต่ผู้เดียวเหมือนนอแรด โดดเดี่ยวไม่มีคู่ สำหรับเราถ้าหาเพื่อนที่ดีไม่ได้ หรือมีเพื่อนน้อยอาจเป็นด้วยอุปนิสัยของเรา หรือไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ให้เราทำอะไรด้วยตัวเอง เช่น เดินทางคนเดียว ไปปฏิบัติธรรมคนเดียว หรืออยู่คนเดียวเป็นโสด



เราต้อง รู้จักพอใจในชีวิต แม้ว่าจะไม่มีคู่ก็ไม่เป็นไร เราก็อยู่ได้ด้วยตนเอง มีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความรักเสมอตนไม่มี หมายความว่า เราต้องรู้จักรักและเมตตาแก่ตนเอง รักษาจิตใจตัวเองให้มีความสุข ความสบายใจ จริงๆ แล้วคนที่ตั้งใจเลือกใช้ชีวิตโสดก็มีอยู่มาก พระพุทธเจ้าก็สอนว่า การไม่มีสามี หรือไม่มีภรรยา เป็นลาภอันประเสริฐ การไม่มีคู่ก็ทำให้ชีวิตเป็นอิสระ สามารถเลือกทำสิ่งที่ชอบได้ ทั้งเพื่อประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อตั้งใจจะปฏิบัติธรรมแสวงหาความสุขในชีวิตด้วยการรักษาศีล เจริญสมาธิ บำเพ็ญภาวนา ก็น่าจะมีอิสระเต็มที่ ไม่ต้องมีห่วงกังวลกับครอบครัว"



มีรายงานข่าวด้วยว่า ภายหลังจากอดีตพระมิตซูโอะกับนางสุทธิรัตน์ หรือสีกาแอน จดทะเบียนสมรสกันแล้ว มีกลุ่มลูกศิษย์ใกล้ชิดโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุถึงข้อสงสัยในการเข้ามาใกล้ชิดปรนนิบัติหลวงพ่อมิตซูโอะ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาสุขภาพตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเม.ย. 2556 จนทำให้พระมิตซูโอะมีท่าทีเปลี่ยนไป จากเคยมีอุปนิสัยสงบนิ่งก็โมโหโกรธา จากนั้นเมื่อช่วงต้นเดือน 10 มิ.ย. เมื่อมีกระแสข่าวการลาสิกขาและจะเดินทางไปฮ่องกงของพระมิตซูโอะ ลูกศิษย์กลุ่มนี้จึงไปดักรอที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนกระทั่งได้พบกัน เมื่อสอบถามได้รับคำตอบจากพระมิตซูโอะว่าการบวชเป็นพระสอนได้แค่คนที่เคารพ ผ้าเหลือง ถ้าเป็นคนธรรมดาจะสอนคนได้ทุกชาติ ทุกศาสนา ขณะที่ฝ่ายลูกศิษย์ขอให้พระอาจารย์อยู่ที่มูลนิธิมายาโคตมี วัดสุนัน ทวนารามต่ออีก 2-3 วันแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยเมื่อสอบถามพระอาจารย์ว่าเหตุใดจึงไปกับสีกาแอน อดีตพระมิตซูโอะตอบว่า ด้วยเหตุและปัจจัย และเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกัน

หน้า 1

http://www.khaosod.c...HdOaTB6TUE9PQ==

 

---------------------------------------

ที่จริงท่านน่าจะไปกล่าวถึงพระอีกรูปมากกว่านะ  ผิดศีล ผิดวินัยสงฆ์มากกว่าด้วย