โรคลัทธิคลั่งประชาธิปไตย Hyper-Democrazyism disease
#1
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:32
พวกที่นึกว่าตัวเองฉลาด จะเป็นกันง่าย
อย่างไอ้พวกเด็กนิติราด ไอ้ธงไช วินิจปฎิกูล ไอ้สมศักดิ ไม่เจียม
แม้แต่นังดอกทอง หรือนังไม่มีนามสกุล กระทั่งเศษเจ้าอย่างไอ้ปื้มมมม์
เดี๋ยวนี้ลามเข้ามาในนี้ด้วย สมาชิกหลายคน เป็นโรคนี้ขนาดหนัก
คงจะคิดว่า ติดเชื้อนี้แล้วจะฉลาดขึ้น
ไม่ใช่เลย เชื่องขึ้นต่างหาก
ลองมาตรวจอาการกันดู
#2
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:34
เอ่อ เป็นพวกอยากดัง เรียกร้องความสนใจด้วยครับ
- V.Junior for Vendetta, demonoidphenomenon and ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ like this
#3
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:38
ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง การมีทาสถือเป็นเรื่องชอบธรรม
#4
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:42
#5
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:43
#6
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:44

มาดูอาการของรายแรก
ชื่อ.......ภควดี
นามสกุล........ไม่มีนามสกุล
เห็นอะไรใหมครับ มันบอกว่ามัน ชื่อ XXXXX นามสกุล YYYYY
แล้วมันก็ ใช้นามสกุล YYYYY นี้ว่า "ไม่มีนามสกุล"
มันคิดอะไร
เดิมทีมันมีนามสกุลนะ วีระอะไรสักอย่าง ต่อมาพลันนึกได้ว่านามสกุลนี่ เป็นของพระราชทาน
มันก็เลยกระทำการต่อต้าน ด้วยการใช้นามสกุลว่า ไม่มีนามสกุล
ซึ่งก็ยังเป็นการรับบุญคุณจากเจ้าอีกนั่นแหละ ตราบใดที่ยังใช้นามสกุล ไม่ว่าจะใช้ว่าอะไร
ก็ใช้ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณอยู่ดี
แล้วมันก็ลืมอีก ว่าภาษาไทยนี้ แต่ก่อนไม่มี พ่อขุนรามหาไคร่ในใจสร้างไว้
แปลว่า เมื่อมันใช้ภาษาไทยอย่างนี้ มันก็ใช้ลิขสิทธิ์ทางปัญญาของเจ้า
ที่จริงมันต้องใช้ขื่อว่า อีติ๋ม แซ่เหียก และใช้ภาษาโคตรเง่าเดิมของมัน
เช่นอาจจะเป็นภาษาจีน แกว
หรือภาษาชะนี
จึงจะพ้นจากปริมณฑลพระมหากรุณาธิคุณของระบบกษัตริย์
โรคนี่เรียกว่า โง่แบบงั่งๆ
- baboon, พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน, ศรอรชุน and 3 others like this
#7
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:46
#8
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:50
จินตนาการไปเองว่าจะทำให้ตัวเองมีค่าขึ้นมาโดยเอาประชาธิปไตยบังหน้า
เจตนารมณ์ส่วนตัว
- ไม่ใช้ถ้อยคำที่คำหยาบคาย
- ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่มีเหตุผล
#9
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:58
เห็นอะไรใหมครับ มันบอกว่ามัน ชื่อ XXXXX นามสกุล YYYYY
แล้วมันก็ ใช้นามสกุล YYYYY นี้ว่า "ไม่มีนามสกุล"
คนโบๆก่อน ร. 6 เค้าใช้ชื่อตัวเดียวกัน เช่นคนชื่อหมา ใส่ข้างหน้าว่าอำแดง ---> เป็นอำแดงหมา
ผู้ชายปัจจุบัน ต้องใช้ไอ้ นำ --> เป็นไ้หมาก แล้วไม่ต้องใส่นามสกุลว่า เว่อร์ ให้เรียกไ้หมาก ......
เป็นต้น
ถ้าจะใส่นามสกุล ให้ใส่ว่า อมปากกระบอกปืน เพราะเป็นประชาธิปไตร
AMAZING coup d'etat , THAILAND ONLY ..
#10
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:18
(จากเว็บประพันธ์สาส์น ต้องเข้าทางแคช ดูเหมือนลิ้งค์พัง เพราะนานมาก)
เวลาว่างจากหน้าที่แม่บ้านรวมถึงว่างจากงานอดิเรกที่รับงานแปลด้วย พี่มักทำอะไรคะ
อ่าน หนังสือ เพราะถ้าไม่ชอบอ่านหนังสือคงไม่มาทำงานแปล ดูหนังบ้างเพราะตอนหลังถูก "ใบสั่ง" จากพี่ชายค่ะ คือพี่ชายออกนิตยสารเกี่ยวกับเครื่องเสียงชื่อ "Hi-Fi Today" และสั่งให้เขียนวิจารณ์หนังให้ค่ะ ตอนนี้ออกมาได้สองฉบับแล้ว นอกจากนี้ทำอะไร? ถ้าเป็นช่วงฟุตบอลโลกกับฟุตบอลยูโร ก็จะดูฟุตบอลอย่างเดียวทั้งเดือน แล้วก็เล่นเกม Sims
พี่คง เป็นคนจำพวก "ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก" คือพี่ไม่ฟังเพลง พี่จะฟังเพลงเฉพาะเวลาเดียวคือเวลาขับรถ หมายถึงถ้าอยู่ว่าง ๆ จะให้เปิดเพลงนั่งฟังนี่ไม่มีทาง นักร้องนักดนตรีที่ชอบฟังก็มีไม่มาก เช่น Jackson Browne ดนตรีเคลติกโดยเฉพาะ The Chieftains เพลงบลูส์ที่ไม่เศร้าเกินไป คาราวาน แล้วก็วสันต์ สิทธิเขตต์
สรุปว่า ยัยนี่ก็คือชนชั้นกลางเลือดเจ๊กธรรมดาๆ คนหนึ่ง พี่ชายรวย ตัวมันก็คงรวยด้วย
มาเปลี่ยนไปเพราะติดเชื้อโรคระบาดคลั่งประชาธิปไปตายนี่แหละ
#11
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:42
เพ็ญ พักคะดาก
ยัยนี่ เป็นหนึ่งในสัตว์โลกตัวเมียที่สุดสยอง
มันอวดตัวว่า เป็นกวีที่สวยที่สุดในโลก
มีสาวกคอยตามอวย
แต่ขอโทษ มันอวยตัวเองก่อนในทุกประเด็น น่าไม่อายจริง
#12
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:48
มาดูอาการของรายแรก
ชื่อ.......ภควดี
นามสกุล........ไม่มีนามสกุล
เห็นอะไรใหมครับ มันบอกว่ามัน ชื่อ XXXXX นามสกุล YYYYY
แล้วมันก็ ใช้นามสกุล YYYYY นี้ว่า "ไม่มีนามสกุล"
มันคิดอะไร
เดิมทีมันมีนามสกุลนะ วีระอะไรสักอย่าง ต่อมาพลันนึกได้ว่านามสกุลนี่ เป็นของพระราชทาน
มันก็เลยกระทำการต่อต้าน ด้วยการใช้นามสกุลว่า ไม่มีนามสกุล
ซึ่งก็ยังเป็นการรับบุญคุณจากเจ้าอีกนั่นแหละ ตราบใดที่ยังใช้นามสกุล ไม่ว่าจะใช้ว่าอะไร
ก็ใช้ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณอยู่ดี
แล้วมันก็ลืมอีก ว่าภาษาไทยนี้ แต่ก่อนไม่มี พ่อขุนรามหาไคร่ในใจสร้างไว้
แปลว่า เมื่อมันใช้ภาษาไทยอย่างนี้ มันก็ใช้ลิขสิทธิ์ทางปัญญาของเจ้า
ที่จริงมันต้องใช้ขื่อว่า อีติ๋ม แซ่เหียก และใช้ภาษาโคตรเง่าเดิมของมัน
เช่นอาจจะเป็นภาษาจีน แกว
หรือภาษาชะนี
จึงจะพ้นจากปริมณฑลพระมหากรุณาธิคุณของระบบกษัตริย์
โรคนี่เรียกว่า โง่แบบงั่งๆ
เหี่ยวไปนะท่าน แบบนี้ไม่น่ากิน
#13
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:53
#15
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:01
#16
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:19
โรคลัทธิคลั่ง ..Hyper
สะกดจิตหมู่
http://www.youtube.com/watch?v=pSWN6Qj98Iw
http://www.youtube.com/watch?v=EfqP1VxVMMI
![]()
...E=mc2 เข้าใจสูตร 3บรรทัดอย่างแตกฉาน
ย่อมรอบรู้กว่า...
...การอ่านตำราหมดทั้งหอสมุด แต่อ่านไปเรื่อยแบบไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจห่าอะไรเลย...
#17
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:24
ความจริงแล้วถ้าลองคิดดูดีๆ อุดมการณ์ชาตินิยมของ ฮิตเลอร์ ก็ไม่ผิดนะ แต่เมื่อเจ้าลัทธิ+สาวก
เริ่มเดินเลยขอบเขตเข้าสู่ความบ้าคลั่ง ผลเป็นยังไง คงไม่ต้องอธิบาย
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม คือ ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
คุณธรรมที่พร้ำสอน ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา ส่วน ประชาธิปไตยน่ะรึ เอาเข้าจริงๆ สำคัญอันใด??
#18
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:28
โรคลัทธิคลั่ง ..Hyper
สะกดจิตหมู่
http://www.youtube.com/watch?v=pSWN6Qj98Iw
http://www.youtube.com/watch?v=EfqP1VxVMMI
ขอหลักฐานหน่อยสิว่าเป็นการสะกดจิตหมู่
คุณรู้เรื่องเกาหลีเหนือมากขนาดใหน ถึงกล้าพูดเช่นนี้
#19
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:37
#20
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:44
ผมว่าอาการของโรค คล้ายๆกัน ต่างกันตรงที่ โรคนี้ คนส่วยน้อยเป็นครับ แต่เผอิญ คนในนี้เป็นเยอะเลยดูเหมือน คนปกติไป คนที่ปกติในนี้เลยดูผิดปกติ...
"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"
"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"
"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"
#21
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:45
#22
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:46
โรคลัทธิคลั่ง ..Hyper
สะกดจิตหมู่
http://www.youtube.com/watch?v=pSWN6Qj98Iw
ทำไมเหมือนสาวกศาสนาชินวัตรในคลิปนี้เลยวะ
http://www.youtube.com/watch?v=ujgvG5hHI34&feature=related
- Thai4u likes this
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
#23
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:56
โรคเดียวกับ Hyper-DemocratPartyism disease หรือปล่าวครับ
ผมว่าอาการของโรค คล้ายๆกัน ต่างกันตรงที่ โรคนี้ คนส่วยน้อยเป็นครับ แต่เผอิญ คนในนี้เป็นเยอะเลยดูเหมือน คนปกติไป คนที่ปกติในนี้เลยดูผิดปกติ...
Hyper-Democrazyism disease ชื่อกระทู้ของผม
Hyper-DemocratPartyism disease อวดจะคิดศัพท์มั่ง
ชอบลอกแบบ
อาการของพวกที่เป็นโรคนี้ เห็นๆ
ชอบคุณที่เอาอาการมาเผยแพร่เป็นวิตถาร เอ้ย วิทยาทาน
- David_GinoLa and Bookmarks like this
#24
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:04
รุ่นใหม่ โฉมใหม่แท้ รุ่นแก้ผ้า หัวนมดำ อิอิ เสริมให้กลัวมันไม่ฮิตจริง
#25
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:15
พ่อแม่ยังไม่ตาย แต่ทำเหมือนร้องไห้ล่วงหน้า
กรณีเกาหลีเหนือนั่น มีคนตายจริงๆ มาร้องด้วยกันเป็นพันเป็นหมื่น
แต่นี่ อยู่คนเดียว
อาการกำเริบ
มารดามันเอาธงประเทศกรูไปซับน้ำตาซะงั้น
#26
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:43
ผู้ป่วยหลายคนจะชอบอ้างคำว่า"ประชาธิปไตย"เพื่อทำให้ตนเองดูดีเท่านั้น หาได้ใส่ใจสาระสำคัญไม่
#27
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:50
ชอบการ์ตูนแนวhentaiขนาดเอามาตั้งเป็นนามแฝง แสดงว่าวิตถารไม่ธรรมดาโรคเดียวกับ Hyper-DemocratPartyism disease หรือปล่าวครับ
ผมว่าอาการของโรค คล้ายๆกัน ต่างกันตรงที่ โรคนี้ คนส่วยน้อยเป็นครับ แต่เผอิญ คนในนี้เป็นเยอะเลยดูเหมือน คนปกติไป คนที่ปกติในนี้เลยดูผิดปกติ...
#28
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:04
โรคเดียวกับ Hyper-DemocratPartyism disease หรือปล่าวครับ ผมว่าอาการของโรค คล้ายๆกัน ต่างกันตรงที่ โรคนี้ คนส่วยน้อยเป็นครับ แต่เผอิญ คนในนี้เป็นเยอะเลยดูเหมือน คนปกติไป คนที่ปกติในนี้เลยดูผิดปกติ...
ที่แน่ๆ โรค hyperdemocracy มันมีจริงครับ ท่านเป็นรึเปล่า? ลองเชคตัวเองดู
#29
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:11
จะกลายเป็นโรคคลั่งลัทธิประชาธิปไตยผูกขาด
คือมีแต่ของกูเท่านั้น ที่เป็น
ทำอย่างเดียวกัน คือทหารเอาปืนจี้รัฐบาลให้ออกไป
ปรีดีทำ เรียกว่าดี
คมช. ทำ เรียกว่าชั่ว
พวกกูรู้ เอ้ย กูรู เสื้อแดงเป็นกันทุกคน
- -3-, David_GinoLa, overtherainbow and 1 other like this
#30
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:21
#31
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:23
#32
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:31


#33
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 18:13

.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#34
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 20:44
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#35
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:22
อุดมการณ์บนเส้นขนาน
-๑-
เคยร่วมเรียงเคียงข้าง ขบวนเคลื่อน
ตุลาเตือนเพื่อนนิสิต นักศึกษา
พิราบขาวใสพิสุทธิ์จุด ศรัทธา
ม็อบต้นกล้าเติบก้าวเยาวชน
ข้อความนี้ ถ้าหมายถึงตัวเอง ก็ตอแหล
เพราะยัยนี่เรียนเตรียมรุ่น 46 พศ.2523-24
ถอยลงไปเก้าปี มันอดนมยังอะ
แม้นดาวตกหกตุลามิราร้าง
เพื่อนสิ้นลมล้มร่างกลาง ห่าฝน
บ้างหลบลี้หนีไกลไพรสกล
มอบกมลทนสู้สู่เส้นชัย
อีนี่โง่อวดฉลาด กรณีหกตุลา ไม่มีการต่อสู้
ฝ่ายขวาจัดเข้ามา ฆ่าลูกเดียว
ขวาจัดพวกนี้ ต่อมาเป็นสมุนแม้วมากมาย
สมัคร สล้างกับตำรวจที่ต่อมาเป็นมะเขือเทศ พวกกรมน. ด้วย
เขียนกลอนแบบกลอนพาไป ภาษาไม่ชัด ความหมายผิด
และไม่มีรสคำ
พฤษภาทมิฬม็อบมือถือ
ชนชั้นกลางแท้ก็คือเพื่อน เติบใหญ่
รวมพลังผนึกเหนียวร้อย เกลียวใจ
ร่วมขับไล่ทรราชอำนาจมาร
เห็นปะ อยู่ดีๆ อีนี่ก็ด่าทักสิน เพราะม๊อบมือถือ มาขับไล่ทรราช
ทรราชนี้แหละ ที่อวยประโยชน์ให้ทักษิณ จนมันกลับมาเป็นทรราชเสียเอง
ลองไปอ่านดูสิ
พวกขี้โม้ พวกอวดตัว พวกชอบพูดเรื่องที่เหนือตัวเอง....
พวกนี้ขี้กลากทั้งนั้น
#36
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:30
- อู๋ ฮานามิ likes this
#37
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:34
ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ตดออกมายังว่าหอม
กำลังด่าไอพวกขวาหกตุลาแบบสมัครอยู่ดีดีพอมันมาเป็นนายกเผด็จการให้ไอเหลี่ยม
กาบัตรให้มันทันที
ลองดูถ้ามีคนปชป.ตาย(ขอยกแรงหน่อยจะได้เห็นชัดๆ) รับรองไม่มีคนที่บอร์ดนี้ร้องไห้แบบคลั่งๆ
อย่างน้อยก็เราคนนึงหละ ไม่ร้องเด็ดขาด ร้องไห้ให้พวกมันทำไม ญาติเราสะที่ไหน เหอ เหอ
- David_GinoLa likes this
AMAZING coup d'etat , THAILAND ONLY ..
#38
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:37
สล้าง บุนนาค กับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ตำรวจปราบจลาจลและสล้าง บุนนาค*
ตำรวจปราบจลาจลเป็นแผนกหนึ่ง (แผนก 5) ของกองกำกับการ 2 กองปราบปราม พ.ต.ท.สล้าง บุนนาค เป็นรองผู้กำกับการ 2 คนหนึ่ง เขาให้การแก่ศาลทหารว่า ได้รับคำสั่งจากพล.ต.ต.สุวิทย์ โสตถิทัต ผู้บังคับการกองปราบปราม เมื่อเวลาตีหนึ่งของคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ให้นำกำลังตำรวจปราบจลาจลไป "รักษาความสงบที่บริเวณท้องสนามหลวงและหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" เขาจัดกำลังได้ประมาณ 200 คน นำไปถึงธรรมศาสตร์เมื่อเวลาตีสาม ต่อมาเวลาประมาณ 8 นาฬิกา ก็ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมตำรวจ "ให้เข้าไปทำการตรวจค้นจับกุมและให้ใช้อาวุธปืนได้ตามสมควร" (อย่างไรก็ตาม "ที่ ข้าฯได้รับคำสั่งให้ใช้อาวุธได้จากอธิบดีตำรวจนั้น ได้รับคำสั่งโดยมีนายตำรวจมาบอกด้วยวาจา จำนายตำรวจนั้นไม่ได้ว่ามียศเป็นอะไร...มาบอกกันหลายคน")
ขณะที่สล้าง ทั้งในคำให้การต่อศาลทหารและในบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับ 6 ตุลา ที่เขาเผยแพร่หลังจากนั้น (เช่นในส่วนที่เกี่ยวกับป๋วย อึ๊งภากรณ์เมื่อเร็วๆนี้) พยายามเสนอภาพตัวเองว่าเป็นเพียงเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยปกติตาม กฎหมายและตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา คำให้การและบันทึกความจำของเขาเองมีช่องโหว่และจุดที่ขัดแย้งกันเอง ซึ่งชวนให้สงสัยได้ว่าพฤติกรรมของเขาในวันนั้นมีเบื้องหลังทางการเมือง คือ มีความเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพลังฝ่ายขวาที่มุ่งกวาดล้าง ทำลายขบวนการนักศึกษาเพื่อปูทางไปสู่การรัฐประหาร
สล้างอ้างว่าในคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519 เวลา ประมาณห้าทุ่มครึ่ง เขาเดินทางไปสังเกตการณ์บริเวณสนามหลวงหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยตัวเอง โดยแต่งกายนอกเครื่องแบบ แล้วจู่ๆในระหว่างที่เดินอยู่บริเวณหน้าประตูมหาวิทยาลัยด้านวัดมหาธาตุ ก็มี "ผู้หญิง 3 คนซึ่งข้าฯ ไม่เคยรู้จักมาก่อนมาพบข้าฯ...บอกข้าฯว่าเขาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์...บอกว่าในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการแสดงละครการเมืองดังกล่าวซึ่ง น่าจะทำให้เกิดเหตุร้ายขึ้นได้ ทางตำรวจไม่ดำเนินการอย่างไรบ้างหรือ" เขาจึงพาทั้งสามไปรายงานพล.ต.ต.สุวิทย์ โสตถิทัต เพื่อให้ปากคำที่กองปราบ แล้วจึงเดินทางไปแผนก 5 "เพื่อเตรียมกำลังตามคำสั่งพล.ต.ต.สุวิทย์" จัดกำลังได้ 200 คนนำกลับมาที่ธรรมศาสตร์
นี่เป็นความบังเอิญอันเหลือเชื่อ อย่าลืมว่านั่นเป็นเวลาใกล้เที่ยงคืน สล้างไม่ได้แต่งเครื่องแบบ "อาจารย์ธรรมศาสตร์" ทั้งสามจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นใคร? (สล้างอ้างว่า "เชื่อว่าคงมีอาจารย์คนใดคนหนึ่งรู้จักหน้าข้าฯ") อย่าว่าแต่ "อาจารย์" ทั้งสามไปทำอะไรดึกดื่นเที่ยงคืนขนาดนั้นในบริเวณนั้น? ยิ่งถ้าไม่พอใจการแสดงละครของนักศึกษาทำไมไม่ไปแจ้งความที่ สน.สักแห่งตั้งแต่กลางวัน หรือตั้งแต่วันที่ 4 ซึ่งเป็นวันแสดงละคร กลับมาเดินท่อมๆในยาม วิกาลให้เจอสล้างโดยบังเอิญเพื่อร้องเรียนได้เช่นนั้น?
เรื่องประหลาดของสล้างในวันที่ 5 ตุลาคม ยังมีอีก: ในระหว่างตอบคำถามโจทก์ในศาลทหาร เขาไม่ยอมเล่าถึงการกระทำอย่างหนึ่งของตัวเอง จนกระทั่งเมื่อทนายจำเลยซักค้าน จึงได้ยอมรับว่า หลังจากพา "อาจารย์ธรรมศาสตร์" ทั้งสามไปให้ปากคำที่กองปราบ แต่ "ก่อนที่ข้าฯจะนำเอากำลังตำรวจ 200 คนออกไปปฏิบัติ การนั้น ข้าฯได้ไปพบหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชที่บ้านในซอยเอกมัยก่อน ข้าฯไปเองไม่มีใครสั่งให้ไป ข้าฯไปดูความเรียบร้อยของผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าฯ"
อย่าลืมว่าขณะนั้น (ตี 1-2) ตาม คำให้การของเขาเอง สล้างอยู่ภายใต้ "คำสั่งพล.ต.ต.สุวิทย์" ให้นำกำลังไปที่ธรรมศาสตร์ แต่แทนที่จะรีบไปปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา กลับเถลไถลแวะไปบ้านเสนีย์โดย "ไม่มีใครสั่งให้ไป" เพียงเพื่อ "ดูความเรียบร้อยของผู้ใต้บังคับบัญชา" ทนายจำเลยเสนอเป็นนัยยะว่าแท้จริงสล้างไปเพื่ออาสานำกำลังไปปราบนักศึกษา (ใน ฐานะของความเป็นฝ่ายขวา แบบเดียวกับที่จำลอง ศรีเมืองและพวก "ยังเตอร์ก" เคยแอบเข้าพบเสนีย์ที่บ้านเพื่อเรียกร้องทางการเมืองในปีนั้น) แต่สล้างปฏิเสธ "โดยส่วนตัว ข้าฯไม่ได้ขออนุญาตต่อท่านนายกรัฐมนตรีนำกำลังออกปฏิบัติการ" อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า "ได้ พบกับนายกรัฐมนตรีและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังด้วย เมื่อข้าฯได้เล่าเหตุการณ์ให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟังแล้ว ท่านได้บอกกับข้าฯว่า เรื่องนี้สั่งการไปทางอธิบดีกรมตำรวจแล้ว ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมชไม่ได้สั่งอะไรเป็นพิเศษแก่ข้าฯในขณะนั้น" ซึ่งชวนให้สงสัยว่าคนระดับนายกรัฐมนตรีจะต้องมาชี้แจงให้นายตำรวจระดับรอง ผู้กำกับที่แวะมาหาตอนตีสองโดยไม่บอกล่วงหน้าและเป็นการส่วนตัวทำไม?
ในบันทึก "กรณีเหตุการณ์ 6 ตุลาคมที่เกี่ยวข้องกับดร.ป๋วย" ที่สล้างเผยแพร่ในโอกาสการถึงแก่กรรมของป๋วย อึ๊งภากรณ์เมื่อเร็วๆนี้ เขาเล่าว่าในวันที่ 6 ตุลา หลังจากนักศึกษาในธรรมศาสตร์ "มอบตัว" ต่อตำรวจแล้ว เขา "ได้ รับวิทยุจากผู้บังคับการกองปราบฯ...สั่งการให้ผมเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล โดยด่วน เนื่องจากประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาลในขณะนั้นบุกเข้าไปในทำเนียบ โดยมีคำสั่งให้รักษาความปลอดภัยหรือหาทางพาท่านนายกฯม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ออกจากทำเนียบรัฐบาลให้ได้" เมื่อไปถึงทำเนียบ "ทราบว่า ฯพณฯนายกฯมีความประสงค์จะลาออก เพื่อให้เกิดความสงบสุข มีส.ส.ส่วนหนึ่งเห็นด้วย อีกส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย ตัวคุณสราวุธ นิยมทรัพย์ (เลขาธิการนายกรัฐมนตรี) ก็ถูกคุมเชิงอยู่ ไม่กล้านำใบลาออกที่พิมพ์เสร็จแล้วไปเสนอนายกฯ"
สล้างอ้างต่อไปว่า :
“หลังจากหารือกับคุณสราวุธ, ม.ล.เสรี ปราโมช กับพวก ส.ส. เห็นด้วยกับการคลี่คลายสถานการณ์ โดยให้ท่านนายกฯลาออก ได้ข้อยุติดังนี้
1.มอบหมายให้ผมเป็นผู้นำใบลาออกไปให้นายกฯลงนาม
2.จัดรถปราบจลาจลมาจอดหน้าทำเนียบเพื่อให้ท่านนายกฯประกาศลาออกต่อหน้าประชาชนที่บุกเข้ามาในทำเนียบ
3.จัดกำลังคุ้มกันนายกรัฐมนตรีไปที่บก.ร่วมซึ่งตั้งอยู่ในบก.สูงสุด (เสือป่า) ปัจจุบันนี้ เพื่อร่วมกันพิจารณาคลี่คลายสถานการณ์
“เมื่อได้รับการขอความร่วมมือและเห็นว่าเป็นทางเดียวที่ดีที่สุด คือให้ผู้นำ ทั้ง 2 ฝ่าย คือท่านนายกฯและฝ่ายทหารได้เจรจาหรือแก้ไขร่วมกันก็คงจะเป็นประโยชน์ ผมจึงได้ปฏิบัติ
“ผลการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อย....”
- overtherainbow likes this
#39
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:43
เวลาประมาณ 18.15 น.ได้มีตำรวจชั้นนายพันโท (สล้าง บุนนาค)
ตรงเข้ามาจับผู้เขียน โดยที่กำลังพูดโทรศัพท์อยู่
ได้ใช้กริยาหยาบคายตบหูโทรศัพท์ร่วงไป
แล้วบริภาษผู้เขียนต่าง ๆ นานา
บอกว่าจะจับไปหาอธิบดีกรมตำรวจ
ผู้เขียนก็ไม่ได้ตอบโต้ประการใด
ตำรวจดีๆ อย่างนี้แหละ ที่สนับสนุนนายกทักสิน
เหอๆๆๆๆๆๆๆๆ
- overtherainbow, Bookmarks and ดราม่า like this
#40
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:59
#41
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:00
โรคเดียวกับ Hyper-DemocratPartyism disease หรือปล่าวครับ ผมว่าอาการของโรค คล้ายๆกัน ต่างกันตรงที่ โรคนี้ คนส่วยน้อยเป็นครับ แต่เผอิญ คนในนี้เป็นเยอะเลยดูเหมือน คนปกติไป คนที่ปกติในนี้เลยดูผิดปกติ...
ที่แน่ๆ โรค hyperdemocracy มันมีจริงครับ ท่านเป็นรึเปล่า? ลองเชคตัวเองดู
ถึงมันเป็นมันก็บอกว่ามันไม่เป็น เหมือนส่องกระจกแต่ไม่เห็นเงาตัวเอง
#42
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:28
The most valuable things in life are not measured in monetary terms.
The really important things are not houses and lands, stocks and bonds, automobiles and real estate,
but friendships, trust, confidence, empathy, mercy, love and faith.
#43
ตอบ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:40

ปวิน
ไอ้นี่เคยเป็นเจ้าหน้าที่สถานฑูตสิงคโปร์ มีหน้าที่เขียนบทความเลียทักสิน
เดี๋ยวนี้เป็นแกนนำแก้ผ้าให้นังดอกทอง.....อิอิ คุณ nn1234 หารูปเก่งจริงๆ
ดูแล้ว กามรสบูดเน่า
http://www.oknation....1/12/11/entry-1
#44
ตอบ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 01:03

อันนี้น่าจะไกล้โคม่าแล้ว
#45
ตอบ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 03:19
เคยเห็นป่าวววว
หิน
สวยกว่าคน
คนนี้แฟนเก่าพี่ชายผมเองครับ
อยากบอกว่าถ้าใครเข้าบล็อกโอเคเนชั่น มีกวีสาวชื่อเพลงผ้า..เลือดรักชาติรักในหลวงของเธอยิ่งชีพ
และถ้ารูปอวทาร์ของเธอไม่หลอกกัน...ขอบอกว่าเจ๊เพ็ญ "ผู้อ้างว่าเป็นกวีที่สวยที่สุดในโลก.." สมควรไปกราบคุณเพลงผ้าซะแต่โดยดี...สวยโคดดดด
#46
ตอบ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 08:55
คนนี้แฟนเก่าพี่ชายผมเองครับ
คนใหนละหว่า
ยัยนี่อวดว่า มีคนมาจีบเป็นร้อย
แต่ตัวมันถูกผู้ชายทิ้ง จึงมาเป็นกวี....อ้วก
ถ้าแฟนคนปีจจุบัน ที่มีลูกด้วยกันก็เป็นเด็กมะหาลัยเดียวกัน
ผมเคยอ่านเจอ นังนี่เอาการมีผัวมาให้สัมพลาดว่า
ก่อนเอากัน(เป็นแฟน) มีการวัดพลังกันด้วย ....เหอๆๆๆๆๆๆ
ยังกะพวกสัตว์ป่าเรยยยยย
#47
ตอบ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:34
ไอ้นี่ป่วยด้วยโรคตอแหลแลกเงินค่าจ้างโพสโรคเดียวกับ Hyper-DemocratPartyism disease หรือปล่าวครับ
ผมว่าอาการของโรค คล้ายๆกัน ต่างกันตรงที่ โรคนี้ คนส่วยน้อยเป็นครับ แต่เผอิญ คนในนี้เป็นเยอะเลยดูเหมือน คนปกติไป คนที่ปกติในนี้เลยดูผิดปกติ...
#48
ตอบ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:01
คนนี้แฟนเก่าพี่ชายผมเองครับ
คนใหนละหว่า
ยัยนี่อวดว่า มีคนมาจีบเป็นร้อย
แต่ตัวมันถูกผู้ชายทิ้ง จึงมาเป็นกวี....อ้วก
ถ้าแฟนคนปีจจุบัน ที่มีลูกด้วยกันก็เป็นเด็กมะหาลัยเดียวกัน
ผมเคยอ่านเจอ นังนี่เอาการมีผัวมาให้สัมพลาดว่า
ก่อนเอากัน(เป็นแฟน) มีการวัดพลังกันด้วย ....เหอๆๆๆๆๆๆ
ยังกะพวกสัตว์ป่าเรยยยยย
คนที่มีลูกด้วยกันเป็นนักร้อง ชื่อชมพู ผลไม้ ค่ะ
นึกได้แล้วคุณแอมสับเฉลิมกับสล้างน่าจะสนุก
มีคิวให้มั้ยคะ
#49
ตอบ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:13
อ้าว แล้วเมียที่เป็นนักร้องด้วยกันไปไหนซะล่ะครับ ทำไมไปมีลูกกับคนนี้ได้
คนนี้แฟนเก่าพี่ชายผมเองครับ
คนใหนละหว่า
ยัยนี่อวดว่า มีคนมาจีบเป็นร้อย
แต่ตัวมันถูกผู้ชายทิ้ง จึงมาเป็นกวี....อ้วก
ถ้าแฟนคนปีจจุบัน ที่มีลูกด้วยกันก็เป็นเด็กมะหาลัยเดียวกัน
ผมเคยอ่านเจอ นังนี่เอาการมีผัวมาให้สัมพลาดว่า
ก่อนเอากัน(เป็นแฟน) มีการวัดพลังกันด้วย ....เหอๆๆๆๆๆๆ
ยังกะพวกสัตว์ป่าเรยยยยย
คนที่มีลูกด้วยกันเป็นนักร้อง ชื่อชมพู ผลไม้ ค่ะ
นึกได้แล้วคุณแอมสับเฉลิมกับสล้างน่าจะสนุก
มีคิวให้มั้ยคะ
#50
ตอบ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:49
มาดูอาการของรายแรก
ชื่อ.......ภควดี นามสกุล........ไม่มีนามสกุล
เห็นอะไรใหมครับ มันบอกว่ามัน ชื่อ XXXXX นามสกุล YYYYY
แล้วมันก็ ใช้นามสกุล YYYYY นี้ว่า "ไม่มีนามสกุล"
มันคิดอะไร
เดิมทีมันมีนามสกุลนะ วีระอะไรสักอย่าง ต่อมาพลันนึกได้ว่านามสกุลนี่ เป็นของพระราชทาน
มันก็เลยกระทำการต่อต้าน ด้วยการใช้นามสกุลว่า ไม่มีนามสกุล
ซึ่งก็ยังเป็นการรับบุญคุณจากเจ้าอีกนั่นแหละ ตราบใดที่ยังใช้นามสกุล ไม่ว่าจะใช้ว่าอะไร
ก็ใช้ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณอยู่ดี
แล้วมันก็ลืมอีก ว่าภาษาไทยนี้ แต่ก่อนไม่มี พ่อขุนรามหาไคร่ในใจสร้างไว้
แปลว่า เมื่อมันใช้ภาษาไทยอย่างนี้ มันก็ใช้ลิขสิทธิ์ทางปัญญาของเจ้า
ที่จริงมันต้องใช้ขื่อว่า อีติ๋ม แซ่เหียก และใช้ภาษาโคตรเง่าเดิมของมัน
เช่นอาจจะเป็นภาษาจีน แกว
หรือภาษาชะนี
จึงจะพ้นจากปริมณฑลพระมหากรุณาธิคุณของระบบกษัตริย์
โรคนี่เรียกว่า โง่แบบงั่งๆ
ค้นจนเจอสาเหตุที่อีนี่ "ไม่มีนามสกุล"เข้าให้
โหย น่าสังเวชกว่าที่คิด คือมันถูกตัดออกจากนามสกุลครับ......
หมายเหตุ: เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสีที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้เขียนถูกทวงนามสกุลคืน
ดังนั้น นับแต่นี้ผู้เขียนไม่สามารถใช้นามสกุลที่เคยใช้ในการเขียนหนังสืออีก
จึงเรียนผู้อ่านมาเพื่อทราบ ณ ที่นี้ด้วย
แต่ผมก็ยังไม่ล้มความคิดเดิมที่กล่าวหาว่า มัน"เล่น"กับความคิดสร้างสรรค์ของเจ้าอยู่ดี
เพราะมันมีทางเลือกมากกว่านี้ ถ้าจะเลือก แต่ดันเลือกทางที่ไม่น่าเลือก
1 ใช้นามสกุลผัวสิ
2 ตั้งนามสกุลใหม่สิ
3 กลับไปใช้แซ่สิ
ทำไมจึงลงท้ายชื่อว่า ไม่มีนามสกุลให้ชวนสงสัย
แล้วยังเอาการถูกตัดออกจากวงตระกูลมาใช้หาแดร่กอีก
มารดามันเถอะ อวดว่าเป็นประชาธิปไตย
ก็ในเมื่อวงศ์ตระกูลเขาลงมติให้เลิกเล่นกับพวกล้มเจ้า มันกลับไม่รับ
ประชาธิปไตยในครอบครัว ยังทำไม่ได้
โน้มน้าวให้คนกลุ่มเล็กๆ ในครอบครัว เปลี่ยนมาเป็นพวกล้มเจ้า ยังทำไม่ได้
เจือกจะมาล้างสมองคนไทย ให้ล้มเจ้า....กรรมจริงๆ อี เวร
- พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน likes this
ผู้ใช้ 0 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 0 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











