แล้วถ้าใช้เงินหลวงหรือสิทธิ์ของการเป็น ผบ.ตร.เป็นค่าตั๋วเดินทาง
และทีพักด้วย ยิ่งสมควรออก เข้าไปใหญ่...
ใครมีอำนาจ ช่วยตรวจสอบทีว่าไม่ได้ใช้เวลาราชการ งบประมาณเดินทางของหลวงจริง
หรือหิ้วบริวารคนอื่นๆ เหน็บไปด้วยมากน้อยแค่ไหน แล้วทำเรื่องแจ้ง
หน่วยงานที่เอาผิดเรื่องนี้ได้ ...
จะหวัง พรรคแมงวาปฝ่ายค้าน ไม่รู้ต้องรอชาติหน้าหรือเปล่า
เพราะง่วนอยู่กับการหาหลักฐาน "ไม่ได้หนีทหาร" กันอยู่...
ไม่มีอะไรสีกากีทำไม่ได้! 'ผบ.ตร.'บินพบ'นักโทษ' ซัด'ผิดจริยธรรมร้ายแรง' ฉะยิ่งกว่าละเมิดก.ม.อีก
สุดยอดสีกากีไทย ไม่มีอะไรทำไม่ได้ "ผบ.ตร." บินพบ "นักโทษหนีคุก" ที่ฮ่องกง อ้างเฉย "ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ" แค่ไปตามคำเชิญของนักโทษ "นักวิชาการ-นักก.ม.-เสื้อหลากสี-ปชป." ดาหน้าจวก ชี้แม้ไม่เข้าข่ายม.157 เพราะอยู่นอกอำนาจรับผิดชอบ แต่ผิดจริยธรรมร้ายแรงสำหรับขรก. ยิ่งกว่าละเมิดก.ม.เสียอีก จี้ให้แสดงความรับผิดชอบลาออกก่อนเกษียณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ซึ่งเป็นพี่ชายของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร และพี่เขยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการลาหยุด 1 วันเดินทางไปอวยพรวันเกิดล่วงหน้าของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยพล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวในเรื่องนี้กับ "นสพ.ข่าวสด" ฉบับวันที่ 24 ก.ค.ว่า เดินทางไปที่ฮ่องกงตามคำเชิญจากพ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น ไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษ
ในขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีนักการเมืองและข้าราชการตำรวจระดับสูงหลายนายเดินทางไปอวยพรวันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร. ในฐานะ "ว่าที่ ผบ.ตร."
การเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณยังเป็นผู้ต้องโทษหนีคดีอาญาแผ่นดินจำคุก 2 ปี ในขณะที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์นั้น เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
โดยนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา และอดีตเลขาธิการสภาทนายความ มองว่า แม้ไม่ถือว่าไม่เป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เนื่องจากอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งนอกเหนืออำนาจของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ แต่การเดินทางไปพบหรือเจอ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือว่ามีความผิดที่ร้ายแรงสำหรับข้าราชการ ยิ่งกว่ากระทำผิดกฎหมายเสียอีก โดยถือเป็นการจงใจทำผิดหลักจริยธรรม ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และจะหวังให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้ตามหลักจริยธรรมคุณธรรม คงเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะไล่ตั้งแต่ระดับหัวลงมา ก็พร้อมใจกันไปหาผู้ต้องโทษหลบหนีคดีถึงที่ โดยเรื่องนี้หากหัวไม่กระดิก หางก็คงไม่กระดิกตาม
ด้านดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอดีตกรรมการปฏิรูปองค์กรตำรวจ มองเช่นกันว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์มีอยู่ 2 สถานะคือ 1.ความเป็นเครือญาติพ.ต.ท.ทักษิณ 2.และเป็น "ผบ.ตร." ผู้นำองค์กรข้าราชการตำรวจ ที่เป็นหน้าด่านของระบบยุติธรรม ซึ่งหากพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณในช่วงเกษียณอายุราชการ ก็ไม่ถือว่ามีปัญหาอะไร แต่การไปช่วงนี้ ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง แม้ไม่เข้าข่ายผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 แบบชัดเจน แต่ถือว่าขัดต่อหลักระบบจริยธรรมอย่างรุนแรงที่สุด
“การปกครองระบอบประชาธิปไตย เรื่องจริยธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญสุดในทุกสาขาอาชีพ หากทำผิดในสิ่งนี้ ก็เข้าข่ายว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้เคารพการปกครองระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน”ดร.สังศิตกล่าว
ส่วนนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เป็นพฤติการณ์ที่ผิดวิสัยทัศน์อย่างยิ่งสำหรับตำรวจ หากมีภาพปรากฏเป็นหลักฐาน จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจถูกทำโทษทางวินัยตามมาได้ แต่หากจะตรวจสอบภายในองค์กรตำรวจด้วยกันเองก็คงเป็นเรื่องยาก
ขณะที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี มองเรื่องนี้ว่า ถือว่าเป็นการเหยียบย่ำกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างยิ่ง แม้ไม่มีอำนาจจับกุมพ.ต.ท.ทักษิณที่ฮ่องกงได้ แต่ควรปฏิเสธการพบ ไม่ใช่กล่าวเพียงว่าได้รับเชิญจึงต้องไปหา แสดงถึงความจงใจทำผิดระบบจริยธรรม จึงอยากเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ลาออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร.ทันที ไม่ต้องรอถึงเวลาเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ค.นี้แต่อย่างใด
http://thaiinsider.i...-07-25-00-15-20
อย่างงี้แล้ว ลูกน้องทั่น/ตม.ฯลฯ หน้าไหน
จะกล้าผดุงความยุติธรรม- จับนักโทษหนีคุกกันล่ะ...
Edited by Suraphan07, 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 10:14.















