Jump to content


Photo
- - - - -

ทำไมงดสื่อสามมิติบนกำแพงพระราชวัง ?!?


  • Please log in to reply
106 ความเห็นในกระทู้นี้

#101 -3-

-3-

    ตัวละครลับ

  • Moderators
  • 8,710 posts

ตอบ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:52

มาเล่นเกมจับโกหกกันดีกว่า

Garn Mingbunjirdsuk
จะพูดอะไรก็เตี๊ยมกันนิดดีไหมครับท่าน...

ตอนบ่าย รมต.มหาดไทยบอก
"ประชาชนจำนวนมากยังเดือดร้อนจากน้ำท่วม จึงไม่เหมาะหากมีงานรื่นเริง จึงต้องดูตามความเหมาะสม ต้องประหยัดไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หรือที่เรียกว่าทางสายกลางนั่นเอง"

ตอนเย็น โฆษกสำนักนายกบอก
"ผู้ใหญ่ให้คำแนะนำมาว่าขณะนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาน้ำท่วม จึงควรนำงบประมาณไปช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมจะดีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงตัวแทนสำนักพระราชวัง ได้ร่วมหารือกันในเรื่องนี้ และได้ตัดสินใจเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา"

แต่ รองโฆษกฯบอก
"การแสดงแสงเสียงและสื่อผสม กำหนดการไว้ในเบื้องต้นแล้วว่าการแสดงแสงเสียงและสื่อผสมนั้นจะสิ้นสุดการแสดงในคืนวันที่ 4 ธ.ค.เป็นคืนสุดท้าย"

เครดิต: NaiOath LovesKing

สามประโยคนี้ ใครพูดจริง ใครโกหก? :D
"I want you to form a contract with me and become magical girls!" - kyubey
 
/人 ‿‿ ◕人\

#102 รักทักษิณ

รักทักษิณ

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 73 posts

ตอบ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:57

มาเล่นเกมจับโกหกกันดีกว่า

Garn Mingbunjirdsuk
จะพูดอะไรก็เตี๊ยมกันนิดดีไหมครับท่าน...

ตอนบ่าย รมต.มหาดไทยบอก
"ประชาชนจำนวนมากยังเดือดร้อนจากน้ำท่วม จึงไม่เหมาะหากมีงานรื่นเริง จึงต้องดูตามความเหมาะสม ต้องประหยัดไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หรือที่เรียกว่าทางสายกลางนั่นเอง"

ตอนเย็น โฆษกสำนักนายกบอก
"ผู้ใหญ่ให้คำแนะนำมาว่าขณะนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาน้ำท่วม จึงควรนำงบประมาณไปช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมจะดีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงตัวแทนสำนักพระราชวัง ได้ร่วมหารือกันในเรื่องนี้ และได้ตัดสินใจเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา"

แต่ รองโฆษกฯบอก
"การแสดงแสงเสียงและสื่อผสม กำหนดการไว้ในเบื้องต้นแล้วว่าการแสดงแสงเสียงและสื่อผสมนั้นจะสิ้นสุดการแสดงในคืนวันที่ 4 ธ.ค.เป็นคืนสุดท้าย"

เครดิต: NaiOath LovesKing

สามประโยคนี้ ใครพูดจริง ใครโกหก? :D


ไม่ทราบว่าได้อ่านfacebook ของคุณ จิตกร บุษบา คู่หูเจิมศักดิ์มั่งหรือเปล่า ที่คนในนี้เขาไม่เล่นต่อ เพราะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บไปหลายคน

ปล่อยกระทู้จมไปเถอะครับ เพราะเห็นใจ

#103 พิฆาตอสูร

พิฆาตอสูร

    พอจะทนเสื้อแดงได้นิดๆ

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,786 posts

ตอบ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:51


มาเล่นเกมจับโกหกกันดีกว่า

Garn Mingbunjirdsuk
จะพูดอะไรก็เตี๊ยมกันนิดดีไหมครับท่าน...

ตอนบ่าย รมต.มหาดไทยบอก
"ประชาชนจำนวนมากยังเดือดร้อนจากน้ำท่วม จึงไม่เหมาะหากมีงานรื่นเริง จึงต้องดูตามความเหมาะสม ต้องประหยัดไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หรือที่เรียกว่าทางสายกลางนั่นเอง"

ตอนเย็น โฆษกสำนักนายกบอก
"ผู้ใหญ่ให้คำแนะนำมาว่าขณะนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาน้ำท่วม จึงควรนำงบประมาณไปช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมจะดีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงตัวแทนสำนักพระราชวัง ได้ร่วมหารือกันในเรื่องนี้ และได้ตัดสินใจเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา"

แต่ รองโฆษกฯบอก
"การแสดงแสงเสียงและสื่อผสม กำหนดการไว้ในเบื้องต้นแล้วว่าการแสดงแสงเสียงและสื่อผสมนั้นจะสิ้นสุดการแสดงในคืนวันที่ 4 ธ.ค.เป็นคืนสุดท้าย"

เครดิต: NaiOath LovesKing

สามประโยคนี้ ใครพูดจริง ใครโกหก? :D


ไม่ทราบว่าได้อ่านfacebook ของคุณ จิตกร บุษบา คู่หูเจิมศักดิ์มั่งหรือเปล่า ที่คนในนี้เขาไม่เล่นต่อ เพราะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บไปหลายคน

ปล่อยกระทู้จมไปเถอะครับ เพราะเห็นใจ


อ่านประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตไว้แต่ต้นหรือเปล่า เพื่อนๆ หลายคนก็มีวิจารณญาณเช่นกัน

ในที่นี้ไม่ต้องการ ความเห็นใจ

แต่ต้องการ เหตุผล

หวังว่าจะ เข้าใจ

ถ้าผิด ผมยอมรับได้ ขอโทษได้ และเคยขอโทษมาแล้ว

ไม่ใช่หายไปเฉยๆ แล้วไปเล่นกระทู้อื่น

อย่างนั้น เขาเรียก ความประพฤติที่เลว

ฟ้าสีทองผ่องอำไพ  ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน


#104 รักทักษิณ

รักทักษิณ

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 73 posts

ตอบ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:58



มาเล่นเกมจับโกหกกันดีกว่า

Garn Mingbunjirdsuk
จะพูดอะไรก็เตี๊ยมกันนิดดีไหมครับท่าน...

ตอนบ่าย รมต.มหาดไทยบอก
"ประชาชนจำนวนมากยังเดือดร้อนจากน้ำท่วม จึงไม่เหมาะหากมีงานรื่นเริง จึงต้องดูตามความเหมาะสม ต้องประหยัดไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หรือที่เรียกว่าทางสายกลางนั่นเอง"

ตอนเย็น โฆษกสำนักนายกบอก
"ผู้ใหญ่ให้คำแนะนำมาว่าขณะนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาน้ำท่วม จึงควรนำงบประมาณไปช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมจะดีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงตัวแทนสำนักพระราชวัง ได้ร่วมหารือกันในเรื่องนี้ และได้ตัดสินใจเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา"

แต่ รองโฆษกฯบอก
"การแสดงแสงเสียงและสื่อผสม กำหนดการไว้ในเบื้องต้นแล้วว่าการแสดงแสงเสียงและสื่อผสมนั้นจะสิ้นสุดการแสดงในคืนวันที่ 4 ธ.ค.เป็นคืนสุดท้าย"

เครดิต: NaiOath LovesKing

สามประโยคนี้ ใครพูดจริง ใครโกหก? :D


ไม่ทราบว่าได้อ่านfacebook ของคุณ จิตกร บุษบา คู่หูเจิมศักดิ์มั่งหรือเปล่า ที่คนในนี้เขาไม่เล่นต่อ เพราะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บไปหลายคน

ปล่อยกระทู้จมไปเถอะครับ เพราะเห็นใจ


อ่านประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตไว้แต่ต้นหรือเปล่า เพื่อนๆ หลายคนก็มีวิจารณญาณเช่นกัน

ในที่นี้ไม่ต้องการ ความเห็นใจ

แต่ต้องการ เหตุผล

หวังว่าจะ เข้าใจ

ถ้าผิด ผมยอมรับได้ ขอโทษได้ และเคยขอโทษมาแล้ว

ไม่ใช่หายไปเฉยๆ แล้วไปเล่นกระทู้อื่น

อย่างนั้น เขาเรียก ความประพฤติที่เลว


คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่า รัฐบาลต้องทำแบบนั้น เพราะเตรียมรับหน้าสื่อไปเต็มๆ สับขาหลอกบ้าง กวนข้อมูลบ้าง เพื่อไม่ให้มีการขุดคุ้ย ถึง ........

เอาเป็นว่า ขนาด นายจิตกร โพสต์แล้วยังต้องลบข้อความ ตัวเองทิ้ง

ที่ พันทิพ กระทู้โหวตห้องเหลิมไทย ยังหายไปแล้ว

ผมว่าคุณน่าจะเห็นทีั่นายจิตกร โพสต์แล้วนะ แต่สงสัยยังไม่เข้าใจอะไรอีกเหรอ

#105 พิฆาตอสูร

พิฆาตอสูร

    พอจะทนเสื้อแดงได้นิดๆ

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,786 posts

ตอบ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:06




มาเล่นเกมจับโกหกกันดีกว่า

Garn Mingbunjirdsuk
จะพูดอะไรก็เตี๊ยมกันนิดดีไหมครับท่าน...

ตอนบ่าย รมต.มหาดไทยบอก
"ประชาชนจำนวนมากยังเดือดร้อนจากน้ำท่วม จึงไม่เหมาะหากมีงานรื่นเริง จึงต้องดูตามความเหมาะสม ต้องประหยัดไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หรือที่เรียกว่าทางสายกลางนั่นเอง"

ตอนเย็น โฆษกสำนักนายกบอก
"ผู้ใหญ่ให้คำแนะนำมาว่าขณะนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาน้ำท่วม จึงควรนำงบประมาณไปช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมจะดีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงตัวแทนสำนักพระราชวัง ได้ร่วมหารือกันในเรื่องนี้ และได้ตัดสินใจเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา"

แต่ รองโฆษกฯบอก
"การแสดงแสงเสียงและสื่อผสม กำหนดการไว้ในเบื้องต้นแล้วว่าการแสดงแสงเสียงและสื่อผสมนั้นจะสิ้นสุดการแสดงในคืนวันที่ 4 ธ.ค.เป็นคืนสุดท้าย"

เครดิต: NaiOath LovesKing

สามประโยคนี้ ใครพูดจริง ใครโกหก? :D


ไม่ทราบว่าได้อ่านfacebook ของคุณ จิตกร บุษบา คู่หูเจิมศักดิ์มั่งหรือเปล่า ที่คนในนี้เขาไม่เล่นต่อ เพราะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บไปหลายคน

ปล่อยกระทู้จมไปเถอะครับ เพราะเห็นใจ


อ่านประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตไว้แต่ต้นหรือเปล่า เพื่อนๆ หลายคนก็มีวิจารณญาณเช่นกัน

ในที่นี้ไม่ต้องการ ความเห็นใจ

แต่ต้องการ เหตุผล

หวังว่าจะ เข้าใจ

ถ้าผิด ผมยอมรับได้ ขอโทษได้ และเคยขอโทษมาแล้ว

ไม่ใช่หายไปเฉยๆ แล้วไปเล่นกระทู้อื่น

อย่างนั้น เขาเรียก ความประพฤติที่เลว


คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่า รัฐบาลต้องทำแบบนั้น เพราะเตรียมรับหน้าสื่อไปเต็มๆ สับขาหลอกบ้าง กวนข้อมูลบ้าง เพื่อไม่ให้มีการขุดคุ้ย ถึง ........

เอาเป็นว่า ขนาด นายจิตกร โพสต์แล้วยังต้องลบข้อความ ตัวเองทิ้ง

ที่ พันทิพ กระทู้โหวตห้องเหลิมไทย ยังหายไปแล้ว

ผมว่าคุณน่าจะเห็นทีั่นายจิตกร โพสต์แล้วนะ แต่สงสัยยังไม่เข้าใจอะไรอีกเหรอ


ผมอธิบายในข้อความที่คุณเขียนว่า "หน้าแตกหมอไม่รับเย็บไปหลายคน"

เพื่อให้คุณเข้าใจว่า เพราะเหตุใดผมจึงมีข้อสงสัยเช่นนั้น

กรุณาอ่านตั้งแต่คอมเม้นต์แรก ไม่จำเป็นต้องอ้างการลบโพสต์ของคุณจิตกร

ไม่เกี่ยวข้องกัน

คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่า รัฐบาลต้องทำแบบนั้น เพราะเตรียมรับหน้าสื่อไปเต็มๆ สับขาหลอกบ้าง กวนข้อมูลบ้าง เพื่อไม่ให้มีการขุดคุ้ย ถึง ........

ข้อความข้างต้นของคุณ ช่วยอธิบายหน่อยในสิ่งที่รัฐบาลทำ
โดยเฉพาะสับขาหลอก กับ กวนข้อมูล

ผมไม่เชื่อโดยสุจริตใจ

ฟ้าสีทองผ่องอำไพ  ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน


#106 พิฆาตอสูร

พิฆาตอสูร

    พอจะทนเสื้อแดงได้นิดๆ

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,786 posts

ตอบ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 09:04

อ่านข้อความของคุณเปลว สีเงิน จากไทยโพสต์วันนี้ ตรงใจมาก

เรื่องที่สาม จู่ๆ ก็ลดการแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสม เรื่องวัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ๘๔ พรรษามหาราช และการฉายภาพยนตร์พาโนรามาที่กำแพงพระบรมมหาราชวัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังประกาศว่ามีตั้งแต่ ๓-๙ ธ.ค.
การลดกิจกรรมนั้น ประชาชนส่วนใหญ่งุนงงและติดใจว่า ทำไม..จู่ๆ ก็ประกาศลดกิจกรรมแบบไม่มีปี่-ไม่มีขลุ่ย เรื่องอย่างนี้ มี-ไม่มีไม่ว่า แต่ควรทำให้ชัดเจนแต่แรก เพราะนี่คือ "กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ" การทำแบบนี้ เฉลิมพระเกียรติ หรือหลู่พระเกียรติ สำนึกรู้ได้ด้วยใจสำนึก
และที่ฟังแล้วประชาชนสะเทือนใจ และไม่เข้าใจว่ารัฐบาลมีเจตนาอะไรกันแน่ ที่จู่ๆ ก็บอกว่า...อยู่ในช่วงน้ำท่วม ไม่ควรมีงานรื่นเริง เปลืองเงิน ต้องใช้เงินมากมายหลายสิบล้าน เอาไปช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมดีกว่า ได้หารือตัวแทนสำนักพระราชวังแล้ว?!

ทั้งหมดนี้ ผมอยากหารือท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ว่า ในเมื่อรัฐบาลไม่ผิด ตัวท่านไม่ผิด แต่เรื่องทำนองนี้ ทำไมมัน "บังเอิญเกิด" ถี่ๆ ในระยะนี้เหลือเกิน
เกรงว่าจะ "ผิดใจ" กับประชาชนได้นะครับ.



ใครจะจบก็ตามใจ แต่ผมไม่จบ

ฟ้าสีทองผ่องอำไพ  ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน


#107 sigree

sigree

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,883 posts

ตอบ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:51

ในวันมหามงคลที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 7 รอบ หรือ 84 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ถือเป็นวันที่มีความสำคัญของประเทศไทย ได้มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจและพระราชกุศลมากมาย ที่เปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก

ในทุกๆ ปี การถวายพระพรชัยมงคลจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ปีนี้ ไม่ว่าประชาชนจะประสบควาทุกข์ยากเข็ญเพียงไร ต่างก็เดินทางหรือเข้าร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติอย่างเนืองแน่น เพราะจิตใจของประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ในประเทศนี้ต่างมีความจงรักภักดี เคารพเทิดทูนบูชาและผูกพันต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้อย่างหา ที่สุดไม่ได้

กำหนดการเดิมในการเทิดพระเกียรติในปีนี้ คือการจัดกิจกรรมการแสดงที่มีชื่อว่า “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษามหาราชา” ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง ฝั่งพระบรมมหาราชวัง และการจัดฉายภาพยนตร์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ “84 ปี แห่งความรุ่งเรืองของกรุงรัตนโกสินทร์” ซึ่งเป็นการฉายภาพเคลื่อนไหวผ่านแนวกำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านถนนหน้าพระลาน (ช่วงต้นถนนศาลหลักเมืองถึงประตูวิเศษไชยศรี) ซึ่งเดิมทีนั้นได้มีกำหนดการที่จะจัดการแสดงระหว่างวันที่ 3 – 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ปรากฏว่ากิจกรรมดังกล่าวถูกยกเลิกการแสดงอย่างกะทันหันในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 21.30 น.

ทั้งนี้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีถวายพระพร ชัยมงคล งานมหรสพสมโภชและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ได้ออกมายอมรับว่าได้ยกเลิกกิจกรรมดังกล่าวเอง ด้วยเหตุผลว่า

“เพื่อ ความเหมาะสม เนื่องด้วยประชาชนจำนวนมากยังคงเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วม จึงไม่เหมาะหากมีงานรื่นเริง จึงต้องดูตามความเหมาะสม ต้องประหยัดไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หรือที่เรียกว่าทางสายกลางนั่นเอง”

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในกิจกรรมของมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี หรือหน่วยแพทย์ พอ.สว.และหน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ออกให้บริการตรวจรักษาแก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี โอกาสนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงมีพระดำรัสความตอนหนึ่งว่า:

“ขอให้ชาว พอ.สว. ร่วมมือกันทำงานเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงงานเพื่อปวงชนชาวไทย มานานกว่า 60 ปี ขณะนี้ทรงประชวร ถึงแม้พระอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ทรงชรามากแล้ว จะออกพื้นที่ไปช่วยราษฎร์เหมือนเก่าก็ไม่ได้ แต่ยังทรงห่วงใยประชาชนอยู่ตลอด ทรงเรียกกรมชลประทาน มาหารือพร้อมให้คำแนะนำอยู่เสมอๆ

ทั้งนี้พระองค์ทรงมีรับสั่งถึงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ว่าให้จัดแบบเรียบง่าย เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อนอยู่”

แต่ถึงแม้จะมีหลักฐานว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีรับสั่งให้จัดการ เฉลิมพระเกียรติแบบเรียบง่าย เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อนอยู่ก็จริง แต่ในวันที่ประชาชนทั้งประเทศได้ทราบพระกระแสรับสั่งนั้นคือ “วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554”

ดังนั้นทุกฝ่ายย่อมมีการเตรียมการและการบริหารจัดการจัดงานให้ “เรียบง่ายและสมพระเกียรติ” ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ไม่ใช่มาเปลี่ยนแปลงกะทันหันในคืนวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2554 จริงหรือไม่!!!?

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในฐานะประธานการจัดงานเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ ยังได้แถลงข่าวก่อนการจัดงานโดยกล่าวว่าได้ตระหนักตามพระราชประสงค์แล้ว โดยได้สัมภาษณ์ว่า:

“รัฐบาลได้ร่วมกับ กรุงเทพมหานครและมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติภายใต้แนวคิดเย็นศิระเพราะพระบริบาล ซึ่งเน้นการรวมพลังคนไทยทั้งประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดีความสามัคคีปรองดองอย่างสมพระเกียรติ และถูกต้องตามราชประเพณี อีกทั้งให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่เป็นไปตามพระราช ประสงค์ด้วย”

ในวันแถลงข่าวดังกล่าว นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ไม่มีแม้แต่คำเดียวว่างานนี้มีกิจกรรมใดจัดเพื่อความ “รื่นเริง” หรือ “จัดงานยิ่งใหญ่อลังการ” แต่ประการใด นอกจากคำที่แสดงให้เห็นถึงการตระหนักว่างานดังกล่าว คือ

เพื่อ “รวมพลังคนไทยทั้งประเทศ”

เพื่อ “ถูกต้องตามราชประเพณี”

เพื่อ “แสดงความจงรักภักดี ความสามัคคีปรองดอง อย่างสมพระเกียรติ”

การจัดงานอยู่ภายใต้เงื่อนไข “ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่เป็นไปตามพระราชประสงค์”

แสดงว่ากิจกรรมที่เตรียมการจัดขึ้นแล้วจัดแถลงข่าว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ย่อมมีความตระหนักและไตร่ตรองถึงความเหมาะสมแล้ว โดยได้กำหนดให้มีทั้งหมด 9 กิจกรรมคือ

1. กิจกรรมการถวายพระพรชัยมงคล

2. กิจกรรมลงนามถวายพระพร ณ ร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดิน

3. กิจกรรมนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”

4. กิจกรรมอธิษฐานบูชาพระทันตธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

5. กิจกรรมการแสดงเฉลิมพระเกียรติ

6. กิจกรรมการแสดงพิเศษจากชีวิตจริง “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” โดยกิจกรรมนี้จัดเฉพาะวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

7. กิจกรรมถนนเย็นศิระเพราะพระบริบาล

8. กิจกรรมภาพยนตร์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ 84 ปีแห่งความยิ่งใหญ่เรืองรองของกรุงรัตนโกสินทร์

9. การแสดงแสงสีและสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษามหาราชา”

ดังนั้นกิจกรรมลำดับที่ 8 ซึ่งภาพยนตร์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ 84 ปีแห่งความยิ่งใหญ่เรืองรองของกรุงรัตนโกสินทร์ และกิจกรรมลำดับที่ 9 การแสดงแสงสีและสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษามหาราชา” ถือเป็นกิจกรรมเด่นในระดับไฮไลต์ของงานจึงกำหนดไว้ตั้งแต่แรกให้ประชาชนเพื่อ “รวมพลังคนไทยทั้งประเทศ” “แสดงความจงรักภักดี ความสามัคคีปรองดอง อย่างสมพระเกียรติ” ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 รวมทั้งสิ้น 7 วัน

สิ่งที่เป็นการยืนยันว่าคณะกรรมการจัดงาน ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบว่ากิจกรรมครั้งนี้จัดเพื่อรวมพลังคนไทยทั้งชาติ เพื่อแสดงความจงรักภักดี ความสามัคคีปรองดอง และเป็นไปตามความเรียบง่ายและเป็นไปตามพระราชประสงค์ ก็คือ คำสัมภาษณ์ของนายรัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมพิเศษสำนักพระราชวัง กล่าวในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ความตอนหนึ่งว่า:

“ปีนี้เราประสบปัญหาน้ำท่วมและมีงานพระศพ จากเดิมที่เคยจัด 11 วัน ก็เหลือ 7 วัน แต่ความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติไม่ได้ด้อยกว่า”

ดังนั้นการตัดลดกิจกรรมลำดับที่ 8 ซึ่งภาพยนตร์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ 84 ปีแห่งความยิ่งใหญ่เรืองรองของกรุงรัตนโกสินทร์ และกิจกรรมลำดับที่ 9 การแสดงแสงสีและสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษามหาราชา” โดยให้จบลงในคืนวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554 โดยอ้าง 2 สาเหตุคือ 1. เพื่อความเหมาะสมและควรลด “งานรื่นเริง” เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วม และ 2. เพื่อเป็นการประหยัดไม่มากไปและไม่น้อยไปยึดทางสายกลาง ดูแล้วมีเรื่องที่น่าประหลาดอยู่พอสมควร เพราะมันมีความขัดแย้งกับสิ่งที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐให้สัมภาษณ์เองเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 อย่างสิ้นเชิง

กิจกรรมการแสดงภาพยนตร์พาโนรามา และแสงสีและสื่อผสม นั้นพบว่าคืนวันแรกมีคนเข้ามาชมประมาณ 4-5 พันคน มาวันที่ 4 ธันวาคมซึ่งจัดการแสดงเป็นวันที่ 2 คนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็น 6-7 พันคน โดยสิ่งที่น่าเสียดายใน 2 กิจกรรมนี้คือ การแสดงใน 1 ชั่วโมงครึ่งที่เป็นการใช้ศิลปะและการแสดงเพื่อถ่ายทอดพระราชประวัติและพระ ราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยยังมีบทที่ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย โดยประยุกต์เนื้อหาเข้ากับสถานการณ์น้ำท่วมด้วย

ซึ่งกิจกรรมที่ถูกตัดลดไปนี้ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นกิจกรรม “บันเทิง” ตามที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ กล่าวอ้าง หากแต่เป็นกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีและเทิดพระเกียรติอย่างสมพระเกียรติ ตามสิ่งที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ได้เคยแถลงข่าวเอาไว้เองเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2554 และงานรื่นเริงนั้นควรจะเหมาะกับการจัดคอนเสิร์ตเสียมากกว่า

เพราะถ้านายยงยุทธ วิชัยดิษฐ และคณะกรรมการจัดงานตัดสินใจและมีความคิดเช่นนี้จริง หากตัดสินใจลดกิจกรรมลงตั้งแต่วันแรก หรือในวันแถลงข่าว ประชาชนทั่วไปก็คงไม่เสียความรู้สึกอะไรมากเท่านี้ แต่การลดกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกำหนดล่วงหน้าแล้ว และแถลงข่าวจนลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว ตรงนี้ต่างหากที่เสมือนว่ารัฐบาลตั้งใจจะลดกิจกรรมให้เป็นที่ประจักษ์ในทาง สาธารณะเพราะต้องการส่งสัญญาณบางประการ ใช่หรือไม่?

เพราะประการหนึ่งเป็นส่งสัญญาณที่ผิดกล่าวหาว่า “งานเทิดพระเกียรติ เป็นงานบันเทิง?”

เพราะประการหนึ่งเป็นการส่งสัญญาณผิดว่า “กิจกรรมสื่อผสม แสง เสียง เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉพาะ 2 กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่ไม่ประหยัด?”

และอีกประการหนึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณทางสาธารณะว่า “รัฐบาลจะตัดลดงานเทิดพระเกียรติที่เตรียมไว้แล้วก็ได้ ใครจะทำไม?”

หรือต้องการส่งสัญญาณชะลอกระแสพสกนิกรและประชาชนจำนวนมากล้น ที่ให้ความสนใจกิจกรรมการแสดงเทิดพระเกียรติในทุกๆ ปี ใช่หรือไม่?

เพราะ การส่งสัญญาณแบบนี้ มันช่างบังเอิญประจวบเหมาะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความถวายพระพรแต่กลับใส่รูปภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 8 แทน โดยอ้างว่าเป็นความผิดพลาดของทีมงาน และกำลังขอพระราชทานอภัยโทษอยู่ในขณะนี้

มันเป็นช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะกับที่ประชาชนต่างรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ขบวนการจัดตั้งเพื่อดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นและ รุนแรงมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสมัยรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะในเว็บไซต์ เฟสบุ๊ค ยูทูป และทวิตเตอร์ ฯลฯ

เพราะถ้าสมมุติรัฐบาลไม่ได้มีเจตนาส่งสัญญาณเช่นนั้น ก็ต้องแปลว่านายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ก็ต้องตัดสินใจผิดพลาดอย่างร้ายแรงถึงไม่ได้คิดอย่างนี้ตั้งแต่ตอนต้นจึงมา ลดกิจกรรมในภายหลัง

ซึ่งงานสำคัญอย่างนี้ไม่ว่าจะเจตนาส่งสัญญาณที่ผิดๆ ต่อสังคมหรือจะเป็นเพราะตัดสินใจผิดพลาด สิ่งที่ควรกระทำก็คือต้องแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มี เงื่อนไข

และถ้านายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ไม่รับผิดชอบ รัฐบาลชุดนี้ก็ต้องรับผิดชอบแทนหากยังอุ้มชูสนับสนุนนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ก็ต้องถือว่าสมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจด้วย

การที่รัฐบาลได้กล่าวอ้างว่าผู้แทนสำนักพระราชวังก็เห็นด้วยกับการลดกิจกรรม ทั้ง 2 ดังกล่าว ทั้งๆที่ สำนักพระราชวังนั้นเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายก รัฐมนตรีและต้องทำตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ต่างจากสำนักราชเลขาธิการที่ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทโดยตรง ดังนั้นการที่คนในรัฐบาลกล่าวอ้างลอยๆแล้วอ้างว่าผู้แทนสำนักพระราชวังเห็น ด้วยในการตัดลดกิจกรรมในภายหลังให้สังคมเกิดความไขว้เขวนั้น จึงย่อมฟังไม่ขึ้น และสมมุติเป็นเช่นนั้นจริงผู้แทนของสำนักพระราชวังก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะผู้แทนของสำนักพระราชวังได้ให้สัมภาษณ์ไปปรากฏเป็นหลักฐานในการร่วม ตัดสินใจด้วยการไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วเช่นกัน

เว้นเสียแต่ว่าเป็นพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีรับ สั่งแนะนำให้ลด 2 กิจกรรมนี้ รัฐบาลก็ควรจะแถลงออกมาให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่อ้างว่ารัฐบาลตัดสินใจ เพื่อความเหมาะสมบ้าง ไม่ควรจัดงานรื่นเริงช่วงประชาชนทุกข์ยากบ้าง หรือไม่ ประหยัดบ้าง จริงหรือไม่?

การอ้าง ว่าเพื่อประหยัด ด้วยการการยุติกิจกรรม 2 รายการนั้น ความจริงแล้วไม่ได้เป็นภาระหรือมีผลต่องบประมาณอะไรมากมายเลย เพราะอันที่จริงงบประมาณที่ไม่รู้จักประหยัดและสูญเสียมากที่สุดก็คือการ ทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองต่างหาก โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ก็มีการทุจริตทั้งเรื่องอาหาร, เต้นท์เทวดา, ส.ส.รับงบประมาณอย่างผิดกฎหมาย, ซื้อเรือในราคาแพงๆ, ทุจริตถุงยังชีพ, ฯลฯ ใช่หรือไม่?

ยังไม่นับการเตรียมงบประมาณถลุงอีกหลายแสนล้านบาทด้วยจิตใจที่ไม่สุจริต และการทำโครงการประชานิยมอีกมหาศาล สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะทำให้ประเทศไทยต้องฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นมากกว่า 2 กิจกรรมนี้หลายล้านเท่าตัว

และความจริงที่ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนักการเมืองทุกฝ่ายต่างโกงชาติกินเมืองไม่เห็นแก่ประชาชน ประชาชนย่อมหวังสิ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจในการทำคุณความดีและประโยชน์ให้ กับส่วนรวมคือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์

และกิจกรรมการเทิดพระเกียรติถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญที่สานความสามัคคี ปรองดองของคนไทยทั้งชาติ ที่สามารถแสดงความรักและเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่แบ่งแยกเชื่อ ชาติ ศาสนา ความฝักใฝ่ทางการเมือง ถือเป็นความประเสริฐที่สุดของคนในชาติที่เรามีศูนย์รวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าประเทศชาติจะประสบภาวะวิกฤติหรือแตกแยกเพียงใดก็ตาม

แค่ จะยืนยันอีกครั้งหนึ่งให้พวกที่คิดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับรู้ว่า ไม่ว่าพวกคุณจะทำอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนชาวไทยแสดงความรู้สึกกันมากในเรื่องการตัด 2 กิจกรรม เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ประชาชนชาวไทยยังรักและจะรักพระเจ้าอยู่หัวตลอดไป” !!!!

บทความโดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์





ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน