
...........จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ ทรงชี้ให้เห็นว่า
พระมหากษัตริย์ต้องตกอยู่ในฐานะลำบาก ทั้งจากผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (Lese Majeste) ตามกฎหมายไทย และจากผู้อ้างเสรีภาพในการพูด (Freedom of Speech) ตามวัฒนธรรมของฝรั่ง เมื่อลงโทษผู้ละเมิดตามกฎหมาย ก็จะถูกกล่าวร้ายจากต่างชาติ
พระองค์ท่านทรงสอน ให้ทนต่อการรับฟังคำวิจารณ์ของคนอื่นเพื่อพิจารณาตัวเอง และสอนให้วิจารณ์ผู้อื่นด้วยความเป็นธรรม ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีผู้ให้ร้ายอย่างรุนแรง ทั้งคนไทยและต่างชาติ ไม่เพียงแต่ไม่ทรงให้ฟ้องเท่านั้น หากทรงทราบว่ามีใครจำคุกอยู่ ก็พระราชทานอภัยโทษ
เราคนไทย จะทำอย่างไรกับสิ่งที่เป็นอยู่? เราจะทอดทิ้งพระมหากษัตริย์ให้ทรงอยู่ในฐานะเช่นนี้ต่อไปโดยไม่คิดทำอะไรเลยหรือ?
ที่เขาละเมิดต่อพระองค์ท่านทุกวันนี้ มันมิใช่การวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการมุ่งร้าย ทั้งจากเกมสกปรกทางการเมืองภายในประเทศ และจากการฉกฉวยเอาความแตกต่างทางวัฒนธรรม นำคนต่างชาติที่ไม่เข้าใจ มาร่วมทำลายบ้านเมือง
เราจะปล่อยให้สถานการณ์ Sandwich นี้ ย่ำยีคนไทยต่อไปอีกนานเท่าไหร่? กฎหมายของเราที่ต่างชาติโจมตี จะปรับเปลี่ยนวิธีใช้เป็นมาตรการอื่นๆ ได้หรือไม่? เช่น หนึ่ง เป็นผู้เสียหายในฐานะคนไทยผู้ถูกย่ำยีจิตใจ สอง การใช้มาตรการคว่ำบาตรทางสังคม และ สาม การชำระวัฒนธรรม: การใช้เสรีภาพ ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายของผู้อื่นและบ้านเมือง


คน ไทย เราพยายามบอกกันเองว่า เราต้องเป็นธาตุเดียวกัน ชนิดที่เรียกว่า โมเลกุลก็ต้องเหมือนกัน แต่ทว่า…..ขาดแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล แรงยึดเหนี่ยวหลัก มาจาก ศูนย์รวมจิตใจ คือ สถาบันพระมหากษัตริย์

หากขาดแรงนี้ไปเสียแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับแผ่นกระจก
ซึ่ง แม้จะเป็นเนื้อเดียวกัน….. แต่บอบบาง
และ เมื่อแตกแยกจากกันไปแล้ว แต่ละชิ้น ก็จะไม่เป็นแผ่นกระจกอีกเลย…..
คนเราต้องรู้กำพืดของตัวเอง ต้องรัก และ รู้จักรักษาชาติบ้านเมืองของตน
มันผู้ใดทำร้ายได้ แม้แต่ ศูนย์รวมชาติของตัวเอง ยังจะนับได้ว่า มันยังเป็นคนอยู่หรือ?


แม้ แต่ประเทศ ที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ๆ ก็พยายาม สรรสร้าง ประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อ ต้องการพลังอำนาจทางสังคมจิตวิทยา เยี่ยงนี้ แต่เรากลับไม่ช่วยกันรักษา ไม่ช่วยกันส่งเสริม ซ้ำร้าย ยังมีบางส่วนยังพยายามทำลาย
การศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยเพื่อสืบ ทอดมรดกแห่งชาตินี้ได้ถูกละเลย ตั้งแต่ในระบบการศึกษา เยาวชนรุ่นใหม่ ขาดความรู้ทางประวัติศาสตร์ ก็เพราะคนรุ่นเก่าที่มีอำนาจ ละเลยที่จะกำหนดทิศทาง
พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ที่ทรงริเริ่ม ทรงมีพระราชดำริเพื่อ ประโยชน์ของประชาชนชาวไทย ไม่ได้รับการขยายผลจากส่วนราชการที่รับผิดชอบ อย่างเต็มขีดความสามารถ หลายส่วนยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่ ครงการตามแนวทางพระราชดำริที่เปรียบเสมือนโครงการนำร่องเท่านั้น ไม่ได้แสวงหาความรับผิดชอบด้วยการนำแนวทางพระราชดำรินั้น ให้ไปสู่บรรดาข้าแผ่นดินให้ทั่วถึง
เราท่านทุกคน ที่ยังรับรู้พระมหากรุณาธิคุณ แห่งองค์พระมหากษัตริย์ ต้องช่วยกันอย่างเต็มขีดความสามารถของแต่ละคน ซึ่งก็อาจจะไม่เท่ากัน ในการ เทิดพระเกียรติ ถวายงาน สร้างความเข้าใจ ในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่าน มีต่อปวงพสกนิกร ให้ถึงที่สุด
เชื่อว่าในที่สุดแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ จะต้องได้สติ ตระหนักถึง พระเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทย
เพิ่มเติมครับ ณ.เวลา นี้ถึงเวลารึยังที่ทุกคนจะเลิกนึกแต่ตัวเอง แล้วหันมานึกถึงพระองค์ท่านบ้าง พระองค์ท่านทำเพื่อประเทศไทยและคนไทยมานานกว่า 60ปี แล้วพวกคุณจะทำให้พระองค์ท่านซักครั้ง1 ในชีวิตของพวกคุณได้ไหม อย่าให้ทั้งโลกว่า เราคนไทยเลยครับ ว่า "ใจดำ" และ "เห็นแก่ตัว" อย่างที่ผมเขียนไว้เป็นหัวข้อเรื่องนะครับ
เคดิต คุณ ก้อย กลัยา









