สนธิ-ปุระชัย งดออกเสียงลงมติไม่ไว้วางใจ
#1
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:00
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม 273 เสียง เห็นชอบให้ พล.ต.อ.ประชา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อไป ขณะเดียวกัน ไม่เห็นชอบ 188 เสียง
ทั้งนี้ มีผู้เข้าประชุมทั้งหมด 481 คน ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 2 คน ที่ไม่ได้เดินทางมาลงมติ คือ นางนันทพร วีรกุลสุนทร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เนื่องจาก ป่วยเป็นโรคฉี่หนู พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบางกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และ นายนิติรัฐ สุนทรวร ส.ส.สมุทสาคร มาไม่ทัน เนื่องจากการจราจรติดขัด
ด้านบุคคลที่ งดลงคะแนนเสียง 5 เสียง นั้น ประกอบด้วย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หัวหน้าพรรครักสันติ นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ
นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.พรรคมาตุภูมิ และ นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่วนฝ่ายค้านที่เห็นชอบให้ พล.ต.อ.ประชา ดำรงตำแหน่งต่อไปคือ นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มาร่วมลงมติ จำนวน 4 คน
http://www.innnews.c...-324064_01.html
#2
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:05
#3
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:12
คนนึงรสสวาทยังตัดไม่ขาด
อีกคนจ้องหาจังหวะเนียน ๆ รอแก้ผ้าโดดขึ้นเตียงไปทำสเปสดให้ไอ้แม้ว
- เงินไหลกองทองไหลมาจ้ะ likes this
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
#4
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:14
คนที่เลือกเข้าไปจำไว้หน่อยนะครับ...
- demonoidphenomenon and tonk like this
"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"
"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"
"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"
#5
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:18
- demonoidphenomenon likes this
#7
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:40
(จริงๆเป็นสิทธิของสส.ครับผมไม่ว่าอะไร แค่อยากถามว่าคนๆนี้ดีจริงเหรอครับ)
#9
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:46
ที่มาเสียงฝ่ายค้าน ไม่ครบ 2 ส.ส. ปชป. ไม่มาร่วมประชุม , "พล.อ.สนธิ-ร.ต.อ.ปุระชัย" งดออกเสียง รักประเทศไทย 1 คน โหวตสวนหัวหน้าพรรค
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม 273 เสียง เห็นชอบให้ พล.ต.อ.ประชา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อไป ขณะเดียวกัน ไม่เห็นชอบ 188 เสียง
ทั้งนี้ มีผู้เข้าประชุมทั้งหมด 481 คน ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 2 คน ที่ไม่ได้เดินทางมาลงมติ คือ นางนันทพร วีรกุลสุนทร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เนื่องจาก ป่วยเป็นโรคฉี่หนู พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบางกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และ นายนิติรัฐ สุนทรวร ส.ส.สมุทสาคร มาไม่ทัน เนื่องจากการจราจรติดขัด
ด้านบุคคลที่ งดลงคะแนนเสียง 5 เสียง นั้น ประกอบด้วย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หัวหน้าพรรครักสันติ นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ
นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.พรรคมาตุภูมิ และ นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่วนฝ่ายค้านที่เห็นชอบให้ พล.ต.อ.ประชา ดำรงตำแหน่งต่อไปคือ นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มาร่วมลงมติ จำนวน 4 คน
http://www.innnews.c...-324064_01.html
ด้านบุคคลที่ งดลงคะแนนเสียง 5 เสียง นั้น ประกอบด้วย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หัวหน้าพรรครักสันติ นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ.....
ไม้บรรทัด(พลาสติก)ปุฯเป็น'ฝ่ายค้านคุณภาพ'ไม่ซี้ซั้วเชื่อ...
หรือโหวตตามพรรคประชาธิปัตย์หรอก...ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#10
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:05
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#11
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:21
และกำลังชั่งใจว่า จะเล่นการเมืองต่อหรือจะเลิกดีนะ
บังสนธิ อาจกลัว อำนาจนอกระบบ ก็เลย...เฉย อิอิ
แล้ว... เสี่ยอ่างไปไหน?
#12
ตอบ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:13
ปุระชัยลอยคอ ผิดหวังจริงๆ อาจเพราะเคยร่วมงานกับแม้ว.
และกำลังชั่งใจว่า จะเล่นการเมืองต่อหรือจะเลิกดีนะ
บังสนธิ อาจกลัว อำนาจนอกระบบ ก็เลย...เฉย อิอิ
แล้ว... เสี่ยอ่างไปไหน?
เสี่ยชูวิดโหวตไม่ไว้วางใจ'ผู้อำนวยการศูนย์เป็นภัย'......!
เมื่อสักครู่ได้ชมรายการข่าวว่า
ชูวิดยืนยันมติพรรค'รักประเทศไทย'นั้นลงมติโหวต'ไม่ไว้วางใจ'
แต่ลูกพรรคคนหนึ่งคือนายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ไม่เข้าใจการโหวต
จึงกด'เห็นชอบ(การไม่ไว้วางใจ)'=ไม่เห็นด้วย...ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
อย่างไรก็ตาม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มาร่วมลงมติ จำนวน 4 คน
น่าจะเป็นคนของพรรคมัชฌิมา(สมศักดิ์ เทพสุทิน)......
- สงสารสาวจันทร์ and ดราม่า like this
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#14
ตอบ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:55
"บิ๊กบัง" แจงวางตัวเป็นกลาง งดออกเสียงซักฟอก "ประชา" พร้อมจับมือ "รักสันติ-รักประเทศไทย"
ที่รัฐสภา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ 2 ส.ส.พรรคมาตุภูมิ ลงมติงดออกเสียงในญัตติไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า
เราต้องการวางตัวเป็นกลาง และจะทำในสิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพราะในการลงมติต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัยด้วย โดยเฉพาะการที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการอภิปรายก็ได้รับฟังข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งก็เห็นว่าต่างฝ่ายต่างมีเหตุและผล
ทั้งนี้ ในส่วนพรรคมาตุภูมิ พรรครักษ์สันติ และพรรครักประเทศไทย ที่มี ส.ส.รวมกัน 7 เสียง ก็จะรวมกลุ่มกันทำหน้าที่ฝ่ายที่เป็นกลางร่วมกันต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้ลงมติในทิศทางเดียวกันก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาระบุว่า มีความลำบากในการทำงานฝ่ายค้าน เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้เกียรติพรรคเล็ก พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน เพราะที่ผ่านมาทางพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้เกียรติตนเป็นอย่างดี เพียงแต่อาจจะมีแนวทางที่แตกต่างกันบ้าง เนื่องจากตนต้องการทำงานที่มีความเป็นกลาง
ทั้งนี้ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปค้าน) แต่หากมีเรื่องใดที่เกี่ยวข้อง ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็จะแจ้งให้ทราบโดยตลอด
http://www.naewna.co...s.asp?ID=290167
อืม.... เป็นกลาง....
#15
ตอบ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:02
- ฅนยอง likes this
#16
ตอบ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:46
"บิ๊กบัง" แจงวางตัวเป็นกลาง งดออกเสียงซักฟอก "ประชา" พร้อมจับมือ "รักสันติ-รักประเทศไทย"
ที่รัฐสภา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ 2 ส.ส.พรรคมาตุภูมิ ลงมติงดออกเสียงในญัตติไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า
เราต้องการวางตัวเป็นกลาง และจะทำในสิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพราะในการลงมติต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัยด้วย โดยเฉพาะการที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการอภิปรายก็ได้รับฟังข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งก็เห็นว่าต่างฝ่ายต่างมีเหตุและผล
ทั้งนี้ ในส่วนพรรคมาตุภูมิ พรรครักษ์สันติ และพรรครักประเทศไทย ที่มี ส.ส.รวมกัน 7 เสียง ก็จะรวมกลุ่มกันทำหน้าที่ฝ่ายที่เป็นกลางร่วมกันต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้ลงมติในทิศทางเดียวกันก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาระบุว่า มีความลำบากในการทำงานฝ่ายค้าน เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้เกียรติพรรคเล็ก พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน เพราะที่ผ่านมาทางพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้เกียรติตนเป็นอย่างดี เพียงแต่อาจจะมีแนวทางที่แตกต่างกันบ้าง เนื่องจากตนต้องการทำงานที่มีความเป็นกลาง
ทั้งนี้ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปค้าน) แต่หากมีเรื่องใดที่เกี่ยวข้อง ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็จะแจ้งให้ทราบโดยตลอด
http://www.naewna.co...s.asp?ID=290167
อืม.... เป็นกลาง....
เราต้องการวางตัว เป็นกลาง และจะทำในสิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพราะในการลงมติต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัยด้วย โดยเฉพาะการที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการอภิปรายก็ได้รับฟังข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งก็เห็นว่าต่างฝ่ายต่างมีเหตุและผล
เพราะแยกแยะ พิจารณาผิดถูกด้วยตนเองไม่เป็น.....
จึงขอ'เป็นกลางกลวง'ไปก่อน......
คนอยู่กลางคนดีและคนชั่ว....
หน้าตาแบบนี้เอง.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#17
ตอบ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 07:46
ก็เป็นอันว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับความไว้วางใจด้วยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ก็มาจากพรรคพวกรัฐบาลที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมาตั้งแต่ต้น
แต่ที่น่าสนใจ คือ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ และพล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ใช้สิทธิ "งดออกเสียง"
หลังจากฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาทั้งวัน แต่บุคคลทั้งสองนั้นก็ยัง "งดออกเสียง"
จะลงคะแนนไว้วางใจช่วย พล.ต.อ.ประชา ไปเสียเลย ก็กะไรอยู่
จะลงคะแนนไม่ไว้วางใจไปเสียเลย ก็ไม่สามารถตัดสินใจได้
มันตัดสินใจยากขนาดเลยเชียวหรือ? อะไรทำให้มันยากเพียงนั้น?
พวกท่านกินเดือนจากภาษีอากรประชาชน เดือนละเป็นแสน เขาจ้างให้มาทำหน้าที่สำคัญ คือ "ตัดสินใจ" โดยสดับตรับฟังข้อมูล เหตุผล พินิจพิเคราะห์ด้วยสติปัญญา แล้วตัดสินใจเลือกสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง ดีงาม และเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมมากที่สุด
มิใช่ผลประโยชน์สูงสุดทางการเมืองของตนเอง
1) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เปิดเผยถึงสาเหตุที่ลงมติ "งดออกเสียง" ในญัตติไม่ไว้วางใจว่า เราต้องการวางตัวเป็นกลาง และจะทำในสิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพราะในการลงมติต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัยด้วย โดยเฉพาะการที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้
นอกจากนี้ พลเอกสนธิยังระบุด้วยว่า พรรคมาตุภูมิ พรรครักษ์สันติ และพรรครักประเทศไทย ที่มี ส.ส.รวมกัน 7 เสียง จะรวมกลุ่มกันทำหน้าที่ "ฝ่ายที่เป็นกลาง" ร่วมกันต่อไป
2) ข้ออ้างที่ว่า "งดออกเสียง" เพราะต้องการให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้าได้ เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น
แทบไม่ต่างกับ ส.ส.ที่อ้างว่าเอาชื่อตนไปแปะไว้บนของบริจาคเพื่อกันหาย
เพราะไม่ว่า ส.ส.จะลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ประเทศชาติก็เดินต่อไปข้างหน้าได้ทั้งนั้น
หากไม่ไว้วางใจ นายกฯ ก็แต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีแทน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก็เท่านั้นเอง
ถ้า ส.ส.ในสภาทุกคนคิดได้แค่นี้ จะมีสภาผู้แทนราษฎรไว้ทำไม
ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร มีฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐบาล
ฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐบาล แต่ไม่กล้าตรวจสอบรัฐบาล ย่อมไม่สามารถอ้างว่าตนเอง คือ "ฝ่ายที่เป็นกลาง"
เป็นได้แต่เพียงนักการเมืองประเภทชอบ "แทงกั๊ก"
อยาก หรือรอร่วมรัฐบาล
หรือมีผลประโยชน์ร่วมรัฐบาล แต่ยังไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
จึงแบะท่า แบะขา อ้าซ่า... รอเสียบ
3) น่าผิดหวังมาก...
คนระดับอดีต ผบ.ทบ. ซึ่งเคยแสดงความกล้าหาญถึงขั้นลุกขึ้นมาทำรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ มาวันนี้ กลับวางตัวไม่ต่างจากนักการเมืองที่ "รอโอกาส" จากโคลนนิ่งทักษิณ
คนระดับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สร้างภาพว่าตนเป็นคนชัดเจน ตรงไปตรงมา แต่การตัดสินใจในวันนี้ กลับไม่ทำให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความชัดเจน และไม่เป็น "ไม้บรรทัด" ทาบวัดให้สังคมได้เห็นความแตกต่างระหว่างนักการเมืองที่ควรได้รับความไว้วางใจ กับไม่ไว้วางใจ
การอ้างว่า จะรวมกลุ่มกันเป็น "ฝ่ายที่เป็นกลาง" และใช้วิธี "งดออกเสียง" ในเรื่องสำคัญที่พวกตนต้องทำหน้าที่ในฐานะ "ฝ่ายนิติบัญญัติ" ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ต่างอะไรกับความพยายาม "ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา"
ใช้ผ้าคลุมคำว่า "เป็นกลาง" ปกปิดความขลาดเขลา ไม่กล้าตัดสินใจ และ/หรือไม่ใช้สติปัญญาไตร่ตรองแยกแยะด้วยเหตุและผล
4) น่าสังเกตว่า คนที่ชอบอ้างตัวว่าเป็นกลาง เป็นคนกลาง หรือเดินทางสายกลาง
บ้างออกมาตำหนิติเตียนฝ่ายที่มีความขัดแย้งทางความคิดทั้ง 2 ฝ่าย และเรียกร้องลอยๆ ว่าให้เจรจาประนีประนอมกัน โดยที่ตนเองไม่ค้นคว้าทำความเข้าใจและใช้สติปัญญาไตร่ตรองดูเนื้อหาสาระหรือข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประเด็นขัดแย้งกันอยู่
ไม่สนใจว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรคือความจริง อะไรคือความเท็จ
คนที่อ้างความเป็นกลางอย่างนี้ คือ ความเป็นกลางแบบสมองกลวง
การวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่การอยู่เฉยๆ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดเลย ไม่ว่าถูกหรือผิด
ใครจะทำดีทำเลวอย่างไร ไม่สนใจไม่เกี่ยวข้อง เพราะเกรงว่าจะไปกระทบผู้อื่น
ความเป็นกลางในลักษณะนี้ ไม่ต่างกับการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่รับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นในบ้านเมือง
ถ้าผู้แทนราษฎร จะถือว่าตนเป็นกลางแล้วทำอย่างนี้ ไม่ต้องมีผู้แทนก็ได้ เพราะมีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน
ยิ่งกว่านั้น การเดินสายกลางไม่ใช่การเดินตามค่าเฉลี่ยระหว่างดีกับเลว หรือเดินตามค่าเฉลี่ยของความถูกต้องกับความไม่ถูกต้อง แต่เป็นการเดินตามสิ่งที่พิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญา อย่างรู้เท่าทัน โดยปราศจากอามิสสินจ้างแล้ว เห็นว่าถูกต้อง
เป็นกลาง ก็ต้องใช้ปัญญาอย่างมีสติรู้เท่าทัน สามารถที่จะเลือกข้างความถูกต้องได้
ผู้พิพากษา หรือนักการเมืองที่มีหน้าที่ต้องตัดสินใจ ก็สามารถตัดสินใจว่าอะไรถูก อะไรผิด โดยไม่สูญเสีย "ความเป็นกลาง"
ยกตัวอย่าง ศาลสถิตยุติธรรม ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาอรรถคดี จะต้องมีความเป็นกลางและเป็นธรรม ไม่เอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อนจะเห็นพยานหลักฐาน แต่เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานแล้ว พบว่าฝ่ายหนึ่งผิด ฝ่ายหนึ่งถูก ศาลที่เป็นธรรมและเป็นกลางก็ต้องตัดสิน "ให้ผิด-ให้ถูก" ไปตามพยานหลักฐานที่พบ
ศาลยุติธรรมไม่สามารถอ้างว่า "ศาลเป็นกลาง" แล้วตัดสินให้ "ถูกทุกฝ่าย" หรือ "ผิดทุกฝ่าย" หรือ "ไม่มีฝ่ายไหนถูกฝ่ายไหนผิด" หรือ "งดออกเสียง"
5) สุดท้าย พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี เคยเขียนบทความเตือนสติเกี่ยวกับการอ้าง "ความเป็นกลาง" ไว้ว่า
"...บ้านเมืองที่มากไปด้วยคนที่วางตัวเป็นกลางด้วยการอยู่เฉยๆ นั้น ไม่ต่างอะไรกับการเปิดทางให้ประเทศเดินเข้าสู่ความหายนะอย่างถาวรด้วยความยินดี ความสงบสุขที่ปราศจากปัญญานั้น เป็นความสงบสุขของป่าช้ามากกว่าของอารยชน ความนิ่งที่เกิดจากพื้นฐานคือความกลัวนั้นไม่ต่างอะไรกับความนิ่งของสิงโตหินตามวัด..."
ฝากถามพลเอกสนธิ และ ร.ต.อ.ปุระชัย พวกท่านจะทำตัวเป็น "สิงโตหิน" นั่งมองบ้านเมืองที่ค่อยๆ กลายเป็นป่าช้า หรือจะเลือกเป็นลิ่วล้อให้ "โคลนนิ่งทักษิณ" ก็ควรมีความกล้าหาญที่จะให้ความชัดเจนกับสังคม!
http://www.naewna.co...s.asp?ID=290266
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน












