วิแคะ ประเทศต่างๆที่ล่มสลายเกิดจากประชาธิปไตย บวก ทุนนิยม
#1
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 21:49
ทรัพยากรของประเทศส่วนใหญ่ ไปกระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่คน
เพราะระบบทุนนิยมระยะยาวมันเอื้อให้เป็นแบบนั้น(ปลาใหญ่กินปลาเล็ก)
แต่ระบบประชาธิปไตย ทุกคนมี 1 เสียงเท่ากัน
นักการเมืองที่หวังครองอำนาจจึงหลีกเลี่ยงที่จะเอานโยบายประชานิยมมาใช้ไม่ได้
และเมื่อแข่งกันใช้ สุดท้ายประเทศก็ล่มสลาย จากหนี้สินล้นเกินตัว
ถ้าเห็นต่างเชิญโต้แย้งได้ครับ
- HardmaN, orogaros and serithai11 like this
#2
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 21:56
มาเป็นนโยบายหลัก อยากให้แค่ฟังและเอามาใช้บางส่วน
เพราะท่านเป็นผู้หนึ่งที่ ได้ประโยชณ์จากระบบทุนนิยม
http://www.suthichai...om/detail/34764
Edited by kokkai, 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 21:56.
#3
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 22:47
#4
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:03
แต่ท่านผู้นำกับพรรคพวก ความเป็นอยู่ไม่ต่างจากเศรษฐีในระบบทุนนิยมเลย
นโยบายประชานิยม ไม่ใช่ว่ามีแต่ข้อเสีย ข้อดีก็มี
มันอยู่ที่ว่า ต้องทำให้พอดี น้อยไปคนไม่ได้ประโยชน์เสียเปล่า
มากไปก็ทำให้ล้มละลายทั้งประเทศได้
มันอยู่ที่คนเอามาใช้
ความเป็นกลางมันคือหลุมหลบภัยของคนขี้ขลาด - ชัย ราชวัตร
#5
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:19
เจ้าสัวใช้ทฤษฎี 2 สูงเพราะ
1. พนักงานของแกเอง ระดับแรงงานจริงๆแล้วมีน้อย เนื่องจากใช้วิธี ไปจ้างเกษตรกรเลี้ยง ฉะนั้นต้นทุนแรงงานน้อยมาก แกก็ ขายปุ๋ย อาหารสัตว์ ได้กำไรอีกต่อนึง
2. ยุให้ขึ้นค่าแรงเพราะ ประชาชนจะได้มีเงินจับจ่ายใช้สอย ถ้าค่าแรงน้อย เงินฝืด ไม่มีเงินซื้อของ ธุรกิจแกก็ลำบาก
นับเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว (ธุรกิจของตัวเอง) มากกว่าความจริงใจกับประชาชน
- พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน, พงษ์เพชร, ลมเย็น and 2 others like this
#6
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:20
อย่าโทษระบบเลย ดูอย่างเกาหลีเหนือ ประชาชนอดตายมีให้เห็นทุกปี
แต่ท่านผู้นำกับพรรคพวก ความเป็นอยู่ไม่ต่างจากเศรษฐีในระบบทุนนิยมเลย
นโยบายประชานิยม ไม่ใช่ว่ามีแต่ข้อเสีย ข้อดีก็มี
มันอยู่ที่ว่า ต้องทำให้พอดี น้อยไปคนไม่ได้ประโยชน์เสียเปล่า
มากไปก็ทำให้ล้มละลายทั้งประเทศได้
มันอยู่ที่คนเอามาใช้
ผมวิแคะว่า เมื่อ 2 ระบบนี้มารวมกัน ใช้ในประเทศไหนแบบไม่ระวัง
มันหนีจุดจบแบบนี้ไม่พ้นนะครับ มันเกิดจากคนส่วนใหญ่ ยากที่จะบังคับกิเลสได้นะครับ
และ 2 ระบบนี้มันเอื้อให้คนเกิดกิเลส ที่ไม่มีสิ้นสุด
ทุนนิยม..คนอยากรวย อยากสบาย มากขึ้นไปเรื่อยๆ
ประชาธิปไตย..คนอยากทำตามที่ตัวต้องการ หมายถึงสิทธิและเสรีภาพ มากขึ้นเรื่อยๆ
#7
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:25
โดยความเห็นส่วนตัว
เจ้าสัวใช้ทฤษฎี 2 สูงเพราะ
1. พนักงานของแกเอง ระดับแรงงานจริงๆแล้วมีน้อย เนื่องจากใช้วิธี ไปจ้างเกษตรกรเลี้ยง ฉะนั้นต้นทุนแรงงานน้อยมาก แกก็ ขายปุ๋ย อาหารสัตว์ ได้กำไรอีกต่อนึง
2. ยุให้ขึ้นค่าแรงเพราะ ประชาชนจะได้มีเงินจับจ่ายใช้สอย ถ้าค่าแรงน้อย เงินฝืด ไม่มีเงินซื้อของ ธุรกิจแกก็ลำบาก
นับเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว (ธุรกิจของตัวเอง) มากกว่าความจริงใจกับประชาชน
ผมว่าเจ้าสัวคนนี้ แกคิดหมากหลายชั้น
บอกตรงๆว่าฟันธงความคิดแกไม่ออก เพราะโง่กว่าแกเยอะ
ฟันธงได้อย่างเดียวว่าแกรักผลประโยชณ์แก มากกว่าผลประโยชณ์ประเทศแน่นอน
#8
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:26
#9
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:33
ตอนนี้ เห็น ธนินทร์ แนะให้รัฐบาลตั้งบ่อนคาสิโนแล้ว เอาอะไรกับคนที่เหยียบหลังคน ขึ้นไปรวย
หมากชั้นนี้ พูดเพื่อให้เข้าทาง พรรคเพื่อไทยนะครับ
แนะวิธีหาเงินเข้ากระเป๋านายทุนแบบเนียนๆ
ดีไม่ดีแกอาจจะได้มีส่วนเอี่ยวด้วย
#11
ตอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 23:51
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#12
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 00:06
อย่าโทษระบบเลย ดูอย่างเกาหลีเหนือ ประชาชนอดตายมีให้เห็นทุกปี
แต่ท่านผู้นำกับพรรคพวก ความเป็นอยู่ไม่ต่างจากเศรษฐีในระบบทุนนิยมเลย
นโยบายประชานิยม ไม่ใช่ว่ามีแต่ข้อเสีย ข้อดีก็มี
มันอยู่ที่ว่า ต้องทำให้พอดี น้อยไปคนไม่ได้ประโยชน์เสียเปล่า
มากไปก็ทำให้ล้มละลายทั้งประเทศได้
มันอยู่ที่คนเอามาใช้
ผมวิแคะว่า เมื่อ 2 ระบบนี้มารวมกัน ใช้ในประเทศไหนแบบไม่ระวัง
มันหนีจุดจบแบบนี้ไม่พ้นนะครับ มันเกิดจากคนส่วนใหญ่ ยากที่จะบังคับกิเลสได้นะครับ
และ 2 ระบบนี้มันเอื้อให้คนเกิดกิเลส ที่ไม่มีสิ้นสุด
ทุนนิยม..คนอยากรวย อยากสบาย มากขึ้นไปเรื่อยๆ
ประชาธิปไตย..คนอยากทำตามที่ตัวต้องการ หมายถึงสิทธิและเสรีภาพ มากขึ้นเรื่อยๆ
คนอยากรวย อยากสบาย มันเรื่องธรรมดา มีในทุกประเทศและทุกระบบ
ระบอบประชาธิปไตยดีที่มีเสรีภาพ มีอิสระมากกว่าระบอบการปกครองอื่น
ความกดดันเลยไม่มาก ไม่ค่อยเกิดความรุนแรง
ถ้าเพิ่มความมีวินัย รู้จักหน้าที่ให้กับประชาชน
และเพิ่มความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ
ระบอบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว
ส่วนตัว...คิดว่า ปัญหาบ้านเรา อยู่ที่คุณภาพของประชาชน
กับกลไกในการตรวจสอบการทำงานของข้าราชการ และ รัฐบาล
มากกว่านโยบายของพรรคการเมืองนะ
ความเป็นกลางมันคือหลุมหลบภัยของคนขี้ขลาด - ชัย ราชวัตร
#13
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 00:39
อย่าโทษระบบเลย ดูอย่างเกาหลีเหนือ ประชาชนอดตายมีให้เห็นทุกปี
แต่ท่านผู้นำกับพรรคพวก ความเป็นอยู่ไม่ต่างจากเศรษฐีในระบบทุนนิยมเลย
นโยบายประชานิยม ไม่ใช่ว่ามีแต่ข้อเสีย ข้อดีก็มี
มันอยู่ที่ว่า ต้องทำให้พอดี น้อยไปคนไม่ได้ประโยชน์เสียเปล่า
มากไปก็ทำให้ล้มละลายทั้งประเทศได้
มันอยู่ที่คนเอามาใช้
ผมวิแคะว่า เมื่อ 2 ระบบนี้มารวมกัน ใช้ในประเทศไหนแบบไม่ระวัง
มันหนีจุดจบแบบนี้ไม่พ้นนะครับ มันเกิดจากคนส่วนใหญ่ ยากที่จะบังคับกิเลสได้นะครับ
และ 2 ระบบนี้มันเอื้อให้คนเกิดกิเลส ที่ไม่มีสิ้นสุด
ทุนนิยม..คนอยากรวย อยากสบาย มากขึ้นไปเรื่อยๆ
ประชาธิปไตย..คนอยากทำตามที่ตัวต้องการ หมายถึงสิทธิและเสรีภาพ มากขึ้นเรื่อยๆ
คนอยากรวย อยากสบาย มันเรื่องธรรมดา มีในทุกประเทศและทุกระบบ
ระบอบประชาธิปไตยดีที่มีเสรีภาพ มีอิสระมากกว่าระบอบการปกครองอื่น
ความกดดันเลยไม่มาก ไม่ค่อยเกิดความรุนแรง
ถ้าเพิ่มความมีวินัย รู้จักหน้าที่ให้กับประชาชน
และเพิ่มความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ
ระบอบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว
ส่วนตัว...คิดว่า ปัญหาบ้านเรา อยู่ที่คุณภาพของประชาชน
กับกลไกในการตรวจสอบการทำงานของข้าราชการ และ รัฐบาล
มากกว่านโยบายของพรรคการเมืองนะ
ส่วนผมคิดว่าระบบประชาธิปไตยแบบที่เราใช้อยู่นี้ไม่เหมาะกับคนไทย
แต่ผมก็จนปัญญาจะ บอกว่าประชาธิปไตยแบบไหน ที่เหมาะ
ขอโทษด้วยที่ทำได้แค่ติ แต่ไม่อาจหาคำตอบที่ดีกว่า จากสมองของตัวเองได้
ได้แต่หวังพึ่งจากคนรู้จริง รู้ลึกช่วยกันหาคำตอบ
#14
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 02:32
อย่าโทษระบบเลย ดูอย่างเกาหลีเหนือ ประชาชนอดตายมีให้เห็นทุกปี
แต่ท่านผู้นำกับพรรคพวก ความเป็นอยู่ไม่ต่างจากเศรษฐีในระบบทุนนิยมเลย
นโยบายประชานิยม ไม่ใช่ว่ามีแต่ข้อเสีย ข้อดีก็มี
มันอยู่ที่ว่า ต้องทำให้พอดี น้อยไปคนไม่ได้ประโยชน์เสียเปล่า
มากไปก็ทำให้ล้มละลายทั้งประเทศได้
มันอยู่ที่คนเอามาใช้
ผมวิแคะว่า เมื่อ 2 ระบบนี้มารวมกัน ใช้ในประเทศไหนแบบไม่ระวัง
มันหนีจุดจบแบบนี้ไม่พ้นนะครับ มันเกิดจากคนส่วนใหญ่ ยากที่จะบังคับกิเลสได้นะครับ
และ 2 ระบบนี้มันเอื้อให้คนเกิดกิเลส ที่ไม่มีสิ้นสุด
ทุนนิยม..คนอยากรวย อยากสบาย มากขึ้นไปเรื่อยๆ
ประชาธิปไตย..คนอยากทำตามที่ตัวต้องการ หมายถึงสิทธิและเสรีภาพ มากขึ้นเรื่อยๆ
คนอยากรวย อยากสบาย มันเรื่องธรรมดา มีในทุกประเทศและทุกระบบ
ระบอบประชาธิปไตยดีที่มีเสรีภาพ มีอิสระมากกว่าระบอบการปกครองอื่น
ความกดดันเลยไม่มาก ไม่ค่อยเกิดความรุนแรง
ถ้าเพิ่มความมีวินัย รู้จักหน้าที่ให้กับประชาชน
และเพิ่มความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ
ระบอบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว
ส่วนตัว...คิดว่า ปัญหาบ้านเรา อยู่ที่คุณภาพของประชาชน
กับกลไกในการตรวจสอบการทำงานของข้าราชการ และ รัฐบาล
มากกว่านโยบายของพรรคการเมืองนะ
ส่วนผมคิดว่าระบบประชาธิปไตยแบบที่เราใช้อยู่นี้ไม่เหมาะกับคนไทย
แต่ผมก็จนปัญญาจะ บอกว่าประชาธิปไตยแบบไหน ที่เหมาะ
ขอโทษด้วยที่ทำได้แค่ติ แต่ไม่อาจหาคำตอบที่ดีกว่า จากสมองของตัวเองได้
ได้แต่หวังพึ่งจากคนรู้จริง รู้ลึกช่วยกันหาคำตอบ
ไม่น่าเกี่ยวกับ ระบบประชาธิปไตย น่าเป็นจากการจัดการ การบริหาร
เข่นกัน ครอบครัวจะดีจะเลว ก้ออยู่ท่ี่ผู้นำครอบคร้ว
ประชานิยมถึงรัฐสวัสดิการ ทำให้อัตราการว่างงานในสเปนพุ่งเกือบแตะ 25% คนสเปนแทบเป็นง่อย เพราะรัฐบาลเลี้ยง
อัตราการว่างงานในสเปนพุ่งเกือบแตะ25%
รัฐบาลสเปนเผยว่า อัตราการว่างงานของสเปนในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นแตะ 24.63% น้อยกว่าในไตรมาสแรก โดยช่วงระหว่างเดือนเม.ย.-มิ.ย.มีคนตกงานเพิ่มขึ้น 53,500 คน ทำให้ในเวลานี้มีจำนวนคนไม่มีงานทำในสเปนเกือบ 5.7 ล้านคน
((((จากประชานิยมถึงรัฐสวัสดิการ...ทำคนสเปนแทบเป็นง่อย เพราะรัฐบาลเลี้ยง มาวันนี้เป็นไงล่ะครับ!! รัฐบาลที่แจกๆ กองทุนโน่นนี่..มีกองทุนตลอด...ปัจจุบัน กระดูกแทบไม่มีเหลือให้แทะเล็บ
เล็ก เจ้าเก่า
Sirima Ple คุ้นๆ นะ
Samran Pandher เหมือนประเทศนะ
คุ้นๆๆ ว่าประเทศสารขัณฑ์ มีอาการเดียวกัน ตอนนี้ขูดข้าวก้นหม้อกินแล้ว กระปุกออมสินก้อแอบเคะอยู่ รอทุบเอาเศษเหรียญเมื่อไรเท่านั้น
#15
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 08:30
แต่ตกงานต้องการเงินใช้ รัฐควรเอาไปทำงานด้านพัฒนาประเทศ จ่ายให้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ
ไม่ใช่แจกเงินให้ฟรีๆ คนมันก็ขี้เกียจสิ อยากได้เงินก็ต้องทำงาน
ความเป็นกลางมันคือหลุมหลบภัยของคนขี้ขลาด - ชัย ราชวัตร
#16
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 08:41
การให้สวัสดิการประชาชนเป็นสิ่งที่ดี อย่างเจ็บป่วย ควรได้รับการรักษา
แต่ตกงานต้องการเงินใช้ รัฐควรเอาไปทำงานด้านพัฒนาประเทศ จ่ายให้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ
ไม่ใช่แจกเงินให้ฟรีๆ คนมันก็ขี้เกียจสิ อยากได้เงินก็ต้องทำงาน
ใช่ๆๆอีก ประเทศสารขัณฑ์เลย แจกเป็นบัตรเครดิต ใครใช้ต้องจ่าย(+ดอก) ดีใจกันใหญ่เลย
#17
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 11:06
ความเป็นจริง
มีคนจบปริญญาโท จากแม่โจ้ ไปทำงานบ.ของเจ้าสัว ที่แถวๆ อ.วังน้อย ได้เงินเดือน15,000 แถมมีรายการตะกุกตะกักอีก เลยอยู่ได้แค่3 เดือน เลยเลิกคิดหลังฟังแนวความคิดเจ้าสัว
ขอยืมสโลแกนที่พบในเนต "คนโกหก ไม่ทำชั่วไม่มี"
ประโยชน์สูงสุดของประชาชน คือกฏหมายสูงสุดของประเทศ ...วิชา มหาคุณ
#18
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 11:27
จอมยุทธที่ฝ่าฟันจนได้มาอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว
ก็ถึงเวลาล้างมือในอ่างทองคำ ลาจากยุทธภพเสียที
ขืนฝืนอยู่ต่อ จากจอมยุทธก็จะกลายเป็นจอมโจรไป
ความเป็นกลางมันคือหลุมหลบภัยของคนขี้ขลาด - ชัย ราชวัตร
#19
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 16:45
ขอยืมสำนวนกำลังภายในมาใช้หน่อย...
จอมยุทธที่ฝ่าฟันจนได้มาอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว
ก็ถึงเวลาล้างมือในอ่างทองคำ ลาจากยุทธภพเสียที
ขืนฝืนอยู่ต่อ จากจอมยุทธก็จะกลายเป็นจอมโจรไป
ถ้าเจ้าสัวหลายๆคน ในเมืองไทย รู้จัก คำว่าพอ ประเทศเราคงดีกว่านี้เยอะ
#20
ตอบ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 17:54
#21
ตอบ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 05:47
จริยธรรมต่างหาก จริยธรรมในการแบ่งปัน จริยธรรมในความเท่าเทียม จริยธรรมในความพอเพียง
ผมเคยเป็นสมาชิก ของสภาอุตสาหกรรมกลุ่มอาหาร สมาชิกของกลุ่มนี้ บ่นกันส่วนใหญ่ เรื่อง CP รุกคืบเอาทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการปล่อยให้ บริษัทอื่นทำก่อน ถ้าดี ก็ ทำบ้างแล้วใช้ วิธีการ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ยืนระยะได้ยาวกว่า สุดท้าย บริษัทอื่น อย่างดีก็ แค่เป็นผู้รับจ้างผลิตเท่านั้น เอง
- kokkai likes this
#22
ตอบ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 05:56
ประชาธิปไตยเป็นหนึ่งในหนทางที่จะให้กฏหมู่เป็นกฏหมาย
จริยธรรม เป็นเครื่องทำให้กฏหมายเป็นกฏเกณฑ์
ผมจำได้ว่าสิงคโปรมีการเลือกตั้ง และใช่เสียงทั้งสภาส่ง สส ฝ่ายค้านคนเดียวไปเข้าคุก.............
หากเขามีจริยธรรม คงไม่ทำกันหรอก
- พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน and redfrog53 like this
#23
ตอบ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 06:22
ผมมองว่า
ประชาธิปไตยเป็นหนึ่งในหนทางที่จะให้กฏหมู่เป็นกฏหมาย
จริยธรรม เป็นเครื่องทำให้กฏหมายเป็นกฏเกณฑ์
ผมจำได้ว่าสิงคโปรมีการเลือกตั้ง และใช่เสียงทั้งสภาส่ง สส ฝ่ายค้านคนเดียวไปเข้าคุก.............
หากเขามีจริยธรรม คงไม่ทำกันหรอก
จำได้นิดๆ ขอรายละเอียดหน่อยได้มั่ยครับ คุณซิกรี เผื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อนๆที่ยังไมรู้
#24
ตอบ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 07:23
หันมาดูประเทศไทย บริษัทใดๆก็ตามที่ครองสัดส่วนตลาดมากกว่าร้อยละ40 ของทั้งหมด จัดว่าเป็นผู้ผูกขาด ดังนั้นราคาที่กำหนดออกมามันเลยสูงกว่าราคาจริงที่ควรจะเป็น ทำให้ต้นทุนในหลายๆอย่างสูงกว่าที่ควรจะเป็น และผมไม่แน่ใจว่าไทยเรามีกฎหมายป้องกันการผูกขาด และมีการบังคับใช้อย่างจริงจังหรือเปล่า
ระบอบประชาธิปไตย ถ้าหากสังคมใดๆมีประชากรที่มีคุณภาพมากกว่าไม่มีคุณภาพ สังคมนั้นก็จะเจริญ แต่ในประเทศที่ประชาชนบางกลุ่มไม่ค่อยมีนิสัยในการอ่าน ชอบอะไรที่ฉาบฉวย ไร้ราก แถมไม่ค่อยคิดที่จะค้นหาข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจ มันก็ทำให้ระบอบประชาธิปไตย กลายเป็นสนามของลิงบาบูน และทำให้ประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ อึดอัดและเดือดร้อนแทน เพราะภาษีที่เราจ่ายโดนพวกบาบูนผลาญไปหมด
- Charlie, พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน and kokkai like this
"Hoot": When I go home people'll ask me, "Hey Hoot, why do you do it man? What, you some kinda war junkie?" You know what I'll say? I won't say a goddamn word. Why? They won't understand. They won't understand why we do it. They won't understand that it's about the men next to you, and that's it. That's all it is.
Quote from Black Hawk Down
#25
ตอบ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 09:52
คอลัมน์ สังคมเซเล็บ
โดย ธันวา วิน [email protected]
เป็นที่ทราบกันดีว่าสิงคโปร์ ประเทศกึ่งประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการแห่งนี้มีกฎระเบียบที่เข้มงวด การชุมนุมต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนไม่สามารถออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังให้มากๆ
ที่ว่ากึ่งประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการก็เพราะสิงคโปร์มีการเลือกตั้งเช่นเดียวกับประเทศประชาธิปไตยทั่วไป แต่พรรคที่ชนะการเลือกตั้งตลอดกาลก็มีพรรคเดียวคือพรรคกิจประชาชน (พีเออาร์) นักการเมืองฝ่ายค้านก็มี พรรคการเมืองฝ่ายค้านก็มี แต่ในรัฐสภามีฝ่ายค้านแค่สองคน โดยฝ่ายค้านที่มีอยู่คนสองคนไม่สามารถแตะต้องรัฐบาลได้ การวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำไม่ต้องพูดถึงเลย วิจารณ์เมื่อไรถูกฟ้องทุกรายและแพ้คดีเกือบทุกรายเช่นกัน บางคนศาลประกาศให้ล้มละลายก็มี
อย่างกรณีของนายจี ซุน จวน เลขาธิการพรรคประชาธิปไตยสิงคโปร์ (เอสดีพี) ที่กล้าออกมาวิจารณ์ผู้นำสิงคโปร์อย่างรุนแรง โดยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา นายจวนและน้องสาวยอมถูกขังคุกเป็นเวลา 12 และ 10 วัน แทนที่จะจ่ายเงิน 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (45,570 บาท) เป็นค่าอุทธรณ์คดีหมิ่นประมาทศาล ทั้งนี้ ทั้งสองคนแสดงความไม่พอใจศาล ระหว่างศาลพิจารณาคดีที่นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุง ของสิงคโปร์ และนายลี กวน ยิว ผู้เป็นพ่อของลี เซียน หลุง และอดีตนายกรัฐมนตรีผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ฟ้องหมิ่นประมาทเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลก็เลยตั้งข้อหาหมิ่นประมาทศาลอีกคดีหนึ่ง ครอบครัวจวนต้องการยื่นอุทธรณ์คดีหมิ่นประมาทศาล แต่ไม่มีเงินค่าอุทธรณ์ก็เลยติดคุกแทนก่อนที่จะมีการอุทธรณ์ต่อไป
วิจารณ์ผู้นำสิงคโปร์ไม่มีใครไปรอด ก่อนหน้านี้ผู้นำพ่อลูกคู่นี้เคยได้เงินจำนวนไม่น้อยจากการชนะคดีและให้ยอมความนอกศาลจากผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และสื่อต่างประเทศที่ถูกกล่าวหาว่าทำลายชื่อเสียงของผู้นำสิงคโปร์
ส่วนนายจวนก็เคยติดคุกมาแล้วหลายครั้งทั้งจากคดีประท้วงโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ยอมจ่ายค่าปรับ...
หน้า 32
- kokkai likes this
#26
ตอบ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 18:16
คอลัมน์ สังคมเซเล็บ
โดย ธันวา วิน [email protected]
เป็นที่ทราบกันดีว่าสิงคโปร์ ประเทศกึ่งประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการแห่งนี้มีกฎระเบียบที่เข้มงวด การชุมนุมต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนไม่สามารถออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังให้มากๆ
ที่ว่ากึ่งประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการก็เพราะสิงคโปร์มีการเลือกตั้งเช่นเดียวกับประเทศประชาธิปไตยทั่วไป แต่พรรคที่ชนะการเลือกตั้งตลอดกาลก็มีพรรคเดียวคือพรรคกิจประชาชน (พีเออาร์) นักการเมืองฝ่ายค้านก็มี พรรคการเมืองฝ่ายค้านก็มี แต่ในรัฐสภามีฝ่ายค้านแค่สองคน โดยฝ่ายค้านที่มีอยู่คนสองคนไม่สามารถแตะต้องรัฐบาลได้ การวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำไม่ต้องพูดถึงเลย วิจารณ์เมื่อไรถูกฟ้องทุกรายและแพ้คดีเกือบทุกรายเช่นกัน บางคนศาลประกาศให้ล้มละลายก็มี
อย่างกรณีของนายจี ซุน จวน เลขาธิการพรรคประชาธิปไตยสิงคโปร์ (เอสดีพี) ที่กล้าออกมาวิจารณ์ผู้นำสิงคโปร์อย่างรุนแรง โดยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา นายจวนและน้องสาวยอมถูกขังคุกเป็นเวลา 12 และ 10 วัน แทนที่จะจ่ายเงิน 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (45,570 บาท) เป็นค่าอุทธรณ์คดีหมิ่นประมาทศาล ทั้งนี้ ทั้งสองคนแสดงความไม่พอใจศาล ระหว่างศาลพิจารณาคดีที่นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุง ของสิงคโปร์ และนายลี กวน ยิว ผู้เป็นพ่อของลี เซียน หลุง และอดีตนายกรัฐมนตรีผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ฟ้องหมิ่นประมาทเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลก็เลยตั้งข้อหาหมิ่นประมาทศาลอีกคดีหนึ่ง ครอบครัวจวนต้องการยื่นอุทธรณ์คดีหมิ่นประมาทศาล แต่ไม่มีเงินค่าอุทธรณ์ก็เลยติดคุกแทนก่อนที่จะมีการอุทธรณ์ต่อไป
วิจารณ์ผู้นำสิงคโปร์ไม่มีใครไปรอด ก่อนหน้านี้ผู้นำพ่อลูกคู่นี้เคยได้เงินจำนวนไม่น้อยจากการชนะคดีและให้ยอมความนอกศาลจากผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และสื่อต่างประเทศที่ถูกกล่าวหาว่าทำลายชื่อเสียงของผู้นำสิงคโปร์
ส่วนนายจวนก็เคยติดคุกมาแล้วหลายครั้งทั้งจากคดีประท้วงโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ยอมจ่ายค่าปรับ...
หน้า 32
ผมขอทำนายไว้ล่วงหน้า ถ้าสิงคโปร์ยังปกครองแบบเผด็จการ
คลุมร่างด้วยประชาธิปไตย (แบบที่แม้วชอบ และพยายามทำให้เหมือนสิงคโปร์)
วันหนึ่งข้างหน้า เราจะได้เห็น สิงคโปร์ล่มสลาย
เพราะอำนาจจะเป็นตัวก่อให้เกิดกิเลส ที่ไม่รู้จักพอ
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










