คำต่อคำ "อภิสิทธิ์"สรุปญัตติซักฟอก"ประชา"ล้มเหลวทำผิดกฎหมาย ขัดหลักนิติธรรม สร้างความแตกแยกให้คนในชาติ เตือน ส.ส.รัฐไว้วางใจ"ยิ่งลักษณ์"คือรายต่อไป
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สรุปญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า ภาวะเช่นนี้พรรคฝ่ายค้านได้ประกาศแล้วว่าจะไม่ฉกฉวยโอกาสทางการเมือง แม้่มีโอกาสอภิปรายนายกรัฐมนตรี นั่นหมายถึงจะต้องเปลี่ยน รัฐบาล แต่เราก็ได้เห็นการบริหารงานที่ผิดพลาดการทำผิดกฎหมาย ทุจริต ทำให้สังคมแตกแยกมากขึ้น ล้วนเป็นผลพวงของการบริหารจัดการที่อยู่ในความรับผิดชอบของพล.ต.อ.ประชา
มองในอีกแง่มุมหนึ่งประชาชน ต่อว่าฝ่ายค้านทำไมอภิปรายเฉพาะพล.ต.อ.ประชา ทั้งที่บ้านเมืองเดือดร้อนมากถึงเพียงนี้ แต่เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่มีใครไม่ตั้งใจทำงาน แต่ความตั้งใจอย่างเดียว ความไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างเดียว มันไม่พอ
ดังนั้น มาตรฐานที่คาดหวังจากรมว.ยุติธรรม และเป็นคนที่นายกฯ มอบอำนาจให้เบ็ดเสร็จในการตั้งศปภ.ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.เป็นต้นมา นั้น 1. ท่านปฏิบัติตามกฎหมาย ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ประชาชนจะอยู่ได้ต้องทำตามกฎหมาย คนเป็นรมว.ยุติธรรม จะมีมาตรฐานต่ำกว่าประชาชนไม่ได้ 2.ต้องเป็นหลักในการปรับประเทศเข้าสู่ความปรองดอง ด้วยความจริงและความยุติธรรม ส่วนเมื่อเป็นผู้บริหารสูงสุดในการจัดการน้ำเพราะนายกฯ ตั้งตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 193 หน้าที่คือบูรณการครอบคลุมหมดทั้งการระบายน้ำ การแก้ปัญหาความเดือดร้อน และเยียวยาประชาชน
ส่วนคาดหวังของผู่ที่เป็น ผอ.ศปภ.คือ การตั้งคนต้องมีประสิทธิภาพด้านบริหารจัดการ 2.สร้างความเชื่อมั่นสร้างความเข้าใจให้ประชาชนปรับตัวอยู่้ได้ในภาวะวิกฤติ 3.ซื่อสัตย์สุจริต ยึดประโยชน์ส่วนรวม และข้อ4.ต้องมีใจให้ประชาชน ท้ง 4 ข้อ พล.ต.อ.ประชา สอบตกทุกข้อ
สอบตกเรื่องประสิทธิภาพการบริหาร
นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่า ท่านแบ่งประเทศตามเขตเลือกตั้ง ตามจังหวัด ปล่อยให้มีการทะเลาะเบาะแว้งของประชาชน จนวันนี้ยังมีการชุมนุมอยู่ ท่านไม่เคยทำความเข้าใจกับประชาชน ท่านมีหน้าที่ต้องบอกว่าประชาชนคนไทยทุกคนสำคัญเท่ากัน การระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพต้องระบายตามระบบชลประทานให้ดีที่สุด ฝ่ายค้านไม่เคยพูดว่ากทม.สำคัญกว่าพื้นที่อื่น และอยากได้ยินผอ.ศปภ.บอกประชาชน ว่า การระบายน้ำที่เขาทำแบบทุกวันนี้ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
