จะยอมให้เป็นเยี่ยงนี้ได้อย่างไร?
21 August 2555
เปลว สีเงิน
"ไม่มีกฎหมายใดกำหนดว่าข้าราชการประจำต้องทำงานเป็นกลาง แต่มีเพียงข้อปฏิบัติที่ต้องทำตามนโยบายและคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของรัฐบาลหรือฝ่ายบริหาร ส่วนการวางตัวให้เป็นกลางนั้นมีข้อกำหนดไว้เฉพาะการวางตัวกรณีการเลือกตั้ง หรือการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเท่านั้น"
ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี DSI
๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๕
ครับ...จารึกเพื่อเป็นเกียรติแก่อธิบดี DSI "นายธาริต เพ็งดิษฐ์" ท่านใดที่ไม่เข้าใจเรื่อง "ความเป็นกลาง" ในการทำงานของข้าราชการ ก็โปรดเข้าใจให้ถูกต้องตามที่นายธาริตท่านอธิบายข้างบนนั้น
และก็หวังว่า ต่อจากนี้จะไม่มีใครไปจุกจิกกวนใจบรรดาท่านข้าราชการ โดยเฉพาะกับท่านอธิบดี DSI ด้วยสงสัยและเรียกหา "ความเป็นกลาง" ในการทำงานกันอีก
ผมบอกแล้วมิใช่หรือว่า กลางเดือนสิงหาเป็นต้นไป เห็นผมกลับจากเที่ยวเตร็ดเตร่เมื่อไหร่ ก็เตรียมตัว-เตรียมใจไว้เหอะ เพราะจากนั้น "ความมันส์ระดับชาติ" ก็จะค่อยๆ เปิดฉากขึ้น จากกลางเดือนนี้จนถึงสิ้นธันวาความมันส์ "จะสะเด็ดน้ำ" หรือยัง
ผมก็ยัง...มิกล้ารับปาก!?
เมื่อวาน (๒๐ ส.ค.๕๕) ดาราคนสำคัญในเรื่องที่ออกจอดูท่าทางจะเครียดๆ กันนะครับ ทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และทั้งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี DSI ก็ว่าด้วยเรื่องปราบจลาจลพวกกบฏบ้าน-กบฏเมือง เมื่อปี ๒๕๕๓ นั่นแหละ
ผมว่ามีที่ประเทศไทยแห่งเดียวในโลกนี้เท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ คือเมื่อตำรวจเกียรร์ว่าง เพราะตัวการใหญ่ๆ เป็นแนวร่วม นปช.ที่ก่อความไม่สงบขึ้นภายในราชอาณาจักร มีทั้งการใช้อาวุธสงคราม และประกาศล้มระบอบ-ล้มสถาบัน ก็จำเป็นที่รัฐบาลขณะนั้นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อนำกำลังทหารออกมาควบคุมสถานการณ์รักษาบ้าน-รักษาเมือง!
ยุคนี้เป็นยุค "สื่อสารครองโลก" ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนทั้งโลกต่างทราบดีว่า ใครผิด-ใครถูก ใครก่อการร้าย รัฐบาล-ทหาร สั่งฆ่าประชาชน หรือว่าขบวนการ นปช.ทักษิณ ก่อจลาจลเผาบ้าน-เผาเมือง แล้วรัฐบาล-ทหาร ต้องทำหน้าที่ปราบกบฏ เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง?
ขนาดผู้นำประเทศต่างๆ ในอาเซียนมาประชุมที่พัทยา ยังถูก นปช.เสื้อแดงภายใต้อาณัติทักษิณไล่ตี-ไล่ฆ่าจนหนีออกนอกประเทศแทบไม่ทัน นายกรัฐมนตรี "นายอภิสิทธิ์" ยังถูก นปช.ล้อมกรอบทุบรถหมายฆ่าถึง ๒ ครั้ง ทั้งที่กลางไฟแดงพัทยา และในกระทรวงมหาดไทย
กรุงเทพฯ กลายเป็นแดนมิคสัญญี นปช.เสื้อแดงทักษิณก่อจลาจล ข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายประชาชนที่ไม่เป็นแนวร่วม บุกเผา บุกปล้นร้านค้า ทุบแบงก์ งัดตู้ ATM เผาศาลากลางจังหวัด วินาศกรรมคลังน้ำมัน ถล่มระเบิดใส่วัดพระแก้ว บุก กกต.-รัฐสภา บุกค้นโรงพยาบาล-กาชาด กระทั่ง "สมเด็จพระสังฆราช" ที่อาพาธ ยังต้องย้ายหนีพวกกากเดนนรก
การก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือกบฏครั้งนั้น รูปแบบมันชัดว่า มีทั้งฝ่ายเสนาธิการวางแผน กำหนดจุดยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี โดยมี "กองกำลังติดอาวุธ" สนับสนุนเต็มพิกัด แต่ทำเป็นเรียกว่า "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย"
ชัดเจนเมื่อ ๑๐ เม.ย.๕๓ ที่สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน "ชุดโม่งดำ" ที่นายอริสมันต์ประกาศบนเวทีว่า "กองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาช่วยพวกเราแล้ว" ได้ยิงและปาระเบิดใส่ทหารจนบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายนาย และในจำนวนนั้น
มี "พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม" รวมอยู่ด้วย!
ครับ...ก็คิดกันดู ทหาร-ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย รักษาความสงบและรักษาบ้านเมืองตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำหน้าที่ปราบกบฏบ้าน-กบฏเมือง ยังไม่มีการยิงต่อสู้กันซักนัด แต่ปรากฏว่าถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายและชุดโม่งดำที่แฝงในกลุ่มจลาจล
ลอบยิงทั้งปืนและระเบิดเข้าใส่จนบาดเจ็บและตาย ตามที่ผมนำรายชื่อมากล่าวถึงไปวานนี้!
ที่ผมยกมาเล่าอีกครั้งตรงนี้ ก็ด้วยอยากชี้ให้เห็นประเด็นว่า ทหารทำหน้าที่ถูกต้องทั้งทางกฎหมาย ทั้งทางจิตวิญญาณความเป็นคนของชาติ ปราบโจรก่อการร้าย อันเป็นการรักษาบ้านเมืองและความสงบสุขให้กับประเทศชาติ-ประชาชน
พูดให้เข้าใจง่ายๆ "ทางคดี" รัฐบาลและทหาร คือโจทก์ "ทางหน้าที่" คือ ผู้พิทักษ์รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
ส่วนผู้ชุมนุมขณะนั้นคือ "จำเลย" เนื่องจากเป็นการชุมนุมฝ่าฝืนกฎหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รุนแรงเข้าข่ายก่อการจลาจล มีการวินาศกรรม มีอาวุธนานาชนิด ถึงขั้นสังหารเจ้าหน้าที่คือทหารบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก!
ดังนั้น สิ่งที่ควรเป็นและต้องเป็นคือ ณ วันนี้...รัฐบาลยิ่งลักษณ์-โดยเจ้าพนักงานตำรวจ รวมทั้ง DSI จะต้องทำหน้าที่เป็น "โจทก์ของแผ่นดิน" ต่อเนื่อง สืบสวนทวนความ ไล่ตามหาตัวคนผิด คือกลุ่มโจรที่ก่อจลาจลถึงขั้นกบฏแผ่นดินมาเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนกฎหมาย
แต่การณ์กลับทุเรศ และบัดซบสิ้นดี........!
พอพรรคเพื่อไทยอันเป็นแนวร่วมโจรแผ่นดินได้อำนาจ เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ก็นำ "ตรรกะวิปลาส" ขึ้นมาใช้ ควบคู่ไปกับ "ความเป็นกลาง" ในการทำงานของข้าราชการตำรวจ และ DSI ตามนัยของนายธาริต
คือพลิกเป็นว่า ทหาร-ที่ทำหน้าที่รักษาบ้านเมืองกลับตกเป็นผู้ต้องหากลายๆ ถูกเรียกสอบเพื่อค้นหาในความหมาย...ทหารฆ่าประชาชน
"ประชาชน" ในที่นี้ก็คือ กลุ่มโจรหรือกบฏที่เผาบ้าน-เผาเมืองในตอนนั้น แต่พอหัวหน้าขบวนการได้อำนาจบริหารรัฐ ก็พลิกจากโจรไปอยู่ในชั้นประชาชน
และประชาชนของรัฐบาลร่วมขบวนการโจรนั้น ก็เปลี่ยนจากฐานะจำเลย ไปอยู่ในฐานะโจทก์ ภายใต้คำเรียกขานใหม่ว่า "เป็นประชาชนที่ถูกทหารฆ่าตาย"
และด้วยความเป็นกลางในการทำงานของ DSI "รัฐบาล-ทหาร" ชุดที่ปราบโจรให้บ้านเมืองครั้งนั้น มีทีท่าว่าจะตกเป็นจำเลยแทน ด้วยข้อกล่าวหา...ฆ่าประชาชนของรัฐบาลร่วมขบวนการโจร!?
มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร และประชาชนผู้มีความเป็นธรรมในหัวใจ ใครจะยอมได้ ลองคนซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง ทำหน้าที่รักษาบ้านเมืองจนตัวเองบาดเจ็บและตาย เช่นทหาร แทนที่จะได้รับคำยกย่อง-สรรเสริญ หรือมีความดี-ความชอบ
แต่กลับถูกตราหน้าว่า "ทหารฆ่าประชาชน" ทำท่าจะตกเป็นจำเลยด้วยอาญาแผ่นดิน มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร?
นางสาวยิ่งลักษณ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คุณตอบสังคมซิว่า คุณบริหารประเทศชาติด้วยยึดอะไรเป็นหลัก เพื่อประเทศชาติและประชาชน?
ไหนประกาศว่า "ไม่แก้แค้น แต่จะแก้ไข" แล้วที่เป็นดังนี้ มันแก้แค้นหรือแก้ไข ถ้าต้องการแก้แค้น ก็ไม่ว่า แต่ไม่ควรแก้แค้นด้วยการใช้อำนาจบริหารไปบิดเบือนรูปคดี ทำลายทหารที่รักษาประเทศ แล้วเชิดชู-เอาใจโจรที่ทำลายประเทศ
โดยเฉพาะกับ DSI ได้ยินนายอภิสิทธิ์พูดเมื่อวานว่า นายธาริตก็เป็นกรรมการอยู่ใน ศอฉ.ที่ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วย และในฐานะที่ครั้งนั้นนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ท่านจึงรู้เรื่องข้อมูลคดีความต่างๆ ดี ดังนั้น ที่อภิสิทธิ์พูดว่า
".........คดีที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่ DSI ระบุว่า หาผู้กระทำความผิดไม่ได้ ต่างจากเดิมที่เคยมีการระบุถึงผู้กระทำความผิดชัดเจนนั้น เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ เพราะ DSI เคยทำสำนวนไว้กว่า ๑๐ คดี เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า มีคนติดอาวุธและอยู่ในฝ่ายผู้ชุมนุมที่ทำให้เกิดความสูญเสีย..."
นี่...นายธาริตควรต้องมีคำตอบ......"จากเดิมที่เคยมีการระบุถึงผู้กระทำความผิดชัดเจน และมีการระบุว่า มีคนติดอาวุธและอยู่ในฝ่ายผู้ชุมนุมที่ทำให้เกิดความสูญเสีย"
แล้วทำไมวันนี้ "ความเป็นกลาง" ของท่านจึงออกมาด้วยข้อมูลใหม่ว่า "การเสียชีวิตของพลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม หาผู้กระทำความผิดไม่ได้"!?
นางสาวยิ่งลักษณ์ และนายธาริตครับ ท่ามกลางเสียงตะโกนบิดเบือนกรอกหูจากรัฐบาลฝ่ายโจรให้ประชาชนคล้อยตามว่า "ทหารฆ่าประชาชน" ท่านลองอ่าน "หยดเลือด" จากหัวใจของหญิงคนหนึ่งที่ชื่อ "นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม" ที่เขียนสะท้อนถึงความจริงคืนวันนั้นไว้ดูซิว่า
ทหารฆ่าประชาชน หรือโจรแผ่นดินฆ่าทหารกันแน่...!?
คืนนั้น...กว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถพาพี่ร่มเกล้าออกจากพื้นที่เกิดเหตุมาถึงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ต้องใช้เวลานานกว่า ๒ ชั่วโมง...พี่ร่มเกล้านอนสงบแน่นิ่งในทันทีที่โดนระเบิด ในมือไม่มีอาวุธใดๆ ไม่สามารถที่จะต่อสู้กับใครได้ แต่คนใจร้ายเหล่านั้นก็ยังไม่ยอมให้รถพยาบาลพาตัวพี่ร่มเกล้าออกมา เพื่อรีบนำส่งโรงพยาบาลซึ่งอาจรักษาชีวิตของพี่ไว้ได้ ทหารทุกคนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตในคืนนั้น ต้องถูกถอดเครื่องแบบออก เพื่อไม่ให้คนใจร้ายรู้ว่าเป็นทหาร มิฉะนั้นเขาจะสกัดกั้นไม่ให้ส่งตัวไปรับการรักษาพยาบาล ทหารบางนายถูกลากตัวลงจากรถซึ่งติดเครื่องหมายกาชาด แล้วคนใจร้ายเหล่านั้นก็เข้ามารุมทุบตี จิตใจของคนพวกนี้ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือ? การเรียกร้องประชาธิปไตยยังต้องอยู่ในกรอบของศีลธรรม และมโนธรรม บาปมหันต์ต้องตามติดคนบาปอย่างแน่นอน.
http://www.thaipost.net/news/210812/61334
ขอดวงวิญญาณของเหล่าทหารกล้า
ที่ได้เสียสละชีวิตและเลือดเนื้อในหน้าที่ในวันนั้น
จงได้รับการคารวะ และไปสู่สุขคติภพด้วยเทอญ.
แม้ว่าชื่อเสียงของพวกท่าน จะยังถูกใส่ร้ายกล่าวหา
ณ.เวลาปัจจุบัน แต่เชื่อว่าในเวลาอีกไม่นาน ความจริงจะปรากฏ
และ เวรกรรมจะตามทันพวกมัน ในชาตินี้...
Edited by Suraphan07, 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 16:45.











