Jump to content


Photo
- - - - -

"ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ"

พระราชอำนาจ รัฐธรรมนูญ

  • Please log in to reply
19 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 RiDKuN_user

RiDKuN_user

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,167 posts

ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:38

*
POPULAR

บอกตามตรงว่า เขียนกระทู้นี้ด้วยความเหนื่อยหน่าย กับการปั้นน้ำเป็นตัวของคณะรัฐมนตรีชุดนี้
ผู้ซึ่งปัดสวะทุกอย่าง เริ่มมาตั้งแต่เรื่องน้ำท่วม ของบริจาค

ที่ล่าสุด ปัดสวะไปจนถึง การพระราชทานอภัยโทษ
โดยอ้างเอา "พระราชอำนาจ" มาบังหน้า บอกว่าการอภัยโทษ เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ
ไม่สมควรวิพากษ์จารณ์

พอดี เป็นสรรหาคำด่าไม่เก่ง แต่บอกได้คำเดียวว่า
เป็นการกระทำที่ "เลว" มาก

ถ้าอ่านตามรัฐธรรมนูญ ทุกอย่าง ก็เขียนเป็น "พระราชอำนาจ" ทั้งสิ้น
เช่น การยุบสภา การตราพระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา การประกาศสงคราม
ทรงเป็นผู้เรียกประชุม เปิดประชุม ปิดประชุมสภา ฯลฯ

ถ้าเอาตามมาตรฐานมั่วๆ ของคณะรัฐมนตรีไร้หัว ที่นำแสดงโดยเป็ดเหลิม
แปลว่า ที่กล่าวทั้งหมดข้างต้น เราไม่สามารถวิจารณ์ได้เลยหรือ?
เพราะทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็น "พระราชอำนาจ"

ประเด็นสำคัญของเรื่อง มันอยู่ที่คำว่า "ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ"

ผมเชื่อว่า มีคนไทยจำนวนน้อยมาก ที่เข้าใจว่า ทำไมจึงต้องมี "ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ"
ก่อนที่ผมจะศึกษาเรื่องการเมือง ก็เข้าใจแค่ว่า คงเหมือนการจ่าหัว ว่าทรงมีพระบรมราชโองการถึงคนนั้น คนนี้

ซึ่ง ถ้าจะว่าถูกก็ถูก แต่ว่า ถูกแค่ครึ่งเดียว

ถ้าพูดกันแบบไม่อ้อมค้อม ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เราก็ได้เชิญในหลวง ไปประทับยังตำแหน่งใหม่
ที่ถ้าเปรียบเทียบตำแหน่งทางทหารก็คล้ายกับตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารสูงสุด"
และพระองค์ก็มิต้องทรงรับผิดชอบในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ยุ่งเหยิงนี้อีกตั้งแต่บัดนั้น

(หากต้องการอ่านความเป็นมาทั้งหมด สามารถอ่านได้ที่ http://www.kpi.ac.th...%B8%B2%E0%B8%A3
แต่ผมจะขอยกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญเท่านั้น)

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง จะต้องอ่านรัฐธรรมนูญมาตราหนึ่งที่สำคัญมากและจะขาดเสียไม่ได้เลย
ซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 50 ถูกระบุไว้ในมาตรา 195

มาตรา ๑๙๕

บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับ ราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ในรัฐธรรมนูญนี้


บทกฎหมายที่ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วหรือถือเสมือนหนึ่งว่าได้ทรงลงพระปรมาภิไธย แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยพลัน


สรุปก็คือ การตรากฎหมาย หรือพระบรมราชโองการใดๆ จะต้องมีรัฐมนตรี "ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ"
ถ้าไม่มีรัฐมนตรีผู้ลงนามรับสนอง ก็จะไม่มีผลบังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญ

แล้วถามว่า ทำไมถึงต้องมี "ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ"
ประกาศใช้กฎหมายกันด้วนๆ ดื้อๆ ไม่ได้หรือ?

เหตุผลมีหลายประการครับ แต่ประเด็นสำคัญหลัก
คือ เพราะผู้ที่ลงรับสนองพระบรมราชโองการ จะต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ
ไม่เพียงแต่ในการปฏิบัติ แต่รวมไปถึงการอธิบายความถูกต้องเหมาะสมชอบธรรมด้วย

ซึ่งแปลว่า หากผู้ที่รับสนองพระบรมราชโองการ เป็นต้นคิดในการถวายคำแนะนำ
โดยที่ก็ไม่มีกฎหมายระบุบังคับว่าจะต้องถวายคำแนะนำหรือไม่ หรือแบบไหนอย่างไร
ผู้นั้น ก็จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการอธิบายความถูกต้องเหมาะสมด้วยตนเองไม่ได้

ไม่ใช่มาอ้างว่า พรก. พรฎ. ออกโดย "พระราชอำนาจ" แล้วก็จบกัน

ตัวอย่างหนึ่งที่คงคุ้นชินกัน ก็เช่น การปรับคณะรัฐมนตรี ก็ระบุไว้ว่าเป็น "พระราชอำนาจ"
คือพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และให้ออกเป็นพระบรมราชโองการ

