Jump to content


Photo
- - - - -

พยัคฆ์ติดปีก!!! ผลิตรถถล่มสถิติ50ปี ผลพวงนโยบายรถคันแรก


  • Please log in to reply
71 ความเห็นในกระทู้นี้

#51 Bookmarks

Bookmarks

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 33,617 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 19:12


คนใช้สิทธิ์น้อย เล็งเพิ่มเวลารถคันแรก 5 มิถุนายน 2555


ปัญหาการส่งมอบรถยนต์ที่ล่าช้าจากผลกระทบน้ำท่วม ทำให้คาดว่าจะไม่ทันต่อโครงการรถยนต์คันแรก กรมสรรพสามิตจึงเตรียมเสนอขยายระยะเวลาออกไปอีกครั้ง

เนื่องจากพบว่าขณะนี้มีผู้มาใช้สิทธิขอคืนเงินเพียง 4 หมื่นราย จากเป้าหมาย 5 แสนราย

กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอกระทรวงการคลังขยายเวลาโครงการรถคันแรกออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมนี้



เพื่อให้ผู้ที่ถือใบจองรถภายในปีนี้ สามารถรับรถภายในเดือนมีนาคมปีหน้าได้ เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลในปัจจุบันพบว่า มีผู้ใช้สิทธิรถคันแรกจำนวน 4 แสนราย โดยจดทะเบียนกับกรมขนส่ง 1แสน 7 หมื่นคัน

และยื่นเรื่องขอคืนเงินเพียง 4 หมื่นรายจากเป้าหมาย 5 แสนราย โดยสาเหตุสำคัญมาจากปัญหายังไม่ได้รับส่งมอบรถ

นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า มีความจำเป็นที่โครงการนี้จะต้องขยายระยะเวลา เนื่องจากผู้ประกอบการรถยนต์ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

จึงไม่สามารถส่งมอบรถให้ผู้ซื้อรถคันแรกได้ทันภายในปีนี้ แต่ทั้งนี้ชื่อผู้ถือใบจองจะต้องเป็นชื่อเดียวกับผู้ซื้อรถ เพื่อป้องกันการซื้อขายใบจองเพื่อให้สิทธิคืนเงินรถคันแรกจำนวน 1 แสนบาท

โดยก่อนหน้านี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า ต้องการให้ผู้ซื้อรถคันแรกตัดสินใจซื้อ

โดยไม่ต้องรอว่ารัฐบาลจะขยายเวลารถคันแรกออกไปหรือไม่ ซึ่งหากมีอุปสรรคเรื่องการส่งมอบรถยนต์ไม่ทันก็อาจจะพิจารณาเงื่อนไขก่อนการขยายระยะเวลา


#52 puggi

puggi

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,869 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 20:00

มาบอก เฮน ไต๋ อีกเรื่อง ยอดรถที่พุ่ง มาจากสองเหตุนะ

1 สึนามิ ญี่ปุ่น ตอนต้นปี ทำให้ โรงงานผลิตรถไทยชะงัก ไปช่วง เพราะว่ารอ อะไหล่จากญี่ปุ่น ยอดผลิตอั้นครั้งที่ หนึ่ง

พอ ญี่ปุ่นเริ่มกลับมาได้ ยอดผลิตควรจะผลิตได้ตั้งแต่ไตรมาส 3

2 แต่น้ำท่วมเมืองไทยเพราะอำมาตย์กักน้ำตามที่ มึงบอก เลยทำให้ ยอดผลิตมันอั้นครั้งที่สอง คราวนี้เค้าเลยรีบผลิตส่งไปนอกตามยอดที่อั้นตั้ังแต่ปีที่แล้ว เพราะอาจจะไม่ได้ผลิตได้อีกตอนน้ำท่วมปีนี้ก็ได้

ไม่แปลกที่จะผลิตได้เยอะขนาดนี้

เข้าใจยัง ไอ้ กระบือ

Edited by puggi, 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 20:01.


#53 Lucy Van Pelt

Lucy Van Pelt

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 525 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 20:19

โรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่เค้าจะผลิตแบบ Just In Time นะครับ คือสั่งเมื่อไหร่ ทำเมื่อนั้น การผลิตต้องใช้เวลาน้อยที่สุดโดยเฉพาะของราคาสูงอย่างรถ แม้ว่าจะมีกำลังผลิตมาก แต่ถ้าไม่มีคำสั่งซื้อ เค้าก็ไม่ผลิต เพราะฉนั้นคำถามที่ว่าเมื่อก่อนมัวทำอะไร คำตอบก็คือรอคนซื้อครับ

จะว่าไปแล้วเราเป็นพยัคฆ์ติดปีกตอนนี้หรือเปล่า เราอาจจะมีศักยภาพพอสมควร แต่จะพึ่งการประกอบอย่างเดียวแบบนี้ใครๆก็ทำได้ ตอนนี้โรงงานที่ทำอยู่ต้นทุนชักจะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับสินค้าที่ผลิตตอนนี้จะเป็นประเภท low volume, high variation ซึ่งบริหารจัดการยาก พวก hi volume เองเราก็สู้กับจีนลำบาก โรงงานที่ผมทำเค้าเริ่มมองๆลาวไว้แล้ว อาจจะย้ายกำลังการผลิตไปไว้ที่โน่นบางส่วน

ยิ่งเจอนักศึกษาที่จบมาใหม่ๆยิ่งปวดหัว คือมาถึงผมนี่ค่อนข้างท้ายแถวแล้ว หัวแถวเค้าไปทำงานบริษัทที่(ฟังแล้ว)หรูๆกันหมด ตอนนี้ลูกน้องที่พอใช้งานได้คือพวกฟิลิปปินส์ที่ย้ายมาจากประเทศเค้าเพราะบริษัทสาขาของผมที่ฟิลิปปินส์ปิดตัวลงไป อีกหน่อยเปิดเสรีแรงงานนี่บอกตรงๆว่าแรงงานจากมาเลย์และฟิลิปปินส์เข้ามาเต็มๆแน่ๆ โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ต้องติดต่อกับพวกฝรั่ง :wacko:

#54 wat

wat

    เนตังมะมะ เนโสหะมัสมิ นะเมโสอัตตา.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,542 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 20:33

โรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่เค้าจะผลิตแบบ Just In Time นะครับ คือสั่งเมื่อไหร่ ทำเมื่อนั้น การผลิตต้องใช้เวลาน้อยที่สุดโดยเฉพาะของราคาสูงอย่างรถ แม้ว่าจะมีกำลังผลิตมาก แต่ถ้าไม่มีคำสั่งซื้อ เค้าก็ไม่ผลิต เพราะฉนั้นคำถามที่ว่าเมื่อก่อนมัวทำอะไร คำตอบก็คือรอคนซื้อครับ

จะว่าไปแล้วเราเป็นพยัคฆ์ติดปีกตอนนี้หรือเปล่า เราอาจจะมีศักยภาพพอสมควร แต่จะพึ่งการประกอบอย่างเดียวแบบนี้ใครๆก็ทำได้ ตอนนี้โรงงานที่ทำอยู่ต้นทุนชักจะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับสินค้าที่ผลิตตอนนี้จะเป็นประเภท low volume, high variation ซึ่งบริหารจัดการยาก พวก hi volume เองเราก็สู้กับจีนลำบาก โรงงานที่ผมทำเค้าเริ่มมองๆลาวไว้แล้ว อาจจะย้ายกำลังการผลิตไปไว้ที่โน่นบางส่วน

ยิ่งเจอนักศึกษาที่จบมาใหม่ๆยิ่งปวดหัว คือมาถึงผมนี่ค่อนข้างท้ายแถวแล้ว หัวแถวเค้าไปทำงานบริษัทที่(ฟังแล้ว)หรูๆกันหมด ตอนนี้ลูกน้องที่พอใช้งานได้คือพวกฟิลิปปินส์ที่ย้ายมาจากประเทศเค้าเพราะบริษัทสาขาของผมที่ฟิลิปปินส์ปิดตัวลงไป อีกหน่อยเปิดเสรีแรงงานนี่บอกตรงๆว่าแรงงานจากมาเลย์และฟิลิปปินส์เข้ามาเต็มๆแน่ๆ โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ต้องติดต่อกับพวกฝรั่ง :wacko:


:huh: จริงครับ เอาแค่แถวตึก SB ปารค์ ตอนนี้อพาร์ทเมนท์ละแวกนั้นเต็มไปด้วยปินอยกับ สิงคโปร์ และมาเลฯประปรายครับ...

Edited by wat, 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 20:33.

:) Sometime...Sun shine through the rain...

#55 Pasitnat

Pasitnat

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 594 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 20:57

ถ้าปีนี้น้ำท่วมอีก หึหึ ไม่อยากจะคิด
ผมเกลียดนักการเมืองเลวๆ นายทุนเลวๆ มาเฟียและคนทำตัวกักขฬะครับ

#56 ปุถุชน

ปุถุชน

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 27,531 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 21:23

พยัคฆ์ติดปีก!!! ผลิตรถถล่มสถิติ50ปี ผลพวงนโยบายรถคันแรก

Started by hentai, Today, 10:55



สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเผยเศรษฐกิจ(GDP)ไทย ไตรมาสแรกของปีนี้โต 0.3% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ แต่หากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าโตถึง 11%.....


ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะปรับลดดอกเบี้ยเพื่อกู้เศรษฐกิจจากผลกระทบวิกฤตยูโรโซน......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

Edited by ปุถุชน, 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 21:24.

เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...


#57 BlueArmy

BlueArmy

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 287 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 21:57

ถ้าปีนี้บอกเอาอยู่อีก ปีหน้ายอดผลิตรถคงเยอะกว่าปีนี้อีก ถ้าไม่ใช่เผาไทยทำไม่ได้ (ทำให้คนจนยิ่งจนลง คนรวยก็รวยขึ้น) แล้วจะให้ประหยัดพลังงาน

รถคันแรกหลอกผมไม่ได้หรอก นั่งรถประจำทาง รถตู้ สบายจะตาย ไม่ต้องเหนือยขับเอง จะไปเที่ยวก้อเหมารถไป ประหยัดก็ประหยัด รถก็ไม่ต้องล้าง โรงจอดรถก็ไม่ต้องมี คนขับรถก็ไม่ต้องจ้าง
ชีวิตยอมพลีเพื่อชาติ เลือดทุกหยาดแด่ภูมินทร์ แม้นชีพม้วยไร้ชีวิน วงศ์จักรินทร์คงสืบไป

#58 BlueArmy

BlueArmy

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 287 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:33

ขอกระบอกเสียงแทน สมาชิกบางท่านที่งอนหนี เราไปแล้วบ้าง นะครับ....

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา


การผลิตรถยนต์

ของไทย ทำสถิติสูงสุดในรอบ 50 ปี โดยสามารถผลิตได้รวม 2.02 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 105% และเพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน 43%

เนื่องจากโรงงานต่างๆ สามารถกลับมาเดินสายการผลิตได้ตามปกติอีกครั้ง หลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ปลายปี 2554 ส่งผลทั้งโรงงานผลิตรถยนต์ และโรงงานผลิตชิ้นส่วน ต้องหยุดการผลิตเป็นระยะเวลายาวนาน ส่วนยอดผลิตสะสมช่วง ม.ค.-พ.ค. ทำได้รวม 8.44 แสนคัน มากกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 28%

ทั้งนี้กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า การผลิตโดยรวมในปีนี้จะทำได้ประมาณ 2.2 ล้านคัน มากกว่าปีที่แล้ว 51% โดยทุกค่ายต่างพยายามเร่งการผลิต เพื่อให้ทันกับการส่งมอบลูกค้าที่มีความต้องการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สถานการณ์การซื้อขายในปัจจุบัน รถยนต์หลายๆ รุ่นมียอดค้างจองจำนวนมาก การส่งมอบล่าช้าหลายเดือน โดยบางรุ่น เช่น ซูซูกิ สวิฟท์ ต้องรอถึงปี 2556


...


ส่งออก 5 เดือนมูลค่า 2.5 แสนล้าน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ทั้งนี้สำหรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น นอกจากจะรองรับตลาดในประเทศที่ขยายตัวอย่างมากแล้ว ยังเป็นผลจากตลาดต่างประเทศที่เติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน

โดยเดือน พ.ค.มีการส่งออกรถสำเร็จรูป หรือ CBU จากไทยรวมทั้งสิ้น 8.59 หมื่นคัน มากกว่าเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว 122% และมากกว่าเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน 55% คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 4.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 138%

...

"ตลาดรถยนต์เดือน พ.ค.เป็นยอดขายที่สูงที่สุดของสถิติยอดขายรถยนต์ในประเทศไทย

เป็นผลจากความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นสูงทั้งจากความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่ และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐในโครงการรถคันแรก

ประกอบกับกำลังการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทำให้สามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าได้มากขึ้น ส่วนปัญหาเศรษฐกิจในทวีปยุโรปอาจไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป" นายวุฒิกรกล่าว

....

http://www.bangkokbi...ายรถคันแรก.html

ไหนว่าเค้ากลัวน้ำ หนีกันไปที่อื่น หมดแล้ว...
ยังมียอดการจองที่ค้างอยู่ เขาต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่โดนหลอกว่าเอาอยู่ คงไม่ค้างมากเท่านี้หรอก

ไหนว่าเค้ากลัวค่าแรง 300 บาท หนีกันไปที่อื่น หมดแล้ว...
ป่านนี้เขมรกับเวียดนามขำกลิ้งแล้งมัง ไทยไล่นักลงทุน

ไหนว่ารถคันแรกไม่ได้ผลไง...
ได้ผลซิครับ 1.คนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น 2.มีรถไว้รอวิ่งในน้ำ 3.เต็นท์รถไม่มีที่จะจอดแล้ว 4.ถนนไม่มีที่จะให้รถวิ่งแล้ว 5. ปตท.ได้กำไรเยอะขึ้นอีก 6.เด๋วคงขึ้นราคาน้ำมันตาม ฯลฯ


ใช้จินตาการ และ ความเชื่อ ให้น้อยหน่อย...

นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐในโครงการรถคันแรก <--- ความเชื่อ



อยู่กับข้อเท็จจริง และ ใช้ความคิด ให้มากหน่อย...

ปัญหาน้ำท่วม <--- ความจริง


ท่านจะเห็นแบบที่ผมเห็น... :D

เห็นกงจักรเป็นดอกบัวรึเปล่าครับ


Edited by BlueArmy, 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:35.

ชีวิตยอมพลีเพื่อชาติ เลือดทุกหยาดแด่ภูมินทร์ แม้นชีพม้วยไร้ชีวิน วงศ์จักรินทร์คงสืบไป

#59 เพลิง

เพลิง

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 43 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:58

ติดปีกซ้วนนเตียยนนซิครับ :angry:
“เมื่อกรรมชั่วยังไม่ให้ผล คนชั่วอาจเห็นกรรมชั่วเป็นกรรมดี แต่เมื่อกรรมชั่วให้ผล เขาย่อมเห็นกรรมชั่วว่าเป็นกรรมชั่ว ส่วนคนดีอาจเห็นกรรมดีเป็นกรรมชั่ว เมื่อกรรมดียังไม่ให้ผล แต่เมื่อใดกรรมดีให้ผล เมื่อนั้นเขาย่อมเห็นกรรมดีเป็นกรรมดี”

#60 RiDKuN_user

RiDKuN_user

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,167 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:15

ถ้าจะคิดง่ายๆ ก็ต้องเอาปีนี้กับปีที่แล้วบวกกันแล้วหารสองครับ
ถ้าคิดแค่ช่วงเดือนเดียวเทียบกับเดือนก่อนหรือเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว
ยอดมันก็ต้องพุ่งเป็นธรรมดาเพราะอั้นไว้นาน

แค่เห็นยอดสูงเดือนเดียวแล้วสรุปว่าเป็นเพราะนโยบายรถคันแรก ผมว่าออกจะตื้นเขินไปหน่อยนะ
และความจริงรัฐบาลก็น่าจะสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนและจำกัดการใช้รถด้วยซ้ำ
นี่ก็ไม่รู้ว่ารถไฟฟ้า 20 25 บาทตลอดสายไปถึงไหนแล้ว -_-
" ชีวิตผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ผมกลัวอย่างเดียว...กลัวจะถูกมองว่า 'ขายชาติ' " - The Last Tycoon

~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~

#61 สงสารสาวจันทร์

สงสารสาวจันทร์

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,698 posts

ตอบ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:32

พูดถึงอะไรเนี่ย...!! เห็นไต๋

อ๋อ..!! อีโก้คาร์ รถแบบประหยัดพลังงาน. มันประหยัดตรงไหนวะ.

ใช้ขับได้แค่ในหมู่บ้าน ถ้าขึ้นถนนใหญ่มีหวังสิบล้อซิว.

จะโฆษณาอะไรกันนักหนา กะอีแค่ รถเมียน้อย เสี่ยๆประหยัดตังค์ไปได้เยอะ ฮา ฮา ฮา.....เอิ๊กๆ :P

#62 notcomeng

notcomeng

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,963 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 12:07

ปิดกระทู้แล้วรึยังเนี้ย นานๆจะตั้งกระทู้ที จบเร็วจัง :lol: :lol: :lol:

#63 tonythebest

tonythebest

    สมาชิกขั้นสูง 178 เซนติเมตร

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,595 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 12:27

ประเด็นนี้ คุณเฮนคงตั้งกระทู้เรียกความเห็นมากกว่าครับ
คงไม่หมายตั้งอวยรัฐบาลไปมากมาย
พูดจริงๆ ว่า ผมไม่เชื่อว่าคุณเฮนจะไม่คิดว่าเรื่องนี้ มันเป็นความอัปยศมากกว่าความน่าภาคภูมิใจเสียด้วยซ้ำ
วิธีการแพร่ข่าวสารแบบกลับดำเป็นขาวแบบนี้ สื่อแดงถนัดนัก
หรือแม้การตัดตอนมาพูดก็ดี นี่เป็นสิ่งที่ทำกันมาแต่ต้น
สังเกตุว่า ข่าวแบบนี้ มักไม่เลือกพูดเมื่ออยู่ในเหตุการณ์ แต่จะพูดเมื่อเหตุการณ์ผ่านไประยะหนึ่ง
เพื่อจะตามสืบโยงเรื่องเก่าหรือที่มาได้ยากขึ้น สามารถบิดปลายทางได้



เอาความจริงอีกด้านมาให้อ่านครับ



รถคันแรกเริ่มหยุดผ่อน ไฟแนนซ์เจอเริ่มผิดนัดค่างวด



ไฟแนนซ์เผย"รถคันแรก"เริ่มออกอาการสะดุดหยุดส่งค่างวดแล้ว ระบุสองสาเหตุใหญ่ผู้ซื้อกลุ่มรายได้น้อยกำลังเงินไม่ถึงและใช้รถเล็กแล้วผิดหวัง โตโยต้าลีสซิ่งสแกนเข้มกลุ่มดาวน์ต่ำผ่อนยาวเพื่อลดความเสี่ยง ด้านสมาคมเช่าซื้อไทยนัดกรมสรรพสามิตถกแนวปลดล็อกกติกายึดรถเพื่อขายทอดตลาด เปิดยอดใช้สิทธิคืนภาษีล่าสุด 3.3 หมื่นคัน
ภายหลังคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 อนุมัติการคืนภาษีในโครงการรถคันแรกตามที่กระทรวงการคลังเสนอโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2555 โดยเบื้องต้นได้ประเมินผลมาตรการดังกล่าวจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ ขยายตัวและมียอดขายรถยนต์ ในปี 2555 เพิ่มขึ้น 500,000 คัน และประชาชนที่จองซื้อรถคันแรกจะได้รับภาษีคืนไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย รวมจำนวนทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาทนั้น แม้ช่วงปลายปี 2554 จะเจอปัญหาอุทกภัยแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมากลับได้รับการขานรับอย่างล้นหลามในงานมหกรรมรถยนต์ที่มียอดจองรถคันแรกนับหมื่นคัน แต่มาถึงวันนี้เริ่มมีสัญญาณที่ส่อถึงปัญหารถคันแรกแล้ว
-เริ่มหยุดชำระค่างวด
แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อแห่งหนึ่ง เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ถึงข้อเท็จจริงในโครงการรถคันแรกหลังดำเนินการมา 7 เดือนว่า ได้รับข้อมูลตรงกันในกลุ่มสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถคันแรกว่า ลูกค้ากลุ่มที่ขอใช้สิทธิรับคืนภาษีตามโครงการรถคันแรกเริ่มผิดนัดชำระค่างวดแล้ว สาเหตุใหญ่คือมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการผ่อนชำระค่างวด บางรายหลังจากซื้อรถมาใช้ระยะหนึ่งแล้วรู้สึกไม่ประทับใจต่อการใช้รถยนต์นั่งขนาดเล็กจึงอยากจะเปลี่ยนเป็นรถคันใหม่ เหล่านี้เป็นสัญญาณการผ่อนชำระที่เริ่มสะดุด
"เป็นสัญญาณที่เฝ้าระวัง เท่าที่ทราบไฟแนนซ์เจอกันทุกค่ายโดยเฉพาะรายที่ปล่อยสินเชื่อมากๆ เช่น โตโยต้าลีสซิ่ง ธนาคารธนชาต และ กรุงศรีจีอี ต่างก็เจอปัญหานี้แล้ว จึงต้องเตรียมขั้นตอนปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อรองรับกรณีที่ลูกค้าทิ้งรถ"แหล่งข่าวกล่าว
หากลูกค้ากลุ่มที่ขอใช้สิทธิรับคืนภาษีตามโครงการรถคันแรกมีแนวโน้มจะทิ้งรถก็จะเป็นปัญหาต่อระบบ โดยเฉพาะไฟแนนซ์ในแง่ของการยึดรถเพื่อนำมาขายทอดตลาด ทั้งนี้เพราะกระทรวงการคลังมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ก่อนครบกำหนดระยะเวลา 5 ปี ตามมาตรการรถยนต์คันแรก กรณีลูกค้าผิดสัญญาเช่าซื้อหรือผิดนัดชำระเกินตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดทางไฟแนนซ์ต้องยึดและนำรถยนต์ออกประมูลขาย เมื่อหักหนี้และค่าใช้จ่ายในการขายแล้ว ถ้ามีเงินเหลืออยู่ให้ผู้ให้เช่าซื้อนำเงินส่งแก่หน่วยงานที่เบิกจ่ายเงินตามระเบียบที่กรมบัญชีกลางกำหนด แต่ขั้นตอนปฏิบัติต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อไม่ติดขัดในการประสานงาน
-เข้มกลุ่มดาวน์ต่ำผ่อนยาว
ต่อข้อถามประเด็นดังกล่าวนายประยุทธ์ จิตรวัชรโกมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้าลีสซิ่งประเทศไทยฯกล่าวว่า กรณีลูกค้าผ่อนชำระไม่ไหว ถือเป็นสภาวะปกติของตลาด ซึ่งอาจต้องเข้มงวดมากขึ้นสำหรับลูกค้าที่มีพฤติกรรมจ่ายเงินดาวน์ต่ำ 10%และระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน อาจจะพิจารณารายละเอียดหรือขอเอกสารหลักฐานเพิ่มมากกว่ารายอื่น ทุกสถาบันการเงินต่างมีหลักเกณฑ์เพื่อบริหารความเสี่ยงและควบคุมอยู่แล้ว
"ผมมองว่าเป็นการบริหารความเสี่ยง และเตรียมขั้นตอนรองรับกรณีลูกค้าผ่อนชำระไม่ไหว ไม่ใช่อยู่ดีๆยึดรถและนำออกประมูลขายแต่เปลี่ยนมือไม่ได้ ปัญหาอีกข้อคือ ไฟแนนซ์ไม่รู้ว่ารถคันไหนเป็นรถในโครงการรถคันแรกเพราะยังไม่ได้รับหนังสือยืนยันจากทางการ"นายประยุทธ์กล่าว
นายประยุทธ์กล่าวว่า ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อหยุดชำระค่างวด เรื่องนี้ต้องศึกษาว่าจะใช้เอกสารหรือแบบฟอร์มอะไรบ้างเพื่อนำไปยืนยันให้กรมสรรพสามิตทราบและประสานไปยังกรมการขนส่งฯเพื่อปลดล็อกเพื่อรองรับขั้นตอนการยึดรถและนำรถออกประมูลให้สามารถเปลี่ยนมือได้ไม่ติดขัด สำหรับบริษัทเองยังอยู่ในขั้นตอนขอหนังสือยืนยันจากกรมสรรพสามิตว่ารถยนต์คันไหนได้รับอนุมัติเข้าโครงการรถคันแรกแล้ว เบื้องต้นบริษัทประมาณการว่า จะมีรถยนต์คันแรกเข้ามาประมาณ 15%ของยอดเช่าซื้อต่อเดือนจากเป้าทั้งปีที่ค่ายโตโยต้ากำหนดยอดขายรถยนต์ไว้ที่จำนวน 500,000 คัน
-สมาคมเช่าซื้อนัดสรรพสามิต
นายชลิต ศิลป์ศรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายธนกิจลูกค้ารายย่อย ธนาคารทิสโก้ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในวันพุธที่ 16 พฤษภาคมนี้ ทางสมาคมเช่าซื้อไทยได้นัดหมายเข้าพบนายจุมพล ริมสาคร รองอธิบดี กรมสรรพสามิต เพื่อหารือเกี่ยวกับระเบียบ ขั้นตอนและเอกสาร กรณีที่จำเป็นต้องยึดรถคันแรกคืนจากผู้เช่าซื้อ โดยระบุว่า เนื่องจากโครงการรถคันแรกได้รับการตอบรับจากประชาชนค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงต้องเตรียมการรองรับเผื่อไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้อาจจะมีการสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการขยายระยะเวลาใช้สิทธิรับเงินคืนภาษีจากโครงการรถคันแรกในคราวเดียวด้วย
สำหรับทิสโก้นั้น เบื้องต้นมีลูกค้าใช้สิทธิประมาณ 7,000 คัน ส่วนในระบบคาดว่าน่าจะมีรถยนต์ขอใช้สิทธิดังกล่าวประมาณ 15%หรือประมาณ 75,000 คัน หากประมาณการทั้งระบบยอดขายรถยนต์เกือบ 500,000 คัน และประมาณยอดเคลมภาษีกรณีลูกค้าได้รับอนุมัติน่าจะตกประมาณ 14,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกไฟแนนซ์ยังอยู่ในกระบวนการทยอยออกหนังสือรับรองการเช่าซื้อรถให้ลูกค้าเพื่อนำไปยื่นขอใช้สิทธิกับกรมสรรพสามิตเท่านั้น
ด้านนายณรงค์ ศรีจักรินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ อาวุโส สายธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้รับการตอบรับจากลูกค้าประมาณ 25,000 คัน(ตัวเลขเดือนกันยายนถึงเดือนเมษายนนี้) โดยยืนยันเป็นลูกค้าตัวจริงและเชื่อว่ายอดขายรถยนต์ปี 2555 จะเป็นปีประวัติศาสตร์ที่ยอดขายรถทะลุ 1ล้านคันแน่นอน
-ยอดขอคืนภาษี3.3หมื่นคัน
ผู้สื่อข่าว "ฐานเศรษฐกิจ" ได้ตรวจสอบไปยังกรมสรรพสามิตถึงความคืบหน้าการใช้สิทธิขอคืนภาษีรถยนต์คันแรก พบว่า ระหว่างวันที่ 16 กันยายน 2554 - 4 พฤษภาคม 2555 มีผู้ยื่นขอใช้สิทธิจำนวนทั้งสิ้น 33,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 22,000 คัน รถปิกอัพ 5,200 คัน และรถดับเบิลแค็บ 5,500 คัน
แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ในสัปดาห์ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน-4 พฤษภาคม มีประชาชนยื่นขอใช้สิทธิสูงถึง 4,500 คัน ดังนั้นแนวโน้มยอดการใช้สิทธิขอคืนภาษีจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กระบวนการจดทะเบียนรถยนต์ยังมีความล่าช้า เนื่องจากกรมการขนส่งฯขาดแคลนทะเบียนทั้งป้ายแดงและป้ายดำ ส่วนประเด็นลูกค้าโครงการรถคันแรกขาดผ่อนงวดนั้นทางกรมสรรพสามิตยังไม่ได้รับข้อมูลแต่อย่างใด เข้าใจว่าทางสมาคมเช่าซื้อไทยคงจะมีหนังสือแจ้งเข้ามาอีกครั้ง
-ค่ายรถฟุ้งยอดขายไม่สะดุด
แม้จะมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งสถาบันทางการเงินหรือไฟแนนซ์-บริษัทเช่าซื้อต่างๆที่จะเข้าไปหารือกับทางภาครัฐ และยังไม่มีความคืบหน้า แต่ในส่วนของผู้ผลิตรถยนต์กลับพบว่ายอดขายยังคงเติบโตต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ค่ายมิตซูบิชิ ที่มีรถยนต์ในโครงการรถคันแรกในรุ่นมิราจ โดยนายวิกรานต์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทเช่าซื้อต่างๆจะรวมตัวกันเพื่อเข้าหาภาครัฐเพื่อปลดล็อกบางเงื่อนไขนั้น ไม่ได้มีผลกระทบกับยอดจองของรถยนต์แต่อย่างใด โดยมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นภาระของไฟแนนซ์-บริษัทเช่าซื้อกับตัวของลูกค้ามากกว่า ซึ่งในส่วนของบริษัทรถยนต์ก็ยังคงมียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่าในกรณีที่บริษัทเช่าซื้อจะเข้าไปหารือกับภาครัฐนั้น ตรงจุดนี้ไม่ได้กระทบกับบริษัทรถยนต์แต่อย่างไร โดยยอดขายรถยนต์ยังคงทยอยจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเลขของ "สวิฟท์" ตั้งแต่เปิดตัวจนถึงช่วงหลังงานมอเตอร์โชว์มีจำนวนประมาณ 13,000 คัน และตอนนี้บริษัทก็ได้เริ่มส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าแล้วบางส่วน ซึ่งการเข้าไปหาภาครัฐในครั้งนี้มองว่าเป็นการลดความเสี่ยงของบริษัทเช่าซื้อมากกว่า
ขณะที่ค่ายฮอนด้า ที่โดนพิษน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ไทยในช่วงไตรมาสสองยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัว รวมทั้งจากนโยบายลดภาษีรถคันแรกสูงสุด 100,000 บาท โดยฮอนด้ามีตัวเลขการขายของรถในกลุ่มนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 - เมษายน 2555 พบว่าบริโอ้ 563 คัน ,ฮอนด้า ซิตี้ 3,309 คัน และ ฮอนด้า แจ๊ซ 3,597 คัน
อนึ่งยอดขายรถยนต์ขนาดเล็กในปี 2554 ที่ผ่านมาพบว่า ในกลุ่มอีโคคาร์มีนิสสัน มาร์ช เป็นตัวนำด้วยยอดขาย 30,533 คัน ฮอนด้า บริโอ้ 3,061 คัน และนิสสัน อัลเมร่า 2,178 คัน ขณะที่กลุ่มซับ-คอมแพ็กต์ มีโตโยต้า วีออส นำด้วยยอดขาย 58,710 คัน ฮอนด้า ซิตี้ 27,790 คัน ฮอนด้า แจ๊ซ 19,706 คัน และมาสด้า 2 ทั้งซีดานและแฮตช์แบ็ก 27,714 คัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,739 13-16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=121627:2012-05-11-14-44-55&catid=89:2009-02-08-11-24-05&Itemid=417


ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ

 

 

 

เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน

จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน


#64 hentai

hentai

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,046 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 12:44

Prachachat@prachachat
ไม่สวย! ยอดจดทะเบียนธุรกิจ พ.ค.ยังแผ่ว เลิกกิจการพุ่ง 39% http://fb.me/1sAservHQ

นักโพสรับจ้างจอมตอแหล


การพูดไม่ครบเป็นเรื่องปกติของ แมลงวาป.... ทำแบบนี้ผมก็ทำเป็น...

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนพฤษภาคม 2555 มียอดจดตั้งธุรกิจใหม่ 4,906 ราย เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับพ.ค.ปีก่อนที่มียอดจัดตั้งธุรกิจ 4,862 ราย แต่เพิ่มขึ้นถึง 21% เทียบกับเม.ย.ปีเดียวกัน ที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งจำนวน 4,041 ราย


“สาเหตุที่การจดทะเบียนเลิกในเดือนพ.ค.นี้ สูงขึ้นมาก ไม่ได้เป็นกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน ของรัฐบาลที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ที่มียอดกิจการเพิ่มสูงขึ้นจากการสำรวจข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าผู้ประกอบการที่มาจดทะเบียนเลิกมีหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากการไม่ได้โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หุ้นส่วนขัดแย้ง หุ้นส่วนเสียชีวิต ปัญหาสุขภาพของผู้เป็นหุ้นส่วน รวมทั้งบางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯตั้งขึ้นมาเพื่อรับงานจากภาครัฐ เมื่อหมดสัญญาก็เลิกกิจการ” นายศิริวัฒน์กล่าว

ตกลงใครตอแหลครับ... นี่ัยังไม่นับว่า ความเห็นของท่าน ไม่มีอะไรเกี่ยวกับ กระทู้นี้เลย...
พอๆกับ... ม้ากชั่งไข่... เหอๆๆ

"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"

"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"

"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"


#65 -3-

-3-

    ตัวละครลับ

  • Moderators
  • 8,710 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 12:48

พยัคฆ์ติดปีกมาจากไหนครับท่าน จขกท

จะเลียนแบบ pooklook เหรอครับ :mellow:

Edited by -3-, 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 12:49.

"I want you to form a contract with me and become magical girls!" - kyubey
 
/人 ‿‿ ◕人\

#66 hentai

hentai

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,046 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 12:52

โรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่เค้าจะผลิตแบบ Just In Time นะครับ คือสั่งเมื่อไหร่ ทำเมื่อนั้น การผลิตต้องใช้เวลาน้อยที่สุดโดยเฉพาะของราคาสูงอย่างรถ แม้ว่าจะมีกำลังผลิตมาก แต่ถ้าไม่มีคำสั่งซื้อ เค้าก็ไม่ผลิต เพราะฉนั้นคำถามที่ว่าเมื่อก่อนมัวทำอะไร คำตอบก็คือรอคนซื้อครับ

จะว่าไปแล้วเราเป็นพยัคฆ์ติดปีกตอนนี้หรือเปล่า เราอาจจะมีศักยภาพพอสมควร แต่จะพึ่งการประกอบอย่างเดียวแบบนี้ใครๆก็ทำได้ ตอนนี้โรงงานที่ทำอยู่ต้นทุนชักจะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับสินค้าที่ผลิตตอนนี้จะเป็นประเภท low volume, high variation ซึ่งบริหารจัดการยาก พวก hi volume เองเราก็สู้กับจีนลำบาก โรงงานที่ผมทำเค้าเริ่มมองๆลาวไว้แล้ว อาจจะย้ายกำลังการผลิตไปไว้ที่โน่นบางส่วน

ยิ่งเจอนักศึกษาที่จบมาใหม่ๆยิ่งปวดหัว คือมาถึงผมนี่ค่อนข้างท้ายแถวแล้ว หัวแถวเค้าไปทำงานบริษัทที่(ฟังแล้ว)หรูๆกันหมด ตอนนี้ลูกน้องที่พอใช้งานได้คือพวกฟิลิปปินส์ที่ย้ายมาจากประเทศเค้าเพราะบริษัทสาขาของผมที่ฟิลิปปินส์ปิดตัวลงไป อีกหน่อยเปิดเสรีแรงงานนี่บอกตรงๆว่าแรงงานจากมาเลย์และฟิลิปปินส์เข้ามาเต็มๆแน่ๆ โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ต้องติดต่อกับพวกฝรั่ง :wacko:


เท่าที่ผมทราบ งานนี้ บริษัทรถต่างๆ รู้จักฝีมือคนไทยดีขึ้นเยอะเลย... คือ ทีหลังเราจะมาบอกว่าทำไม่ทันเนี่่ย ลำบากแล้ว เพราะ เคยทำให้ดูแล้วว่า production 100% up ทำได้จริง... ความคิดที่ต้องตั้งโรงงานเพิ่มเพื่อขยาย กำลังการผลิต... ต้องกลับไปศึกษาความเป็นไปได้ใหม่... :D

"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"

"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"

"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"


#67 hentai

hentai

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,046 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 12:53

พยัคฆ์ติดปีกมาจากไหนครับท่าน จขกท

จะเลียนแบบ pooklook เหรอครับ :mellow:


ไม่มี PookLook... ก็ไม่มีกระทู้แบบนี้ ให้ สนทนา ด่าปู อวยม้าก กัน... :D

"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"

"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"

"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"


#68 eAT

eAT

    ผมเป็นเสื้อแดงฮับ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,589 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 13:09


โรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่เค้าจะผลิตแบบ Just In Time นะครับ คือสั่งเมื่อไหร่ ทำเมื่อนั้น การผลิตต้องใช้เวลาน้อยที่สุดโดยเฉพาะของราคาสูงอย่างรถ แม้ว่าจะมีกำลังผลิตมาก แต่ถ้าไม่มีคำสั่งซื้อ เค้าก็ไม่ผลิต เพราะฉนั้นคำถามที่ว่าเมื่อก่อนมัวทำอะไร คำตอบก็คือรอคนซื้อครับ

จะว่าไปแล้วเราเป็นพยัคฆ์ติดปีกตอนนี้หรือเปล่า เราอาจจะมีศักยภาพพอสมควร แต่จะพึ่งการประกอบอย่างเดียวแบบนี้ใครๆก็ทำได้ ตอนนี้โรงงานที่ทำอยู่ต้นทุนชักจะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับสินค้าที่ผลิตตอนนี้จะเป็นประเภท low volume, high variation ซึ่งบริหารจัดการยาก พวก hi volume เองเราก็สู้กับจีนลำบาก โรงงานที่ผมทำเค้าเริ่มมองๆลาวไว้แล้ว อาจจะย้ายกำลังการผลิตไปไว้ที่โน่นบางส่วน

ยิ่งเจอนักศึกษาที่จบมาใหม่ๆยิ่งปวดหัว คือมาถึงผมนี่ค่อนข้างท้ายแถวแล้ว หัวแถวเค้าไปทำงานบริษัทที่(ฟังแล้ว)หรูๆกันหมด ตอนนี้ลูกน้องที่พอใช้งานได้คือพวกฟิลิปปินส์ที่ย้ายมาจากประเทศเค้าเพราะบริษัทสาขาของผมที่ฟิลิปปินส์ปิดตัวลงไป อีกหน่อยเปิดเสรีแรงงานนี่บอกตรงๆว่าแรงงานจากมาเลย์และฟิลิปปินส์เข้ามาเต็มๆแน่ๆ โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ต้องติดต่อกับพวกฝรั่ง :wacko:


เท่าที่ผมทราบ งานนี้ บริษัทรถต่างๆ รู้จักฝีมือคนไทยดีขึ้นเยอะเลย... คือ ทีหลังเราจะมาบอกว่าทำไม่ทันเนี่่ย ลำบากแล้ว เพราะ เคยทำให้ดูแล้วว่า production 100% up ทำได้จริง... ความคิดที่ต้องตั้งโรงงานเพิ่มเพื่อขยาย กำลังการผลิต... ต้องกลับไปศึกษาความเป็นไปได้ใหม่... :D


เพราะว่าทำเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่อะไหล่ที่ขาด
พอเอามาใส่ก็เสร็จ แล้วก็อ้างว่า "ผลิตได้เร็วขึ้น"
โอ้ววววววววววววววววววววววววว ไม่เลวจริงอ้างไม่ได้นะเนี่ยะ

#69 Shariff

Shariff

    สมาชิกหน้าตาดี

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,802 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 13:09

ไหนว่าเค้ากลัวน้ำ หนีกันไปที่อื่น หมดแล้ว...
ไหนว่าเค้ากลัวค่าแรง 300 บาท หนีกันไปที่อื่น หมดแล้ว...
ไหนว่ารถคันแรกไม่ได้ผลไง...

ใช้จินตาการ และ ความเชื่อ ให้น้อยหน่อย...
อยู่กับข้อเท็จจริง และ ใช้ความคิด ให้มากหน่อย...

ท่านจะเห็นแบบที่ผมเห็น... :D


สรุปได้ว่า ข้อมูลที่สมาชิกหลายท่านเอามาโต้แย้ง

เช่น ต้องรออะไหล่ที่ค้างจากญี่ปุ่นโดนสึนามิบ้างละ

โรงงานโดนน้ำท่วมไปทำให้ยอดค้างผลิตบ้างละ


เหล่านี้ล้วนเป็นจินตนาการครับ

เพราะความจริงคือ ยอดผลิตมากขึ้นเพราะโครงการรถคันแรก

ผมเริ่มเห็นอย่างที่คุณเห็นแล้วครับ

หลังจากตัดจินตนาการและความเชื่อออกไป

แล้วอยู่กับข้อเท็จจริง และ ใช้ความคิด ให้มากขึ้น

ผมจึงเห็นว่ายอดผลิตสูงขึ้น

เนื่องจากนโยบายรถคันแรก
"การปลดปล่อยตัวเองออกจากความเป็นทาสทางความคิดมิใช่ใครอื่น, มีแต่เราเท่านั้นที่จะต้องกระทำ "จากเพลง Redemption song.

#70 ssa

ssa

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,120 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 13:12


Prachachat@prachachat
ไม่สวย! ยอดจดทะเบียนธุรกิจ พ.ค.ยังแผ่ว เลิกกิจการพุ่ง 39% http://fb.me/1sAservHQ

นักโพสรับจ้างจอมตอแหล


การพูดไม่ครบเป็นเรื่องปกติของ แมลงวาป.... ทำแบบนี้ผมก็ทำเป็น...

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนพฤษภาคม 2555 มียอดจดตั้งธุรกิจใหม่ 4,906 ราย เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับพ.ค.ปีก่อนที่มียอดจัดตั้งธุรกิจ 4,862 ราย แต่เพิ่มขึ้นถึง 21% เทียบกับเม.ย.ปีเดียวกัน ที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งจำนวน 4,041 ราย


“สาเหตุที่การจดทะเบียนเลิกในเดือนพ.ค.นี้ สูงขึ้นมาก ไม่ได้เป็นกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน ของรัฐบาลที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ที่มียอดกิจการเพิ่มสูงขึ้นจากการสำรวจข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าผู้ประกอบการที่มาจดทะเบียนเลิกมีหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากการไม่ได้โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หุ้นส่วนขัดแย้ง หุ้นส่วนเสียชีวิต ปัญหาสุขภาพของผู้เป็นหุ้นส่วน รวมทั้งบางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯตั้งขึ้นมาเพื่อรับงานจากภาครัฐ เมื่อหมดสัญญาก็เลิกกิจการ” นายศิริวัฒน์กล่าว

ตกลงใครตอแหลครับ... นี่ัยังไม่นับว่า ความเห็นของท่าน ไม่มีอะไรเกี่ยวกับ กระทู้นี้เลย...
พอๆกับ... ม้ากชั่งไข่... เหอๆๆ



#71 MIXIM55

MIXIM55

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 502 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 14:46

ติดปีก "ตรงไหน"?
คันเก่าเขาโดนน้ำท่วม "พังฉิบ-หาย" หมด
ก้อต้องหาคันใหม่มาทดแทน..แถมยังสร้างหนี้เพิ่มโดยไม่จำเป็น..ฮ่วย
Posted Image


ถูกคับ ฝากบอกจขกท.ลองมาทำยินดีลอยหน้าลอยตาคุยเรื่องนี้กับเพื่อนผมที่รถเจอน้ำท่วมพังหมดรับลอง ไอ้จขกท.เจอเพื่อนผม เตะก้านคอ หงายเงิบแน่ๆ ช่างกล้าเอามาคุยอวดนิแหละหนาสมองแดง

#72 Lucy Van Pelt

Lucy Van Pelt

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 525 posts

ตอบ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:43

เท่าที่ผมทราบ งานนี้ บริษัทรถต่างๆ รู้จักฝีมือคนไทยดีขึ้นเยอะเลย... คือ ทีหลังเราจะมาบอกว่าทำไม่ทันเนี่่ย ลำบากแล้ว เพราะ เคยทำให้ดูแล้วว่า production 100% up ทำได้จริง... ความคิดที่ต้องตั้งโรงงานเพิ่มเพื่อขยาย กำลังการผลิต... ต้องกลับไปศึกษาความเป็นไปได้ใหม่... :D


ปกติโรงงานทั่วไปจะมีกำลังผลิตเผื่อเอาไว้เพื่อรองรับ upside demand อยู่แล้วครับ 10-20-30% ขึ้นอยู่กับโรงงาน ปกติถ้าบอกว่าไม่ทัน ส่วนมากจะเป็นเรื่องของ supply chain management มากกว่า คือของมาไม่ทันผลิตมากกว่าที่จะผลิตไม่ทัน

แต่บอกตรงๆว่าเราไม่ได้เป็นพยัคฆ์หรอกครับ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านการประกอบ ตราบใดที่ชิ้นส่วนการประกอบมันมาจากต่างประเทศทั้งนั้น อุตสาหกรรมรถยนต์นี่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใช้ชิ้นส่วนในประเทศซักเท่าไหร่ แต่ว่าถึงใช้ก็เถอะ เจอระบบเครดิต 45 วันเข้าไป รายย่อยที่ขายให้กับโรงงานถ้าสายป่านไม่ยาวจริงก็เสร็จทุกราย ส่วนผมอยู่ในอุตสาหกรรมอีเล็คทรอนิคส์ บอกได้เลยว่าจำนวนชิ้นส่วนประมาณ 90% หรือมากกว่า เป็นชิ้นส่วนนำเข้า

เพราะอุตสาหกรรมการประกอบนั้นระบบเครดิตและวิธีการผลิตแบบ Just In Time ทำให้โรงงานไม่ต้องจ่ายเงินค่าวัสดุเลย อาจมีบ้างในกรณีพิเศษ แต่ถ้าโรงงงานไหนจัดการได้ดีมากๆก็ไม่มี ค่าใช้จ่ายก็จะไปอยู่กับค่าแรงและค่าบริหารจัดการ บวกกับอำนาจการต่อรองกับ supplier บ้าง ตรงนั้นละครับ คือกำไร

แต่คนที่จ้างเราประกอบเค้าก็ไม่ได้หลับหูหลับตาให้เราทำไปเรื่อยๆนะครับ ตามหลักการแล้ว เมื่อเราประกอบไปเรื่อยๆ ความชำนาญก็มากขึ้น ดังนั้นเวลาในการประกอบ รวมถึงของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างการประกอบก็ต้องลดลง ดังนั้น ราคาขายก็ต้องลดลง ซึ่งบังคับให้ปรับราคาลงทุกๆไตรมาศ ถ้าโรงงานไหนบริหารจัดการดี ก็รับมือกับตรงนี้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ กำไรก็ลดลงไปอีก

นี่ยังไม่รวมที่ว่าลูกค้าเดี๋ยวนี้เขี้ยวขึ้นเรื่อยๆ ผมมีลูกค้ารายหนึ่ง เมื่อ 5 ปีก่อน เค้าพอใจในศักยภาพของ Test Engineer ของบริษัทผม เลยยกงาน Test Development ให้ทำ ซึ่งตอนนั้นมีรายได้ก็เป็นกอบเป็นกำ ผ่านไป 1-2 ปีจากนั้น เค้าเปลี่ยนนโยบายดึงงานตรงนี้กลับไปทำเอง ผมคิดว่าเป็นวิธีการใหม่ของเค้าที่ไม่ต้องการพึ่งโรงงานประกอบ เพราะถ้าดึงงานส่วนนี้กลับไป เค้าจะย้ายไปผลิตทีอื่นเมื่อไหร่ก็ได้

ผมคิดว่าเราจะเป็นพยัคฆ์ได้ก็ต่อเมื่ออุตสาหกรรมที่เป็นรายได้หลักของเราใช้วัตถุดิบในประเทศของเราครับ รับจ้างประกอบแบบปัจจุบัน มีแต่ทรงกับเสื่อม ยกเว้นเราจะยกระดับตัวเองขึ้นไปในระดับงานวิจัยและพัฒนา รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งวิจัยและพัฒนาเรามีโอกาส แต่ค่อนข้างช้าและหาคนเป็นงานแล้วยากมาก ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการผลิตบอกตรงๆว่าสู้กับจีนลำบาก จริงๆจีนก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าไหร่หรอกครับ อาศัยกำลังคนที่มีอยู่มากเท่านั้นเอง ใครได้ดู scoop ของสถานี ABC ขออเมริกาที่ไปดูโรงงาน Foxconn ที่เมืองจีนแล้วคงเข้าใจ




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน