แถลงการณ์ของสำนักงานกฎหมาย “อัมสเตอร์ดัม แอนด์ พาร์ตเนอร์ส” หรือชื่อเดิมว่า “อัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์” เมื่อวันจันทร์ (30 ก.ค.) ระบุว่า ทางสำนักงานขอยุติบทบาทการทำหน้าที่เป็น “ล็อบบี้ยิสต์” ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่ย้อนไปตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังได้ทำหน้าที่ด้านการล็อบบี้ในสหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลืออดีตนายกรัฐมนตรีของไทยรายนี้นานถึง 2 ปีเต็ม พร้อมยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางสำนักงานฯ ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อให้คำแนะนำทางกฎหมายที่จำเป็น และช่วยปกป้องผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ รวมถึงได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือการเคลื่อนไหวของ “กลุ่มคนเสื้อแดง” นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเหตุรุนแรงทางการเมืองในกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ของไทย
ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานฯ ระบุว่า ตัวแทนของตนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.คือ นายแอนดรูว์ ดูร์โควิช ก็ได้ดำเนินการเพื่อล็อบบี้ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณกับหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มาโดยตลอดเช่นกัน
ด้าน นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ผู้ก่อตั้งสำนักงานกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีที่ตั้งทั้งในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ของสหรัฐฯ และกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร ปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงจำนวนเงินค่าจ้างที่ได้รับจาก พ.ต.ท.ทักษิณตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ข้อมูลด้านการเงินและบัญชีค่าใช้จ่ายในการล็อบบี้ ซึ่งทางสำนักงานกฎหมายของอัมสเตอร์ดัมได้ยื่นต่อสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ระบุว่า ทางสำนักงานฯ ได้รับเงินจากลูกความชาวไทยรายนี้คิดเป็นเงินไม่ถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเท่ากับว่าตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรีไทยที่ถูกกองทัพโค่นอำนาจได้จ่ายเงินค่าจ้างให้กับทางสำนักงานฯ เพียงแค่ 157,580 บาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเงินจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าจ้างที่นายอัมสเตอร์ดัมได้รับจากลูกความรายอื่นๆ ของเขาทั้งในรัสเซีย สิงคโปร์ แซมเบีย และเวเนซุเอลา
นอกจากนั้น อัมสเตอร์ดัมยังยืนกรานว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการล็อบบี้เพื่อช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณที่ถูกศาลไทยตัดสินว่ากระทำความผิดฐานทุจริต ได้รับ “วีซ่า” เข้าสหรัฐฯ พร้อมระบุด้วยว่าโดยปกติทางการสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาว่ากระทำความผิดเดินทางเข้าประเทศโดยเด็ดขาด
ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า การได้รับ “วีซ่า” เข้าสหรัฐฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับความพยายามของรัฐบาลอเมริกันในขณะนี้ที่กำลังต้องการ “ใช้ประเทศไทยเป็นฐาน” ในการขยายอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อคานอำนาจกับจีนผ่านทางรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ และอาจเป็นสาเหตุให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมกระทำการที่เข้าข่าย “ละเมิดกฎหมายของตัวเอง” เพื่อให้ผู้ที่มีสถานะเป็น “นักโทษหนีคดี” ได้เดินทางเข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ
http://astv.mobi/A2f7zJd
ปชป.น่าจะจ้างมันมาเป็นทนายต่อ แต่เป็นทนายแฉแม้ว


















