วันนี้ โดนเด้งจากตำแหน่ง สาม เด้ง พอดี
โจรปล้นโจร ปล้นบ้านท่านปลัดคมนาคม ได้เงินไป200ล้าน ToT
#52
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:05
จะย้าย อธิบดี ปลัด ข้าราชการผู้ใหญ่ ต้องสร้างเรื่องราวให้พิศดาร ขนาดนี้เชียว
#53
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 01:06
รวยจนไม่สนใจ อยากรู้แค่ว่าเก็บเงินสดไว้ในบ้านมากขนาดนี้เืพื่อ?
เอาเงินไปฝากธนาคาร ก็เจอ ปปง สืบหาต้นตอของเงินดิ๊ เดาด้วยว่าจะซื้ออะไรที ต่อให่เป็นล้าน มันเอ้ยท่านก็ต้องหอบเงินสดไปซื็อ
ขืนทะลึ่ง ทำธุรกรรมผ่านแบงค์เรื่องแดงแน่
#54
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 01:08
ถ้าสามารถอธิบายที่มาของเงินได้ก็ไม่ต้องกลัวโดนสอบ เว้นจะอธิบายไม่ได้เลยต้องเก็บไว้
รวยจนไม่สนใจ อยากรู้แค่ว่าเก็บเงินสดไว้ในบ้านมากขนาดนี้เืพื่อ?
เอาเงินไปฝากธนาคาร ก็เจอ ปปง สืบหาต้นตอของเงินดิ๊ เดาด้วยว่าจะซื้ออะไรที ต่อให่เป็นล้าน มันเอ้ยท่านก็ต้องหอบเงินสดไปซื็อ
ขืนทะลึ่ง ทำธุรกรรมผ่านแบงค์เรื่องแดงแน่
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#55
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:29
#56
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:40
#57
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:47
งบ กรมทางหลวง หลังน้ำท่วม มโหฬาร
จัดการดิสเครดิตปลัดคนเก่า ย้ายออกไปซะ แล้วเอาคนของตัวเองขึ้นมา....
(ไว้ใจใครไม่ได้เลยหรือนี่ นักการเมืองไทยร่วมมือกับข้าราชการชั่ว มีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย)
ถ้าเป็นการดิสเครดิตจริงๆ ก็สงสารปลัดกระทรวงคมนาคม จริงๆ ที่ต้องการเป็นแพะ บูชายัญการเมืองไทย
และสงสารประเทศไทยที่ ทำกันได้ถึงขนาดนี้...ยุค เสื่อม
#58
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:48
#59
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:19
เรื่องจริงหรือเนี่ยอะเย้ยย!!! มี อีกมุม..ว่า
งบ กรมทางหลวง หลังน้ำท่วม มโหฬาร
จัดการดิสเครดิตปลัดคนเก่า ย้ายออกไปซะ แล้วเอาคนของตัวเองขึ้นมา....
(ไว้ใจใครไม่ได้เลยหรือนี่ นักการเมืองไทยร่วมมือกับข้าราชการชั่ว มีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย)
ถ้าเป็นการดิสเครดิตจริงๆ ก็สงสารปลัดกระทรวงคมนาคม จริงๆ ที่ต้องการเป็นแพะ บูชายัญการเมืองไทย
และสงสารประเทศไทยที่ ทำกันได้ถึงขนาดนี้...ยุค เสื่อม
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#60
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:21
#61
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:35
#62
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:21
ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี...
ติดตามกันต่อไป
#63
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:47
#64
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:21
#65
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:50
1.) ปลัดรวยจริง มีเงินสดมากกว่า 200 ล้านบาท แต่ไม่รู้เอาเงินมาจากไหน
2.) ปลัดไม่มีเงินถึง 200 ล้านบาท แต่โดนกลั่นแกล้ง
ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อว่า ข้อมูลไหนเป็นจริงกันแน่ ลองพิจารณาข้อมูลประกอบเพิ่มเติมต่อไปนี้
ภายหลังเกิดเหตุปล้น ผู้สื่อข่าวได้ไปสัมภาษณ์ภรรยาของปลัด
แต่ภรรยามีพิรุธ ใน 2 รูปแบบคือ
1.) พยายามบอกนักข่าวว่าไม่ให้ทำข่าวเรื่องนี้ อยากให้เรื่องเงียบ
2.) บอกนักข่าวว่า เป็นการเข้าใจผิด ไม่มีการปล้นเกิดขึ้น
จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ทำไม ภรรยาของปลัด จึงไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นข่าวขึ้นมา ?