แต่ ผู้ที่ถวายคำแนะนำและ "ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ" คือนายกรัฐมนตรี
และไม่มีกฎหมายบังคับว่า จะต้องเอาคนนั้นคนนี้ มาเป็นรัฐมนตรี
ดังนั้น นายกฯ ก็คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการอธิบายความถูกต้องเหมาะสม
ว่าทำไมคนนั้นคนนี้จึงได้เป็นรัฐมนตรี

ถึงแม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะได้รับแต่งตั้งโดยพระบรมราชโองการก็ตาม

การที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะทูลเกล้าฯ เพื่อทรงตรา พรฎ อภัยโทษ ก็ใช้ตรรกะชุดเดียวกัน
คือไม่มีกฎหมายข้อไหน บังคับว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะต้องถวายคำแนะนำเพื่อตรา พรฎ อภัยโทษ
ดังนั้น ไม่ว่า พรฎ นี้ จะอยู่ในขั้นตอนร่าง หรือหลังจากทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วก็ตาม

"ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ" จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

และในเมื่อตนเองเป็นคนร่างเอง และถวายคำแนะนำเอง
ก็อย่าอ้างว่าเป็นพระราชอำนาจ เพราะนั่นเป็นการปัดสวะใส่เบื้องสูง

สุดท้าย คงต้องรำลึกความหลัง ยืมวาทะคุณชวน มาเตือนสติคณะรัฐมนตรีชุดนี้อีกครั้งหนึ่ง...

"ผมไม่มีเวทีเล่นการเมืองไม่เป็นไร แต่คนที่มีอำนาจแล้วใช้อำนาจอย่างบ้าคลั่ง ระวังจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่"

" ชีวิตผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ผมกลัวอย่างเดียว...กลัวจะถูกมองว่า 'ขายชาติ' " - The Last Tycoon

~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~

#2 อู๋ ฮานามิ

อู๋ ฮานามิ

    สมาชิกหน้าเก่า

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 12,018 posts

ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:50

นี่คือพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะพระองค์ทรงกระทำตามคำแนะนำของรัฐบาล ไม่ใช่กระทำตามพระราชอำนาจส่วนพระองค์

Edited by มะเขือเทศเน่า, 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:51.

ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด

 

เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ


#3 kaidum

kaidum

    ขาดขา

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,125 posts

ตอบ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:50

รัฐมนตรีในรัฐบาลใช้อำนาจที่มีในมือ โดยการบีบให้ใช้"พระราชอำนาจ"โดยรัฐธรรมนูญ กระนั้นหรือ
ซึ่งผลใดๆที่ตามมาในภายหลัง รัฐมนตรีไม่มีส่วนใดๆ ในการรับผิดชอบ เพียงแต่อ้าง ใน"พระราชอำนาจ"
โจรสารเลวชัดๆ
ประชาธิปไตยของผม ไม่ได้เกิดจากอารมณ์และการอุปถัมป์ โดยใคร

#4 ID007

ID007

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,055 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 04:12

เหี่้้ยมันถูกตรวนล่ามเท้าไว้ จะเข้าไปกินไก่ในวัดก็ไม่ได้ ลูก***อยากมีผัว ***อยากมารดน้ำศพ
แต่***ตัวนี้ถ้าจะโง่ ดันไปเชื่อหมาหน้าด้านสมองควาย ก็ขนาดลูกฆ่าคนตาย ยังโทษไอ้ปื้ดเพื่อเอาตัวรอด
มันจะมีปัญญาแนะนำอะไร***ได้ นอกจากหารูส้วมให้***รอดเข้ามา ***รอดรูเข้ามาได้กลิ่นขี้มันก็ติดตัว***เหม็นฉาวโฉ่
เข้ามาแบบเหม็นขี้ไปทั้งตัว แถมทำส้วมแตก ปล่อยเอาบรรดา***กินเงินหลวง เหี้้ยค้ายาอีกหลายตัวให้กลับเข้ามาทางรูส้วมด้วย
ฝืนทำไปคนเค้าก็ขับไล่ รังเกียจ***กว่าเดิม แถมจะพาลไล่น้อง*** กับไอ้หมาที่ทำส้วมแตกออกไปอยู่กับ***ไปอีกตัว

สู้อดทนลากไก่ไปกินนอกประเทศเหมือนเดิมเถอะ เมียก็ไม่ค่อยรู้เห็น ดีจะตายไป

#5 คนบาป

คนบาป

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,889 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 04:20

กรณีขอพระราชทานอภัยโทษประจำปี หรือวโรกาสพิเศษ มีกฎระเบียบจารีตประเพณี ละเลยไม่ได้

หรือหากจะขอพระราชานอภัยโทษด้วยตนเอง ก็ยังต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองทางกฎหมายโดย ครม. หรือ รัฐมนตรี

#6 redfrog53

redfrog53

    เกิดที่รัสเซีย มาโตที่ สรท.

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 25,221 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 04:30

นายกฯให้คัยนั่งหัวโต๊ะ ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ให้คัยมาใส่วาระงี้เหง้าไม่ได้ ต้องรายงานต้องรู้ทุกเรือง
Posted Image

#7 Moon

Moon

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,256 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:19

ย้อนประวัติศาสตร์ พระมหากษัตริย์ ทรงยับยั้งกฎหมาย


ถือเป็น ประวัติศาสตร์สำคัญ อีกครั้ง ของสถาบันนิติบัญญัติไทย ที่พระมหากษัตริย์ ทรงใช้พระราชอำนาจ ยับยั้ง การออกกฎหมาย คือ ร่าง พ.ร.บ.เหรียญเฉลิมพระเกียรติ และ ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู และ บุคลากรทางการศึกษา คืนให้แก่ รัฐสภา หลังจากที่ นายกรัฐมนตรี นำขึ้น ทูลเกล้าฯถวาย ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย
ก่อนหน้านี้ เคยมีเหตุการณ์ คล้ายๆ กัน เกิดขึ้นมาแล้ว 2 กรณี ในสมัย พระบาทสมเด็จ ประปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
จากหนังสือ รัฐสภาไทยในรอบ 42 ปี (2475-2517) ของ "ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์" กล่าวถึง เรื่องนี้ไว้ โดยสรุปดังนี้
กรณีแรก ทรงยับยั้ง ร่าง พ.ร.บ.
เมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2477 รัฐบาล ได้เสนอ ร่าง พ.ร.บ.อากรมรดก และ การรับมรดก สภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบ จึงนำขึ้น ทูลเกล้าฯถวาย เพื่อ ทรงลงพระปรมาภิไธย แต่ ได้พระราชทาน ร่าง พ.ร.บ.นั้น คืนมาให้ สภาฯพิจารณาใหม่ โดย ทรงจะให้เพิ่ม บทบัญญัติ ยกเว้น การเก็บอากรมรดก จากทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ให้ชัดแจ้งว่า ไม่ต้องเก็บ อากรมรดก มีพระราชประสงค์ จะให้เติมข้อความ ต่อไปนี้คือ
"พระราชทรัพย์สินใดๆ ที่เป็น พระราชมรดก ไปยังผู้อื่น นอกจาก ผู้สืบราชสมบัติ ต้องเก็บ อากรมรดก นอกจากนั้น เป็นพระราชทรัพย์ ฝ่ายพระมหากษัตริย์ ไม่ต้องเสีย อากรมรดก"
คณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า ตามร่าง พ.ร.บ.นี้ ทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ ไม่ต้องเสีย อากรมรดกอยู่แล้ว
ที่ประชุมสภา ได้พิจารณา และ ลงมติ ด้วยคะแนนลับ ยืนยัน ตามร่างเดิม ด้วยคะแนนเสียง 132 ต่อ 89 นายกรัฐมนตรี จึงได้ทูลเกล้าฯถวาย เพื่อ ทรงลงพระปรมาภิไธย อีกครั้งหนึ่ง
ในการนี้ ได้ให้ ม.จ.วรรณไวทยากร วรวรรณ กราบบังคมทูล ถวายรายงานด้วยว่า ตามร่าง พ.ร.บ.นั้น ตรงกับ พระราชประสงค์แล้ว คือ จะไม่เรียกเก็บ อากร จากทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และ รัฐบาล จะร่างกฎหมาย ยกเว้นอากรดังกล่าว ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในที่สุด ได้ทรงยอม ลงพระปรมาภิไธย
กรณีที่สอง ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย
เมื่อ วันที่ 20 สิงหาคม 2477 รัฐบาล เสนอร่าง พ.ร.บ.ต่อ สภาฯ ซึ่ง มีหลักการอย่างเดียวกัน รวม 3 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายลักษณะอาญา, ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาทหาร
สำหรับเนื้อหา ในการแก้ไข คือ เมื่อ มีการตัดสินประหารชีวิต ให้ใช้วิธีการประหาร ด้วยการยิง แทน การตัดหัว ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ได้แถลงเหตุผลว่า การประหารชีวิต โดยวิธีตัดศีรษะนั้น เป็นที่น่าสยดสยอง อย่างยิ่ง บางครั้ง เป็นการทรมาน อย่างน่าเวทนา เพชฌฆาตบางคน ไม่มีความชำนาญพอ มีการพลาดบ่อยๆ บางครั้ง มีเสียงโอดครวญน่าสงสาร เพราะ แทนที่จะฟันคอ ไปฟันถูก ศรีษะบ้าง หลังบ้าง การตระเตรียมประหาร ก็เป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่ง เป็นการทรมานมากขึ้น จนนักโทษบางคน บ้าไป หรือ เกือบบ้าไป ขณะที่ ค่าใช้จ่าย ในการจ้างเพชฌฆาต และ การตระเตรียม ก็ใช้เงิน มิใช่น้อย ถ้า เปลี่ยนเป็น วิธียิงเสีย จะทุ่นค่าโสหุ้ยมาก
นอกจากนั้น ยังบัญญัติไว้ว่า "ในการลงอาญาประหารชีวิต ให้เอาตัว ไปประหารชีวิต ณ ตำบล และ เวลา ที่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ในการนั้น จะเห็นสมควร แต่ห้ามมิให้ เอาตัวไปประหารชีวิต ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่ วันคำพิพากษาถึงที่สุด"
หลังจากที่ ร่างกฎหมาย ทั้ง 3 ฉบับ ผ่านสภาแล้ว ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย แต่ พระมหากษัตริย์ พระราชทานคืน ร่างกฎหมาย มาให้สภา พิจารณาใหม่ โดยกำหนด ให้แน่นอนว่า
(1) ผู้ต้องคำพิพากษา ลงโทษให้ประหารชีวิตนั้น จะต้องให้ได้ทูลเกล้าฯถวาย เพื่อ พระราชทานอภัยโทษ และ ยอมให้ ญาติ หรือ ผู้ต้องคำพิพากษานั้น ทูลเกล้าฯแทนได้ด้วย
(2) ในระหว่างที่ ยังไม่ได้ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย ให้รอ การประหารชีวิต
(3) ต้องบัญญัติ ให้ชัดเจนว่า ฎีกานั้น จะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยไม่ละเลยชักช้า
วันที่ 29 กันยายน สภาฯ ลงมติ ด้วยคะแนนลับ ยืนยัน ตามร่างเดิม จึงได้ทูลเกล้าฯถวายไป อีกครั้งหนึ่ง แต่ พระมหากษัตริย์ ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย คืนมา ภายในกำหนดเวลา ในรัฐธรรมนูญ จึงเป็นอันให้ใช้บังคับ ร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับนี้เป็นกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม ในรัชกาลปัจจุบัน ยังไม่เคยมี เหตุการณ์ที่ สำนักราชเลขาธิการส่ง ร่าง พ.ร.บ.ใด คืนรัฐสภา มาก่อน เพียงแต่ในช่วง รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน ช่วงปี 2534-2535 สภา ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ประมวลกฎหมายอาญา ส่งเข้าสำนักราชเลขาธิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงลงพระปรมาภิไทย เช่นกัน แต่ ยังไม่ได้มีการส่งกลับคืน ก็มีการยุบรัฐบาลพอดี ทำให้เรื่องนี้เงียบหายไป

[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]

 

 ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]  :)[/color]


#8 Moon

Moon

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,256 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:21

ในรัชสมัยรัชกาลปัจจุบัน มีกี่ครั้งครับ ที่ในหลวงไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย


๓ ครั้งครับ

ครั้งแรก อานันท์ เป็นนายก (หลัง รปห โดย รสช) เป็นการออกกฎหมายกำหนดโทษหมิ่นประมาท ค่าปรับสูงมาก เรื่องผ่านสภา ในหลวงไม่ลงพระปรมาภิไธย (และไม่มีการเอาเรื่องกลับมาให้สภาพิจารณาอีก ทั้งที่จริงๆ แล้วสภามีใช้อำนาจยืนกรานได้ และต้องลงมติด้วยซ้ำ)

ครั้งสอง สมัยทักษิณ ร่าง พรบ.มหาลัยราชภัฏ ตัวบทบัญญัติขัดแย้งกันเอง กรณีนี้ สภานำกลับมาพิจารณา แล้วปล่อยตก

ครั้งสาม ร่างพรบ.ครูและการศึกษา ก็ตัวบทขัดแย้งกันเอง เหมือนกรณีครั้งสอง น่ะครับ

http://weareallhuman...showtopic=42769

[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]

 

 ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]  :)[/color]


#9 Moon

Moon

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,256 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:25

ถ้าพระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย อะไรจะเกิดขึ้น

[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]

 

 ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]  :)[/color]


#10 Majestic

Majestic

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,509 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:29

ถ้าพระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย อะไรจะเกิดขึ้น


ส่งกลับไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาใหม่
ที่พระองค์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยแสดงว่า
สิ่งที่ยื่นเสนอไป ไม่ชอบ หรือขัดซึ่งข้อกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ

#11 Charlie

Charlie

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,449 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:32

เหมือนจะเอาคนเสื้อแดงมาข่มขู่นะ เลวมาก เมื่อไหรพวก มรึงจะมีสติซะทีวะ

คนดีจริงไม่โกงที่วัด ไม่ยุแยงให้คนแตกแยก ไม่หลอกคนอื่นให้มารับเคราะห์ตายแทน


#12 Moon

Moon

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,256 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:34


ถ้าพระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย อะไรจะเกิดขึ้น


ส่งกลับไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาใหม่
ที่พระองค์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยแสดงว่า
สิ่งที่ยื่นเสนอไป ไม่ชอบ หรือขัดซึ่งข้อกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ


อันนี้คือวิธีปฏิบัติตามกฏหมาย

เหมือนจะเอาคนเสื้อแดงมาข่มขู่นะ เลวมาก เมื่อไหรพวก มรึงจะมีสติซะทีวะ


แต่มันจะใช้วิธีนี้ร่วมด้วยมากกว่า

[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]

 

 ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]  :)[/color]


#13 Moon

Moon

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,256 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:38

โทษทีเฮียริด ผมพาออกนอกประเด็นของเฮียไปซะแระ ไปแระ ฟิ้วววววว ..... อิอิ

[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]

 

 ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]  :)[/color]


#14 ธงไชยคนเขียนโพย

ธงไชยคนเขียนโพย

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,288 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:41

รัฐบาลนอมินีเหิมหนัก รู้ว่า พ.ร.ฎ.อภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ แต่ยังไม่สำนึก “ยิ่งลักษณ์” ปิดปากเงียบ "เหลิม" พลิ้วเป็นเรื่องลับ โยนให้ ก.ยุติธรรมตั้ง กก.ศึกษา แล้วส่งเข้าครม.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย "ปึ้ง" โต้ยุค ปชป.ระบุเงื่อนไขยาเสพติด-ทุจริตยุคเพื่อแม้วก็ตัดทิ้งได้ "ขวัญชัย" ขู่ขนเสื้อแดง 2 แสนคนหนุน

http://www.thaipost.net/

นี่ไงฮะ พวกเอี้ยเตรียมแผนกดดันเอาไว้แล้ว

ใครอยู่เบื้องหลังการอุ้มฆ่าเอกยุทธ์ อัญชัญบุตร


#15 Caocao

Caocao

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,759 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:42

ไพ่มันมีสองหน้า แต่ไม่ว่าจะออกหน้าไหนพวกถ่อยก็ได้ประโยชน์ ทั้งที่สถาบันจะใช้พระราชอำนาจทางใด ทั้งจะทรงลงพระปรมาภิไธย หรือไม่ก็ตาม จะเป็นเหตุในการปลุกปั่นอยู่ดี ผมเชื่อว่าความวุ่นวายหลังน้ำลดจะตามมา หากการดันทุรังยังอยู่ และรัฐบาลนี้จะเร่งตัวเองไปสู่ความตายด้วยน้ำมือตัวเอง ผมกลับแปลกใจที่การกระทำหลายๆอย่างมันสวนทางกับความน่าจะกระทำ เหตุผลใดๆที่ทำให้เกิดการเร่งเร้าอย่างนี้ หรือความอดทนมันจำกัด หรือไม่มั่นใจว่าพวกตัวจะมีอำนาจได้อีกนานจนถึงวันเฉลิมปีหน้าหรือเปล่า...
"เพราะชอบธรรม จึงเป็นธรรม"

#16 Bourne

Bourne

    สายลับ ๆ ล่อ ๆ หัดเกรียน

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,471 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:45

ขอเสริมทั่น moon ข้างบนด้วยบทความข้างล่าง ซึ่งเขียนโดย ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรโณ เกี่ยวกับ "พระราชอำนาจ" นะครับ จากบทความ ยังจะมีตัวอย่างให้เห็นด้วยว่า มีกฎหมายสองฉบับในยุคไอ่ทรราชหน้าเหลี่ยมที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยับยั้งเนื่องจากมีข้อความผิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในหลวงท่านจะทรงมีพระราชวินิจฉัยก่อน ไม่ใช่ใครส่งอะไรมา ท่านก็ทรงผ่านให้ ดังนั้นก่อนส่ง พรฎ ช่วยหน้าเหลี่ยม รัฐบานควรตรวจตราให้ถูกต้องสมบูรณ์ เพราะหากทรงไม่ผ่าน พรฎ ให้ อาจกระทบกับผู้ต้องโทษรายอื่นที่มีสิทธิ์๋ได้รับอภัยโทษอีก 26,000 คน

-----------------------------------------------
ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ : ‘พระราชอำนาจ’ พระมหากษัตริย์ไทยไม่เหมือนใคร แต่ไม่ทิ้งโลก

จากการจัดโครงการปาฐกถาพิเศษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ของศาลรัฐธรรมนูญ ในหัวข้อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับรัฐธรรมนูญได้ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจคือ การใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการปกครองระบอบประชา ธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทีมข่าวการเมืองเดลินิวส์ ได้สัมภาษณ์ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง เพื่อบอกเล่าขยายความเรื่องนี้ให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น และได้เห็นว่า พระมหากษัตริย์เอง ทรงใช้อำนาจอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ศ.ดร.บวร ศักดิ์ อธิบายว่า การใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทย มีระเบียบแบบแผนเช่นเดียวกับอาณารยประเทศอื่น ๆ ที่ปกครองในระบอบประชา ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ในรายละเอียดมีความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์ และนานาชาติต่างยอมรับ
ก่อน จะรู้ว่า พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในระบบรัฐธรรมนูญไทยเป็นอย่างไร เราต้องรู้เรื่องการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของสากลโลก ประเทศที่มีระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 28 ประเทศจำแนกได้เป็นสองแบบ หนึ่ง คือ แบบที่ เราเรียกว่า ระบบราชาธิปไตย ซึ่งก็คือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือ absolute monarchy ซึ่ง ขณะนี้มีอยู่ที่บรูไน โอมาน การ์ตา ซาอุดีอาระเบีย สวาซิแลนด์ และวาติกัน 6 ประเทศ ประเทศเหล่านี้ยังปกครองระบอบราชาธิปไตย คืออำนาจสูงสุด อยู่ที่พระเจ้าแผ่นดิน ราชการแผ่นดินทั้งหมดเป็นพระราชอำนาจของท่าน กลุ่มที่สอง ผมเรียกว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ constitutional mornachy มีอยู่ 22 ประเทศ กลุ่มนี้คือพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ใน ประเทศประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กลุ่มแรกคือ กลุ่มต้นแบบ มีอังกฤษเป็นตัวหลัก อังกฤษนี่เป็นแม่แบบของประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งจะมีหลักตั้งแต่ประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ใน ค.ศ. 1867 ว่า พระมหากษัตริย์ หรือพระราชินีนาถ จะไม่ทรงมีพระราชดำริทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น แต่จะทรงทำตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบต่อสภาสามัญซึ่งเป็นสภาผู้แทนราษฎร และสภาก็รับผิดชอบต่อประชาชน ดังนั้น จึงถือว่าพระมหากษัตริย์อังกฤษ ไม่ทรงกระทำผิด ที่เรียกว่า the king can do no wrong ที่ ไม่ทรงกระทำผิด เพราะทรงทำตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในฐานะผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการและผู้ถวายคำแนะนำ เกิดความผิดทางการเมืองทางกฎหมายขึ้น คนถวายคำแนะนำต้องรับผิดชอบ และถือเป็นธรรมเนียมว่า ทรงมีพระราชอำนาจสำคัญ 3 ประการ คือ 1. พระราชอำนาจที่จะ ให้คำแนะนำ 2. พระราชอำนาจที่จะสนับสนุนและให้กำลังใจ 3. พระราชอำนาจที่จะทรงเตือน วันนี้ก็ยังถืออยู่ รัฐธรรมนูญอังกฤษทุกเล่ม พูดถึงเรื่องนี้
ใน อังกฤษ พระราชดำรัสของสมเด็จพระราชินีนาถ ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ จึงจะพูดกับประชาชนได้ มีข้อยกเว้นอยู่ 2 พระราชดำรัสที่ไม่ต้องขอความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี คือ 1. พระราชดำรัสเนื่องในวันคริสต์มาสสำหรับเครือจักรภพทั้งหมด 16 ประเทศ และ 2. พระราชดำรัสให้เครือจักรภพในวันสถาปนาเครือจักรภพ จะเห็นได้ว่า เมืองไทยไม่มีธรรมเนียมนี้ พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องของพระองค์ท่านโดยแท้
หลาย ประเทศเอาธรรมเนียมอังกฤษ ไปปฏิบัติ รวมทั้งไทยก็ถือคติว่า พระมหา กษัตริย์ไทยจะไม่มีพระราชดำริทางการเมือง เพราะทรงทำตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ม.195มันเป็นหลักเดียวกับของอังกฤษ และผมให้ข้อสังเกตว่า อังกฤษนั้น พระราชินีนาถจะไม่ค่อยปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะ และ เป็นสถาบันที่ลึกลับ สูงส่ง เพราะสืบทอดอารยธรรมมาเป็นพันปี ถ้าเป็นกลุ่มที่สอง คือกษัตริย์ในกลุ่มสแกนดิเนเวีย เช่น เนเธอร์ แลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก ก็ใช้ธรรมเนียมเดียวกับของอังกฤษ แต่วางพระองค์ต่างจากอังกฤษ คือ กลุ่มที่สอง เป็นสถาบันที่ทำตัวเหมือนประชาชน
ประเทศ ไทย ผมให้เป็นกลุ่มที่สาม เพราะของไทยเราจะมีลักษณะที่อยู่ระหว่างกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ว่า เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์มายาวนาน สืบทอดอารยธรรม วัฒนธรรม เอกราช และความเป็นเอกภาพของคนไทย แต่พระองค์ท่านใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ในกลุ่มสแกนดิเนเวียด้วยซ้ำ คุณเคยเห็นไหม ที่ พระองค์เสด็จฯไปในทุกพื้นที่ที่เราไม่อยากไป เคยเห็นภาพหรือไม่ ที่ประทับนั่งบนพื้นดิน และทรงแผนที่ รับสั่งกับประชาชนด้วยคำสามัญ จากพระราชกรณียกิจในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน 65 ปีที่ทรงเสวยราชสมบัติ มีโครงการพระราชดำริ 4,000 กว่าโครงการ และผมคิดว่า ถ้าควีนทำอย่างนี้ในอังกฤษ ก็ไม่แน่ว่าจะได้รับการยอมรับ เพราะเขาเน้นปฏิบัติตามจารีต
พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ทรงทำตามรัฐธรรมนูญอย่างครบถ้วน ใช้อำนาจในฐานะที่ 1. ทรงเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ 2. ทรงใช้อำนาจอธิปไตยในนามปวงชนชาวไทยผ่านทางสภา คณะรัฐมนตรีและศาล และชัดเจนว่า ทรงทำตามรัฐธรรมนูญครบถ้วน จำได้หรือไม่ มีคนไปขอนายกฯพระราชทานมาตรา 7 ทรงรับสั่งว่า มาตรา 7 ไม่ได้มีไว้ให้พระมหากษัตริย์ทำอะไรก็ตาม ตามอำเภอพระราชหฤทัย การใช้พระราชอำนาจทางกฎหมาย ไม่ว่าจะใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ทรงใช้โดยคำแนะนำของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีทั้งสิ้น หลักการเดียวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อื่น แต่รายละเอียดต่างกัน เช่น บาง เรื่องทรงมีพระราชดำรัส รัฐบาลไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว คนอยากฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มาจากพระโอษฐ์ เราไม่ได้อยากฟังสิ่งที่รัฐบาลทูลเกล้าฯขึ้นไป ในอังกฤษ ห้ามนำพระราชดำรัสของพระราชินีนาถมาเปิดเผยด้วยซ้ำ
และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงใช้อำนาจยับยั้งกฎหมาย ฉบับแรกที่ทรงยับยั้ง คือ ร่าง พ.ร.บ.เพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สมัยรัฐบาลอานันท์ 1 ที่ให้ลงโทษ ปรับการโฆษณาโดยสื่อ 20 เท่าของ โทษอาญา ซึ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อทูลเกล้าฯ ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย และรัฐบาลไม่ยืนยัน ก็ตกไป เห็นชัดว่าวันนั้นเป็นสภา แต่ง ตั้งมาจาก รสช.และไม่มีฝ่ายค้าน เมื่อมีกฎหมายอย่างนี้ขึ้นไป ก็ทรงใช้พระราชดำริ รับฟัง และคงเห็นการวิพากษ์วิจารณ์คัดค้าน ผมเดาว่า ท่านเห็นว่าไม่มีฝ่ายค้าน ก็ทรงใช้พระราชอำนาจระมัดระวัง ตรวจสอบการใช้อำนาจ สภาสภาเดียว ต่อมาก็มีการยับยั้งอีกในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คือ พ.ร.บ.เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 72 พรรษา และยับยั้งร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะสองร่างนี้มีข้อความกฎหมายผิด ทรงพระราชทานร่างคืนมาพร้อมพระราชทานเหตุผล เรื่องนี้สำคัญ เป็นธรรมเนียมว่า ถ้าทรงยับยั้ง จะพระราชทานเหตุผลมาด้วย
อีก อย่างหนึ่ง คือพระราชอำนาจในการรับฎีการ้องทุกข์จากราษฎร ฎีกานี่มีสองแบบ คือ ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ อันนี้เป็นฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อังกฤษก็มีฎีกาเช่นนี้ แต่แบบที่สองที่อังกฤษไม่มี คือ ฎีการ้องทุกข์ขอความเป็นธรรม มีทุกชนิดเลย ร้องทุกข์ขอยืมเงิน ร้องทุกข์ว่า มรดกแบ่งไม่เป็นธรรม ข้าราชการรังแก ขอพระมหา กรุณาธิคุณหลายเรื่อง และก็ทรงมีมาหลาย เรื่อง บางเรื่องถ้าทรงเห็นว่า คนนั้นป่วยไข้ ก็เอาเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เห็นว่าคนนั้นขาดทรัพย์จริง ก็พระราชทานทรัพย์ พระมหากรุณาธิคุณลงไปถึงกระทั่งเรื่องเหล่านี้ พระราชอำนาจเช่นนี้ สมเด็จพระราชินีนาถ พระจักรพรรดิประเทศอื่นไม่มี มีแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
หรือ อีกตัวอย่างที่ไม่เหมือนกษัตริย์อื่น ๆ คือการที่ทรงแก้ปัญหาให้ราษฎรในฐานะทรงเป็นสถาบันทางสังคมวัฒนธรรมที่ ทรงช่วยรัฐบาลดูแลทุกข์สุขของราษฎรที่รัฐบาลดูแลไม่ทั่วถึง เสด็จฯไปในที่ทุรกันดารที่รัฐบาลยังเข้าไปแก้ปัญหาไม่ได้ และไปทรงแก้ปัญหาจนเกิดโครงการตามพระราชดำริ 4,000 กว่าโครงการ รัฐบาลมาเห็นว่า ทรงช่วยรัฐบาล จึงตั้งคณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( กปร.) ขึ้นมา เมื่อก่อนไม่มี กปร. ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้งสิ้น และตั้งมูลนิธิสายใจไทย ชัยพัฒนา มา กระทำการในฐานะองค์กรเอกชนมาช่วย ทรงช่วยจนรัฐบาลตั้ง กปร.เพื่อไม่ให้ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้ เพราะสิ่งที่ท่านทำเป็นประโยชน์กับประชาชน ถามว่า อย่างนี้พระเจ้าแผ่นดินชาติไหนบ้างที่ทำ ไม่มี
และ สิ่งที่ทรงทำจะบอกว่า ไม่ดีได้อย่างไร นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสห ประชาชาติ ก็ออกมาพูดในโอกาสทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชา ชาติ ว่า รางวัลที่ทูลเกล้าฯ ถวาย เป็นรางวัลที่สำคัญยิ่ง และเป็นครั้งแรกที่สหประชาชาติได้ทำรางวัลเกียรติยศนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการขานพระนามจากชาวโลกว่า เป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ทรงพระราชทานปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงชี้ แนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นความสมดุล องค์รวมและยั่งยืน โคฟี่ อันนัน เน้นแล้วเน้นอีก ว่าทรงทำจนนานาชาติเข้ามาเลียนแบบ แสดงให้เห็นว่า นานาชาติก็เห็นว่า ทรงใช้พระราชอำนาจถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ไม่เหมือนกับอังกฤษหรือประเทศอื่น ๆ เลย ซึ่งแสดงว่าพระมหากษัตริย์ไทย ไม่เหมือนใคร แต่ไม่ทิ้งโลก ผมก็ได้แต่เชื่อว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ จะสถิตเสถียรเป็นความภูมิใจของไทยทั้งชาติตลอดกาลนาน ว่าเราไม่เหมือนชาติใด เราเป็นเรา”.
……………………………….
ขอขอบคุณ : ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบัญพระปกเกล้า
ที่มา : นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 28 กันยายน 2554

Source: http://www.chaopraya...ดิ์-อุวรรณโณ-พ/
ภาระกิจหลักของผมบนบอร์ดเสรีไทย คือ ด่าควายครับ เรื่องคิดต่างผมรับได้ แต่เรื่องคิดชั่วผมรับไม่ไหวครัช

#17 วิท

วิท

    ขาแพง

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,333 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:51

กรณีไม่ทรงลงพระปรมาภิไทยนับครั้งที่ ยื่นเสนอแต่งตั้งผู้ว่า สตง.ช่วงปี 39ด้วยไหม?

สมัยนั้นมีปัญหาเรื่ิองคุณสมบัติของคุณหญิงจารุวรรณ และประธานวุฒิแสนอชื่อคนอื่นแต่ไม่มีการโปรดเกล้าลงมา

#18 RiDKuN_user

RiDKuN_user

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,167 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:59


ถ้าพระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย อะไรจะเกิดขึ้น


ส่งกลับไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาใหม่
ที่พระองค์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยแสดงว่า
สิ่งที่ยื่นเสนอไป ไม่ชอบ หรือขัดซึ่งข้อกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญ


อยากให้ทำความเข้าใจด้วยว่า ในฐานะประมุขของประเทศ
พระองค์ยังคงทรงไว้ซึ่งสิทธิในการยับยั้งกฎหมาย

แต่จะยับยั้งกฎหมายด้วยเหตุผลอะไรนั้น คือพระบรมราชวินิจฉัย
หากมิได้ตรัสออกมาอย่างชัดเจนซึ่งเหตุผล พสกนิกรก็ไม่ควรก้าวล่วง

อนึ่ง การที่พระองค์ทรงลงนามในกฎหมายใดๆ ก็ไม่สามารถตีความได้ว่า พระองค์ทรงเห็นด้วยในเนื้อหา

เพราะในระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน
คำเสนอแนะของคณะรัฐมนตรีที่มาจากปวงชน ก็น่าจะถือว่ามีความชอบธรรมพอควร

หากแต่คนที่จะต้องอธิบายในเนื้อหาของสิ่งที่รับสนองพระบรมราชโองการมา
ย่อมต้องเป็นคณะรัฐมนตรี ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยพระบรมราชโองการตามกฎหมาย

มิใช่ว่าคณะรัฐมนตรี ทำการจาบจ้วงโดยการปัดสวะ เอาในหลวงและพระราชอำนาจมาบังหน้า
ไม่รับผิดชอบในสิ่งที่จะทูลเกล้า และสิ่งที่รับสนองพระบรมราชโองการ
" ชีวิตผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ผมกลัวอย่างเดียว...กลัวจะถูกมองว่า 'ขายชาติ' " - The Last Tycoon

~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~

#19 Bourne

Bourne

    สายลับ ๆ ล่อ ๆ หัดเกรียน

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,471 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:12

งานนี้ แก๊งค์แม้วตั้งใจดึงสถาบันฯ มาแปดเปื้อนแท้ ๆ ไม่ว่าจะทรงตัดสินพระทัยต่อกฎหมายนี้ออกมาในทางใด ล้วนแต่ไม่เป็นผลดีต่อพระองค์ท่านทั้งสิ้น
ภาระกิจหลักของผมบนบอร์ดเสรีไทย คือ ด่าควายครับ เรื่องคิดต่างผมรับได้ แต่เรื่องคิดชั่วผมรับไม่ไหวครัช

#20 Solidus

Solidus

    เลิกเล่น

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 14,367 posts

ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:06

คณะบริหารลงมติ นายกเป็นหัวหน้าคณะบริหารจะบอกว่ายังไม่รู้ไม่เห็นอีกหรือ

[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]

ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556





ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน