ภาระกิจ คือ ติดตาม สอดส่งดูแลผู้ก่อการร้าย บินเร็วก็ไม่ได้ มองไม่เห็น เครื่องแบบนี้ ความเร็ว สามารถเห็นได้ บินสูง ขนาดที่ปืนยิงไม่ถึง
เอา F5 หรือเครื่องไอพ่นไปก็ มองไม่เห็น อย่างไทย บริจาค เครื่อง OV10 ให้ ฟิลิปปินส์ เพื่อ ต่อสู้ กับ ผู้ก่อการร้ายมุสลิมเหมือนกัน
OV 10 ที่ให้ฟิลิปปินส์ ไปก็เพื่อแลกสัมปทานมือถือ เรื่องนี้รู้กันดีในแวดวงทหารอากาศ อีกอย่างลักษณะผู้ก่อการร้ายในฟิลิปปินส์ มีการแบ่งแยกกลุ่มอย่างชัดเจน จึงมองเห็นประโยชน์ของ OV10 แต่สำหรับสถานการณ์ภาคใต้ กลุ่มก่อการร้ายไม่ได้แยกตัวเองออกมาจากชาวบ้าน อยู่ปะปนร่วมกันในหมู่บ้าน การฝึกก็เกิดขึ้นในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านหรือไปฝึกในพื้นที่ตะวันออกกลาง แล้วส่งตัวกลับมาฝึกมวลชนของตนเองในพื้นที่ ดังนั้นมองไม่เป็นประโยชน์อะไรเลยในการเอา AU23 ไปใช้งานแบบนี้
ก็ไม่เชิงหรอกครับ เทคโนโลยีปัจจุบันพัฒนาไป กว่ายุคสงครามเวียดนามมาก ทำเครื่องบินเร็วอย่าง F-5,F-16 สามารถทำหน้าที่ใกล้เคียงเครื่องบินช้าอย่าง OV-10 ได้ครับ เช่นพวกการพัฒนา กระเป๋าชี้เป้าต่างๆ ระเบิดแม่นยำ อาวุธปล่อยนําวิธีอากาศ สู่ พื้น เป็นต้น
แต่ว่าพวกเครื่องบินช้า จะมีข้อได้เปรียบ คือ ใช้อาวุธโง่ได้แม่นยำกว่า เพราะนักบินสามารถใช้เวลาวางศูนย์ได้นานกว่า มีค่าใช้จ่ายในการปัฎิบัติงานตํ่ากว่า และมีเวลาเหนือเป้าหมายนานกว่า
ผมเชื่อว่าโอกาสที่ AU-23 จะลาดตระเวนติดอาวุธเป็นไปไม่ได้เลย เพราะถ้าใช้จริงโอกาสที่จะทำให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องโดนลูกหลงมีค่อนข้างสูง และอีกทั้งการพิสูจน์ฝ่ายจากทางอากาศ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินใดๆก็ตาม หากไม่มีผู้ประสานงานภาคพื้น
การที่ใช้ AU-23 มันมีประโยชน์แน่ๆครับ เพราะเท่าที่จำได้เคยมีการปรับปรุงให้ติดตั้งกล้อง forward looking infrared เพื่อใช้ในการเกาะติดเป้าหมายไว้ด้วย แต่ในภูมิประเทศอย่าง 3จ. ไม่มั่นใจกว่ากล้อง FLIR จะทำได้แค่ไหนครับ
Edited by ควันหลง, 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 22:32.