เรียน คุณ คนบาป ขออนุญาตทำความเข้าใจอย่างนี้
#101
Posted 2 December 2011 - 16:29
ตรงนี้คือประเด็น คุณเด็กปากดีทราบได้อย่างไรว่า "ต้องมีโปรดเกล้าฯ"
#102
Posted 2 December 2011 - 16:31
ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หลังเมฆ
อย่านึกถึงแต่ความผิดพลาด จงระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด
#103
Posted 2 December 2011 - 16:31
"การหาเสียงเค้าก็คือการหาเสียง" ขั้นตอนกว่าจะไปถึงโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรีมีหลายขั้นตอน
ถ้าคุณบอกว่าลงนามเฉยๆ ทำไมบอกว่า นายกรัฐมนตรีจะได้รับเครื่องราชฯ แน่ ๆ ในเดือนธันวาคม?
#104
Posted 2 December 2011 - 16:34
ผมตามอ่านมาเยอะ บอกว่าไม่ควรวิจารณ์ โน่นไปหลายความเห็นเลย พอเหอะระเบียบปฏิบัติทั่วๆ ไป เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว มิบังควรนำเรื่องมาวิพากษ์วิจารณ์
แต่หากคุณอยากวิจารณ์ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ ผมไม่เกี่ยว
#105
Posted 2 December 2011 - 16:38
พวกเว็บบ้านขี้เรี่ยราดนี่จมูกไวเหมือนกันนะขนกันมาครึ่งร้อยเลย
ไม่สนใจจะมาวัดความรู้กันหน่อยเหรอหรือถนัดอยู่แต่กินหญ้าในกะลาที่นั่น
เราต้องแสดงให้พวกบ้านราดเห็นครับว่า ปัญญาชนถกกันยังไง
#106
Posted 2 December 2011 - 16:38
ปกติผมก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องราชย์อะไรหรอกนะ
และที่จริงกระทู้นี้ผมก็สนใจเรื่องการนำเสนอเหตุผลมากกว่า
พอตามอ่านแล้ว ผมก็ได้ความตามความเข้าใจของผมว่า
ในกระทู้ "และแล้วก็เป็นอย่างที่เคยบอกไป"
คุณเด็กปากดีบอกว่า ยิ่งลักษณ์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก
โดยอ้างว่ากระบวนการขอนี้เริ่มที่การประชุม ครม. 11 สิงหาคม 2554 (จากตรงนี้คุณอ้างอิงกระทู้ที่คุณตั้งไว้เองที่บอร์ดเก่า)
และอ้างว่า คุณเป็นคนเดินเอกสารฉบับนั้นเอง และคุณ "จำได้" ว่า ในนั้นไม่ได้ขอเครื่องราชฯ ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก
แต่ขอชั้นมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ
แล้วคุณก็ให้ความเห็นว่างั้นตามความเข้าใจของผมก็แสดงว่าไม่ผ่านคณะพิจารณาวาระสุดท้ายก่อนนำขึ้นกราบบังคมทูล เลยได้เพียง เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
และเมื่อมีคนถาม คุณก็ตอบว่าตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
อ่านมาเท่านี้ ผมว่าวิญญูชนย่อมเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการสื่อไม่แตกต่างจากกันหรอกครับ คือยิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯชั้นสูงไป แต่ได้เครื่องราชฯลำดับต่ำกว่าที่ขอ
แต่ปัญหาก็คือ ผมจะรู้ได้ยังไงว่านี่คือข้อเท็จจริง เพราะ:
ยิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯอะไรไป ผมก็ไม่รู้ เพราะผมก็ไม่เห็นเอกสาร ผมรับรู้แต่สิ่งที่คุณเล่า ตามที่คุณบอกว่าถ้าคุณจำไม่ผิด ในเรื่องนี้ถ้าคุณจะบอกว่าคุณไม่ได้เผยแพร่เอกสาร ผมก็เห็นด้วยครับ เพราะคุณแค่ "เล่าว่าคุณเห็นเอกสาร"
คุณอาจจะเห็นจริง หรือไม่เห็นจริง ผมคงไม่มีทางรู้
แต่ถ้าจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นสนทนาในทางลบต่อยิ่งลักษณ์ แถมยังสุ่มเสี่ยงที่จะดึงสถาบันลงมาเป็นประเด็นการเมือง โดยที่ผมรับรู้ได้แค่ "ความทรงจำ" ของคุณ หรือ "คำบอกเล่า" ของคุณ
ถึงผมจะรังเกียจยิ่งลักษณ์ขนาดไหน ผมก็ทำไม่ได้หรอกครับ
เฉพาะเรื่องจริง ที่มีหลักฐาน มีที่มาที่ไปชัดเจน ผมก็เยาะเย้ยยิ่งลักษณ์ได้จนเหนื่อยแล้วครับ
ขออนุญาตเรียนว่า ลองลำดับให้ดีๆนะครับ ทั้งกระทู้ปฐมเหตุ กระทู้อ้างถึง จวบจนกระทู้นี้ เพราะคุณยิ่งลักษณ์ แกขอตามระเบียบ จริงๆ ตามเอกสารที่แปะ ให้เห็น ส่วนขั้นตอนกลั่นกรองก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยนั้นผมก็แจ้งอธิบายให้ทราบในระดับหนึ่งแล้ว
ผมลำดับดีแล้วครับ
เพราะผมจะรู้ได้ยังไงล่ะว่ายิ่งลักษณ์ไม่ได้ขอประถมาภรณ์ช้างเผือกไปตั้งแต่แรก
ในเมื่อกระทู้ในบอร์ดเก่า คุณก็บอกเองว่า ที่คุณเล่าว่าเห็นเอกสารขอชั้นมงกุฎไทยน่ะ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้
เพราะคุณก็ไม่ได้แสดงอะไรอ้างอิง นอกจากคำบอกเล่าของคุณ
นั่งอ่านตั้งนาน เหมือนขาดตอน
คุณ เด็กปากดีฮัฟ อันนี้ยังไม่ตอบเลย ตอบหน่อย สิฮัฟ
อยากรู้คำตอบ
อิอิอิ
เห็นอะไรจาก รูปนี้ไหมครับ

ระเบียบการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายกรัฐมนตรี มีสิทธิ์ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เริ่มต้นที่ ม.ว.ม. ชื่อเต็มๆคือ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด " มหาวชิรมงกุฎ "
แล้วคิดว่า คุณยิ่งลักษณ์ ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือคณะที่ปรึกษา จะทำผิดระเบียบด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่ได้ระบุในระเบียบหรือครับ หากเพียงทว่า กระบวนการกลั่นกรองนั้น เป็นการเฉพาะ การส่งเรื่องไปและกลับมาแก้ไข ให้ถูกต้อง ในเรื่องสารัตถะต่างๆ จนเรียบร้อยสมบูรณ์ดี จึงนำความกราบบังคมทูลทราบฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและในที่สุดก็โปรดเกล้าฯลงมา นี้ไงครับ
#107
Posted 2 December 2011 - 16:40
พวกเว็บบ้านขี้เรี่ยราดนี่จมูกไวเหมือนกันนะขนกันมาครึ่งร้อยเลย
ไม่สนใจจะมาวัดความรู้กันหน่อยเหรอหรือถนัดอยู่แต่กินหญ้าในกะลาที่นั่น
แหมทักนิดเดียวทำเป็นอายมุดหัวหายไปเกือบครึ่ง แอบอ่านอย่างเดียวไม่ได้พูดมันมีความสุขเหรอ
- ใจหมาอำมหิต` likes this
#108
Posted 2 December 2011 - 16:43
พวกเว็บบ้านขี้เรี่ยราดนี่จมูกไวเหมือนกันนะขนกันมาครึ่งร้อยเลยไม่สนใจจะมาวัดความรู้กันหน่อยเหรอหรือถนัดอยู่แต่กินหญ้าในกะลาที่นั่น
แหมทักนิดเดียวทำเป็นอายมุดหัวหายไปเกือบครึ่ง แอบอ่านอย่างเดียวไม่ได้พูดมันมีความสุขเหรอ
5 5 5 หายจิงด้วยยยยย
"ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน”
"กลุ่มชาวพุทธหูรุนแรง"
#109
Posted 2 December 2011 - 16:44
อย่าไปเอาเรื่องการหาเสียงเพื่อเป็นรัฐบาลมากล่าวอ้าง นั่นไม่ใช่เรื่องโปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชฯ
"การหาเสียงเค้าก็คือการหาเสียง" ขั้นตอนกว่าจะไปถึงโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรีมีหลายขั้นตอน
ถ้าคุณบอกว่าลงนามเฉยๆ ทำไมบอกว่า นายกรัฐมนตรีจะได้รับเครื่องราชฯ แน่ ๆ ในเดือนธันวาคม?
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อภิสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือยังครับ ที่หลวงพ่อพูด อย่ามาใช้สองมาตรฐานกับผม
คุณถามโง่ๆนะครับ คุณคิดว่า ระดับผู้นำประเทศ ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มันจะยากเหมือนไอจุกไอแกละหรือครับ เรื่องเท่านี้ถามหลานผม ป.1 มันยังตอบได้เลย
#110
Posted 2 December 2011 - 16:44
#111
Posted 2 December 2011 - 16:46
พวกเว็บบ้านขี้เรี่ยราดนี่จมูกไวเหมือนกันนะขนกันมาครึ่งร้อยเลยไม่สนใจจะมาวัดความรู้กันหน่อยเหรอหรือถนัดอยู่แต่กินหญ้าในกะลาที่นั่น
เราต้องแสดงให้พวกบ้านราดเห็นครับว่า ปัญญาชนถกกันยังไง
มีการจะชวนล็อกอินที่นี่ไปเล่นด้วยครับ แต่ตัวมันไม่กล้ามาเล่นที่นี่
ที่นี่น่ะมันคึกคักต่างจากที่เว็บบ้านขี้เรี่ยราดเงียบยังกับป่าช้าหมายังเมิน
http://board.banrasd...d.php?tid=40593
เราว่าเค้าก็คุยกันโอเคนะ สุภาพดี ถามมาแถไปบ้างไรบ้าง ก็ถือว่าอยู่ในวิสัย
ล้อกอินทู้นั้น ชวนมาเล่นบ้านเราท่าจะดี
#112
Posted 2 December 2011 - 16:56
ระเบียบสำนักนายก การขอพระราชทานเครื่องราชฯ ต้องทำก่อนวันที่ 5 ธันวาคม ไม่น้อยกว่า 90 วัน
นี่คือเหตุผล ทำไมต้องทำเรื่องก่อนแต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
http://www.cabinet.t...o.th/d_rule.htm
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก
และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย
พ.ศ. 2536
-----------------------
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (6) (8) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็น
ที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ชาวต่างประเทศ พ.ศ. 2495
(2) ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2511
(3) ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการฝ่ายทหาร พ.ศ. 2528
(4) ระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2532
บรรดามติคณะรัฐมนตรี คำสั่ง หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
“เครื่องราชอิสริยาภรณ์” หมายความว่า เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกตามกฎหมายว่าด้วย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์
มงกุฎไทยแล้วแต่กรณี
“ข้าราชการการเมือง” หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นหรือถือว่าเป็นข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยข้าราชการ
การเมืองหรือกฎหมายอื่น
“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนข้าราชการครู
ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการ
ฝ่ายอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ข้าราชการตำรวจ
ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายทหารข้าราชการ
กรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร และข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย
เกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 5 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน หรือองค์การของรัฐ รวมทั้งบุคคลที่กำหนดไว้ใน
ระเบียบนี้ ยกเว้นการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามมติคณะรัฐมนตรี และตามที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควร
ข้อ 6 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้
หมวด 1
บททั่วไป
แก่ผู้กระทำความดีความชอบเป็นประโยชน์แก่ราชการหรือสาธารณชน โดยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานของรัฐบาล เพื่อเป็น
บำเหน็จความชอบและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศอย่างสูง แก่ผู้ได้รับพระราชทาน
ข้อ 8 ในการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่บุคคลใด ให้พิจารณาโดยรอบคอบว่าบุคคลนั้น
ได้กระทำความดีความชอบเป็นประโยชน์แก่ราชการหรือสาธารณชนจนถึงขนาดควรได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
โดยมิใช่พิจารณาแต่เพียงตำแหน่ง ระดับ ชั้น ชั้นยศ หรือครบกำหนดระยะเวลาที่จะขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้เท่านั้น
ทั้งนี้ เพื่อให้บุคคลที่ได้รับพระราชทานรู้สึกภาคภูมิใจในเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานอย่างแท้จริง และเพื่อให้
เครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศอย่างสูงด้วย
การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใด ชั้นตราใด แก่บุคคลใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชี
ท้ายระเบียบนี้
หมวด 2
การเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกสลับกัน โดยเลื่อนชั้นตราตามลำดับจากชั้นล่างสุดจนถึงชั้นสูงสุดตามลำดับ ดังนี้
(1) ชั้นที่ 7 เหรียญเงินมงกุฎไทย
(2) ชั้นที่ 7 เหรียญเงินช้างเผือก
(3) ชั้นที่ 6 เหรียญทองมงกุฎไทย
(4) ชั้นที่ 6 เหรียญทองช้างเผือก
(5) ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย
(6) ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์ช้างเผือก
(7) ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย
(8) ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
(9) ชั้นที่ 3 ตริตาภรณ์มงกุฎไทย
(10) ชั้นที่ 3 ตริตาภรณ์ช้างเผือก
(11) ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
(12) ชั้นที่ 2 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก
(13) ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
(14) ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
(15) ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ และ
(16) ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
โดยให้พิจารณาถึงตำแหน่ง ระดับ ชั้น ชั้นยศ กำหนดระยะเวลา และความดีความชอบ เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ในระเบียบนี้
ข้อ 10 บุคคลที่พึงได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย
(2) เป็นผู้ประพฤติดีและปฏิบัติงานราชการหรือปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนด้วยความอุตสาหะ ซื่อสัตย์
และเอาใจใส่ต่อหน้าที่อย่างดียิ่ง และเป็นผู้ไม่เคยมีพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือต้องรับโทษจำคุก
โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 11 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเสนอปีติดกันมิได้ เว้นแต่กรณีดังนี้
(1) เป็นการขอพระราชทานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้ต่างบัญชีกัน
(2) เป็นการขอพระราชทานตามที่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในระเบียบนี้ หรือ
(3) เป็นการขอพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบดีเด่น กล่าวคือ ปฏิบัติหน้าที่ฝ่าอันตรายหรือปฏิบัติงาน
นอกเหนือหน้าที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นงานสำคัญยิ่งและเป็นผลดีแก่ราชการหรือสาธารณชนหรือคิดค้นสิ่งหรือวิธีการอันเป็น
ประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศชาติได้เป็นผลสำเร็จ โดยให้ระบุความดีความชอบให้เห็นเด่นชัดว่า ได้กระทำความดีความชอบอันเป็น
ประโยชน์ยิ่งประการใด เมื่อใด และได้ผลดีอย่างไร
ข้อ 12 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเสนอเลื่อนชั้นตราก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน
ระเบียบนี้มิได้ เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ 11 (3)
ข้อ 13 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเสนอข้ามชั้นตรามิได้ เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ 11 (3)
ข้อ 14 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปีให้ขอพระราชทานในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิม
พระชนมพรรษา เว้นแต่การเสนอขอพระราชทานกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนตามข้อ 28 การเสนอขอพระราชทานสำหรับ
ชาวต่างประเทศตามข้อ 29 และการเสนอขอพระราชทานสำหรับผู้วายชนม์ตามข้อ 30 โดยให้เสนอขอพระราชทานได้
ตามคราวแห่งความชอบและตามเหตุการณ์เป็นกรณี ๆ ไป
ข้อ 15 ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนดรายการและจำนวนเอกสารประกอบการเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ แล้วแจ้งเวียนให้กระทรวง ทบวง กรม หรือบุคคลตามข้อ 16 ทราบและถือปฏิบัติ
ให้กระทรวง ทบวง กรม หรือบุคคลตามข้อ 16 จัดทำเอกสารดังกล่าวตามรายการและจำนวนที่สำนักเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยแยกเอกสารเป็นการเสนอขอพระราชทานให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบันและผู้ที่ต้องพ้นจากหน้าที่
เพราะเกษียณอายุ และให้เป็นไปตามลำดับชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ
(1) ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และ
(2) ชั้นสายสะพาย
ในการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี ให้กระทรวง ทบวง กรม หรือบุคคลตามข้อ 16 ส่งเอกสาร
ไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาไม่น้อยกว่า 90 วันภายหลังจากที่ได้ส่งเอกสารการเสนอ
ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปีไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว หากกระทรวง ทบวง กรม หรือบุคคลตาม
ข้อ 16 เห็นว่ามีบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ระดับ ชั้น ชั้นยศ สูงขึ้นและมีคุณสมบัติอื่นครบตามหลักเกณฑ์ที่จะขอ
พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายประจำปี ก็ให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อน
วันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาได้แต่ต้องไม่น้อยกว่า 60 วัน
ข้อ 16 ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้เสนอรายชื่อผู้ที่สมควรขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
(1) นายกรัฐมนตรี สำหรับรัฐมนตรี
(2) ประธานสภาผู้แทนราษฎร สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองประจำ
สภาผู้แทนราษฎร
(3) ประธานวุฒิสภา สำหรับสมาชิกวุฒิสภาและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองประจำวุฒิสภา
(4) รัฐมนตรีเจ้าสังกัด สำหรับข้าราชการการเมืองในสังกัด
(5) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับข้าราชการการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกรุงเทพมหานคร
(6) ปลัดกระทรวง ปลัดทบวง ปลัดกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการที่ไม่สังกัดกระทรวงหรือทบวง หัวหน้า
ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการวุฒิสภาสำหรับ
(ก) ข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ดะโต๊ะยุติธรรม ผู้พิพากษาสมทบ พนักงานรัฐวิสาหกิจ
พนักงานองค์การของรัฐ หรือพนักงานหน่วยงานของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียวกันในสังกัดแล้วแต่กรณี
(ข) คู่สมรสของบุคคลที่มีสิทธิได้รับพระราชทาน
(7) ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือปลัดกรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานตามกฎหมายเกี่ยวกับ
การปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่แล้วแต่กรณี
(8) หัวหน้าหน่วยงานอื่นนอกจาก (6) สำหรับบุคคลหรือพนักงานในสังกัด
(9) คณะกรรมการตามข้อ 23 หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณี สำหรับบุคคลตาม (1) ถึง (8) ข้างต้นและบุคคลอื่น
ตามที่เห็นสมควร
ข้อ 17 ให้หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม ผู้บังคับบัญชา หรือผู้ดำรงตำแหน่งบริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ องค์การ
ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน ซึ่งประสงค์จะเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่บุคคลตาม
ข้อ 16 (6) (ก) แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าที่รวบรวมและตรวจสอบรายชื่อ เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ แล้วพิจารณา
คุณสมบัติและกลั่นกรองความดีความชอบตามที่กำหนดในระเบียบนี้ พร้อมทั้งรับรองว่าเป็นบุคคลที่สมควรเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้
ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง ยกเว้นปลัดกรุงเทพมหานคร และหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ
นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นอีกคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองและรับรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนเสนอไปยังบุคคล
ตามข้อ 16 (6)
สำหรับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่บุคคลตามข้อ 16 (8) ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 18 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งประสงค์จะเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่
ผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่ในเขต
จังหวัดของตน แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ทำหน้าที่รวบรวมตรวจสอบรายชื่อ เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ แล้วพิจารณา
คุณสมบัติและกลั่นกรองความดีความชอบตามที่กำหนดในระเบียบนี้ พร้อมทั้งรับรองว่าเป็นบุคคลที่สมควรเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้แล้วเสนอไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี
ข้อ 19 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้เป็นไปตามกำหนดระยะเวลาดังต่อไปนี้
(1) ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองต้องมีระยะเวลา
การดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ดำรงตำแหน่งหลังจากวันพระราชพิธีเฉลิม
พระชนมพรรษาของปีที่ผ่านมาจนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง
ข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองหลายตำแหน่งหรือหลายครั้ง ต้องมีระยะเวลาการดำรง
ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือหลายตำแหน่งรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ดำรงตำแหน่งหลังจากวันพระราชพิธี
เฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่ผ่านมาจนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทาน
(2) ข้าราชการต้องมีระยะเวลารับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้ารับราชการ จนถึง
วันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วันส่วนผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหาร
หรือโรงเรียนตำรวจให้นับเวลาราชการตั้งแต่วันขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ หรือวันเริ่มเข้ารับราชการตำรวจ แล้วแต่กรณี ใน
ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียน
(3) ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ต้องปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่ม
จ้างจนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน
(4) ดะโต๊ะยุติธรรม หรือผู้พิพากษาสมทบ ต้องดำรงตำแหน่งติดต่อกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี บริบูรณ์ หรือดำรง
ตำแหน่งมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่า 4 ปีบริบูรณ์ แล้วแต่กรณี นับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งจนถึงวันก่อน
วันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน
(5) พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์การของรัฐ หรือพนักงานหน่วยงานของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน และบุคคล
หรือพนักงานอื่น ต้องปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์ หรือไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ แล้วแต่กรณี นับตั้งแต่วันเริ่ม
จ้างจนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน
(7) ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานตามกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วย
การปกครองท้องที่ ต้องดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง หรือหลายตำแหน่งติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ หรือได้ดำรงตำแหน่ง
ใดตำแหน่งหนึ่ง หรือหลายตำแหน่งมาแล้วมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันที่ได้ดำรงตำแหน่งจนถึงวันก่อนวัน
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน
ในการนับระยะเวลาตาม (3) (4) และ (6) และการนับระยะเวลาเพื่อเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลื่อน
ชั้นตราให้สูงขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้ หากผู้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ถูกลงโทษทางวินัยในปีใด
ให้เพิ่มกำหนดระยะเวลาการขอพระราชทานอีก 1 ปี ยกเว้นโทษภาคทัณฑ์
ข้อ 20 ผู้ขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ผู้ใดถูกกล่าวหาว่า
(1) กระทำความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงและถูกตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว หรือ
(2) กระทำความผิดทางอาญา และอยู่ระหว่างสอบสวนของพนักงานสอบสวนหรืออยู่ระหว่างการดำเนินคดีอาญา
ในศาล แม้คดียังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวก่อนการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณา
การเสนอขอพระราชทานในปีใด ให้กระทรวง ทบวง กรม หรือ บุคคลตามข้อ 16 แจ้งพฤติการณ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการตามข้อ 23
หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณี ทราบด้วยและคณะกรรมการอาจมีมติให้รอการพิจารณาการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับผู้
นั้นไว้ก่อนก็ได้
ข้อ 21 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ข้าราชการกลาโหมพลเรือนให้ถือตามขั้นเงินเดือนที่ได้รับเทียบกับ
ผู้มียศทหารตามอัตราตำแหน่งที่ดำรงอยู่
ข้อ 22 ข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์การของรัฐหรือพนักงานหน่วยงาน
ของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน และบุคคลหรือพนักงานอื่นที่ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เพราะเกษียณอายุในปีใด ให้มีสิทธิได้รับ
การพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในปีที่พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นด้วย
หมวด 3
การพิจารณาการเสนอขอพระราชทาน
ข้อ 23 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย คณะหนึ่ง
ประกอบด้วย
(1) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
(2) รองนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ
(3) รัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวน 5 คน เป็นกรรมการ
(4) เลขาธิการพระราชวังหรือผู้แทน เป็นกรรมการ
(5) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ
(6) รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมอบหมายเป็น
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายทุกชั้นตราแก่บุคคลที่สมควรขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายและเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายแก่บุคคลดังต่อไปนี้อีกด้วย
(1) องคมนตรี
(2) ข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
(3) ข้าราชการการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร
ราชการกรุงเทพมหานคร
(4) คู่สมรสของบุคคลที่มีสิทธิได้รับพระราชทานทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อกลั่นกรอง ตรวจสอบหรือดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ข้อ 24 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายคณะหนึ่ง
ประกอบด้วย
(1) รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
(2) ปลัดกระทรวงหรือปลัดทบวงที่ประธานกรรมการแต่งตั้งจำนวน 5 คน เป็นกรรมการ
(3) เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการ
(4) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นกรรมการ
(5) รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมอบหมายเป็นกรรมการ
(6) ผู้อำนวยการกองประกาศิต เป็นกรรมการและเลขานุการ
(7) ข้าราชการในกองประกาศิตที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการให้
คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย
ทุกชั้นตราให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อกลั่นกรองตรวจสอบหรือดำเนินการ
อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ข้อ 25 เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับเอกสารคำขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้วให้ตรวจสอบ
คุณสมบัติ ประวัติการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สมควรได้รับตามระเบียบนี้หรือตาม
หลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้ แล้วเสนอคณะกรรมการตามข้อ 23 หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาตามข้อ 27 ต่อไป
ข้อ 26 นอกจากอำนาจหน้าที่ตามข้อ 23 และข้อ 24 แล้วให้คณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายหรือชั้นต่ำกว่าสายสะพาย แล้วแต่กรณี มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) พิจารณายกเว้นคุณสมบัติของผู้เสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามข้อ 10 (3)
(2) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กรณีขอพระราชทานปีติดกันตามข้อ 11 (3)
(3) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กรณีขอพระราชทานเลื่อนชั้นตราก่อนครบกำหนด
ระยะเวลาตามข้อ 12
(4) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กรณีขอพระราชทานข้ามชั้นตราตามข้อ 13
(5) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กรณีขอพระราชทานตามข้อ 16 (9) ทั้งนี้ มิให้นำ
ความในข้อ 15 และข้อ 25 มาใช้บังคับ
(6) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กรณีผู้ขอพระราชทานถูกกล่าวหาและอยู่ระหว่าง
การสอบสวนหรือดำเนินคดีตามข้อ 20
(7) พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือหลักเกณฑ์
ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้
ข้อ 27 เมื่อคณะกรรมการตามข้อ 23 หรือข้อ 24 แล้วแต่กรณี พิจารณาเสร็จแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เสนอรายชื่อบุคคลพร้อมทั้งชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สมควรขอพระราชทานให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา เมื่อนายกรัฐมนตรี
เห็นชอบแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อไปยังสำนักราชเลขาธิการเพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอ
พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หากทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
ข้อ 28 ในกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนซึ่งไม่อาจเรียกประชุมคณะกรรมการได้ ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ
รายชื่อบุคคลผู้สมควรขอพระราชทานตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ต่อนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องเสนอคณะกรรมการตามข้อ 23
หรือข้อ 24 เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความ
กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แล้ว ให้ประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา และนำเสนอคณะกรรมการตามข้อ 23 หรือ ข้อ 24 แล้วแต่กรณีเพื่อทราบต่อไป
หมวด 4
การเสนอและการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานแก่บุคคลบางประเภท
เมื่อชาวต่างประเทศนั้นได้กระทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยให้กระทรวง ทบวง กรม ที่ได้รับประโยชน์หรือ
เกี่ยวข้องมากที่สุดเป็นผู้พิจารณาเสนอขอพระราชทานในการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ข้างต้น ให้กระทรวง
ทบวงกรม ที่เสนอขอพระราชทานแจ้งกระทรวงการต่างประเทศเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของชั้นตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ที่เสนอขอพระราชทาน โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้
ภายในบังคับธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนเครื่องราชอิสริยาภรณ์เมื่อกระทรวงการต่างประเทศ
พิจารณาเห็นสมควรเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใดและชั้นตราใดแล้วให้กระทรวงการต่างประเทศทาบทามรัฐบาล
ที่ชาวต่างประเทศนั้นถือสัญชาติว่าจะขัดข้องการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดังกล่าวหรือไม่ หากไม่ขัดข้องให้กระทรวง
ทบวง กรม ที่เสนอขอพระราชทานแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบเพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา
เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความกราบบังคมทูล
พระกรุณาขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไปใน
กรณีนี้ มิให้นำความในข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 15 ข้อ 23 ข้อ 24 และข้อ 25 มาใช้บังคับ
ข้อ 30 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับผู้วายชนม์ ให้กระทรวง ทบวง กรม ที่ได้รับประโยชน์
หรือเกี่ยวข้องมากที่สุดเสนอขอพระราชทานได้เมื่อผู้วายชนม์ได้เคยกระทำคุณประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง โดยให้ส่งเอกสารไปยัง
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาเมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เสนอรายชื่อไปยังสำนักราชเลขาธิการเพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หากทรง
พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ในกรณีนี้ มิให้นำความในข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 15
ข้อ 23 ข้อ 24 และข้อ 25 มาใช้บังคับ
ข้อ 31 ให้คณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพายหรือคณะกรรมการ
พิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย แล้วแต่กรณีเป็นผู้พิจารณาปัญหาในทางปฏิบัติ
ตามระเบียบนี้ แล้วเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อวินิจฉัยคำวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด
ประกาศ ณ วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2536
นายชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
#113
Posted 2 December 2011 - 16:57
เด็กอำมาต รบกันเอง เรื่อง "เครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายกปู"
(อ่านเนื้อหาทั้งหมด กำลังเถียงกันเลย ดุเดือดมาก)
http://webboard.serithai.net/topic/2902-...%E0%B8%A1/
ล็อกอิน (เด็กปากดี) ซึ่งน่าจะทำงานเกี่ยวกับด้านบน เถียงกับ ล็อกอิน(คนบาป หรือ canไทเมือง) ผู้ชอบปชป แบบฝังใจ
แล้วก็มีฝ่ายอำมาตกองหนุน ซึ่งชอบเด็กปากดี และอำมาตอีกฝ่าย ชอบ คนบาปหรือ canไทเมือง
หลังๆเริ่มเลือดขึ้นหน้ากันทั้งคู่
ตัวละครน่าจะประมาณนี้
ปล แล้วอย่าหลงเชียร์ฝากใหนละ เพราะทั้งสองฝ่าย ไม่ชอบเสื้อแดง และยิ่งลัก ทั้งคู่
เอามาจากทู้บ้านราด ที่บอกว่าคนบาปชอบ ปชป. แบบฝังใจผมว่าไม่จริงแน่นอน
ผมเคยเถียงหัวชนข้างฝากันมาแล้ว ในกระทู้ผม ที่คนบาปจะด่าเจ๊ติ่ง มัลลิกา
เขาก็มีจุดยืนของเขาครับ ปัญญาชนมีจุดยืนเป็นขอตัวเอง ไม่ต้องให้ใครจูงจมูก
ป.ล. ขอเอาหลักฐานมาแปะเพิ่มว่าคนบาปไม่ได้เชียร์ ปชป.อย่างสุดลิ่ม เพื่อให้บ้านราดดูว่า คนฉลาดๆเขาเป็นอย่างไร http://goo.gl/N7CBz
- ใจหมาอำมหิต` likes this
#114
Posted 2 December 2011 - 16:59
เด็กอำมาต รบกันเอง เรื่อง "เครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายกปู"
(อ่านเนื้อหาทั้งหมด กำลังเถียงกันเลย ดุเดือดมาก)
http://webboard.serithai.net/topic/2902-...%E0%B8%A1/
ล็อกอิน (เด็กปากดี) ซึ่งน่าจะทำงานเกี่ยวกับด้านบน เถียงกับ ล็อกอิน(คนบาป หรือ canไทเมือง) ผู้ชอบปชป แบบฝังใจ
แล้วก็มีฝ่ายอำมาตกองหนุน ซึ่งชอบเด็กปากดี และอำมาตอีกฝ่าย ชอบ คนบาปหรือ canไทเมือง
หลังๆเริ่มเลือดขึ้นหน้ากันทั้งคู่
ตัวละครน่าจะประมาณนี้
ปล แล้วอย่าหลงเชียร์ฝากใหนละ เพราะทั้งสองฝ่าย ไม่ชอบเสื้อแดง และยิ่งลัก ทั้งคู่
เอามาจากทู้บ้านราด ที่บอกว่าคนบาปชอบ ปชป. แบบฝังใจผมว่าไม่จริงแน่นอน
ผมเคยเถียงหัวชนข้างฝากันมาแล้ว ในกระทู้ผม ที่คนบาปจะด่าเจ๊ติ่ง มัลลิกา
เขาก็มีจุดยืนของเขาครับ ปัญญาชนมีจุดยืนเป็นขอตัวเอง ไม่ต้องให้ใครจูงจมูก
ลุงแคน อยู่ข้างประชาชน
ฮาาาา
"ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน”
"กลุ่มชาวพุทธหูรุนแรง"
#115
Posted 2 December 2011 - 17:02
ไม่ชอบดราม่าแบบเว่อร์ ๆ
ผมเขียนไปว่า ทำไมรัฐบาลไม่น้อมนำพระราชดำรัสปี 38 เรื่องน้ำท่วมไปศึกษา
โดนเพื่อนฝูง( รุ่นเดียวกัน ) ต่อว่าดึงเบื้องสูง แต่ผมตอบว่า นี่เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาการเป็นผลงานการศึกษามาตลอดของพระองค์ท่าน
สุดท้าย ทั้งช่อง 3 ช่อง 5 ก็นำพระราชดำรัสที่เป็นอมตะเมื่อปี 2538 ไปออกอากาศซ้ำหลายครั้ง
ผมมีแต่ความหวังดีต่อประเทศชาติและภักดีต่อราชบัลลังก์ เท่านั้นเอง
กรณีเครื่องราชฯ ผมมองว่า เมื่อมีโปรดเกล้าฯแล้ว ควรได้ข้อยุติ ไม่พึงนำมาเล่นกันอีก
มันควรจบตั้งแต่มีประกาศในราชกิจจาฯแล้วครับ
พอเถอะ
- ใจหมาอำมหิต` likes this
#116
Posted 2 December 2011 - 17:05
ผมอยู่ข้างความถูกต้อง
ไม่ชอบดราม่าแบบเว่อร์ ๆ
ไม่เชื่อ
- SPDZ likes this
#117
Posted 2 December 2011 - 17:06
หลานก็ให้ความเคารพลุง ลุงก้เอ็นดูหลาน
โดยส่วนตัวผม ชื่นชม บุคคลทั้งสอง
"ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน”
"กลุ่มชาวพุทธหูรุนแรง"
#118
Posted 2 December 2011 - 17:07
เด็กปากดี บอกว่าจะได้รับแน่นอนในวันที่ 5 เดือนธันวาคมตั้งแต่เดือนสิงหาคมครับ
ตรงนี้คือประเด็น คุณเด็กปากดีทราบได้อย่างไรว่า "ต้องมีโปรดเกล้าฯ"
เท่าที่ดูประเด็น คุณเยอะนะครับ เอามาดูกัน ผมพูดอย่างที่คุณว่าไหม http://forum.seritha...php?f=2&t=40737

ตรงไหนที่ผมบอกว่า " 5 เดือนธันวาคม คุณยิ่งลักษณ์ จะได้รับอย่างแน่นอน " ครับ อย่ามามั่วนะครับ ดูนะครับว่าวันที่ 5 ธ.ค. มีการพระราชทานเครื่องราชฯ ตอนไหนกัน
http://www.brh.thaigov.net/information/Buket%20Data/King_84/Schedule/01122011/king84_1_01122011.pdf
#119
Posted 2 December 2011 - 17:09
ผมอยู่ข้างความถูกต้อง
ไม่ชอบดราม่าแบบเว่อร์ ๆ
เช่นเดียวกันครับ
#120
Posted 2 December 2011 - 17:16
นั่นแหละเรื่องที่คุณไปสู่รู้เรื่องที่ยังไม่มีโปรดเกล้าฯ
ถ้าคุณเป็นพสกนิกรที่จงรักภักดี ไม่ควรนำเรื่องนี้มาเล่น
พอเถอะครับ
#122
Posted 2 December 2011 - 17:29
ปกติผมก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องราชย์อะไรหรอกนะ
และที่จริงกระทู้นี้ผมก็สนใจเรื่องการนำเสนอเหตุผลมากกว่า
พอตามอ่านแล้ว ผมก็ได้ความตามความเข้าใจของผมว่า
ในกระทู้ "และแล้วก็เป็นอย่างที่เคยบอกไป"
คุณเด็กปากดีบอกว่า ยิ่งลักษณ์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก
โดยอ้างว่ากระบวนการขอนี้เริ่มที่การประชุม ครม. 11 สิงหาคม 2554 (จากตรงนี้คุณอ้างอิงกระทู้ที่คุณตั้งไว้เองที่บอร์ดเก่า)
และอ้างว่า คุณเป็นคนเดินเอกสารฉบับนั้นเอง และคุณ "จำได้" ว่า ในนั้นไม่ได้ขอเครื่องราชฯ ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก
แต่ขอชั้นมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ
แล้วคุณก็ให้ความเห็นว่างั้นตามความเข้าใจของผมก็แสดงว่าไม่ผ่านคณะพิจารณาวาระสุดท้ายก่อนนำขึ้นกราบบังคมทูล เลยได้เพียง เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
และเมื่อมีคนถาม คุณก็ตอบว่าตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
อ่านมาเท่านี้ ผมว่าวิญญูชนย่อมเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการสื่อไม่แตกต่างจากกันหรอกครับ คือยิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯชั้นสูงไป แต่ได้เครื่องราชฯลำดับต่ำกว่าที่ขอ
แต่ปัญหาก็คือ ผมจะรู้ได้ยังไงว่านี่คือข้อเท็จจริง เพราะ:
ยิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯอะไรไป ผมก็ไม่รู้ เพราะผมก็ไม่เห็นเอกสาร ผมรับรู้แต่สิ่งที่คุณเล่า ตามที่คุณบอกว่าถ้าคุณจำไม่ผิด ในเรื่องนี้ถ้าคุณจะบอกว่าคุณไม่ได้เผยแพร่เอกสาร ผมก็เห็นด้วยครับ เพราะคุณแค่ "เล่าว่าคุณเห็นเอกสาร"
คุณอาจจะเห็นจริง หรือไม่เห็นจริง ผมคงไม่มีทางรู้
แต่ถ้าจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นสนทนาในทางลบต่อยิ่งลักษณ์ แถมยังสุ่มเสี่ยงที่จะดึงสถาบันลงมาเป็นประเด็นการเมือง โดยที่ผมรับรู้ได้แค่ "ความทรงจำ" ของคุณ หรือ "คำบอกเล่า" ของคุณ
ถึงผมจะรังเกียจยิ่งลักษณ์ขนาดไหน ผมก็ทำไม่ได้หรอกครับ
เฉพาะเรื่องจริง ที่มีหลักฐาน มีที่มาที่ไปชัดเจน ผมก็เยาะเย้ยยิ่งลักษณ์ได้จนเหนื่อยแล้วครับ
ขออนุญาตเรียนว่า ลองลำดับให้ดีๆนะครับ ทั้งกระทู้ปฐมเหตุ กระทู้อ้างถึง จวบจนกระทู้นี้ เพราะคุณยิ่งลักษณ์ แกขอตามระเบียบ จริงๆ ตามเอกสารที่แปะ ให้เห็น ส่วนขั้นตอนกลั่นกรองก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยนั้นผมก็แจ้งอธิบายให้ทราบในระดับหนึ่งแล้ว
ผมลำดับดีแล้วครับ
เพราะผมจะรู้ได้ยังไงล่ะว่ายิ่งลักษณ์ไม่ได้ขอประถมาภรณ์ช้างเผือกไปตั้งแต่แรก
ในเมื่อกระทู้ในบอร์ดเก่า คุณก็บอกเองว่า ที่คุณเล่าว่าเห็นเอกสารขอชั้นมงกุฎไทยน่ะ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้
เพราะคุณก็ไม่ได้แสดงอะไรอ้างอิง นอกจากคำบอกเล่าของคุณ
นั่งอ่านตั้งนาน เหมือนขาดตอน
คุณ เด็กปากดีฮัฟ อันนี้ยังไม่ตอบเลย ตอบหน่อย สิฮัฟ
อยากรู้คำตอบ
อิอิอิ
เห็นอะไรจาก รูปนี้ไหมครับ
ระเบียบการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายกรัฐมนตรี มีสิทธิ์ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เริ่มต้นที่ ม.ว.ม. ชื่อเต็มๆคือ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด " มหาวชิรมงกุฎ "
แล้วคิดว่า คุณยิ่งลักษณ์ ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือคณะที่ปรึกษา จะทำผิดระเบียบด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่ได้ระบุในระเบียบหรือครับ หากเพียงทว่า กระบวนการกลั่นกรองนั้น เป็นการเฉพาะ การส่งเรื่องไปและกลับมาแก้ไข ให้ถูกต้อง ในเรื่องสารัตถะต่างๆ จนเรียบร้อยสมบูรณ์ดี จึงนำความกราบบังคมทูลทราบฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและในที่สุดก็โปรดเกล้าฯลงมา นี้ไงครับ
ผมไม่คิดเอาเองหรอกครับว่ายิ่งลักษณ์ขออะไรไป
เพราะนี่มันไม่ใช่เอกสารที่บอกว่ายิ่งลักษณ์ขออะไรไป
ถ้าจะให้ผมเชื่อว่ายิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯชั้นมงกุฎไทยไป ก็เอาเอกสารการขอที่ส่งให้สำนักพระราชวังมา ก็แค่นั้นครับ
เอาเอกสารอื่นมา แล้วให้ผมจินตนาการเอาเอง ว่ายิ่งลักษณ์ขออะไรไป ผมคงทำไม่ได้หรอกครับ
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
#123
Posted 2 December 2011 - 17:30
ก็สารภาพมาแล้วไง...รู้ได้ยังไงว่าต้องได้สายสะพาย นั่นแหละเรื่องที่คุณไปสู่รู้เรื่องที่ยังไม่มีโปรดเกล้าฯ พอเถอะครับ
แสดงให้เห็นว่า " ตาบอด " จริงๆ เห็นอะไรนี่ไหมครับ

ระเบียบเขาก็บอกอยู่โต้งๆ ว่า นายกรัฐมนตรี สามารถขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ครั้งแรกดำรงตำแหน่งในชั้นสายสะพาย แล้วจะให้ผมบอกว่า อะไรเล่าครับ เฮ้อ ไม่น่าเลย นะลุงแคน แล้วระเบียบนี้ก็ไม่ได้อยู่ในชั้นความลับด้วย แถมยังเป็นเอกสารเผยแพร่ด้วยซ้ำไป หามาศึกษาบ้างนะครับ และย้ำจังเลยเรื่องโปรดเกล้าฯ ผมถึงให้กลับไปดูว่า ขอบเขตแค่ไหน คำว่าบังควรหรือไม่บังควร ลุงก็บอกว่า เรื่องที่ไม่โปรดเกล้าลงมา เป็นเรื่องไม่บังควร ผมถามต่อ โดยเอากรณี ทำนานทายทักของท่านเจ้าคุณสิงห์บุรี ที่บอก อดีตนายกอภิสิทธิ์ว่า จะได้มาเป็นนายกอีกครั้ง อย่างนี้ ท่านเจ้าคุณทำเรื่องมิบังควรไหม เพราะพุดในเรื่องที่ยังไม่โปรดเกล้าฯลงมา ลุงก็แถไปทางหาเสียง ลุงครับ จุดยืนอยู่ไหน ผมพร้อมขอขมา ขอโทษหากล่วงเกินความเป็นอาวุโสบอร์ดของลุง แต่ผมอยากให้ลุงพิจารณาให้ ครบถ้วนกระบวนความ พิจารณาดีๆ ให้ถ่องแท้ มาท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองอยู่ได้ว่า " ไม่บังควรๆ , ยังไม่โปรดเกล้าฯๆ " แล้วพวกที่เอาโผทหาร โผ ครม.ที่ยังไม่โปรดเกล้าฯลงมานี่ มันพวกไหนอ่ะครับงั้น
- SalesIan likes this
#124
Posted 2 December 2011 - 17:34
ปกติผมก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องราชย์อะไรหรอกนะ
และที่จริงกระทู้นี้ผมก็สนใจเรื่องการนำเสนอเหตุผลมากกว่า
พอตามอ่านแล้ว ผมก็ได้ความตามความเข้าใจของผมว่า
ในกระทู้ "และแล้วก็เป็นอย่างที่เคยบอกไป"
คุณเด็กปากดีบอกว่า ยิ่งลักษณ์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก
โดยอ้างว่ากระบวนการขอนี้เริ่มที่การประชุม ครม. 11 สิงหาคม 2554 (จากตรงนี้คุณอ้างอิงกระทู้ที่คุณตั้งไว้เองที่บอร์ดเก่า)
และอ้างว่า คุณเป็นคนเดินเอกสารฉบับนั้นเอง และคุณ "จำได้" ว่า ในนั้นไม่ได้ขอเครื่องราชฯ ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก
แต่ขอชั้นมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ
แล้วคุณก็ให้ความเห็นว่างั้นตามความเข้าใจของผมก็แสดงว่าไม่ผ่านคณะพิจารณาวาระสุดท้ายก่อนนำขึ้นกราบบังคมทูล เลยได้เพียง เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
และเมื่อมีคนถาม คุณก็ตอบว่าตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
อ่านมาเท่านี้ ผมว่าวิญญูชนย่อมเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการสื่อไม่แตกต่างจากกันหรอกครับ คือยิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯชั้นสูงไป แต่ได้เครื่องราชฯลำดับต่ำกว่าที่ขอ
แต่ปัญหาก็คือ ผมจะรู้ได้ยังไงว่านี่คือข้อเท็จจริง เพราะ:
ยิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯอะไรไป ผมก็ไม่รู้ เพราะผมก็ไม่เห็นเอกสาร ผมรับรู้แต่สิ่งที่คุณเล่า ตามที่คุณบอกว่าถ้าคุณจำไม่ผิด ในเรื่องนี้ถ้าคุณจะบอกว่าคุณไม่ได้เผยแพร่เอกสาร ผมก็เห็นด้วยครับ เพราะคุณแค่ "เล่าว่าคุณเห็นเอกสาร"
คุณอาจจะเห็นจริง หรือไม่เห็นจริง ผมคงไม่มีทางรู้
แต่ถ้าจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นสนทนาในทางลบต่อยิ่งลักษณ์ แถมยังสุ่มเสี่ยงที่จะดึงสถาบันลงมาเป็นประเด็นการเมือง โดยที่ผมรับรู้ได้แค่ "ความทรงจำ" ของคุณ หรือ "คำบอกเล่า" ของคุณ
ถึงผมจะรังเกียจยิ่งลักษณ์ขนาดไหน ผมก็ทำไม่ได้หรอกครับ
เฉพาะเรื่องจริง ที่มีหลักฐาน มีที่มาที่ไปชัดเจน ผมก็เยาะเย้ยยิ่งลักษณ์ได้จนเหนื่อยแล้วครับ
ขออนุญาตเรียนว่า ลองลำดับให้ดีๆนะครับ ทั้งกระทู้ปฐมเหตุ กระทู้อ้างถึง จวบจนกระทู้นี้ เพราะคุณยิ่งลักษณ์ แกขอตามระเบียบ จริงๆ ตามเอกสารที่แปะ ให้เห็น ส่วนขั้นตอนกลั่นกรองก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยนั้นผมก็แจ้งอธิบายให้ทราบในระดับหนึ่งแล้ว
ผมลำดับดีแล้วครับ
เพราะผมจะรู้ได้ยังไงล่ะว่ายิ่งลักษณ์ไม่ได้ขอประถมาภรณ์ช้างเผือกไปตั้งแต่แรก
ในเมื่อกระทู้ในบอร์ดเก่า คุณก็บอกเองว่า ที่คุณเล่าว่าเห็นเอกสารขอชั้นมงกุฎไทยน่ะ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้
เพราะคุณก็ไม่ได้แสดงอะไรอ้างอิง นอกจากคำบอกเล่าของคุณ
นั่งอ่านตั้งนาน เหมือนขาดตอน
คุณ เด็กปากดีฮัฟ อันนี้ยังไม่ตอบเลย ตอบหน่อย สิฮัฟ
อยากรู้คำตอบ
อิอิอิ
เห็นอะไรจาก รูปนี้ไหมครับ
ระเบียบการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายกรัฐมนตรี มีสิทธิ์ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เริ่มต้นที่ ม.ว.ม. ชื่อเต็มๆคือ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด " มหาวชิรมงกุฎ "
แล้วคิดว่า คุณยิ่งลักษณ์ ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือคณะที่ปรึกษา จะทำผิดระเบียบด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่ได้ระบุในระเบียบหรือครับ หากเพียงทว่า กระบวนการกลั่นกรองนั้น เป็นการเฉพาะ การส่งเรื่องไปและกลับมาแก้ไข ให้ถูกต้อง ในเรื่องสารัตถะต่างๆ จนเรียบร้อยสมบูรณ์ดี จึงนำความกราบบังคมทูลทราบฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและในที่สุดก็โปรดเกล้าฯลงมา นี้ไงครับ
ผมไม่คิดเอาเองหรอกครับว่ายิ่งลักษณ์ขออะไรไป
เพราะนี่มันไม่ใช่เอกสารที่บอกว่ายิ่งลักษณ์ขออะไรไป
ถ้าจะให้ผมเชื่อว่ายิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯชั้นมงกุฎไทยไป ก็เอาเอกสารการขอที่ส่งให้สำนักพระราชวังมา ก็แค่นั้นครับ
เอาเอกสารอื่นมา แล้วให้ผมจินตนาการเอาเอง ว่ายิ่งลักษณ์ขออะไรไป ผมคงทำไม่ได้หรอกครับ
#125
Posted 2 December 2011 - 17:39
งั้น ก้อเสนอเจรจาสงบศึกดีมั่ย ล้อกกระทู้เก็บเป็นข้อมูลต่อไป
(ขอชมว่า เหตุผลดีมีตรรกะด้วยเหตุและผลครับ)
เห็นตามคุณ redfrog53 ทุกประการ
กระทู้คุณภาพจริงๆ.....
#126
Posted 2 December 2011 - 17:40
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
ผมนึกไม่ออกเลยว่า คุณคิดมาได้ไง มาขอ เอกสาร " นายกรัฐมนตรี " ที่ส่งไป " สำนักพระราชวัง " กับผม และโปรดให้เข้าใจไว้ ตรงนี้นะครับ ผมยังไม่ได้ไปบังคับใครให้มาเชื่อเลย ทุกอย่างอยู่ที่ข้อเท็จจริง ส่วนคุณจะเชื่อหรือไม่เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคล
งั้นก็แปลว่า ผมสรุปแบบนี้ก็คงไม่ผิด
คือสุดท้ายประเด็นหลักของเรื่องนี้ก็มีแค่คำบอกเล่าของคุณ ที่ไม่มีหลักฐานอ้างอิงอะไร นอกจากกระทู้ที่คุณเคยตั้งไว้
ไม่่ต่างจากเรื่องเมนูอาหารนายก ที่สุดท้ายก็มีแต่คำบอกเล่าของคุณว่ามีทีมงานนายกสั่งไปกิน
- noojin likes this
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
#127
Posted 2 December 2011 - 17:44
แปลง่าย ๆ เป็นฟอนต์ไซส์เดียวสีเดียว
ก็คือ คุณไม่มีหลักฐานอะไรจะแสดง นอกจากคำบอกเล่าว่าคุณเป็นคนถือเอกสารนั้นไปเอง และคุณได้อ่านข้อความในนั้น
ถ้ามีแค่นี้ ใครอยากเชื่อก็เชื่อไปเถอะครับ
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users




This topic is locked








