http://botkwamdee.bl...k-266angel.html
City of Angel
โดย คำ ผกา
ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1629 หน้า 89
ไม่ ปฏิเสธว่ากรุงเทพฯ นั้นสำคัญมาก มากกว่าอุดรฯ ขอนแก่น มากกว่ายะลา ปัตตานี มากกว่าแพร่ น่าน พะเยา ฯลฯ แต่เราได้ประจักษ์ในความสำคัญของกรุงเทพฯ มากขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปีนี้
รู้ทั้งรู้ว่า น้ำเริ่มท่วมในจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งแล้วด้วยซ้ำไป
ใน ครานั้นทั้งยิ่งลักษณ์และอภิสิทธ์ต่างก็ออกไปลุยน้ำท่วมที่จังหวัดน่านเพื่อ หาเสียง หลังเลือกตั้ง มีน้ำท่วมที่พิษณุโลก สิงห์บุรี ก่อนจะมาที่อยุธยา นครสวรรค์
ในปีอื่นๆ มีน้ำท่วมในอีกหลายจังหวัดทั้งภาคกลางและภาคอีสาน น้ำท่วมในภาคเหนือแม้จะไม่มีการท่วมขังนานเดือน แต่มีเหตุการณ์ดินถล่ม บ้านพัง คนตายอยู่เนืองๆ
ทว่า การเสพข่าวน้ำท่วมใน "ต่างจังหวัด" "เรื่องราว" และ "เรื่องเล่า" ที่อยู่ใน "สื่อ" ซึ่งมีการรวมศูนย์อยู่ใน "กรุงเทพฯ" ถูกเล่าผ่าน "กรอบ" ของเรื่องเล่าว่าด้วย "ชะตากรรมของชาวบ้าน" และ "พื้นที่ชายขอบ" อันตกอยู่ในอันตรายอันเป็นสามัญ
เพราะเมือง "ชายแดน" รวมทั้งคน "ชายแดน" (เมืองที่มิใช่เมืองหลวงทุกเมืองคือ "ชายแดน" ในจินตนาการของคนที่สังวาสโลกทัศน์แบบที่มีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง นั่นแปลว่า ต่อให้มีกายภาพเป็นคนต่างจังหวัดก็อาจพกพาโลกทัศน์แบบที่กรุงเทพฯเป็นศูนย์ กลางได้) นั้นมีชะตากรรมร่วมกันคือ
- เป็นผู้ด้อยพัฒนา และรอคอยการพัฒนา
- มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่า เพราะมีการศึกษาน้อยกว่า ฉลาดน้อยกว่า (อ้างจากข้อมูลแบบสาธารณสุขที่ว่าคนบ้านนอกขาดไอโอดีน จึงมีไอคิวต่ำ) มีรายได้น้อยกว่า มีลักษณะทางกายภาพที่ด้อยกว่า เช่น ดำกว่า จมูกแบนกว่า - เมื่อมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่า จึงชอบที่จะต้อง "เสียสละผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยเพื่อคนใหญ่"
มาตรวัด คนส่วนน้อยและคนส่วนใหญ่ในที่นี้ ไม่ได้ใช้ปริมาณตาม "จำนวน" คน แต่เชื่อกันว่า ผลประโยชน์ของคนต่างจังหวัดทั้งประเทศไทยคือผลประโยชน์ของคนส่วนน้อย และคนกรุงเทพฯ คือ "คนส่วนใหญ่"
และในบรรดาคนกรุงเทพฯ ด้วยกัน เขตรอบนอก ขอบๆ ของกรุงเทพฯ ก็มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่าเขตดาวน์ทาวน์ หรือที่เรียกกันว่า กรุงเทพฯ "ชั้นใน"
- มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยมาตรฐานต่ำกว่าหรือผิดเพี้ยน จึงมีความเป็นไทยที่ไม่สมบูรณ์แบบ
- "ชายแดน" เท่ากับ ป่าเขา ลำเนาไพร การเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาตินั้นเป็นบาปติดตัวมาแต่กำเนิด เป็นเรื่องธรรมดา
ถ้าไม่อยากเจอภัยธรรมชาติก็สั่งสมบุญไว้ในชาตินี้ ชาติหน้าเกิดมาเป็น "คนกรุง" ที่ศิวิไลซ์ จึงไม่เจอน้ำท่วม ฝนแล้ง ดินถล่ม
ใน จินตนาการนี้ ต่างจังหวัด (ลำพังคำว่า "ต่างจังหวัด" นั้นมีความน่าสนใจในตัวของมันเองว่า เหตุใด เราจึงเรียกจังหวัดทุกจังหวัดยกเว้น กรุงเทพฯ ว่า "ต่างจังหวัด"? นั่นชี้ให้เห็นว่า กรุงเทพฯ คือ reference หรือ แหล่ง "อ้างอิง" ของทุกสรรพสิ่งจักรวาลในจินตนาการของคนไทย) และคนต่างจังหวัดจึงเปรียบเสมือนเมือง "หน้าด่าน"
ยิ่งมีการเปรียบ เทียบน้ำท่วมกรุงเทพฯ เท่ากับการเสียกรุง ยิ่งตอกย้ำว่าเมืองหน้าด่านทั้งหลายถูกกำหนดชะตากรรมเอาไว้อยู่แล้วว่า "พวกมึงคือดินแดนและไพร่พลที่พึงเสียสละชีวิตและทรัพย์สินเพื่อปกป้องเมือง หลวงเอาไว้" เพราะเมื่อไหร่ที่เราสูญเสียเมืองหลวงมันจะเท่ากับว่าเราได้สูญแล้วซึ่ง เอกราชของประเทศชาติเท่ากับการสูญชาติ สิ้นแผ่นดิน เสียศักดิ์ศรี เนื่องจากเราถูกสร้างสมองมาด้วยเพลงปลุกใจประเภท "เราจะอยู่ที่นี้ อยู่ตรงนี้ สู้จนตาย ถึงเป็นคนสุดท้ายก็ลองดู ...เราสู้ไม่ถอยจนขาดใจ"
ดูได้จากข้อเขียนของอดีตดารานักร้องคนหนึ่งที่โพสต์ข้อความว่า
"การ หนี คือ วิสัย ของ ผู้แพ้ ไอ้การที่รัฐบาล***นี่ประกาศให้เรา ทิ้งบ้านทิ้งช่อง โดยประกาศเป็นวันหยุด มึงจะให้คนกรุงเทพหนีไปไหน ที่นี่บ้านกู ถ้าน้ำหน้าอย่างพวกมึง ไม่มีปัญญาปกป้องบ้านกูได้ ก็ไสหัวไปให้ไกลๆ ตีน กูจะไม่ไปไหนทั้งนั้น พวกกูไม่เคยหนี แต่พวกมึงมัน*** ไร้สติปัญญา ไร้ความสามารถ มึงจะใช้ด๊อกเตอร์หน้าส้นตีนคนไหนๆ มาพูด เสกสรรปั้นแต่งถ้อยคำยังไง กูก็เห็นว่า พวกมึงมันไร้ความสามารถ"
เมื่อเป็นเช่นนี้ ในยามที่จังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยประสบภัยน้ำท่วม เสียงที่ดังมาจากกรุงเทพฯ จึงไม่มีการกระหึ่มก่นด่ารัฐบาล ไม่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจากองค์กรไหนออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องระบบการ จัดการน้ำอย่างอื้ออึง เพราะน้ำท่วมเมืองชายป่าชายเขามันเป็นเรื่องธรรมดา
น้อย คนนักจะออกมาวิเคราะห์ว่าน้ำท่วมเพราะปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ บกพร่องและไม่เป็นธรรม ไม่มีกราฟิกดีไซเนอร์ออกมาทำมวลน้ำรูปปลาวาฬ ราวกับว่า น้ำไม่เคยกลายเป็น "มวลน้ำ" ตราบเท่าที่มันไม่เคลื่อนตัวมาที่ กทม.
ไม่เพียงเท่านั้น คน "เมือง" ที่ศิวิไลซ์ทั้งหลายยังมองเห็นภัยน้ำท่วมเป็นดั่งภัยหนาวที่จะเป็นโอกาสอัน ดีซึ่งพวกเราจะได้สำแดงน้ำใจของคนที่ "มีมากกว่า" ไปโอบอุ้ม ช่วยเหลือ เยียวยา บริจาค กอบกู้ ไปให้รู้ว่า "คนไทยไม่ทิ้งกัน" หรือพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า
"ถึง กูจะมีมากกว่ามึง ถึงกูจะเห็นพวกมึงเป็นคนที่มีค่าน้อยกว่ากู แต่เวลามึงเดือดร้อน พวกกูยอมสละห้องแอร์ ยอมตากแดด กรำฝน ไปผัดกับข้าวแจกถึงเลี้ยงชีพให้พวกมึงนะเฟ้ย แล้วกูชอบมากเวลาที่กูเอาของไปช่วยพวกมึงแล้วได้เห็นรอยยิ้มใสๆ ไร้เดียงสา และสำนึกในบุญคุณที่ฉายออกมาจากแววตาพวกมึงอ่ะ พวกกูแม่งโคตรซึ้ง โคตรฟิน
กู ชอบเวลาเห็นคนบ้านนอกอย่างพวกมึงทำตัวเซื่องๆ เชื่องแบบเนี้ยะ น่ารัก น่าเอ็นดูดีออก อย่าเสือกเที่ยวไปทำตัวกร่างเรียกร้องนู่นนั่นนี่ มีปัญหาอะไรไม่ต้องไปประท้วง นั่งเชื่องๆ เลี้ยงง่ายๆ อยู่บ้าน เดี๋ยวพวกกรูนั่ง ฮ. เอาของมาบริจาคให้ถึงที่ เข้าใจป่าว ? "
แต่ ทันใดที่คนกรุงได้ข่าวว่าจะมีมวลน้ำเข้ามาท่วมกรุงเทพฯ เท่านั้นเอง มันได้เกิดอาการแพนิคปวดตับปวดประสาทกันอย่างที่เราไม่เคยเห็นมันเกิดขึ้นใน เวลาที่คนอยุธยาหรือสิงห์บุรีจมอยู่ในน้ำมานานนับเดือน ทั้ง กทม. รัฐบาล สื่อสารมวลชน ต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "เราจะปกป้อง กทม. ให้ถึงที่สุด" อันเป็นสำนวนที่มาจากมโนทัศน์ที่เห็นว่า กทม. คือที่ที่เราจะชนช้างทำศึกและแพ้ไม่ได้ แพ้ปุ๊บตกเป็นเมืองขึ้นปั๊บ
สภาพ น้ำท่วมและกำลังจะท่วมกรุงเทพฯ จึงต่างจากน้ำท่วมในจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่มีความย้อนแยงระหว่างข้อเท็จจริงกับภาพนำเสนอในจินตนาการ อีกทั้งความคาดหวังของคนในพื้นที่นั้นต่างกันอย่าลิบลับ
คน พิษณุโลก น่าน อยุธยา ลพบุรี สิงห์บุรี ไม่มีใครตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีวาทกรรม "เราจะปกป้องอยุธยา" หรือ "เราจะปกป้องน่าน" มีแต่วาทกรรม "เราจะเยียวยาพี่น้องผู้ประสบชะตากรรม" อย่างไร?
ทว่า น้ำที่ท่วมกรุงเทพฯ นั้นมาพร้อมกับวาทกรรมที่ว่า
"คนกรุงเทพฯ อย่างเราไมได้เกิดมาพร้อมกับชะตากรรมที่จะต้องประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ"
"คนกรุงเทพฯ เกิดมาเพื่อจะเหนือกว่าคนอื่นและช่วยคนอื่น" ดังนั้น น้ำ ท่วมกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ จักรวาลวิทยาแบบกรุงเทพฯ ที่หมายถึง City of Angel ก็ล่มสลายลงเมื่อนั้น เพราะ Angel ย่อมทนไม่ได้ที่จะต้องเป็นผู้ประสบภัยเหมือนกับที่พวก "คน" ที่อยู่ "ชายแดน" ต้องเจอ
เพียงคำว่าจะมีมวลน้ำก้อนใหญ่เข้ากรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ ก็พากันกักตุนมาม่า ปลาประป๋อง ข้าวสาร อาหารแห้ง สำลี น้ำดื่ม ทิชชู จนสินค้าขาดจากซูเปอร์มาร์เก็ต ย้ำว่าขาดจากซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ไม่ได้ขาดจากตลาดสด
เพราะผู้บริโภคสื่อที่วาดภาพให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่จมบาดาลมืดมิดเพราะมีรัฐบาลมืดบอดอัน Angel ทั้งหลายมิปลื้มล้วนแต่เป็นผู้เดินตลาดติดแอร์ มิใช่รากหญ้าที่เดินตลาดสด และส่วนใหญ่บ้านก็ยังแห้งผาก มิท่วมจนวันที่ฉันนั่งเขียนต้นฉบับอยู่นี้ "ชั้นใน" ของกรุงเทพฯ ก็ยังแห้ง แต่ข้าวสาร อาหารแห้ง หมดไปจากซูเปอร์มาร์เก็ตแหล่งจ่ายตลาดของบรรดา Angels ตั้งนานแล้ว
ระหว่าง ที่บ้านที่ตนเองน้ำยังแห้ง ยังมีไฟฟ้าอินเตอร์เน็ตยังทำงานได้ บรรดา Angels ที่มือไม่ต้องพายเรือ ตีนยังไม่ได้ราน้ำ ก็ได้ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ตนเองมีอยู่ในมือสร้างภาพที่อ่านแล้วรู้สึก ว่ากรุงเทพฯ กำลังตกอยู่ในอันตราย
บ้างก็ตัดพ้อว่าปีที่แล้วหนีไฟ (เผาบ้านเผาเมืองจากเสื้อแดง) ปีนี้ต้องมาหนีน้ำ (จากรัฐบาลที่พวกเสื้อแดงเลือกเข้ามา) บ้างก็ว่า การด่ารัฐบาลเป็นทางระบายความเครียดของคน (กรุง) ที่กำลังเผชิญกับอันตรายใหญ่หลวงของชีวิต
คำถามของฉันคือ น้ำท่วมประเทศที่มีคนตายจริงๆ ไปหลายร้อยศพแล้ว เรายังไม่ได้ยินใครด่าว่าเพราะรัฐบาลเฮงซวยเราจึงตาย จนกระทั่งสิ่งที่เรียกกันว่า "มวลน้ำ" เคลื่อนตัวใกล้กรุงเทพฯ รัฐบาลที่บรรดา Angels เชื่อว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากคนเสื้อแดงพลันกลายเป็นตัวซวยเป็นเสนียด*** สำหรับ Angels ขึ้นมาทันที
คำแนะนำจากไพร่ชายแดนจากฉันในวันนี้ถึง Angels ทั้งหลายคือ Angels พึงเลิกมองเห็นสังคมไทยเป็นหอมหัวใหญ่ที่มีใจกลางกรุง เป็นแกนกลางอยู่ในสุด สำคัญที่สุด และส่วนชั้นนอกเรื่อยมาจนถึงเปลือกหัวหอมนั้นคือลำดับชั้นความสำคัญของเมือง และพลเมืองที่เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเชียงราย กรุงเทพฯ หรือสุไหงโก-ลกก็มีสิทธิที่จะได้เจอกับน้ำท่วมได้อย่างเท่าเทียมกัน
เมื่อ เข้าใจได้เช่นนี้จะได้ทำใจได้ว่า หากจะมีน้ำท่วมในป่าคอนกรีตก็ไม่ต้องกระตู้วู้โวยวายเราจะต้องกลายเป็นเขมร อพยพในสงครามอินโดจีน หรือ กระตู้วู้ว่า "นี่บ้านกู กูไม่หนี นี่กรุงเทพฯ บ้านกู อย่ามาประกาศให้กูหนี"
ถาม หน่อยว่า หากมีแผ่นดินไหว ดินถล่ม ในกรุงเทพฯ จะมีใครหน้าไหนมาบอกว่า "นี่กรุงเทพฯ บ้านกู แผ่นดินอย่าเสือกไหว รัฐบาลอย่าเสือกมาบอกให้กูหนี เพราะนี่กรุงเทพฯบ้านกู กูไม่หนี " ???? หรือเปล่า???
ที่สำคัญ Angels ทั้งหลายอย่าลืมว่าที่สถานการณ์น้ำท่วมของกรุงเทพฯ เลวร้ายกว่าที่มันเป็นเพราะทั้งรัฐบาล ทั้ง กทม. ทั้งคนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่ง มัวแต่ไปเชื่อว่า City of Angel นั้นน้ำห้ามท่วม การกักน้ำ การทำคันกั้นน้ำ การผลักน้ำออกไปท่วมจังหวัดข้างเคียง
การ ฝืนกระแสน้ำทั้งหมดแทนการวางแผนให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างละมุนละม่อม วางแผนให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างมีการเตรียมความพร้อม การวางแผนให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ โดยคิดไว้ล่วงหน้าว่าท่วมอย่างไรจึงเสียหายน้อย ท่วมกว้างขวาง แต่ไม่ลึก และระบายลงได้
ระหว่างที่น้ำท่วมประกาศวันหยุด ก่อนจะท่วม เตือนให้คนที่มีกำลังทรัพย์อพยพไปต่างจังหวัด เตรียมศูนย์พักพิงสำหรับผู้ไม่มีกำลังทรัพย์ เตรียมที่อยู่อาศัยสำหรับ คนชรา เด็ก หมา และแมว คนป่วย คนท้อง - เตรียมการแบบเผชิญหน้ากับความเป็นจริงว่าถ้ามันจะท่วมก็ต้องท่วม
แต่ ความพยายามที่จะฝืนกระแสน้ำกลับเพิ่มความขัดแย้งเพราะการเบี่ยงน้ำจากที่ หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอย่างจงใจ และเลือกปฏิบัติย่อมทำให้เกิดคำถามว่า
"ลูกเมียน้อยกูก็ไม่ได้เป็น แต่ทำไมบ้านกูต้องมาท่วมแทนบ้านมึง?"
บอก Angels ทั้งหลายกันอีกคราว่า ฝนจะตก น้ำจะท่วม คนจะขี้ เราห้ามไม่ได้ แต่วางแผนรับมือกับมันในระยะยาวได้ คิดได้ ทำได้ว่า ขี้อย่างไร ไม่ให้เลอะเทอะ ขี้อย่างไรไม่ให้เดือดร้อนคนอื่น ดังนั้น เวลาตั้งคำถามกับรัฐบาลโปรดตั้งคำถามว่า จะมีพิมพ์เขียวในการรับมือกับภัยธรรมชาติเช่นนี้ในระยะยาวอย่างไร ไม่ใช่ไปถามว่า นายกฯ คนนี้ รัฐบาลชุดนี้จะทำให้น้ำแห้งได้ภายในกี่วัน?? อีก 3 วัน อีก 7 วันนายกฯ รับรองได้ไหมว่าปัญหาจะหมดไป??
แบบว่า ถามแบบนี้มัน Angel มากไปอ่ะ
#1
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:50
#2
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:52
#3
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:54
#4
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:58
#5
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:31
#6
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:42
ไม่ต้องแปลกใจ...ว่าทำไมอีนี่มันโดนผัวทิ้ง...
อดีตผัวคงคิดว่า...กรูไม่น่าหลงผิดมาอยู่กับอีนี่เลย
ประชาธิปไตยแบบแดง: 1. ไม่ใช่แดง เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ 2. เสียงส่วนใหญ่ คือเสียงถูกต้อง 3. กฎพวกพ้องต้องเหนือกฎหมาย 4. เบื้องสูงมีไว้เหยียบย่ำ 5. ใครทำก็ผิด แต่แดงต้องไม่ผิด 6. คิดร้ายต่อทักษิณย่อมชั่ว 7. มั่วบิดเบือนหลอกพวกเดียวกัน 8. ปั้นน้ำเป็นตัวแล้วแถ
#7
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:57
มันด่าตัวเองใช่มั้ย....
ไม่ต้องแปลกใจ...ว่าทำไมอีนี่มันโดนผัวทิ้ง...
อดีตผัวคงคิดว่า...กรูไม่น่าหลงผิดมาอยู่กับอีนี่เลย
ผัวที่ทิ้งมันเป็นคนกรุงหรือเปล่าครับมันเลย ด่ากันประชดกันแบบนี้
#8
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:58
#9
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:00
#10
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:19
ยุแยงให้คนแตกแยก
คนเราคิดต่างได้ แต่อย่าคิดชั่ว
ไม่ว่าจะมุมนี้หรือมุมไหน ถ้ามันเป็นเรื่องงี่เง่าไม่ขอเสียเวลามองว่ะ
#11
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:23
#12
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:24
Edited by คนกวาดขยะ, 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:39.
แก้คำหยาบ
- David_GinoLa likes this
#13
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:28
มรึงก็ไปหาผัวอยู่ชายแดนใต้ หรือไม่ก็ไปแดรกปลาร้าที่ชายแดนเขมรก็ได้ ไม่ต้องมาเสรือกกับ คน กทม
หรือว่ามือถือสาก ปากอม อะไรของไอ้แม้วอยู่ แล้วลิ้นมรึงเลียอะไรของอีปู อีเสลอ ตอนนี้ไปนั่งเกาหูอยู่แถวไหนล่ะ?
อารมณ์ขึ้น
ขอด่ามรึงทีละ step ก็แล้วกัน
เพราะเมือง "ชายแดน" รวมทั้งคน "ชายแดน" (เมืองที่มิใช่เมืองหลวงทุกเมืองคือ "ชายแดน" ในจินตนาการของคนที่สังวาสโลกทัศน์แบบที่มีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง นั่นแปลว่า ต่อให้มีกายภาพเป็นคนต่างจังหวัดก็อาจพกพาโลกทัศน์แบบที่กรุงเทพฯเป็นศูนย์ กลางได้) นั้นมีชะตากรรมร่วมกันคือ
- เป็นผู้ด้อยพัฒนา และรอคอยการพัฒนา
- มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่า เพราะมีการศึกษาน้อยกว่า ฉลาดน้อยกว่า (อ้างจากข้อมูลแบบสาธารณสุขที่ว่าคนบ้านนอกขาดไอโอดีน จึงมีไอคิวต่ำ) มีรายได้น้อยกว่า มีลักษณะทางกายภาพที่ด้อยกว่า เช่น ดำกว่า จมูกแบนกว่า - เมื่อมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่า จึงชอบที่จะต้อง "เสียสละผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยเพื่อคนใหญ่"
มาตรวัด คนส่วนน้อยและคนส่วนใหญ่ในที่นี้ ไม่ได้ใช้ปริมาณตาม "จำนวน" คน แต่เชื่อกันว่า ผลประโยชน์ของคนต่างจังหวัดทั้งประเทศไทยคือผลประโยชน์ของคนส่วนน้อย และคนกรุงเทพฯ คือ "คนส่วนใหญ่"
คน กทม เขาไม่ได้คิดว่า คนต่างจังหวัด ด้อยค่า หรือ เศรษฐกิจต้อยต่ำเหมือนที่มรึงพูดหรอก อีเ วร มรึงไปต่างจังหวัดมาสักกี่จังหวัด กทม เป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง คน ตจว เข้ามาอยู่ กทม มากกว่าคนที่มีพื้นเพ อยู่ กทม จริงๆ มันเป็นการอพยพเข้ามาเพื่อหาอาชีพ ทุกวันนี้ ตจว ก็เจริญขึ้นมาก เคยแหกตาดูมั้งไหม? หรือว่านั่งแหกหอยคอยผู้ชายหน้าโง่เข้ามาเสพสังวาสด้วย
แล้วถ้าคน กทม เป็นคนส่วนใหญ่ ไอ้พรรค จัง ไร มันคงไม่ได้มานั่งทำหน้าโง่อยู่ในสภาแบบนี้หรอก อีโง่
"คำถามของฉันคือ น้ำท่วมประเทศที่มีคนตายจริงๆ ไปหลายร้อยศพแล้ว เรายังไม่ได้ยินใครด่าว่าเพราะรัฐบาลเฮงซวยเราจึงตาย"
มรึงไม่ได้ยินเพราะมรึงมัวแต่นั่งอมสากอยู่ไงอีโง่
แต่ ทันใดที่คนกรุงได้ข่าวว่าจะมีมวลน้ำเข้ามาท่วมกรุงเทพฯ เท่านั้นเอง มันได้เกิดอาการแพนิคปวดตับปวดประสาทกันอย่างที่เราไม่เคยเห็นมันเกิดขึ้นใน เวลาที่คนอยุธยาหรือสิงห์บุรีจมอยู่ในน้ำมานานนับเดือน ทั้ง กทม. รัฐบาล สื่อสารมวลชน ต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "เราจะปกป้อง กทม. ให้ถึงที่สุด" อันเป็นสำนวนที่มาจากมโนทัศน์ที่เห็นว่า กทม. คือที่ที่เราจะชนช้างทำศึกและแพ้ไม่ได้ แพ้ปุ๊บตกเป็นเมืองขึ้นปั๊บ
คน กทม เขาแพนิค เพราะอะไร? สมองมรึงมีไหม? กทม เหมือน ตจว ไหม? อีเปรต ความแออัดมันต่างกันไหม? เขาเดินทางไปทำงานกันยังไง? มรึงรูไหม? หรือมัวแต่คลุมโปงอมสากอยู่ แล้วไอ้ ศปภ ผัวมรึงนั่นน่ะ มันเคยพูดอะไรจริงไหม? แหกตา เปิดสมองบ้าง อย่ามัวแตวนเวียนอยู่กับเรื่องเสพสังวาส
สรุปนะ ถ้ายังไม่มีผัว จะแนะนำผู้ชายที่เหมาะสมให้สักคน ไอ้ บก ลายด่างไง ทัศนะคติ เหมือนกันเปี๊ยบเลย โลกสวยด้วยมือแดง คน กทม เอาเปรียบหมด ไม่ดีหมด สงสารคน ตจว จับใจ จูงมือกันไปเสพเมถุนกันให้ได้ลูกได้หลานพันธ์ตะกวดออกมาเลย ท่าจะดี ***
- David_GinoLa, Huligan, Maestro and 2 others like this
#14
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:37
#15
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:40
เคยคุยกับพี่ที่ทำงาน (เสื้อแดง) เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ ผึ้งก็เรียกเขาตรงๆ เลยว่า E-xxx xxx พี่แกก็ เฮ้ย แรงไปเปล่า แต่ผึ้งไม่อยากให้เกียรติคนแบบนี้เลย เพราะเขาไม่เคยให้เกียรติใคร แม้แต่พระที่ปฎิบัติดี
คนเราไม่สามารถให้ในสิ่งที่ตัวไม่มีได้หรอกครับ... ดังนั้นการที่หล่อนจะไม่ให้เกียรติผู้อืน... จึงไม่แปลกอะไร
Edited by คนกวาดขยะ, 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:39.
- b... and Zeta Jones_5370 like this
#16
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:05
#18
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:13
เห็นคำด่าแต่ละคนแล้ว บอกตรงๆ คำผกา ทำให้แมลงสาบดิ้นได้จริงจริง
แรงได้แค่นี้ ยังไม่ได้ขี้ตีนของ สส.รังสิมาที่ทำควายแดงทั้ง 15 ล้านตัวดิ้นเป็นแถบหรอกครับ
- Lemon_sweetie, PeterPan, Enzo and 1 other like this
#19
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:20
ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
#20
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:23
#21
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:29
เฮ้อ กทม น้ำท่วมมันผิดหรอ คิดไนแง่ดีสิ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องไปไกลถึง เวนิช นะ
น้ำท่วม กทม ไม่ผิดครับ ผิดที่มีไอ้/อีเลวบางตัว ทะลึ่งบอกว่าจังหวัดอื่นรับน้ำแทน กทม.
#22
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:31
- Enzo likes this
"Imagination is more important than knowledge"
"จินตนาการสำคัญกว่าความรู้"
#23
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:31
งั้นเชิญแมงดา เกาะหลังคำผกาหากินต่อไปเถอะจ้ะเห็นคำด่าแต่ละคนแล้ว บอกตรงๆ คำผกา ทำให้แมลงสาบดิ้นได้จริงจริง
พอดี ณ ที่แห่งนี้ มิมีแมลงสาป เสียใจด้วยนะ
- David_GinoLa, PeterPan and Bugbunny like this
#24
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:37
สรุปนะ ถ้ายังไม่มีผัว จะแนะนำผู้ชายที่เหมาะสมให้สักคน ไอ้ บก ลายด่างไง ทัศนะคติ เหมือนกันเปี๊ยบเลย โลกสวยด้วยมือแดง คน กทม เอาเปรียบหมด ไม่ดีหมด สงสารคน ตจว จับใจ จูงมือกันไปเสพเมถุนกันให้ได้ลูกได้หลานพันธ์ตะกวดออกมาเลย ท่าจะดี ***











- PeterPan likes this
#25
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:46
#26
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:00
จะว่าไปแกก็มีประโยชน์อยู่บ้างนะครับ อย่างเช่นสมัยที่แกถ่ายภาพ วับๆวิมๆ ผมเห็นแผลบเดียว เห็นผลทันตา มอดไปประมาณวันนึงเต็มๆ ถึงกับปฎิบัติภารกิจสำคัญที่บ้านไม่ได้ทีเดียวเชียว ถ้าท่านผู้นำเห็นความสำคัญตรงนี้ ผมขอเสนอว่าให้เอารูปแกไปติดตามที่มืดที่เปลี่ยว เสี่ยงต่อคดีข่มขืน หรือสักรูปแกติดตัวนักโทษที่ วิปริต ข่มขืน อะไรประมาณนี้ ผมเชื่อมันว่า เอาอยู่ครับ เอ้ย..เลิกเอาอยู่กันไปเลยทีเดียวครับ..ท่านผู้ชม
เคยเห็นรูปอยู่เหมือนกัน
บอกตามตรงเป็นผู้หญิงที่ดู Low มากทั้งการแสดงออกและสามารถสำนึก
ดูยังไงก็ไม่บ่งบอกถึงระดับสติปัญญาที่เธอเอาวิจารณ์คนอื่น
ถ้าปมในชีวิตของเธอแก้ไขไม่ได้
น่าจะมีใครพาไปหาหมอบ้างนะ
- Lemon_sweetie likes this
#27
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:02
จะว่าไปแกก็มีประโยชน์อยู่บ้างนะครับ อย่างเช่นสมัยที่แกถ่ายภาพ วับๆวิมๆ ผมเห็นแผลบเดียว เห็นผลทันตา มอดไปประมาณวันนึงเต็มๆ ถึงกับปฎิบัติภารกิจสำคัญที่บ้านไม่ได้ทีเดียวเชียว ถ้าท่านผู้นำเห็นความสำคัญตรงนี้ ผมขอเสนอว่าให้เอารูปแกไปติดตามที่มืดที่เปลี่ยว เสี่ยงต่อคดีข่มขืน หรือสักรูปแกติดตัวนักโทษที่ วิปริต ข่มขืน อะไรประมาณนี้ ผมเชื่อมันว่า เอาอยู่ครับ เอ้ย..เลิกเอาอยู่กันไปเลยทีเดียวครับ..ท่านผู้ชม
เคยเห็นรูปอยู่เหมือนกัน
บอกตามตรงเป็นผู้หญิงที่ดู Low มากทั้งการแสดงออกและสามารถสำนึก
ดูยังไงก็ไม่บ่งบอกถึงระดับสติปัญญาที่เธอเอาวิจารณ์คนอื่น
ถ้าปมในชีวิตของเธอแก้ไขไม่ได้
น่าจะมีใครพาไปหาหมอบ้างนะ
น่าแปลกที่บรรดาสาวกแดง สาวกมติชน และสาวก voice tv กลับเชิดชูเธอเยี่ยงวีรสตรีศรีสังคม
#28
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:16
City of lion
City of vowel
- David_GinoLa likes this
#29
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:18
จะว่าไปแกก็มีประโยชน์อยู่บ้างนะครับ อย่างเช่นสมัยที่แกถ่ายภาพ วับๆวิมๆ ผมเห็นแผลบเดียว เห็นผลทันตา มอดไปประมาณวันนึงเต็มๆ ถึงกับปฎิบัติภารกิจสำคัญที่บ้านไม่ได้ทีเดียวเชียว ถ้าท่านผู้นำเห็นความสำคัญตรงนี้ ผมขอเสนอว่าให้เอารูปแกไปติดตามที่มืดที่เปลี่ยว เสี่ยงต่อคดีข่มขืน หรือสักรูปแกติดตัวนักโทษที่ วิปริต ข่มขืน อะไรประมาณนี้ ผมเชื่อมันว่า เอาอยู่ครับ เอ้ย..เลิกเอาอยู่กันไปเลยทีเดียวครับ..ท่านผู้ชม
เคยเห็นรูปอยู่เหมือนกัน
บอกตามตรงเป็นผู้หญิงที่ดู Low มากทั้งการแสดงออกและสามารถสำนึก
ดูยังไงก็ไม่บ่งบอกถึงระดับสติปัญญาที่เธอเอาวิจารณ์คนอื่น
ถ้าปมในชีวิตของเธอแก้ไขไม่ได้
น่าจะมีใครพาไปหาหมอบ้างนะ
น่าแปลกที่บรรดาสาวกแดง สาวกมติชน และสาวก voice tv กลับเชิดชูเธอเยี่ยงวีรสตรีศรีสังคม
ก็ด้วยอาศัยสตรีเยี่ยงนี้มาเป็นสตรีตัวอย่าง เดาอนาคตของรัฐไทยใหม่ได้เลยครับ... สภาพสังคมจะสุดแสนวิเศษเยี่ยงแดนมิคสัญญีกันเลยทีเดียว...
#30
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:22
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#31
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:28
City of heaven
City of lion
City of vowel
![]()
![]()
- อู๋ ฮานามิ likes this
#32
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:30
เห็นคำด่าแต่ละคนแล้ว บอกตรงๆ คำผกา ทำให้แมลงสาบดิ้นได้จริงจริง
หล่อนจะรู้ไหมว่า โดนแมลงสาบด่าเละเทะอยู่เนี่ย หรือแบบโรคจิต ต้องโดนด่า 3 เวลาหลังอาหารแล้วนอนหลับฝันดี ?
ได้ข่าวว่าแฟนทิ้งด้วยนิ สาาาาธุ
เฮ้อ กทม น้ำท่วมมันผิดหรอ คิดไนแง่ดีสิ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องไปไกลถึง เวนิช นะ
งั้นขอให้ตื่นมาแล้วแถวบ้านคุณเป็นเวนิช นะฮัฟ
- David_GinoLa likes this
#33
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:43
City of heaven
City of lion
City of vowel
![]()
![]()
City of The king
City of gold
City of The first (จังหวัดที่น้ำท่วม)
City of happiness (นี่ก็น้ำท่วม ใกล้กับ City of angel)
City of hill (อยู่ภาคอีสาน ภูเขาในที่นี้คือภาษาเขมรนะ)
City of lotus
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#34
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:48
ทีแน่ๆ City of Lotus มีสองแห่งครับ อิสานตะวันออกสุด กับ ภาคกลางติด กทม.
#35
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:52
*City of the king ยังนึกไม่ออกง่ะครับ?
![]()
ทีแน่ๆ City of Lotus มีสองแห่งครับ อิสานตะวันออกสุด กับ ภาคกลางติด กทม.![]()
อยู่ภาคตะวันตก ใกล้ City of diamond ครับ
อีกสักนิด
City of north (อยู่ภาคอีสาน)
City of good people
ส่วน City of the golden land อยู่เมืองนนท์ครับ
Edited by มะเขือเทศเน่า, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:03.
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#36
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:56
City of heaven
City of lion
City of vowel
![]()
![]()
City of The king
City of gold
City of The first (จังหวัดที่น้ำท่วม)
City of happiness (นี่ก็น้ำท่วม ใกล้กับ City of angel)
City of hill (อยู่ภาคอีสาน ภูเขาในที่นี้คือภาษาเขมรนะ)
City of lotus
#37
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:30
#38
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:34
สงสัยเจ๊แกจะมีปมด้อยบางอย่างที่ลบไม่ออก
#39
ตอบ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:40
เฮ้อ กทม น้ำท่วมมันผิดหรอ คิดไนแง่ดีสิ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องไปไกลถึง เวนิช นะ
น้ำท่วม กทม ไม่ผิดครับ ผิดที่มีไอ้/อีเลวบางตัว ทะลึ่งบอกว่าจังหวัดอื่นรับน้ำแทน กทม.
เห็นด้วยครับ ตอนนี้ไอ้คนที่พูดมันจะรู้สึกรึป่าว หรือว่ามันอยากให้ กทม ท่วมแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
#40
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 00:21
เกี่ยวกะเขาป่าวหว่า อิอิ
#41
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 04:17
(ผมเฉย ๆ กับเธอนะ ออกจะรู้สึกเวทนาด้วยซ้ำ ตอนได้อ่านประวัติส่วนตัวจากบอร์ดเก่า เกี่ยวกับชีวิตในวัยเด็กของเธอ)
การใช้คำพูดหยาบคาย(ราวกับว่าโกรธเกลียดกันมาเป็นชาติ) ต่างจากพวกเสื้อแดงตรงไหน (ยิ่งทำให้ดูว่าเหตุผลสู้ไม่ได้)
ผมไม่ใช่พวกโลกสวย ตัวเองก็มีหยาบคายบ้าง แต่การด่าทอผู้คนในที่สาธารณะแบบนี้ มันไม่มีผลดีอะไรเลยนะครับ
เจ้าตัวคนโดนด่าจะเห็นหรือเปล่าไม่รู้ แต่คนกลาง ๆ ที่ได้อ่านเค้าคงไม่ค่อยสบายตาเท่าไหร่
#42
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:41
จากบทความและข้อเขียนหลายๆเรื่องได้สะท้อนภาพลักษณ์ มุมมอง และแนวคิดของเธอ(โดยเฉพาะตั้งแต่ในวัยเด็กว่า
ทำให้เธอเป็นคนที่ “รุ่มรวยทางวัฒนธรรม” อย่างที่เธอให้สัมภาษณ์)
เช่น เธอยืนยัน ว่าเธอเป็นคนที่ไม่มีสำนึกเกี่ยวกับเรื่อง "ธรรมะ" "จิตวิญญาณ" "ภายใน" อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอมี passion (ความหลงใหล) กับการด่าและการวิพากษ์ ชวนคนคุยเรื่องกินกับปี้
แรงขับเคลื่อนในชีวิตของเธอ คือ ราคะ โทสะ โมหะ อยากทำอะไรเธอก็ทำ
ภายใต้การเคารพในสิทธิ เสรีภาพ และกติกาการต่อรองผลประโยชน์ที่เป็นธรรมทางสังคม
หรือที่เธอประกาศตัวเองชัดเจนว่าเป็นคนเสื้อแดง เธอคิดว่าคนที่ไม่เป็นแดงเนี่ยผิดปกติ
และจากงานเสวนา "Be Young and Shut Up? เปรียบเทียบนักศึกษาน้องใหม่ของคณะโบราณคดีที่ร่วม
กิจกรรมรับน้องใหม่ด้วยการคล้องป้ายชื่อพร้อมรหัสนักศึกษา ว่าเป็นเหมือนสัตว์ในฟาร์ม โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่า "สิ่งที่
สังคมไทยให้ อย่างเช่นความสามัคคี ก็ต้องเปลี่ยน เพราะโลกสมัยใหม่โลกประชาธิปไตย ไม่ต้องการความสามัคคี ต้องการ
เห็นความขัดแย้งในสังคมมากที่สุดเท่าที่จะมากได้"
หรือเรื่องกรณีศึกษาน้ำท่วมกับอาการทางฮีสทีเรีย ที่เธอวิจารณ์คนอื่นด้วยความก้าวร้าว ดูถูก ไม่ให้เกียรติผู้อื่นโดยเอามาตราฐานของตัวเองเป็นที่ตั้งแล้ว
http://botkwamdee.bl...10/k250htr.html
การที่คนอื่นจะมองเธออย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการแสดงออกของเธอเองค่ะ
#43
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:15
มันเองปากหมา หน้าด้าน สัน-ดานมาร ก็สมควรแล้วที่จะโดนคนอื่นเขาด่าเอาบ้างเเสบๆคันๆ
ผมไม่โลกสวยกับใครหรอกครับ คนเลวๆได้ใจใหญ่ ถ้าเห็นว่านังนี่ด่าคนอื่น ใช้ปากกาเขียนด่าคนอื่นได้ตามจริต
ปากมันยังมาอ้างทฤษฎีบ้าบอ คนที่เป้นสื่อสารมวลชนแล้วเผยเเพร่ตรรกะเพี้ยนๆ ไม่ต่างอะไรกับสร้างกรรมเลวๆ
ให้คนอื่น รวมถึงเยาวชนมีมิจฉาทิฐิ เป็นบาปเป็นกรรมหนักซะเปล่าๆ ถ้าอีนี่เป็นธิดามารกลับชาติมาเกิด ผมก็เชื่อ
โดยไม่ต้องใช้สมองคิดให้มันมาก................
#44
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:36
บางท่านก็ใช้คำพูดแรงเกินไปนะครับ น่าจะถกกันในเรื่องความเห็นของเธอ ไม่ใช่โจมตีที่ตัวบุคคลหรือพฤติกรรมส่วนตัว
(ผมเฉย ๆ กับเธอนะ ออกจะรู้สึกเวทนาด้วยซ้ำ ตอนได้อ่านประวัติส่วนตัวจากบอร์ดเก่า เกี่ยวกับชีวิตในวัยเด็กของเธอ)
การใช้คำพูดหยาบคาย(ราวกับว่าโกรธเกลียดกันมาเป็นชาติ) ต่างจากพวกเสื้อแดงตรงไหน (ยิ่งทำให้ดูว่าเหตุผลสู้ไม่ได้)
ผมไม่ใช่พวกโลกสวย ตัวเองก็มีหยาบคายบ้าง แต่การด่าทอผู้คนในที่สาธารณะแบบนี้ มันไม่มีผลดีอะไรเลยนะครับ
เจ้าตัวคนโดนด่าจะเห็นหรือเปล่าไม่รู้ แต่คนกลาง ๆ ที่ได้อ่านเค้าคงไม่ค่อยสบายตาเท่าไหร่
เรื่องความเห็นของเธอ เจ๊IAMDAจัดให้แล้วครับ
มรึงทำงานอยู่ที่ กทม ป่าวว่ะ อีคำหอย?
มรึงก็ไปหาผัวอยู่ชายแดนใต้ หรือไม่ก็ไปแดรกปลาร้าที่ชายแดนเขมรก็ได้ ไม่ต้องมาเสรือกกับ คน กทม
หรือว่ามือถือสาก ปากอม อะไรของไอ้แม้วอยู่ แล้วลิ้นมรึงเลียอะไรของอีปู อีเสลอ ตอนนี้ไปนั่งเกาหูอยู่แถวไหนล่ะ?
อารมณ์ขึ้น
ขอด่ามรึงทีละ step ก็แล้วกัน
เพราะเมือง "ชายแดน" รวมทั้งคน "ชายแดน" (เมืองที่มิใช่เมืองหลวงทุกเมืองคือ "ชายแดน" ในจินตนาการของคนที่สังวาสโลกทัศน์แบบที่มีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง นั่นแปลว่า ต่อให้มีกายภาพเป็นคนต่างจังหวัดก็อาจพกพาโลกทัศน์แบบที่กรุงเทพฯเป็นศูนย์ กลางได้) นั้นมีชะตากรรมร่วมกันคือ
- เป็นผู้ด้อยพัฒนา และรอคอยการพัฒนา
- มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่า เพราะมีการศึกษาน้อยกว่า ฉลาดน้อยกว่า (อ้างจากข้อมูลแบบสาธารณสุขที่ว่าคนบ้านนอกขาดไอโอดีน จึงมีไอคิวต่ำ) มีรายได้น้อยกว่า มีลักษณะทางกายภาพที่ด้อยกว่า เช่น ดำกว่า จมูกแบนกว่า - เมื่อมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่า จึงชอบที่จะต้อง "เสียสละผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยเพื่อคนใหญ่"
มาตรวัด คนส่วนน้อยและคนส่วนใหญ่ในที่นี้ ไม่ได้ใช้ปริมาณตาม "จำนวน" คน แต่เชื่อกันว่า ผลประโยชน์ของคนต่างจังหวัดทั้งประเทศไทยคือผลประโยชน์ของคนส่วนน้อย และคนกรุงเทพฯ คือ "คนส่วนใหญ่"
คน กทม เขาไม่ได้คิดว่า คนต่างจังหวัด ด้อยค่า หรือ เศรษฐกิจต้อยต่ำเหมือนที่มรึงพูดหรอก อีเ วร มรึงไปต่างจังหวัดมาสักกี่จังหวัด กทม เป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง คน ตจว เข้ามาอยู่ กทม มากกว่าคนที่มีพื้นเพ อยู่ กทม จริงๆ มันเป็นการอพยพเข้ามาเพื่อหาอาชีพ ทุกวันนี้ ตจว ก็เจริญขึ้นมาก เคยแหกตาดูมั้งไหม? หรือว่านั่งแหกหอยคอยผู้ชายหน้าโง่เข้ามาเสพสังวาสด้วย
แล้วถ้าคน กทม เป็นคนส่วนใหญ่ ไอ้พรรค จัง ไร มันคงไม่ได้มานั่งทำหน้าโง่อยู่ในสภาแบบนี้หรอก อีโง่
"คำถามของฉันคือ น้ำท่วมประเทศที่มีคนตายจริงๆ ไปหลายร้อยศพแล้ว เรายังไม่ได้ยินใครด่าว่าเพราะรัฐบาลเฮงซวยเราจึงตาย"
มรึงไม่ได้ยินเพราะมรึงมัวแต่นั่งอมสากอยู่ไงอีโง่
แต่ ทันใดที่คนกรุงได้ข่าวว่าจะมีมวลน้ำเข้ามาท่วมกรุงเทพฯ เท่านั้นเอง มันได้เกิดอาการแพนิคปวดตับปวดประสาทกันอย่างที่เราไม่เคยเห็นมันเกิดขึ้นใน เวลาที่คนอยุธยาหรือสิงห์บุรีจมอยู่ในน้ำมานานนับเดือน ทั้ง กทม. รัฐบาล สื่อสารมวลชน ต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "เราจะปกป้อง กทม. ให้ถึงที่สุด" อันเป็นสำนวนที่มาจากมโนทัศน์ที่เห็นว่า กทม. คือที่ที่เราจะชนช้างทำศึกและแพ้ไม่ได้ แพ้ปุ๊บตกเป็นเมืองขึ้นปั๊บ
คน กทม เขาแพนิค เพราะอะไร? สมองมรึงมีไหม? กทม เหมือน ตจว ไหม? อีเปรต ความแออัดมันต่างกันไหม? เขาเดินทางไปทำงานกันยังไง? มรึงรูไหม? หรือมัวแต่คลุมโปงอมสากอยู่ แล้วไอ้ ศปภ ผัวมรึงนั่นน่ะ มันเคยพูดอะไรจริงไหม? แหกตา เปิดสมองบ้าง อย่ามัวแตวนเวียนอยู่กับเรื่องเสพสังวาส
สรุปนะ ถ้ายังไม่มีผัว จะแนะนำผู้ชายที่เหมาะสมให้สักคน ไอ้ บก ลายด่างไง ทัศนะคติ เหมือนกันเปี๊ยบเลย โลกสวยด้วยมือแดง คน กทม เอาเปรียบหมด ไม่ดีหมด สงสารคน ตจว จับใจ จูงมือกันไปเสพเมถุนกันให้ได้ลูกได้หลานพันธ์ตะกวดออกมาเลย ท่าจะดี ***
#45
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:51
ดอกไม้สีทองน่ะ เห็นจ้างไว้เป็นขาประำจำเขียนคอลัมน์บ่อยมาก
#46
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:56
บุคลากรอันมีคุณค่าของทางมติชนเขาเลยนะแม่คุณคนนนั้นนาม
ดอกไม้สีทองน่ะ เห็นจ้างไว้เป็นขาประำจำเขียนคอลัมน์บ่อยมาก
มิน่า เธอถึงมีอิทธิพลต่อบรรดาแดงยิ่งนัก
#47
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:55
คนปกติจะไปรวมตัวกับคน jan ไร ไม่ค่อยได้หรอกครับ คน จัญ rai เลยต้องรวมกันเอง
ไปขุดคุ้ยดูประวัติของแก๊งแดงดูก็ได้ ทั้งบก.ลายด่าง ไอ้ตู่ ไอ้เต้น เหวง ธิดา เจ๋ง เก่ง อภิวันท์โรมานอฟ ฯลฯ ไอ้บ้าบอคอแตกพวกนั้น มีดีอะไรในชีวิตบ้าง?
พวก "จิตป่วย" มาเจอกัน
- David_GinoLa, overtherainbow and Zeta Jones_5370 like this
#48
ตอบ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:59
คำผกา เป็นตัวอย่างที่ดีมากของ "คนมีปม" ที่มารวมตัวกันเป็น "สมุนแก๊งแดง"
คนปกติจะไปรวมตัวกับคน jan ไร ไม่ค่อยได้หรอกครับ คน จัญ rai เลยต้องรวมกันเอง
ไปขุดคุ้ยดูประวัติของแก๊งแดงดูก็ได้ ทั้งบก.ลายด่าง ไอ้ตู่ ไอ้เต้น เหวง ธิดา เจ๋ง เก่ง อภิวันท์โรมานอฟ ฯลฯ ไอ้บ้าบอคอแตกพวกนั้น มีดีอะไรในชีวิตบ้าง?
พวก "จิตป่วย" มาเจอกัน
เทียบประวัติกับคนอีกฝั่ง ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
#49
ตอบ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 03:02
#50
ตอบ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:48
..... อืมม์ ไม่น่าดูเลยจริง ๆ
....เพราะฉะนั้น...รีบไปซะ ก่อนที่พวกมรึงจะไม่กลับมาเหยียบอีก
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