(เป็นที่รู้กันว่า ปลัดมีภรรยา 2 คน ภรรยาคนที่สอง เป็นอดีตหน้าห้องของอดีตปลัดกระทรวงผู้อื้อฉาว ศรีสุข จันทรางศุ ลองไปค้นดูเองด้วย google)
อีกทั้งการให้เหตุผลของปลัดเองว่า เงินดังกล่าว (เงินสดของกลางขณะนี้ปัจจุบันมีอยู่ 10 ล้านบาท ไม่ใช่ 200 ล้านบาท)
เป็นเงินสินสอด และเงินรับไหว้ งานแต่งลูกสาว มีจำนวนเท่าใดไม่รู้ เพราะยังไม่ได้นับ
ก็ดูจะเป็นการละล่ำละลักในการให้เหตุผลมากเกินไป พูดได้อีกอย่างว่าไม่เนียน มีช่องโหว่เยอะ
ทำไมเงินรับไหว้จึงมีแต่แบงค์ 1000 บาท ไม่มีใครใส่ซองเป็นแบงค์ 500 หรือ แบงค์ 100 เลยหรือไง ?
- Apichai likes this
#66
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:26
ข่าวออกมาว่า เป็นเงินสินสอดลูกสาวครับ
สงสัยปะริติ๊ลูกสาวมันเป็นเพชร
#67
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:35
เงินสินสอดลูกสาว แต่ไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่ ตกลงเรียกสินสอดแล้วแต่จะให้รึนี่
ข่าวออกมาว่า เป็นเงินสินสอดลูกสาวครับ
สงสัยปะริติ๊ลูกสาวมันเป็นเพชร
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#68
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:57
#69
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:48
#70
ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 00:33
ข้อสงสัยของผมคือ นี่คือการปล้นใหญ่เลยหรือ ถึงใช้โจรถึง 7 คน และโจรมันรู้ได้ไงว่าในบ้านมีเงินเยอะขนาดนั้น และถ้ามา 7 คน แล้วบอกว่าในบ้านมี พันล้าน ทำไมไม่เอาไปทั้งหมด จะเอาไปแค่ 2 ร้อยล้านทำไม
แต่คำให้การของเมียปลัดก็น่าพิรุธ เพราะในตอนแรกบอกว่า เป็นการเข้าใจผิด
#71
ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:10
เรื่องนี้ ผมเฉยๆ นะ เพราะไม่ใช่ข้อมูลใหม่อะไรเลย เป็นกันมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว(ทุกกระทรวง) ไม่มียกเว้นแม้แต่สมัยท่านชวน หรือท่านอภิสิทธิ์ ที่ชนส่วนน้อยคิดว่าซื้อสัตย์สุจริต อยู่ที่ว่ามันจะมีหลุดออกมาให้เห็นรึเปล่าก็เท่านั้น งานนี้ถ้าจะมีการดิสเครติต ก็มาจากเรื่องคนกันเองขัดแย้งผลประโยชน์ ส่วนท่านที่คิดว่ามาจากความต้องการทางการเมือง แล้วดิสเครดิตใส่ร้าย ผมอยากบอกให้น้องคนนั้น กินเปปทีนเยอะๆ แล้วขยันเรียนให้หนักขึ้นนะ
#72
ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:48
โรคเรื้อรังของพวกนับถือศาสนาชินวัตร
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
#73
ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:05
