Jump to content


Photo
- - - - -

กระเช้าขึ้นภูกระดึง ท่านคิดอย่างไร


  • Please log in to reply
29 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:01

คิดอย่างไรครับ กับการเดินหน้าโครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึง

เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย

เพราะอะไร

และคิดอย่างไรกับเหตุผลของรัฐบาล-ข้าราชการที่จะผลักดันเรื่องนี้

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#2 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:12

เพื่ออำนวยความสะดวก ขอนำข่าวมาให้อ่าน

"ปรีชา" สั่งทำอีไอเอกระเช้าภูกระดึงเพิ่ม

วันพุธที่ 28 ธันวาคม 2554 เวลา 17:17 น.
Posted Image

วันที่ 28 ธ.ค. ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( ทส.) พร้อมด้วย นายโชติ ตราชู ปลัด ทส. นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นกรณีการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง โดยมีตัวแทนระดับจังหวัดเข้าร่วมพูดคุย และชาวบ้านในพื้นที่กว่า 400 รายเข้าร่วมหารือ

นายโชติ กล่าวว่า การหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ครั้งนี้ ถือว่ามีข้อสรุปในทางที่ดีว่ามีความเป็นไปได้ที่จะต้องก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว และการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว รวมทั้งช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับจ.เลย ซึ่งมีการรายงานผลการสำรวจที่ดำเนินการในระดับอ. ภูกระดึง และระดับจังหวัด 2 รอบพบว่า 90% เห็นด้วยกับโครงการนี้ แต่เนื่องจากผลการศึกษาความเป็นไปได้ที่ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัททีมคอนซัลแตนท์นั้น เคยมีการศึกษาเอาไว้นานเกินไป ดังนั้นจึงเสนอว่าหากจะเดินหน้าโครงการนี้ ก็ขอให้ต้องศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ใหม่ เพื่อให้ดูว่าจะไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่าและระบบนิเวศน์ในภาพรวมจริงๆ

ปลัดทส.กล่าวว่า เรื่องนี้นายปรีชา และนายดำรงค์ รวมทั้งระดับพื้นที่ก็เห็นตรงกันว่าสามารถยอมรับเงื่อนไขให้ศึกษาอีไอเอได้ แม้ว่าอาจต้องใช้ระยะเวลาถึง 1 ปีหรือมากกว่านั้น และถ้าไม่มีปัญหาก็ค่อยไฟเขียวโครงการ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามลูกหาบบางคนจาก 100 คนด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คัดค้านโครงการนี้ เนื่องจากลูกหาบรุ่นลูกก็ไม่ทำอาชีพนี้เหมือนกับพ่อแม่แล้ว โดยเขาเห็นว่าถ้าสร้างกระเช้าก็ขอให้บรรจุลูกหาบเข้าเป็นมัคคุเทศก์ เพราะว่าเชี่ยวชาญพื้นที่และสามารถเป็นไกด์ให้กับนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งกรมอุทยานฯ ก็ไม่ขัดข้อง

“ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถขึ้นภูกระดึงได้ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะกลุ่มหนุ่มสาวที่ยังอยากเดินขึ้นภูกระดึงอยู่ แต่กลุ่มที่มีอายุหน่อยก็อยากให้กระเช้าเป็นทางเลือก แต่สำหรับผมแม้ว่าสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะเคยเดินขึ้นภูกระดึงมาประมาณ 10 รอบ ตอนนี้ก็ไม่ถึงกับคัดค้านและไม่หนุนเสียทีเดียว แต่ขอให้มีการศึกษาผลกระทบให้น้อยที่สุด เพราะบนภูกระดึงเป็นต้นน้ำของแม่น้ำพองที่ไหลลงเขื่อนอุบลรัตน์ และแม่น้ำชี จึงต้องระมัดระวัง โดยในวันที่ 29 ธ.ค.นี้จะมีการขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพแวดล้อมอีกรอบหนึ่ง” ปลัดทส.ระบุ

นายโชติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้กำชับนายดำรงค์ด้วยว่ากรณีการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกวังน้ำเขียวทั้งคดีเก่า และคดีใหม่อีก 152 คดีให้เกาะติดอย่างเต็มที ซึ่งกรณีที่ต้องใช้วิธีการจับสลากให้หัวหน้าหน่วยทั่วประเทศมาร่วมทำคดีนั้นเพราะไม่ต้องการให้เรืองนี้เป็นการรูปหน้าปะจมูก แต่ต้องเอาเป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหาผู้บุกรุกป่าในพื้นที่อื่นด้วย

“ผมพูดคุยมาตลอดทางที่มาภูกระดึงว่า กรณีวังน้ำเขียว กรมอุทยานฯกรมป่าไม้ ต้องว่าเอาจริงอย่าไปยอมเด็ดขาด ต้อง แยกคนจนกับคนรวยออกจากกันก่อน ถ้าคนรวยไม่เข้าบุกรุก ปัญหาก็น้อยลง เพราะถ้าคนจนอยู่คนรวยไปซื้อที่ต่อก็ไปรุกพื้นที่ต่อไป ซึ่งหลังจากนี้จึงจะมาจัดระเบียบใหม่กับคนที่จนเพื่อยังชีพ ส่วนคนที่จนแล้วไปทำรีสอร์ท ผมพูดมาตลอดว่าต้องเด็ดขาด” ปลัดทส.ระบุ

http://www.dailynews...h/politics/5139


Edited by เพื่อนร่วมชาติ, 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:13.

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#3 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:14

“ศรีสุวรรณ” กร้าวไม่ปล่อย ทส. สร้างกระเช้าภูกระดึง

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2554 เวลา 17:31 น.
Posted Image

วันนี้( 27 ธ.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เตรียมฟื้นโครงการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ว่า โครงการดังกล่าวไม่มีความจำเป็น เนื่องจากภูกระดึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว และกำลังประสบปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชควรจะเดินหน้าจัดการการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ และการตัดสินใจดำเนินการตามโครงการนี้ขัดแย้งกับแนวคิดในการอนุรักษ์ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของกรมอุทยานฯ ทั้งนี้หากมีการดำเนินการต่อไปสมาคมฯ จะเดินหน้าคัดค้านเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ และจะหาช่องทางฟ้องศาลปกครองเพื่อให้ดำเนินให้ยุติโครงการดังกล่าวแน่นอน เพราะจะเป็นการทำลายระบบนิเวศที่สำคัญของประเทศ

นายศศิน เฉลิมลาภ เลขานุการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า เป้าหมายของการสร้างกระเช้าลอยฟ้า เราจะต้องชัดเจนว่าสามารถตอบโจทย์การลดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปค้างคืนได้หรือไม่ หากสามารถดำเนินการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวได้จริง ก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำข้อมูลมาพูดคุยกัน และนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม. แต่นี้ถ้าดำเนินการเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวและให้ค้างคืนได้เช่นเดิม ก็ไม่เห็นความจำเป็นในการดำเนินโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ประเด็นนี้ต้องมีการนำรายละเอียดทั้งหมดมาพิจารณาก่อนและต้องมีการถกเถียงกันในวงกว้างต่อไป เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
แหล่งข่าวจากสำนักนโยบายแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ทส. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาโครงการกระเช้าลอยฟ้าขึ้นอุทยานฯ ภูกระดึงนั้น เป็นการว่าจ้างเอกชนดำเนินการศึกษาผลกระทบทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2543 โดยเป็นแค่การศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมบนภูกระดึงเบื้องต้นเท่านั้นยังไม่ได้เป็นกระบวนการตามกฎหมาย และรายงานดังกล่าวยังไม่ได้ถือเป็นรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของ สผ. ทั้งนี้สำหรับการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าที่เช้าเสาสูงขนาดใหญ่ และสายเคเบิลนั้นจากรายะเอียดเบื้องต้นไม่ถือว่าเป็นอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เข้าข่ายประเภทกิจการและโครงการรุนแรงที่ต้องทำอีไอเอและผ่านการอนุมัติ จาก สผ. แต่ให้เป็นการดำเนินการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศในอุทยานฯ ภูกระดึงของกรมอุทยานฯ เอง เรื่องนี้จึงเป็นการตัดสินใจของกรมอุทยานฯ เองว่าหากมีการก่อสร้างแล้วจะกระทบต่อระบบนิเวศทั้งพืช และสัตว์บนภูกระดึงหรือไม่ อย่างไรก็ตามต้องดูว่าเทคนิคการก่อสร้างกระเช้าเป็นรูปแบบใด เพราะที่ผ่านมามีการศึกษาพบว่าชั้นหินบนภูกระดึงเป็นหินทรายซึ่งผุกร่อนง่าย ต้องดูว่าจะสามารถยึดโครงสร้างของกระเช้าไว้ได้หรือไม่เพราะเป็นเรื่องเสี่ยงหากเกิดการพังทลายของชั้นหินและดิน ซึ่งเรื่องก็ขึ้นอยู่กับเทคนิควิศวกรรมในการก่อสร้าง

http://www.dailynews...h/politics/5021


Edited by เพื่อนร่วมชาติ, 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:24.

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#4 urban_walker

urban_walker

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 6 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:15

มีได้ก็ต้องมีเสียครับ มันก็เท่านั้นเอง

แต่ถ้าในบริบทของสังคมไทยผมว่าอย่าเลยดีกว่าเพราะว่า วัฒนธรรมการท่องเที่ยวแบบฝูงตั๊กแตนของเราคงทำให้ภูกระดึงพินาศในเวลาไม่เกินสองปี :wacko:

#5 ริวมะคุง

ริวมะคุง

    ห้ามให้อาหารสัตว์

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,577 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:17

20ปีผ่านไปก็ยังไม่สร้างอีก ข่าวกระเช้านี่นานจริงๆ ส่วนตัวมองว่าดีนะครับ จะได้ไม่มีแต่เฉพาะวัยรุ่นที่ไปได้เท่านั้น คนแก่กับเด็กก็อยากไปนะ
Posted Image

#6 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:18

ทส.ปัดฝุ่นแผนสร้างกระเช้าภูกระดึง

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2554 เวลา 16:43 น.
Posted Image

ทส.ปัดฝุ่นแผนสร้างกระเช้าภูกระดึง “ยุคแม้ว”หลังเก็บเข้ากรุกว่า 10 ปี เตรียมบินสำรวจจุดก่อสร้าง 28-29 ธ.ค.นี้ ชี้จำเป็นอ้างคนป่วย-สัตว์ป่าทำร้ายนักท่องเที่ยวรักษาไม่ทันแถมขยะล้น


วันนี้ ( 26 ธ.ค.) นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 28-29 ธ.ค. นี้ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ พร้อมด้วยตนและผู้เกี่ยวข้องจะเดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อ.ภูกระดึง จ.เลย เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องโครงการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นอุทยานฯ ภูกระดึง โดยจะมีการขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพพื้นที่บนภูกระดึงด้วย ทั้งนี้เรื่องโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงนั้น ได้มีการศึกษาไว้นานแล้ว โดยมีการศึกษาแนวทางก่อสร้างไว้ 2-3 ทางเลือก ซึ่งผ่านการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว เราจะลงพื้นที่ไปดูว่าทางเลือกใดจะเหมาะสมที่สุด

นายดำรงค์ กล่าวว่า เรื่องการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึงนั้น ตนได้นำเสนอต่อนายปรีชาแล้วว่ากระเช้าลอยฟ้าภูกระดึงนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ เพราะวันนี้ปัญหาคนเจ็บป่วยบนภูกระดึง สัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างกระทืบทำร้ายคนอาจจะถึงชีวิตได้หากนำตัวลงมารับการรักษาช้า รวมไปถึงปัญหาการจัดการขยะทั้งหลายเป็นเรื่องใหญ่ทั้งนั้น ที่สำคัญให้ไปถามเลยว่าคนที่มาประกอบอาชีพเป็นลูกหาบเมื่อแก่ตัวไปเป็นโรคกระดูกพรุนทั้งหมู่บ้าน บั้นปลายก็ต้องหาเงินมารักษาตัวเองเพราะการแบกหามสัมภาระขึ้นลงภูกระดึงมาตลอดชีวิต

เมื่อถามว่า 2-3 ทางเลือกที่มีอยู่นั้นจะมีการก่อสร้างบริเวณใดบ้าง นายดำรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ปักใจว่าจะเลือกเส้นทางใด ต้องไปดูพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งบริษัทที่ปรึกษได้ดำเนินการศึกษาและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผ่านอีไอเอมา 5-6 ปี แล้ว แม้จะศึกษาผ่านมา 5 ปี แต่คิดว่าธรรมชาติยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนักเพราะ ต้นไม้ป่าจะเติบโตเพิ่มไม่ถึงครึ่งเมตร เมื่อถึงจุดหนึ่งการเติบโตในทางตรงจะชะงักลงและเรือนยอดนิ่งหมด แต่จะขยายออกด้านข้างแทน ซึ่งจะดำเนินการคล้ายกับที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ที่มีการสร้างกระเช้าเหนือเรือนยอดไม้มองลงไปเป็นกำมะหยี่สีเขียวสด ติดชายทะเลสวยงาม และไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้สักต้น ส่วนในเรื่องคนลงทุนต้องดูก่อนว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน และให้เป็นนโยบายของ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เมื่อถามว่าการมีกระเช้าไฟฟ้าจะยังคงจำกัดนักท่องเที่ยว 5,000 คนต่อวันหรือไม่ นายดำรงค์ กล่าวว่า การมีกระเช้าไฟฟ้าคิดว่าจะช่วยจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น เพราะกำหนดได้ว่าใครไปกลับ หรือค้างคืน ต่อข้อถามว่าก่อนหน้านี้เคยมีแนวคิดให้เอกชนนำเฮลิคอปเตอร์มารับ-ส่งนักท่องเที่ยว นายดำรงค์ กล่าวว่า การใช้เฮลิคอปเตอร์จะส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า

“ ใจผมอยากให้เสร็จภายในไม่เกิน 3 ปี แต่เราไม่รู้ว่า เขาจะทำทันหรือเปล่า ส่วนคุณนักอนุรักษ์คุณไม่ขึ้นกระเช้าคุณก็เดินไปได้ วันนี้ประเทศไทย ต้องคำถึงคนสูงอายุ คนเจ็บคนป่วยด้วย หนุ่มสาวก็เป็นเรื่องของหนุ่มสาว คนสูงอายุ 50-60 ปี เขาหัวเข่า ข้อกระดูกเสื่อม วันหนึ่งเขาเป็นนักศึกษาเขาเคยเดินขึ้นไป วันนี้เขาก็อยากจะเห็นความหลังของเขา ให้เขามีโอกาสบ้าง เมื่อมีกระเช้าแล้วจะทำให้ปัญหาคนขึ้นไปนอนค้างคืนน้อยลง ปัญหาขยะ น้ำดื่ม น้ำใช้ จะเบาลง เพราะไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งสามารถเช็กได้ว่าใครจะนอนค้าง หรือกลับลงมาเลย ส่วนข้างล่างใครไม่ขึ้นกระเช้าลูกหาบก็ยังสามารถทำมาหากินได้ตามเดิม ไม่ต้องไปแบกให้กระดูกพรุน และสัมภาระก็ยังต้องจ้างลูกหาบต่อ ” นายดำรงค์ กล่าว

ด้านนายปรีชา ฯ กล่าวว่า ในวันที่ 28 ธ.ค. ตนพร้อม พ.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปภูกระดึง จ.เลย เพื่อศึกษาเส้นทางการสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประธานหอการค้า จ.เลย ขอนแก่น หนองบัวลำภู ได้มายื่นข้อเสนอที่ ทส.ให้มีการสร้างกระเช้าเพื่อประโยชน์ทางการท่องเที่ยว และต้องการบูมให้ จ.เลย เป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยว นอกจากนี้ในอนาคต จะมีเส้นทาง ระหว่าง จ.เลย ไปถึงหลวงพระบาง ประเทศลาว ถ้ามีกระเช้าขึ้นภูกระดึง จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่ จ.เลย มากขึ้น โดยการเดินทางไปครั้งนี้ จะให้ศึกษาคามเป็นไปได้ ในการสร้างกระเช้าว่า จะขึ้นเส้นทางไหน ที่จะให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ตั้งแต่การตัดต้นไม้มากที่สุด การวางเสากระเช้า การจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ขึ้นใหม่ รวมทั้งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม แม้ว่าที่ผ่านมา จะมีกรทำอีไอเอมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้ต้องการให้ชัดเจน ให้ผลออกมาเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็น สส.จ.เลย เห็นด้วยกับการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงหรือไม่ นายปรีชากล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าจะสร้างหรือไม่สร้างก็ได้ แต่เมื่อมาเป็นรัฐมนตรี มีข้อเรียกร้องมาจากหลายฝ่าย ก็อยากจะไปดูถึงความเป็นไปได้ รวมทั้งเมื่อสร้างแล้วจะได้ประโยชน์หรือไม่ เมื่อถามอีกว่า ใช้เวลาในการศึกษานานแค่ไหน นายปรีชา กล่าวว่า จะไม่เร่ง แต่อยากให้ชัดเจนถึงผลดีผลเสีย ให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

แหล่งข่าวกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าหากจะดำเนินการโครงการนี้จริงๆ จะต้องมีการศึกษาทางเลือกใหม่หรือไม่ เพราะมีการศึกษาไว้นานถึง 10 ปีแล้ว และมีปัจจัยหลายอย่างที่เปลี่อนแปลงไป นอกจากนั้นมีข้อกังวลว่าการลงทุนค่อนข้างสูงและใครจะเป็นผู้ลงทุน เพราะหากรัฐบาลลงทุนทางอุทยานฯ ก็สามารถจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวได้ แต่จะมีจุดคุ้มทุนเมื่อไร เนื่องจากค่าการก่อสร้างค่อนข้างสูง และถ้าให้ภาคเอกชนลงทุนคาดว่าทางกรมอุทยานฯ จะไม่สามารถจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวได้ เพราะเอกชนย่อมต้องการกำไรสูงสุดเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ต้องหาแนวทางให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจะทำอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกรมอุทยานฯ ได้ใช้ผลการศึกษาเมื่อปี 2543 ซึ่งกรมอุทยานฯ สมัยเป็นกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ว่าจ้าง บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ศึกษาพิจารณาความเป็นไปได้ของการดำเนินการโครงการกระเช้าลอยฟ้าภูกระดึง โดยมีรายงานโครงการศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบและวิธีการจัดการด้านนันทนาการ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เป็นต้นร่างในการพิจารณาในแง่วิชาการต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยสรุปว่าระบบนิเวศบนยอดภูกระดึง ปัจจุบันเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าอาจไม่มีปัญหาในการก่อสร้างกระเช้า แต่จะมีปัญหาในการจัดการการท่องเที่ยวบนยอดภู อาจมีความจำเป็นที่ต้องสร้างถนนหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพื่อนำนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวแต่ละจุด เพื่อให้สามารถท่องเที่ยวได้ภายในวันเดียว เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทุกวัย ทุกสถานะขึ้นไปท่องเที่ยวได้โดยสะดวก ซึ่งการมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวมของภูกระดึง และหากมีกระเช้าจามีการท่องเที่ยวบนยอดภูตลอดทั้งปี

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับผลการศึกษาที่บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง ฯ ศึกษาไว้นั้น มีสาระสำคัญคือ ด้านเทคนิคการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้า พื้นที่สถานีต้นทาง-ปลายทาง 650 ม. และ 400 ตร.ม. สถานีต้นทางอยู่ด้านล่างภูกระดึง ประกอบด้วยอาคารสำหรับขึ้น-ลงกระเช้า ลานจอดกระเช้า และห้องเครื่องยนต์ขับเคลื่อนซึ่งอยู่ใต้อาคารขึ้น-ลง ระยะเวลาก่อสร้าง 14 เดือน อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างลำเลียงมาทางเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น มีการเก็บกองวัสดุที่สถานีต้นทาง-ปลายทาง โดยใช้พื้นที่ 650 ม.และ 450 ตร.ม. เสากระเช้าประกอบเบื้องต้นจากโรงงาน จำนวน 2 ท่อน/ 1 เสา แล้วมาประกอบที่บริเวณเก็บกองวัสดุที่สถานีต้นทาง แล้วยกไปติดตั้งบนฐานรากแต่ละจุดโดยเฮลิคอปเตอร์ การบำรุงรักษาเสาโครงสร้างจำนวน 16 ต้น จะทำเส้นทางเดินเท้า กว้างไม่เกิน 1 ม. ใช้แรงงานคนดูแล ลักษณะเสาเป็นทรงกระบอกส่วนใหญ่จะถูกบังโดยเรือนยอดไม้ ความสูงของเสา 64 ม. มีส่วนที่โผล่พ้นยอดไม้ 6 ม. เสาห่างกัน 240 ม. รูปแบบกระเช้าเป็นแบบเก๋ง 8 คนนั่ง ใช้สายเคเบิลแบบวนเวียน ความเร็วในการเดินทาง 6 ม./ วินาที รวมเวลาเดินทาง 10 นาที รวมค่าก่อสร้าง 400 ล้านบาท ค่าบำรุงรักษา 25 ปีจำนวน 300 ล้านบาท

สำหรับแนวทางเลือกของกระเช้า ตามรายงานเลือกไว้ 2 จุด ดังนี้ แนวทางเลือกที่ 1 บ้านศรีฐาน-หลังแป อยู่ทางทิศใต้ของทางขึ้น-ลงปัจจุบัน ห่างจากเส้นทางเดิม 1 ก.ม. มีระยะความยาวของเคเบิลกว่า 3,819 ม. ผ่านป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขา ซึ่งผลการสำรวจพบไม่มีไม้หายาก ถ้ามีการตัดฟันไม้สูญเสียพื้นที่ป่าไม้รวม 3.41 ไร่ หรือ 5,450 ตร.ม. เป็นไม้ใหญ่ 117.19 ต้น กล้าไม้ และลูกไม้ รวมมูลค่ากว่า 1.9 หมื่นบาท ส่วนแนวทางเลือกที่ 2 บ้านไร่ใต้-คอกเมย อยู่ด้านตะวันตก ใกล้กับบ้านไร่ใต้ ซึ่งจะเป็นเขตอ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ระยะความยาวเคเบิล 4,299 ม. ผ่านป่าเบญจพรรณทั้งหมด ยกเว้นด้านบนภูเป็นทุ่งหญ้าจากสถานีคอกเมยไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางต้องผ่านป่าดิบเขาที่เป็นป่าปิด 4 ก.ม. และตัดผ่านทุ่งหญ้าและป่าสนเขากลางภูอีก 9 ก.ม. หากใช้เส้นทางนี้จะกระทบต่อป่าปิดและทั้ง 2 จุด เป็นแหล่งอาศัยและด่านสัตว์ป่า หากใช้แนวทางที่ 2 จะสูญเสียป่า 6,050 ม. หรือ 3.37 ไร่ มีเสา 18 ต้น ตัดไม้ออกกว่า 1.1 หมื่นต้น มูลค่ารวม 2.2 หมื่นบาท ขนไม้ออกโดยเฮลิคอปเตอร์

ด้านการท่องเที่ยวสามารถเปิดท่องเที่ยวได้ตลอดปี ราคาค่าโดยสาร (มูลค่าประเมินเมื่อปี 2543) กำหนดให้นักท่องเที่ยว 76,050 คน/ปี ระยะเวลาที่คุ้มทุน ปีที่ 1-9 ค่าโดยสารเป็นเงิน 756.25 บาท ปีที่ 10-14 ค่าโดยสารเป็นเงิน 403.76 บาท ปีที่ 15-19 ค่าโดยสารเป็นเงิน 327.44 บาท ปีที่ 20-24 ค่าโดยสารเป็นเงิน 297.77 บาท ปีที่ 25 ค่าโดยสารเป็นเงิน 283.76 บาท
ทั้งนี้อุทยานฯ ภูกระดึงเป็นอุทยานฯ ที่มีความสำคัญ ประกอบด้วยป่า 6 ชนิด คือ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ และทุ่งหญ้าเขตร้อน สภาพป่าจะผันแปรตามระดับความสูงของภูมิประเทศ ตั้งแต่ 200 – 1,300 ม. พบพืชที่มีเฉพาะในประเทศไทยและในอุทยานฯ ภูกระดึงเพียงแห่งเดียว 11 ชนิด เช่น หญ้านายเต็ม ( Isachne smittinandiana A.Camus) หญ้า Eriocaulon siamcuse Mold. เอื้องแซะภู (Dendrobium mangaritaceum A.Finet ) เป็นต้น โดยพื้นที่ร้อยละ 99.47 ของอุทยานฯ เป็นป่าไม้ สัตว์ป่าทั้งหมด 438 ชนิด แบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีสัตว์ป่าสงวน 1 ชนิด คือ เลียงผา สัตว์ป่าคุ้มครอง 29 ชนิด ได้แก่ ลิ่นชวา ค่างแว่นถิ่นเหนือ เป็นต้น สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ 3 ชนิดได้แก่ เสือโคร่ง ช้าง หมาไน สัตว์ป่าที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 3 ชนิดได้แก่ หมีควาย เสือไฟ และเม่นใหญ่ สัตว์ป่าที่มีสภาวะใกล้ถูกคุกคาม 3 ชนิดได้แก่ นากใหญ่ภูเขา ชะนีมือขาว ลิ่นชวา ส่วนนกมีสัตว์ป่าสงวน 1 ชนิด คือ นกกระเรียน และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 181 ชนิด สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง 1 ชนิด คือ นกกระทาดงแข้งเขียว สัตว์เลื้อยคลาน มีสัตว์ป่าคุ้มครอง 7 ชนิด ได้แก่ เต่าเหลือง เต่าเดือย เป็นต้น สัตว์ป่าที่มีสภาวะใกล้ถูกคุกคาม 1ชนิด คือ แย้อีสาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มีสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม 1 ชนิด ได้แก่ กบห้วยขาปุ่ม สำหรับปลา มีสัตว์ที่มีแนวโน้มสูญพันธุ์ 2 ชนิด คือ ปลาดุกด้าน และปลาสร้อยน้ำผึ้ง และแมลงป่าไม้ สัตว์ป่าคุ้มครอง 1 ชนิด คือ ผีเสื้อถุงทองป่าสูง

http://www.dailynews...h/politics/4862


Edited by เพื่อนร่วมชาติ, 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:19.

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#7 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:20

http://www.thairath....i_remark/226542

ถ้าอยากอ่านความเห็นคอลัมนิสต์บ้าง อันนี้ของลมเปลี่ยนทิศ

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#8 Novice

Novice

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,353 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:46

มองในแง่รักษาสภาพพื้นที่ ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าคนไปง่าน ๆ ขยะมันจะเยอะ แล้วสภาพมันก็เสียหมด

มองในแง่การท่องเที่ยว ถ้ามีกระเช้าก็เพิ่มฐานผู้เที่ยวที่เป็นคนแก่และครอบครัวได้อีกเยอะ

#9 yeddamon

yeddamon

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 141 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:23

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยครับ

ทำลายธรรมชาติ + หมดความคลาสสิค เพราะขึ้นง่ายเกิน

ส่วนรายได้ที่เข้ามาเมื่อมีกระเ้ช้า ไม่รู้ว่าคุ้มกับธรรมชาติที่เสียไปหรือไม่

ใครมีข้อมูลนำเสนอได้เด้อ
ฟังธรรมมะไม่หดหู่ แต่ถ้าฟังโซคูลจะเหลือแต่ซากอ้อย BY พระมหาสมปอง

#10 wewe

wewe

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,005 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:35

หมดความเป็นธรรมชาติ

ไม่เห็นด้วย ค่ะ

ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน  แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หลังเมฆ

อย่านึกถึงแต่ความผิดพลาด  จงระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด


#11 2012

2012

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 744 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:45

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมเที่ยวธรรมชาติทุกเดือน แค่ทางเข้าจากเดิมที่เป็นทางลูกรัง มี อบต มาเกลี่ยให้เรียบนิดหน่อย ไม่นานสถานที่นั้นก็เละแล้วครับ สถานที่ช้ำเอามาก และที่สำคัญมันจะกลายเป็นตัวอย่างในการสร้างกระเช้าหรืออำนวยความสะดวกอื่นๆ ไปยังสถานที่อื่นๆอีก ลองนึกดูสิครับ ถ้าน้ำตก ทีลอซู มีลานจอดรถติดกับน้ำตกเลย มีกระเช้าจะเป็นยังไง ดอยหลวงเชียงดาว มีกระเช้ากระเช้าจะเป็นยังไง บนภูกระดึงนอกจากจุดกางเต๊นท์ ยังมีน้ำตก ที่ต้องเดินป่าเข้าไปในป่าดิบอีก เพื่อชมดอกเมเปิ้ล ถ้าสร้างกระเช้าเมือ่ไหร่ ก็คงจะมีทางปูนเข้าไปที่่นี่ด้วยแน่นอน

"ถึงเวลาแล้วที่ใครมีอาวุธชนิดไหนก็ต้องจับขึ้นมาใช้รบกับมัน”


#12 ThaILandLover

ThaILandLover

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 235 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:54

เห็นด้วยครับ อยากไปมานานแล้ว คุณพ่อ คุณแม่ก็อยากไป แต่ท่านเดินไม่ไหว ถ้ามีก็ดีจะได้พาครอบครัวไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตา
:lol: :lol: :lol:

#13 ชามู

ชามู

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,296 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:47

ประเด็นหนึ่งที่ฟังอธิบดีพูดแล้วผงะก็คือ

ปริมาณขยะที่คนขนขึ้นไป เป็นตันๆ ที่ต้องให้ลูกหาบขนกลับลงมา

สรุปคนเที่ยวไม่มีจิตสำนึก กับนิสัยมักง่าย



ส่วนที่บอกว่าจะโทรมลง เพราะคนขึ้นเยอะ
ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร
แต่ส่วนตัวแล้ว ผมอยากขึ้นไปอีก
เพราะถ้าให้เดินขึ้น ผมไม่มีปัญญาแล้ว
เนื่องจากเข่าผมเสียทั้งสองข้าง

ถ้ามีกระเช้า
ผมคงขึ้น แต่จะไม่ค้าง ขึ้นไปเที่ยวเดินสูดอากาศอย่างมากก็ครึ่่งวัน
เมื่อคนไม่ค้าง ปริมาณขยะ ก็จะลดลง

อย่างที่ไอ้ย้วยมันบอกในรายการของมัน ผมก็ตกใจ
"ขี้" ทีมนุษย์ด้วยกันนี่แหละ ไปขี้ข้างๆ เต๊นท์กันตลบอบอวล
ห้องน้ำห้องท่าก็มี

บ๊ะ... กลับมาเรื่องคน กับ กมลสันดานของคนไทยมักง่ายอีกแล้ว

มีกระเช้า ก็ขนคนมักง่ายขึ้นไปได้มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ก็ขนคนมักง่ายกลับลงมาได้มากขึ้นด้วย

ถ้าไม่มีกระเช้า
คนมักง่ายขึ้นไป ก็จะค้างเติ่งกันนานเกินควร
ให้คนมักง่ายมีเวลามากมายในการทิ้งซากความมักง่ายไว้

เอ ... ไม่รู้สิ...ควรมีกระเช้าหรือไม่มีดีกว่า
หรือว่าควรแก้ที่นิสัย สันดานคนไทยมักง่ายก่อนดีไหมครับ

Edited by ชามู, 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:49.

ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ ใจดี

#14 Kyubey

Kyubey

    รับสมัครสาวน้อยเวทมนตร์หลายอัตรา

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,482 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:54

ถ้าคนไปกันเยอะ ธรรมชาติเสื่อมโทรมเร็วขึ้นนะครับ
ผมเคยไปสถานเที่ยวที่เป็นน้ำตก คนไปเยอะมาก ๆ จนทำให้เกิดขยะและน้ำเสีย
ดังนั้นผมไม่เห็นด้วยนะ

╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Hello, I'm a Kyubey /人◕ ‿‿ ◕人\

╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Please Make a contract with me and become a Magical girl! /人◕ ‿‿ <人\

ข้าพเจ้าขอสนับสนุนท่านผู้นำที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ!!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!!


#15 คนไปทั่ว

คนไปทั่ว

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 845 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:57

ถ้ามองในแง่ทิ้งขยะ การมีกระเช้าอาจบริหารจัดการตรงนี้ได้ดีกว่า
แต่อีกอย่างที่อยากรู้ทำไมจำเพาะแต่ภูกระดึงหล่ะครับ ภูอื่นของเราไม่น่าสร้างกระเช้าแล้วเหรอ

#16 stand with a fist

stand with a fist

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 310 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 18:02

เสน่ห์อย่างหนึ่งที่สำคัญของการขึ้นภูกระดึงคือ..

การ "ปีน" ขึ้นภูกระดึง

การได้ละเลียดบรรยากาศระหว่างทางที่เดินถึงแม้จะอย่างเหนื่อยแทบอ้วก การได้รู้สึกเหมือนเจอสวรรค์เล้กๆเมื่อถึงซำแฮ่ก...

#17 ริวมะคุง

ริวมะคุง

    ห้ามให้อาหารสัตว์

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,577 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 18:08

เดี๋ยวนี้คนเยอะจริงๆตอนเรียนไปคนหรอมแหรมเอง
Posted Image

#18 alberteno

alberteno

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 285 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:01

คนมันจะทิ้งขยะ ต่อให้ไปกลับมันก็ทิ้งครับ ถ้าจะเอาแบบนี้ผมว่าทำกระเช้าขนขยะดีกว่า

#19 rinrin1356

rinrin1356

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 684 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:11

ไม่เห็นด้วยค่ะ

ความยากลำบากที่ท้าทายคือมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดใจที่สุดของภูกระดึง
ผู้มีปัญญาแพ้คนหน้าด้าน เพราะยิ่งลักษณ์ "เอาอยู่" เลยท่วมอย่างบูรณาการ

#20 orogaros

orogaros

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,204 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:32

ถ้าไม่พิการ ผมว่าเตรียมร่างกายดีๆ แล้วไปค้างที่ตีนภู แล้วเดินขึ้นแต่เช้า ผมว่าเย็นๆ ก็น่าจะถึงนะครับ

เพราะจริงๆ ผมเคยไปมาครั้งเดียว แต่ก็ประทับใจจริงๆ ความสวยงามของภูกระดึงมันอยู่ที่ความเหนื่อยนี่หละ

ถ้าไม่ได้เดินขึ้นไปเอง จะมองธรรมชาติที่ภูกระดึงเหมือนป่าทั่วๆ ไป ไม่ได้มีความแตกต่างอะไร

แต่ที่แปลกใจคือ รัฐบาลชุดนี้ ทำไมมันชอบมีปัญหากะเรื่องขึ้นภูกระดึงจังเลย เข้ามาทีไรจะสร้างกระเช้าทุกที

#21 ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

    หน้าตาดี มีอุดมการณ์

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 21,670 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:32

ในที่สุด ตำนานรักนักศึกษาสมัยผมคงจบสิ้นลง
"อยากพิสูจน์รักแท้ ให้พาแฟนขึ้นภูกระดึงด้วยกัน"
ตอนขาลงมา..ถ้าไม่รักกันมากขึ้น ก็จะอยากถีบตกยอดภูกันเลยทีเดียว...
:lol: :lol: :lol:
gladiator 1.jpg

 

 

 

 

 

 


#22 Raja22

Raja22

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 622 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 20:44

โดยส่วนตัว เห็นด้วยนะครับ เพราะร่างกายไม่อำนวยเดินขึ้นคงไม่ไหว
แต่... มันไม่ได้ฟิลลิ่ง ของการเดินขึ้นเขาครับ และที่สำคัญ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าเค้าจะปิด เป้นช่วงหนึ่งในแต่ละปี เพื่อคงสภาพธรรมชาติไว้
ถ้ามีกระเช้า บรรลัยแน่ เพราะน่าจะต้่องเปิดทั้งปี เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว สมบูรณ์แบบ
ผมขอเสียสละ ไม่เอาความสุขส่วนตัวไปทำลายธรรมชาติ เพื่อความสบายของตนเอง ...
โดยการไม่สนับสนุน โครงการนี้ครับ .....
เกลียดควาย มีอะไร ป่ะ !!!

#23 stt99

stt99

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,172 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 20:52

สนับสนุนให้ มี ครับ เรื่อง สภาพแวดล้อม นี่ เป็นเรื่องจิตสำนึก จริง ๆ

#24 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:25

ผมเองก็พยายามทำใจกว้างรับฟังข้อดีข้อเสียจากหลาย ๆ ฝ่าย

ตอนนี้มีความเห็นส่วนตัวบางประการ

1. มีเหตุผลฝ่ายสนับสนุนบางข้อ ที่ผมไม่ค่อยจะเชื่อ เช่น

1.1 เรื่องคนขึ้นไปล้มป่วยบนภู ผมเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นไม่เยอะ การสร้างกระเช้าเหมือนการขี่ช้างจับตั๊กแตน คนป่วยไม่กี่คน ทำไมต้องสร้างกระเช้าแพง ๆ ควรใช้มาตรการอื่น เช่น ห้ามผู้มีโรคประจำตัวขึ้น และเตรียมเจ้าหน้าที่การแพทย์และเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินไว้

1.2 เรื่องเสียงรบกวนจากนักท่องเที่ยว ตรงนี้ต้องตอบให้ได้ว่านักท่องเที่ยวที่ลงจากรถกระเช้าแล้วจะไม่ส่งเสียงดังจริง ๆ หรือ หรือจะเสียงดังกว่าเ่ก่า นอนดึกกว่าเก่า เพราะตอนกลางวันไม่ได้เดินจนเหนื่อย และที่ผ่านมาอุทยานได้กวดขันกฎห้ามส่งเสียงดังหรือยัง ถึงต้องไปแก้ปัญหาด้วยรถกระเช้าแพง ๆ

1.3

นายโชติ กล่าวว่า การหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ครั้งนี้ ถือว่ามีข้อสรุปในทางที่ดีว่ามีความเป็นไปได้ที่จะต้องก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว และการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว รวมทั้งช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับจ.เลย


ตรงนี้ผมอ่านแล้วสับสน ตกลงจะสร้างเพื่อควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว หรือจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวกันแน่ เหตุผลนี้มันขัดแย้งกันเองอย่างชัดเจน

1.4 เิปิดโอกาสให้คนสูงอายุ คนที่ร่้างกายไม่เอื้ออำนวยได้เที่ยวภูกระดึง เหตุผลตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนสามารถไปเที่ยวทุกที่ในประเทศได้อยู่แล้ว และเราไม่ควรทำแบบนั้นด้วย สถานที่แต่ละแห่ง มีขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้ำมรกตจังหวัดตรัง คนจะเข้าไปได้ ต้องมุดถ้ำลอดเข้าไป เราต้องให้คนทุกอายุ ทุกสภาพร่างกายเข้าไปเที่ยวที่นั่นให้ได้หรือครับ หรือจะเป็นยังไง ถ้าอีกหน่อยคนใช้เหตุผลเดียวกันนี้ ขอให้ตัดถนนราดยางเข้าไปในเขตที่มีระบบนิเวศเปราะบางมาก ๆ เพียงเพื่อให้คนทุกอายุ ทุกสภาพร่างกายเข้าไปได้

1.5 ปัญหาขยะ ตัวกระเช้าเองคงไม่ช่วยให้นักท่องเที่ยวทิ้งขยะน้อยลง เผลอ ๆ อาจจะทิ้งลงมาจากกระเช้า ถ้าหน้าต่างเปิดได้ ข้อดีอย่างเดียวคือ อาจจะขนขยะลงมาง่ายขึ้น

1.6 ประเทศไหน ๆ เขาก็ทำ อันนี้เป็นเหตุผลที่คร่ำครึและเหลวไหลมาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่ายุคนี้จะยังมีการใช้เหตุผลพิกลพิการแบบนี้อยู่อีก




อย่างไรก็ตาม...

Edited by เพื่อนร่วมชาติ, 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:29.

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#25 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:44

อย่างไรก็ตาม

2. เหตุผลของฝั่งคัดค้าน ก็มีบางเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยเช่นกัน เนื่องจากผมมองว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีเหตุผลที่ดีก็รับได้

2.1 เรื่องอาชีพของลูกหาบ ผมคิดว่าชีวิตคนย่อมมีทางไป คนเรายังไงก็ต้องปรับตัว เมื่อก่อนมีแพขนานยนต์ ข้ามจากปู่เจ้าไปพระประแดง ตอนนี้มีสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมแล้ว แพขนานยนต์ก็ไม่เป็นที่ต้องการเหมือนเมื่อก่อน คนทำอาชีพนี้ก็ต้องปรับตัวเป็นธรรมดา แต่สะพานมีประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า

2.2 เสน่ห์ของการเดินขึ้น เรื่องนี้ก็เช่นกัน เนื่องจากผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ เมื่อก่อนดอยอินทนนท์ก็ไม่มีถนนขึ้น จนกระทั่งทหารอากาศขึ้นไปสร้างสถานีเรดาร์ นักท่องเที่ยวรุ่นเก่าต้องเดินขึ้นใช้เวลาเป็นวัน ๆ นานกว่าภูกระดึงอีก แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครที่เลือกเดินขึ้น เพราะชีวิตเร่งรีบ อยากไปถึงเร็ว ๆ

แม้ผมจะมองว่า เราไม่จำเป็นต้องให้คนทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ไปได้ทุกที่ แต่ขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่เราจะคัดค้านความเปลี่ยนแปลง เพราะคนกลุ่มที่สภาพร่างกายดีต้องการรักษาเสน่ห์ของสิ่งที่พวกเขามีพละกำลังพอที่จะทำได้เช่นกัน


3. ที่ผมมองว่าเสน่ห์เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักเป็นรอง ก็เพราะผมยังพอมองเห็นข้อดีบางอย่างของการมีกระเช้า คือ

3.1 กระเช้าอาจจะทำให้คนขึ้นลงเร็วขึ้น อาจจะขึ้นเช้ามืด ลงมาบ่าย ๆ เย็น ๆ ค่ำ ๆ ไม่ค้างคืน ตรงนี้ผมเห็นข้อดีว่าอาจจะทำให้ป่าถูกรบกวนน้อยลงก็เป็นได้ พูดง่าย ๆ คือ ถ้ากระเช้ามาพร้อมกับมาตรการบางอย่าง เช่น จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว จำกัดการค้างแรมในพื้นที่ ปรับโหด ๆ สำหรับคนที่ทิ้งขยะจากกระเช้า ก็อาจจะยอมแลกกับบางสิ่งที่สูญเสียไปได้

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#26 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 21:55

4. แต่ถึงจะพยายามมองข้อดีแล้ว ผมก็ยังมีข้อกังขาในแง่การปฏิบัติ

4.1 รถกระเช้านี้จะใช้การลงทุนแบบไหน ใครจะดำเนินกิจการ อุทยานดำเนินกิจการเอง หรือให้สัมปทาน ถ้าให้เอกชนทำ ก็น่ากลัว เพราะเอกชนจะพยายามรับนักท่องเที่ยวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

4.2 แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น และน่ากลัวที่สุด คือนักท่องเที่ยวล้นภูกระดึง จากปัจจุบันที่เกินขีดความสามารถที่พื้นที่จะรับไหว

4.3 การสร้างนี้จะมีข้อกังขาเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายหรือไม่

4.4 จะยังคงปิดป่าให้ฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวในฤดูฝนตามเดิมหรือไม่ หรือมีกระเช้าแล้วภูกระดึงจะถูกรบกวนทั้งปี



5. สรุป

อุทยานฯแห่งชาติไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติด้วย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการท่องเที่ยว

เมื่อผมพยายามชั่งน้ำหนักดูทั้งสองฝ่าย ผมจึงรู้สึกว่ากระเช้ามีแนวโน้มจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอุทยานฯมากกว่า แม้อาจจะมีผลดีต่อการท่องเที่ยวมากกว่า แต่ก็อาจจะเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืน

และปัญหาที่เกิดจากการท่องเที่ยวในปัจจุบัน สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีอื่น เช่นการบังคับใช้กฎอุทยานอย่างเคร่งครัด ในเรื่องการทิ้งขยะ เรื่องการใช้เสียง การห้ามนำสุราขึ้นภูกระดึง หรือแม้กระทั่งจำกัดจำนวนคนขึ้นภูกระดึง

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#27 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:02

ถ้าใครเคยไปภูกระดึงคงไม่เห็นด้วยเหมือนผม

ขนาดตะกายขึ้นเขายากๆคนยังแน่นมาก ที่นอนยังแทบไม่พอเลย

เคยเห็นคนแก่อยากขึ้น อุตสาห์จ้างคนหาบแคร่ขึ้นเขา แต่สุดท้ายก็เดินได้แค่รอบๆที่พัก

ภูกระดึงขึ้นไปบนนั้นคือ เดินเที่ยวไกลๆ ถ้ามาอ้างคนแก่ อ้างนักท่องเที่ยวอีก สุดท้ายก็ตัดถนนบนนั้นแล้วให้มีรถนำเที่ยว!!!

ไม่เห็นด้วย
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#28 ลูกชาวสวน

ลูกชาวสวน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 349 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:51

ถ้าทำกระเช้าก้อต้อง มีระบบการจัดการที่ดีนะครับ

ถามว่ามนต์เสน่ต์มันจะหายไปไหม ...มันก็หายไปส่วนหนึ่ง แต่ใครอยากเดินขึ้นก็ได้นี่นา ไม่มีใครห้าม ????

ผมยังอยากให้สร้างนะครับ เพื่อเด็กๆและคนแก่ จะได้มีโอกาศไปชม อีกอย่างถ้ามีคนป่วยก็จะได้ทันท่วงที

คนหนุ่มสาว วัย 15+ ถึง 49 อาจจะมองว่า จะสร้างทำไม ทำไมไม่เดินขึ้นละ !

แต่ ..... พวกคุณจะไม่อยากให้พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ของคุณมาชม ความงามของมันบ้างเหรอครับ ????

ผมเชื่อว่า พวกเค้าก็อยากไปชมเพียงแต่สังขารเค้าไม่ค่อยจะเอื้ออำนวย

มนต์เสน่ห์จะมีค่าอะไร ถ้าคุณไม่แบ่งปันมันให้เพื่อนมนุษย์คนอื่นได้ชมบ้าง ???

อีกหน่อยพอคุณอายุ 60+ อยากขึ้นไปบ้าง

วัยรุ่นมันก็จะด่าคุณบ้างว่า คุณไม่เจียม !!!!!

ปล. ผมไปมา 2 ครั้งแล้ว ประทับใจไม๊ ... ก็บางส่วน

แต่ผมประทับใจราคาอาหาร และน้ำดื่มมาก ขวดละเท่าไรคนเคยขึ้นไปก็น่าจะรู้ดี !!!!

Edited by bsnk, 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:53.

" อันความคิดวิทยาดังอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย "

#29 rinrin1356

rinrin1356

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 684 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 23:37

ธรรมชาติจะคงความงาม และคุณค่าในตัวของมันเมื่อมันไม่ถูกเสริมแต่ง หรือดัดแปลง

กระเช้าคือสิ่งแปลกปลอม เมื่อมีกระเช้าก็ต้องมีอีกหลายอย่างตามเข้าไป ภูกระดึงจะเหลืออะไรให้ดึงดูด

เทคโนโลยีกับความสะดวกสบายคือตัวทำลายเสน่ห์ที่แท้จริงของธรรมชาติ
หากเราปราถนาจะเสพเสน่ห์ของภูกระดึงร่วมกับครอบครัวก็ใช้บริการดั้งเดิมที่มี
เพราะในความยากลำบาก เราถวิลหาความงามของภูกระดึง
แต่เมื่อถึงยามที่มีกระเช้า ความถวิลหานั้นจะเปลี่ยนเป็นเกียจคร้าน
เราจะเกิดความคิดประมาณว่า ภูกระดึงจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย
อันนี้คือเสน่ห์ที่หายไปของถูกระดึงค่ะ
ผู้มีปัญญาแพ้คนหน้าด้าน เพราะยิ่งลักษณ์ "เอาอยู่" เลยท่วมอย่างบูรณาการ

#30 beta

beta

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 460 posts

ตอบ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 23:38

สำหรับใครที่อยากให้มีกระเช้า แต่ไม่เคยขึ้นภูกระดึง ผมอยากให้ท่านไปลองขึ้นซักครั้ง แล้วลองคิดว่า ถ้ามีกระเช้า แลกกับการเดินทางช่วงขึ้นเขาหายไป ท่านยังอยากไปภูกระดึง หรือความประทับใจจะเท่ากันไหม

สำหรับผม หากมีกระเช้า ท่านจะไม่ได้เห็นบรรยากาศการเล่าเรื่องเที่ยวภูกระดึงที่ไม่เหมือนที่อื่น ไม่มีซำแฮก ที่แสนจะเหนื่อยล้าเวลาขึ้น กว่าจะผ่านไปได้ โอว นี่มันแค่เนินแรกเองถึงกับเข่าอ่อน แต่ก็รู้สึกดีอย่างประหลาด (สงสัยอะดรีนาลีนจะหลั่ง) หลังจากนั้นเดินทางราบเรียบมาไกลอย่างสบายแต่แทบจะร้องไห้เมื่อเจอทางชันอันสุดท้าย แต่พอข้ามมาได้ เห็นป้าย พิชิตภูกระดึง ก็ชื่นใจเป็นล้นพ้น แต่หลังจากนั้นไม่นานพอรู้ว่าต้องเดินต่ออีกไกลโข ก็แทบจะล้มทั้งยืน แต่ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่น่าจดจำทั้งสิ้น บนภูกระดึงมีแต่ต้นสน กับลำห้วยแห้งขอด ถามว่าสวยไหม ผมเฉยๆ แต่ผมกลับประทับใจกว่าไปดูดอกกระเจียวสวยๆ ไปดูสวนนงนุช ที่มีดอกไม้สวยๆมากมายนัก ไม่เคยลืมเลย "ภูกระดึง"

จะไม่มีเรื่องโจ๊ก เช่น แบกน้ำไปเป็นโหลเพราะได้ยินว่าข้างบนโคตระแพง ของกินเพียบแต่จำใจทิ้งหมดกลางทางเพราะถือไม่ไหว กีต้าร์ที่รักก็แทบจะขว้างทิ้งอย่างไม่ใยดี (ทิ้งน้ำ อาหาร แต่ดันหัวเราะกันอย่างมีความสุข) คำว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิต พิชิตภูกระดึง" จะหายไปตลอดกาล คำว่า "ขึ้นภูกระดึงพิสูจน์รักแท้" จะไม่มี ตอนเช้าต้องตื่นตอนดึกเพื่อเดินทางไกล (ไกลจิงๆ) เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแค่ไม่กี่นาที แต่การเดินทางที่แวดล้อมด้วยมิตรภาพที่ผ่านสิ่งที่ยากลำบากไปด้วยกันมันน่าจดจำยิ่ง คุ้มค่าที่ได้ไปทั้งนั้น

หรือจะเหลือแค่ "เมื่อวานชั้นไปเที่ยวภูกระดึงอ่ะเทอว์ ขับรถไปสบายๆ ถึงบ่ายๆ ขึ้นกระเช้าไปนอนค้างคืนนึงข้างบนหนาวมาก ตอนเช้านั่งรถสองแถวไปดูพระอาทิตย์ขึ้น กะปั่นจักรยานเที่ยวป่า ข้างบนมี 7-11 ด้วย สายๆก็กลับบ้าน เที่ยวผับต่อตอนค่ำได้สบายๆ"


หลังจากมีกระเช้า ภูกระดึงจะกลายเป็นภูธรรมดา เหมือนวนอุทยานอื่นๆ ผมได้แต่หวังว่า เก็บภูกระดึงไว้เป็นความต่างที่สวยงามซักที่นึงเถอะ

อยากไปนอนบนภูไม่ต้องไปถึงภูกระดึงดอกครับ ถามแปะลิ้มดูจิ ว่าภูไหนดีๆ สบายๆ บ้าง -_-




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน