เพราะเหตุใดสหรัฐอเมริกา และสหประชาชาติจึงคิดว่าควรจะต้องเข้ามาก้าวก่ายกับกิจการภายในของประเทศไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมาตรา112 และ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
เพราะเหตุใดรัฐธรรมนูญไทยจึงเห็นว่าจะต้องดำรงกฎหมายข้อนี้ไว้ตลอดมา
และเพราะเหตุใดทั้งสหรัฐอเมริกา และสหประชาชาติจะต้องไม่เข้ามาก้าวก่ายในเรื่องนี้
มีประเด็นที่ขอนำเสนอให้ท่านพิจารณาดังต่อไปนี้
- 1. ชาวอเมริกันสนใจปกป้อง “เสรีภาพในการพูดและการแสดงออก” เป็นอย่างยิ่ง แต่นั้นก็มิได้หมายความว่า การมีเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก จะรวมถึงการพูดจาใส่ร้าย ดูถูกดูหมิ่น และก้าวร้าวบุคคลอื่นอย่างหยาบคาย อย่างไร้ขอบเขตและโดยไม่มีเหตุผล
นี่จึงเป็นเหตุผลข้อหนึ่งซึ่งเราจะต้องรักษากฎหมายข้อนี้ซึ่งเป็นเพียงข้อเดียวที่จะสามารถปกป้องพระองค์และพระเกียรติยศได้
2. 2. บุคคลผู้ที่เพิ่งได้รับการตัดสินลงโทษจำคุก20 ปีซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ส่งข้อความหยาบคายด่าว่า ให้ร้าย ข่มขู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราและสมเด็จพระราชินีถึงสี่ครั้ง โดยใช้ถ้อยคำต่างๆกัน เขากระทำการจาบจ้วงนี้ทั้งๆที่ไม่เคยปรากฏว่าทั้งสองพระองค์ทรงกระทำสิ่งใดผิด หรือทรงกระทำสิ่งใดที่เป็นอาชญกรรมต่อประเทศชาติหรือต่อบุคคลนี้และครอบครัวของเขาเลย
3.ในระหว่างกระบวนการสอบสวนหาความจริงในศาล บุคคลผู้นี้ต่อสู้โดยอ้าง “สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” จึงเป็นการชัดเจนว่าเขาได้กระทำความผิดและฝ่าฝืนกฎหมายจริงถึงสี่ครั้ง หรือสี่กรณี และถูกตัดสินลงโทษจำคุกกรณีละห้าปี อย่างไรก็ตามเขายังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์และฎีกาได้
ความจริงแล้วต้องนับว่าบุคคลผู้นี้ยังโชคดีที่กฎหมายฉบับเดียวกันนี้ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ถ้อยคำหรือข้อความที่เขาใช้ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้อย่างเปิดเผย มิฉะนั้นแล้วเขาอาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินไทยได้ แม้ในขณะนี้เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เขาควรจะดีใจที่ติดอยู่ในคุก เพราะถ้าเขาออกมาเดินถนนได้อย่างเสรี ผู้คนอาจจะไม่เพียงแต่จับเขามาทาตัวด้วยน้ำมันดินและขนนก (เช่นที่ชาวอเมริกันเคยใช้ลงโทษผู้กระทำผิดบางกรณีในสมัยหนึ่ง)
4.กฎหมายมาตรา112 และกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย เป็นสิ่งที่มีพื้นฐานมาจากประเพณีและวัฒนธรรมอันสืบเนื่องมายาวนานของชาติไทย ดังนั้นสหรัฐอเมริกาและสหประชาชาติไม่ควรเข้ามาก้าวก่าย หากว่าองค์กรทั้งสองสนใจที่จะช่วยเหลือประเทศไทยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็น่าจะมุ่งความสนใจไปที่การคลี่คลายความจริงในกรณีการเสียชีวิตเกือบ80 ศพที่ตากใบและการสังหารหมู่ผู้ประท้วงที่ไร้อาวุธในกรณี 7 ตุลาคม
5.จากกรณีในข่าวที่ยกมาข้างล่างนี้ ถ้าหากว่าประเทศไทยจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับสหรัฐแล้ว เราควรจะทำอย่างไรกับบุคคลผู้ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและหยาบคายต่อพระประมุขของเรา บุคคลผู้นี้ควรได้รับการลงโทษสถานใด
ถ้าหากว่าเด็กวัยรุ่นอายุสิบเจ็ดปี ที่ส่งข้อความด่าว่าท่านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า “ไอ้—“ เพียงหนึ่งครั้ง ถูกรัฐบาลสหรัฐฯลงโทษโดยห้ามเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาตลอดชีวิต
บุคคลผู้นี้ซึ่งอายุหกสิบเอ็ดปี นับว่ามีวัยวุฒิ รู้ความควรไม่ควรมากกว่าเด็กวัยรุ่น ยังกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระโดยตั้งใจดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถึงสี่กระทง สมควรที่จะถูกห้ามเข้าประเทศไทยสี่ชั่วชีวิตของเขาหรือไม่
หรือว่าท่านเลขาธิการฯและท่านเอกอัครราชทูตฯไม่เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีของราชอาณาจักรไทย สมควรได้รับการปกป้องพระเกียรติยศ ในลักษณะเดียวกับประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
ด้วยความเคารพ
ประชาชนชาวไทย















