จุดอ่อนของเพื่อไทยคือ"ทักษิณ" จุดอ่อนของประชาธิปัตย์คืออะไร?
#51
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 20:28
ถ้าปชป.เอาไปปรับปรุงได้ก็จะดีมาก
แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ทั้งกษัตริย์ยังทรงคุณธรรมอันสูงส่ง
จำคำนี้ไว้ไปบอกยมบาลเวลาเจ้าลงนรกก็แล้วกัน
#52
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 20:32
ผมอธิบายไม่เก่ง หากติดขัดตรงไหนอย่างไรก็ขออภัยไว้ก่อนสิ่งที่คุณพูด มันค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่คลุมเครือ เช่น อย่างไร คือ โอกาส
อะไร ที่เรียกว่าลืมตาอ้าปากได้ และสิ่งที่ได้มา เป็นเพราะนโยบายเพื่อไทยจริงหรือ
สิ่งที่เรียกว่า ประชาชนรู้สึกได้ ใครๆ ก็รู้ มันทำลายตรรกะคนไทยไปหมดแล้ว
ผมจะขอแบ่งโอกาสเป็นสามส่วน คือ
- โอกาสทางต้นทุน
- โอกาสทางฐานะ
- โอกาสทางการแข่งขัน
* พึงระลึกไว้ว่าโอกาสที่ผมแบ่งไว้มีผลน้อยมากกับผู้ที่มีความฉลาดและไหวพริบ ซึ่งเป็นส่วนน้อยของประเทศ
โอกาสทางต้นทุน - ส่วนนี้จะเป็นเรื่องรายได้และทรัพย์สิน บางรายก็กู้จนดอกเบี้ยบานเพื่อที่จะเอาเงินไปหมุนธุรกิจ บางรายก็หากู้ไม่ได้จึงติดขัดเงินที่จะนำไปหมุนในธุรกิจ ไทยรักไทยได้ตอบสนองด้านนี้ โดยเห็นได้จากโครงการพักหนี้หรือกองทุนต่าง ๆ
โอกาสทางฐานะ - ส่วนนี้จะเป็นเรื่องวุฒิการศึกษาที่มีต่อการประกอบอาชีพ ซึ่งมีกำแพงทำให้ไต่ระดับเลื่อนชั้นได้อย่างลำบาก ทั้งในด้านการศึกษาต่อหรือเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งทางอาชีพ บางรายจะหันไปทำธุรกิจส่วนตัวก็ติดปัญหาโอกาสทางต้นทุน ไม่มีพรรคการเมืองใดแก้ได้ หากแต่ไทยรักไทยตอบสนองด้านนี้ทางอ้อม โดยช่วยปัญหาโอกาสทางต้นทุน
โอกาสทางการแข่งขัน - เมื่อโอกาสด้านอื่น ๆ ต่ำ โอกาสที่จะแข่งขันก็ต่ำลงไปด้วย ตรงนี้แยกมาเพราะถ้ามีการแข่งขันโดยเสรี หรือกีดกันโดยมาตรฐานต่าง ๆ มักจะมีโอกาสทางด้านนี้ขึ้นมา ผู้ที่มีโอกาสทางต้นทุนต่ำมีหรือที่จะสู้ได้ ไม่มีพรรคการเมืองใดแก้ได้ หากแต่ไทยรักไทยตอบสนองด้านนี้ทางอ้อม โดยช่วยปัญหาโอกาสทางต้นทุน
เนื่องจากยังมีคนที่รอคอยโอกาสและได้รับโอกาสจากนโยบายของไทยรักไทย แล้วอยู่ ๆ จะมีใครที่ไหนก็ไม่รู้ไปหักนโยบายนั้นแถมยังไม่ให้โอกาสอันใหม่ พวกเขาจะยอมหรือ?
นโยบายอะไรที่จะถูกใจประชาชน ก็อยากจะชวนให้ท่านกลับไปคิดดูบ้าง ไม่จำเป็นต้องขายฝัน แต่เน้นการเปิดโอกาสก็พอ
- RiDKuN_user and kokkai like this
#53
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 20:51
ผมอธิบายไม่เก่ง หากติดขัดตรงไหนอย่างไรก็ขออภัยไว้ก่อน
สิ่งที่คุณพูด มันค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่คลุมเครือ เช่น อย่างไร คือ โอกาส
อะไร ที่เรียกว่าลืมตาอ้าปากได้ และสิ่งที่ได้มา เป็นเพราะนโยบายเพื่อไทยจริงหรือ
สิ่งที่เรียกว่า ประชาชนรู้สึกได้ ใครๆ ก็รู้ มันทำลายตรรกะคนไทยไปหมดแล้ว
ผมจะขอแบ่งโอกาสเป็นสามส่วน คือ
- โอกาสทางต้นทุน
- โอกาสทางฐานะ
- โอกาสทางการแข่งขัน
* พึงระลึกไว้ว่าโอกาสที่ผมแบ่งไว้มีผลน้อยมากกับผู้ที่มีความฉลาดและไหวพริบ ซึ่งเป็นส่วนน้อยของประเทศ
โอกาสทางต้นทุน - ส่วนนี้จะเป็นเรื่องรายได้และทรัพย์สิน บางรายก็กู้จนดอกเบี้ยบานเพื่อที่จะเอาเงินไปหมุนธุรกิจ บางรายก็หากู้ไม่ได้จึงติดขัดเงินที่จะนำไปหมุนในธุรกิจ ไทยรักไทยได้ตอบสนองด้านนี้ โดยเห็นได้จากโครงการพักหนี้หรือกองทุนต่าง ๆ
โอกาสทางฐานะ - ส่วนนี้จะเป็นเรื่องวุฒิการศึกษาที่มีต่อการประกอบอาชีพ ซึ่งมีกำแพงทำให้ไต่ระดับเลื่อนชั้นได้อย่างลำบาก ทั้งในด้านการศึกษาต่อหรือเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งทางอาชีพ บางรายจะหันไปทำธุรกิจส่วนตัวก็ติดปัญหาโอกาสทางต้นทุน ไม่มีพรรคการเมืองใดแก้ได้ หากแต่ไทยรักไทยตอบสนองด้านนี้ทางอ้อม โดยช่วยปัญหาโอกาสทางต้นทุน
โอกาสทางการแข่งขัน - เมื่อโอกาสด้านอื่น ๆ ต่ำ โอกาสที่จะแข่งขันก็ต่ำลงไปด้วย ตรงนี้แยกมาเพราะถ้ามีการแข่งขันโดยเสรี หรือกีดกันโดยมาตรฐานต่าง ๆ มักจะมีโอกาสทางด้านนี้ขึ้นมา ผู้ที่มีโอกาสทางต้นทุนต่ำมีหรือที่จะสู้ได้ ไม่มีพรรคการเมืองใดแก้ได้ หากแต่ไทยรักไทยตอบสนองด้านนี้ทางอ้อม โดยช่วยปัญหาโอกาสทางต้นทุน
เนื่องจากยังมีคนที่รอคอยโอกาสและได้รับโอกาสจากนโยบายของไทยรักไทย แล้วอยู่ ๆ จะมีใครที่ไหนก็ไม่รู้ไปหักนโยบายนั้นแถมยังไม่ให้โอกาสอันใหม่ พวกเขาจะยอมหรือ?