ท่านต้องบอกว่าจะมีคนที่จะต้องเดือดร้อน แล้วตัดสินใจตั้งแต่แรกว่าจะดูแลเยียวยาอย่างไร แต่ความผิดพลาดคือให้คนที่มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่มาต่อรองการบริหารน้ำ มันจึงเป็นอย่างนี้ การตั้งคนสมุทรปราการ มาเป็นผอ.ผันน้ำ เขาบอกเองว่าเป็นคนสมุทรปราการ ไม่อยากให้ท่วมสมุทรปราการ ดังนั้น ความกดดันอยู่ที่การปล่อยให้ประตูน้ำแตก 14 แห่ง โดยที่ศปภ.ไม่ทราบ และเพิ่งมาซ่อมเสร็จเมื่อไม่กี่วัน นี่คือ 50 วันที่สูญเปล่า เอาน้ำมากองในที่ที่ไม่ใช้ที่อยู่ตามธรรมชาติ และพยายามปัดความรับผิดชอบโดยตลอด เปลี่ยนสถานะผู้ว่านนทบุรี ปุทธานี กทม. เป็นผู้ถูกว่า
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า วันที่ตัดสินใจว่านำบิ๊กแบ็กมาวางคือวันที่ประตูระบายน้ำแตก แสดงว่าศปภ.ทำงานโดยไม่มีแผนรองรับ เลขาท่าน (ถิรชัย วุฒิธรรม) ยอมรับเองว่าศปภ.ทำงานแบบไม่มีแผน นี่คือการสอบตกในเรื่องประสิทธิภาพการระบายน้ำ ประตูระบายน้ำไปทางตะวันออก ไม่เปิดเต็มที่ เพราะไม่มีคำสั่ง หรือเปิดแล้วต้องปิดเพราะมีคนต่อว่ามา ประสิทธิภาพเรื่องการระบายน้ำจึงไม่มี
"ตัวอย่างอีกอันคือการกู้ถนน 340 เพราะกลัวถนนพระราม 2 ท่วม จึงทำเตรียมไว้ และเมื่อทำเสร็จบอกให้กลับไปใช้พระราม 2 แต่วันนี้พี่น้องเมืองนนท์ บอกว่าที่ท่วมนานเพราะไปกู้ถนน 340"
สอบตกเรื่องความเชื่อมั่น
ประเด็นต่อมา เรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องของการสื่อสาร คำว่า "เอาอยู่" ของท่านจะเป็นวลีเด็ดประจำปีนี้ การแนะนำให้อพยพ ในวันที่ไปเยี่ยมศปภ. ได้ถามว่าถ้าประชาชนติดเกาะจะเอาข้าวกี่แสนกล่องไปส่ง แล้วเอาไปส่งจริงหรือไม่ ที่สำคัญนิคมอุตสาหกรรม ต่างๆ ที่นวนคร วันที่ท่านประชา ไปตรวจท่านว่าเอาอยู่ ขณะที่นำ้ำกำลังเข้า คนงานกำลังอพยพ ทำให้ความเสียหายลุกลามบานปลายกว่าที่มันจะเป็น ภาคเอกชนป้องกันไม่ได้ แต่สามารถลดความเสียหายได้ถ้าได้รับข้อมูลจริง
สอบตกเพราะทำผิดกฎหมาย
ประการต่อมา การทำผิดกฎหมาย เพราะไม่ปล่อยให้นักการเมืองแยกแยะหน้าที่ของตนเอง โดยพยายามบอกว่าศปภ. เป็นหน่วยงานชั่วคราว จะปฏิเสธหรือไม่ว่า ทั้งหมดเป็นการปฏิบัติราชการ ถ้าอย่างนั้น นายกฯจะตั้งศูนย์เฉพาะกิจอะไรก็ได้ เช่นนั้นหรือ
ทัั้งนี้ ไม่เคยต่อว่าเรื่องส.ส.ไปประสานเรื่องของบริจาค แต่ท่านให้ส.ส.เข้าไปแทรกแซงการจัดสรรทรัพย์ิสิน ที่เป็นสิ่งของบริจาค ทั้ง ส้วม เรือ ยังติดชื่อ ส.ส. ส่วนส.ส.คนอื่นไปช่วยประชาชน ฝ่ายค้านจะไม่อภิปราย แต่การให้ส.ส. 2 คนเซ็นต์ชื่ออนุมัติเบิกของในศปภ. เพราะอะไร
"วันนี้เห็นชัดเจน ถ้าไม่ผิดท่านยกเลิกคำสั่งทำไม ท่านเลือกส.ส.เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องกับท่านประชา แล้วสิ่งของที่เหลือ คนนอกอย่างบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ไปขอไม่ได้เพราะไม่ใช่พวกของท่าน ของที่ส่งมาจากญี่ปุ่นแช่อยู่ที่ศปภ. เต้นท์มีแต่ไปจัดซื้อในราคาที่จองหอง นี่คือการหาประโยชน์ทางการเมืองและหาประโยชน์อื่นท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชน"
สอบตกเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
นายอภิสิทธิ์ อภิปรายอีกว่า เรื่องเงินเยียวยา และค่าชดเชย เรื่องส่วยบางระกำโมเดล มีจริง เกิดการเลือกปฏิบัติกับคนเป็นพวกไม่เป็นพวก บ้านเมืองแตกแยกยังไม่พอหรือ วันนี้บริหารสร้างความแตกแยกอีก ความแตกแยกระหว่างคนปริมณฑล กับกทม. ความแตกแยกของคนที่อยู่เหนือคันกับใต้คัน นี่คือผลงานของท่าน และจากที่ท่านไปเอื้อสิ่งเหล่านี้ ท่านจึงสอบตกเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
หรือกรณีข้าวกล่อง ไม่ไ้ด้บอกว่าไม่ควรทำ ถ้าทำได้ทั่วถึงคงไม่มีคนหิว แต่มันไม่จริง
สอบตกเพราะไม่มีใจให้ประชาชน
ที่สำคัญที่สุดคือการมีใจให้กับประชาชนไม่นึกว่าท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชน จะัเล่นการเมืองไม่รู้จบ สร้างเงื่อนไขดิสเคดิตกทม.โดยไม่ใส่ใจว่าทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ความเดือดร้อนของประชาชน วันที่ท่านเลือก ท่านเลือกพวกของตัวเอง คิดอย่างไรในวันที่กำลังพล ทรัพยากรมีจำกัด ท่านเลือกทำถนนเข้าศปภ. 2 ทำให้ประชาชน บริเวณนั้น เดือดร้อน ท่านทำไมไม่ย้ายตัวเอง อย่างดีก็แค่เสียหน้ารอบที่ 2 แต่ประชาชนไม่เดือดร้อนมาก
เรื่องการการเยียวยา 5,000 บาท ขณะที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล คิดว่าน้ำ 7 วัน ชดเชย 5,000 ก็น่าจะเหมาะสม แต่วันนี้น้ำท่วม 1-2 เดือน สูงเท่าเอว เท่าอก น่าจะให้ 1 หมื่น 1.5 หมื่นบาท เรื่องอย่างนี้ฝ่ายค้านเสนอ ไม่เห็นทำเร็ว แต่นโยบายรถคันแรก บ้านหลังแรก ไม่เคยคิดเปลี่ยน โครงการพักหนี้หาเสียงอย่างไรก็ไปอย่างนั้น ไม่คิดถึงคนที่เป็นหนี้เสียจากน้ำท่วม ใจท่านอยู่กับอะไร ใจที่ไม่อยู่กับประชาชน จึงไม่มีควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป
พ.ร.ฎ.เอื้อคนคนเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านได้อภิปรายว่า สุดท้ายเรื่องพ.ร.ฎ.อภัยโทษ ท่านตอบว่าพวกเรามีอคติกับคนๆ หนึ่งหรือไม่ ความจริงแล้วไม่ใช่ ใครทำผิดกฎหมายป.ป.ช. ไม่ยอมรับผิด หนีคดี จะเป็นใครชื่ออะไรอยู่ที่ไหนก็ตาม เราไม่สนับสนุนให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ขอย้อนถามกลับท่านพล.ต.อ.ประชา ว่า คนที่ท่านว่าเรามีอคติ ถ้าคุณสมบัติไม่ตรงท่านจะทำหรือไม่ เลขาท่าน (ถิรชัย) พูดเรื่องนี้ รัฐมนตรีพูดเรื่องนี้จะหาทางให้กลับบ้าน
มีคนคนที่เสนอท่านวันที่ 13 พ.ย.ให้ท่านเปลี่ยนปรับข้อความ แล้วท่านก็ไม่ส่งกลับให้คณะกรรมการ มีการส่งไปกฤษฎีกาก่อนค่อยส่งเข้าครม. ก็ไม่เคยมีการปฏิบัติ มาก่อน
"วันนั้นท่านต้องกล้ารับความจริง นักข่าวถามท่าน ท่านตอบว่า ครม.ไม่มีการพิจารณา แต่พอถูกจับได้ ท่านก็บอกว่าคิดไปเอง แล้วรัฐมนตรีในครม.ชุดของท่านไปบอกสื่อว่าอะไรที่ประชาธิปัตย์สงวนไว้รัฐบาลชุดนี้ก็ตัดได้ ท่านรอให้คนจะตีกันเพราะมีคนแตกแยก 2 ฝ่าย ท่านไม่พูดอะไร ท่านบอกจะรักษาความลับราชการ แต่จดหมายมาจากต่างประเทศฉบับเดียวความลับราชการไม่มีอีกต่อไป พอจับได้ไล่ทันก็ยกเลิก ไม่ต่างอะไรที่ตั้งส.ส.ขัดรัฐธรรมนูญ จับได้ก็ยกเลิก"
เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าท่านพล.ต.อ.ประชา เป็นรมต.ต่อไปประชาชนจะทุกข์ยากมากกว่านี้ ไปถามประชาชนภาคใต้ จะให้จัดการน้ำท่วมแบบศปภ.เอาไหม ผมอยากได้คนบริหารที่ได้มาตรฐาน วันนี้เรามีคนสูญเสียบ้านอยู่ไม่ไ่ด้ อายุเกิน 60 กู้ไม่ได้ จะดูแลเขาอย่างไร วันนี้ท่านทราบไหมว่าธุรกิจรายเล็กรายน้อย เขาไม่มีบริษัทแม่ช่วย แต่เขาต้องดูแลแม่ เขาไม่มีบริษัทประกันมาดูแล แต่มีเจ้าหนี้มาตามทวง ถ้าท่านทำอย่างที่ทำมา ความแตกแยกจะมีทั้งเรื่องน้ำ และเรื่องการเมือง นี่ไม่ใช่สิ่งที่การเมืองไทยสังคมไทยต้องการ รัฐบาลนี้ได้รับชัยชนะประชาชนคาดหวังว่าจะมาแก้ปัญหา วันนี้รมว.ยุติธรรม ได้รับการแต่้งตั้งให้มาทำงานใหญ่ที่สุด พิสูจน์แล้ว่าล้มเหลว
เตือน"ยิ่งลักษณ์"เป็นรายต่อไป
"พรุ่งนี้เป็นหน้าที่ของส.ส.ใครยกมือสนับสนุน รมว.ยุติธรรม จะมีกีทุจริต จะแตกแยก ในวันต่อไป แล้วภาระจะตกอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ก็เป็นอำนาจตัดสินใจ แต่พวกผมไม่ไว้วา่งใจ แต่ถ้าท่านนายกฯ จะตัดสินใจไว้วางใจคนที่รับผิดชอบคนต่อไปคือนายกรัฐมนตรี"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
คำว่า "เอาอยู่" ของท่าน จะเป็นวลีประจำปีนี้ และมันไม่เคยเป็นจริง : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ใจท่านอยู่กับอะไรครับ ใจที่ไม่อยู่กับประชาชน ทำให้ท่านไม่เหมาะสม อยู่ในตำแหน่ง”
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
