ขำจริงๆ เลยนะครับสมาชิกเสรีไทย เพียงเพราะปลัดท่านนี้ทำงานอยู่ในยุคสมัยท่านนายก อภิสิทธิ์ ซึ่งชนกลุ่มน้อยว่ากันว่าเป็นยุคที่ซื่อสัตย์สุจริตที่สุด ก็เลยทำให้เกิดอาการกระอักกระอวนใจกันได้ถึงขนาดนี้
![]()
เงินพวกนี้มันก็มาจากโครงการใครเข็มแข็งนะแหละ หากินง่ายจะตายไป ถนนปูนดีๆ ก็ทะลึ่งเอายางมะตอยไปราดดื้อๆ สนามหญ้าเกาะกลางถนนสวยๆ ดีๆ ก็รื้อทิ้งทำใหม่ให้เป็นสวน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นที่เก็บขยะอุจจาดลูกตาสุดๆ และทีเด็ดคือระยะทางแค่ 2 กิโล ใช้งบใครเข็งแข็งตั้ง 10 ล้านบาท ไม่พลุงปลิ้นก็ให้รู้ไปซิครับ
ผมเคยลงรูปให้ดูแล้ว นักเรียนท่านไหนสงสัยก็ search เอานะครับ
เรื่องนี้ ผมเฉยๆ นะ เพราะไม่ใช่ข้อมูลใหม่อะไรเลย เป็นกันมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว(ทุกกระทรวง) ไม่มียกเว้นแม้แต่สมัยท่านชวน หรือท่านอภิสิทธิ์ ที่ชนส่วนน้อยคิดว่าซื้อสัตย์สุจริต อยู่ที่ว่ามันจะมีหลุดออกมาให้เห็นรึเปล่าก็เท่านั้น งานนี้ถ้าจะมีการดิสเครติต ก็มาจากเรื่องคนกันเองขัดแย้งผลประโยชน์ ส่วนท่านที่คิดว่ามาจากความต้องการทางการเมือง แล้วดิสเครดิตใส่ร้าย ผมอยากบอกให้น้องคนนั้น กินเปปทีนเยอะๆ แล้วขยันเรียนให้หนักขึ้นนะจะเด้งข้าราชประจำฝ่ายตรงข้าม มันยากตรงไหน ไม่เชื่อถามท่านอภิสิทธิ์ดูซิครับ
![]()
น่าจะมี ปุ่ม dislike
พวกนี้้ ไม่ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง
อย่างที่ เกจินู๊ด ว่าไว้จริง ๆ
#74
ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:04
#75
ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:29
อะเย้ยย!!! มี อีกมุม..ว่า
งบ กรมทางหลวง หลังน้ำท่วม มโหฬาร
จัดการดิสเครดิตปลัดคนเก่า ย้ายออกไปซะ แล้วเอาคนของตัวเองขึ้นมา....
(ไว้ใจใครไม่ได้เลยหรือนี่ นักการเมืองไทยร่วมมือกับข้าราชการชั่ว มีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย)
ถ้าเป็นการดิสเครดิตจริงๆ ก็สงสารปลัดกระทรวงคมนาคม จริงๆ ที่ต้องการเป็นแพะ บูชายัญการเมืองไทย
และสงสารประเทศไทยที่ ทำกันได้ถึงขนาดนี้...ยุค เสื่อม
ถ้าต้องการจะปลดจริง ไม่ต้องดิสเครดิตหรอกครับ อำนาจอยู่ในมือ ปลดเลยก็ได้
#76
ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:47
เชื่อปลัดว่ามี6ล้าน แต่ดันยึดเงินมาได้ 16 ล้านเกินมาจากไหนหว่าแล้วปลัดบอกว่าเอาไปเท่าไหร่ล่ะครับ ก็ต้องเชื่อปลัดไว้ก่อนแหละครับ ถ้าขโมยไป 200 ล้าน แล้วปลัดบอกว่าเอาไปแค่ 6 ล้าน แบบนี้ยอมมอบตัวแล้วรับสารภาพพร้อมเอาทรัพย์สินมาคืนตามที่ปลัดบอกไปก็พอ ติดคุกไม่กี่ปีหรอกครับ เผลอ ๆ ได้ผลพวงจาก พรฎ ที่รัฐบาลเสนอไปอีก ได้ออกมาใช้เงินที่เหลืออย่างสบาย
โจร กับ ปลัด เชื่อใครดี
#77
ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:37
คนเก่าก็ใช่ย่อยรอดูปลัดคนใหม่ว่าสายใหนถ้าสายแดงละก็ โป๊ะเชะ
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า เท่าที่ทราบ นายสุพจน์ มีภรรยา 2 คน และก็เป็นที่เปิดเผยในหมู่ข้าราชการ และวงการผู้รับเหมา โดยภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนและไม่มีลูกด้วยกัน อดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่หน้าห้องของนายศรีสุข จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม และการขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ของ นายสุพจน์ ก็เป็นที่พูดกันว่าได้ดี เพราะ นายศรีสุข ช่วยสนับสนุน ส่วนภรรยา ของนายสุพจน์ จะเกี่ยวข้องกับเงินดังกล่าวหรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องทำการตรวจสอบด้วย เพราะถือเป็นผู้ที่ให้ข่าวกับสื่อในลักษณะพยายามปิดข่าวมาตั้งแต่ตั้น ประกอบกับอดีตเจ้านายเก่า คือ นายศรีสุข ซึ่งเป็นคนสาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตก็เคยถูกกล่าวหาเรื่องการทุจริตเกิดขึ้นหลายคดี
http://manager.co.th...D=9540000147325
#78
ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:43
#79
ตอบ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:52
ขอเล่าให้ฟังว่า
ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ทำงานอยู่หน่วยงานรัฐ ภายใต้ปลัดกระทรวงรายนี้
เพื่อนผมอายุ 30 ต้นๆ
ปัจจุบัน มีบ้านสร้างใหม่ราคา 40 ล้านบาท
ขับรถเบนซ์ป้ายแดง อีก 2 คัน
ขอบอกว่า กระทรวงนี้ เงินสะพัดมากครับ เงินสะพัดจนคนภายนอกคิดไม่ถึง
เพื่อนผมบอกว่า คนกระทรวงนี้หยิบยืมเงินกันทีละ 10 ล้านบาท โดยไม่ต้องเขียนหนังสือสัญญา
เพราะมั่นใจว่า เงิน 10 ล้านบาท เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ไถเงินผู้รับเหมางานเดียวก็ได้แล้ว
ถ้าเพื่อนผม มีทรัพย์สินขนาดนั้น
ปลัดกระทรวงมีแค่ 200 ล้านบาท ถือว่ายังน้อยครับ ที่ซ่อนไว้และไม่เป็นข่าว ไม่รู้อีกเท่าไหร่
คนทำงานกระทรวงนี้รวยไม่ใช่เล่นเลยน่ะเนี่ย ถ้าใครได้ไปทำงานคงเหมือนตกถังข้าวสารยังไงยังงั้น
เลื่อนระดับเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา ขอแสดงความนับถือเพื่อนคุณมากเลยครับว่ากล้าหาญมากๆ
แต่ถ้าเป็นผมๆ คงไม่กล้าทำอย่างนั้น เพราะว่า กลัวแม่จะเสียใจถ้ารู้แล้วว่าทรัพย์สินเหล่านั้นได้มายังไง ทั้งๆ ที่เงินเดือนข้าราชการไม่กี่สะตังส์
ขอเสริมนิ๊ดส์นึงนะครับ เพื่อนเล่าให้ฟังอีกที
บางแห่ง เวลาลูกน้องเขาเขายืมเงินหัวหน้าสัก ห้าล้าน สิบล้าน ยี่สิบล้าน บาท
คนที่ให้ยืม จะล้วงมือเข้าไปทำท่า ยุกยิก ยุกยิก ใต้โต๊ะทำงาน (ในสำนักงานน่ะแหละ)
นับให้ครบจำนวนฟ่อนที่จะยืม (มีแบงค์พันอยู่ฟ่อนละประมาณหนึ่งกิโลกรัม) ทายเองว่าฟ่อนหนึ่งเท่าไหร่
ใส่ซองสีน้ำตาล แม๊ก 2 ที ก็เป็นอันทำสัญญาปากเปล่าเสร็จสรรพ
ง่ายกว่ากู้ธนาคาร
หนำซ้ำ แกยังพูดกับลูกน้องเป็นทำนองว่า ไม่คืนก็ไม่เสียดาย
ใจจริง อยากทำงานอย่างนั้นมั่ง ไม่ได้เอาอย่างหัวหน้านะ แต่เอาอย่างลูกน้อง มากกว่า
เพราะว่า เท่าที่รู้ มันยังไม่คืนเงินหัวหน้าซักแดง หัวหน้าก็ยังไม่ทวง
แกคงหาใหม่ได้เรื่อยๆ เสมือนหนึ่งว่า มันงอกมาเองจากใต้โต๊ะ
ถ้าเพื่อนคนนั้นมันคิดจะลาออก ก็ว่าจะยุให้มันหาแมงแม่าสักฝูง ไปปล่อยแถวข้างๆ โต๊ะหัวหน้ามันบ้างก็ดี
อ้อ แค่เล่าสู่กันฟังเฉยๆ น่ะครับ หาหลักฐานจากซองสีน้ำตาลกับแม๊ก 2 ตัวนั้น คงจะไม่ได้แล้ว
เฮ้ย ท่าน MuuSang เป็นเพื่อนผมคนหนึ่งหรือป่าวครับเนี่ย
พุดเหมือนนั่งกินข้าวโตีะเดียวกันวันนั้นเลย
วันที่เพื่อนจากกรมฯ ของผมเล่าเรื่องสนุกๆ ในกรมฯ ให้ฟัง
เพื่อนผมก็เล่าเรื่องนี้แหละครับ แบบที่ท่าน MuuSang เขียนไว้เป๊ะเลย
เรื่องซองสีน้ำตาล กับการนับเงินในลิ้นชัก แล้วยื่นเงินที่ยัดในซองปึกหนาให้
คนในกรมฯ นี้ ทุกคนมีเงินเก็บไว้ในลิ้นชักที่ทำงาน จำนวนมาก
แป่ว... สงสัยจะเอามะพร้าวแห้งมาขาย เป็นทุ่นลอยน้ำซะแล้วเรา
เอาล่ะสิครับ ท่าทางจะเจอคนกันเอง ต่อไปผมจะโกหกอะไรเพื่อนๆ ก็มีคนรู้ทันเสียแล้วสิ
บอกใบ้ให้นิดหนึ่งได้หรือเปล่าครับ ว่าเรื่องเล่านี้เกิดขึ้น (ที่เราอาจจะเคยร่วมโต๊ะกัน) ละแวกไหน
เรื่องที่มีคนเล่าให้ฟังนี้ น่าจะอยู่ในช่วงหนึ่งถึงสามเดือนที่ผ่านมานี่แหละครับ
#80
ตอบ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:57
ขอเล่าให้ฟังว่า
ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ทำงานอยู่หน่วยงานรัฐ ภายใต้ปลัดกระทรวงรายนี้
เพื่อนผมอายุ 30 ต้นๆ
ปัจจุบัน มีบ้านสร้างใหม่ราคา 40 ล้านบาท
ขับรถเบนซ์ป้ายแดง อีก 2 คัน
ขอบอกว่า กระทรวงนี้ เงินสะพัดมากครับ เงินสะพัดจนคนภายนอกคิดไม่ถึง
เพื่อนผมบอกว่า คนกระทรวงนี้หยิบยืมเงินกันทีละ 10 ล้านบาท โดยไม่ต้องเขียนหนังสือสัญญา
เพราะมั่นใจว่า เงิน 10 ล้านบาท เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ไถเงินผู้รับเหมางานเดียวก็ได้แล้ว
ถ้าเพื่อนผม มีทรัพย์สินขนาดนั้น
ปลัดกระทรวงมีแค่ 200 ล้านบาท ถือว่ายังน้อยครับ ที่ซ่อนไว้และไม่เป็นข่าว ไม่รู้อีกเท่าไหร่
คนทำงานกระทรวงนี้รวยไม่ใช่เล่นเลยน่ะเนี่ย ถ้าใครได้ไปทำงานคงเหมือนตกถังข้าวสารยังไงยังงั้น
เลื่อนระดับเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา ขอแสดงความนับถือเพื่อนคุณมากเลยครับว่ากล้าหาญมากๆ
แต่ถ้าเป็นผมๆ คงไม่กล้าทำอย่างนั้น เพราะว่า กลัวแม่จะเสียใจถ้ารู้แล้วว่าทรัพย์สินเหล่านั้นได้มายังไง ทั้งๆ ที่เงินเดือนข้าราชการไม่กี่สะตังส์
ขอเสริมนิ๊ดส์นึงนะครับ เพื่อนเล่าให้ฟังอีกที
บางแห่ง เวลาลูกน้องเขาเขายืมเงินหัวหน้าสัก ห้าล้าน สิบล้าน ยี่สิบล้าน บาท
คนที่ให้ยืม จะล้วงมือเข้าไปทำท่า ยุกยิก ยุกยิก ใต้โต๊ะทำงาน (ในสำนักงานน่ะแหละ)
นับให้ครบจำนวนฟ่อนที่จะยืม (มีแบงค์พันอยู่ฟ่อนละประมาณหนึ่งกิโลกรัม) ทายเองว่าฟ่อนหนึ่งเท่าไหร่
ใส่ซองสีน้ำตาล แม๊ก 2 ที ก็เป็นอันทำสัญญาปากเปล่าเสร็จสรรพ
ง่ายกว่ากู้ธนาคาร
หนำซ้ำ แกยังพูดกับลูกน้องเป็นทำนองว่า ไม่คืนก็ไม่เสียดาย
ใจจริง อยากทำงานอย่างนั้นมั่ง ไม่ได้เอาอย่างหัวหน้านะ แต่เอาอย่างลูกน้อง มากกว่า
เพราะว่า เท่าที่รู้ มันยังไม่คืนเงินหัวหน้าซักแดง หัวหน้าก็ยังไม่ทวง
แกคงหาใหม่ได้เรื่อยๆ เสมือนหนึ่งว่า มันงอกมาเองจากใต้โต๊ะ
ถ้าเพื่อนคนนั้นมันคิดจะลาออก ก็ว่าจะยุให้มันหาแมงแม่าสักฝูง ไปปล่อยแถวข้างๆ โต๊ะหัวหน้ามันบ้างก็ดี
อ้อ แค่เล่าสู่กันฟังเฉยๆ น่ะครับ หาหลักฐานจากซองสีน้ำตาลกับแม๊ก 2 ตัวนั้น คงจะไม่ได้แล้ว
เฮ้ย ท่าน MuuSang เป็นเพื่อนผมคนหนึ่งหรือป่าวครับเนี่ย
พุดเหมือนนั่งกินข้าวโตีะเดียวกันวันนั้นเลย
วันที่เพื่อนจากกรมฯ ของผมเล่าเรื่องสนุกๆ ในกรมฯ ให้ฟัง
เพื่อนผมก็เล่าเรื่องนี้แหละครับ แบบที่ท่าน MuuSang เขียนไว้เป๊ะเลย
เรื่องซองสีน้ำตาล กับการนับเงินในลิ้นชัก แล้วยื่นเงินที่ยัดในซองปึกหนาให้
คนในกรมฯ นี้ ทุกคนมีเงินเก็บไว้ในลิ้นชักที่ทำงาน จำนวนมาก
แป่ว... สงสัยจะเอามะพร้าวแห้งมาขาย เป็นทุ่นลอยน้ำซะแล้วเรา
เอาล่ะสิครับ ท่าทางจะเจอคนกันเอง ต่อไปผมจะโกหกอะไรเพื่อนๆ ก็มีคนรู้ทันเสียแล้วสิ
บอกใบ้ให้นิดหนึ่งได้หรือเปล่าครับ ว่าเรื่องเล่านี้เกิดขึ้น (ที่เราอาจจะเคยร่วมโต๊ะกัน) ละแวกไหน
เรื่องที่มีคนเล่าให้ฟังนี้ น่าจะอยู่ในช่วงหนึ่งถึงสามเดือนที่ผ่านมานี่แหละครับ
ชาวบ้านรู้หมด ยกเว้น ตำรวจ อัยการ และปปช.
นี่ผมยังมึนไม่หาย ที่ตำรวจไม่ค้นบ้านปลัดทันทีที่สอบปากคำโจร แต่ปล่อยมาเกือบเดือนถึงไปค้นบ้านปลัด!
ผู้ใช้ 0 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 0 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










