แปลก!! นักข่าวไทยนิยมคนละศีลมุสาวาทา
#1
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 15:50
ทำไมนักข่าวไทยถึงยังคงไปสัมภาษณ์หรือเขียนคำสัมภาษณ์ บุคคลซึ่ง
"ถูกจับได้ว่าโกหกคำโต" ซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ได้
ตัวอย่างบุคคลเช่น
- พร้อมพงษ์ (ตัวนี้คือศาสดาแห่ง มุสาวาทา)
- จตุพร
- เต้น
ตามปกติสามัญสำนึกคนทั่วไป ไม่ต้องถึงขนาดเป็นนักข่าวหรอก
ผมฟังคนที่จับได้ว่าโกหก สองครั้ง ผมไม่ฟังและเชื่อต่อไปแล่้วครับ แต่สำหรับนักข่าวไทย
ผมไม่เข้าใจ และโค รตจะไม่เข้าใจ
- คนกวาดขยะ, blackdragon, Alone and 1 other like this
#2
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 16:26
ถ้าจะเอาคนพูดจริงทั้งหมด
ผมว่า คงไม่มีข่าวจากฝ่ายรัฐบาลเลยแหละ
55555
- voodoo, Apichai, ปวดตับแท้เหลา and 6 others like this
แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ทั้งกษัตริย์ยังทรงคุณธรรมอันสูงส่ง
จำคำนี้ไว้ไปบอกยมบาลเวลาเจ้าลงนรกก็แล้วกัน
#3
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 16:50
แหม พี่ก้อ
ถ้าจะเอาคนพูดจริงทั้งหมด
ผมว่า คงไม่มีข่าวจากฝ่ายรัฐบาลเลยแหละ
55555
หากให้ท่านเลือกประหารระหว่าง "คนพูดเท็จ" กับ "คนนำเรื่องเท็จมาขยายในวงกว้าง"
ท่านจะประหาร (ประนาม) ใคร
#4
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 16:56
อาชีพนักข่าวก็คือหาข่าวส่งสำนักงาน ถ้าไม่มีข่าวโดนไล่ออกเเน่ ก็เลยทนทำไปตามนั้น
วีธีเเก้ก็ไม่ต้องใส่ใจกับไอ้ข่าวประเภทนั้น ไม่อ่านให้รกสมอง ไม่ใส่ใจกับมัน
#5
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 16:56
#6
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 17:00
คำว่า อุดมการณ์ และ จรรยาบรรณ ไม่มีใครรู้้จักกันแล้ว
ผิดหวังกับสื่อมวลชนวันนี้มากมายจริงๆ
Now! Restart Thailand
#7
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 17:02
แหม พี่ก้อ
ถ้าจะเอาคนพูดจริงทั้งหมด
ผมว่า คงไม่มีข่าวจากฝ่ายรัฐบาลเลยแหละ
55555
หากให้ท่านเลือกประหารระหว่าง "คนพูดเท็จ" กับ "คนนำเรื่องเท็จมาขยายในวงกว้าง"
ท่านจะประหาร (ประนาม) ใคร
สมควรตายตกไปตามๆกันครับ
- CrazyDaimon likes this
#8
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 17:12
แต่เดี๋ยวนี้นักข่าวไม่ทำแบบนั้นแล้ว คงจะยอมรับคำพูดของคนชอบโกหกเสียแล้ว
หรือว่านักข่าวเดี๋ยวนี้ ไม่มีปัญญาหาความจริงมาให้ประชาชน ก็ไม่รู้
ต่อไปเสียงข้างมากฆ่าคนตายก็ไม่ผิด ตามสบายเลย ยุบได้ทุกศาล ต่อไปให้มีศาลประชาชนไปเลย ถ้าจำเลยฆ่าคนตายก็เอาเสียงข้างมากโหวตกันว่า คนนี้ไม่ต้องรับโทษเพราะเป็นพวกเสียงข้างมากสุดแล้วแต่..วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
#9
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 17:13
รู้ตัวอยู่ว่าแถลงข่าวโกหก แต่ก็ยังทำ เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีผลงานไปเบิกยอดได้
#10
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 17:19
ลืมเป็ดเหลิมป่าวครับ
ไม่ได้ลืมครับ แต่ให้เขียนทุกคนเกรงว่าหน้าแรกจะเป็นของผมคนเดียวนะสิ T^T
- sendou tiger likes this
#11
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 18:00
จบข่าวเพียงเท่านี้
ถ้าอยากได้ความเท่าเทียม
ก็ปีนป่ายขึ้นไปให้อยู่เทียบเท่ากับคนอื่นเค้า
อย่าได้กระชากฉุดให้คนอื่นเขาลงมาตกต่ำเท่ากับตน
#12
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 18:06
งั้นก็คงจะได้แต่ข่าวสั้นๆว่าแหม พี่ก้อ
ถ้าจะเอาคนพูดจริงทั้งหมด
ผมว่า คงไม่มีข่าวจากฝ่ายรัฐบาลเลยแหละ
55555
เป็ดเหลิมตด
จบข่าว
#13
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 18:22
ต้องย้อนกลับไปดูที่คณะนิเทศศาสตร์,วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนทั้งหลายของแต่ละมหาวิทยาลัย ว่าสอนกันอย่างไร
เพราะนี่คือต้นทางใหญ่ของคนที่จะไปเป็นสื่อ
#14
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 18:32
คนส่วนใหญ่ก็ชอบเสียด้วย ก็เลยมีนักเต้าข่าวสนองนี๊ดกันไป
ส่วนนึงผมว่าก็ต้องโทษคนส่วนใหญ่ด้วยล่ะที่ยังสนับสนุนสื่อเชลีย บิดเบือนหรือเน้นคราม่ากันอยู่
ถ้าสื่อพวกนี้ไม่มีคนดูมันก็ต้องปรับปรุงตัว ถ้าจะให้สื่อมีคุณภาพผมว่าควรพัฒนาคนส่วนใหญ่ของเรา
ให้มีคุณภาพก่อนแล้วคุณภาพสื่อก็จะตามมาเอง
#15
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 18:45
นักข่าวปัจจุบันต้องใช้ปัจจัยแบบกระดาษในการดำรงชีพครับแต่ก่อน..........(นานมาแล้ว) ถ้านักการเมืองพูดโกหก จะมีนักข่าวนี่แหละที่คอยเสาะหาความจริงมาบอกประชาชน
แต่เดี๋ยวนี้นักข่าวไม่ทำแบบนั้นแล้ว คงจะยอมรับคำพูดของคนชอบโกหกเสียแล้ว
หรือว่านักข่าวเดี๋ยวนี้ ไม่มีปัญญาหาความจริงมาให้ประชาชน ก็ไม่รู้
เลยลืม เกียรติ จรรยาบรรณ ที่เคยมี
แต่เอ๊ะ! หรือว่าไม่เคยมีหว่า
#16
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 19:05
#17
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 19:33
เต้าข่าวนี่ผมเกลียด แต่ถ้าเต้าขาวล่ะก็................
Edited by อู๋ ฮานามิ, 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 19:34.
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#18
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 20:38
นอกจากนี้ผมก็ว่านักข่าวหลายๆคนจะคล้ายๆกับอาจารย์มหาลัย เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลเจาะลึก ก็เลยคิดว่าตัวเองรู้ดีกว่าชาวบ้านไปเสียทุกอย่าง
เกิดเป็นอาการชาล้นถ้วย แต่เพราะรู้ลึก ก็เลยไม่ได้มองรอบๆข้างให้ครบถ้วน นักข่าวนักเขียนจะเป็นแบบนี้กันเยอะ
อีกอย่างทีผมหมั่นไส้พวกนักข่าวนักเขียนก็คือพวกนี้ชอบทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมาวิพากษ์วิจารณ์พนักงานออฟฟิศ แต่ตัวเองไม่เคยมีประสบการณ์
เป็นพนักงานออฟฟิศ ลักษณะอาชีพนักข่าวก็เหมือนฟรีแลนซ์กลายๆ เข้างานไม่แน่นอน ลำดับขั้นในสายอาชีพไม่ได้สูงมาก มีเวลาว่างมาก
พอส่งข่าวเสร็จก็ว่างไปกินเหล้าเที่ยวเตร่ ซอกแซก รู้ดีหลายๆเรื่อง แต่ไม่เข้าใจงานในระบบ ชอบคิดว่าตัวเองเข้าใจรากหญ้า
แต่รู้จักรากหญ้าเฉพาะหน้ากากของรากหญ้าเวลาให้สัมภาษณ์ (ถ้าอยากรู้ว่าหน้ากากรากหญ้าเป็นยังไง ลองไปถามพี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
เรื่องที่พี่แกไปช่วยยายแก่น้ำท่วมที่บังเอิญไปเจอของบริจาคเป็นกองพะเนินอยุ่หลังบ้านเพราะพี่บิณฑ์บังเอิญขอเข้าไปฉี่)
พวกนักข่าวนักเขียนพวกนี้เลยชอบมองตัวเองเป็นมนุษย์เลิศศีลธรรม เที่ยววิจารณ์ชาวบ้านเขาไปทั่ว ประมาณแดงโลกสวยประเภทหนึ่ง
อย่างพออ่านคอลัมน์น.ส.พ.แนวๆที่วิพากษ์วิจารณ์พนักงานออฟฟิศว่าแล้งน้ำใจกว่าแท็กซี่ เห็นคนเดือดร้อนก็ไม่ลงมาช่วยก็อดจะปึ้ดไม่ได้
แสดดดด *คุณ*เคยเป็นพนักงานตอกบัตรมั้ยล่ะ *คุณ*คิดว่าฝ่ายบุคคลจะยอมไม่หักเงินเดือนหรือไม่หักคะแนนให้เสียประวัติ
เพราะเหตุผลว่า "จอดรถช่วยคน" หรือยังไง?
- อู๋ ฮานามิ, blackdragon and ม่านน้ำ like this
#19
ตอบ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 20:47
ผมไม่เข้าใจ และโค รตจะไม่เข้าใจ
ทำไมนักข่าวไทยถึงยังคงไปสัมภาษณ์หรือเขียนคำสัมภาษณ์ บุคคลซึ่ง
"ถูกจับได้ว่าโกหกคำโต" ซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ได้
ตัวอย่างบุคคลเช่น
- พร้อมพงษ์ (ตัวนี้คือศาสดาแห่ง มุสาวาทา)
- จตุพร
- เต้น
ตามปกติสามัญสำนึกคนทั่วไป ไม่ต้องถึงขนาดเป็นนักข่าวหรอก
ผมฟังคนที่จับได้ว่าโกหก สองครั้ง ผมไม่ฟังและเชื่อต่อไปแล่้วครับ แต่สำหรับนักข่าวไทย
ผมไม่เข้าใจ และโค รตจะไม่เข้าใจ
อย่างน้อยมีอยู่ 2 ฉบับที่ซื้อได้คือ ข่าวสด และ มติชน
กรวดน้ำแล้วให้ไปสู่ที่ชอบ ที่ชอบ สาธุ...........
คุณต้องลงมือ จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง "คานธี"
กฏของเสียงข้างมาก จะใช้กับเรื่องของมโนธรรมไม่ได้ "คานธี"
#20
ตอบ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 06:09
ก่อนนั้นผมก็สงสัยเช่นเดียวกัน เเต่เมื่อมานั่งตรองดูก็ได้สัจจธรรมข้อที่ว่าทุกชีวิตต้องทำมาหากิน
อาชีพนักข่าวก็คือหาข่าวส่งสำนักงาน ถ้าไม่มีข่าวโดนไล่ออกเเน่ ก็เลยทนทำไปตามนั้น
วีธีเเก้ก็ไม่ต้องใส่ใจกับไอ้ข่าวประเภทนั้น ไม่อ่านให้รกสมอง ไม่ใส่ใจกับมัน
จรรณยาบรรณ แม่มหายหมด..........นักข่าวสั่วๆ.....
เอาตัวรอดอย่างเดียว....................
รู้ทัน ไม่อ่านก็ดี...........................
แต่ ข่าว นสพ.ที่แม่มยัดเยียด...คำโกหก............มันขายไปทั่วประเทศ....
แล้วชาวบ้าน...แถวหมู่บ้าน...ตำบล...ร้านกาแฟ....เชื่อมันไปแร้ววววววววววววส์...
#21
ตอบ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 07:01
หรือนักข่าวไทยตายแล้ว
อย่างไหนจึงเป้นคำตอบที่ถูกต้องกับความเป็นจริงของนักข่าวยุคนี้
สังเกตุไหม เจอยิ่งลักษณ์ ตั้งคำถามหน่อมแหน้มมาก ไม่กล้าถามความจริงสักเรื่อง
#22
ตอบ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 09:11
#23
ตอบ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 10:38
( โฆษณา ไม่มี ) สื่อจะดีได้ไง ???
นอนอยู่บ้านดีไม๊ ?? เขียนไปก็ ไม่ได้ตังค์
- CrazyDaimon likes this
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