นโยบายอะไรที่จะถูกใจประชาชน ก็อยากจะชวนให้ท่านกลับไปคิดดูบ้าง ไม่จำเป็นต้องขายฝัน แต่เน้นการเปิดโอกาสก็พอ
ขอบคุณที่อธิบายครับ แต่ผมคิดว่ายังขาดความเชื่อมโยง
บอกตามตรงผมไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่คุณพูด กับความพ่ายแพ้ของ ปชป. ในเขตอีสาน
ซึ่งเป็นเขตที่มีผลอย่างมากต่อชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปได้
แน่นอนนะครับว่านโยบายที่เปิดโอกาสให้ประชาชน ผมสนับสนุนให้ ปชป. ทำ
แต่ข้อโต้แย้งมันอยู่ที่ว่า จุดอ่อนของ ปชป. อยู่ที่ตรงนั้นจริงหรือ
การแพ้ชนะในการเลือกตั้งไม่ได้ขึ้นกับว่าใครดีกว่าใคร มันขึ้นกับความนิยม เรื่องนี้คุณคงทราบดี
ณ วันนี้ผมเชื่อว่า ต่อให้ ปชป. ออกสุดยอดนโยบาย จนชนเพดานของการขายฝัน
หรือต่อให้ออกนโยบายขายฝันเกทับบลัฟแหลกเลยก็ได้ ก็ยังไม่สามารถชนะเพื่อไทยได้
เพราะยังไงคนก็นิยมน้อยกว่าเพื่อไทย ถ้าจะวิเคราะห์จุดอ่อนจริงๆ ต้องหาสาเหตุว่าทำไมคนนิยมน้อยกว่า
สำหรับสังคมไทย ผมก็ยังเห็นว่าถ้าจะชิงความนิยม นโยบายนั้นเป็นเรื่องรอง
แต่การเมืองเป็นเรื่องหลัก
~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~
#54
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 21:09
สำหรับสังคมไทย ผมก็ยังเห็นว่าถ้าจะชิงความนิยม นโยบายนั้นเป็นเรื่องรอง
แต่การเมืองเป็นเรื่องหลัก
ไม่เห็นต้องคิดอะไรมามาย (อาจเป็นเพราะผมอยู่อีสานตั้งแต่เด็กเลยรู้นิสัยคนท้องที่)
1. คนอีสานรักพวกพ้อง ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นพวก ถ้าเราเป็นพวกเขาแล้วยังไงเราก็ถูกเสมอ
2. คนอีสานนับถือคนแจกเงินว่ามีบุญคุณ พอมีบุญคุณก็ต้องตอบแทนด้วยการเลือก (ไอ้เหตุผลยากๆอย่างทฤษฎีประชาธิปไตยน่ะอย่าไปอธิบายเลย เขาไม่สน)
3. คนอีสานเชื่อฟังหัวคะแนน หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นมากๆ เพราะชาวบ้านต้องพึ่งพากัน(พึ่งกฎหมายไม่ได้ไง) กุมหัวคะแนนได้ก็กุมสภาพได้แล้ว
***** ทั้งหมดทั้งมวลที่อธิบายมา ประชาธิปัตย์ทำไม่ได้ครับ มันไม่ใช้ตัวตนของพรรคนี้
- asawinee, kokkai, whiskypeak and 1 other like this
#55
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 21:56
ปชป. แพ้ด้านข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ ไม่มีสายสืบเกี่ยวกับเรื่องที่ฝ่ายอื่นเล่าถึงตนเลยหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบได้ เพราะไม่มีการอธิบายชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของฝ่ายอื่นที่เล่าถึงตนเลย ปชป. จะจับเรื่องไหนอย่างไรก็เป็นลบได้อยู่ดีขอบคุณที่อธิบายครับ แต่ผมคิดว่ายังขาดความเชื่อมโยง
บอกตามตรงผมไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่คุณพูด กับความพ่ายแพ้ของ ปชป. ในเขตอีสาน
ซึ่งเป็นเขตที่มีผลอย่างมากต่อชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปได้
แน่นอนนะครับว่านโยบายที่เปิดโอกาสให้ประชาชน ผมสนับสนุนให้ ปชป. ทำ
แต่ข้อโต้แย้งมันอยู่ที่ว่า จุดอ่อนของ ปชป. อยู่ที่ตรงนั้นจริงหรือ
ยกตัวอย่างเรื่องไม่ปรองดองฯ เรื่องลบ ๆ อันเก่าของ ปชป. ยังไม่ได้รับการชี้แจง มันก็ส่งผลให้ถึง ปชป. จะชี้แจงหรือลุยเรื่องนี้ตามกติกาแค่ไหน ก็ส่งผลต่อ ปชป. เป็นลบอยู่ดี
ผมไม่ขอยกตัวอย่างเรื่องลบ ๆ ที่มีต่อ ปชป. ซึ่งมันควรเป็นหน้าที่ของตัวพรรคเอง ที่ต้องใส่ใจส่งคนไปค้นหาและนำมาวิเคราะห์เพื่อหาทางแก้เอง
ความเห็นนี้ยังมีส่วนผิดอยู่ คิดดูสิว่าทำไม ปชป. ถึงไม่ชนะการเลือกตั้งในเขตเมือง ถ้าคิดอย่างนี้อย่างไรก็ไม่ชนะวันยังค่ำไม่เห็นต้องคิดอะไรมามาย (อาจเป็นเพราะผมอยู่อีสานตั้งแต่เด็กเลยรู้นิสัยคนท้องที่)
1. คนอีสานรักพวกพ้อง ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นพวก ถ้าเราเป็นพวกเขาแล้วยังไงเราก็ถูกเสมอ
2. คนอีสานนับถือคนแจกเงินว่ามีบุญคุณ พอมีบุญคุณก็ต้องตอบแทนด้วยการเลือก (ไอ้เหตุผลยากๆอย่างทฤษฎีประชาธิปไตยน่ะอย่าไปอธิบายเลย เขาไม่สน)
3. คนอีสานเชื่อฟังหัวคะแนน หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นมากๆ เพราะชาวบ้านต้องพึ่งพากัน(พึ่งกฎหมายไม่ได้ไง) กุมหัวคะแนนได้ก็กุมสภาพได้แล้ว
***** ทั้งหมดทั้งมวลที่อธิบายมา ประชาธิปัตย์ทำไม่ได้ครับ มันไม่ใช้ตัวตนของพรรคนี้
ส่งคนของพรรคหลาย ๆ คนไปเก็บข้อมูลมันน่าจะง่ายกว่ามั้ง จะได้ไม่ต้องเดาเอาเอง
#56
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 22:15
#57
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 22:24
ระดับสติปัญญาก็มีส่วนสำคัญนะครับ อิอิ
พรรคเพื่อไทย เลือกเฉพาะคนปัญญาอ่อนเข้าพรรคหรือครับ..มิน่า
แต่ละตัว..เฮ้อไม่รู้จะสรรหาคำไทยว่าอย่างไรมาอธิบาย
คุณนี่แฟนพันธ์แท้ทักษิณละซิ ถึงได้รู้ลึก..5555
#58
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 22:30
ระดับสติปัญญาก็มีส่วนสำคัญนะครับ อิอิ
พรรคเพื่อไทย เลือกเฉพาะคนปัญญาอ่อนเข้าพรรคหรือครับ..มิน่า
แต่ละตัว..เฮ้อไม่รู้จะสรรหาคำไทยว่าอย่างไรมาอธิบาย
คุณนี่แฟนพันธ์แท้ทักษิณละซิ ถึงได้รู้ลึก..5555
พูดแบบนี้ คุณต้องเป็นแฟนพันธ์แท้พรรคขี้แพ้แหงๆ ฟันธง อิอิ
#59
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 22:41
ระดับสติปัญญาก็มีส่วนสำคัญนะครับ อิอิ
พรรคเพื่อไทย เลือกเฉพาะคนปัญญาอ่อนเข้าพรรคหรือครับ..มิน่า
แต่ละตัว..เฮ้อไม่รู้จะสรรหาคำไทยว่าอย่างไรมาอธิบาย
คุณนี่แฟนพันธ์แท้ทักษิณละซิ ถึงได้รู้ลึก..5555
พูดแบบนี้ คุณต้องเป็นแฟนพันธ์แท้พรรคขี้แพ้แหงๆ ฟันธง อิอิ
ยอมรับครับ..555
แต่ไม่หน้ามืดตามัวเลยตั้งกระทู้ บอกเล่า สอบถาม จุดอ่อนไงครับ
แล้วก็เชิญพรรคชนะลากพวกเราลงเหวด้วยกัน...555
#60
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 22:45
ปชป. แพ้ด้านข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ ไม่มีสายสืบเกี่ยวกับเรื่องที่ฝ่ายอื่นเล่าถึงตนเลยหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบได้ เพราะไม่มีการอธิบายชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของฝ่ายอื่นที่เล่าถึงตนเลย ปชป. จะจับเรื่องไหนอย่างไรก็เป็นลบได้อยู่ดี
ขอบคุณที่อธิบายครับ แต่ผมคิดว่ายังขาดความเชื่อมโยง
บอกตามตรงผมไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่คุณพูด กับความพ่ายแพ้ของ ปชป. ในเขตอีสาน
ซึ่งเป็นเขตที่มีผลอย่างมากต่อชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปได้
แน่นอนนะครับว่านโยบายที่เปิดโอกาสให้ประชาชน ผมสนับสนุนให้ ปชป. ทำ
แต่ข้อโต้แย้งมันอยู่ที่ว่า จุดอ่อนของ ปชป. อยู่ที่ตรงนั้นจริงหรือ
ยกตัวอย่างเรื่องไม่ปรองดองฯ เรื่องลบ ๆ อันเก่าของ ปชป. ยังไม่ได้รับการชี้แจง มันก็ส่งผลให้ถึง ปชป. จะชี้แจงหรือลุยเรื่องนี้ตามกติกาแค่ไหน ก็ส่งผลต่อ ปชป. เป็นลบอยู่ดี
ผมไม่ขอยกตัวอย่างเรื่องลบ ๆ ที่มีต่อ ปชป. ซึ่งมันควรเป็นหน้าที่ของตัวพรรคเอง ที่ต้องใส่ใจส่งคนไปค้นหาและนำมาวิเคราะห์เพื่อหาทางแก้เองความเห็นนี้ยังมีส่วนผิดอยู่ คิดดูสิว่าทำไม ปชป. ถึงไม่ชนะการเลือกตั้งในเขตเมือง ถ้าคิดอย่างนี้อย่างไรก็ไม่ชนะวันยังค่ำไม่เห็นต้องคิดอะไรมามาย (อาจเป็นเพราะผมอยู่อีสานตั้งแต่เด็กเลยรู้นิสัยคนท้องที่)
1. คนอีสานรักพวกพ้อง ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นพวก ถ้าเราเป็นพวกเขาแล้วยังไงเราก็ถูกเสมอ
2. คนอีสานนับถือคนแจกเงินว่ามีบุญคุณ พอมีบุญคุณก็ต้องตอบแทนด้วยการเลือก (ไอ้เหตุผลยากๆอย่างทฤษฎีประชาธิปไตยน่ะอย่าไปอธิบายเลย เขาไม่สน)
3. คนอีสานเชื่อฟังหัวคะแนน หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นมากๆ เพราะชาวบ้านต้องพึ่งพากัน(พึ่งกฎหมายไม่ได้ไง) กุมหัวคะแนนได้ก็กุมสภาพได้แล้ว
***** ทั้งหมดทั้งมวลที่อธิบายมา ประชาธิปัตย์ทำไม่ได้ครับ มันไม่ใช้ตัวตนของพรรคนี้
ส่งคนของพรรคหลาย ๆ คนไปเก็บข้อมูลมันน่าจะง่ายกว่ามั้ง จะได้ไม่ต้องเดาเอาเอง
หมายถึงเขตปริมณฑลใช่ไหม
ผมเองก็อยู่ในจังหวัดเขตปริมณทล ผมก้รู้สึกได้ถึงฐานเสียงของพวกเสื้อแดงที่เข้มข้มเอามากๆอยู่เหมือนกัน
#61
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 22:46
ระดับสติปัญญาก็มีส่วนสำคัญนะครับ อิอิ
พรรคเพื่อไทย เลือกเฉพาะคนปัญญาอ่อนเข้าพรรคหรือครับ..มิน่า
แต่ละตัว..เฮ้อไม่รู้จะสรรหาคำไทยว่าอย่างไรมาอธิบาย
คุณนี่แฟนพันธ์แท้ทักษิณละซิ ถึงได้รู้ลึก..5555
พูดแบบนี้ คุณต้องเป็นแฟนพันธ์แท้พรรคขี้แพ้แหงๆ ฟันธง อิอิ
ยอมรับครับ..555
แต่ไม่หน้ามืดตามัวเลยตั้งกระทู้ บอกเล่า สอบถาม จุดอ่อนไงครับ
แล้วก็เชิญพรรคชนะลากพวกเราลงเหวด้วยกัน...555
เจ็บสินะ
ความอับอายในความพ่ายแพ้ชนิดต่อเนื่องยาวนานที่ได้รับกันในเวลานี้ เรารู้ว่านาย “เจ็บ”
ถ้าเราเป็นนาย เราอาจจะฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้
เราเห็นใจพวกนาย เราเข้าใจหัวอกของคำว่า “แพ้หมดรูป” ได้ดี แม้ฝ่ายเราจะชนะมาตลอดก็ตาม
เอาน่า ยังไงๆพวกนายก็เคยได้เชยชม”เก้าอี้” ตัวนั้นอยู่พักนึง ถึงแม้จะได้มันมาแบบหน้าด้านๆ
จงจดจำความสำเร็จในครั้งนั้นให้ดี เพราะชาตินี้คงไม่มีโอกาสชนะแบบภาคภูมิใจอย่างคนอื่นๆเขาได้หรอก
สงสารนะ จุ๊บๆ
#63
ตอบ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 23:20
ผมอธิบายไม่เก่ง หากติดขัดตรงไหนอย่างไรก็ขออภัยไว้ก่อน
สิ่งที่คุณพูด มันค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่คลุมเครือ เช่น อย่างไร คือ โอกาส
อะไร ที่เรียกว่าลืมตาอ้าปากได้ และสิ่งที่ได้มา เป็นเพราะนโยบายเพื่อไทยจริงหรือ
สิ่งที่เรียกว่า ประชาชนรู้สึกได้ ใครๆ ก็รู้ มันทำลายตรรกะคนไทยไปหมดแล้ว
ผมจะขอแบ่งโอกาสเป็นสามส่วน คือ
- โอกาสทางต้นทุน
- โอกาสทางฐานะ
- โอกาสทางการแข่งขัน
* พึงระลึกไว้ว่าโอกาสที่ผมแบ่งไว้มีผลน้อยมากกับผู้ที่มีความฉลาดและไหวพริบ ซึ่งเป็นส่วนน้อยของประเทศ
โอกาสทางต้นทุน - ส่วนนี้จะเป็นเรื่องรายได้และทรัพย์สิน บางรายก็กู้จนดอกเบี้ยบานเพื่อที่จะเอาเงินไปหมุนธุรกิจ บางรายก็หากู้ไม่ได้จึงติดขัดเงินที่จะนำไปหมุนในธุรกิจ ไทยรักไทยได้ตอบสนองด้านนี้ โดยเห็นได้จากโครงการพักหนี้หรือกองทุนต่าง ๆ
โอกาสทางฐานะ - ส่วนนี้จะเป็นเรื่องวุฒิการศึกษาที่มีต่อการประกอบอาชีพ ซึ่งมีกำแพงทำให้ไต่ระดับเลื่อนชั้นได้อย่างลำบาก ทั้งในด้านการศึกษาต่อหรือเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งทางอาชีพ บางรายจะหันไปทำธุรกิจส่วนตัวก็ติดปัญหาโอกาสทางต้นทุน ไม่มีพรรคการเมืองใดแก้ได้ หากแต่ไทยรักไทยตอบสนองด้านนี้ทางอ้อม โดยช่วยปัญหาโอกาสทางต้นทุน
โอกาสทางการแข่งขัน - เมื่อโอกาสด้านอื่น ๆ ต่ำ โอกาสที่จะแข่งขันก็ต่ำลงไปด้วย ตรงนี้แยกมาเพราะถ้ามีการแข่งขันโดยเสรี หรือกีดกันโดยมาตรฐานต่าง ๆ มักจะมีโอกาสทางด้านนี้ขึ้นมา ผู้ที่มีโอกาสทางต้นทุนต่ำมีหรือที่จะสู้ได้ ไม่มีพรรคการเมืองใดแก้ได้ หากแต่ไทยรักไทยตอบสนองด้านนี้ทางอ้อม โดยช่วยปัญหาโอกาสทางต้นทุน
เนื่องจากยังมีคนที่รอคอยโอกาสและได้รับโอกาสจากนโยบายของไทยรักไทย แล้วอยู่ ๆ จะมีใครที่ไหนก็ไม่รู้ไปหักนโยบายนั้นแถมยังไม่ให้โอกาสอันใหม่ พวกเขาจะยอมหรือ?
นโยบายอะไรที่จะถูกใจประชาชน ก็อยากจะชวนให้ท่านกลับไปคิดดูบ้าง ไม่จำเป็นต้องขายฝัน แต่เน้นการเปิดโอกาสก็พอ
คือผมอ่านแล้วคิดว่าคุณมีเหตุผล แต่อยากค้านซักหน่อยว่าเพื่อไทย
(ขอเรียกเพื่อไทยละกันเพราะยุบพรรคหลายรอบขี้เกียจไปรื้อว่าชื่อตอนนั้นมันชื่ออะไร แหะๆ)
ใช้วิธีฉายฉวยไปหน่อยในความคิดผม คืออยู่ดีๆ เหมือนเอาเงินไปยัดใส่มือคนที่ยังไม่มีความพร้อมเลย
ผลที่ตามมาก็คือการขาดวินัยทางการเงินที่จะกลายมาเป็นผลเสียอย่างร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจไทยภายหลัง
อย่าง "กองทุนหมู่บ้าน" คอนเซปต์ดีนะครับทำให้ชาวบ้านเข้าถึงเงินได้โดยตัดขั้นตอนยุ่งยากออกหมด
แต่ผลเสียคือเงินที่ได้มาง่ายก็ใช้ออกไปง่าย จะมีชาวบ้านกี่คนที่ได้เงินจากกองทุนนั้นไปต่อยอด
ทำมาหากินจริงๆ? เท่าที่เห็นจากข่าว+คุยกับคนอื่นเห็นว่าส่วนใหญ่ได้เงินมาก็ไปซื้อมือถือหรือ
มอเตอร์ไซค์ใหม่ และที่ร้ายไปกว่านั้นคือจากบางคนที่ไม่ได้มีหนี้มีสินก็จะกลายมามีหนี้สินเพราะกองทุนนี้
เรื่อง "พักหนี้" ก็เหมือนกัน ถ้ามีการพิจารณาพักในรายที่เดือดร้อนจริงๆ ผมก็เห็นด้วย
แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นพักพร่ำเพรื่อ จนในที่สุดคนที่พอจะมีเงินใช้หนี้ได้ก็กลายเป็นไม่อยากใช้หนี้
เอาเงินไปใช้อย่างอื่นหมด แล้วพอถึงกำหนดใช้หนี้ใหม่ก็ออกมาขอให้พักหนี้ใหม่ สร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับ
ชาวบ้านที่เป็นหนี้อย่างมาก ลองคิดดูสิครับหากชาวบ้านเป็นคนเหนียวหนี้กันมากๆ นานๆ เข้า
ระบบเงินในบ้านเราจะเป็นยังไง?
ส่วนเรื่องการสร้างโอกาสอย่าง "โครงการโอท็อป" ถึงจะไปก็อปของญี่ปุ่นมาแต่โดยคอนเซปต์ก็ดี
แต่ที่แย่คือระบบการจัดการ สินค้าที่ออกมามีซ้ำกันซะเยอะขาดจุดเด่น มีอยู่ไม่กี่อย่างที่โดดเด้งและขายได้จริง
ที่เหลือก็แป็กไป เท่าที่ผมจำได้เหมือนจะมีข่าวว่าจะมีอบรมหรือให้คำปรึกษาเรื่องการคิดผลิตภัณฑ์ด้วย
แต่ก็เงียบๆ ไปเลยไม่รู้ว่าทำจริงหรือเปล่า
สรุปคือ ผมคิดว่านโยบายของเพื่อไทยเป็นนโยบายแบบ "แดกด่วน" เป็นนโยบายที่เน้นเห็นผลเร็ว
ได้ภาพที่สวยงามดูดีในระยะสั้น แต่ระยะยาวผลเสียที่ตามมาจะเรื้อรังและแก้ไขได้ยากเพราะมันจะ
กลายเป็นมะเร็งที่ลุกลามไปทุกภาคส่วน เหมือนกินอาหารฟาสต์ฟู๊ดที่ดูสวยงามและน่าอร่อยแต่ในระยะยาว
ก็จะป่วยเป็นโรคร้ายนั่นละครับ
ปล. ความจริงโครงการณ์ที่สร้างโอกาสให้กับประชาชนของปชป. ก็มีนะครับอย่าง "ต้นกล้าอาชีพ"
แต่ผมไม่ได้ตามต่อว่าคนที่ไปลงทะเบียนได้ผลแค่ไหนยังไงออกแนวเงียบๆ เหมือนกัน
และอีกเรื่องที่จะลดความเหลื่อมล้ำได้ดีคือ "ภาษีที่ดินกับมรดกอัตราก้าวหน้า" แต่ดันโดนเพื่อไทย
คว่ำตกคูไปในสมัยรัฐบาลนี้ไปแล้ว ช่างเป็นรัฐบาลอำหมาดที่ไม่ยอมให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากซะจริง
#64
ตอบ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 01:44
ความเห็นนี้ยังมีส่วนผิดอยู่ คิดดูสิว่าทำไม ปชป. ถึงไม่ชนะการเลือกตั้งในเขตเมือง ถ้าคิดอย่างนี้อย่างไรก็ไม่ชนะวันยังค่ำ
ไม่เห็นต้องคิดอะไรมามาย (อาจเป็นเพราะผมอยู่อีสานตั้งแต่เด็กเลยรู้นิสัยคนท้องที่)
1. คนอีสานรักพวกพ้อง ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นพวก ถ้าเราเป็นพวกเขาแล้วยังไงเราก็ถูกเสมอ
2. คนอีสานนับถือคนแจกเงินว่ามีบุญคุณ พอมีบุญคุณก็ต้องตอบแทนด้วยการเลือก (ไอ้เหตุผลยากๆอย่างทฤษฎีประชาธิปไตยน่ะอย่าไปอธิบายเลย เขาไม่สน)
3. คนอีสานเชื่อฟังหัวคะแนน หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นมากๆ เพราะชาวบ้านต้องพึ่งพากัน(พึ่งกฎหมายไม่ได้ไง) กุมหัวคะแนนได้ก็กุมสภาพได้แล้ว
***** ทั้งหมดทั้งมวลที่อธิบายมา ประชาธิปัตย์ทำไม่ได้ครับ มันไม่ใช้ตัวตนของพรรคนี้
ส่งคนของพรรคหลาย ๆ คนไปเก็บข้อมูลมันน่าจะง่ายกว่ามั้ง จะได้ไม่ต้องเดาเอาเอง
ผมยืนยันว่าความเห็นผมถูก ลองอ่านที่ท่าน อดีตส.ส.ทารุณพูดเองแล้วกัน
สส.เก่ง เผยสูตรมัดใจชาวดอนเมืองแบบอยู่หมัด ว่าอาศัยแบรนด์คนดอนเมือง เกิดดอนเมือง และขอตายที่ดอนเมือง และ ต้องไม่ลืมการไปลามาไหว้ ชนิดมือประกบติดจนแกะไม่ออก
ไปไหนก็จะบอก "พ่อครับ แม่ครับหวัดดีครับ"ที่สำคัญใครบวช ใครแต่ง ใครตาย ไม่เคยว่างเว้น เป็นต้องเห็นหน้าเก่ง การุณทุกที่
"ทีมงานผมสก. 2 คน เป็นพี่ชาย สข.8 คนทำงานคลุมพื้นที่ดอนเมืองทั้งหมด ผมจะลิสต์เสมอว่าในแต่ละวันมีกี่งาน สูงสุดถ้าเข้าช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ หรือวันเด็กจะสูงถึงวันละ 30-40 งาน เราต้องแบ่งทีมไปให้ทั่วถึง ส่วนงานปกติจันทร์ศุกร์ เฉลี่ยแล้ววันละ 2 งาน เสาร์-อาทิตย์ วันละไม่ต่ำกว่า 5 งาน ถามว่าทำไมเยอะชาวดอนเมืองมี 5-6 หมื่นครอบครัวเป็นคนพุทธส่วนใหญ่ ดังนั้นเฉพาะงานทำบุญบ้านครบรอบปีก็ตกปีละนับหมื่นงาน"
"ไม่ใช่แค่งานสังคม แต่ยังมีทีมบริการฉีดสุนัข ฉีดยุง บอกได้เลยว่าตัวผม รวมทั้ง สก.และ สข. เรามีสรรพกำลังเยอะจริงๆ สก.ได้งบแปรญัตติใน กทม.คนละ30ล้าน เราก็เอาไปตอบสนองคนในพื้นที่และก็ไปพีอาร์ว่าที่ขอไป มาแล้วนะ ส่วน สข.ก็มีงบของเขาดังนั้นชุมชนไหนอยากได้อะไรไม่ว่าเครื่องใช้ไม้สอยครุภัณฑ์เครื่องเสียงไฟฟ้าลานกีฬา ศาลาอเนกประสงค์ทีมงานเราดูแลหมด ซอกไหนซอยไหนก็การุณถนนตรอกไหนที่เดินลำบากก็การุณ"
การุณ ยอมรับว่า รายจ่ายที่พ่วงมาหนักหนาเอาการเฉพาะภาษีสังคมแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า5 แสนบาท ก่อนแจกแจง ค่าซองงานศพให้500-2,000บาท ซองงานแต่งอย่างต่ำ 2,000 บาท ยังมีเงินเดือนทีมงานทั้งหมด 20 คน คนละ6,000-1 หมื่นบาทตกเดือนละ2แสนกว่าบาท ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสำนักงานค่าพวงหรีดตกเดือนละ 4-5 หมื่นบาท
คำนวณแล้วไม่ใช่แค่ 5 แสนบาท รายจ่ายทั้งหมดในการทำพื้นที่และทีมงานร่วม 7 แสนบาทต่อเดือนโดยเฉพาะน้ำท่วมที่ผ่านมา เก่งบอกว่า 2 เดือนหมดไปกับการช่วยชาว บ้านไม่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท
ถามไปว่า แล้วอย่างนี้เป็น สส.ทำไมรายจ่ายเกือบล้านต่อเดือน แต่สส.ได้เงินเดือนแค่ 1 แสนบาท?!?เก่งตอบไม่อ้อมค้อม "เพราะมันได้เกียรติภูมิ (เน้นเสียง) คือ ความ ภูมิใจ ถ้าสมมติผมเป็นแค่ไอ้เก่งธรรมดา มีแต่เงิน ไม่มีพวก ไม่มีบารมีการ ต่อยอดของบารมีมันก็ไม่มี ทุกวันนี้เรา
เป็น สส.เก่ง เข้าหาผู้อื่นด้วยความสุภาพทำให้ผู้ใหญ่เมตตาเขาสามารถที่จะอวยประโยชน์ให้เราได้ เช่น เก่งมีอะไรบอกอานะ อามีธุรกิจ ถ้าเอ็งชอบ เอ็งไปดูนะ มันต่อยอดได้จริงๆ"
"ความจริงผมมีธุรกิจที่หาเงินหาทองได้เยอะแยะ ผมเป็นล็อบบี้ยิสต์ เพราะไปกราบผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองเมตตาผมเยอะ เมื่อเขาให้ประโยชน์เรา เราก็สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์ที่พึงมีพึ่งได้ในการครองตน ผมทำอย่างนี้ตลอด ผมไม่กลัวใครจะมาตรวจสอบเพราะผมชี้แจงได้หมด"
"สิ่งสำคัญ คือ ผมสะสมเพื่อนไว้ตลอดระยะทางที่เดินมา ไม่ใช่เป็น สส.แล้วหายหน้า มีแต่คนรังเกียจ ยิ่งเวลามีใครเดือดร้อนมา ผมจะบอกผู้ใหญ่ว่า ท่านครับ เพื่อนเก่งเขาเดือดร้อนมาขอความเมตตาด้วยครับ ผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพกว่าก็ส่งความเมตตามาถึงเพื่อนจะเห็นได้ว่าผมสะสมมิตรมาตลอดทาง"
แล้วมันต่อยอดได้มากแค่ไหน?เก่งบอกว่า"มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีศักยภาพด้านเอกชนและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเรากรองแล้ว สิ่งไหนเราช่วยเหลือตัวเองได้จะทำด้วยตัวเอง อันไหนเราไปกราบขอเมตตา มันทำให้ต่อยอดได้เยอะ เราอยู่ตรงนี้ เรามีมิตรรัก ชื่อเสียงก็มีคนจะพูดว่าเฮ้ยไอ้เก่งมันใช้ได้ นักเลงโว้ย มันช่วยเหลือคนคนรักเราเยอะ ในพื้นที่ก็ปากต่อปากกันแรง"
http://bit.ly/NePI90
ดอนเมือง
#65
ตอบ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 07:12
"เราเลิกกันเถอะ..เพราะเธอ(ปชป)ดีเกินไป" หือๆ
- kokkai likes this
ถูกใจเสื้อแดง ของแพงไม่ว่า โดนโกงไม่ด่า ขอแค่ตระกูลชินนรกเป็น นายก พอ..
#66
ตอบ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 08:30
มันยกพวกทลายคันกั้นน้ำ เพราะมันไปไถ กิจการใหญ่ฝั่งน้ำไม่ท่วมแล้วไม่ได้
เลยยุยงชาวบ้านให้ช่วยกันทลาย
เขตนนทบุรี น้ำไม่ท่วมเพราะผู้บริหาร ไปขอเงินจากกิจการใหญ่ๆเหมือนกัน และก็ได้มาก้อนใหญ่
แล้วไปตกลงกับฝั่งน้ำท่วมว่าจะช่วยเต็มที่ และช่วยจริง
ช่วยทั้งระหว่างน้ำท่วม และหลังน้ำลด ปัญหาระหว่างชาวบ้านเลยไม่เกิด
#68
ตอบ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 20:37
#69
ตอบ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 11:33
ผมอธิบายไม่เก่ง หากติดขัดตรงไหนอย่างไรก็ขออภัยไว้ก่อน
สิ่งที่คุณพูด มันค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่คลุมเครือ เช่น อย่างไร คือ โอกาส
อะไร ที่เรียกว่าลืมตาอ้าปากได้ และสิ่งที่ได้มา เป็นเพราะนโยบายเพื่อไทยจริงหรือ
สิ่งที่เรียกว่า ประชาชนรู้สึกได้ ใครๆ ก็รู้ มันทำลายตรรกะคนไทยไปหมดแล้ว
ผมจะขอแบ่งโอกาสเป็นสามส่วน คือ
- โอกาสทางต้นทุน
- โอกาสทางฐานะ
- โอกาสทางการแข่งขัน
* พึงระลึกไว้ว่าโอกาสที่ผมแบ่งไว้มีผลน้อยมากกับผู้ที่มีความฉลาดและไหวพริบ ซึ่งเป็นส่วนน้อยของประเทศ
โอกาสทางต้นทุน - ส่วนนี้จะเป็นเรื่องรายได้และทรัพย์สิน บางรายก็กู้จนดอกเบี้ยบานเพื่อที่จะเอาเงินไปหมุนธุรกิจ บางรายก็หากู้ไม่ได้จึงติดขัดเงินที่จะนำไปหมุนในธุรกิจ ไทยรักไทยได้ตอบสนองด้านนี้ โดยเห็นได้จากโครงการพักหนี้หรือกองทุนต่าง ๆ
โอกาสทางฐานะ - ส่วนนี้จะเป็นเรื่องวุฒิการศึกษาที่มีต่อการประกอบอาชีพ ซึ่งมีกำแพงทำให้ไต่ระดับเลื่อนชั้นได้อย่างลำบาก ทั้งในด้านการศึกษาต่อหรือเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งทางอาชีพ บางรายจะหันไปทำธุรกิจส่วนตัวก็ติดปัญหาโอกาสทางต้นทุน ไม่มีพรรคการเมืองใดแก้ได้ หากแต่ไทยรักไทยตอบสนองด้านนี้ทางอ้อม โดยช่วยปัญหาโอกาสทางต้นทุน
โอกาสทางการแข่งขัน - เมื่อโอกาสด้านอื่น ๆ ต่ำ โอกาสที่จะแข่งขันก็ต่ำลงไปด้วย ตรงนี้แยกมาเพราะถ้ามีการแข่งขันโดยเสรี หรือกีดกันโดยมาตรฐานต่าง ๆ มักจะมีโอกาสทางด้านนี้ขึ้นมา ผู้ที่มีโอกาสทางต้นทุนต่ำมีหรือที่จะสู้ได้ ไม่มีพรรคการเมืองใดแก้ได้ หากแต่ไทยรักไทยตอบสนองด้านนี้ทางอ้อม โดยช่วยปัญหาโอกาสทางต้นทุน
เนื่องจากยังมีคนที่รอคอยโอกาสและได้รับโอกาสจากนโยบายของไทยรักไทย แล้วอยู่ ๆ จะมีใครที่ไหนก็ไม่รู้ไปหักนโยบายนั้นแถมยังไม่ให้โอกาสอันใหม่ พวกเขาจะยอมหรือ?
นโยบายอะไรที่จะถูกใจประชาชน ก็อยากจะชวนให้ท่านกลับไปคิดดูบ้าง ไม่จำเป็นต้องขายฝัน แต่เน้นการเปิดโอกาสก็พอ
ยังไง ปชป. ก็ทำอย่างเพื่อไทยไม่ได้อยู่ดี การเสนอผลประโยชน์ให้ประชาชน มันก็มีประโยชน์ก็จริง เพียงแต่มันก็มีลิมิตของมันอยู่
เพื่อไทยมองไม่เห็นหรือไม่สนใจในข้อจำกัดนี้เลย ไม่ได้คิดถึงเลยว่าประเทศจะเสียหายอย่างไร มุ่งตอบสนองฐานเสียงของตนเอง
และสนใจแต่ชัยชนะเท่านั้น แต่ ปชป. ทำไม่ได้ครับ ปชป. อาจมีความคิดที่จะกระจายรายได้ให้ประชาชนเหมือนกัน แต่ยังไงๆ
ก็ไม่กล้าทุ่มแบบเพื่อไทยแน่ๆ เขารู้ความสามารถตัวเองดีว่าทำได้แค่ไหน และคำนึงถึงชาติมากกว่า ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันครับ
ได้แต่รอดูว่า เพื่อไทยจะเอาอยู่ ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนส่วนใหญ่ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่โดนส่วนตัวคิดว่าพวกเขา
เริ่มฝืนทำอะไรเกินตัวมากไปแล้ว
- kokkai likes this
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม คือ ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
คุณธรรมที่พร้ำสอน ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา ส่วน ประชาธิปไตยน่ะรึ เอาเข้าจริงๆ สำคัญอันใด??
#70
ตอบ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 19:13
ผมขอพูดแรง ๆ นะว่า ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็สมควรไล่เสนาธิการหรือมันสมองพรรคออกยกก๊วนแล้วเปิดรับสมัครหาคนใหม่ ๆ มาทำแทนได้แล้วครับ วิธีมันมีร้อยแปดผมไม่เชื่อว่าพวก ศ. หรือ ดร. ไม่ว่าจะอาชีพหรือกิตติมศักดิ์ทั้งหลายจะไม่สามารถคิดได้ยังไง ปชป. ก็ทำอย่างเพื่อไทยไม่ได้อยู่ดี การเสนอผลประโยชน์ให้ประชาชน มันก็มีประโยชน์ก็จริง เพียงแต่มันก็มีลิมิตของมันอยู่
เพื่อไทยมองไม่เห็นหรือไม่สนใจในข้อจำกัดนี้เลย ไม่ได้คิดถึงเลยว่าประเทศจะเสียหายอย่างไร มุ่งตอบสนองฐานเสียงของตนเอง
และสนใจแต่ชัยชนะเท่านั้น แต่ ปชป. ทำไม่ได้ครับ ปชป. อาจมีความคิดที่จะกระจายรายได้ให้ประชาชนเหมือนกัน แต่ยังไงๆ
ก็ไม่กล้าทุ่มแบบเพื่อไทยแน่ๆ เขารู้ความสามารถตัวเองดีว่าทำได้แค่ไหน และคำนึงถึงชาติมากกว่า ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันครับ
ได้แต่รอดูว่า เพื่อไทยจะเอาอยู่ ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนส่วนใหญ่ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่โดนส่วนตัวคิดว่าพวกเขา
เริ่มฝืนทำอะไรเกินตัวมากไปแล้ว
ผมขอฝากไว้ว่า นโยบายที่ดีไม่จำเป็นต้องให้รัฐบาลทำให้ประชาชน แต่สามารถล่อหลอกให้ประชาชนทำตามนโยบายนั้นได้ต่างหาก
#71
ตอบ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 19:31
ผมขอพูดแรง ๆ นะว่า ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็สมควรไล่เสนาธิการหรือมันสมองพรรคออกยกก๊วนแล้วเปิดรับสมัครหาคนใหม่ ๆ มาทำแทนได้แล้วครับ วิธีมันมีร้อยแปดผมไม่เชื่อว่าพวก ศ. หรือ ดร. ไม่ว่าจะอาชีพหรือกิตติมศักดิ์ทั้งหลายจะไม่สามารถคิดได้
ยังไง ปชป. ก็ทำอย่างเพื่อไทยไม่ได้อยู่ดี การเสนอผลประโยชน์ให้ประชาชน มันก็มีประโยชน์ก็จริง เพียงแต่มันก็มีลิมิตของมันอยู่
เพื่อไทยมองไม่เห็นหรือไม่สนใจในข้อจำกัดนี้เลย ไม่ได้คิดถึงเลยว่าประเทศจะเสียหายอย่างไร มุ่งตอบสนองฐานเสียงของตนเอง
และสนใจแต่ชัยชนะเท่านั้น แต่ ปชป. ทำไม่ได้ครับ ปชป. อาจมีความคิดที่จะกระจายรายได้ให้ประชาชนเหมือนกัน แต่ยังไงๆ
ก็ไม่กล้าทุ่มแบบเพื่อไทยแน่ๆ เขารู้ความสามารถตัวเองดีว่าทำได้แค่ไหน และคำนึงถึงชาติมากกว่า ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันครับ
ได้แต่รอดูว่า เพื่อไทยจะเอาอยู่ ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนส่วนใหญ่ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่โดนส่วนตัวคิดว่าพวกเขา
เริ่มฝืนทำอะไรเกินตัวมากไปแล้ว
ผมขอฝากไว้ว่า นโยบายที่ดีไม่จำเป็นต้องให้รัฐบาลทำให้ประชาชน แต่สามารถล่อหลอกให้ประชาชนทำตามนโยบายนั้นได้ต่างหาก
อ่านกท.ของคุณแล้วนึกถึงประโยคอมตะ
เคนเนดี้: “อย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตัวท่านเองว่าท่านจะทำอะไรให้ประเทศชาติ”
Kennedy: “Don’t ask what the country can do for you, ask what you can do for your country”
#73
ตอบ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 21:43
ใช่เลย!!ปชป.คือไอ้ขี้แพ้
แต่ไอ้ขี้แพ้นี่หละ ที่คอยมาเก็บขี้ เก็บเยี่ยว ให้กับไอ้พวกชนะที่คว่ยบางกลุ่มมันยกย่อง
กี่ยุค กี่สมัยแล้ว ที่หลังจากการชนะของพวกเอี้ยพวกนี้ คนขี้แพ้ต้องมาหาเงินใช้หนี้ หาเงินเก็บเข้าคลัง
มาดูข้อมูลที่ผู้ชนะ ส่งมอบ"ขรี้"ไว้ให้ปชป.ตามเช็ดให้
ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2552 “ก่อน” ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์จะแถลงนโยบาย
ต่อรัฐสภาเพื่อเริ่มทำงาน (ตุลาคม 2551 –ธันวาคม 2551) นั้นปรากฏตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้
รายได้ตามระบบกระแสเงินสดของรัฐบาลจัดเก็บได้ 275,337 ล้านบาท
ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (ตุลาคม 2550 – ธันวาคม 2550)
จัดเก็บได้ถึง 330,278 ล้านบาท เป็นการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงไปถึง 54,941 ล้านบาท
หรือคิดเป็นการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงไปถึงร้อยละ 16.6
รายได้หดหายไปไหนถึง 54,941 ล้านบาทในช่วงระยะเพียง 3 เดือน?
จากรายงานของกระทรวงการคลังพบประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
ในทางบัญชีรายได้จากการจัดเก็บของกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร
พร้อมใจกันจัดเก็บต่ำกว่าประมาณการไป 26,445 ล้านบาท และต่ำกว่าปีก่อนหน้า
ประมาณ 21,300 ล้านบาท
นอกจากจะมีสาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาแล้ว สาเหตุสำคัญยังมาจากมาตรการ
ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 6 เดือนของรัฐบาลนายสมัครเพื่อหาเสียง
ทำให้รายได้จากการจัดเก็บหายไปต่ำกว่าเป้าหมาย 13,861 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52 .41
สาเหตุที่ทำให้รายได้ของหน่วยงานจัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งปัญหานี้ทยอยดีขึ้น
หลังจากที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้หันมาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันให้กลับมาเป็นปกติ
เรื่องที่น่าผิดสังเกตยิ่งขึ้นไปอีกก็เพราะเหตุว่าการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มช่วง “เดือนธันวาคม 2551”
เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วง
เดือนธันวาคม 2551 เป็นช่วงเวลารอยต่อจากรัฐบาลนายสมชาย มาเป็นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์
ซึ่งกว่าที่นายอภิสิทธิ์จะได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็เป็นวันที่ 30 ธันวาคม 2551
ใน 3 เดือนแรก “ก่อน” ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์จะได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ได้มีการล้วงเงินคงคลังไปใช้แล้วประมาณ 168,134 ล้านบาท เป็นผลทำให้
เงินคงคลังเหลือเพียง 61,400 ล้านบาท และมาเหลือประมาณ 52,000 ล้านบาท
ในเดือนมกราคม 2552 ตามการให้ข้อมูลของนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง
คำถามที่ว่าเงินคงคลังหายไปไหน ก็น่าจะสรุปได้ว่าเป็นเพราะการจัดเก็บภาษี
ได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เพราะมีไอ้โม่งวางยาเอาไว้ ทั้งการลดการเก็บภาษีน้ำมันเพื่อหาเสียง
อีกทั้งยังมีการเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ผู้ประกอบการมากกว่าปกติ รายได้เก็บไม่เข้าเป้า
แต่กลับไม่ลดค่าใช้จ่าย ออกพันธบัตรกู้เงินไม่สอดคล้องกับจำนวนเงินที่มี
การคืนหนี้ไถ่ถอนตั๋วคลัง เมื่อเงินสดขาดมือจึงต้องล้วงเอาเงินคงคลังไป 168,134 ล้านบาท
ภาวะเงินขาดมือเช่นนี้จึงทำให้วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552
คณะรัฐมนตรีที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงได้อนุมัติกรอบการกู้เงิน
ประมาณ 270,000 ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างเร่งด่วน
#74
ตอบ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 21:46
#76
ตอบ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 21:53
จุดอ่อนของปชป. คือความขาดคุณภาพของผู้สมัคร สส ในภาคอีสาน ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีประชากรเยอะที่สุด และ มีคนคุมพรรคมากกว่าคนเดียว
ขอโทษครับ ความเห็นนี้ผมขอค้าน
1.คุณภาพสส.ไม่น่าจะเป็นตัวหลัก เพราะสส.เพื่อไทยที่ได้ ผมไม่เห็นว่ามีคุณภาพตรงไหน
*** เกือบทั้งนั้น..555
2.ไม่ใช่คนเดียวคุมพรรคเหมือนเพื่อไทย อันนั้นมันเผด็จการแล้วครับ
#77
ตอบ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 13:25
ผมขอพูดแรง ๆ นะว่า ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็สมควรไล่เสนาธิการหรือมันสมองพรรคออกยกก๊วนแล้วเปิดรับสมัครหาคนใหม่ ๆ มาทำแทนได้แล้วครับ วิธีมันมีร้อยแปดผมไม่เชื่อว่าพวก ศ. หรือ ดร. ไม่ว่าจะอาชีพหรือกิตติมศักดิ์ทั้งหลายจะไม่สามารถคิดได้
ยังไง ปชป. ก็ทำอย่างเพื่อไทยไม่ได้อยู่ดี การเสนอผลประโยชน์ให้ประชาชน มันก็มีประโยชน์ก็จริง เพียงแต่มันก็มีลิมิตของมันอยู่
เพื่อไทยมองไม่เห็นหรือไม่สนใจในข้อจำกัดนี้เลย ไม่ได้คิดถึงเลยว่าประเทศจะเสียหายอย่างไร มุ่งตอบสนองฐานเสียงของตนเอง
และสนใจแต่ชัยชนะเท่านั้น แต่ ปชป. ทำไม่ได้ครับ ปชป. อาจมีความคิดที่จะกระจายรายได้ให้ประชาชนเหมือนกัน แต่ยังไงๆ
ก็ไม่กล้าทุ่มแบบเพื่อไทยแน่ๆ เขารู้ความสามารถตัวเองดีว่าทำได้แค่ไหน และคำนึงถึงชาติมากกว่า ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันครับ
ได้แต่รอดูว่า เพื่อไทยจะเอาอยู่ ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนส่วนใหญ่ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่โดนส่วนตัวคิดว่าพวกเขา
เริ่มฝืนทำอะไรเกินตัวมากไปแล้ว
ผมขอฝากไว้ว่า นโยบายที่ดีไม่จำเป็นต้องให้รัฐบาลทำให้ประชาชน แต่สามารถล่อหลอกให้ประชาชนทำตามนโยบายนั้นได้ต่างหาก
พูดง่ายทำยาก ในความเป็นจริงระหว่าง เสนอผลประโยชน์ให้ประชาชนแต่พอประมาณ แล้วหลอกล่อประชาชนทำตามนโยบายที่ดี กับ แจกเลย ทุ่มไม่อั้น คุณคิดว่าคนเขาจะเลือกอะไร? เมื่อก่อนผมก็คิดอย่างคุณ แต่ปัจจุบันผมตระหนักแล้วว่าความเป็นจริงไม่ได้สวยงามเช่นนั้น
Edited by annykun, 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 13:28.
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม คือ ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
คุณธรรมที่พร้ำสอน ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา ส่วน ประชาธิปไตยน่ะรึ เอาเข้าจริงๆ สำคัญอันใด??
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน














