ไทยรัฐจัดหนัก..ตำนานจำนำข้าวสุดเพี้ยน...ยุคหญิงปู
#1
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 08:24
ที่วันนี้เหิมเกริมถึงขนาดตั้งหน้าตั้งตาสร้างหนี้ให้กับคนไทยทั้งประเทศอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เพื่อสนองตัณหาประชานิยมจำนำข้าว อย่างชนิดไม่สนใจคำทักท้วงใดๆไม่ว่าจากคนไทยด้วยกันเอง หรือคำวิจารณ์จากสื่อต่างชาติ
ต้องใช้คำว่า “เหิมเกริม” นั่นเพราะสมัยรัฐบาลคุณพี่ ทักษิณ ชินวัตรที่ถูกยกให้เป็นต้นแบบประชานิยมตัวพ่อ ก็ยังเทียบไม่ติดประชานิยมตัวแม่ในยุครัฐบาลคุณน้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
5 ปียุคทักษิณ (2544–2548) ทำโครงการประชานิยมจำนำข้าว ใช้เงินรับจำนำข้าวทั้งนาปี–นาปรัง รวมแล้ว 199,977 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
(นี่เป็นตัวเลขเฉพาะรับจำนำข้าวเท่านั้น...ไม่รวมค่าใช้จ่ายจากการเช่าโกดังเก็บ ข้าว, แปรสภาพข้าว, ค่าดอกเบี้ย, ค่าตรวจคุณภาพข้าว, ค่ารมยารักษาคุณภาพข้าว, ค่าขนส่งฯลฯ ซึ่งตกประมาณ 25-30% ของวงเงินรับจำนำ : จากการศึกษาของ ดร.อนันต์ดาโลดม)
แต่ยุคประชานิยมตัวแม่ แค่เพียง 1 ปีใช้เงินรับจำนำข้าวทั้งนาปี–นาปรัง 257,902.36 ล้านบาท...ใช้เงินเปลืองต่างกันมหาศาล
และ 5 ปียุคทักษิณ ได้ข้าวนาปี-นาปรังมาเก็บไว้ในโกดัง ระบายขายไม่ออก ขายขาดทุน รอวันเน่าเปื่อย เสื่อมราคา เฉลี่ยปีละ 5,917,307 ตัน
1 ปีของยิ่งลักษณ์...ได้ข้าวนาปี-นาปรัง 16.5 ล้านตันมาเก็บไว้ในโกดัง...ปริมาณมหาศาลขนาดนี้ ระบายขายไม่ทัน ข้าวเสื่อมราคาประเทศชาติจะขาดทุนมหาศาลขนาดไหน
เพราะยุคทักษิณมีข้าวมาเก็บไว้ในโกดังแต่ละปี น้อยกว่านี้ ยังระบายขายไม่ออก ขายไม่ทัน เก็บไว้ในโกดังนาน 2–3 ปีกลายเป็นข้าวเป็ด ขายให้คนกินไม่ได้...แล้วยุคนี้เก็บไว้มาก ต่างกันถึง 27 เท่าข้าวเก่ายังขายไม่หมดข้าวใหม่จำนวนเท่าเดิมและอาจจะมากกว่ากำลังจะไหลเข้าโกดังอีกแล้วประเทศชาติจะได้หนี้มากขนาดไหน
งานนี้ไม่เพียงเป็ดจะต้องมันจุกอกตายคนไทยจะได้ร่วมเป็นหนี้บานตะไท...ด้วยผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองได้ดิบได้ดีมาจากธุรกิจเล่นหุ้น ทึกทักไปเองว่าเก็บข้าวเหมือนเก็บใบหุ้น ที่เก็บเป็น 10-20 ปีไม่มีเน่าไม่มีเสีย มอดไม่กิน
แต่ข้าวนั้นเก็บไว้แค่ 6 เดือน ราคาหายไป 10-20% เก็บไว้ 1 ปี ราคาหายไปอีก 20-30% และถ้าไว้ 2-3 ปีเก็บไม่ดีจะกลายเป็นข้าวเป็ด แทบไม่เหลือราคา
เมื่อ ความจริงเริ่มปรากฏให้เห็นผู้มีอำนาจทนรับความผิดพลาดไม่ได้ ถึงขั้นสั่งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องหุบปากไม่ให้พูดให้ข่าวใดๆ ทั้งสิ้น...มีหน้าที่จ่ายเงินก็จ่ายไป หนี้มีเท่าไรฉันจะเอาประเทศไทยไปค้ำกู้เงินมาใช้หนี้เอง
ไม่น่าเชื่อว่าโครงการรับจำนำข้าวที่เริ่มต้นมาดีในอดีต...แต่พอตกมาถึงยุคประชานิยมผลลัพธ์กลับกลาย เพี้ยนได้ถึงขนาดนี้
“การ รับจำนำข้าว ถูกคิดขึ้นเมื่อปี 2514-15 โดย อ.จำเนียร สาระนาคผู้ก่อตั้งและผู้จัดการคนแรกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)แต่รัฐบาลยุคนั้นไม่เอาด้วย เพราะเห็นชอบกับวิธีการตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ไปรับซื้อข้าวจากชาวนามาสีเป็นข้าวสาร ส่วนหนึ่งส่งขายไปต่างประเทศอีกส่วนขายให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เพื่อขายให้ประชาชนในประเทศแต่ล้มเหลวเพราะทำให้รัฐเป็นหนี้มหาศาล
กระทั่งปี 2527 เกิดภาวะราคาข้าวเปลือกตกต่ำมาก ราคาไม่ถึง 2,000 บาทต่อเกวียนรัฐบาลจึงคิดหาวิธีการใหม่มาแก้ปัญหา ทางธ.ก.ส.จึงได้เสนอวิธีการรับจำนำข้าว
โดยอธิบายว่าข้าวราคาตกเพราะมีผลผลิตออกมาพร้อมกันมากของมีมากราคาย่อมจะถูกเป็นธรรมดาของกลไกตลาดเพื่อให้ข้าวมีราคาสูงขึ้นเราควรใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์มาช่วยเสริม นั่นคือดึงข้าวส่วนหนึ่งออกจากตลาดเสียก่อน โดยรับจำนำมาเก็บไว้ก่อนแล้วค่อยเอามาขายทีหลังตอนข้าวมีราคา เพราะจากสถิติเราพบว่า ข้าวที่ออกมาพร้อมกันตอนแรกราคาจะถูก แต่พอผ่านไปสัก 3-6 เดือน ราคาข้าวจะแพงขึ้นมาเองซึ่งรัฐบาลก็เห็นด้วยกับมาตรการนี้และเริ่มทำกันตั้งแต่นั้นมา
แต่ที่เสนอให้กับรัฐบาลนั้นเราเน้นว่าการจำนำเป็นเพียงแค่มาตรการเสริม มาตรการหลัก รัฐบาลจะต้องให้กองทัพบกเรือ อากาศ ราชทัณฑ์ สหกรณ์ หน่วยราชการอื่นๆ ต้องช่วยรับซื้อข้าวเพื่อให้ข้าวไม่ล้นตลาดด้วย”
เอ็นนู
นาย เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ประธานกรรมการมูลนิธิอาจารย์จำเนียรสาระนาค เล่าถึงที่มาของโครงการรับจำนำ...แต่โครงการรับจำนำยุคเริ่มแรกกับยุคนี้หลักการต่างกัน
ยุคนั้นจำนำจริงๆ...ให้ราคาจำนำไม่เกิน 80% ของราคาตลาด
“ทำ ครั้งแรกได้ผลดี ทำให้ข้าวที่ล้นตลาดหายไปจากตลาดจนพ่อค้าในวงการข้าวตกใจกันใหญ่ที่หาข้าวมาป้อนโรงสีไม่ได้ส่งผลให้ราคาข้าวดีขึ้นทันตาเห็น ทำมาเรื่อยแบบไม่มีปัญหา”
จนปี 2539 อาการผ่าเหล่าเริ่มออกลาย เมื่อฝ่ายการเมืองได้ขยับราคารับจำนำจาก 80% เป็น 90% พร้อมทั้งขยายกฎเกณฑ์จากเดิมรับจำนำแค่ยุ้งฉาง เพิ่มให้ อคส., อ.ต.ก.สามารถนำโรงสีที่เช่าจากเอกชนมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำด้วย
เพราะ หลักการที่อ.จำเนียร ทำไว้ระบุชัดเจน การรับจำนำสินค้าเกษตร ราคารับจำนำต้องไม่เกิน 80% เพื่อเกษตรกรจะได้มาไถ่ถอน จะได้ไม่เป็นภาระของรัฐบาลทำให้กลไกตลาดเดินต่อไปได้เอง
และ การจะรับจำนำสินค้าเกษตรจะต้องเป็นสินค้าที่การเก็บรักษาแล้วไม่ให้เสื่อมคุณภาพเกินไป อย่าง หอมกระเทียมเก็บไว้นานเน่าง่าย ไม่ควรรับจำนำและจะต้องรู้วิธีเก็บรักษาคุณภาพสินค้าด้วย อย่าง กุ้งไม่รู้วิธีเก็บรักษาค่าเช่าตู้แช่นานเป็นปีแพงกว่าค่ากุ้ง ก็ไม่ควรรับจำนำและสินค้านั้นจะต้องมีการเคลื่อนไหวของราคาขึ้นลง ถ้าเป็นสินค้าราคานิ่งไม่ควรรับจำนำ
เมื่อเปิดช่องให้เช่าโรงสีเอกชน ปัญหาที่ตามมาการเก็บรักษาไม่ให้ข้าวเสื่อมราคาคุมไม่ได้ข้าวเสียหายรัฐขาดทุน...นี่ยังไม่รวมเรื่องทุจริตเอาข้าวถูกข้าวเก่ามาสวมเป็นข้าวใหม่รับจำนำ ที่แถมพ่วงขึ้นมาอีกต่างหาก
ปี 2543 การเมืองเริ่มให้ช่องหาเสียงและหาเงิน...ขยับราคารับจำนำจาก 90% เป็น 100% ของราคาตลาด
แต่ ยังไม่หนักเท่า ปี 2547 ที่ประกาศใช้ราคานำตลาดให้ราคารับจำนำสูงถึง 130% ของราคาตลาด ถึงจุดนี้โครงการรับจำนำกลายเป็นรับซื้อไปโดยปริยายเพราะจำนำแล้วไม่มีใครมาไถ่ถอนอีกต่อไป
ยิ่งยุค 2551 สมัย นายสมัคร สุนทรเวชด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ให้ราคาจำนำสูงกว่าตลาดถึง 160-170%...แต่ก็ยังไม่หนักเท่ายุคนี้ เพราะยังมีเงื่อนไขให้โควตาเกษตรกรแต่ละรายจำนำได้ไม่เกิน 30 เกวียนเพื่อเงินจะได้กระจายไปสู่เกษตรกรรายได้ต่ำมากขึ้น
มายุคนี้ สมัยหญิงปูไม่เพียงให้ราคานำตลาดสูงโด่งจนกู่ไม่กลับ ยังเปิดกว้างอ้าซ่า รับจำนำข้าวทุกเม็ดไม่มีอั้นโควตา จะรวยจะจนไม่สนขอให้มีข้าวมา จำนำได้หมด...จะเป็นข้าวไทยข้าวนอกลักลอบนำเข้า สามารถใช้สิทธิเอาข้าวถูกมาขายเป็นข้าวแพงได้
จน วันนี้ข้าวมีมากล้นประเทศชาติต้องเป็นหนี้เพราะบริหารโครงการขาดทุน...ขาดทุนแล้วเงินตกไปอยู่ในมือชาวนายากจนจริง เรายังพอรับทำใจได้
แต่ถ้าตกไปอยู่ในพรรคพวกญาติพี่น้องผู้มีประสบการณ์หากินจำนำลำไยในยุครัฐบาลพี่...พอถึงรัฐบาลน้องเลยอัพเกรดโกงจำนำข้าว คนไทยรับไม่ได้.
โดย: ไทยรัฐฉบับพิมพ์
http://www.thairath....ge1scoop/282331
- novem3 likes this
#3
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 09:33
ไอ้ปลื้ม ก็รอบแล้ว หรือจะเกิดอะไรขึ้น ??
" ประกาศบอยคอต ช่อง 3 ไม่ว่าจะข่าว ละคร หรือการ์ตูนลูก กรูไม่ดู !!! "
#4
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 09:45
ส่วนตัวอยากเจอ ชัย ราชวัตร สักครั้ง จะได้ขอให้แกวาดการ์ตูนเป็นที่ระลึก
- จอมโจรคิด, no_red_allowed, samin and 2 others like this
#5
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 09:48
#6
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 09:49
สละชีพเพื่อหลักธรรมคือคำขวัญ
ฆ่าคนเพื่อชิงอำนาจคือวิธีการ
ส่วนลิ่วล้อที่ส่งไปตายก็คือตัวหมากแห่งคุณธรรม
#7
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 15:39
เจตนารมณ์ส่วนตัว
- ไม่ใช้ถ้อยคำที่คำหยาบคาย
- ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่มีเหตุผล
#8
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 15:44
เอ็งขอเป็น"ขี้ข้าโจร" ข้าเลือกเป็น"ข้าธุลีพระบาท" เอ็งขอเป็น"ไพร่" ข้าเลือกเป็น"พสกนิกร"
#9
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 15:54
ใครอ่านไทยรัฐประจำจะรู้
#10
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 17:21
ไทยรัฐ ออนไลน์ เป็นสื่ออำมาตย์
แต่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นสื่อรากหญ้า
- ของแท้ตราแมวขี่ควายแดง likes this
#11
ตอบ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 17:50
เพราะนี่ไม่ใช่การรับจำนำ แต่เป็นการรับซื้อ และรับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาด
#12
ตอบ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 12:02
ไม่รู้เงินจากดูไบ ยังกระจายมาไม่ถึงหรือเปล่า...
แต่ถ้าวิจารณ์ด้วยเห็นแก่ประเทศชาติ และ
เตือนให้คนไทยได้ระวังหายนะกันจริง ก็ขอคารวะครับ...
หนี้ข้าวกี่แสนล้านคุณกู้ ..คนไทยจ่าย...
http://www.thairath....ge1scoop/285408
สรุป:
ฉะนั้นทำนายฟันธงไว้ล่วงหน้า...ขาดทุนจะมีไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท
พรรคคนรวยคิดบริหารแบบเศรษฐีแจกทาน จะควักเนื้อจ่ายหนี้แทนคนไทยได้หรือไม่...
ในเมื่อบริหารขาดทุน สร้างหนี้ขึ้นมาเอง จะมีสปิริตแสดงความรับผิดชอบต่อประเทศชาติไหม.
#13
ตอบ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 12:32
ต่อไปก็น่าจะมีนโยบาย อุดหนุดรัฐ มากินข้าวทุกมื้อกันเถอะ งดขนมปัง งดก๊วยเตี๋ยว งดพาสต้า ข้าวเท่านั้น
#14
ตอบ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - 12:38
งันพวกสลิ่มอย่ากินข้าวของคนเสื้อปลูกแล้วกัน (เหมาหมดใครทำนาเหมาเป็นแดงหมด)
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
ผู้ใช้ 0 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 0 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










