
ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้หารือภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง โดยเห็นว่าการร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ผู้ร้องยังต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุด ก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มิเช่นนั้นอนาคตต้องวุ่นวายในการพิจารณากฎหมายต่างๆ หากฝ่ายตรงข้ามต้องการเตะถ่วง ก็ไปร้องค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากร้องสักพันเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญจะทำงานไหวหรือไม่
ทั้งนี้ พรรคยังไม่เห็นด้วยที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาพิจารณาในมาตรา 291 เพราะมาตราดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า ต้องทำประชามติก่อนยกร่างรัฐธรรมนูญ อีกทั้งรัฐธรรมนูญปี 50 ก็ยกร่างเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยทำประชามติ ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นายจิรายุ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังเห็นว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีความสับสน เพราะศาลไม่กล้าฟันธงโดยใช้คำว่า ควรลงประชามติ ซึ่งคำว่า “ควร” ต้องตีความตามกฎหมาย เพราะไม่มีสภาพบังคับใช้ตามกฎหมาย ไม่แน่ใจว่าคำว่า “ควร” จะต้องทำหรือไม่ทำ ซึ่งพรรคจะเรียกประชุม ส.ส. วันที่ 16 ก.ค. เพื่อหารือถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีทางออกอย่างไร ขณะนี้มี 3 ทางออกคือ 1.การเดินหน้าลงมติร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 3 2.การทำประชามติ 3.การแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งส.ส.หลายคนแสดงความเห็นว่า หากจะแก้รายมาตราก็ควรแก้มาตรา 68 เป็นมาตราแรก ตนจะเสนอให้แก้ว่า การยื่นตามมาตราดังกล่าวต้องทำผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น ไม่สามารถยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จะได้มีความชัดเจน ส่วนตัวเห็นว่าการแก้ไขเป็นรายมาตราเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระที่มีปัญหา ส่วนการเดินหน้าลงมติวาระ 3 คงไม่เหมาะ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ยังไม่ปกติ ขณะที่การทำประชามติก็สิ้นเปลืองงบประมาณ
นอกจากนี้ ในวันที่ 17 ก.ค. นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกประชุม ส.ส. 246 คน ของพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือว่า ส.ส.จะดำเนินการอย่างไรกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน ประธานวุฒิสภาก็จะเรียกประชุม ส.ว. เพื่อหารือในเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกันนายจิรายุ กล่าวว่า พรรคได้ติดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญยังพบความผิดปกติในตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ที่ดัชนีหุ้นตกลงไปเกือบ 20 จุด เพราะศาลรัฐธรรมนูญไปอ่านคำวินิจฉัยเกือบเวลา 15.00 น. แต่พออ่านคำวินิจฉัยจบ ตลาดหุ้นก็ดีดขึ้น 12 จุด ซึ่งพบว่ามีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มไปช้อนซื้อหุ้นอสังหาริมทรัพย์และพลังงานลอตใหญ่ในช่วงเวลาดังกล่าวจำนวนมากผ่านโบรกเกอร์ โดยอาจมีการวางแผนปล่อยข่าวการยุบพรรค แล้วมาช้อนซื้อหุ้น ขอให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปตรวจสอบด้วย มีคนได้ประโยชน์จากการช้อนซื้อหุ้นในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ เพราะทราบว่ามีนอมินีนักการเมืองบางคนไปจดกระดานหลักทรัพย์และซื้อหุ้นลอตใหญ่ในช่วงหุ้นตก.
http://www.thairath....tent/pol/276017














