วันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2555 เวลา 21:17 น.












"ปู"ลงพื้นที่ดูจ่ายเงินค่าชดเชยน้ำท่วมปทุมธานี ยืนยันรัฐบาลไม่ท้ิงประชาชน ถ้าค่าชดเชยน้อยไปให้ตั้งคณะกรรมการกลางดูค่าเสียหายตามจริง ย้ำให้ รมต.ลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำท่วมทั่วประเทศ 10 วันเพื่อให้มั่นใจดูแลประชาชนไม่บกพร่อง ชาวบ้านโวย ส.ส.ปทุมธานีไม่เคยเห็นหัว "สุรพงษ์" รีบแจงทำงานในภาพกว้าง ต้องดูแลประชาชนทั้งหมดคงยาก
วันนี้ ( 5 มิ.ย.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่วัดสุราษฎร์รังสรร (วัดดอน) อ.สามโคก จ.ปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ น.อ.อนุดิษฐ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ไอซีที ) เดินทางไปพบปะชาว อ.สามโคก เพื่อรับฟังสถานการณ์ล่าสุดในการจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 หลังจากที่มีการประท้วงว่า ได้รับเงินอย่างไม่เป็นธรรมในหลายพื้นที่โดยนายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผวจ.ปทุมธานี ได้รายงานว่า พื้นที่ จ.ปทุมธานี มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 3.6 แสนราย เริ่มจ่ายเงินเยียวยาค่าซ่อมแซมบ้านเรือนตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้จ่ายไปแล้วใน 2 อำเภอ คือ สามโคก และ ลาดหลุมแก้ว เหลืออีก 4 อำเภอที่กำลังดำเนินการ ส่วนข่าวที่มีชาวบ้านไม่พอใจนั้น ได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานลงไปสำรวจและให้ความเป็นธรรมแล้ว โดยจะเริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบได้ในวันที่ 6 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งที่ ต.คลองควาย มีชาวบ้านร้องเรียนให้ทบทวนใหม่ทั้งหมด 7,638 ครอบครัว
ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าทุกหน่วยราชการได้ให้การดูแลประชาชนอย่างเต็มที่และให้ความยุติธรรมยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ได้สั่งการให้จังหวัด ตั้งคณะกรรมการดูแลให้ความยุติธรรมกับประชาชน โดยหลักเกณฑ์คือ ถ้าประชาชนพื้นที่ใดพอใจแล้วให้เบิกจ่ายได้เลย หากเห็นค่าชดเชยน้อยไป ให้ตั้งคณะกรรมการกลางไปดูความเสียหายตามจริง รัฐบาลอยากจ่ายเงินให้เต็มที่แต่อยากให้ประชนเห็นใจจังหวัดอื่นๆด้วย เพราะเราต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตนจะเรียกประชุม ผวจ.ทั้งหมดเพื่อมั่นใจว่าการดูแลประชนไม่ตกหล่น และได้สั่งการรัฐมนตรีทั้งหมด 31 คนลงพื้นที่ใน 31 จังหวัด ที่มีผลกระทบต่ออุทกภัยที่ผ่านมา ให้ลงเป็นเวลา 10 วันเพื่อดูแลการเยียวยาให้ยุติธรรมถึงไม่ขาดตกบกพร่อง และให้ไปติดตามงบประมาณ ในการป้องกันน้ำท่วม โดย จ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้ น.อ.อนุดิษฐ เป็นผู้รับผิดชอบ ตนต้องการลงพื้นที่ให้เห็นกับตา เพื่อให้เกิดความสบายใจและไม่อยากให้ประชาชนลำบาก เพื่อไปร้องเรียนยังที่ต่างๆ ขอให้อยู่กับบ้าน หากมีปัญหาให้แจ้งไปยังนายอำเภอและหน่วยงานในพื้นที่ และหากไม่ใจอีกให้ร้องเรียนโดยตรงไปที่สายด่วน 1111
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรียังได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนชาวบ้านเข้าร้องเรียน ซึ่งชาวบ้าน ต.คลองควาย ได้ลุกขึ้นร้องเรียนว่า ส่วนราชการในพื้นที่ไม่เคยให้รายละเอียดหลักเกณฑ์ประเมินความเสียหายเลย จึงทำให้ได้รับเงินน้อยกว่าความเป็นจริง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้เรียกให้ นายเฉลิม รัตนเกื้อ เข้าชี้แจงทันที จังหวะนั้นกลุ่มชาวบ้านได้แสดงความไม่พอใจ ส่งเสียงโห่ร้องกึกก้อง นายอำเภอสามโคกด้วยเสียงอันดัง ขณะเดียวกันทางนายอำเภอสามโคก พยามยามลุกขึ้นชี้แจงแต่ไม่ได้ระบุว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร เพียงแต่ยืนยันว่า ได้ประสานกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) จังหวัด เรียบร้อยแล้วเพื่อลงไปสำรวจข้อเท็จจริงให้ทราบหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน
นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า จะให้กระทรวงมหาดไทยไปตั้งกรรมการการจ่ายเงินในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ทุกอำเภอเพื่อให้ได้รับความเสมอภาค และ ยุติธรรม เพียงแต่ขอให้ประชาชนรอหน่อย ยืนยันว่าการทำเช่นนี้ไม้ได้ต้องการจับผิดหน่วยราชการ แต่ต้องการให้ยึดหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง โดยจะให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน หลังจากนั้นจะจ่ายเงินให้ชาวบ้านทั้งหมด ก่อนที่หน้าฝนจะมาอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ชาวบ้านร้องเรียนต่ออีกว่า ให้ ส.ส.ปทุมธานี ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านด้วยเพราะว่า 3-4 เดือนไม่เห็นเลย ซึ่งนายกได้เรียก นายสุรพงษ์ อึ้งอำพรวิไล ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ชี้แจงกับชาวบ้านทันที โดยนายสุรพงษ์ยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดน้ำท่วมส.ส.ในพื้นที่ได้ลงช่วยชาวบ้านตลอดแต่เราทำงานในภาพกว้าง ได้รับการช่วยเหลือทั้งหมดคงยาก ส.ส.มาจากเลือกตั้งของประชาชน ต้องมีหน้าที่ดูแลประชาชนก็ฝากไปถึงส.ส.ทั้งหมดด้วย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายบัญชา บุญประสม อดีตผู้ใหญ่บ้าน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ที่ 17 ต.บึงสนั่น อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนเองได้รับใบแจ้งจากทาง อ.ลำลูกกา เพื่อให้ไปรับเงินช่วยเหลือค่าน้ำท่วมในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ แต่เมื่อได้อ่านดูแล้วถึงกับงง ว่าทำยอดเงินที่ทางอำเภอระบุมีเพียง 15 บาท โดยนายบัญชา ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่บ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้อยู่บนเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา เฉพาะที่ปลูกบ้าน ซึ่งจากการตรวจดุยังพบคราบน้ำที่ท่วมมีความสูงประมาณ 1 เมตรเศษ และมีร่องรอยของความเสียหายที่บานประตู ข้าวของเครื่องใช้ รถไถนา และเครื่องยนต์ที่ใช้ในการทำนา วิดน้ำ ไถนา ซึ่งค่าเสียหายที่ได้แจ้งไปเมื่อเจ้าหน้าที่มาสำรวจนั้น แจ้งไปประมาณ 19,000 บาท สอบถามบ้านติดกันทราบว่าได้รับเงินช่วยเหลือถึง 25,000 บาท
นายบัญชาได้กล่าวต่อว่า หลังจากที่ตนเองได้ยื่นหนังสือไปให้ทางอำเภอดู ผ่านไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ได้มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาต่อว่าตนเองทำนองว่า ไม่อยากให้ออกสื่อเพราะเรื่องเงินนั้นเดี๋ยวจะเอาไปแก้ให้ ซึ่งต่อมาเขาก็เอาหนังสือซึ่งเป็นฉบับเดิม ไปเติมเลข 0 มาอีกสามตัว กลายเป็นว่าตนเองได้รับเงินเพิ่มโดยฉับพลันเป็นเงิน 15,000 บาท ซึ่งตนเองนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทางหน่วยงาจึงได้มีความบกพร่องถึงขนาดนี้ เพราะตามหลักการแล้วจำนวนเงิน ที่แจ้งยอดมาเป็นตัวเลขนั้น จะต้องมีจำนวนเงินที่เขียนเป็นตัวหนังสือกำกับเอาไว้เพื่อป้องกันการผิดพลาด โดยเฉพาะรายของตนเองนั้นจะผิดโดยตั้งใจหรือไม่หรือว่าเขาต้องการจ่ายเพียง 15 บาท ตามที่ระบุ เพราะไม่รู้เขาเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ และถ้าหากเกิดจาการผิดพลาดของตัวเลขก็ไม่น่าจะใช่ และการแก้ไขนั้นก็แค่เอาไปเติมเลข 0 เพิ่มมาอีกสามตัว ซึ่งเหมือนมันง่ายเกินไป ตนเองคิดว่า เรื่องอย่างนี้ไม่น่าจะเกิดกับตนเพียงรายเดียว จะต้องมีรายอื่นๆเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่น่าจะมีอะไรที่รัดกุมมากกว่านี้
ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ จ.ปทุมธานี ชาวบ้านรายหนึ่ง ถามนายกรัฐมนตรีว่าที่ว่าจะได้เงินเร็วที่สุด คือกี่วัน กี่เดือน เพราะรอมา 6 เดือนแล้ว ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่เกิน 1 เดือนกรณีที่ไม่มีการร้องเรียน ทำให้ชาวบ้านบางส่วนโห่ร้องไม่พอใจ พร้อมตะโกนว่า 1 เดือนนานเกินไป นายกรัฐมนตรีจึงต้องกล่าวย้ำอีกครั้งว่าทุกคนจะได้เงินก่อนฝนมาแน่นอน
จากนั้น เวลา 17.30 น. นายกฯ พร้อมคณะเดินทางมายังวัดคลองชัน ต.ลาดสวาย จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามและรับฟังปัญหาการจ่ายเงินเยียวยา โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่าจะให้ความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมในทุกพื้นที่โดยเร็ว พร้อมสั่งการ ผวจ.นายอำเภอและหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ดำเนินการอย่าให้ขาดตกบกพร่อง ทุกอย่างต้องดำเนินการให้ชัดเจนโปร่งใส ยืนยันรัฐบาลจะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีหยอดคำหวานกับชาวบ้านว่า ตอนนี้สามารถทำงานได้ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร เพราะได้กำลังใจและแรงเชียร์จำนวนมากเช่นนี้
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังชุมชนซอยแอนเน็ค เขตสายไหม และได้กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า จะให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เรียกประชุมทุกเขตใน กทม. เพื่อให้จ่ายเงินชดเชยให้เร็วที่สุด ซึ่งทาง กทม.เพิ่งส่งข้อมูลมาให้รัฐบาล และรัฐบาลได้อนุมัติเงินให้ กทม.แล้ว หากหลักเกณฑ์ถูกต้องก็จ่ายได้ทันที
ที่มา เดลินิวส์
http://www.dailynews...politics/118194
Edited by โจโฉ นายกตลอดกาล, 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:03.













